น้ำลดลุยทันที!!อาชีวะจัดทีมเด็กช่างช่วยชาวสกลนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290087

น้ำลดลุยทันที!!อาชีวะจัดทีมเด็กช่างช่วยชาวสกลนคร

วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร, ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน, สกลนคร, น้ำท่วม, สอศ, Fix it Center, วอศ

สอศ.ตั้งศูนย์ Fix it Centerให้วท.สกลนคร เป็นเซ็นเตอร์ กำหนด 52 จุดให้บริการครบวงจร เริ่มทันทีหลังน้ำลด ซ่อมอุปกรณ์ ทำอาหาร พร้อมเปิดรับบริจาคสิ่งของอาหารและเงิน

          ดร. สุเทพ  ชิตวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสกลนคร โดยมีศูนย์ประสานงานอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิค (วท.) สกลนคร ทั้งนี้ จะออกบริการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่สกลนคร โดยมีนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา สาขาวิชาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างก่อก่อสร้าง และช่างเชื่อมโลหะ ให้บริการแบบครบวงจร โดยครอบคลุม 7 อำเภอใน 52 จุด โดยจะเร่งดำเนินการหลังน้ำลดทันทีตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ดังนี้

น้ำลดลุยทันที!!อาชีวะจัดทีมเด็กช่างช่วยชาวสกลนคร

1.อำเภอสว่างแดนดิน จำนวน 12 ศูนย์ ประสานงานที่นายมงคล เจตินัย ผอ.วิทยาลัยเทคนิคยโสธร โทร 08-1708-2668 ,2.อำเภอพังโคน จำนวน 2 ศูนย์,3.อำเภอพรรณานิคม จำนวน 10 ศูนย์,4.อำเภอวานรนิวาส จำนวน 5 ศูนย์, 5.อำเภออากาศอำนวย จำนวน 9 ศูนย์ ทั้งนี้ ใน 4 อำเภอนี้ให้ประสานงานนายสถิต สำราญสุข ผอ.วิทยาลัยการอาชีพพรรณนานิคม 08-9569-5523

น้ำลดลุยทันที!!อาชีวะจัดทีมเด็กช่างช่วยชาวสกลนคร

6.อำเภอเตางอย จำนวน 4 ศูนย์ ประสานงาน นางวรรณภา พ่วงกุล ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร โทร.08-1964-4486 และ 7.เขตอำเภอเมืองสกลนครและบริเวณใกล้เคียงอำเภอเมืองสกลนคร จำนวน 10 ศูนย์ ประสานงาน นายณัฏฐพล พูนประสิทธิ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร 08- 1950-9091

น้ำลดลุยทันที!!อาชีวะจัดทีมเด็กช่างช่วยชาวสกลนคร

ดร.สุเทพ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมที่ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) จะให้บริการ มีดังนี้ 1. การบริการซ่อมยานพาหนะ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และอื่นฯ  2. การประกอบอาหาร การจัดถุงยังชีพ เพื่อมอบให้กับ  ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยจัดตั้งโรงครัวที่ วท.สกลนคร ทำอาหารวันละ 2,000 กล่อง ทั้งนี้ จะมีวิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) ร้อยเอ็ด และวอศ.อุดรธานี สลับหมุนเวียนมาร่วมด้วย และ 3.เป็นศูนย์ประสานงานการรับบริจาคน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง เป็นต้น โดยผู้ประสงค์จะบริจาคน้ำดื่ม ไฟฉาย ไฟแช็ค น้ำยาล้างพื้น เทียนไข สามารถติดต่อประสานงานมาได้ที่ วท.สกลนคร หรือที่ นายปัญญา ซื่อสัตย์  รองผู้อำนวยการ วท.สกลนคร โทร. 08-1827-6183 ,นายวุฒินันท์ จันทร์ทอง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน โทร 08-9277-7354 ,อีเมล์ wutthinun@gmail.com

ในส่วนกลางสามารถติดต่อประสานที่ สอศ. โทร0-2281-5555 ต่อ 1009 หรือ 0-2280-2938 นอกจากนี้ สามารถบริจาคเงินสนับสนุนได้ที่ บัญชี “สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา”เลขที่บัญชี 059-0-02929-0 ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงศึกษาธิการ

เช็คชื่อ!! 26 ร.ร.จ.สกลนครหยุดชั่วคราวน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290084

เช็คชื่อ!! 26 ร.ร.จ.สกลนครหยุดชั่วคราวน้ำท่วม

ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว, จังหวัดสกลนคร, รร, น้ำท่วม, เช็คชื่อ, สพฐ, สพป, ประถม

สพฐ.เผยได้รับรายงานโรงเรียน 26 แห่งในสกลนครได้รับผลกระทบน้ำท่วม แบ่งเป็น สพป.สกลเขต 2 จำนวน 16 แห่งและสพป.สกลนคร เขต 3 จำนวน 10

       จากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสกลนครที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้สถานศึกษาในพื้นที่ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 31 ก.ค.60- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งว่า ขณะนี้มีสถานศึกษาในพื้นที่รายงานว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว 26 แห่ง แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สกลนคร เขต 2 จำนวน 16 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านง่อน (ประถม) โรงเรียนบ้านพอกใหญ่ดอนต้นม่วง โรงเรียนบ้านถ่อน โรงเรียนบ้านสร้างดู่ดอนเขือง โรงเรียนสมสะอาด โรงเรียนวาริชภูมิพิทยาคาร โรงเรียนนาง้อโพนงาม โรงเรียนบ้านโมน โรงเรียนแกดำ โรงเรียนบ้านม้า โรงเรียนบ้านพันนา โรงเรียนชุมชนบงเหนือ โรงเรียนบ้านสว่าง โรงเรียนบ้านท่าสองคอน โรงเรียนบ้านนาถ่อน เบื้องต้นประกาศหยุด 1 วัน คือ วันที่ 31 ก.ค. และโรงเรียนบ้านนาคันชา หยุด 2 วัน คือ วันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค.

สังกัด สพป.สกลนคร เขต 3 จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนชุมชนขัวสูงสวรรค์ โรงเรียนขัวก่ายโรงเรียนบ้านเซือม โรงเรียนบ้านขาม โรงเรียนชุมชนบ้านโพธิ์ตาก โรงเรียนท่าเยี่ยมโนนคอม โรงเรียนบ้านโพนแพง โรงเรียนธาตุตาลเดี่ยว โรงเรียนบ้านแก้ง และโรงเรียนชุมชนพอกใหญ่ไทยสมบูรณ์

นายจ้างไม่จัดวันหยุดมีโทษปรับ 2 หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290075

นายจ้างไม่จัดวันหยุดมีโทษปรับ 2 หมื่น

จัดวันหยุด, พรบคุ้มครองแรงงาน, ลูกจ้าง, นายจ้าง, หมื่น, กสร

กสร. เตือนนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการต้องจัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้กับลูกจ้าง ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

      นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) เปิดเผยว่า ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 6วัน  ทั้งนี้เพื่อให้ลูกจ้างได้มีโอกาสหยุดพักผ่อนหลังจากที่ทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลาพอสมควร สำหรับงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันสะสมและเลื่อนวันหยุดประจำ สัปดาห์ไปหยุดเมื่อใดก็ได้แต่ต้องอยู่ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน กรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติก็จะมีความผิดตามกฎหมายโดยมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หากนายจ้างมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0-2245-7170,0-2246-6389 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่เขต 1-10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน1546

ชวนชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290063

ชวนชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

กิจกรรม, ทั่วโลก, สวดมนต์ข้ามปี, วีระ, เจ้าคุณไสว, ชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี, มจร

“วีระ” เผยวธ.เดินหน้ารณรงค์ชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี “เจ้าคุณไสว” เจรจาวัดในประเทศต่างๆล่าสุดอินโดนีเซียตอบรับเตรียมจัดที่บุโรพุทธโธ เผยชาวต่างชาติสนใจกรรมฐาน

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มการสวดมนต์ข้ามปีในช่วงปีใหม่สากล และพัฒนามาเรื่อยๆ จนเผยแพร่การสวดมนต์ข้ามปีไปยังต่างประเทศ เช่นปีใหม่ที่ผ่านมาก็มีการสวดมนต์ข้ามปีทั้งในประเทศญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย และในวัดไทยอีกหลายแห่งทั่วโลกก็เริ่มสวดมนต์ข้ามปี ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงมีนโยบายที่จะรณรงค์ขยายกิจกรรมการดังกล่าวเพื่อชวนทุกร่วมทำสิ่งดีๆ ช่วงปีใหม่

ชวนชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

นายวีระ เดินทางไปยังวัดไทยในอินโดนีเซีย

โดยจะรณรงค์ให้ในช่วงปีใหม่ “ชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี” ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือความร่วมมือกับประเทศต่างๆ แล้ว ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ที่ได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมที่ประเทศอินโดนีเซีย พระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม “เจ้าคุณไสว” ก็ได้เดินทางมาร่วมเจรหาหารือกับสมาคมพุทธศาสนาในอินโดนีเซียด้วยตนเอง ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดี

ด้าน พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลมีนโยบายขยายการสวดมนต์ข้ามปีเพิ่มขึ้น สนับสนุนให้ชาวพุทธในต่างประเทศมีการสวดมนต์มากขึ้น โดยจะประกาศเป็นนโยบายชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งจะมีการพูดคุยกับประเทศต่างๆ ที่อินโดนิเซียได้มีการมาหารือทั้งฝ่ายเถรวาท มหายาน และพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย รวมทั้งได้มีการหารือกับสมาคมวิทยาลัยพุทธสาสนาของอินโดนีเซีย ซึ่งมีสมาชิกถึง 15 แห่งก็จะยินดีรับดำเนินการ และเสนอที่จะจัดกิจกรรมที่บุโรพุทโธ ถือเป็นการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ดีอย่างยิ่ง

ชวนชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

ส่วนประเทศอื่นๆ ก็จะมีการหารือความร่วมมือเท่าที่จะดำเนินการได้ ทั้งจีน  พม่า กัมพูชาเวียดนาม ศรีลังกา ลาวซึ่งปีที่แล้วลาวก็ได้ร่วมอยู่แล้ว ขณะที่นอร์เวจะเดินทางไปหารือวันที่ 12-13 ส.ค.นี้ ส่วนสวีเดนได้ตอบรับแล้ว ซึ่งการดำเนินการจะอิงตามเวลาของแต่ละประเทศซึ่งเป็นเวลาเคาดาวน์ ทั้งนี้พุทธศาสนาได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ชาวต่างชาตินั้น มาจากความนิยมในด้านกรรมฐาน อีกประการสำคัญที่มีการกล่าวถึงกันว่า อารยธรรมพุทธเป็นอารยธรรมที่ยังไม่เคยปรากฎว่ามีข้อขัดแย้ง ถือเป็นศาสนาเดียวที่ไม่มีประเด็นทางศาสนาเป็นข้อขัดแย้ง จึงเป็นศาสนาที่สามารถสร้างความร่วมมือแห่งสันติภาพ

ชวนชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

“สวดมนต์ข้ามปีเป็นการใช้วัฒนธรรมตะวันตกซึ่งเป็นปีใหม่ มาใส่วัฒนธรรมไทยที่มีอยู่ก่อนแล้วคือการตั้งสติโดยเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดคือการสวดมนต์ เป็นการสละเวลาเพียง 10-20 นาทีในการตั้งสติก็ถือเป็นบุญกุศลแทนที่จะเที่ยวสนุกสนานอย่างเดียว ซึ่งเพียง 1-2 นาทีก็อาจจะเป็นอันตรายมีความเสี่ยงได้อย่างเช่นเคยเหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีตในช่วงปีใหม่ ยิ่งเป็นเวทีที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบาย ทำให้คนที่ไปร่วมก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องล้าสมัยกลายเป็นเรื่องทันสมัยที่กระตุ้นให้ทุกคนอยากไปร่วม ปีที่แล้วรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วม ตลอดจนสนับสนุนให้วัดไทยในต่างแดนร่วมด้วยซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก และปีใหม่ที่จะถึงนี้รัฐบาลจะรณรงค์ให้ชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปีก็เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง”พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าว

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290026

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

ฟื้นฟูจสกลนคร, ระดมทีมซ่อมสร้าง, กศน, กศน ระดมทีมซ่อมสร้าง ฟื้นฟูจสกลนคร, คอสะพานขาด, กองทุน กศนจังหวัดสกลนคร

กศน. ระดมทีมซ่อมสร้าง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สกลนคร รับบริจาคเงินเพื่อนำไปร่วมซื้อของมาทำอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนอีกทางหนึ่ง

       นายกฤตชัย  อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน.เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง จากนายธฤติ ประสานสอน ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร ว่า จุดเริ่มต้นของสถานการณ์ดังกล่าว เกิดจากฝนตกหนักในเขตอำเภอเมืองสกลนคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23ก.ค.2560 วัดได้ 103 มม. ซึ่งมากกว่าทุกจังหวัดในภาคอีสาน

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

โดยทางการได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภาวะฝนตกหนักในช่วงหลังจากนั้น ซึ่งมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27- 28 ก.ค. 2560 วัดปริมาณน้ำฝนได้กว่า 300 มม. นับว่ามีปริมาณน้ำฝนที่มากภายใน 24 ชม. น้ำในทะเลสาบหนองหารจึงมีปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ ทางการจึงแจ้งเตือนอีกครั้ง ให้ประชาชนขนสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพหากมีสถานการณ์รุนแรง

สำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร ได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่าขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงร้อยละ 60 แล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินการในระยะต่อไปคือ การช่วยเหลือฟื้นฟู ล้างทำความสะอาดอาคารบ้านเรือน  รวมถึงซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไม่ยากลำบากนัก

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

สำนักงาน กศน.จึงได้สั่งการไปยังสำนักงาน กศน.จังหวัดทั่วประเทศ ให้นำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสกลนครโดยด่วน โดยมอบหมาย นายพงษ์เทพ วัฒนาวณิชย์วุฒิ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย เป็นผู้ประสานงานและดำเนินการ รวมถึงเป็นหัวหน้าคณะในการนำความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ครั้งนี้

     นายพงษ์เทพ วัฒนาวณิชย์วุฒิ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กศน.ให้เป็นหัวหน้าคณะในการนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนที่น้ำเริ่มลดลง

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

โดยในแต่ละจังหวัดจะเดินทางไปสมทบกันในพื้นที่ และกระจายตัวลงช่วยเหลือในพื้นที่ โดยจะแบ่งออกเป็นทีมละ 3-5 คน เพื่อล้างและทำความสะอาด เก็บกวาดขยะมูลฝอย ดูแลบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพที่พร้อมอยู่อาศัยจนกว่าจะแล้วเสร็จภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย และอาจมีการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนในระยะต่อไปด้วย

ด้าน นายธฤติ ประสานสอน ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสกลนครครั้งนี้ว่า ยอดรวมผู้ประสบภัยในครั้งนี้จำนวน 6,858 ครัวเรือน 25,799 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 23,331 ไร่ สิ่งสาธารณประโยชน์ในเขตเทศบาลเสียหาย จำนวน 3 แห่ง ซึ่งนับว่ายังโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย ได้แก่ ถนนสายสกลนคร – อุดรธานี ช่องสะพานห้วยทราย (คอสะพานขาด) และถนนสายสกลนคร – นาแก กม.ที่ 17 สะพานนายอขาด และด้วยปริมาณน้ำที่ท่วมสูง หน่วยงานต่างๆ ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือจำเป็นต้องใช้เรือท้องแบนเป็นหลักซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอในวันแรกในการเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่

ในส่วนของสำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร ได้ช่วยระดมคนเข้าไปช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ขนย้ายสิ่งของ ตั้งโรงครัวทำอาหารเข้าไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ เป็นหน่วยรับบริจาคสิ่งของ ข้าวสารอาหารแห้ง และจะร่วมเป็นทีมซ่อมสร้างฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนร่วมกับทีมจากส่วนกลาง และทีมจากพี่น้อง กศน.ทั่วประเทศที่จะตามมาสมทบ  โดยเริ่มต้นทำความสะอาดที่อำเภอเมืองก่อน เนื่องจากระดับน้ำลดแล้ว สามารถเข้าทำความสะอาดได้เลย

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

สำหรับผู้ที่อยากร่วมบริจาคเงินเพื่อนำไปร่วมซื้อของมาทำอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนได้ที่ บัญชี “กองทุน กศน.จังหวัดสกลนคร” 412-0-71737-2 ธ.กรุงไทย สาขาสกลนคร….ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศเพิ่มเติมว่าในช่วงนี้ถึงวันที่ 3 ส.ค. 2560 จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง คาดว่าสถานการณ์ฝนน่าจะลดความรุนแรงลง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลนครสกลนครดีขึ้น เว้นอำเภอรอบนอกที่แนวพายุเซินกาผ่านในกรณีที่ยังไม่สลายตัว

กศน.ระดมซ่อมสร้างฟื้นฟูจ.สกลนคร

สถานการณ์ปัจจุบัน คือ ขณะนี้น้ำลดลงแล้วร้อยละ 60 จากพื้นที่ทั้งหมด ในอำเภอเมือง,อากาศอำนวย,พรรณนานิคม,เต่างอย,คำตากล้า,พังโคน,วาริชภูมิ และสว่างแดนดิน คงเหลือชุมชนที่อยู่ใกล้หนองหาน ที่อาจต้องใช้เวลาในการระบายน้ำอีก 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นลักษณะของแก้มลิงที่อุ้มน้ำ

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290006

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

พวงชมพู ประเสริฐ, นิทานหยุดพฤติกรรมใช้ยาพร่ำเพรื่อ, นิทานช่วยได้ลดพฤติกรรมทำเชื้อดื้อยา, กพย, ไม้แก่, พวงชมพู ประเสริฐ , สสส, นิทานภาพ

การใช้หนังสือทำให้เด็กจดจำประโยคจากหนังสือ ที่สำคัญ คือ เด็กๆจดจำพฤติกรรมและนำไปใช้ในการปฏิบัติของตนเองเพือป้องกันและดูแลตนเองยามเจ็บป่วย

       ที่ผ่านมาศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พยายามรณรงค์ส่งเสริมให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยามาตลอด 8-10 ปี   รวมถึง แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในรพ.ต่างๆช่วยให้ความรู้กับประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ประชาชนก็ยัง “ไม่จำ ไม่เข้าใจ และไม่ปฏิบัติ” จึงมองว่า “ไม้แก่”อาจจะดัดยาก ทำให้มุ่งเป้าปลูกฝังไปที่เด็กปฐมวัย  “พวงชมพู ประเสริฐ ”  qualitylife4444@gmail.com ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์ มีรายละเอียด

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

       “หมอคะ ขอยาแรงที่สุดให้ลูกเลยค่ะจะได้หายเร็วๆ” ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างพฤติกรรมพ่อแม่ที่มีส่วนทำให้ลูกมีเชื้อดื้อยา

       พร้อมขยายความว่า เมื่อประกอบกับการใช้ยาโดยไม่จำเป็น ใช้ยาไม่ครบขนาด และใช้ยาแรงเกิน ส่งผลให้เกิดการดื้อยาในกลุ่มเด็ก ซึ่งรายงานของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ในปี 2554 พบว่า ในรอบ 10 ปี มีปัญหาเชื้อแบคทีเรีย 4 ชนิดที่พบบ่อยและการดื้อยาปฏิชีวนะสูงขึ้น บางชนิดพบเพิ่มขึ้นกว่า 30 เท่าตัว

     ขณะที่ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาร้ายแรงทั่วโลก ในประเทศไทยทุกๆ 15 นาที มีคนเสียชีวิตจาโรคต่างๆที่เกิดจากเชื้อดื้อยา 1 คน เฉลี่ยวันละ 100 คน สูงกว่าทั่วโลก คนไทยจึงเสียชีวิตจากสาเหตุนี้อย่างน้อยปีละ 20,000 – 38,000 คน

    ล่าสุด กพย.ได้ร่วมมือกับแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ผลิตสื่อที่เหมาะสม คือ “นิทานภาพ” จำนวน 2 เรื่อง “กุ๊กไก่เป็นหวัด” และ “กระจิบท้องเสีย” ผ่านการนำเนื้อหาทางวิชาการมาแต่งเป็นนิทานภาพ ใช้คำที่เหมาะสม มีจังหวะจะโคน มีเสียงสูงเสียงต่ำ ทำให้เด็กๆสนุกกับการอ่าน และจดจำเรื่องราวในนิทานได้

     โดยการประพันธ์ของอ.เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป หรือตุ๊บปอง ภาพโดย na-ru ซึ่งจะเกิดผลลดการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ 2 ต่อทั้งตัวเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นคนเล่านิทานให้เด็กฟัง เนื่องจากเนื้อหาในนิทานจะสอดแทรกเรื่องอาการท้องเสียและเป็นหวัด ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

       อ.เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป หรือ ตุ๊บปอง บอกว่า  นิทานทั้ง 2 เรื่องการแต่งคำเป็นแบบกลอนโบราณ 6 และ 8 ใช้จังหวะลำตัดและกลอนเพลงโบราณ ซึ่งการที่จะทำให้หนังสือนิทานแต่ละเล่มเข้าถึงเด็กได้ จากประสบการณ์ทำงานกับเด็กมา 30 กว่าปี พบว่า หนังสือแต่ละเล่มจะต้องสอดแทรกและสอนเด็กเพียงเรื่องเดียว ไม่ซับซ้อน การใช้กลอนจะทำให้เด็กจดจำเรื่องราวได้ และการใช้คำที่มีวรรณยุกต์ เด็กจะตื่นเต้น

     โดยเฉพาะคำที่มีวรรณยุต์แต่ไม่มีความหมายที่เป็นเอกลักษณ์ของตุ๊บปอง เด็กฟังแล้วจะสนุกและมีความสุข ก่อนที่จะตามด้วยคำที่มีความหมายที่เป็นเนื้อหาที่ต้องการสอน เด็กก็จะจดจำเรื่องที่ต้องการสอนนั้นได้

      “อยากให้เด็กเป็นแบบไหน มีคุณธรรมอย่างไร ลดละเลิกพฤติกรรมอะไรให้หาหนังสือแบบนั้นมาเล่าให้เด็กฟัง เพราะหนังสือจะมีความเสถียรของเนื้อหาที่หยิบมาอ่านอีกครั้งก็เหมือนเดิม เด็กก็จะเกิดภาพจำที่เสถียร หากมุ่งเน้นปลูกฝังจากคำสอนหรือพฤติกรรมของพ่อแม่เพียงอย่างเดียว จะไม่มีความเสถียร เพราะเรื่องเดียวกัน บางครั้งพ่อแม่ก็โอเค แต่บางครั้งก็ไม่โอเคกับเรื่องนั้นๆ ที่สำคัญ หนังสือเป็นอาหารว่างที่เด็กต้องกินทุกวัน เพราะเป็นอาหารสมองและอาหารใจ” ตุ๊บปอง กล่าวอย่างเชื่อมั่น

     หลังมีการนำนิทานภาพทั้ง 2 เรื่องไปใช้จริงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ จำนวน 1,049 แห่ง เกิดผลเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

     นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เปิดเผย รายงานผลการศึกษาการใช้หนังสือนิทานภาพนี้ว่า  ได้รับแบบประเมินผลกลับมาจากศูนย์เด็กเล็กจำนวน 723 แห่ง คิืดเป็น 69 % ระหว่าง 1 ธ.ค.2559-31 มี.ค.2560 ในด้านปฏิกิริยาและพฤติกรรมที่ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในเด้ก พบว่า  ร้อยละ 72 เด็กจดจ่อตั้งใจฟัง ร้อยละ 69หยิบหนังสือมาเปิดดูเองและจากคุณครูอ่านให้ฟัง เด็กหัวเราะชอบใจ ร้อยละ 58

     เด็กจดจำคำและประโยคจากหนังสือ มีทักษะในการใช้ภาษาดีขึ้น เช่น เด้กสามารถพูดโต้ตอบนิทานและเหตูการณ์ชีวิตประจำวันบอกเล่าให้เพื่อนฟังได้  เด็กจดจำพฤติกรรมและนำมาปฏิบัติตามในชีวิตประจำวัน เช่น สังเกตตนเองว่าเป็นหวัดหรือไม่ ล้างมือหลังเข้าห้องน่้ำ ล้างมือก่อนรับประทานอาหารเพราะกลัวท้องเสียเหมือนกระจิบ เด้กๆบอกผู้ปกครองว่า คุรป้าหมอหมีบอกว่าไม่ต้องทานยา นอนพักผ่อน2-3วันก็หาย และเด็กๆเข้าใจการดุแลตัวเองเมื่อเป็นหวัด และเมื่อท้องเสียก็บอกว่าให้ดื่มเกลือแร่ น้ำเกลือ เป็นต้น

อ่านนิทานลดดื้อยาได้ยังไง

       “การใช้หนังสือทำให้เด็กจดจำประโยคจากหนังสือ มีความสุขเมื่อได้ฟังครูและเพื่อนอ่านหนังสือให้ฟัง ที่สำคัญ คือ เด็กๆจดจำพฤติกรรมและนำไปใช้ในการปฏิบัติของตนเอง เพืี่อป้องกันและดูแลตนเองยามเจ็บป่วย ยกตัวอย่างเรื่องเล่าที่เด็กมาบอก เช่น บอกผู้ปกครองว่าเวลาไม่สบายอย่าซื้อยาตามร้านให้หฯุกินนะ จะนอนพักผ่อน 3 วันก็หาย หรือ น้องภูเบสไม่ชอบล้างมือ หลังฟังนิทานก็้ล้างมือทุกครั้งเพราะกลัวท้องเสียเหมือนกระจิบ เป็นต้น” นางสุดใจ กล่าวปิดท้าย

    ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด นิทานทั้ง 2 เรื่อง ได้ที่ http://www.thaidrugwatch.org และ http://www.happyreading.in.th

คลิปรณรงค์วันภาษาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290021

คลิปรณรงค์วันภาษาไทย

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับสถานทูตต่างๆ จัดทำ คลิปรณรงค์วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐  เพื่อรณรงค์และอนุรักษ์ และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับสถานทูตต่างๆ จัดทำ คลิปรณรงค์วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐  เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้เด็ก เยาวชนและประชาชนไทยได้ตระหนัก และมีส่วนร่วมกันส่งเสริม อนุรักษ์ และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ร่วมกันสืบสานให้อยู่คู่กับชาติไทยอย่างยั่งยืน 

โดยมี ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=WtqT4IGosuQ

สถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=MtbWJXZ3j20

สถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=MtbWJXZ3j20

สถานเอกอัครสมณฑูตวาติกันประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=udjDK_t603U

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=PeDxy3GlOW0

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=yAR9_vDwm1s

สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจําประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=NayPWQmTMU0

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=auFFpq-IBfk

สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=zAP08PJWBuY

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=HgxXlA6qrtM

รพ.สกลนครเปิดบริการปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/289994

รพ.สกลนครเปิดบริการปกติ

รพสกลนครเปิดบริการปกติ, รพสกลนคร จัดหน่วยแพทย์ประจำศูนย์พักพิง 5 แห่ง, ส่วนกลาง, MERT, mini MERT

สธ. เผยรพ.สกลนครเปิดบริการปกติ จัดหน่วยแพทย์ประจำศูนย์พักพิงทั้ง 5 แห่งดูแลประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติเฝ้าระวังโรคฉี่หนู และจมน้ำ ไฟฟ้าช็อต

นายแพทย์โสภณ  เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ 30 ก.ค. 2560 ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลสกลนครว่าปริมาณน้ำบริเวณโดยรอบของโรงพยาบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่เข้าในตัวอาคารโรงพยาบาลเปิดให้บริการตามปกติ ห้องฉุกเฉินเปิด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถเดินทางมารับบริการได้  ขณะนี้รถฉุกเฉินของรพ.สามารถเข้ามารับ-ส่งผู้ป่วยได้  ยังคงจัดหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชนที่ศาลากลางจังหวัดสกลนคร และศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง  5  แห่ง คือ  ศูนย์พักพิงโรงยิมอบจ.สกลนคร  ศูนย์พักพิงโรงเรียนอนุบาลสกลนคร  ศูนย์พักเด็กและครอบครัว  ศูนย์พักพิงวัดพระธาตุเชิงชุม  และศูนย์พักพิงตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครอย่างต่อเนื่อง

ส่วนใหญ่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ น้ำกัดเท้า และอุจระร่วง รวมทั้งโรงพยาบาลอุดรธานี ได้ประสานจัดส่งทีมแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักโภชนาการ  อุปกรณ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับทีมของสกลนครด้วย
นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข(ส่วนกลาง)ได้ส่งยาชุดน้ำท่วมไปช่วยจังหวัดสกลนคร 10,000  ชุด ยาทาน้ำกัดเท้า  10,000 หลอด และยาทากันยุง 500 ชุด พร้อมทั้งประสานโรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลเลย ส่งทีมเมิร์ท (MERT) และมีทีมมินิเมิร์ท (mini MERT) อีก 5 ทีม  หมุนเวียนไปตรวจรักษาประชาชนที่ศูนย์พักพิงสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลสกลนครด้วย

และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 ได้สำรองเวชภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคเช่น รองเท้าบูธ  คลอรีนเม็ด  ชุดยาเวชภัณฑ์น้ำ และประสานโรงงานผลิตน้ำดื่มเพื่อจัดเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอกับผู้ป่วย ญาติและประชาชนที่เข้ามารับบริการ
ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงไปยังประชาชน ป้องกันการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง น้ำเชี่ยว ไม่ดื่มของมึนเมา ผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่ควรอยู่ตามลำพัง ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้อยู่ตามลำพัง รวมทั้งระวังอันตรายจากไฟฟ้าช็อต ห้ามสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดขณะที่ตัวเปียกชื้น หรือยืนอยู่บนที่ชื้นแฉะหรือตัวแช่อยู่ในน้ำ     หากพบเสาไฟฟ้าขาด เสาล้ม สายไฟฟ้าขาด หรือแช่อยู่ในน้ำอย่าเข้าใกล้ ต้องรีบแจ้งการไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่รีบแก้ไขโดยด่วน

นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังการถูกของมีคมบาดขณะเดินลุยน้ำ และโรคติดต่อที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคน้ำกัดเท้า ที่สำคัญคือโรคฉี่หนู หากป่วย มีไข้ ปวดเมื่อยกลามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง อาจเป็นโรคนี้ได้ ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว โรคนี้มียารักษาให้หาย แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ กำชับให้สถานบริการ หากมีผู้ป่วยมีไข้ ปวดเมื่อยร่างกาย ให้วินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามมาตรฐาน ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/289987

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ

 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  ส่งทีมวิศวกรฉุกเฉิน หรือเอ็มเสิร์ทประเมินความเสียหายช่วยเหลือ ฟื้นฟู โรงพยาบาลพังโคน จ.สกลนครจัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์อ 24 ชม.

จากสถานการณ์การเกิดเหตุอุทกภัย ที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พบ 7 อำเภอได้รับความเสียหาย ได้แก่ อ.เมืองสกลนคร อ.สว่างแดนดิน อ.พังโคน อ.เต่างอย อ.กุสุมาลย์ อ.พรรณานิคม และอ.อากาศอำนวย สร้างความเสียหาย ให้แก่ 7,863 ครัวเรือน และประชาชนอีก 23,538 คน ได้รับความเดือดร้อนนั้น

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.)กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น กรม สบส.มีความเป็นห่วงประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะภัยที่เกิดจากน้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ทรัพย์สินของประชาชน แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งการระบาดของโรคที่มากับน้ำท่วมทั้งอุจจาระร่วง ตาแดง โรคฉี่หนู ฯลฯ หรือการขาดยาของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ

ดังนั้น สถานพยาบาลซึ่งเป็นที่พึ่งพิงด้านสุขภาพของประชาชนจะต้องมีความพร้อมที่จะให้บริการประชาชนได้ตลอดเวลา  จึงได้มอบหมายให้สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ เขต 8 จังหวัดอุดรธานี และทีมเอ็มเสิร์ท (Medical Supportive Emergency Response Team : MSERT) จากกองวิศวกรรมการแพทย์ กองแบบแผน เข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู โรงพยาบาลพังโคน ซึ่งประสบเหตุอุทกภัยหลายจุดโดนน้ำท่วมสูง 1 – 1.2 เมตร ให้กลับมาพร้อมให้บริการประชาชนได้ตามปกติ

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ
ด้านนายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นของโรงพยาบาลพังโคน โดยทีมเอ็มเสิร์ท พบความเสียหายใน 6 จุด ดังนี้ 1.ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ 2.อาคารซักฟอก โรงครัว หน่วยจ่ายกลาง งานพับผ้า ถูกน้ำท่วมสูง ทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายไม่สามารถใช้การได้

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ

3.บ้านพักเจ้าหน้าที่จมน้ำทั้งหมด ไม่สามารถเข้าพักได้       อยู่ระหว่างการขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านพัก 4.คลังยา ของโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมบางส่วน เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันขนย้ายยา เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ขึ้นที่สูงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

5.โรงไฟฟ้า ต้องเสริมกระสอบทรายสูง 1 เมตร   และใช้ปั้มน้ำสูบน้ำออกตลอดเวลา แต่ระบบไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าสำรองยังใช้การได้ปกติ  6.อาคารผู้ป่วยนอกถูกน้ำท่วมขังสูง ประมาณ 30-40 เซนติเมตร การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนต้องเดินลุยน้ำเพื่อมารับบริการ และ7.ระบบโรงสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำได้ เบื้องต้นขณะนี้ยังสามารถใช้น้ำที่ยังคงค้างอยู่ และคาดว่าจะใช้ได้ไม่เกิน12 ชั่วโมง

เฝ้าระวัง รพ.พังโคน สกลนครหวั่นฝนตกซ้ำ
ขณะนี้ ทีมเอ็มเสิร์ทอยู่ระหว่างการฟื้นฟูทุกระบบที่มีส่วนสำคัญในการบริการของโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ทั้งไฟฟ้า ประปา ระบบสื่อสาร อาคารสถานที่ และเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

พร้อมจัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฝนตกซ้ำในช่วงนี้ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาลในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้

น้ำท่วมเด็กก็เครียดเป็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/289970

น้ำท่วมเด็กก็เครียดเป็น

สายด่วนสุขภาพจิต 1323, น้ำท่วมเด็กก็เครียดเป็น, น้ำท่วม, เด็ก, เครียด, เป็น

กรมสุขภาพจิต แนะ พ่อแม่ ตั้งสติ อย่าลืมดูแลลูก ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม เพราะเด็กก็เครียดเป็น

     นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เด็กๆ อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจไปด้วย อันเนื่องจากการที่ได้เห็นและรับรู้ความทุกข์ความกังวลของผู้ใหญ่และคนในครอบครัว

ซึ่งเด็กๆ อาจสูญเสียสัตว์เลี้ยง หรือของเล่นที่ตนรัก ชีวิตประจำวันตามปกติต้องสะดุดลง เช่น โรงเรียนต้องปิด ต้องอพยพย้ายที่อยู่ เป็นต้น รวมไปถึงการที่เห็นคนในครอบครัวและคนที่รู้จักบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์รุนแรงได้

ดังนั้น การป้องกันปัญหาสุขภาพจิตที่ดีที่สุดในภาวะเช่นนี้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งเด็กจะเป็นปกติสุขได้ หากพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปรับตัวจัดการกับปัญหาได้ทั้งระหว่างเกิดภัยน้ำท่วมและในภายหลัง เด็กๆ มักต้องการพึ่งพาในเรื่องข้อมูลทั่วไป คำปลอบโยนและความช่วยเหลือ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของเด็กแต่ละวัยอาจตอบสนองต่อภาวะน้ำท่วมและผลที่ตามมาแตกต่างกันไปตามระดับอายุ พัฒนาการ และประสบการณ์ที่เคยมีมาก่อน พ่อแม่จึงควรรับรู้และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปฏิกิริยาที่    อาจพบ ในเด็ก เช่น กลัว หวาดหวั่นเรื่องความปลอดภัยของตนและคนอื่นๆ

รวมทั้งของสัตว์เลี้ยง กลัวการแยกจากคนในครอบครัว    มีพฤติกรรมติดผู้ใหญ่ พ่อแม่ พี่น้อง มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่งเพิ่มขึ้น สมาธิและความตั้งใจลดลง  ถดถอย หลีกหนีผู้อื่น โกรธ หงุดหงิดง่าย ลงมือลงเท้า แสดงอารมณ์ก้าวร้าวกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน บ่นเจ็บป่วยไม่สบาย ปวดท้อง ปวดหัว

อาจจะมีพฤติกรรมการเรียนเปลี่ยนไป เช่น ไม่สนใจเรียน เพ่งความสนใจอยู่กับเรื่องน้ำท่วม เช่น พูดถึงซ้ำๆ แสดงเนื้อหาเรื่องน้ำท่วมในการเล่น ไวต่อสิ่งเตือนใจที่ทำให้นึกถึงน้ำท่วม มีปัญหาการกินการนอน ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ พฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น         เด็กวัยรุ่นอาจแสดงออกแตกต่างไปจากเด็กที่เล็กกว่า มักรู้สึกว่าอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอนและแสดงพฤติกรรม เช่น ถดถอยทางสังคม เก็บตัว โกรธ หงุดหงิดได้ง่าย  โต้เถียง ขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ทำพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่ออันตรายเพิ่มขึ้น และอาจใช้เหล้า หรือยา เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรให้เวลาเพื่อพูดคุยกับพวกเขา ทำให้พวกเขารู้ว่าเขาสามารถพูดคุยซักถามและแบ่งปันความกังวลใจที่มีได้ โดยมีผู้ใหญ่ยินดีรับฟัง ควรเปิดโอกาสให้เด็กรับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวหรือกับโรงเรียนของเขา หรือ กับชุมชนที่อยู่  และอย่าลืมถามความรู้สึก ความคิดเห็นของเขาบ้าง

ทั้งนี้ ในกรณีที่เด็กๆ อาจยกเรื่องต่างๆ ที่เขากังวลสงสัยขึ้นมาถามซ้ำๆ ผู้ใหญ่ก็ไม่ควรกังวลใจหรือเบื่อที่จะตอบ และในเด็กเล็ก หลังจากคุยกันแล้ว อาจเล่านิทาน หรือเรื่องราวสนุกๆ ให้เขาฟัง  หรือทำกิจกรรมสบายๆ  ผ่อนคลายร่วมกันในครอบครัว  เพื่อทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลายและใจสงบได้

พ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถช่วยได้ โดย แสดงตนเป็นแบบอย่างของการปรับตัวในทางที่ดี มีอารมณ์สงบมั่นคง เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาที่เหมาะสม ระมัดระวังคำพูดของผู้ใหญ่ในเรื่องวิกฤตที่เกิดขึ้นเพราะเด็กอาจรับรู้และแปลความอย่างผิดๆจนเกิดเป็นความหวาดกลัว  ดูแลและจำกัดการรับรู้จากสื่อและข่าวสาร

โดยเฉพาะข่าวที่แพร่ซ้ำๆหรือแสดงภาพที่น่าหวาดกลัว ให้ความมั่นใจกับเด็กว่า ผู้ใหญ่สามารถช่วยกันดูแลให้เขาปลอดภัย โดยผู้ใหญ่อาจต้องบอกซ้ำหลายๆ ครั้ง แม้ว่าเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว แสดงออกความรัก ด้วยการกอด เล่น และใช้เวลาร่วมกันด้วยความสุข หากเด็กแสดงความกังวลสงสัยว่าเพื่อนของเขาปลอดภัยดีหรือเปล่า

พ่อแม่ก็ควรให้ความมั่นใจกับเขาอย่างเหมาะสม ดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพ อาหาร การพักผ่อนนอนหลับของเด็กให้เป็นไปตามกิจวัตร ตักเตือนให้เด็กระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในภาวะน้ำท่วม ดูแลรักษาเรื่องระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ต่างๆ ในครอบครัวให้เป็นไปตามปกติ สนับสนุนให้เด็กมีส่วนช่วยในงานต่างๆ  เพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่เฉย โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นควรสนับสนุนให้เขามีส่วนช่วยในงานของชุมชน งานจิตอาสา เป็นต้น

ในยามที่ครอบครัวต้องเผชิญเหตุการณ์วุ่นวายจากภาวะวิกฤต หลายคนมักลืมดูแลตัวเอง ผู้ใหญ่จึงควรตระหนักว่า เราจะดูแลเด็กได้ดี ก็ต่อเมื่อดูแลตนเองได้แล้วเสียก่อน หากพบว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวเริ่มหงุดหงิด โต้เถียงกัน หรือชวนทะเลาะ    มากขึ้น นั่นเป็นสัญญาณบอกว่า มีความตึงเครียดสูง

จึงควรช่วยกันหาทางออก ดูแลจิตใจและอารมณ์ของกันและกัน หรือปรึกษาบุคลากรสุขภาพจิต หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“แม้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยากก็ตาม และแม้ว่าทุกคนจะพยายามช่วยกันแล้ว ก็ยังหลีกเลี่ยงความเสียหายไม่ได้  แต่ปัญหาสุขภาพจิตในครอบครัวที่อาจตามมาเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ถ้าทุกคนในครอบครัวมีความรักและดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”  อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว