กินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286805

กินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น

ตาบอด, ผัดไทย, Pad-Thai-Eyes, กินผัดไทย, ช่วยคนไทยให้มองเห็น, 5 บาท  10 บาท  1 ปอนด์  1 ยูโร, เดสติเนชั่นไทยแลนด์, Pad Thai Party

นับตั้งแต่มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2532 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

       ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการออกหน่วยแพทย์ฟรีเคลื่อนที่ในทั่วทุกภาคของประเทศ ร่วมด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือแก้ไขสภาพตาบอดจากต้อกระจก และโรคตาอื่นๆ แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน โดยรักษาดวงตามาแล้วกว่า 40,000 ราย ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจักษุวิทยา เพื่อให้ประชาชนมีสายตาที่ดีและเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตรวมถึงสนับสนุนส่งเสริมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกสถานพยาบาล ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคตาที่พบบ่อยในชุมชน จัดทำเครื่องมือ เครื่องใช้ในการตรวจรักษาโรคตา

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็นผัดไทย หลังการผ่าตัดต้อกระจก ผู้ป่วยจะได้รับการปิดตาด้วยฝาครอบตาหรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Eye Patch หรือ Padซึ่งออกเสียงคล้องจองกับคำว่า ผัด ในภาษาไทย “ผัดไทย” อาหารขึ้นชื่อของประเทศไทยจึงถูกเลือกมาเป็นเมนูสร้างบุญกุศลในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิฯ สานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยให้คนไทยมองเห็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

       Pad-Thai-Eyes … กินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น

การจัดโครงการกินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็นที่ผ่านมามูลนิธิฯ   ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสมาคมและชุมชนชาวต่างชาติต่างๆ อาทิ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมชาวอังกฤษแห่งประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เป็นต้น ได้รับเงินบริจาคสมทบทุนรวมกว่า 500,000 บาท

โครงการนี้อยากขอเชิญชวนร้านอาหารไทยต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงในต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยทุกท่านที่สั่งเมนูผัดไทย ร้านอาหารที่ร่วมโครงการสามารถร่วมบริจาคเงิน (5 บาท / 10 บาท / 1 ปอนด์ / 1 ยูโร) เพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ

กินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น

การจัดโครงการฯ ในครั้งนี้มูลนิธิฯ ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดีจากสมาคมต่างๆ ห้างร้าน ดาราและสื่อมวลชน เช่น บริษัทแคปปิตอลทีวี (เดสติเนชั่นไทยแลนด์), โรงเรียนสอนทำอาหารบลูเอเลเฟ่น, คุณแอนดรู บิกส์, คุณนาตาลี เกลโบว่า อดีตนางงามจักรวาล, คุณเอี๊ยง สิทธา สภานุชาตินักแสดงช่อง 8 และที่ขาดไปไม่ได้คือ คุณปรียกิติ์ บูรณสิน มาสคอตนิโคลัสแบร์หรือคุณฟอกซ์ ที่จะเป็นตัวแทนเล่าถึงโครงการกินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็นผ่านยูทูป และช่องทางโซเชียลมีเดีย

คุณปรียกิติ์ กล่าวว่ามูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือเรื่องการผ่าตัดต้อกระจกตาด้านขวาของเขาจนหายเป็นปกติ ด้วยความที่ว่าเขาไม่มีเงินรักษา มูลนิธิฯ ได้ช่วยเขาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จากการเล็งเห็นคุณค่าของงานมูลนิธิฯ ที่ช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง นิโคลัสแบร์จึงอยากช่วยหารายได้สมทบทุน บรรดาเพื่อนๆ ของนิโคลัสแบร์จึงร่วมมือกันสานต่องานนี้ให้บรรลุผลสำเร็จ

คุณนาตาลี เกลโบว่า เชื่อมโยงคอนเซ็ปต์ระหว่างการกินผัดไทยกับรูปของนิโคลัสแบร์พร้อมกับฝาครอบตาหลังจากการผ่าตัด และเธอมีความยินดีขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมกินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น ผัดไทยทุกจานคือโอกาสในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม

เชฟแซนดร้า เสตปป เจ้าของร้านอาหารไทยบลูเอเลเฟ่น นำร่องร่วมโครงการนี้เป็นแห่งแรก และอยากจะขอเชิญชวนร้านอาหารไทยในประเทศไทยและทั่วโลกสนับสนุนโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมนี้

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา คุณเอี๊ยง สิทธา สภานุชาติ ร่วมกับคุณคีท โนลานและบรรดาเพื่อนๆ ศิลปินวงดนตรีแจส Cotton Mouth ได้จัดคอนเสิร์ตการกุศลผัดไทยปาร์ตี้ (Pad Thai Party) โดยคณะผู้จัดงานได้รับความกรุณาจากท่านไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สนับสนุนสถานที่จัดงานภายในสวนร่มรื่นของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ โดยมีคุณแอนดรู บิกส์ ร่วมเป็นพิธีกร คอนเสิร์ตในครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ สมทบทุนมูลนิธิฯกว่า 232,000 บาท

มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน มีความมุ่งมั่นสานต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ในการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อรักษาผ่าตัดตาต้อกระจกฟรีให้แก่ประชาชนที่ยากจน รวมถึงสนับสนุนการค้นคว้า วิจัย และอบรมจักษุวิทยาในทุกสถานพยาบาล ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะเปิดโรงพยาบาลมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน กรุงเทพฯ เพื่อรักษาโรคตาฟรีให้แก่ประชาชนที่ด้อยโอกาส จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการกินผัดไทย ช่วยคนไทยให้มองเห็น จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านร่วมกันสร้างบุญกุศลในครั้งนี้

ใช้รองเท้าถูกลักษณะไกล “โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286787

ใช้รองเท้าถูกลักษณะไกล “โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ”

อาการ, รองเท้าที่ถูกลักษณะ, น้ำหนักเกิน, ยืนนาน, เดินนาน, โรครองช้ำ, โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ

สธ.เตือนยืนนาน เดินนาน น้ำหนักตัว มากเสี่ยงโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ แนะเลือกใช้รองเท้าที่ถูกลักษณะช่วยป้องกันได้หากมีอาการปวดส้นเท้าผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

       นพ.เกียรติภูมิ  วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ. เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือ โรครองช้ำ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยจะพบมากในวัยทำงานที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวตัวมาก ผู้ที่ยืนนาน เดินนาน ผู้ที่ต้องยืนตลอดกะการทำงานทั้ง 8 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น เช่น พนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พนักงานโรงงาน พยาบาลห้องผ่าตัด เป็นต้น ผู้ที่สวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมเป็นประจำ เช่น รองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้า และผู้ที่มีอุ้งเท้าเท้าแบนหรือโก่งเกินไป

ทั้งนี้ โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ จะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในระยะแรกอาจเกิดอาการภายหลังการออกกำลังกาย เดิน หรือยืนนาน ๆ แต่ถ้าอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา ลักษณะเฉพาะของโรคนี้ คือ เมื่อลุกขึ้นเดิน 2–3 ก้าวแรกหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า หรือ หลังจากนั่งพักขาเป็นเวลานาน จะรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้า เนื่องจากเกิดการกระชากของเอ็นฝ่าเท้าที่อักเสบอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อเดินไประยะหนึ่ง เอ็นฝ่าเท้าจะค่อยๆ ยืดหยุ่นขึ้น อาการเจ็บส้นเท้าจึงค่อย ๆ ทุเลาลง

โฆษก สธ.กล่าวต่อไปว่า โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงหากเป็นแล้วจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องใช้เวลาในรักษาเป็นระยะเวลานาน หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษาจนลุกลาม อาจทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อของสะโพกและบั้นเอวด้วยจากลักษณะการเดินที่ผิดไปจากอาการเจ็บส้นเท้า

“การป้องกันโรคดังกล่าว ควรเลือกใช้รองเท้าที่ถูกลักษณะ มีตัวรองส้นที่นุ่ม พื้นไม่บางหรือแข็งเกินไป พร้อมลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ลดน้ำหนัก ไม่ยืนหรือเดินมากเกินไป หากมีอาการปวดส้นเท้าผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป”นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ขอหยุดวิจารณ์ผลิตครู 4 ปีหรือ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286785

ขอหยุดวิจารณ์ผลิตครู 4 ปีหรือ 5 ปี

ครุศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, หลักสูตรครู 5 ปี, หลักสูตรครู 4 ปี, สคศท, ขอหยุดวิจารณ์ผลิตครู, ปีหรือ, สคศท

ประธานส.ค.ศ.ท. ขอหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลิตครู 4 ปีหรือ 5 ปี โดยให้ความเข้าใจต้นเรื่องที่มาของข้อมูลให้ชัดๆเพื่อความเข้าใจให้ตรงกัน

       รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ -ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์การผลิตครู 4 ปี หรือ 5 ปี ที่เริ่มแสดงความคิดเห็นขยายวงมากเกินจริง โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้….

ได้เคยเรียนไปแล้วว่าสภาคณบดีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ได้เคยมีมติในที่ประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ไปแล้วว่า “แม้ว่าเสียงโหวตของสมาชิกส่วนใหญ่จะสนับสนุนให้ผลิตครู 4 ปี ก็ตามแต่สภาคณบดีจะยังไม่ถือเป็นมติ จะยังมีการศึกษา วิจัยอย่างลุ่มลึก รอบด้าน จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจนมั่นใจและมีความเห็นพ้องต้องกันจริงๆเราจึงจะเดินหน้าต่อไป เพราะประเทศชาติจะเสียหายอะไรไม่ได้อีกแล้ว…ดังนั้นตอนนี้….

สภาคณบดีฯ จะขอเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายค่ะ จะถือว่าทุกความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่า เพราะทุกคนอยู่ในวงการผลิตครูหรือเกี่ยวข้องกับวงการผลิตครูเหมือนกัน ต่างมีมุมมองและประสบการณ์จริงที่แตกต่างกัน และตอนนี้ก็พอจะวิเคราะห์ได้บ้างแล้วว่าจุดโหว่ของความแตกต่างระหว่างความคิดอยู่ตรงไหน นั่นเป็นเพราะแต่ละคนมองบนประสบการณ์ของตนเองและมองคนละมุมจริงๆ

สภาคณบดีฯขอย้ำอีกครั้งว่า สภาคณบดีฯ จะหาทางศึกษา วิจัยร่วมมือระหว่างกันอย่างจริงจังและจริงใจ เราจะร่วมมือกันศึกษาให้กว้าง ลึกและรอบด้าน จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างคุณภาพ ความเข้มแข็ง และรักษาเกียรติศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูอย่างไม่มีอคติและมิจฉาทิษฐิ …

จะรับฟังทุกข้อมูลและเอาทุกความคิดเห็นมาวิเคราะห์ แม้จะต้องเสียเวลาช้าไปบ้างก็จำเป็นต้องทำเพราะเราจะทำอะไรง่ายๆและผิดพลาดในเรื่องสำคัญๆเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว..

ตอนนี้..จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันช่วยกันศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ่ง จรืงใจ บนหลักการทางวิชาการเพื่อเป็นการกอบกู้ พัฒนาและร่วมกันปกป้องวิชาชีพครูให้ดีมึคุณภาพให้สมกับเป็นวิชาชีพชั้นสูง…

… ที่ผ่านมาเราก็ย่ำแย่กันมามากพอแล้วไม่ใช่หรือ…..

ดังนั้น ตอนนี้อยากขอร้องทุกคนว่า..เราจะหยุดพูดถึง 4 ปีหรือ 5 ปี ซึ่งเป็นปลายเหตุเสียก่อนค่ะ เพราะรังแต่จะสร้างความร้าวฉานมากขึ้นและ..ถกเถียงกันไม่รู้จบ… แต่เราจะกันมาช่วยกันพิจารณาว่า…..ถ้าจะผลิตครูที่ดีมีคุณภาพ จะต้องมีอะไรบ้าง จะต้องคำนึงถึงหรือมีปัจจัยอะไรบ้างและจะต้องทำอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมามันมีข้อดีข้อเสียอะไร/อย่างไร แล้วต่อไปมันควรจะเป็นอย่างไร จึงจะทำให้การผลิตครูมีคุณภาพมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนและประเทศชาติ และสุดท้ายแล้วมันจะใช้เวลากี่ปี จะสี่ปีหรือ 5 ปีก็จะต้องตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพค่ะ

… ทั้งนี้บางทีเวลาเรียนที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นอาจไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นก็ได้ มันอาจมาจากปัจจัยอื่นๆก็ได้ จึงต้องมาศึกษา พิจารณากันให้รอบคอบว่ามันอยู่ที่อะไรกันแน่

ดังนั้น..เราจึงต้องมาร่วมด้วยช่วยกันศึกษาวิเคราะห์และค้นหาคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดร่วมกัน โดยต้องยอมรับในเหตุผล ข้อมูลและเสียงส่วนใหญ่ …ทั้งนี้เราทุกคนจะต้องละวางความคิดเดิมของให้หมดและมาตั้งต้นศึกษาวิเคราะห์ร่วมกันใหม่โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะเจอะเจอกับปัญหาอะไร ถ้าจะทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่าต้องสู้ เพราะถ้าคิดถึงแต่ปัญหา เราก็จะไม่กล้าทำอะไรเลย …..

ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ทราบว่าคุรุสภาเขาก็ยังไม่ได้สรุป ตัดสินใจอะไรเลย เป็นเพียงข้อเสนอของบางฝ่ายที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือไปยังคุรุสภาซึ่งเขาต้องรับฟัง และคุรุสภายังเสนอให้สภาตณบดีฯทำการศึกษาวิจัยให้ดีก่อนด้วยซ้ำไป ท่านที่เตือนมาด้วยความเป็นห่วงว่าประธานสภาคณบดีจะตกเป็นเครื่องมือของใครนั้น..ไม่ต้องกังวล เพราะจะยึดประโยชน์ของเทศชาติเป็นที่สำคัญ..

….ซึ่งตอนนี้ สภาคณบดีฯก็ได้มีการประสานงานกับคุรุสภาเพื่อจะดำเนินการ ซึ่งท่านท่านทั้งหลายคงจะได้ร่วมมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันในที่ประชุมอย่างเปิดเผย โปร่งใส อันจะเกิดประโยชน์และมีผลในทางปฏิบัติมากกว่า

จึงเรียนมาให้ทราบเพราะหลายคนที่เข้ามาวิพากษ์ วิจารณ์ ในสื่อสังคมเริ่มโทษคนโน้นคนนี้ เกินเลยไปจากที่มาหรือต้นเรื่องจริงๆ

ขอให้อดใจรอ ถ้าโครงการวิจัยผ่านที่ประชุมของคุรุสภาจริงๆ เราจะได้เริ่มร่วมมือดำเนินงานกันอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ถ้าข้อเสนอโครงการของสภาคณบดีฯไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าสภาคณบดีฯได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว แต่สภาคณบดีฯก็จะยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปโดยจะหันกลับไปพัฒนาคุณภาพการผลิตครูตามบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่ต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ

ดีเอ็นเอผู้ป่วยมะเร็งทำนายโรคคนในครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286715

ดีเอ็นเอผู้ป่วยมะเร็งทำนายโรคคนในครอบครัว

4 ลักษณะ, เก็บตัวอย่าง, สกว, ดีเอ็นเอ, ผู้ป่วย, มะเร็ง, ทำนาย, โรค, คนใน, ครอบครัว

แพทย์ ระบุมะเร็งถ่ายทอดคนในครอบครัว พบได้สูงร้อยละ 5-10 ของมะเร็งทั้งหมด เผย 4 ลักษณะทำให้สงสัยะเร็งถ่ายทอดในครอบครัว

      ศ. นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงการพบมะเร็งเกิดซ้ำในคนเดียวกันหลายครั้ง ว่า ในคนที่อายุน้อยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมสูง ดังนั้น จึงควรเก็บดีเอ็นเอของผู้ป่วยไว้สืบหายีนที่กลายพันธุ์ ทั้งนี้ บุตรและพี่น้องเป็นญาติที่มีความเสี่ยงสูง หากไม่มีผลการตรวจดีเอ็นเอควรจะตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตามหลักแพทย์ต้องให้คำแนะนำเพราะค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว

ทั้งนี้ มะเร็งที่มีการถ่ายทอดในครอบครัว พบได้สูงร้อยละ 5-10 ของมะเร็งทั้งหมด หากทราบว่าเป็นการถ่ายทอดในครอบครัวและเป็นยีนใดนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นการรักษาชีวิตทุกคนที่มียีนนี้ หากเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อย เช่น มะเร็งเต้านมในครอบครัว การป้องกันโรคจะทำได้โดยง่าย เช่น กรณีของแองเจลินา โจลี ดาราฮอลลีวูดที่ได้ทำการผ่าตัดเต้านมและรังไข่ออกในเวลาที่ก่อนจะเป็นมะเร็ง หลังจากทราบประวัติของพี่สาวที่มียีนกลายพันธุ์ยีนเดียวกัน

ดีเอ็นเอผู้ป่วยมะเร็งทำนายโรคคนในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม มะเร็งที่พบในครอบครัวมีอีกจำนวนมากที่ยากต่อการวินิจฉัยและทราบถึงยีนที่กลายพันธุ์ ในกลุ่มนี้ทางออกปัจจุบันคือการเก็บดีเอ็นเอของผู้ป่วยเพื่อหาการกลายพันธุ์ในอนาคต ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำนายโรคของผู้อื่นในครอบครัว

ลักษณะทั่วไปที่จะทำให้สงสัยว่ามะเร็งนั้น ๆ ถ่ายทอดในครอบครัว ได้แก่ 1. การพบว่ามีเครือญาติเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน 2. เป็นมะเร็งเมื่ออายุน้อยกว่าผู้ป่วยทั่วไปที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน 3. เป็นมะเร็งมากกว่าหนึ่งที่และการเป็นซ้ำ 4. เป็นมะเร็งมากกว่าหนึ่งชนิด

“ผู้ป่วยควรให้ข้อมูลประวัติกับแพทย์ผู้รักษา เพื่อขอคำปรึกษาว่ามะเร็งที่เป็นมีโอกาสถ่ายทอดในครอบครัวหรือไม่ และความรู้ทางพันธุกรรมจะช่วยทุก ๆ คนในครอบครัว”ศ.นพ.อภิวัฒน์ กล่าว

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286720

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

ระบบถนอมสายตา, ทีวีระบบ Ambient light, มทรธัญบุรี, มทร, ทีวี, ถนอม, สายตา, สนุก, ได้, แม้, ปิดไฟ

มทร.ธัญบุรี พัฒนาระบบ Ambient light ระบบต้นแบบเพื่อการดูทีวี ถนอมสายตา – เพิ่มอรรถรสการชม แม้ปิดไฟ

       ความอ่อนล้าทางสายตา ตาแห้ง หรือปวดตา เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำงานจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือ หรือแม้แต่การดูทีวี และหากปิดไฟด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้เกิดการเพ่งสายตาที่หน้าจอ ม่านตาขยายใหญ่กว่าปกติ เกิดความดันในลูกตา อาจทำให้เกิดความเครียดและเสี่ยงต่อโรคทางตา เช่น ตาเสื่อมหรือบอดได้

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

ปัจจุบันมีงานวิจัยผลกระทบของความสว่างโดยรอบของภาพที่ทำให้เกิดความเมื่อยล้าและความเครียดของตาในขณะที่ดูทีวี จึงมีทีวีระบบ Ambient light ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อความบันเทิงในการรับชม ซึ่งระบบ Ambient light ช่วยถนอมสายตาเวลาปิดไฟดู โดยใช้ไฟ LED ด้านหลังจอ เป็นแสงที่สะท้อนไปยังพื้นที่ด้านหลัง กำแพงหรือผนังห้องด้านหลังของทีวี ซึ่งแสงนั้นจะใช้ตำแหน่งและสีที่สอดคล้องกับภาพที่แสดงบนหน้าจอทีวี จึงทำให้รู้สึกว่าสีของภาพที่แสดงนั้นขยายออกไปยังพื้นที่ด้านหลังด้วย

การชมทีวีในระบบ Ambient light จะใช้แสงสว่างรอบนอกหรือภายในห้องน้อยมาก จึงช่วยถนอมสายตาขณะปิดไฟเวลารับชม เนื่องจากไฟ Ambient light จะช่วยให้กำแพงด้านหลังสว่างขึ้นเล็กน้อย เพื่อที่ดวงตาจะได้ไม่ต้องเผชิญกับความต่างที่มากเกินไประหว่างแสงจอทีวีและความมืดด้านหลังจอ ทั้งยังช่วยให้ม่านตาไม่ต้องทำงานในลักษณะเปิดปิดที่เร็วเกินไป เมื่อเราละสายตาจากทีวีแล้วเลื่อนไปยังกำแพง

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

น.ส.มัณฑนา  จิตวิขาม และ นายธนกร  สุธรรม

นายธนกร  สุธรรม และ น.ส.มัณฑนา  จิตวิขาม นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานวิจัยผลกระทบของความ    สว่างโดยรอบของภาพที่ทำให้เกิดความเมื่อยล้าและความเครียดของดวงตาในขณะที่ดูทีวีของ Philips ที่ได้คิดค้นระบบทีวีแบบถนอมสายตา จนนำมาสู่การออกแบบและสร้างระบบให้แสงสว่างโดยรอบสำหรับติดตั้งกับทีวีด้วยหลอด TRI-COLOR LED ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจจับสัญญาณสีของภาพที่มุมจอทีวีที่แสดงทั้งสี่ด้าน และสั่งงานให้ TRI-COLOR LED แสดงสีของแสงได้ใกล้เคียงกันกับภาพที่ออกมาจากจอทีวี ซึ่งทีวีจะแสดงสีออกมาที่ด้านหลังของจอ ทำให้เกิดความสว่างขึ้นที่กำแพงและทำให้ดวงตาไม่รู้สึกว่าแสงจากจอทีวีสว่างมากเกินไป ซึ่งมี นายบุญฤทธิ์  คุ้มเขต อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษา

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

ธนกร เล่าว่า ระบบให้แสงสว่างโดยรอบบนจอทีวีโดยใช้แอลอีดีชนิดสามสี ใช้โปรแกรม Bambilight เป็นตัวตรวจจับภาพและแสงสีจากหน้าจอทีวี โดยใช้โปรแกรม Arduino ออกแบบและสร้างระบบให้แสงสว่างโดยรอบสำหรับติดตั้งกับทีวีด้วย TRI-COLORLED และใช้รูปแบบการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ในการแสดงผลภาพออกมาซึ่งได้ทำการทดสอบการแสดงสีเพื่อให้ความสว่างขณะดูทีวีหลังจากที่ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพแล้ว พบว่าระบบสามารถส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปยังบอร์ด Arduino ได้และสั่งการให้หลอด LED WS2811 strip แสดงสีได้ตามที่ต้องการ ส่วนการทดสอบในระบบ Bambilight เมื่อทำการตรวจจับสีตามช่วงที่กำหนดไว้สามารถจับสีได้ และสามารถควบคุมการตรวจจับสีของภาพที่มุมจอโทรทัศน์ที่แสดงทั้งสี่ด้านได้

ดูทีวีถนอมสายตา-สนุกได้แม้ปิดไฟ

ด้าน มัณฑนา เล่าว่า การออกแบบระบบให้แสงสว่างโดยรอบบนจอทีวีโดยใช้แอลอีดีชนิดสามสีครั้งนี้ ทำให้เข้าใจหลักการทำงานของไมโครคอนโทรเลอร์ หลักการทำงานในการตรวจจับสีของภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ และสามารถนำความรู้ไปพัฒนาการดูทีวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยถนอมสายตาและเพิ่มอรรถรสการรับชม

ผู้สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อไปที่ อ.บุญฤทธิ์ โทร.098-9985619

“งดเหล้าเข้าพรรษา” แคมเปญพักตับนักดื่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286731

“งดเหล้าเข้าพรรษา” แคมเปญพักตับนักดื่ม

15ปี, นักดื่มหน้าใหม่, พักตับ, สถิติ, เลิกเหล้า, งดเหล้าเข้าพรรษา, แคมเปญพักตับนักดื่ม, เข้าพรรษา, ลดนักดื่ม พักตับได้จริงๆ หรือ, คสช, สสส, เฉลี่ยภายใน 10วัน, รุ่นที่1, ชรมคนหัวใจเพชร

  ผลการประเมินผลพบว่ามีประมาณครึ่งหนึ่งที่หยุดดื่มเหล้าได้ตลอดพรรษาสามเดือน และ ยังพบว่าจากผลของการงดดื่ม พบว่า 81.2% ระบุประหยัดค่าใช้จ่ายได้

     ทุกๆ ช่วงเทศกาลปฏิเสธไม่ได้ว่า กิจกรรม “งดเหล้า” กลายเป็นกิจกรรมหลักที่มีให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ สงกรานต์ สัปดาห์พระพุทธศาสนา “เข้าพรรษา” อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่มีการรณรงค์ของหลากหลายหน่วยงาน ให้ประชาชนคนไทย นักดื่มหน้าเก่า-ใหม่ ได้ “ลด ละ เลิกการดื่ม พักตับ พักใจ ทำสมาธิ เข้าวัด ฟังธรรม”

     แต่ทำมาอย่างต่อเนื่อง 15 ปี “ลดนักดื่ม พักตับได้จริงๆ หรือ” ?

     “ขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่ารัฐบาลได้กำหนดให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 9 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ วันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญที่ชาวพุทธจะได้กำหนดจิตแน่วแน่ในการบำเพ็ญความดีให้ยิ่งขึ้นเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งการงดดื่มสุราก็จะถือเป็นมหากุศลด้วย เพราะหากผิดศีลข้อ 5 แล้ว ย่อมมีโอกาสละเมิดศีลข้ออื่นได้โดยง่ายในปี 2560 นี้ ตนได้ให้คำขวัญเนื่องในวันงดดื่มสุราว่าห่างไกลสุรา ประชาเป็นสุข ปลอดภัยพาชาติไทยเจริญ” คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ฝากถึงประชาชนคนไทย

     "งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

     สุราก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ดื่มเอง ครอบครัว บุคคลรอบข้างชุมชน สังคม และประเทศชาติ ด้วยมาจากที่การดื่มสุรา ก่อให้เกิดโรคภัยมากมายที่ส่งผลถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ขอเชิญชวนพ่อ แม่ พี่ น้อง ชาวไทยทุกท่าน ลด ละ เลิกสุรา และ ช่วยกันปกป้องเยาวชนของเราให้ห่างไกลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    “สธ.จัดกิจกรรมวันงดดื่มสุราแห่งชาติ” นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปี 2557 องค์การอนามัยโลกระบุว่า คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับที่ 78 ของโลก เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง และจากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย ยังพบว่าครัวเรือนที่มีสมาชิกดื่มสุราจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6-8% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อเป็นการรณรงค์ให้คนไทยลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์

     คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ให้ “วันเข้าพรรษา”เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญเนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2560 ว่า “ห่างไกลสุรา ประชาเป็นสุข ปลอดภัย พาชาติไทยเจริญ” ร่วมรณรงค์ให้พี่น้องชาวไทยทำสิ่งดีๆ เริ่มต้นที่ตัวเรา ไม่ต้องใช้ต้นทุนหรือมีค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแค่ ลด ละ เลิกดื่มสุรา ในช่วงเข้าพรรษา งดให้ได้ครบพรรษา และตลอดไป เพื่อประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัว

      ปัจจุบันวัยรุ่นและเยาวชนไทย มีพฤติกรรมการดื่มสุราเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประชากรอายุ 15 – 24 ปี เป็นกลุ่มที่เริ่มดื่มเบียร์ครั้งแรกในชีวิตสูงสุด คิดเป็น 51.94% ของผู้ดื่มทุกกลุ่มอายุ และเป็นกลุ่มที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับ 1 และจากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปี 2558 พบว่าประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ประมาณ 18 ล้านคน มีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุจราจร การทะเลาะวิวาท อาชญากรรม การฆ่าตัวตาย รวมถึงความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

      จากการประเมินโครงการ “งดเหล้าครบพรรษาปี 2559” โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ประชากรไทยกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัด รวม 4,296 ตัวอย่าง พบว่า 3 ใน 4 หรือ 74.2% เคยพบเห็น/รับรู้ถึงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2559 โดยคนที่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2559 มีถึง 12 ล้านคน โดย 5.8 ล้านคน หรือ 32.2% งดตลอด 3 เดือน ได้สำเร็จ อีก 2.9 ล้านคน หรือ 16.3% งดเป็นบางช่วง และ 3.3 ล้านคน หรือ 18.6% ไม่งด แต่ลดการดื่มลง ส่งผลให้ประมาณการว่าช่วยประหยัดเงินไป 13,459 ล้านบาท

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล

      ขณะที่ ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 15แล้ว ตั้งแต่มีเพียง 40% ของผู้ดื่มสุราที่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2546 ขึ้นมาเป็น 70 – 80% ในช่วงสองสามปีหลังนี้

      ผลการประเมินผลพบว่ามีประมาณครึ่งหนึ่งที่หยุดดื่มเหล้าได้ตลอดพรรษาสามเดือน และ ยังพบว่าจากผลของการงดดื่ม พบว่า 81.2% ระบุประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 80.5% ระบุสุขภาพร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้ยังมี 50.2% ระบุสุขภาพจิตใจดีขึ้น และ31.1% ระบุลดปัญหาในครอบครัว/มีความสุขในครอบครัวมากขึ้น

      และเมื่อสอบถามถึงแนวโน้มของการดื่มหลังออกพรรษา พบว่ากลุ่มเป้าหมาย มีความตั้งใจจะงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปหลังจากออกพรรษา 60.5% ตั้งใจจะงด/ลด ให้น้อยลง โดยมี 13% ตั้งใจจะเลิกไปเลย ขณะที่26.1% จะกลับมาดื่ม(เฉลี่ยภายใน 10วัน)

      “ด้วยพบว่าเกิดข้อดีมากมายจากการงดเหล้าเข้าพรรษา ทางสสส.และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จึงพัฒนาให้เกิดการเลิกเหล้าตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่สมัครใจขึ้น โดยสนับสนุนให้เกิดการตั้งชมรมคนหัวใจเพชร ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่เลิกเหล้าโดยเด็ดขาดได้อย่างต่อเนื่องสามปีขึ้นไป มารวมตัวกันเพื่อที่จะให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน และ เพื่อที่จะไปแสดงตัวเป็นบุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกดื่มสุราได้อย่างเด็ดขาด โดยไปช่วยเหลือแนะนำให้คนที่ยังดื่มสุราอยู่ให้เลิกดื่ม และ ไปแนะนำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ห่างไกลจากสุราต่อไป” รองผู้จัดการ สสส.กล่าว

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

       สำหรับกิจกรรม “การรณรงค์เข้าพรรษาปี 2560” นี้ เน้นความร่วมมือจากชุมชนจนถึงระดับอำเภอ และจังหวัด ในการ ชวน ช่วย ชมเชียร์ ให้คน ลด ละ เลิกเหล้า จึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากก่อนเข้าพรรษา จะมีการจัดกิจกรรมคนบวชใจปฏิญาณตนใน 77จังหวัด

      จากนั้นระหว่างพรรษามีการให้กำลังใจคนเลิกเหล้าครบพรรษา ที่เรียกว่า “คนหัวใจเพชร” ซึ่งจะมีการจัดเวทียกย่องในช่วงออกพรรษา สำหรับคนที่ผ่านการงดเหล้าและเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต อย่างน้อยครบ 3ปี ขึ้นไปจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกชมรม“คนหัวใจเพชร” พร้อมกันนี้ในแต่ละจังหวัดจะก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรขึ้น โดยจะมีสมาชิกชมรมนักรณรงค์จิตอาสาคนหัวใจเพชรเป็นนักรณรงค์จิตอาสาคนหัวใจเพชร..ปี 2560 (รุ่นที่1)เพื่อช่วยเหลือให้กำลังใจคนที่กำลังเลิกเหล้าให้สามารถทำความตั้งใจได้สำเร็จ

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

นายธีระ วัชรปราณี

     ด้าน นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า บอกว่า จากการขับเคลื่อนกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาในช่วง 3 เดือนใน 15 ปีผ่านมา มีผู้ร่วมงดเหล้ามากขึ้น 70-80% จากที่ในปีแรกมีผู้เข้าร่วมเพียง 15% โดยพบว่าสามารถงดได้ตลอดเวลา 3 เดือนอยู่ที่ 30% อีก 40% ส่วนใหญ่จะแหกพรรษาใน 1 เดือนแรก เนื่องจากมีการสังสรรค์ เพื่อนชักชวนดื่ม แต่อย่างน้อยก็ลดความถี่ในการดื่ม ขณะที่จำนวนผู้ที่ลด ละ เลิกได้ต่อเนื่องมีประมาณ 4-5% ทั้งนี้ คนไทยดื่มเหล้าประมาณ 17 ล้านคน หรือคิดเป็น 30% ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่อย่างน้อยในการรณรงค์ให้ลด ละ เลิกดื่มในช่วงเข้าพรรษานี้ก็พบว่า คุณภาพชีวิตดีขึ้น สภาพสังคมดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข อุบัติเหตุลดลง

"งดเหล้าเข้าพรรษา" แคมเปญพักตับนักดื่ม

“ชรมคนหัวใจเพชร” ปฏิญาณตนงดเหล้า

     การรณรงค์เพื่อให้คนเลิกดื่มอย่างถาวร ยังเป็นงานที่ยาก และต้องใช้ต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องของจิตสำนึก ขณะเดียวกัน สังคมไทยมีค่านิยมว่ามีงานเลี้ยงสังสรรค์ ต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่รวมกับการตลาดของธุรกิจน้ำเมา ที่มักหาช่องทางในการส่งเสริมการขาย ลดแลกแจกแถม อีกทั้งยังมีร้านค้าที่ทำให้คนเข้าถึงการดื่มได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กเยาวชนกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ มีเพิ่มขึ้นปีละ 2.5 แสนคน เพราะฉะนั้น การจะแก้ปัญหาการดื่มเหล้า ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน กรบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเข้มข้นด้วย

      อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีสร้างเครือข่าย “คนหัวใจเพชร” กระจายทุกจังหวัด ธีระ บอกว่า ตั้งเป้าให้มีแกนนำหัวใจเพชร ในทุกจังหวัดๆละ 10-20 คน ซึ่งมาจากคนที่เลิกดื่มมาต่อเนื่อง และตั้งใจจะเลิกดื่มตลอดชีวิต มาช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนให้ทุกคนหยุดการดื่ม “ปีนี้จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางเครือข่ายฯจึงเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมทำความดี ลด ละ เลิกดื่ม เพื่อถวายในหลวงร.9 ด้วยใช้วิธีการไปชวน ช่วย เชียร์”นายวีระ กล่าวทิ้งท้าย

      o ทีมข่าวคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com o

       ภาพ สสส.

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286717

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ห่มผ้าพระเจดีย์, วัดสระเกศ, โรงเรียนตากพิทยาคม, จตาก, สุโขทัย-ตาก

โรงเรียนตากพิยาคม สืบสานวัฒนธรรมม ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา 2560

     นางสคราญจิต ศริญญามาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนตากพิทยาคม อ.เมือง จ.ตาก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 (สุโขทัย-ตาก)  นำคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนตากพิทยาคม ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนตากพิทยาคมในปัจจุบัน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2560  ณ เจดีย์วัดสระเกศ โรงเรียนตากพิทยาคม

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ห่มผ้าพระเจดีย์วัดสระเกศ จ.ตาก

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286711

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

800, หลักสูตรบริหารการศึกษา, นักศึกษาปริญญาโท, มกรุงเทพธนบุรี, 9 กค60, รหัส 57

กลุ่มนักศึกษาป.โท รหัส 57 บริหารการศึกษา รวมตัวเก็บเอกสารหลักฐาน เข้าพบสภาทนายความ 25 ก.ค.นี้ยื่นฟ้องม.กรุงเทพธนบุรี จ่ายค่าเสียหายหลังจบแล้วไม่ได้รับใบวิชาชีพ

       ที่บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ในวันนี้ (9 ก.ค.60) ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 (รหัส 57) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รวมตัวกันเพื่อส่งเอกสารและเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัย จ่ายค่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวคืน จำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามก็หมาย 7.5% ต่อปี ที่เรียนจบแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ อีกทั้ง คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตร และมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่ขออนุญาตด้วย

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

นายนิโรธ นิ่มวิวัฒน์

นายนิโรธ นิ่มวิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา รุ่น 1/2557 กล่าวว่า ในวันนี้กลุ่มนักศึกษา ซึ่งลงทะเบียนไว้ประมาณ 800 คนจะมายื่นเอกสาร หลักฐานและเซ็นมอบอำนาจให้ตน เป็นตัวแทนในการยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชดใช้ค่าเสียหายในการเรียนหลักสูตรดังกล่าวเต็มจำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมถึงเรียกร้องให้คุ้มครองว่าผู้ที่เรียนจบหลักสูตรดังกล่าว มีศักดิ์และสิทธิตามกฎหมาย สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาจากคุรุสภาได้ โดยในวันที่ 25 ก.ค.นี้จะนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด ไปส่งให้กับทางสภาทนายความ ขณะเดียวกัน จะส่งเอกสารหลักฐานไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มได้ส่งหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมด้วย

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการประสานกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อเยียวยานักศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เคยรับเงินชดเชยมาแล้ว 30,000 บาท จำนวน419 คน ซึ่งในกลุ่มนี้มีบางรายยังไม่ได้รับเช็คและได้แจ้งสละสิทธิ  2.กลุ่มที่รับ 70,000 บาท จำนวน 385 คน แจ้งถอนสิทธิ์ 25 คน และ 3.กลุ่มที่ไม่เคยรับเงินชดเชยมาก่อนเลย จำนวน 294 คน โดยเรียกร้องให้จ่าย 147,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย7.5%

“ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ เราต้องเสียโอกาส เช่น ถูกเพิกถอนสิทธิการสอบผู้บริหารสถานศึกษา เพราะไม่มีใบอนุญาตฯ หรือเมื่อเกิดความเสียหาย มหาวิทยาลัยก็ไม่เคยแจ้งข่าวหรือประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาได้ นอกจากนี้ ในการจ่ายชดเชยก็ยังมีการทำสัญญาให้นักศึกษาที่รับเงินไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งจากที่ปรึกษากับทนาย ระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนสาเหตุที่ได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากันนั้น เพราะกลุ่มที่ได้รับ 70,000 บาท คือกลุ่มได้ไปยื่นกับทางสภาทนายความเพื่อเตรียมการฟ้องร้อง จึงมีการไกล่เกลี่ยร่วมกันและจ่ายส่วนนี้ให้ ซึ่งผมเองก็อยู่ในกลุ่มที่จะได้รับ 70,000 บาทแต่ได้ยื่นสละสิทธิ์ไม่ขอรับ”นายนิโรธ กล่าว

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

นายนิโรธ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวที่ตัดสินใจมาเรียนเพราะมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ไปประชาสัมพันธ์ แนะนำหลักสูตรที่จังหวัดหนองคาย โดยบอกว่าหลักสูตรฯ นี้มีศักดิ์และสิทธิ์ตามกฎหมาย จบแล้วสามารถนำไปขอใบอนุญาตฯผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ ซึ่งคนที่ตัดสินใจมาเรียนก็เพื่อนำไปขอใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษา นำไปใช้ในการสอบผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการ หรือ บางคนนำวุฒิปริญญาโทไปสมัครเรียนต่อระดับปริญญาเอก ในสถาบันอุดมศึกษาอื่น ปรากฎว่าได้รับการปฏิเสธ กลายเป็นว่าเรียนไม่ได้ และต้องเรียนเฉพาะที่นี่แห่งเดียว

ด้าน นักศึกษาปริญญาโทรายหนึ่ง จากจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตัดสินใจร่วมยื่นฟ้องแม้จะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับเงินชดเชย 30,000 บาทไปก่อนหน้านี้ ยิ่งมารู้ว่ามีอีกกลุ่มที่มาเรียกร้องผ่านสภาทนายความได้รับ 70,000 บาท ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่ผ่านมาก็จ่ายเงินครบตลอดหลักสูตร 147,000 บาท ซึ่งถ้ารวมค่าเดินทาง ค่าทำวิทยานิพนธ์ต่างๆ เบ็ดเสร็จตลอดการเรียนเกือบ 200,000 บาท เพื่อหวังจะได้ความรู้ ได้วุฒิการศึกษาและใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษา เป็นช่องทางก้าวหน้าในอาชีพ

ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ

“ตอนที่มีตัวแทนไปประชาสัมพันธ์หลักสูตร รู้สึกสนใจ ซึ่งเขาบอกเรียนง่ายได้ความรู้มาเรียนที่กรุงเทพฯเดือนละ 2 ครั้ง ก็เหมารถกันมากับครูอื่นๆ รวม 12 คน มาเรียนรวมในห้องเรียน ห้องละประมาณ 100 กว่าคน บางวิชา 200 กว่าคนโดยมีอาจารย์มาสอนด้วยตนเอง ไม่ใช่การสอนผ่านทีวี ซึ่งเราก็ได้ความรู้ ช่วงที่ไม่ต้องมาก็จะมีทำงานกลุ่ม และมีทำงานวิจัย ยอมรับตอนสมัครเรียนก็ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัย รับนักศึกษามากถึง 2,500 คน และก็ไม่รู้ว่าหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง อีกทั้ง โรงเรียนที่สอนก็มีครูที่มาเรียนที่นี่และจบได้รับวุฒิการศึกษา และได้รับใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษาถูกต้อง ไม่มีปัญหาอะไร จึงตัดสินใจมาเรียน แต่มาเป็นแบบนี้ก็เสียความรู้สึก แม้จะให้มาเรียนใหม่ที่เดิมก็ไม่มั่นใจ ซึ่งถ้าหากฟ้องร้องและได้เงินคืนทั้งหมดก็ตั้งใจจะไปสมัครเรียนที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น”นักศึกษาปริญญาโท จ.บุรีรัมย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ส่งต่อความรัก ความสุขแก่เยาวชนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286518

ส่งต่อความรัก ความสุขแก่เยาวชนไทย

ส่งต่อ, ความรัก, ความสุข, คิง ฟูด กรุ๊ป, ส่งต่อความรัก, ความสุขแก่เยาวชนไทย, แจมบาร์ จูซ, ไอฮ็อป

ฉลองครบรอบ 7 ปี จัดกิจกรรมส่งต่อความรัก และความสุข มอบแก่เด็กและเยาวชนชาวไทย

     จากความใส่ใจและตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนมาโดยตลอด บริษัท คิง ฟูด กรุ๊ป จำกัด โดยดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานกรรมการบริษัทฯ ผู้นำเข้าแบรนด์อาหารและเบเกอรี่ชื่อดังจากทั่วโลก ได้แก่ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์, แจมบาร์ จูซ และ ไอฮ็อป จึงเดินหน้าส่งต่อความรักและความห่วงใยผ่านกิจกรรมดีๆ ตลอดทั้งปี ในรูปแบบของกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อสังคม

 ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ กล่าวถึงความในใจว่า “ถือเป็นการฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของบริษัทคิง ฟูด กรุ๊ป ที่เราได้คัดสรรความอร่อยจากหลากหลายประเทศส่งตรงให้กับคนไทย และตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปี เรามุ่งมั่นจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์ประโยชน์มอบกลับคืนสู่สังคม โดยเชื่อว่ารากฐานสำคัญต้องเริ่มต้นจากเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอนาคตสำคัญของชาติ ที่ควรได้รับการเอาใจใส่ การปลูกฝังทัศนคติ และคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการที่ดี

ส่งต่อความรัก ความสุขแก่เยาวชนไทยส่งต่อความรัก ความสุขแก่เยาวชนไทย

ในทุก ๆ เดือน จะมีการจัดกิจกรรมไปตามหน่วยงาน มูลนิธิ โรงพยาบาล ต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่มีสาขาใหม่ของสินค้าในเครือบริษัทฯ หรืองานเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง “แจมบาร์ จูซ” น้ำผลไม้แบรนด์ดังจากอเมริกา และ“ไอฮ็อป” แพนเค้กในตำนานสัญชาติอเมริกา เราจึงไม่ลังเลที่จะจัดให้กิจกรรม “ร้อง เล่น เต้น ทาน” โดยเชิญน้อง ๆ  นักเรียนจากโรงเรียนคลองกระแชงเตย และโรงเรียนปลูกจิตเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมรับมอบขนมแสนอร่อย หรือเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่างงานเปิดคริสปี้ ครีม สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ได้เชิญคณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดกู้ เข้าร่วมกิจกรรมด้วยเช่นกัน”

ส่งต่อความรัก ความสุขแก่เยาวชนไทย

“เรามุ่งหวังว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ จาก คิง ฟูด กรุ๊ป ที่จะสามารถสร้างความจดจำในใจของผู้บริโภค ในฐานะบริษัทผู้นำธุรกิจอาหาร และเบเกอรี่ที่จริงใจต่อผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องตามพันธกิจของคิง ฟูด กรุ๊ปที่ยึดถือปฏิบัติกันมาโดยตลอด” ดร.อุษณีย์ กล่าวปิดท้าย

TK PARK ชวนทึ่งไปกับ นวัตกรรมอวกาศรอบตัวเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286556

TK PARK ชวนทึ่งไปกับ นวัตกรรมอวกาศรอบตัวเรา

TK Park, นวัตกรรมอวกาศ, park, ชวนทึ่งไปกับ, สวทช, องค์การมหาชน, สกว, WORKSHOP

ชวนทุกท่านเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเองได้เห็นสิ่งที่เคยเห็นแต่ในตำรา ร่วมสนุกกับกิจกรรมสร้างสรรค์พร้อมชม “นิทรรศการ นวัตกรรมอวกาศรอบตัวเรา” 22-23 ก.ค.60

      อุทยานการเรียนรู้ TK park ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) , สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  ชวนทุกท่านเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเองได้เห็นสิ่งที่เคยเห็นแต่ในตำรา ร่วมสนุกกับกิจกรรมสร้างสรรค์พร้อมชม “นิทรรศการ นวัตกรรมอวกาศรอบตัวเรา” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมนิทรรศการได้ทึ่งในมันสมองของมนุษย์ที่ต้องใช้ศักยภาพทางร่างกาย ศึกษาค้นคว้าวิจัย และต่อเติมจินตนาการ เพื่อที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำขึ้นไปใช้ในอวกาศ ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มีนวัตกรรมด้านอวกาศเกิดขึ้นมากมาย และมีนวัตกรรมจากอวกาศหลายชิ้นที่ถูกส่งกลับลงมาขับเคลื่อนเทคโนโลยีบนโลก ซึ่งเราชินตา และนึกไม่ถึงว่าสิ่งของต่างๆ ที่เราใช้งานจนคุ้นเคยตั้งแต่ตื่น ไปจนถึงเข้านอน เป็นสิ่งของที่นวัตกรรมจากอวกาศมอบให้

    แล้วเราจะได้เห็นโลกใบนี้กว้างขึ้นไปพร้อมกัน..วันเสาร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 11.00 – 17.00 น. ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

  พบกับฐานการเรียนรู้ และกิจกรรมสุดเพลิดเพลิน อาทิ

    * นวัตกรรมอวกาศรอบตัวเรา  ทำความรู้จักกับนวัตกรรมอวกาศที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ลืมตาตื่น ไปจนถึงเข้านอน ผ่านตัวอย่างสิ่งของที่พบได้ในชีวิตประจำวันอย่าง จอทีวี โทรศัพท์มือถือ ยางรองเท้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป อาหารอบแห้ง ฯลฯ พร้อมสนุกกับเกมใช่หรือไม่ใช่…นวัตกรรมอวกาศรอบตัว

     * มุ่งสู่อวกาศ  ร่วมเรียนรู้เรื่องราวของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงผ่านการทดลองวิทยาศาสตร์สุดสนุก อย่าง DROP TOWER การปล่อยของตกจากที่สูง ซึ่งเป็นการทดลองที่จะทำให้เกิดสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้ในเวลาหนึ่ง และการทดลองเรื่องการเหวี่ยงเพื่อเรียนรู้เรื่องของแรงหนีศูนย์กลางซึ่งเป็นหลักการที่จะนำพากระสวยอวกาศออกไปสู่ห้วงอวกาศ

     * การทดลองบนห้วงอวกาศ   ปัจจุบันวงการอวกาศในประเทศไทยตื่นตัวเป็นอย่างมาก มีหลายหน่วยงานที่เกิดขึ้นและทำงานเกี่ยวกับอวกาศมากมาย และมีโครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยมีส่วนร่วมในการส่งข้อสงสัยเพื่อส่งต่อให้นักบินอวกาศทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ

     * TK Workshop สนุกกับกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (WORKSHOP) ที่จะทำให้ทุกท่านได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์และศิลปะผ่านการลงมือประดิษฐ์สุดเพลิดเพลิน     สอบถามรายละเอียด โทร 02 2574300 ต่อ 226