ต้องอ่านใครเป็นใครใน”ม.กรุงเทพธนบุรี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286949

ต้องอ่านใครเป็นใครใน”ม.กรุงเทพธนบุรี”

ดรบังอร เบ็ญจาธิกุล, ชาญชัย  ชัยรุ่งเรือง, นศปโท800ฟ้องแพ่งมกรุงเทพธนบุรีเอาเงิน 14แสนคืน, ผู้บริหารมกรุงเทพธนบุรี, มกรุงเทพธนบุรี, มกธ, สกอ, รหัส 57, ชาญชัย, ปปช, มหาวิทยาลัย, ภริยานอกสมรส, กกต, วปมรุ่นที่ 1, คสช, กกอ

“วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี”ก่อตั้งขึ้น 28 มกราคม 2545เปลี่ยนประเภทเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) 11 มิถุนายน 2552 สมัยจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรมว.ศธ.

    “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” เป็น 1 ใน 10 สถาบันการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการรับนักศึกษาเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ขอให้ปรับปรุงการดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน

       ล่าสุดเมื่อวันที่9 ก.ค.60 ได้มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 (รหัส 57) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกว่า 800 คน รวมตัวกันเพื่อส่งเอกสารและเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัย จ่ายค่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวคืน จำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามก็หมาย 7.5% ต่อปี ที่เรียนจบแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ อีกทั้ง คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตร และมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่ขออนุญาต

   หลายคนสงสัยสถาบันแห่งนี้จัดการเรียนการสอนอย่างไร และมีใครเป็นผู้บริหาร เมื่อสืบค้นข้อมูลไปที่หน้าเวปไซต์มหาวิทยาลัย พบว่ามีชื่อ“ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” เป็นประธานมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

   ว่ากันว่า “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นคู่ชีวิต“ชาญชัย  ชัยรุ่งเรือง” อดีตรมต.กระทรวงอุตสาหกรรมหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.)  ตั้งแต่ปี 2549

ต้องอ่านใครเป็นใครใน"ม.กรุงเทพธนบุรี"

ซึ่งก่อนหน้านี้ “ชาญชัย” เคยถูกนักวิชาการอิสระยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 เนื่องจากสงสัยว่ามีการซุก “มหาวิทยาลัย” ไว้ในชื่อ “ภริยานอกสมรส” สมัยนั้น“ดร.บังอร” เคยชี้แจงว่าเป็นทั้งผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ และเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ส่วน อดีต รมว. อุตสาหกรรมเป็นเพียงอดีตกุนซือเท่านั้น เพราะสมัยยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส

เดิมสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ชื่อว่า “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2545 แต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  ให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) หรือ Bangkokthonburi University (BTU)” ในวันที่ 11 มิถุนายน 2552

ต้องอ่านใครเป็นใครใน"ม.กรุงเทพธนบุรี"

         กล่าวสำหรับ “ชาญชัย” เขาเคยเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 ซึ่งมีพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาได้มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมว่าผิดข้อบังคับ โดย กกต. ได้มีมติเห็นว่าการประชุมดังกล่าวผิดข้อบังคับ

    หลังจากนั้นได้มีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ปรากฏว่าเขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแทน จนกระทั่งในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ชาญชัย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมชาติพัฒนา และเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

     เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2495 เป็นบุตรของนายสดใส นางทองใบ ชัยรุ่งเรือง ที่อำเภอบรบือจังหวัดมหาสารคาม สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนบรบือและ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสารคามพิทยาคมจังหวัดมหาสารคาม ระดับอาชีวศึกษา จากวิทยาลัยช่างก่อสร้างอุเทนถวายในระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและหลักสูตรการปกครองราชอาณาจักร เอกชนและการเมือง (วปม.รุ่นที่ 1) ในระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     เริ่มเข้าสู่การเมืองโดยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามในปี พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2529 พ.ศ. 2535/1 พ.ศ. 2538 พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 เคยดำรงตำแหน่งในการเมืองตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 และถูกปรับออกจากตำแหน่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 หลังการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2553

      อย่างไรก็ตามหลังจากมีข่าว“มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี”เผยแพร่ออกไปผู้สื่อข่าวรายงานได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

  ทั้งนี้ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อ 4 ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)รายงานต่อรมว.ศึกษาการ

     เมื่อปรากฏว่าสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาแห่งใดมีกรณีต่างๆ นั้น ที่ประชุมกกอ.ได้มีการนำเสนอรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา ทั้งหมด 12 แห่ง แบ่งเป็น ม.รัฐ 2 แห่ง มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล และม.เอกชน 10 แห่ง มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไม่เป็นไปมาตรฐานการศึกษาอุดมศึกษาหรือมาตรฐานหลักสูตร

เพิ่มศักยภาพห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286823

เพิ่มศักยภาพห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTE

สตรีภูเก็ต, SMTE, STEM Education

โรงเรียนสตรีภูเก็ต มุ่งพัฒนาศักยนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTE ส่งนักเรียนเข้าร่วมค่ายวิทยาศาสตร์

       เครือข่ายโรงเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์  เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ภาคใต้ตอนบน ครั้งที่ 6 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสะเต็มศึกษา (STEM Education) ควบคู่กับการศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น

เพิ่มศักยภาพห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTE

          โครงการค่ายวิทยาศาสตร์รวมเครือข่ายภาคใต้ตอนบน มีนักเรียนจาก  24  โรงเรียน  จำนวนทั้งสิ้น  264  คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ  การดำเนินงานของโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์  ให้ไปในทิศทางเดียวกับ สสวท. และสำนักวิชาการมาตรฐานการศึกษา เปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักเรียน  ผู้เชี่ยวชาญ

เพิ่มศักยภาพห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTEเพิ่มศักยภาพห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMTE  

        สร้างเครือข่ายนักเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม  เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ตรงทางวิทยาศาสตร์จากการฟังบรรยาย และศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์กิจกรรมร่วมกัน  มีการถ่ายทอดทักษะ  ประสบการณ์การดำเนินงานในกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมความรัก  ความสามัคคี  ความมีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ

ค่าย YC โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286815

ค่าย YC โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

ค่าย YC, ค่าย, โรงเรียนตะกั่วป่า, เสนานุกูล, พังงา ภูเก็ต ระนอง

โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) จัดโครงการการอบรมแกนนำนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor

       โครงการการอบรมแกนนำนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor จำนวน 50 คนเพื่อพัฒนานักเรียนให้เข้าใจและตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีจิตอาสา สามารถประสานงานเป็นเครือข่ายและวางแผนการดำเนินงานได้ตามความเหมาะสม ณ ห้องประชุมสิมิลัน โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

นายเลิศธิไกร ภิรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” เปิดเผยว่า กิจกรรม YC :Youth Counselor นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษาเป็นกิจกรรมที่ก่อประโยชน์ต่อเยาชน เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาและเลือกวิธีแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังช่วยเหลือผู้อื่นพบทางออกของปัญหา และเพื่อเตรียมความพร้อมของนักเรียนให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม และชุมชนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เยาวชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีการประสานงานกันภายในโรงเรียนและมีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ค่าย YC  โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”       ค่าย YC  โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286819

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

มดังใช้ผู้สอน, นิเ้ทศศาสตร์, นิด้า, MOU, ศดรยุบล, สกอ

“นิเทศฯ จุฬาฯ ร่วมนิเทศฯ นิด้า และวารสารฯ ธรรมศาสตร์” ลงนามใช้อาจารย์สอนร่วมกัน หลังวิกฤติ เด็กรุ่นใหม่ สนใจเรียน แต่ขาดแคลนผู้สอน

      วิกฤตวงการสื่อ ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในองค์กรสื่อสารมวลชนเท่านั้น แวดวงวิชาการก็เข้าขั้นวิกฤตเช่นกัน เมื่อนับวันคณาจารย์ บุคลากรด้านนิเทศศาสตร์น้อยลงเรื่อยๆ

        3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทยที่จัดการเรียนการสอนด้านการสื่อสาร  ได้แก่ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยน ใช้บุคลากรร่วมกัน ลดการขาดแคลนคณาจารย์บุคลากรด้านนิเทศศาสตร์

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

       ถือเป็นครั้งแรกของประเทศที่ทั้ง 3สถาบันด้านนิเทศศาสตร์ ได้รวมตัวกัน ศ.ดร.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ นิด้า เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งนี้ว่า จริงๆ ทั้ง3 สถาบันได้มีการแลกเปลี่ยน ใช้บุคลากรด้านนิเทศศาสตร์ร่วมกันมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการลงนามชัดเจน เพราะต้องยอมรับว่าบุคลากรด้านนิเทศศาสตร์ โดยเฉพาะอาจารย์นั้น มีจำนวนจำกัด ต่อให้มีนิสิตนักศึกษาหรือบุคลากรที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชนจำนวนมาก แต่มีสัดส่วนน้อยที่อยากเป็นอาจารย์

      “อาจารย์เงินเดือน ค่าตอบแทนไม่สูง แถมยังต้องทำผลงานวิชาการ และมีภาระงานมากมาย ทำให้หลายคนไม่อยากเป็นอาจารย์ ที่ผ่านมา ทั้ง3สถาบันมีความร่วมมือแลกเปลี่ยนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาจารย์ วิชาการ ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ ยกระดับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม”

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

      “ศ.ดร.ยุบล” อดีตอาจารย์จุฬาฯ เมื่อเกษียณอายุได้มาทำงานที่นิด้า และมีอาจารย์นิด้าหลายท่านที่ทำงานที่จุฬาฯ มธ.และเมื่อเกษียณอายุก็มาเป็นอาจารย์ที่นิด้า และไปเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันเดิมของตนเอง ปัจจุบัน ทรัพยากรบุคคลหาคนที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน หรือเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)เข้ามาสอน ค่อนข้างยาก สิ่งที่ทำมาตลอด คือแลกเปลี่ยนบุคลากรร่วมกันแต่ไม่ได้เป็นทางการ เป็นอาจารย์ผู้สอนด้วย เป็นอาจารย์พิเศษ

     แม้ในทางปฏิบัติจะมีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่การทำทุกอย่างให้เป็นทางการ นอกจากสร้างการรับรู้ถึงความร่วมมือร่วมใจกันของสถาบันการศึกษาในไทยในการพัฒนานิสิตนักศึกษา ไม่ใช่ต่างคนต่างทำแล้ว ยังได้ทำข้อตกลงในการจัดกิจกรรมทางวิชาการร่วมด้วย

      ศ.ดร.ยุบล กล่าวต่อว่าในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ที่มธ.จะมีการจัดประชุม สัมมนา ผลงานทางวิชาการร่วมกัน เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษา นิสิตปริญญาโท ปริญญาเอกได้มานำเสนอผลงานทางวิชาการ รวมถึงจัดสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับนิเทศศาสตร์ยกระดับบุคลากร นิสิตนักศึกษานิเทศศาสตร์ยุคดิจิตอล

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

     “ปีนี้ มธ.เป็นเจ้าภาพ ครั้งหน้าก็เป็น จุฬา และนิด้า สลับเปลี่ยนกันไป เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านวิชาการ ผลงานที่เกิดจากความร่วมมือ อาทิ การจัดพิมพ์ ตำรา วารสารทางวิชาการ เป็นต้น และในอนาคตอาจจะจัดตั้งเป็นสมาคม ออกเป็นวารสารเชิญชวนให้ทุกๆ สถาบัน ผลงานที่ทำวิจัย มาตีพิมพ์ร่วมกัน หรือในรูปแบบอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการเพิ่มขึ้น รวมถึงการอบรม พัฒนา เพิ่มเติมศักยภาพบุคลากรด้านนิเทศศาสตร์ให้มีคุณภาพ นำไปสู่ผลิตบัณฑิตสาขานิเทศศาสตร์ที่ไม่ใช่เพียงเก่งเชี่ยวชาญในสาขาของตนเองแต่ต้องบูรณาการ ปรับตัว มีองค์ความรู้รอบด้าน”

      ความร่วมมือจะเริ่มมีการเชิญอาจารย์ทั้ง 3 สถาบันไปสอนข้ามสถาบัน ไปเป็นผู้สอน วิทยากร ช่วยทำให้ทรัพยากรของประเทศถูกนำมาใช้ อย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพราะต่างคนต่างเปิดหลักสูตรของตัวเอง อาจขาดแคลนบุคลากร อาจารย์ผู้สอน

      ศ.ดร.ยุบล กล่าวอีกว่าสังคมอาจมองว่านักศึกษา นิสิตเยอะ แต่คนที่จะตัดสินใจมาทำงานอาจารย์กลับมีไม่มาก และไม่สามารถดึงดูดให้คนที่มีศักยภาพทุกคนเป็นอาจารย์ได้ ตอนนี้ ใช้ทรัพยากรจากวิชาชีพมาช่วยสอน เพราะนิเทศศาสตร์ เป็นสายวิชาชีพ อาชีพทางด้านข่าว การตลาด การสื่อสารอื่นๆ ช่วยทำให้หลักสูตรดำเนินการไปได้อย่างคล่องตัว

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

      ปัจจุบัน แต่ละสถาบันมีอาจารย์ประจำประมาณ 70-75% และมีอาจารย์พิเศษ ประมาณ 25-30 %อีกทั้งการเรียนการสอน ก็ไม่ได้เป็นในลักษณะเดิม อาจารย์จะมาสอนแบบเดิมๆ ไม่ได้

      “ตอนนี้ทุกสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์มีความตื่นตัวในการปรับการเรียนการสอนให้สอดรับกับยุคดิจิตอลมากยิ่งขึ้น เพราะคนสอนนิเทศศาสตร์แบบยุคเดิมไม่ได้ เนื่องด้วยเทคโนโลยีมันเปลี่ยน อย่างอดีต สื่อวิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์อาจเป็นสื่อกระแสหลัก แต่ตอนนี้ ย้ายฐานไปสู่ออนไลน์หมดแล้ว”

      เมื่อสังคมเปลี่ยน เด็กเปลี่ยน หลักสูตรการเรียนการสอนของนิเทศศาสตร์ก็ต้องเปลี่ยนตาม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ นิด้า นกล่าวว่า เด็กต้องเรียนรู้ทางดิจิตอลมากขึ้น และต้องเรียนแบบบูรณาการ ต้องรู้จักการสื่อสารการตลาด การทำโฆษณา การเขียนข่าวที่ไม่ใช่ใช้เฉพาะในหนังสือพิมพ์ หรือโทรทัศน์ แต่ต้องเข้าใจรูปแบบของสื่อออนไลน์ สื่อโซเซียลมีเดีย หลักสูตรต้องปรับตาม

       ศ.ดร.ยุบล กล่าวอีกด้วยว่า เด็กต้องเข้าใจพื้นฐานเรื่องการสื่อสาร เข้าใจสื่อ ที่เป็นทั้งสื่อเก่าและสื่อใหม่ทั้งหมด ต้องมีทักษะเรื่องสื่อใหม่ สอดรับกับอุตสาหกรรมสื่อไทยที่มีการเปลี่ยนโฉมไปหมดแล้ว รวมถึงต้องคำนึงด้วยว่า เมื่อก่อนสื่อเป็นผู้ผลิตเนื้อหา แต่ตอนนี้ใครๆ ก็ผลิตเนื้อหา รายการด้วยตนเองผ่านออนไลน์ได้

3 ม.ดังใช้ผู้สอนร่วมกันแก้วิกฤตขาดอาจารย์นิเทศฯ

      “คนเรียนนิเทศศาสตร์ต้องผลิตเนื้อหาได้ดีกว่าคนที่ใช้สื่อต่างๆและไม่ได้เรียนนิเทศศาสตร์ เพราะการผลิตเนื้อหาไม่ใช่เพียงใช้ออกอาการแต่ต้องเพื่อการเรียนรู้ สร้างสรรค์สื่อให้มีคุณภาพ เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อที่ต้องเข้าใจเนื้อหา ผู้รับสารในยุคดิจิตอล การศึกษายังทำผ่านสื่อออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ คณะนิเทศศาสตร์ต้องสอนให้เด็ก เข้าไปดูแล และทำได้ดีกว่าคนไม่ได้เรียน ต้องเข้าใจทุกกระบวนการผลิตสื่อน้ำดี มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ”

      เด็กที่เรียนนิเทศศาสตร์ ไม่ใช่เป็นผู้ผลิตสื่อ ทำสื่ออย่างเดียว ศ.ดร.ยุบล ฝากทิ้งท้ายว่า ควรมีความสนใจในความเป็นไปรอบๆ ตัวเอง ถ้าเป็นคนชอบอยู่เฉยๆ ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ควรเรียนนิเทศศาสตร์ ต้องมีความกระตือรื้อที่อยากเรียนรู้ สนใจใคร่รู้ ติดตามอะไรใหม่ๆ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยี มีความรับผิดชอบที่จะเข้าใจว่าเราจะทำหน้าที่อะไร และทำอย่างไรให้การเป็นวิชาชีพสื่อที่สมบูรณ์ ไม่ใช่สื่อสารอะไรออกไปโดยไม่รับรู้ ผลกระทบที่จะตามมา ต้องมีจรรยาบรรณ จริยธรรมในวิชาชีพ เป็นสื่อน้ำดี

อลังการพิธีเปิด“เคมีโอลิมปิก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286865

อลังการพิธีเปิด“เคมีโอลิมปิก”

เคมีโอลิมปิค, โอลิมปิก, โอลิมปิกวิชาการ, สสวท, สอวน

อลังการพิธีเปิด“เคมีโอลิมปิก” แซ่ซ้องพระปรีชาสามารถราชวงศ์ไทย

                     ​ หากเทียบมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก” เป็นการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่รวมเอาสุดยอดนักกีฬาจากทั่วโลกมาร่วมแข่งขัน ก็คงไม่ผิดนักที่จะยกให้การแข่งขัน “โอลิมปิกวิชาการ” เป็นเวทีอันยิ่งใหญ่ของเยาวชนจากทั่วโลกจะได้แสดงความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งสำหรับประเทศไทย ในปีนี้ยังมีความพิเศษมากกว่ายิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราคือ “เจ้าภาพ” จัดการแข่งขัน“เคมีโอลิมปิก” ครั้งที่ 49 ระหว่างวันที่ 6-15 กรกฎาคม 2560 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

​                    รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานร่วมของคณะกรรมการการผู้จัดการแข่งขันฯ กล่าวว่า การแข่งขัน “เคมีโอลิมปิก” ครั้งที่ 49 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติจากนานาชาติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมี กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์(สอวน.) สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารรี และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยได้เตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์ ทั้งในส่วนที่พัก สถานที่สอบแข่งขัน และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อต้อนรับผู้แข่งขันและผู้เกี่ยวข้องจาก 76 ประเทศ และผู้สังเกตการณ์อีก 3 ประเทศ รวมกว่า 600 คน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการแข่งขัน ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ กล่าวต่อว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเคมีโอลิมปิกครั้งนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีโอกาสได้แสดงความสามารถ และได้รับประสบการณ์การแข่งขันวิชาการในระดับโลกแล้ว ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิทยาศาสตร์ ยังต้องการแสดงให้นานาอารยะประเทศได้ประจักษ์ว่า พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ไทยทุกรัชสมัย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณ ในการอุปถัมภ์และส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการฯ จึงได้จัดให้มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในระหว่างพิธีเปิด3 เรื่อง ดังนี้

1.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเรื่อง Chemistry in the Royal Innovation of King Rama IX” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงใช้ความลุ่มลึกในการใช้ศาสตร์ด้านเคมีมาประยุกต์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ โดยเฉพาะ 3 โครงการสำคัญ คือ โครงการฝนหลวง, โครงการแล้งดิน และโครงการไบโอดีเซล

2.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาฯ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนโครงการโอลิมปิกวิชาการของประเทศไทย และพัฒนาศักยภาพทางปัญญาของเยาวชนไทยให้มีความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 60 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานวิชาการระดับโลกครั้งนี้ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นต้นแบบ ที่เป็นดั่งแรงบันดาลใจของวงการวิทยาศาสตร์ไทย และทรงมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะศาสตราจารย์ด้านเคมี ที่มีผลงานวิจัยด้านเคมีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ สมดั่งที่พสกนิกรได้ขนานพระนามพระองค์ว่าทรงเป็น “เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์” ของชาวไทย

                  สุดท้ายนี้ จึงอยากขอเชิญคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้ 4 เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทย ให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 49 เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันครั้งนี้ จะไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมมาตรฐานด้านวิทยาศาสตร์ และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศชาติเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาซึ่งไมตรีจิตและมิตรภาพที่ก่อเกิดระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมในทุกระดับ อย่างยั่งยืน และที่สำคัญ คือ เพื่อให้นานาชาติได้รับรู้และแซ่ซ้องสรรเสริญ ถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของราชวงศ์ไทย

PLC สังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286813

PLC สังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน

อบรมออนไลน์, PLC, พังงา ภูเก็ต ระนอง, Social Network For Education

เมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาสหวิทยาเขตรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง)

       โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน(Social Network For Education) ให้แก่บุคลากรครูโรงเรียนมัธยมศึกษา  จังหวัดระนอง  จำนวนทั้งสิ้น 176 คน  ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนสตรีระนอง จังหวัดระนอง

นายชวนะ คำกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีระนอง เปิดเผยว่า กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษา สหวิทยาเขตรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 ได้ร่วมกันจัดอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน(Social Network For Education)ขึ้น เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและสร้างเสริมประสบการณ์ด้านการใช้สื่อเทคโนโลยี ส่งเสริมทักษะการใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน และเพื่อให้ครูและนักเรียนใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้เป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนการสอน

PLC สังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน        PLC สังคมออนไลน์สำหรับการเรียนการสอน

รวมทั้งใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาเผยแพร่ผลงานต่างๆ โดยกิจกรรมการอบรมครั้งนี้ใช้วิธีการการบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การฝึกปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้กระบวนการ PLC เพื่อนำไปใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก เพิ่มโอกาสให้แก่นักเรียนในการใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทางปัญญาอย่างแท้จริงช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น

จ้างแรงงานต่างด้าวตาม พ.ร.ก.ต่างด้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286839

จ้างแรงงานต่างด้าวตาม พ.ร.ก.ต่างด้าว

พรกต่างด้าว, พรกต่างด้าว, บิ๊กบี้

“บิ๊กบี้” จี้ ผู้บริหาร ก.แรงงาน ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการ ขอความร่วมมือจ้างแรงงานต่างด้าวตาม พ.ร.ก.ต่างด้าว ย้ำ ข้าราชการซื่อสัตย์สุจริต บริการเสมอภาค

      นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า  พลเอก ศิริชัย ดิย้ำ ข้าราชการซื่อสัตย์สุจริต บริการเสมอภาคษฐกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้สัมผัสและรับรู้แรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะด้านกัมพูชามาหลายสิบปี โดยเฉพาะเมื่อปี 57ได้เริ่มเข้ามาจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ ได้สั่งการผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่พบผู้ประกอบการกลุ่มต่าง ๆ ที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 เพื่อขอความร่วมมือปฏิบัติการจ้างแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปอย่างถูกต้องทั้งกระบวนการ บรรลุเจตนารมณ์ของกฎหมาย

นอกจากนี้  กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งประกอบด้วยส่วนบัญชาการ ส่วนติดตามและรายงานผลส่วนวิเคราะห์ข่าวสารส่วนรับเรื่องร้องทุกข์  ส่วนประชาสัมพันธ์ และส่วนปฏิบัติการ  เพื่อให้อำนวยการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง มีแนวปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน นำประเทศเข้าสู่มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากลในระยะยาว รวมทั้งให้เป็นแนวปฏิบัติของอาเซียน ซึ่งไทยเราได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนในการดำเนินงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศอยู่ในขณะนี้

“ผลการเจรจากับประเทศกัมพูชา และเมียนมา ที่ผ่านมา สามารถตกลงวางแนวปฏิบัติและคืบหน้าไปได้ด้วยดี  โดยกระทรวงแรงงานจะเร่งชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเสมอภาคและโปร่งใส ไร้ทุจริต มีจิตบริการ เพื่อให้การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม  ทั้งนี้ นายจ้าง/ผู้ประกอบการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10  หรือ โทร.สายด่วน 1694  และโทรศัพท์หมายเลข 0 2232 1467 ” นายสุทธิฯ กล่าว

เหตุไฉน..เด็กต้องได้รับการดูแลพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286812

เหตุไฉน..เด็กต้องได้รับการดูแลพิเศษ

เด็กพิเศา, สกศ, OEC Forum, LD  Learning Disabilities

ในประเทศไทยมีเด็กจำนวนกว่า 9.8 ล้านคน ที่มีสติปัญญาและความสามารถที่หลากหลายและแตกต่างกัน ทั้งเด็กปกติ เด็กเรียนเก่ง เด็กพัฒนาทางสมองช้า เด็กพิการ เด็กออติสติก

       13 มิ.. ที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดประชุมสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ 19 เรื่อง การพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษสู่ศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เพื่อพัฒนาเด็กอัจฉริยะให้ตรงจุด เหมาะสมแก่ตัวเด็กและประเทศชาติที่สามารถเป็นแรงในการแข่งขันโลก

       ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวว่า ตาม พ...การศึกษาแห่งชาติ พ..2542 แก้ไขเพิ่มเติม2545 กำหนดให้การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ดังนั้นผู้ที่มีความสามารถพิเศษจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาเป็นพิเศษ ซึ่งถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งของประเทศชาติ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กรู้ความสามารถของตนเองในด้านต่างๆ อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ หรือดนตรี เพื่อส่งเสริมให้เป็นผู้นำและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ  การพัฒนาเด็กกลุ่มนี้มี 4 รูปแบบ คือ1.เพิ่มพูนประสบการณ์ โดยเสริมหลักสูตรพิเศษ อย่างประเทศสิงคโปร์เเละเกาหลี 2.ขยายหลักสูตร เพิ่มเวลาเรียนเฉพาะด้านมากขึ้น 3.การลดเวลาเรียน เพิ่มกิจกรรมที่เด็กถนัด เเละ4.มีโค้ชชิ่งหรือผู้เเนะนำตลอดการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสถานศึกษาสามารถเลือกนำรูปแบบที่เหมาะสมไปใช้ในการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เหตุไฉน..เด็กต้องได้รับการดูแลพิเศษ

 ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์

      รศ. ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า นอกจากเด็กที่มีความสามารถในการเรียนรู้เป็นพิเศษแล้ว ทางกระทรวงศึกษาศึกษาธิการก็ยังมีนโยบายต่างๆ ที่จะเกื้อหนุนเยาวชนไทย พัฒนาและก้าวไปในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นตัวของตัวเอง ในฐานะของผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่กับการศึกษาพิเศษนั้น ทางสถาบันมีส่วนช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐ อย่างเช่นนโยบายการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งสถิติจากกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ..2558 พบว่ามีจำนวนเด็กที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้กว่า 410,000 คนทั่วประเทศ ที่เป็นปัญหาระดับชาติ เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ เมื่ออ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็จะไม่สามารถหาความรู้รอบตัวได้เช่นกัน และเด็กส่วนใหญ่ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คือ เด็กที่เรียนอ่อน เด็กที่มีปัญหาจากสภาพแวดล้อม เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD : Learning Disabilities) ร่วมไปถึงเด็กพิการ

เหตุไฉน..เด็กต้องได้รับการดูแลพิเศษ

รศ. ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล 

             เพราะเหตุนี้ควรสนับสนุนเด็กอ่อน หรือที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยผ่านการยอมรับและเข้าใจสภาพปัญหาของเด็ก ถ้ารู้จักหลักการในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้อย่างถูกต้องจะทำให้เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้ ครอบครัวคือสิ่งสำคัญ ต้องสอนให้ถูกวิธี ดูแลเด็กให้ถูกทาง เด็กทุกคนก็สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง และสามารถเรียนรู้ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ จึงทำให้เด็กพัฒนาความสามารถพิเศษมากยิ่งขึ้น นอกจากจะพัฒนาให้เยาวชนไทยเดินไปในทิศทางถูกต้องและจะสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กแบบไหนจะเรียนเก่งหรือเรียนอ่อน สุดท้ายทุกคนคืนคนสำคัญของประเทศชาติและก้าวสู่ผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในสังคม และเป็ฯศักยภาพของการแข่งขันของประเทศชาติที่จะก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 ต่อไป

กยศ. แจง ยังไกล่เกลี่ยได้ แม้เบี้ยวหนี้จนกำลังจะถูกยึดบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286826

กยศ. แจง ยังไกล่เกลี่ยได้ แม้เบี้ยวหนี้จนกำลังจะถูกยึดบ้าน

คมชัดลึก, จนกำลังจะถูกยึดบ้าน, เบี้ยวหนี้, แม้, ได้, ยังไกล่เกลี่ย, กยศ, กยศ, แจง, ยังไกล่เกลี่ยได้

กยศ. แจงกระทู้กำลังจะถูกยึดบ้านหลังเบี้ยวหนี้ยังไกล่เกลี่ยได้ เผยมีผู้ถูกฟ้องแล้ว 1 แสน ราย

         10 ก.ค. 2560 – ผู้สื่อข่าวรายงานวาขณะนี้มีการเผยแพร่กระทู้ทางเว็บไซต์พันทิพดอทคอม  https://pantip.com/topic/36642257 โดยระบุว่า ตนเองกำลังจะถูกยึดบ้านจากกรณีที่ไม่ได้ไปชำระหนี้ กยศ
.มาเป็นเวลา 20 ปี   ทั้งนี้เมื่อสอบถามไปยัง นายปรีชา บูชางกูร รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปว่าได้รับหนังสือแจ้งยึดทรัพย์ติดหน้า บ้าน มาจาก กยศ.และระบุด้วยว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งการชำระหนี้ อีกทั้งไม่ได้อยู่อาศัยตามที่อยู่ที่แจ้งในการกู้นานแล้วนั้น ว่า ในกระบวนการติดตามผู้กู้มาชำระหนี้มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นตอนที่ 1 เมื่อผู้กู้จบการศึกษาและเริ่มชำระหนี้ กยศ.จะมีหนังสือแจ้งรายละเอียดว่าต้องดำเนินการอะไร กำหนดการชำระหนี้งวดแรก และในแต่ละงวดก็จะมีใบแจ้งด้วย ซึ่งหนังสือจะส่งไปตามที่อยู่ที่ผู้กู้ระบุุไว้ในสัญญา อย่างไรก็ตาม ในสัญญามีการระบุไว้ด้วยว่ากรณีที่ผู้กู้เปลี่ยนแปลงที่อยู่ ให้แจ้งกับทางกองทุน กยศ.ได้ทราบ แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้กู้จะไม่ยอมแจ้งให้ทางกองทุนทราบ ในขั้นตอนนี้หากผู้กู้ไม่มาชำระหนี้ หรือค้างชำระ กองทุนก็มีกระบวนการติดตาม ทั้งจากที่อยู่เดิม หรือข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์ กองทุนก็จะส่งหนังสือแจ้งไป ผู้กู้เองสามารถมาติดต่อปรับโครงสร้างหนี้หรือไกล่เกลี่ยกันได้

ขั้นตอนที่ 2 กรณีผู้กู้ค้างชำระหนี้ หรือไม่ชำระหนี้ตามระยะเวลากำหนด กองทุนจะใช่กระบวนการทางกฎหมาย ในการฟ้องคดี ซึ่งขั้นตอนนี้ผู้กู้สามารถประนีประนอมในชั้นศาลได้ และชำระหนี้ตามที่ตกลง ตามกรอบเวลาที่กำหนด แต่ท้ายสุดหากไม่มาดำเนินการใดๆ ก็จะต้องเข้าสู่ขั้นที่ 3 คือการบังคับคดี มีกระบวนการสืบทรัพย์ของผู้กู้ และผู้ค้ำประกันว่ามีทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้ก็ยังมีการไกล่เกลี่ย โดยที่ผ่านมากองทุนประสานกรมบังคับคดี

“กยศ.พยายามติดตามให้ผู้ค้างชำระหนี้ให้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก แต่เราก็พบปัญหาเรื่องข้อมูล เพราะมีส่วนน้อยมากที่เปลี่ยนแปลงแล้วมาแจ้งให้กองทุนทราบ ตรงนี้เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้กองทุนต้องมีการปรับแก้ไข พ.ร.บ.กองทุน กยศ.พ.ศ.2560 ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้กู้เพื่อจะได้สะดวกต่อการติดตาม ขณะที่กระบวนการทางกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่กองทุนต้องดำเนินการ ไม่ทำไม่ได้ เข้าข่ายปล่อยปละละเลย”นายปรีชา กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม กองทุนกยศ.มีผู้กู้ยืม ประมาณ 4 ล้านราย อยู่ในกระบวนการฟ้องคดีประมาณ 1 แสนราย ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนได้ประชาสัมพันธ์ มีมาตรการ ติดตามผู้กู้ให้ชำระหนี้ต่อเนื่อง ขอฝากด้วยว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือข้อมูลใดก็ตามขอให้แจ้งมายังกองทุนด้วย ถือเป็นหน้าที่ตามที่กำหนดในสัญญา ซึ่งเงินที่คืนมายังกองทุนก็จะเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่คนอื่นๆต่อไป

ดาว-เดือน มทร.ธัญบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286808

ดาว-เดือน มทร.ธัญบุรี

ดาวเดือน, มทรธัญบุรี, ดาว-เดือน, มทรธัญบุรี, การมองโลกในแง่บวก

นศ.วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยคว้าตำแหน่งดาว ส่วนตำแหน่งเดือน นศ.ครุศาสตร์อุตสาหกรรมประกวดดาวเดือนประจำปี 2560 มทร.ธัญบุรี กับแนวคิดที่ว่า INSIDE OUT

       นายชนะพล พลานุสนธ์ RMUTT Freshy Boy 2017 เล่าว่า การมองโลกในแง่บวก คือสิ่งที่ชนะใจกรรมการในการแข่งขันครั้ง ไม่คิดว่าจะได้รับตำแหน่งในการประกวดครั้งนี้ คิดเพียงว่าเข้ามาเป็นตัวแทนของคณะในการร่วมทำกิจกรรมกับคณะอื่นๆ จะทำหน้าที่และเป็นแบบอย่างที่ดี วางตัวให้เหมาะสม” จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมาจาก โรงเรียนสารวิทยา สายอังกฤษ-เทคโนโลยี ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ของทางโรงเรียน เป็นมือกีตาร์ วงดนตรีของโรงเรียน โดยส่วนตัวชอบคอมพิวเตอร์ เวลาว่างๆ จะใช้คอมพิวเตอร์ในการแต่งเพลง หรือตัดต่อคลิปต่างๆ จึงเลือกเรียนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา และอยากนำความรู้ที่เรียนไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ จึงอยากเป็นคุณครู “ถ้าเราคิดดีจากภายใน การกระทำของเราก็จะออกมาดี”

ดาว-เดือน มทร.ธัญบุรีดาว-เดือน มทร.ธัญบุรี

น.ส.ชญาการ รอดทรัพย์ RMUTT Freshy Girl 2017 เล่าว่า “การแสดงทัศนคติที่ดีที่มีอยู่ข้างในออกมา ถ่ายทอดให้คณะกรรมการได้รับรู้ รูปร่างหรือหน้าตาไม่สำคัญ” จุดเด่นของตนเองที่แสดงออกมาด้วยความจริงใจ ด้วยมีรูปร่างและหน้าตาไม่ได้โดนเด่น เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ คณะอื่นๆ ไม่ได้หวังว่าตนเองจะได้รับรางวัล ตอนที่ได้เป็นตัวแทนคณะยังไม่เชื่อว่าจะได้รับการคัดเลือก เมื่อได้รับตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยภูมิใจและจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนในมหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมตอนปลาย มาจากโรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ ด้วยคุณแม่ประกอบอาชีพสายงานทางด้านการนวดแผนไทยที่วัดโพธิ์ ตนเองได้มีโอกาสไปที่วัดโพธิ์กับคุณแม่บ่อยครั้ง ได้ลองนวดเป็นแบบนวด จึงอยากเรียนอยากศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ หลังเรียนจบอยากเป็นหมอทางด้านแพทย์แผนไทย

ดาว-เดือน มทร.ธัญบุรี

“อย่าเก็บคำวิจารณ์คนอื่นมาใส่ใจ ใช้พัฒนาตนเองจะดีกว่า” ทุกคนจะมีคำวิจารณ์ ตนเองหนีไม่พ้น ยังมีคนวิจารณ์ในส่วนของรูปร่างของตนเอง ซึ่งตนเองจะเอาคำวิจารณ์มาพัฒนาตนเอง เพื่อนๆ ที่เข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย การเลือกคบเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรเลือกคบเพื่อนที่ดี “ถ้าทุกคนมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าเพศไหนก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข