ทุ่ม5พันล.ให้หัวละหมื่นพัฒนาครู2แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287146

ทุ่ม5พันล.ให้หัวละหมื่นพัฒนาครู2แสนคน

ทุ่ม 5 พันล้านบาท, อบรมพัฒนาครู, วิทยฐานะ, ทุ่ม, พันลพัฒนาครูแนวใหม่, หมอธี, สพฐ, Project Based Learning

“หมอธี” เผยศธ.ทุ่มงบ 5พันล้าน อบรมพัฒนาครู 2แสนคนหลังประกาศใช้เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ เผยแห่สมัคร สะเต็ม-และการจัดสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน

          หลังได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครู มีและเลื่อนวิทยฐานะ ว 21/2560 และมีการจัดหลักสูตรอบรมพัฒนาครูแนวใหม่นั้น เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.60นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นับแต่มีการประกาศใช้หลักเกณฑ์วิทยฐานใหม่ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา  และมีการจัดหลักสูตรอบรมให้ครูสามารถเลือกได้ตามความต้องการผ่านสถาบันคุรุพัฒนาที่จัดตั้งขึ้น โดย ศธ.สนับสนุนงบประมาณให้ครูคนละ 10,000 บาทต่อนั้น  มีครูที่สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมกว่า 200,000 คน มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2 สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นจำนวนมาก

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ตรงนี้เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ ที่จะต้องเชื่อมโยงระหว่างเส้นทางวิทยฐานะและการพัฒนาครูต้องมีการบูรณาการไปร่วมกับถึงจะมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ โดยหลักสูตรที่เปิดให้ครูได้เลือกเข้ามาอบรมขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1,400 หลักสูตร

ซึ่งแต่ละหลักสูตรจะผ่านการพิจารณาของสถาบันคุรุพัฒนา และหลักสูตรต้องเป็นไปตามความต้องการและความจำเป็นของครู  โดยผู้จัดอบรมส่วนใหญ่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความน่าเชื่อถือ

  ทั้งนี้ หลักสูตรที่ได้รับความสนใจจากครูสมัครเข้าร่วมอบรมมากที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ 1.หลักสูตรสะเต็มศึกษา และ2.หลักสูตรการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) 

  “สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ ได้มีการเตรียมการไว้จำนวน 4-5 พันล้านบาทต่อปีซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับงบฯ ที่ ศธ. ใช้ในการอบรมครูที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละครั้งจะกระจายงบฯ ไปยังเขตพื้นที่ จำนวนกว่าหมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะมีการขยายโครงการให้ครอบคลุมกลุ่มครูอัตราจ้างด้วย อีกทั้งทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็จะมีการนำรูปแบบการพัฒนาครูในลักษณะนี้มาใช้ในการพัฒนาครูสายอาชีพด้วย และสำหรับข้อห่วงใยว่าอาจจะมีการเปิดธุรกิจการจัดหลักสูตรอบรมครูนั้น ผมคิดว่าไม่มีทาง เนื่องจากแต่ละหลักสูตรจะมีการรีวิว ซึ่งครูที่เข้าอบรมจะเป็นผู้กำหนด และทุกหลักสูตรจะต้องผ่านการประเมินจากสถาบันคุรุพัฒนาด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287143

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

รองศาสตราจารย์ ดรฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรสส), ทปอราชภัฏจี้สภาคณบดีฯเปิดงานวิจัยครู 4 ปี, ค้านหลักสูตรครู4ปี, ระวังครู4ปีโอละพ่อ, ครู4ปี, มรสส

ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุปใช้หลักสูตร4ปีผลิตครู อธิการบดี มร.สส.แนะเอาผลงานวิจัยตีแผ่ให้สังคมรับรู้ เผยหลักสูตร 5 ปีมีวิจัยเชิงประจักษ์หากล้มเลิกต้องใช้วิชาการ

     รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้เสนอให้มีการลดระยะเวลาการเรียนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต จาก 5 ปี เป็น 4 ปีนั้น จากการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคมที่ผ่านมาที่อาคารศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น ปรากฏว่าที่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย กระแสเสียงส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่สภาคณบดีฯ จะเร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ทั้งๆ ที่ยังมีข้อมูลและแนวคิดที่หลากหลาย  ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

 รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย

        ทั้งนี้ อธิการบดีส่วนใหญ่ยังมองว่าที่ผ่านมาหลักสูตรครู 5 ปีไม่ได้มีปัญหาใดๆ ดำเนินไปด้วยความราบรื่น การจะเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรมีข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ทำให้ทุกๆ ฝ่ายยอมรับ ไม่มีกระแสคัดค้านและมองต่างมุมมากเหมือนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้

      “ที่ประชุมได้ให้ความเห็นและให้ข้อคิดกับสภาคณบดีฯว่า ควรจะเอาข้อมูลและงานวิจัยที่มีอยู่มาประมวลและสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการผลิตครูเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้ความรอบคอบ ที่ประชุมไม่มีการประกาศเจตนารมณ์หรือแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ เพราะเหตุผลก็คือยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่กล้าที่จะชี้นำสังคม ซึ่งในทำนองเดียวกัน การประกาศจุดยืนของสภาคณบดีฯ จนถึงขั้นไปนำเสนอต่อสภาวิชาชีพนั้น ก็ควรที่จะต้องมีพื้นฐานจากงานวิชาการด้วย ”

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

        อธิการบดี มร.สส.กล่าวว่า ที่ผ่านมา สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยอ้างว่า มีงานวิจัยพบว่าผลผลิตของหลักสูตร 4 ปีกับ 5 ปีไม่มีความแตกต่างกัน ในส่วนตัวอยากให้เอาผลงานเล่มนี้ออกมาแสดงให้สังคมให้ประจักษ์ เพราะต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ ใครคือผู้วิจัย ได้แหล่งทุนจากแหล่งใด รวมทั้งในประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวิธีวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่าง หรือเครื่องมือที่นำไปวัด

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

        เพราะคุณภาพบัณฑิตต้องวัดกันในทุกมิติ ทั้งความรู้ เจตคติและภาคปฏิบัติ ที่บอกว่าไม่แตกต่างนั้น ไม่แตกต่างในส่วนไหนบ้าง ซึ่งในกรณีนี้ หากผลออกมาเป็นเช่นนั้นจริง ในเบื้องต้นบรรดาคณบดีครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ทั้งหลายต้องออกมาร่วมกันรับผิดชอบ เพราะใช้เวลาเพิ่มขึ้น 1 ปีแต่ไม่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มใด ๆ ให้เกิดขึ้นกับบัณฑิตได้เลย

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

       “อยากให้สภาคณบดีฯไปเปิดดูประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหลักสูตร 5 ปี เพราะเกิดขึ้นในยุคที่วิชาชีพครูตกต่ำมาก มีงานวิจัยออกมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏในขณะนั้นให้งบประมาณในการศึกษาวิจัย ได้ผลออกมาแล้ว ก็ทำประชาพิจารณ์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เรียกได้ว่าทำถูกต้องตามหลักวิชาการทุกประการ แต่สำหรับข้อมูลที่ผมรับทราบ ณ ขณะนี้ ยังไม่เห็นงานวิจัยที่ชี้ชัดดั่งกับที่สภาคณบดีฯกล่าวอ้าง เห็นมีแต่ข้อเขียนและบทวิเคราะห์ของคณบดีบางคนเท่านั้น เรื่องนี้ควรที่จะต้องเป็นเอกภาพ จุดยืนของสภาคณบดีฯเองในช่วง 2-3 ปีนี้ ก็ยังสับสน ”

ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป

      รศ.ดร.ฤๅเดช ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ อยากให้มีข้อสรุปในเชิงวิชาการ สภาคณบดีฯไม่ควรผลีผลามเร่งรัด เป็นนักวิชาการก็ต้องใช้เหตุผลเชิงวิชาการ ไม่ควรเลือกข้อมูลหรืองานวิจัยเฉพาะที่ตัวเองเห็นด้วยมานำเสนอ รวมทั้งไม่ควรมีการล็อบบี้ ระดมคนเพื่อหาเสียงสนับสนุนความคิด

จากรวงข้าวสู่เครื่องสำอาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287087

จากรวงข้าวสู่เครื่องสำอาง

มฟล.-สกว.ร่วมใช้งานวิจัยเครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากรวงข้าว

       เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) โดย ดร.พนม วิญญายอง รองอธิการบดี มฟล.ได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยในโครงการ “รวงข้าวเพื่อใช้ประโยชน์ทางเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ” ร่วมกับ นางสาวศิริกร วิวรวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.
ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นของ ผศ.ดร.มยุรี กัลยาวัฒนกุล และ ผศ.ดร.ณัฐยา เหล่าฤทธิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มฟล. ที่ได้รับงบสนับสนุนจาก สวก. จึงเป็นผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่ทรงสิทธิร่วมกัน

ขยายผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287010

ขยายผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน

ฉกชน, อบรม, ฉกชน, สพป, สพฐ, SPC

สพป.สุโขทัย เขต 2 ขยายผลการอบรมการรายงานผลการดำเนินการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) ในระดับสถานศึกษา

         นายสัมพันธ์    จิตรธร   รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุโขทัย เขต 2  เปิดเผยหลังการอบรมการรายงานผลการดำเนินงานการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.)  ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา  ผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ งาน ฉก.ชน. ว่า  จากการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย  เขต 2 เข้ารับการพัฒนาบุคลากรเพื่อรายงานผลการดำเนินงานคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน  (ฉก.ชน.) ระดับเขตพื้นที่การศึกษา สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน  ฉก.ชน. ซึ่งทางศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.)  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดขึ้นรุ่นแรกในระดับภาคเหนือ ที่ผ่านมา ณ โรงแรมลาพาโลมา  จังหวัดพิษณุโลก นั้น  ได้ขยายผลให้แก่สถานศึกษา เพื่อดำเนินการรายงานในส่วนของสถานศึกษาได้ถูกต้อง  รวดเร็ว และทันต่อเหตุ  และเชื่อมโยงกับเขตพื้นที่การศึกษาไปในทิศทางเดียวกันทางออนไลน์ ในระบบฐานข้อมูล Student  Protection Center (SPC) ทั้ง 4 เหตุ 4 กรณี

ขยายผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน

นายสัมพันธ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  เขตพื้นที่ได้ดำเนินการอบรมการรายงานผลการดำเนินการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน และระบบสารสนเทศเพื่อดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา  โดยการใช้โปรแกรม CATAS  System   และการใช้โปรแกรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  Scan  tool  ไปในคราวเดียวกัน  โดยมีครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสังกัดทุกโรงเรียน  จำนวน 168 คน  เข้าร่วมอบรม  ณ  ห้องประชุม 2  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย  เขต 2

ขยายผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน

ขยายผลการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน

 

ค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286957

ค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์

ค่ายบูรณาการวิทยาศาสตร์, ราชมงคลล้านนาพิษณุโลก

สพม.39 จัดค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ภาคเหนือตอนล่าง

      นายมานพ  เกตุเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 เปิดเผยว่า ศูนย์แม่ข่ายโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ ภาคเหนือตอนล่าง ได้จัดกิจกรรมค่ายบูรณาการ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2560 ขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายนำมาสู่การคิดหัวข้อโครงงาน ให้นักเรียนสามารถเขียนเค้าโครงของโครงงานได้  พัฒนาศักยภาพนักเรียนให้สามารถบูรณการความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี มาจัดทำโครงงานเพื่อใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ และเพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีภาวะผู้นำและกล้าแสดงออกต่อสาธารณชน  โดยมีคณะครู และนักเรียนในเครือข่ายห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ มีนักเรียนจาก 19 โรงเรียน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมจำนวน 650  คน

ค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ค่ายบูรณาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์

โดยมีระยะเวลา 3 วันของการจัดกิจกรรม นักเรียนได้เข้าศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลกสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร และโรงสีข้าว “ราชมงคลล้านนาพิษณุโลก”  เข้าศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 พิษณุโลก และศูนย์บริการวิชาการที่ 10 จังหวัดพิษณุโลก  เพื่อนำความรู้จากแหล่งเรียนรู้มาคิดโครงงานได้ในการเรียนต่อไป.

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287005

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

นักวิจัย มธ, นักวิจัยดาวรุ่ง, มจธ, Stent, Micro-sensors, Micro-channel, Bakers yeast, Candida species, synergistic fungicidal effect

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกาศรางวัลนักวิจัยดาวรุ่ง มจธ. ครั้งที่ 5 ประจำปี 2559

        มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คัดเลือกอาจารย์รุ่นใหม่ ที่รักงานวิจัย ส่งเสริมให้เป็นนักวิจัย เพื่อให้พัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการคัดเลือกนักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.ครั้งที่ 5 ประจำปี 2559 มีอาจารย์ได้รับรางวัลนักวิจัยดาวรุ่ง มจธ. จำนวน 3 คน ได้แก่

       ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ศึกษา คิดค้น และพัฒนากระบวนการตัดด้วยความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการใช้ลำแสงเลเซอร์ในการตัด และมุ่งเน้นที่การวิจัยเพื่อให้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์แบบเดิมให้สูงขึ้น

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล

       ผศ.ดร.วิบุญ เล่าว่า กว่า 9 ปีที่ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้คุณภาพงานตัดที่ดีขึ้นและใช้ระยะเวลาในการตัดที่สั้นลง ผลงานวิจัยต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดแผ่นซิลิกอนสำหรับผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง การตัดโลหะในกลุ่มชีวการแพทย์สำหรับผลิตเป็นชิ้นส่วนเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็ก เช่น ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (Stent) รวมไปถึงการนำไปใช้ในการผลิตไมโครเซนเซอร์ (Micro-sensors) ไมโครแชนแนล (Micro-channel) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงย่อมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

การผลิตขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดในปัจจุบันต้องใช้เลเซอร์เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการตัด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเลเซอร์ก่อให้เกิดความเสียหายทางความร้อนต่อตัววัสดุงานทำให้สมบัติทางวัสดุของชิ้นงานเปลี่ยนแปลงไป ทีมวิจัยได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์แบบผสมผสานหลากหลายวิธีเพื่อลดความเสียหายทางความร้อนของชิ้นงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการตัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น การตัดด้วยเลเซอร์ภายใต้ชั้นของเหลว การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้ามาช่วยในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ การใช้กรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีเข้ามาร่วมกับการตัดด้วยเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้วิจัยและพัฒนากระบวนการตัดและขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นเพื่อตอบสนองกับแนวคิดแบบอุตสาหกรรม 4.0 เช่น กระบวนการตัดที่สามารถปรับเปลี่ยนสภาวะในการตัดได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ หรือการพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ด้วยความแม่นยำสูง เป็นต้น

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

ผศ.ดร.นิษก์นิภา สุนทรกุล

        ผศ.ดร.นิษก์นิภา สุนทรกุล สายวิชาเทคโนโลยีชีวเคมี คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี กับงานวิจัยที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรชีวภาพในประเทศโดยใช้องค์ความรู้และวิธีทางชีวเคมี พันธุวิศวกรรม ชีววิทยาโมเลกุล และเทคโนโลยีด้านยีน ในการค้นพบฤทธิ์ทางชีวภาพและกลไกของสารสำคัญจากแหล่งธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง อาทิ ยา สารสุขภาพ ชีววัตถุ/ชีวภัณฑ์ เวชสำอาง พลังงานชีวภาพ โดยใช้ยีสต์เป็นต้นแบบและฐานในการทดสอบและการผลิตสารชีวภาพมูลค่าสูงดังกล่าว

       ผศ.ดร.นิษก์นิภา เล่าว่า อาจารย์ทำงานวิจัยทางด้านยีสต์มากว่า 15 ปี ยีสต์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการเพื่อการผลิตสารมูลค่าสูงนี้ คือ ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae หรือ ยีสต์ขนมปัง (Baker’s yeast) ซึ่งใช้เป็นต้นแบบในการศึกษาและใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยีสต์ใช้ต้นทุนในการศึกษาและการดูแลรักษาต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และที่สำคัญคือ ยีสต์ต้นแบบที่ใช้นี้มียีนและโปรตีนหลายชนิดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พบในมนุษย์และในยีสต์ก่อโรคที่สำคัญ เช่น ยีสต์แคนดิดา (Candida species) ซึ่งเป็นเชื้อฉวยโอกาส และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วย HIV ผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

ตัวอย่างงานวิจัยด้าน Biomedical Science ที่ทำอยู่ เกี่ยวกับการพัฒนายาต้านเชื้อรา โดยได้นำยีสต์ต้นแบบมาใช้ในงานวิจัยเพื่อศึกษาการตอบสนองของเซลล์ต่อสารต่างๆ รวมถึงยา โดยทำการทดสอบสารสำคัญจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่พบในประเทศ โดยอาจารย์และทีมวิจัยได้ค้นพบฤทธิ์ทางชีวภาพในการฆ่ายีสต์ต้นแบบและยีสต์ก่อโรคจากสารสกัดเชื้อรา Xylaria ซึ่งมีลักษณะคล้ายเห็ด พบตามขอนไม้ที่ผุพังในป่าของไทย เนื่องจากยาที่ใช้ในการฆ่าเชื้อราในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ชนิด และเกือบทั้งหมดมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องใช้ยาเดิมซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนเกิดภาวะการดื้อยา อาจารย์และทีมวิจัยได้นำสารที่ได้จากธรรมชาตินี้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งผลงานวิจัยบ่งชี้การเสริมฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ (synergistic fungicidal effect) ทำให้สามารถลดปริมาณยาที่ใช้น้อยลงมาก ถือเป็นการค้นพบที่ถูกรายงานเป็นครั้งแรกของโลก และตีพิมพ์ในวารสาร Future Microbiology ปี 2560 นี้

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

        ผศ.ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านชีววิทยาผึ้ง หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยผึ้งพื้นเมือง มจธ.ราชบุรี เล่าว่า อาจารย์ทำงานด้าน ชีววิทยา พฤติกรรม และการสื่อสารของผึ้งในด้านการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการทำการเกษตร การเกิดภาวะโลกร้อนหรือการขยายตัวของโครงสร้างชุมชนเมือง งานวิจัยยังมุ่งเน้นศึกษาการใช้ประโยชน์จากผึ้งพื้นเมืองไทยในแง่ของผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งมูลค่าสูงและการประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแมลงผสมเกสรที่สำคัญทางการเกษตร เพื่อตอบโจทย์ชุมชนและสังคมให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

กว่า 10 ปี ของการวิจัย อาจารย์และทีมวิจัยได้สร้างผลงานด้านวิชาการและด้านสังคมเป็นที่ประจักษ์ มีเครือข่ายกับสถาบันต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศกว่า 20 สถาบัน มีการตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารนานาชาติกว่า 20 บทความ และตีพิมพ์หนังสืออ้างอิงในวงการวิชาการผึ้ง 3 เล่ม เป็นหนังสือภาษาไทย 1 เล่ม และภาษาอังกฤษ 2 เล่ม โดยมีผลงานวิจัยเด่นคือ การอ่านและแปลผล “ภาษาเต้นรำของผึ้ง” ที่ผึ้งใช้เพื่อการสื่อสารภายในรัง ไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำบอกถึงทิศทางและระยะทางในการหาอาหารของผึ้ง ส่งสัญญาณเพื่อบอกและคัดเลือกที่อยู่ของรังใหม่ก่อนที่ผึ้งจะทิ้งรัง บอกได้ถึงปริมาณและความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร การเต้นรำเพื่อแจ้งเตือนศัตรูและอันตราย เป็นต้น

3 นักวิจัยดาวรุ่ง มจธ.สร้างความรู้สู่สังคม

งานวิจัยภาษาผึ้ง ทำให้เกิดการต่อยอดวิจัยในเชิงการประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างน่าสนใจ มีการพัฒนางานวิจัยแบบสหสาขาที่เกิดจากความร่วมมือกับนักวิจัยหลากหลายสาขา เช่น วิศวกรรม เคมีและคณิตศาตร์ประยุกต์ เกิดผลงานวิจัยเชิงนวตกรรมที่จะสร้างผลกระทบในหลายด้าน เช่น การพัฒนาอัลกอลิทึมเพื่อคัดกรองภาษาและการสื่อสารภายในรังผึ้งเพื่อสร้าง “รังผึ้งอัจฉริยะ” ที่สามารถเตือนภัยหรือส่งสัญญาณผิดปกติจากการถูกมดบุกรังได้ ที่จะพลิกโฉมการเลี้ยงผึ้งแบบใหม่ให้การเลี้ยงผึ้งในอนาคตสามารถตรวจสอบรังและตรวจจับความผิดปกติของรังผึ้งที่เลี้ยงผ่านสมาร์ทโฟนได้ กลไกการพัฒนาเงื่อนไขพฤติกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการผสมเกสรของผึ้งในพืชผลทางการเกษตร เช่น ฟักทอง มะเขือ มะนาว เป็นต้น

การพัฒนาเทคนิค “การเลี้ยงผึ้งไทยแบบจุลภาค” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งให้กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่สนใจ สู่การสร้างโมเดล Beesanc ภายใต้แนวคิดบริษัทเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม มาสนับสนุนและเป็นกลไกหลักในการกระบวนการผลิต พัฒนา และจำหน่าย “น้ำผึ้งธรรมชาติที่มีคุณภาพออกแบบเองได้โดยผู้บริโภค” ถือเป็นนวตกรรมทางเลือกใหม่ของการผลิตน้ำผึ้งมูลค่าสูง เสริมสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่ผ่านมากว่า 40 ครัวเรือน และยังเป็นการปลูกฝังให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร หันมาใส่ใจธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำใช้ทรัพยาการณ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา”ปริญญา”ไม่รับรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287004

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา”ปริญญา”ไม่รับรอง

มกรุงเทพธนบุรี, ทำไมไม่รับรองปริญญา, อ่าน, ลอยแพ 800 นศปโท, นศปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บริหารการศึกษา รหัส 57 มกรุงเทพธนบุรี, เกิน, คำเดียวสั้นๆ, กรุงเทพธนบุรี, เรียนง่าย, ปริญญา, รหัส 57, นิโรธ นิ่มวิวัฒน์, สกอ, กกต, คสช, กกอ, สกศ

 อยากให้กรณี นศ.ปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บริหารการศึกษา รหัส 57 ม.กรุงเทพธนบุรีในครั้งนี้เป็นบทเรียนเตือนใจให้กับวงการครูในอนาคตต่อไป

     “ก็อยากเรียนเพื่อเตรียมไว้สอบผู้บริหารสถาบันการศึกษา เห็นเขามาโรดโชว์ตามต่างจังหวัดว่าเรียนที่นี่แล้วได้ใบประกอบวิชาชีพ มีรถมารับจากบ้านไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายและไปส่งกลับด้วย แต่ละจังหวัดจะหัวหน้าศูนย์รับดูแลไปอำนวยความสะดวก คนที่มาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการครู ที่อายุราชการยังไม่มาก แต่อยากเรียนไว้เพื่อปรับวุฒิรอสอบเป็นผู้บริหารสถานศึกษา” ครู 1 ใน 800คนที่เรียนปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 (รหัส 57) ม.กรุงเทพธนบุรี  กล่าว

       ค่าเรียนตลอดหลักสูตร 1.47 แสนบาท ถ้าจ่ายครั้งเดียวจะไม่มีดอกเบี้ย แต่ถ้าทยอยจะมีดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อย่างที่รับรู้กันในสังคมไทยให้ความสำคัญกับปริญญา เพราะเชื่อว่าเป็นใบเบิกทางเพื่อเลื่อนชนชั้น ไปเป็นผู้บริหารระดับสูง บางทีคนที่มาเรียนก็ตั้งเป้าเพื่อให้คุณสมบัติครบตามที่ระเบียบกำหนดไว้

ยกตัวอย่างเช่นข้อบังคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ที่ลงนามโดย พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี อดีตรมว.ศึกษาธิการ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559

      กำหนดคุณสมบัติผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพการขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตจะต้องยื่นเอกสารหลักฐาน เช่น สำเนาเอกสารที่แสดงการมีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หลักฐานการรับรองการประพฤติจากผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงาน เป็นต้น

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา"ปริญญา"ไม่รับรอง

   นิโรธ นิ่มวิวัฒน์

 “สนใจตอนที่มีตัวแทนไปประชาสัมพันธ์หลักสูตร เขาบอกเรียนง่ายได้ความรู้มาเรียนที่กรุงเทพฯเดือนละ 2 ครั้ง เหมารถกันมากับครูอื่นๆ รวม 12 คน มาเรียนรวมในห้องเรียนประมาณ 100 กว่าคน บางวิชา 200 กว่าคนโดยมีอาจารย์มาสอนด้วยตนเอง ช่วงที่ไม่ต้องมาจะมีทำงานกลุ่ม และมีทำงานวิจัย ยอมรับตอนสมัครเรียนไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัย รับนักศึกษามากถึง 2,500 คน และไม่รู้ว่าหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง  หากฟ้องร้องและได้เงินคืนทั้งหมดก็ตั้งใจจะไปสมัครเรียนที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น”นักศึกษาปริญญาโท จ.บุรีรัมย์ รายหนึ่งกล่าว

   เช่นเดียวกับ “นิโรธ นิ่มวิวัฒน์” ที่ตัดสินใจเรียน เพราะมีตัวแทนไปแนะนำหลักสูตรถึงหนองคาย โดยบอกว่าหลักสูตรฯ นี้มีศักดิ์และสิทธิ์ตามกฎหมาย จบแล้วสามารถนำไปขอใบอนุญาตฯผู้บริหารการศึกษาจากคุรุสภาได้

      “ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ เราต้องเสียโอกาส เช่น ถูกเพิกถอนสิทธิการสอบผู้บริหารสถานศึกษา เพราะไม่มีใบอนุญาตฯ หรือเมื่อเกิดความเสียหาย มหาวิทยาลัยไม่เคยแจ้งข่าวหรือประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบ การจ่ายชดเชยก็ยังมีการทำสัญญาให้นักศึกษาที่รับเงินไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆจากการปรึกษากับทนาย ข้อตกลงนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมายื่นฟ้องอีกครั้ง”นิโรธ กล่าว

       ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา รุ่น 1/2557 กล่าวว่าวันที่ 25 ก.ค.นี้จะนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด ไปส่งให้สภาทนายความ พร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานไปสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เคยรับเงินชดเชยมาแล้ว 30,000 บาท จำนวน419 คน ซึ่งในกลุ่มนี้มีบางรายยังไม่ได้รับเช็คและได้แจ้งสละสิทธิ 2.กลุ่มที่รับ 70,000 บาท จำนวน 385 คน แจ้งถอนสิทธิ์ 25 คน และ 3.กลุ่มที่ไม่เคยรับเงินชดเชยมาก่อนเลย จำนวน 294 คน โดยเรียกร้องให้จ่าย 147,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5%

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา"ปริญญา"ไม่รับรอง

        จะว่าไปแล้ว “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” เป็น 1 ใน 10 สถาบันการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการรับนักศึกษาเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ขอให้ปรับปรุงการดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน มี“ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” อดีตรมต.กระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) เป็นประธานมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ทั้งสองเป็น คู่ชีวิต ตั้งแต่ปี 2549

      เดิม ชื่อว่า “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 แต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  ให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) หรือ Bangkokthonburi University (BTU)” ในวันที่ 11 มิถุนายน 2552

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา"ปริญญา"ไม่รับรอง

        “ชาญชัย”   เคยเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินในช่วงปลายปี 2551 ซึ่งมีพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาได้มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมว่าผิดข้อบังคับ โดย กกต. ได้มีมติเห็นว่าการประชุมดังกล่าวผิดข้อบังคับ

      หลังจากนั้นได้มีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ปรากฏว่าเขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแทน จนกระทั่งในช่วงเดือนพฤษภาคม 2554ชาญชัย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมชาติพัฒนา และเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

       ทั้งนี้ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อ 4 ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)รายงานต่อรมว.ศึกษาการ เมื่อปรากฏว่าสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาแห่งใดมีปัญหา ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา ทั้งหมด 12 แห่ง แบ่งเป็น ม.รัฐ 2 แห่ง มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล และม.เอกชน 10 แห่ง มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไม่เป็นไปมาตรฐานการศึกษาอุดมศึกษาหรือมาตรฐานหลักสูตร

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา"ปริญญา"ไม่รับรอง

      นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

        นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่าการที่ผู้สำเร็จการศึกษา ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัย ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง จะมาฟ้องศธ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่มีประโยชน์ เพราะโดยหลักการมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ การจัดการเรียนการสอนที่ไม่มีคุณภาพ

เรียนง่าย -เดือนละ2ครั้งที่มา"ปริญญา"ไม่รับรอง

  ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์

        ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่ามหาวิทยาลัยจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามแผนที่เสนอมา คือตามแผนกำหนดรับ 490 คน แต่มหาวิทยาลัยรับจริง 2,500 คนเกินกว่าแผนถึง 5 เท่า ซึ่งอาจมีผลทำให้การจัดการศึกษาไม่มีคุณภาพ คุรุสภาจึงไม่อนุมัติใบอนุญาตฯ

     0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

เจ๋ง!!นร.ไทยซิวเหรียญทองแดงที่สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286991

เจ๋ง!!นร.ไทยซิวเหรียญทองแดงที่สิงคโปร์

เหรียญเงิน, สสวท, สสวท, IYPT

ทีมนักเรียนไทยคว้าเหรียญทองแดง การแข่งขันฟิสิกส์สัประยุทธ์ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 30 จากสิงคโปร์

         ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)เปิดเผยว่าทีมผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์สัประยุทธ์ระดับนานาชาติ International Young Physicists’ Tournament (IYPT) ครั้งที่ 30 ตั้งแต่วันที่ 5 – 12 กรกฎาคม 2560 ณ  ประเทศสิงคโปร์ สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้เป็นครั้งแรกจากฝีมือของ นายธีธัช วงษ์วานิช   นายเปมกิตติ ปุกทะเล  นายสราวุฒิ สิรโฆษิต จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง  นายภูมิ สิริวิบูลย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม  นางสาววารี เศรษฐพรรค์  โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

เจ๋ง!!นร.ไทยซิวเหรียญทองแดงที่สิงคโปร์

การแข่งขันครั้งนี้แบ่งเป็นการแข่งเพื่อเก็บคะแนนจำนวน 5 ยก ทีมประเทศไทยสามารถทำคะแนนรวมได้เท่ากับ 184.4  จัดอยู่ในลำดับที่ 11 ซึ่งเป็นคะแนนและลำดับเดียวกันกับประเทศออสเตรีย  ทำให้ทีมไทยคว้าเหรียญรางวัลเหรียญทองแดงให้กับประเทศไทยได้เป็นครั้งแรก  นับตั้งแต่มีการส่งผู้แทนเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2554  ณ  สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

เจ๋ง!!นร.ไทยซิวเหรียญทองแดงที่สิงคโปร์

สำหรับคณะอาจารย์ผู้นำทีมไปแข่งขัน  International Young Physicists’ Tournament (IYPT) ครั้งที่ 30   ประกอบด้วย ดร.วิทยา กาญจนภูษากิจ  อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ดร.นฤทธิ์ ตรีอำนรรค  อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร  และ ผศ.ดร.นิรุต ผุสดี  อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นกรรมการอิสระ

นวัตกรรม “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286955

นวัตกรรม “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้”

นวัตกรรมการเรียนรู้, นวัตกรรม, สำนัก 3, สำนัก 4, สสส, Health literacy, ป1-ป3

สสส.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบ นวัตกรรม “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้ อนุบาล-ประถมศึกษา” อ่านออก-เขียนได้ ทุกคน

       สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สำนัก 4) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ สำหรับเสริมสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health literacy) ในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) ภายใต้การบูรณาการร่วมกับเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เพื่อการสร้างสุขภาวะในโรงเรียน ในประเด็นการอ่านออกเขียนได้สำหรับเสริมสร้างความรู้ทางสุขภาพ โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมเพื่อเป็นต้นแบบจำนวน 34 แห่ง จาก 21 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพ

       นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า สถานการณ์การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ปี 2558 เด็ก ป.1 อ่านไม่ออก 5.71 % เขียนไม่ได้ 7.63 % ซึ่งการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นี้จะส่งผลถึงความสามารถและทักษะของเด็กเมื่อเติบโตขึ้น อาทิ ความสามารถด้านการเรียนรู้ ความฉลาด/ความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health literacy) ดังนั้น วัตถุประสงค์สำคัญในการบูรณาการการทำงานร่วมกับเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ คือ การพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ กับนักเรียนช่วงชั้นที่ ๑ ของโรงเรียนในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เพื่อมุ่งผลลัพธ์ 4 ประการ คือ 1) นักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-3) ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถอ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 2) ส่งเสริมให้ครูผู้สอนตระหนักในความสำคัญและจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและแก้ปัญหาด้านการอ่านและการเขียน 3) พัฒนาเครือข่ายโรงเรียนการอ่านออกเขียนได้สำหรับเสริมสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพในพื้นที่ของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และ 4) เพื่อพัฒนา ถอดบทเรียนนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่ส่งเสริมและแก้ปัญหาด้านการอ่านและการเขียนที่สามารถต่อยอดและขยายผลได้ ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 50 เครือข่าย 250 โรง (1 เครือข่าย 1 ต้นแบบ 4 โรงเรียนเครือข่าย)

นวัตกรรม “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้"

        ดร.วิภา ตัณฑุลพงษ์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันพบ 5 ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ 1) มีความหลากหลายของภาษาที่ใช้ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 70 ภาษา ส่งผลต่อการเรียนการสอนภาษาไทย 2) กระแสความเจริญของโลกเทคโนโลยีการสื่อสาร ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ทำให้ละเลยไม่สนใจเรียนภาษาไทย 3)เด็กจำนวนหนึ่งอยู่ในครอบครัวยากจนขาดโอกาส ไปโรงเรียนไม่ต่อเนื่อง ขาดการฝึกฝนการอ่านการเขียน 4) ผู้สอนภาษาไทยบางส่วนขาดองค์ความรู้และวิธีสอนภาษาไทย 5) นักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรและความเหมาะสมตามช่วงวัย

         ดร.วิภา กล่าวต่อว่า การสอนภาษาไทยให้ได้ผลจะต้องใช้รูปแบบและวิธีสอนที่หลากหลาย มีการผสมผสานทั้งการแจกลูกสะกดคำ สอนโดยวิธีมุ่งเสริมสร้างประสบการณ์หรือวิธีการใดๆ ที่ทำให้นักเรียนวัยเริ่มเรียน โดยเฉพาะชั้น ป.1-3 อ่านออกเขียนได้ และต้องสอนจากง่ายไปหายาก พร้อมทั้งส่งเสริมการเขียน และคัดลายมือ โดยเฉพาะชั้น ป.1 ส่วนชั้นอื่นๆ นอกจากคัดลายมือแล้วต้องส่งเสริมการเขียนเรียงความ ย่อความและสรุปความ ทั้งนี้ ทักษะการอ่านที่ครูต้องสอน คือ การอ่านคำและรู้ความหมายของคำ การอ่านจับใจความ การอ่านออกเสียงให้ชัดเจน การอ่านเพื่อศึกษาหาความรู้ การฝึกให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน และการอ่านเพื่อให้คุณค่าและเกิดความซาบซึ้ง โดยประเด็นปัญหาสำคัญจงหยุดเข้าใจว่าปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นหน้าที่ของครูภาษาไทยเท่านั้น ซึ่งความจริงคือครูทุกคนต้องเป็นต้นแบบการสอนและใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง และครูทุกวิชาต้องสอนภาษาไทยแบบแจกลูกสะกดคำได้ทุกคน

นวัตกรรม “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้"

“ก้าวย่างที่สำคัญของการเรียนภาษาไทย คือ “รอยเชื่อมต่อการเรียนรู้ ระหว่างชั้นอนุบาลและประถมศึกษา” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เด็กทุกคนต้องเผชิญกับรอยเชื่อมต่อนี้ทั้ง 3 ระยะ คือ 1) รอยเชื่อมต่อระหว่างบ้านและสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล2) รอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นเรียนอนุบาลและประถมศึกษา 3)รอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเด็กในช่วงรอยต่อเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง   หากเด็กปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็จะสามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าแต่ในทางตรงกันข้าม หากเด็กปรับตัวไม่ได้อาจเป็นอุปสรรคประการสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กเมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษา ทั้งนี้ ครูอนุบาลและครูประถมจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวนี้” ดร.วิภา กล่าว

ก.แรงงาน ฝึกช่าง ลดค้ามนุษย์ เสริมค้าชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286953

ก.แรงงาน ฝึกช่าง ลดค้ามนุษย์ เสริมค้าชายแดน

แรงงาน, กแรงงาน, ฝึกช่าง, ลดค้ามนุษย์, เสริมค้าชายแดน, กพร, Country Strategy

ก.แรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดฝึกอาชีพช่างไฟฟ้า และช่างแอร์ ให้แรงงาน ราชอาณาจักรกัมพูชา เชื่อมไทย–กัมพูชา ลดปัญหาการค้ามนุษย์ เสริมการค้าชายแดน

       นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เผยว่า สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ จัดฝึกอาชีพ ระหว่างวันที่ 2-8 กรกฎาคม 2560 จำนวน 3 สาขาๆ ละ 20 คน ได้แก่ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร  ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ และการถนอม/แปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  ให้แก่ผู้บริหาร ครู อาจารย์ จาก จ.พระวิหาร จ.อุดรมีชัย และ จ.เสียมราฐ  ราชอาณาจักรกัมพูชา กว่า 60 คน ซึ่งปิดการฝึกอบรมและมอบวุฒิบัตร เมื่อ 8 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุม 1 อาคารฝึกอบรม สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ โดยมีนายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน

ปัจจุบันความสัมพันธ์ประเทศไทย–ราชอาณาจักรกัมพูชา มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าและดำเนินไปบนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจกัน โดยใช้กลไกความร่วมมือทั้งในระดับรัฐบาล และระดับท้องถิ่น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความแน่นแฟ้นอย่างยิ่ง โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมมือกันพัฒนาความสัมพันธ์แบบทวิภาคี บนพื้นฐานของมิตรภาพของประชาชนทั้งสองประเทศ  อีกทั้ง จังหวัดศรีสะเกษ มีความมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนจังหวัดพระวิหาร จังหวัดเสียมราฐ และจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชาในการพัฒนาด้านต่างๆ ประกอบด้วย การพัฒนาและส่งเสริมด้านการค้าชายแดน การพัฒนาและส่งเสริมด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทักษะฝีมือ

ก.แรงงาน  ฝึกช่าง ลดค้ามนุษย์  เสริมค้าชายแดน

นายธีรพล ขุนเมือง

ก.แรงงาน  ฝึกช่าง ลดค้ามนุษย์  เสริมค้าชายแดน

 นายสรรชัย  ชอบพิมาย  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ กล่าวว่า  กพร.ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ  จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเครือข่ายแรงงานนานาชาติ รองรับประชาคมอาเซียน (จังหวัดพระวิหาร จังหวัดเสียมราฐ และจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา) ประจำปีงบประมาณ 2560 ให้สอดรับนโยบายและยุทธศาตร์เร่งด่วนของรัฐบาล การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและอาเซียน (Country Strategy) โดยจัดฝึกอบรมหลักสูตรยกระดับฝีมือ ให้กับหัวหน้างาน ครูฝึก และกำลังแรงงาน  เพื่อแลกเปลี่ยนทักษะฝีมือแรงงานระหว่างกัน สร้างความร่วมมือในการลดปัญหาข้ามชาติของทั้งสองประเทศ อาทิ อาชญากรรม ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ และสร้างแรงงานฝีมือให้กับประเทศเพื่อนบ้านรองรับการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ

ด้าน Mr. Pich Somrach ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร กล่าวว่า รู้สึกยินดี และดีใจมาก ที่ได้รับความรู้ใหม่ๆ จากประเทศไทย โดยจะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับแรงงานที่ประเทศกัมพูชาต่อไป

ก.แรงงาน  ฝึกช่าง ลดค้ามนุษย์  เสริมค้าชายแดน

“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของหน่วยงานในระดับท้องถิ่นทั้งสองประเทศ  ในการพัฒนากำลังแรงงานซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ  ให้สามารถนำทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมไปขยายผลต่อให้แก่กำลังแรงงานให้มีความเข้มแข็ง เสริมสร้างธุรกิจการค้าชายแดน ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของทั้ง 2 ประเทศดีขึ้น นอกจากอบรมครูและผู้บริหารจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปขยายผลแล้ว ในส่วนของการฝึกอาชีพเพิ่มทักษะแรงงานไทยในปี 2560 ตั้งเป้าหมายไว้กว่า 3.6 ล้าน ปัจจุบันฝึกแล้วกว่า 3.4 ล้านคน” อธิบดี กพร. กล่าวทิ้งท้าย