วิจัยมก.ควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286306

วิจัยมก.ควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย

มก, เมธีวิจัยอาวุโส สกว, สกว

ศ.ดร.ธีรภาพ เจริญวิริยะภาพ มก.ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2559 งานวิจัยมีผลต่อแผนยุทศาสตร์ชาติในการควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย

    ผลงานวิจัยเรื่อง “นิเวศวิทยาของยุงและแมลงวันคอกสัตว์และนัยยะความเป็นไปได้ในการใช้สารสกัดพืชเพื่อควบคุมแมลงพาหะนำโรค” ของ ศ.ดร.ธีรภาพ เจริญวิริยะภาพ (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.) ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีม พร้อมด้วยทีมวิจัย  ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น ประจำปี 2559 ด้านวิชาการ ซึ่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดขึ้นยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยที่มีผลงานดีเด่น อันจะเป็นต้นแบบที่ดีของการทำงานวิจัยที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ตั้งใจ มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ ศ.ดร.ธีรภาพ เข้ารับโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2559 ด้านวิชาการ จาก พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรม รอยัล ออร์คิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์ โดยข้อมูลผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติ ในการวางแผนการควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย อันเป็นโรคติดต่อที่มียุงก้นป่องเป็นพาหะและเป็นอันตรายที่คร่าชีวิตเป็นล้านคนในแต่ละปี

วิจัยมก.ควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย

ศ.ดร.ธีรภาพ กล่าวว่า  การจัดการยุงพาหะนำโรคมาลาเรียให้ได้ผล จำเป็นต้องมีข้อมูลของยุงพาหะนำโรคในด้านต่าง ๆให้ครบถ้วน ซึ่งยุงพาหะนำโรคมาลาเรีย ทั้ง 7 ชนิด จัดเป็นยุงพาหะชนิดที่ซับซ้อน ไม่สามารถจำแนกชนิดได้โดยลักษณะทางกายภาพหรือรูปร่างสัณฐานภายนอก ดังนั้นการมีแผนที่ทางภูมิศาสตร์แสดงการกระจายตัวของยุงพาหะนำโรคมาลาเรียทั้ง 7 ชนิด  จึงมีความสำคัญในการวางแผนจัดการและควบคุมโรค จากผลการวิจัย ทีมวิจัยได้ศึกษาจำแนกสารเคมีในการควบคุมยุงพาหะนำโรคตามแนวคิดใหม่เป็นครั้งแรก และได้พัฒนาแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของยุงพาหะนำโรค ที่ต้านทานต่อสารเคมี

นอกจากนี้ได้พัฒนาแผนที่ภูมิศาสตร์ของยุงพาหะนำโรคมาลาเรียในประเทศไทยที่จำแนกด้วยเทคนิคทางด้านโมเลกุลเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ถือเป็นแผนที่การกระจายของยุงพาหะนำโรคมาลาเรียที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้  ซึ่งแผนที่ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการควบคุมโรคมาลาเรียแบบกำหนดทิศทางใช้เป็นข้อมูลในการจัดแบ่งพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรียที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำที่สุดของประเทศไทย

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286371

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ, เปิด3ครูที่ผ่านอนุมัติโครงการแก้หนี้วิกฤต, ทำไมครูถึงเป็นหนี้, อยากรู้มั้ย, หนี้, หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ , ครั้งที่ 1, สกสค, หนี้วิกฤติ, คู่ชีวิต, กนกพิชญ์

ครู3คนที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแก้หนี้วิกฤติครั้งที่ 1 เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงเป็นหนี้และทำไม “หนี้”ถึงได้รับแก้ไข “หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ “มีคำตอบ

      “สงกรานต์ ศุภผล จ.เชียงราย, กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ จ.เพชรบูรณ์ และทองสุข เมืองนนท์ จ.อุตรดิตถ์” 2 คนแรกเป็นครูประจำการ 2 และครูบำนาญอีก 1 คน ทั้ง 3 คนถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการการจัดสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิต (ครั้งที่ 1) ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูใน 23 จังหวัด คัดเลือกครูที่มีหนี้วิกฤติเข้าร่วมโครงการ มีวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       “หนี้วิกฤติ” คำนี้เชื่อว่าครูหลายคนที่ตกอยู่ในภาวะแบบนี้ต่างดีใจได้รับการปลดเปลื้องความทุกข์ใจที่มีโดยตลอด ในเบื้องต้น สกสค.จะเน้นครูที่มีหนี้วิกฤติที่มีสินทรัพย์และรายได้ที่มากพอ มีความสามารถในการชำระหนี้และมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ยากลำบาก เช่นมีสินทรัพย์ใกล้เคียงหรือมากกว่าหนี้สินจะได้รับอนุมัติก่อน และจะทยอยพิจารณากลุ่มที่วิกฤติจากการลงทุนในโอกาสต่อไป

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

ครูทองสุข เมืองนนท์

       ว่ากันว่าที่พิจารณาได้รอบแรกนี้แค่ 3 คน เพราะ สกสค.ต้องการพิจารณาอย่างรอบคอบ เน้นในกลุ่มคนที่มีสินทรัพย์ที่มากพอและมีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนีี้อย่างเช่น “ครูทองสุข เมืองนนท์” ครูบำนาญ อายุ 84 ปี ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ บอกว่าดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพราะทุกวันนี้เครียด และวิตกกังวลตลอดเวลา กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       เนื่องด้วยหนี้สินที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท หนี้ธนาคารทหารไทย ประมาณ 2 แสนบาท หนี้ธนาคารกรุงไทย ประมาณ 3.6 แสนบาท และหนี้กองทุนหมู่บ้านอีก 4 หมื่นบาท ซึ่งทุกวันนี้มีรายได้จากบำนาญในแต่ละเดือนประมาณ 9,000 กว่าบาท ที่จะนำมาใช้จ่ายในครอบครัว

        “หนี้ที่เกิดเป็นหนี้สะสมมาหลายปี เพราะเมื่อก่อนไปกู้มาเพื่อให้ครอบครัวเปิดร้านชำ ขายของ ให้ลูกทำธุรกิจ แต่ทำมาได้ระยะหนึ่งก็ยกเลิกไม่ได้ทำ และตอนนี้ลูกทั้ง 3 คนก็ตกงาน มีเงินที่จะมาจุนเจือครอบครัวน้อยมาก ชีวิตแม้ไม่ได้อัตคัด แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบายมาก และด้วยอายุที่มากขึ้นแถมเป็นโรคหัวใจตีบ โชคดีที่ได้ไปรักษากับหมอโรงพยาบาลที่เก่งจนทำให้อาการดีขึ้น แต่ยังมีโรคความดัน เบาหวานอีก แต่ละวันคิดเสมอว่า “ตายไปแล้ว ไม่รู้จะใช้หนี้หมดหรือไม่.. เพราะเราไม่ใช่ไม่อยากใช้หนี้ แต่เราไม่มีเงินจะใช้” ครูทองสุข กล่าว

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

         แต่หลังจากนี้ไป ครูทองสุข จะสบายใจมากขึ้น นอนหลับสนิท เพราะไม่ต้องกังวล แบกหนี้อะไรมากมาย เพราะเงินบำนาญที่ได้รับเดือนละ 9,000 กว่าบาท หากนำมาใช้หนี้เดือนละ 6,000 บาทจะเหลืิอพอที่จะใช้ชีวิตได้ตามอัตภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าโครงการ เนื่องจากครูมีทรัพย์สิน และมีประกันชีวิต เมื่อนำมาหักลบกลบหนี้แล้วมีมากกว่าหนี้สินนั่นเอง

       หนี้วิกฤติของครูที่ได้รับการช่วยเหลือจะไม่ใช่หนี้ที่เกิดจากความขาดการวางแผนในชีวิต แต่เกิดจากความจำเป็นในการยังชีพ ดูแลครอบครัว ไม่ใช่การฟุ้งเฟ้อ บางรายเกิดจากการกู้ยืมไปใช้จ่ายในการส่งเสีียลูกให้เรียนหนังสือ ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน การดูแล “คู่ชีวิต” ที่เจ็บป่วย บางครั้งการกู้สหกรณ์อย่างเดียวไม่พอ ต้องกู้นอกระบบด้วย

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

      เช่น “สงกรานต์ ศุภผล” อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย แม้ว่า จะได้รับเงินเดือนเดือนละ 6 หมื่นบาท แต่ต้องใช้หนี้สหกรณ์ บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ เหลือเงินใช้เดือนละ 17,000 บาท ล่าสุด 2 เดือนที่ผ่านมา คู่ชีวิตเพิ่งจะป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องเดินทางไปกลับวันละ 20 กิโล ระหว่างบ้าน-โรงเรียน เพื่อดูแลภรรยา

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

        “หนี้ที่เกิดขึ้นเพราะส่งลูกแฝด 2 คนเรียนสัตวแพทย์ ที่ ม.มหานคร เพิ่งจบไปเดือนที่แล้วพร้อมกับได้รับอนุมัติเข้าโครงการแก้หนี้พอดี จากนี้ไปไม่มีภาระแล้ว ลูกจบแล้ว คงหางานทำและมีความสามารถในการมาชำระหนี้คืนช่วยพ่อ อีกอย่างสินทรัพย์ที่มีก็มากกว่าหนี้ที่มีอยู่ คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการอนุมัติเข้าโครงการ” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม กล่าว

        อย่างไรก็ตาม ชีวิตจากนี้ไปคงมีแต่ความสบายใจที่ยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ไปได้ยาวมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่มีอยู่ 4 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ที่เหลืออีก 3 เดือนสัญญาจะหมด ก็เบาใจว่า จะมีเงินมาชำระหนี้ไถ่ถอนที่ดินจากการขายฝากไว้ได้ เพราะราคาประเมินสูงกว่าเงินที่กู้มาก รวมทั้งบัตรเครดิต 2 ใบ และหนี้สหกรณ์ก็คงจะมีเงินเหลือไปทยอยใช้หนี้และมีเงินเหลือใช้ต่อเดือนเกือบ 3 หมื่นบาท และเมื่ออายุครบ 77 ปีจะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

  “กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ” 

     ส่วนรายสุดท้ายคือ “กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ” อายุ 45 ปี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.โรงเรียนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่ได้รับการอนุมัติเนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาว่ามีสินทรัพย์มากพอที่จะใช้หนี้ที่มีอยู่ 4 ล้านบาทได้ ด้วยวัยแค่เลข 4 ประกอบกับมีประกันชีวิต และกองทุนเงินออมของข้าราชการ และสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ทำให้เชื่อมั่นว่าจะมีความสามารถในการชำระคืน

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

      “หนี้ที่มีเพราะต้องช่วยเหลือดูแลพ่อแม่ที่ป่วย พี่น้องจากครอบครัวเก่าให้ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประกอบกับเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูก 2 คนอยู่ ม.6 และ ม.1 วัยกำลังเรียนทั้งคู่ แต่มีครอบครัวเก่าที่ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ทำให้อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ การที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการจะทำให้มีเงินเหลือใช้เดือนละ 1 หมื่นกว่าบาทก็อยู่ได้ เพราะเราใช้จ่ายประหยัด ข้าวก็ทำนากินกันเอง ปลูกผัก ทำไร่สวนผสมกับพี่น้องร่วมกันมาโดยตลอด มีทั้งมะขาม กล้วย ส้มโอ พอมีรายได้เพิ่มปัจจุบันเงินเดือน 38,000 บาท และจะใช้หนี้หมดในวันที่เกษียณอายุราชการพอดี” ครูกนกพิชญ์ กล่าว

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       “กนกพิชญ์” เชื่อว่ามีเพื่อนครูที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้สินอีกหลายคนทั่วประเทศ และโครงการนี้จะทำให้เพื่อนครูที่กำลังเป็นหนี้วิกฤติมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

       0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286368

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

เปิดโลกมุสลิม, ชัยณรงค์ กีรติยุติวงศ์  เอกอัครราชทูต กรุงไคโร, ชัยณรงค์ กีรติยุติวงศ์, ซอละห์ กามิล,  ชัยณรงค์ กีรติยุติวงศ์ , อับดุลกอวี่

เปิดโลกมุสลิม ตอน: ใช้ชีวิตให้เป็นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกด้าน ข้อคิดจาก “ชัยณรงค์ กีรติยุติวงศ์”  เอกอัครราชทูต กรุงไคโร

 

        ยังคงประทับใจ ในงานเลี้ยงละศีลอดของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโรร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้กับนักศึกษาไทยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร “ซอละห์ กามิล”   ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักศึกษาและข้าราชการไทยพร้อมกันจัดกิจกรรมดีๆเนื่องในเดือนรอมาฎอน มีการบรรยายธรรมเรื่องคุณค่าขอเดือนรอมาฎอน การขับร้องอานาชีตบทเพลงแห่งคำสอนศาสนา 

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

      เป็นการพบกันครั้งแรกของนักศึกษาไทยที่มาร่วมงานกว่า 400 คน กับเอกอัครราชทูตคนใหม่  เสียงของ ” ชัยณรงค์ กีรติยุติวงศ์ “กังวานชัดเจนโดยเฉพาะที่บอกว่า สิ่งที่พวกท่านต้องตระหนักและต้องจดจำอยู่เสมอ ในช่วงชีวิตที่ดี ที่มีโอกาสได้ศึกษาในต่างประเทศโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากทั่วโลกในด้านการเรียนการสอนศาสนามาโดยเฉพาะภาษาอาหรับคือ กุญแจที่จะไขสู่โลกตะวันออกกลางได้อย่างดีและสามารถ ต่อยอดชีวิตบนเส้นทางที่ดีกว่า และเป็นได้มากกว่าการเป็นอาจารย์สอนหนังสือหรือเป็นล่าม 

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

     “มั่นใจว่าพวกท่านทั้งหลายสามารถทำได้และทำได้ดีแน่นอน หากท่านใช้ชีวิตให้เป็นในช่วงที่กำลังอยู่ในชุดนักศึกษา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกด้าน เรียนรู้จากการทำงาน การเข้าสังคม การรู้จักวิธีป้องกันซึ่งดีกว่าการคอยแก้ไข รู้ทันเหตุการณ์ สถานการณ์และข่าวสาร เลือกสถาบันในการเรียนพิเศษไม่ว่าจะในด้านภาษาหรือด้านศาสนาให้ดีๆดูแลซึ่งกันช่วยเหลือกันด้วยความรักและจริงใจและสุดท้าย หากมีปัญหาติดต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตได้ทุกเวลา”

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

       ปิยณัฐ อนันตศาสน์ ปี คณะ นิติศาสตร์อิสลาม จากจังหวัดปัตตานี  กล่าวว่า ปีนี้เขาได้สัมผัสกลิ่นอายของความเป็นพ่อลูก ได้สัมผัสจากคำพูดทุกคำที่ออกมาจากเอกอัครราชทูตคนใหม่ ทำให้ได้ทบทวนในหลายปีที่มาอยู่ในประเทศอียิปต์ และทำให้มีทางออกใหม่ที่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี แม้จะเป็นการพูดที่สั้นๆ แต่ก็รู้สึกคุ้มค่ากับเนื้อหาและการเปิดทางให้เราทุกคนได้มีช่วงเวลาคิดทบทวนตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาด้านภาษาอาหรับ คิดว่าคงสะกิดให้เพื่อนๆหลายๆคนได้คิดและนำไปปรับปรุงตัวเองมุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

 ปิยณัฐ อนันตศาสน์

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

         ยงยุทธ ยุคุณธร (อับดุลกอวี่ปีคณะอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ จากจังหวัดภูเก็ต  กล่าวว่า เป็นการละศีลอดแบบครอบครัวคนไทยขนาดใหญ่ ได้มาพบปะคุยกัน และที่สำคัญเราได้ละศีลอดด้วยกันและเป็นอาหารไทยที่คนไทยทำ อิ่มทั้งอาหารและคำสอนคำตักเตือนของเอกอัครราชทูต เรามาที่นี่เรามาเพื่ออะไร แล้วเราต้องขวนขวายสิ่งไหนเพื่อพัฒนาตนเอง และสิ่งไหนที่ควรเอากลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

       ยงยุทธ ยุคุณธร (อับดุลกอวี่)

    โดยเฉพาะ สองสิ่งสำคัญเตือนไว้คือ เรื่องภาษาและการสื่อสารภาษาอาหรับของนักเรียนไทย และการไปเรียนพิเศษนั้นควรไปเรียนในที่ที่อัลอัซฮัรรับรอง จากตรงนี้เห็นได้ชัดเจนเลยว่า มีความรัก ความห่วงใย ความเอาใจใส่กับน้องๆนักศึกษาไทยทุกคน ความรัก ความอบอุ่นสำหรับต่างด้าวในต่างแดน

มุสลิมใช้ชีวิตให้เป็น

      แม้งานจะผ่านพ้นไปแล้ว หากแต่คำพูด คำตักเตือนของเอกอัครราชทูตฯ ผู้ซึ่งเคยใช้ชีวิตในอียิปต์มาก่อนนั้น ย่อมเป็นคำพูดที่ส่องทางให้น้องๆนักศึกษาเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังและเดินไปด้วยการเรียนรู้เพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตตัวเองและสังคม 

สพฐ.พัฒนาบุคลากรดำเนินงานฉก.ชน.ออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286309

สพฐ.พัฒนาบุคลากรดำเนินงานฉก.ชน.ออนไลน์

ฉกชน, สพฐ, โปรแกรมฐานข้อมูลระบบ SPC

สพฐ. พัฒนาบุคลากรเพื่อรายงานผลการดำเนินงานคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน(ฉก.ชน.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในรูปแบบระบบออนไลน์ ทั่วประเทศ

        นายธีร์   ภวังคนันนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  เปิดเผยว่า ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ. (ฉก.ชน.สพฐ.) ได้ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางแผนการดำเนินงานให้บุคลากรทางการศึกษาครู เจ้าหน้าที่ทั้งระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานได้ถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อเหตุ/กรณี ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนทั้ง 4 เหตุ4 กรณี ได้แก่ 1) กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ  2) กรณีเหตุความรุนแรง

สพฐ.พัฒนาบุคลากรดำเนินงานฉก.ชน.ออนไลน์

นายธีร์   ภวังคนันนท์

3)กรณีเหตุความไม่เป็นธรรมทางการศึกษา 4) กรณีอื่น ๆในรูปแบบรายงานผลข้อมูลทางระบบออนไลน์ “โปรแกรมฐานข้อมูลระบบ SPC”และการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของ ฉก.ชน.สพฐ.ให้มีฐานข้อมูลรายงานประจำเดือน และ ประจำปี ที่เป็นปัจจุบันและง่ายต่อการค้นหา เป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆของศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนทั้งของ สพฐ. และเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการนำข้อมูลมาวางแผนพัฒนางานและพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะในการปฏิบัติงานและการส่งข่าวสารเทคโนโลยียุคดิจิตอล ที่ทันสมัย

สพฐ.พัฒนาบุคลากรดำเนินงานฉก.ชน.ออนไลน์
นายธีร์  กล่าวต่อว่าได้กำหนดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการรายงานสรุปผลการดำเนินงานคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์ ฉก.ชน.สพฐ.
สำหรับบุคลากรผู้รับผิดชอบในเรื่องการคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ
จำนวน 3 รุ่น  โดยรุ่นที่ 1 จุดภาคเหนือ รุ่นที่ 2 จุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และรุ่นที่ 3 จุดภาคกลางและภาคใต้
สำหรับภาคเหนือซึ่งเป็นรุ่นแรก ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2560 ซึ่งมีบุคลากรผู้รับผิดชอบจากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภาคเหนือ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกเขตพื้นที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ รวมทั้งสิ้น 17 เขต  จำนวน  57 คน  ณ  โรงแรมลาพาโลมา  จังหวัดพิษณุโลก

กราบบังคมทูลร.10ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรกลางเดือน ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286356

กราบบังคมทูลร.10ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรกลางเดือน ต.ค.นี้

พระเมรุมาศ, ตคนี้, กราบบังคมทูล, นพปฎล, มหา, เศวตฉัตร, กลางเดือน, นี้

เสนอคกก.อำนวยการฯ กราบบังคมทูลร.10 ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร กลางเดือนต.ค.นี้ นายกฯเตรียมตรวจเยี่ยมคืบหน้าสร้างพระเมรุมาศฯ 13 ก.ค.นี้เวลา 16.30 น.

     เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 15.00 น.ที่โรงละครแห่งชาติ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ภาพรวมการก่อสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 60% การดำเนินงานเสร็จเร็วกว่ากำหนดประมาณ 2 สัปดาห์  ส่วนการสร้างถนนเส้นกลาง มีความคืบหน้า โดยทางกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการทดลองบดอัดหน้าดิน เพื่อรองรับน้ำหนักราชรถราชยาน ทั้งนี้ คาดว่าการดำเนินการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นประมาณ วันที่ 15 ก.ย.นี้ จากนั้นจะเป็นช่วงของการเก็บรายละเอียด
นอกจากนี้ ที่ประชุมจะเสนอคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตร กลางเดือนตุลาคมนี้ และในวันที่ 13 ก.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ เวลา 16.30 น.
 รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมจะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการชุดใหญ่พิจารณาถึงความเหมาะสม หากราษฎรและประเทศเพื่อนบ้านจะบริจาคสิ่งของ อาทิ ไม้ กล้วยไม้ อัญมณี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ส่วนงานก่อสร้างทุกอาคาร คืบหน้า 56.3% โดยทำการติดตั้งเชิงกลอนบุษบกประธาน ทั้ง 7 ชั้นแล้วเสร็จ บุษบกซ่างและหอเปลื้อง กรุเสาและเพดานแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างขึ้นชั้นเชิงกลอน ติดตั้งองค์ประกอบฐานชาลา ได้แก่ ฐานสิงห์ เสาหัวเม็ด พนัก พลสิงห์ราวบันได ฐานเทวดา ราชวัติ แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างทำสี พระที่นั่งทรงธรรม คืบหน้ารวมประมาณ 70.3% โดยมุงหลังคาทั้งหมดแล้วเสร็จ ติดตั้งซุ้มคูหาและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมรอบอาคาร
ส่วนงานตกแต่งภายใน ได้กรุผนัง หุ้มเสา ผนัง ฝ้าเพดานแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการทาสีและเดินกรอบทอง ศาลาลูกขุน 1และศาลาลูกขุน 2 คืบหน้ารวมประมาณ 68% โครงสร้างทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างมุงหลังคากรุพื้นผิว และองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ศาลาลูกขุน 3 ขณะนี้กำลังประกอบโครงสร้างที่โรงงานรอนำมาติดตั้ง ทับเกษตร ทิม ประกอบโครงหลังคาและมณฑป หุ้มเสาอาคารแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างติดตั้งเชิงชายกระจังและซุ้มคูหา ​สำหรับงานภูมิสถาปัตยกรรม คืบหน้ารวม 12% ขณะนี้ได้ทำการเทคอนกรีตพื้นลาน สำหรับปูบล็อกซีเมนต์ หล่อสระอโนดาต ติดตั้งระบบบำบัดน้ำ ปรับระดับดิน และก่อคันนารูปเลข 9 แล้ว

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286317

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

ใส่บาตรอาหารสุขภาพ, สธ, 6 กรกฎาคม 2560, สธชวนคนไทย ห่วงใยสุขภาพพระสงฆ์, อสว

สธ.ชวนพุทธศาสนิกใส่ใจ ห่วงใยสุขภาพพระสงฆ์ ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เลือกถวายอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ลดความเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เลือกสังฆทานการจำพรรษา

          วันนี้ (6 กรกฎาคม 2560) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย และนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงข่าว “สธ.ชวนคนไทย ห่วงใยสุขภาพพระสงฆ์”ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 3 เดือน ตั้งแต่ 9 กรกฎาคม 2560 จนถึงวันออกพรรษา 5 ตุลาคม 2560

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ตั้งแต่ 9 ก.ค.2560  พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญในการทำบุญ รักษาศีล ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ส่วนใหญ่จะเข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา และถวายปัจจัยสำหรับพระสงฆ์ใช้สำหรับการอยู่จำพรรษา โดยจะเลือกอาหารที่คิดว่าดีที่สุด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด มีไขมันสูง และขนมหวาน ทำให้พระสงฆ์มีภาวะอ้วน เสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลกรมการแพทย์ ปีงบประมาณ 2559 มีพระสงฆ์ – สามเณรอาพาธมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง 9,609 ราย โรคความดันโลหิตสูง 8,520 ราย โรคเบาหวาน 6,320  ราย  โรคไตวายเรื้อรัง 4,320 ราย และโรคข้อเข่าเสื่อม 2,600 ราย จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ให้ความสำคัญกับการอาหารที่จะถวายพระสงฆ์ให้มากขึ้น

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การทำบุญตักบาตรเป็นกิจกรรมหนึ่งที่นิยมทำกันในช่วงวันสำคัญนี้ แต่เนื่องจากในสภาวะปัจจุบัน ประชาชนมักเลือกอาหารสำเร็จรูปที่หาง่ายตามท้องตลาดเพื่อใส่บาตร อีกทั้งพระสงฆ์ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้มากเหมือนคนปกติ

จึงพบว่าพระสงฆ์จำนวนมากมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน เป็นเหตุไปสู่โรคร้ายแรงในอนาคต เช่นโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ เบาหวาน ไขมันและความดันโลหิตสูง จึงควรใส่ใจเลือกอาหารใส่บาตรที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะเกิดกุศลผลบุญที่ดีแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงดังกล่าวแก่พระสงฆ์ด้วย

จึงขอแนะนำประชาชนให้เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างน้อย 4 หมู่ ได้แก่ 1.ข้าวกล้อง 2.เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เพื่อลดพลังงานส่วนเกินไปสะสมในร่างกาย 3.ผักต่างๆ ที่มีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย 4.ผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน อาทิ กล้วยน้ำว้า ฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล และมะละกอ  ในการประกอบอาหารควรใช้วิธีต้ม นึ่ง ย่าง ยำ อบ หรือน้ำพริก หากจำเป็นต้องผัดหรือใช้กะทิควรใช้ในปริมาณน้อย รสชาติอาหารต้องไม่หวานจัด มันจัดและเค็มจัด ลดขนมหวานเพราะมีปริมาณน้ำตาลสูง และควรเลือกนมจืด นมพร่องมันเนย น้ำสมุนไพรสูตรหวานน้อย หรือน้ำเปล่า

นพ.ธีรพล กล่าวว่าจากการตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์-สามเณรทั่วประเทศจำนวน 122,680 ราย พบการป่วยมากที่สุดคือ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน    และข้อมูลการตรวจคัดกรองในเขตกทม. -สามเณร จำนวน 6,375 ราย ของโรงพยาบาลสงฆ์ในปี 2559  เปรียบเทียบกับปี 2549 พบว่า พระสงฆ์ – สามเณร มีสุขภาพดีลดลงจากร้อยละ 60.3 เป็นร้อยละ 52.3 และมีภาวะความเจ็บป่วยเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 17.5 เป็นร้อยละ 28.5 พบพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพได้แก่ สูบบุหรี่ เป็นโรคอ้วน และป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ปีนี้ ได้มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ดำเนินการตามแผนงานพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ –สามเณร ประกอบด้วย การเสนอข้อมูลปัญหาสุขภาพให้เขตสุขภาพวางแผนดำเนินการแก้ไขปัญหา จัดอบรมอาสาสมัครประจำวัด (อสว.) จัดทำคู่มืออสว. คู่มือการออกกำลังกาย และคู่มือการดูแลพระสงฆ์สามเณรอาพาธ จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพสำหรับพระสงฆ์ สามเณรกลุ่มเสี่ยงเช่น โครงการลดน้ำหนัก ลดพุง เป็นต้น และรณรงค์ถวายอาหารที่เหมาะสมแด่พระสงฆ์ – สามเณร

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

นพ.วชิระ  กล่าวว่า จากการสำรวจการออกกำลังกายของพระสงฆ์ สามเณร พบว่ามีการออกกำลังกายจำนวนมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพียงร้อยละ 7.35 เท่านั้น ดังนั้นในการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับพระสงฆ์-สามเณร เป็นการบริหารขันธ์หรือการบริหารร่างกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรค

ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ 1.การสร้างความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยการเคลื่อนไหวแขนขาและลำตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นการเดินเร็ว หรือการก้าวสลับขาขึ้นลงบันได  2.สร้างความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ เช่นการยกน้ำหนักในท่าต่างๆการดันพื้นการดึงข้อการนอนยกเท้าขึ้นลง การนอน ลุก-นั่งเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นต้น 3. 3.สร้างความอ่อนตัวและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เป็นการเหยียดตัวของข้อต่อส่วนต่างๆของร่างกายในขณะทำงานเช่นการก้มตัวใช้มือแตะพื้นโดยไม่งอเข่าการแอ่นตัวใช้มือแตะขาพับได้โดยไม่งอเข่าเป็นต้น

นอกจากนี้ กรมอนามัย  ได้จัดทำโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพมาเป็นตั้งแต่ปี 2552  เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์และชุมชน ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน/ภาคีสุขภาพ คณะสงฆ์ ชุมชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตั้งเป้าหมายปี 2560 พระสงฆ์มีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ขณะนี้มีวัดส่งเสริมสุขภาพผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว 2,772  แห่ง โดยปี 2560 มหาเถรสมาคม ได้มีมติพัฒนา 3 เรื่องสำคัญ คือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม

แนะใส่บาตรอาหารสุขภาพ

      นพ.วันชัย  กล่าวว่า กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนนิยมปฏิบัติคือการถวายสังฆทาน เพื่อเป็นปัจจัยในการจำพรรษา พบว่า มีผู้จัดทำชุดสังฆทานสำเร็จรูปไว้จำหน่าย และนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใส่ไว้รวมกัน ทั้งที่เป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง รวมกับผลิตภัณฑ์อื่น ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง เป็นต้น ซึ่ง อาจเกิดการปนเปื้อนสารอันตรายและมีกลิ่นเข้าไปในผลิตภัณฑ์อาหาร เกิดอันตรายต่อภิกษุสงฆ์ได้ จึงได้เร่งรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการเลือกซื้อสังฆทาน

ในการซื้อถังสังฆทาน ขอให้สังเกตผลิตภัณฑ์ที่ใส่ในถัง ต้องไม่นำผลิตภัณฑ์อาหาร ยา มาใส่รวมกับผลิตภัณฑ์อื่น สังเกตภาชนะหีบห่อที่บรรจุต้องเรียบร้อยไม่ฉีกขาด และความสะอาด สังเกตฉลากควรแสดงข้อความรายละเอียดครบถ้วน เช่น เลขสารบบอาหาร 13 หลัก ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ ส่วนประกอบ เป็นต้น ที่สำคัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน กรณีอาหารกระป๋อง ควรดูลักษณะกระป๋อง ต้องไม่เป็นสนิม ไม่บุบบี้หรือโป่งพอง หรือมีรอยรั่ว ดูตะเข็บหรือรอยต่อเรียบร้อย และแน่นหนา หากพบเห็นร้านที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารที่หมดอายุ หรือใกล้หมดอายุในชุดสังฆทาน แจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุ้มครองความปลอดภัยแด่พระภิกษุสงฆ์ต่อไป

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286330

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้

วธ, ภปร

รองนายกฯดูความคืบหน้างานศิลปกรรม ประณีตศิลป์ ตั้งเป้าฉากบังเพลิงแล้วเสร็จต้นเดือนก.ย.ก่อนนำติดตั้งโครงไม้

      ความคืบหน้าการดำเนินงานด้านศิลปกรรมและประณีตศิลป์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินการที่สำนักช่างสิบหมู่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เดินทางไปตรวจเยี่ยมพร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
โดยพล.อ.ธนะศักดิ์  กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมว่า การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งงานศิลปกรรม งานประณีตศิลป์เป็นงานที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ซึ่งยังคงรักษารูปแบบตามโบราณราชประเพณีไว้ โดยเฉพาะจิตรกรรมฉากบังเพลิง ถือเป็นจิตรกรรมชั้นสูง มีการนำศาสตร์พระราชา โครงการพระราชดำริในหมวดดิน น้ำ ลม ไฟมาถ่ายทอดในคราวนี้ด้วย

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้

“คาดว่าการทำงานภาพรวมจะเสร็จสิ้นเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะนำไปประกอบติดตั้งยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ จิตอาสาต่างทุ่มเทแรงกาย แรงใจกันทำงานเต็มที่ เลิกงานเที่ยงคืนตี1 เพื่อเร่งทำงานถวายให้สมพระเกียรติสูงสุด”พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวต่อไป ส่วนความคืบหน้า ประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ เทวดานั่งอัญเชิญฉัตรและอัญเชิญบังแทรก 32 องค์ เขียนสีแล้วเสร็จ 8 องค์ อยู่ระหว่างการเขียนสี 11 องค์ เขียนสีฐาน 11 ชิ้น หล่อไฟเบอร์แล้วเสร็จและอยู่ในขั้นตอนแต่งผิว 13 องค์ เทวดายืน อัญเชิญฉัตร 8 องค์ อยู่ระหว่างการพ่นสีรองพื้นและเก็บรายละเอียด มหาเทพ ได้แก่ พระนารายณ์ พระพรหม แบะพระอินทร์ ต้นแบบเสร็จแล้วร้อยละ 90 อยู่ระหว่างการเก็บรายละเอียด ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวธตรฐ เขียนสีแล้ว ร้อยละ 70 ท้าววิรูปักษ์ และท้าวสิรุฬหก ต้นแบบเสร็จแล้วร้อยละ 80 ส่วนครุฑยืนอยู่ระหว่างการเขียนสี อีกองค์ปั้นต้นแบบเสร็จแล้วร้อย 90 พระพิฆเณศวร์ ต้นแบบเสร็จแล้วร้อยละ 40

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้
ด้าน นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มจิตรกรรมสำนักช่างสิบหมู่ ในฐานะผู้ร่วมออกแบบและควบคุมการเขียนฉากบังเพลิง กล่าวว่า การจัดสร้างฉากบังเพลิงคืบหน้าประมาณ 70-75% อยู่ในขั้นตอนการเก็บรายละเอียดทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะใช้เวลานาน โดยด้านหน้าจิตรกรได้ทำการเขียนสี  ติดทองคำเปลว เขียนลวดลายผ้า ตัดเส้นขอบทองเครื่องประดับ ใบหน้าเทวดา ตลอดจนเขียนสี รายละเอียดภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมวดดิน น้ำ ลม ไฟ ในส่วนล่างของฉากบังเพลิง ขณะที่ด้านหลังฉากบังเพลิง ซึ่งจะมีพระนามาภิไธยย่อ “ภปร.” ช่างได้ทยอยเขียนสีทุกด้าน รวมถึงดอกบัวสวรรค์ที่บริเวณด้านล่างของฉากหลังบังเพลิง เป็นต้น ทั้งนี้ จิตรกร จิตอาสาทุ่มเทกันอย่างเต็มที่โดยวางแผนไว้ว่าการเขียนสีฉากบังเพลิงจะต้องเสร็จในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อที่จะได้นำฉากไปประกอบโครงไม้ที่พระเมรุมาศต่อไป

ฉากบังเพลิงเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้
อย่างไรก็ตามในวันนี้ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมเขียนสีจิตรกรรมฉากบังเพลิงด้วย

เปิดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286320

เปิดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน

ผีตาโขน, การละเล่นผีตาโขน, เปิดงาน, ประเพณี, บุญ, หลวง, การละเล่น, โขน

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน และมหกรรมหน้ากากนานาชาติ ประจำปี 2560

       โดยมีพลเรือเอก อิทธิคมน์ ภมรสูต รอง เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ประชาชนชาวอำเภอด่านซ้าย และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เมื่อเร็วๆนี้

เปิดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน

เปิดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน


สปส.สร้างแรงจูงใจ รับเงินชราภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286311

สปส.สร้างแรงจูงใจ รับเงินชราภาพ

แรงงาน, สปสสร้างแรงจูงใจ, รับเงินชราภาพ, สปส

จับตาประชุมบอร์ดอนุกรรมการฯ สปส. 11 ก.ค.นี้ ชง แผนสร้างแรงจูงใจ รับเงินชราภาพ ก่อนเดินสายประชาพิจารณ์ ทั่วประเทศ“นพ.สุรเดช” ย้ำแก้กม.คิดถึงประโยชน์ ผู้ประกันตน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ กระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ สำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน   ไปศึกษารูปแบบ และวิธีการในการขยาย เวลาการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจาก อายุ 55 ปีเป็น 60 ปี นั้น เป็นเรื่องที่ รัฐบาลเห็นความสำคัญของ ไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ต้องการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับแรงงาน

โดยรูปแบบที่  คณะอนุกรรมการฯของสำนักงานประกันสังคมกำลังศึกษา อยู่นั้นเป็นการดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยจะใช้ระยะเวลา ประมาณ 7 ปี  ซึ่งรูปแบบ การแก้ไข ทุกอย่าง ล้วนอยู่บนพื้นฐาน ที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ในระยะยาว ให้กับผู้ประกันตน   และระหว่างที่ดำเนินการนี้ จะมีมาตรการจูงใจ ในการชะลอการรับเงินชราภาพ ของผู้ประกันตนไปพร้อมกันด้วย

สำหรับประเด็นหนึ่งที่ได้รับความเห็นชอบ จากทั้งผู้ประกัน ตนและนายจ้างมากที่สุด คือ ความต้องการ ขยายฐานเงินเพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินชราภาพจากปัจจุบันใช้เกณณฑ์ 15,000  บาท  เป็น 20,000 บาท เพื่อต้องการให้เงินชราภาพในอนาคต อีก 10-20 ปี ข้างหน้า จะเพียงพอกับการดำรงชีพ ของผู้ประกันตน ณ ขณะเวลานั้น  ซึ่ง รายละเอียด และมาตรการการสร้างสิ่งจูงใจ อื่นๆ จะนำเสนอที่ประชุมอนุกรรมการฯ ประกันสังคม ในวันที่ 11 ก.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณา

หลังจากพิจารณา จนได้ ข้อสรุปแล้ว จะเดินสาย ทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน ทั้ง 4 ภาค ประมาณ เดือน ก.ค. – ส.ค. 60 เพื่อนำข้อเสนอแนะ ทั้งหมด มาปรับปรุง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกันตน ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้  นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม  กระทรวงแรงงาน   กล่าวว่า นโยบายการขยายเวลาการรับเงินชราภาพ นี้ไม่เกี่ยวข้องกับ ประเด็น ความไม่มั่นคงของกองทุนประกันสังคม ยืนยันว่า ณ วันนี้ กองทุนประกันสังคม มั่นคง เพียงพอสำหรับ จ่ายให้กับผู้ประกันตน อีก 40 ปี  แต่สิ่งที่ รัฐบาล กระทรวงแรงงาน ดำเนินการ คือการเตรียมความพร้อมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับผู้ประกันตน รุ่น ลูก รุ่นหลาน ของไทย  มีเงินใช้เพียงพอ เมื่ออายุครบ 60 ปี

“ ขอย้ำว่า การปรับปรุงกฏหมายในการขยายเวลาการรับเงินชราภาพ จาก 55ปี เป็น 60 ปี นี้ มีแนวคิดเพื่อประโยชน์ ของผู้ประกันตน   ประเด็นสำคัญคือ ต้องสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้กับผู้ประกันตน ในระยะยาว  และหลักการณ์คือ ผู้ประกันตนต้องมีมั่นคงทางการเงิน ก่อน กองทุนฯถึงจะมั่นคง “นพ.สุรเดช กล่าว

จากข้อมูลจำนวนผู้ประกันตนทั่วประเทศประจำเดือนพฤษภาคม 2560  มียอดรวมผู้ประกันตนทั้งสิ้น 14,148,310 คน แบ่งเป็น ผู้ประกันตนมาตรา33 ที่มีนายจ้างร่วมสมทบ  จำนวน 10,543,612 คน ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ไม่มีนายจ้างร่วมสมทบ จำนวน 1,322,782 คน  และมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระอีก จำนวน 2,281,916 คน

มทร.พระนคร ยกระดับทักษะนศ.อาชีวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286303

มทร.พระนคร ยกระดับทักษะนศ.อาชีวะ

มทรพระนคร, มทรพระนคร, ยกระดับทักษะนศอาชีวะ, มทร

ราชมงคลพระนคร ยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวะ เทคนิค เพิ่มความสามารถวิชาชีพด้านออกแบบและสถาปัตยกรรม

       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พระนคร จัดโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมสู่การบูรณาการ ยกระดับทักษะวิชาชีพนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะศึกษาและวิทยาลัยเทคนิค
รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมทร.พระนคร เปิดเผยว่าโครงการดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดความรู้และยกระดับทักษะวิชาชีพหลักสูตรสถาปัตยกรรมและการออกแบบ แก่นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะศึกษาและวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย นอกจากนี้ยังบูรณาการต่อยอดโครงการโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นำนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม และผู้พิการจากวิทยาลัยเทคโนโลยีมหาไถ่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย ฐานะยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษา เข้าร่วมอบรมการเขียนโปรแกรมการเรียนการสอนด้านการออกแบบ เพื่อเพิ่มตลาดแรงงานด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ตลอดจนเป็นแนวทางพัฒนาทักษะวิชาชีพให้กับนักศึกษาอาชีวศึกษาในส่วนที่ขาดหาย รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองและไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคม

มทร.พระนคร ยกระดับทักษะนศ.อาชีวะ
 

        นายธานี สุคนธะชาติ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มทร.พระนครกล่าวว่า เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และเล็งเห็นถึงปัญหาของคนพิการที่ไม่มีโอกาสได้รับโอกาสทางการศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ จึงต่อยอดโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการออกแบบ และสถาปัตยกรรมสู่การบูรณาการระดับวิทยาลัยเทคนิคและอาชีวะศึกษาหนองคาย

โดยมีนักศึกษาอาชีวะศึกษาหนองคาย จำนวน 40 คน นักศึกษาเทคนิคหนองคาย จำนวน 20คน นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว จำนวน 20 คน และผู้พิการ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีมหาไถ่ จังหวัดหนองคาย จำนวน 15 คน เข้าร่วมอบรมโครงการอบรมสาขาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย ระหว่างวันที่ 18-23 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหาไถ่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว อบรมหลักสูตรการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ส่วนนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาหนองคาย อบรมหลักสูตรการออกแบบโดยใช้อุปกรณ์ออกแบบ WACOM และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย อบรมหลักสูตรการออกแบบโดยใช้โปรแกรม 3D Printing ซึ่งนักศึกษาทั้งหมดจะได้รับประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรนั้นๆ ด้วย

มทร.พระนคร ยกระดับทักษะนศ.อาชีวะ มทร.พระนคร ยกระดับทักษะนศ.อาชีวะ
        อาจารย์ปิยะฉัตร ไตรแสง หัวหน้าแผนกวิชาเทคนิคสถาปัตยกรรม วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย กล่าวว่าโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมเป็นการบูรณาการวิชาการแก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรม และสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสาขาละ 30 คนเพื่อเพิ่มเติมความรู้นอกเหนือวิชาที่เรียนในห้องเรียน ซึ่งมั่นใจว่าโครงการสามารถช่วยให้นักศึกษาประสบความสำเร็จและมีอาชีพที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง