แพทย์เตือนฤดูฝนปราบยุงลายป้องกันไข้เลือดออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286297

แพทย์เตือนฤดูฝนปราบยุงลายป้องกันไข้เลือดออก

ยุงลาย, ASEAN Dengue Day, ตั้งแต่เดือน มค–พค 2560 , ผู้ใหญ่ 12 ราย เด็ก 9 ราย

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ การเพาะพันธุ์ของยุงลายก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออกที่จะตามมาในที่สุด

       โดยเฉพาะหากเกิดกับช่วงวัยเด็กหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ที่มีภาวะโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน ก็มีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด จึงทำให้โรงพยาบาลพระรามเก้า ชักชวนประชาชนร่วมรณรงค์ “วันไข้เลือดออกอาเซียน 2017” เพื่อร่วมใจปราบยุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก ขณะเดียวกัน ล่าสุด พบว่าในแถบประเทศอาเซียนพบเชื้อไวรัสเดงกีได้ 4 สายพันธุ์ และประเทศไทยพบได้ทุกสายพันธุ์ ซึ่งมีมานานแล้ว และไม่มีสายพันธุ์ใหม่

        พญ.ฉัฐฐิมา เสาวภาคย์ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ หอบหืด ภูมิคุ้มกัน  โรงพยาบาลพระรามเก้า แนะนำให้ประชาชน และผู้ปกครองเน้นตั้งแต่ต้นเหตุ คือ การดำเนินการไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในฐานพื้นที่ 6 ร. คือ โรงเรือน โรงเรียน โรงแรม โรงงาน โรงธรรมและโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลเองนับว่าเป็นสถานที่สำคัญที่ต้องทำให้เป็นโรงพยาบาลสะอาดปราศจากแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย :Green and Clean Hospital เพื่อปราศจากแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และปลอดลูกน้ำยุงลาย เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นสถานที่สาธารณะที่ประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ที่ผ่านมาเป็น “วันไข้เลือดออกอาเซียน” (ASEAN Dengue Day) โดยในปีนี้ ปี 2560 เป็นปีแรกที่กลุ่มอาเซียนกำหนดการรณรงค์ คือ United Fight Against Dengue หรือ ประชารัฐร่วมใจปราบยุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งโรคไข้เลือดออกยังเป็นปัญหาสาธารณสุขในประเทศอาเซียน โดยหากดูจากข้อมูล พบว่า มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกว่าปีละ 200,000 ราย ซึ่งจากผลสำรวจครึ่งปีแรกมีรายงานผู้ป่วยใน 7 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 69,213 ราย และเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกไปแล้ว 57 ราย

ส่วนสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ในปี 2560 พบว่าช่วงครึ่งปีแรก (ตั้งแต่เดือน ม.ค.–พ.ค. 2560 ) มีผู้ป่วยแล้ว 11,062 ราย เสียชีวิต 21 ราย จากข้อมูลพบว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก  (ผู้ใหญ่ 12 ราย เด็ก 9 ราย) แสดงว่าโรคไข้เลือดออกไม่ได้เป็นในเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็เป็นได้และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะอ้วน ที่เสียชีวิตในปีนี้ 5 ราย โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยคาดว่าตลอดปี 2560 ไทยจะพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 75,000 ถึง 80,000 ราย

ทั้งนี้ ในแถบประเทศอาเซียนสามารถพบเชื้อไวรัสเดงกีได้ 4 สายพันธุ์ ในประเทศไทยพบได้ทุกสายพันธุ์ ซึ่งมีมานานแล้ว และปัจจุบันไม่มีสายพันธุ์ใหม่ และในปี 2560 นี้ สายพันธุ์ที่พบมากในไทยคือสายพันธุ์ที่ 2 ส่วนอาการป่วยขึ้นอยู่กับว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ ซึ่งหากพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อครั้งแรกอาการมักไม่รุนแรง อาจมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่อาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อติดเชื้อครั้งที่สองด้วยสายพันธุ์ที่ต่างไป ซึ่งจะทำให้มีภาวะเลือดออกและช็อกได้

นอกจากนี้ เน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน ป้องกันไข้เลือดออกด้วยตัวเองโดยการปฏิบัติ 5 ป. และ 1 ข. ได้แก่ ป.ปิด คือ ปิดภาชนะน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  ป.เปลี่ยน เปลี่ยนน้ำในแจกัน  ทุกๆ 7 วัน เพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง ป. ปล่อย ปล่อยปลาหางนกยูงให้กินลูกน้ำในภาชนะ  ป.ปรับ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ให้ปลอดโปร่ง โล่งสะอาดลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย   ป.ปฏิบัติ ปฏิบัติจนเป็นนิสัย และ  1 ข. ขัดไข่ยุงลาย รวมถึงการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก ไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสามารถป้องกันและห่างไกลจากภัยเงียบไข้เลือดออกได้

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286086

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

วิทยาศาสตร์, กังหันลม, สสวท, อพวช, STEM Education, จันทิมาคม, มอส, ฟิล์ม, ออมแอม, ต้นสน, ปั๊ม, ขิน, ภูมิ

กิจกรรมวิทยาศาสตร์ดี ๆ ที่เพิ่งจบไปสดๆ ร้อน ๆ กับ คาราวานวิทยาศาสตร์ที่ สสวท.และ อพวช.จัด ส่งตรงถึงน้องๆ ที่เมืองแพร่ ณ โรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่

        สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักให้นักเรียนอยากเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และให้นักเรียนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใกล้ตัว และเกิดความสนุกสนาน ไม่นานนี้ได้ร่วมจัดคาราวานวิทยาศาสตร์ส่งตรงถึงเมืองแพร่ ณ โรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่

ดร.พรพรรณ  ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า “เนื่องจาก อพวช. มีนโยบายที่จะนำวิทยาศาสตร์ไปสู่ชุมชน และนักเรียน สสวท. จึงได้ร่วมกับ อพวช.  โดย สสวท. ได้นำนิทรรศการ กิจกรรม Hands-on และการประชุมปฏิบัติการ ไปให้ความรู้คู่กับความสนุกสนาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการประชุมปฏิบัติการ ได้แก่ สนุกกับกิจกรรม GLOBE  กังหันน้ำ Sprinkler  รถไฟเหาะ  กล้องตาเรือ  Scikids Tower  ลมกู้ภัย  Pan Balance  Pluto landing  และผ้ามัดย้อม ในส่วนของกิจกรรม Hands-on มีทั้งหมด 7 ฐาน แต่ละกิจกรรมจะมีการสะสมแต้มเพื่อไปแลกของรางวัล”

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

กิจกรรมกังหันน้ำ Sprinkler

ตัวอย่างกิจกรรมประชุมปฏิบัติการ เช่น กิจกรรมกังหันน้ำ Sprinkler นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของกังหันลมปั๊มน้ำสปริงเกลอร์ โดยใช้หลักการแบร์นูลลี ซึ่งบริเวณที่มวลอากาศมีการเคลื่อนที่เร็ว ความดันอากาศจะต่ำกว่าบริเวณที่มวลอากาศเคลื่อนที่ช้า ซึ่งแรงดันอากาศเหนือน้ำจะมีมากกว่าด้านบน ทำให้ดันน้ำขึ้นไปตามท่อ และออกมาบริเวณปลายท่อ บวกกับแรงเหวี่ยง จึงมีลักษณะเป็นปั๊มน้ำสปริงเกลอร์

นายวัฒน วัฒนากูล และนางสาวกุลธิดา สะอาด ผู้จัดกิจกรรมกังหันน้ำ Sprinkler ได้กล่าวถึงผลตอบรับของผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษา ว่า ส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อการร่วมประดิษฐ์ชิ้นงานดังกล่าว ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นการให้นักเรียนได้เรียนรู้ว่ากังหันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตประแสไฟฟ้าหรือการนำไปประยุกต์ใช้ในการสูบน้ำ การทำระหัดวิดน้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วกังหันในยุคเริ่มแรกที่นำมาใช้ในประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นระหัดวิดน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น กังหันลมใช้วิดน้ำทะเลเข้านาเกลือ เข้านาข้าว แต่กิจกรรมนี้เป็นการนำกังหันมาประยุกต์ใช้ในการปั๊มน้ำโดยใช้ความแตกต่างของความดันอากาศ และกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นการจุดประกายที่จะนำเข้าสู่การเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education)

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

กิจกรรม GLOBE  “แว่นส่องเมฆ”

 นางสาวศิริพร เหล่าวาณิชย์  ผู้จัดกิจกรรมสนุกกับกิจกรรม GLOBE  “แว่นส่องเมฆ”  เล่าว่า กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่าง สี และขนาดของเมฆ โดยการสังเกต ผ่านอุปกรณ์ที่ทำขึ้น โดยคาดว่า นักเรียนสามารถสังเกตและบอกรูปร่าง สี ขนาดของเมฆที่พบในชีวิตประจำวันได้  ในกิจกรรมจะให้นักเรียนจะได้ลงมือทำอุปกรณ์สำหรับศึกษาเรื่องเมฆ โดยทำเป็นแว่นสำหรับดูเมฆ มีลักษณะเป็นช่องตรงกลาง ล้อมรอบด้วยภาพเมฆ และข้อมูลที่บอกลักษณะของเมฆแต่ละชนิด ผลการตอบรับจากเด็กและครูที่เข้าร่วมกิจกรรม  พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือทำ และใช้อุปกรณ์ในการสังเกตเมฆ

นายภาณุกูล คำเหลือง ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการและครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนบ้านร้องกวาง (จันทิมาคม) อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งได้พานักเรียนชั้น ป.3 ป. 4 มาร่วมงานคาราวานวิทยาศาสตร์  และร่วมกิจกรรมแว่นส่องเมฆนี้ด้วย กล่าวว่า กิจกรรมนี้ช่วยให้เราสามารถดูว่าวันนี้ฝนตก หรือไม่ตกได้จากก้อนเมฆ เพราะว่าหากท้องฟ้าสดใส เมฆไม่เยอะ ทำให้เราพอจะรู้ว่าฝนไม่ตก ถ้าตอนเช้าเมฆเยอะ แล้วมีความมืดครึ้ม เด็ก ๆ จะได้เตรียมตัวนำเอาเสื้อกันฝน ร่มมา เผื่อฝนจะตก ซึ่งเกี่ยวข้องกับบทเรียนพอดี นอกจากนั้นเด็กๆ ยังได้ออกกำลังกล้ามเนื้อมือจากการทำกิจกรรมด้วย

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

แว่นส่องเมฆ

มาดูความคิดเห็นของเด็กๆ ชั้น ป. 3 จากโรงเรียนบ้านร้องกวาง (จันทิมาคม) เด็กชายชัยวัฒน์ ซ่อนบุญ  จังหวัดแพร่  (มอส) บอกว่า  สนุก ชอบ ทำให้รู้ว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก จากรูปร่างของเมฆ  เด็กชายนิพพิชฌ์รชต  คะจรรยา (ฟิล์ม) เล่าว่า  แว่นส่องเมฆนี้ใช้ดูว่าเมื่อไหร่แดดจะมา เมื่อไหร่ฝนจะตก  เมฆมี 3 ระดับ  สนุกดีครับ  ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อยากมาอีก และ เด็กหญิงธนัชพร  ทาแก้ว (ออมแอม) บอกว่า  ได้เรียนรู้ว่าเมฆที่เราดูวันนี้มีหลายแบบ เมฆที่จำได้แม่นมากก็คือเมฆฝน คือ เมฆแบบตกนิดๆ กับเมฆที่ตกแล้วมีเสียงฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ วันนี้เมฆที่เราเจอเป็นเมฆระดับสูง ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะสนุกค่ะ

นางนวลจันทร์  ฤทธิ์ขำ  ผู้จัดกิจกรรมรถไฟเหาะ อธิบายว่า กิจกรรมนี้ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติของแม่เหล็กต่างขั้วกันจะดูดกัน และขั้วเดียวกันผลักกัน มาประดิษฐ์รถไฟที่สามารถเหาะได้ ถ้ารถไฟที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ลอยได้แล้ว ให้สามารถบรรทุกลูกแก้วได้มากที่สุดด้วย  ซึ่ง สสวท. สามารถปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้ร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาได้

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

กิจกรรมรถไฟเหาะ

ผู้ร่วมกิจกรรมรถไฟเหาะ เด็กชายธีธัช  อุปถัมภ์  (ต้นสน)  เด็กชายศศิวัฒน์  ศฤงคาร  (ปั๊ม)  เด็กชายศุมงคล  หงส์ชัย (ขิน)  ชั้น ม. 2 โรงเรียนพิริยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ กล่าวว่า การได้ร่วมทำกิจกรรมรถไฟเหาะ ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับแรงของแม่เหล็ก การทำงานและประโยชน์ของแม่เหล็ก เช่น รถไฟเหาะ รถไฟความเร็วสูง  หรืออาจนำไปประยุกต์ใช้ในงานอื่นๆ เช่น ใช้แม่เหล็กดูดผงตะไบเหล็กขึ้นมา  ใช้แม่เหล็กทำเป็นปั้นจั่นเอาไว้ดึงเศษเหล็กขนาดใหญ่  หรือการแยกเหล็กจากสารอื่นที่ปนอยู่ ใช้ในการทำรถลอยได้โดยอาศัยแรงผลักกันของขั้วแม่เหล็ก ซึ่งที่ประเทศจีนได้มีการทดลองใช้ ในการทำถนนให้มีแม่เหล็กอยู่ด้านใต้ของถนน  เข็มทิศก็ใช้แม่เหล็กซึ่งจะหันไปทางทิศเหนือตลอด นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้ความสามัคคีของเพื่อนในกลุ่ม หากเราทำคนเดียวเราอาจทำไม่สำเร็จ หลายคนช่วยกันคิดก็จะประสบความสำเร็จได้

คุณครูสมบัติ จันทร์ศรี  ครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านห้วยลากปืน อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่  ก็ได้พานักเรียนชั้น ป. 3 –ป. 6 มาร่วมกิจกรรมรถไฟเหาะเช่นกัน โดยกล่าวว่า กิจกรรมนี้ช่วยให้นักเรียนได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปทดลองใช้ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา

คาราวานวิทย์ตะลุยเมืองแพร่

นายปัณณวรรธ  สุวรรณพงศ์  (ภูมิ)  ชั้น ม. 4  โรงเรียนพิริยาลัย

นายปัณณวรรธ  สุวรรณพงศ์  (ภูมิ)  ชั้น ม. 4  โรงเรียนพิริยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พี่เลี้ยงประจำฐานกิจกรรมของ สสวท. เล่าว่า ทางโรงเรียนให้โอกาสนักเรียนชั้น ม.ปลาย จากห้องเรียนพิเศษ เข้ามาร่วมจัดกิจกรรม ก่อนจัดกิจกรรมจะมีการเตรียมความพร้อมในการให้ความรู้และรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ถ้าน้องไม่เข้าใจ เรามีวิธีอธิบายอย่างไร บางทีน้องยังเป็นเด็กอยู่ ก็ต้องค่อยๆ อธิบาย ผมดูแลฐานลูกเต๋า ลูกเต๋า  ซึ่งเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการคลี่ลูกบาศก์ ทำได้หลายแบบวิธีการ ประทับใจตรงที่มีน้องๆ หลายคนน่ารักมาก เข้ามาร่วมกิจกรรมฐาน ให้ผมรู้สึกมีกำลังใจในการทำงาน  ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้วิธีการพูดคุยให้ความรู้กับน้องๆ มากมาย และเมื่อผมเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในฐานอื่นๆ ก็ได้รู้กระบวนการคิด ได้รู้อัลกอริทึ่มเกี่ยวกับการย้ายสิ่งของ และรู้ว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้มีแค่วิธีเดียว แต่มีวิธีการคิดและลงมือทำที่หลากหลายครับ

ทั้งนี้ สสวท. จะมีการจัดกิจกรรมในโอกาสต่างๆ สำหรับครู นักเรียน และผู้สนใจ ได้เข้าร่วมกิจกรรมตลอด ทั้งปี ผู้สนใจสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ สสวท.www.ipst.ac.th  หรือเฟซบุ๊ก IPST Thailand https://www.facebook.com/ipst.thai

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286192

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

กก, ครูเก่ง-ดี, ต้องตอบแทน, ครูที่ทุ่มเท-ตั้งใจ, กคศ, นายเสนอ แสนคำ, สพป, คนกลาง, นางพิทยา พีระวุฒิพันธุ์

5 กรกฎาคม 2560 วันแรกที่ประกาศใช้ หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ

      ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ ศธ 0206.3/ว 21 และยังมีบทเฉพาะกาลที่ดูแลสิทธิของครูทุกกลุ่ม โดยเฉพาะที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามหลักเกณฑ์เดิมไม่ให้ได้รับผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังประกาศใช้เกณฑ์ใหม่ด้วย

      “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ และทรงมีพระราชหัตถเลขา เมื่อวันที่5ก.ค.2555ถึงการเลื่อนวิทยฐานะ ว่า ครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหาร เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น ในหลวงรัชกาลที่9ทรงมีพระราชดำรัส ว่า ระบบนี้ไม่ยุติธรรม ต้องเปลี่ยน พระองค์ทรงเน้นว่า ครูที่สอนดีทั้งปริมาณและคุณภาพ ควรจะได้รับการตอบแทน นับจากนั้น5ปีผ่านมากระทรวงศึกษาธิกา (ศธ.)หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงพระราชทานผ่านพระราชหัตถเลขาได้อย่างประสบความสำเร็จ

       นพ.ธีระเกียติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าวการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาข้าราชการครูแนวใหม่ “จากพระราชกระแสฯ … สู่การพัฒนาครูทั้งระบบ”

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

     นพ.ธีระเกียรติ กล่าวด้วยว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะใหม่คราวนี้เป็นการปฏิรูปการศึกษาส่วนของพัฒนาครูครั้งใหญ่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ให้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ดำเนินการจัดทำข้อเสนอในเรื่องของการปฏิรูปครู และมั่นใจว่าหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะใหม่จะสามารถทำให้ครูอยู่ในพื้นที่ ครูที่ตั้งใจสอน ครูที่อยู่ในห้องเรียนจะได้รับการตอบแทนที่มีความเหมาะสมเป็นธรรม อีกทั้งที่ผ่านมามีการพูดกันตลอดว่าการประเมินวิทยฐานะทำให้ครูทิ้งห้องเรียน มีการคัดลอกผลงาน จ้างทำ หรือครูบางคนก็จ้างนักเรียนทำผลงาน ปัญหาบุคลากรทำหน้าที่ประเมินไม่เพียงพอเพราะครูมีทั้งหมด 4 แสนคน กรรมการประเมินจึงต้องใช้วนไปมา ทำให้การประเมินไม่ยุติธรรม และใช้งบประมาณในการประเมินค่อนข้างสูงปีละหลายพันล้านบาท เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.นี้จะแก้ปัญหาดังกล่าว ครูที่ตั้งใจสอนเด็กในห้องเรียนจะได้รับการประเมินที่เป็นธรรม

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

       สอดคล้องกับฝ่ายบริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่มองว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่นี้ ศธ.และสำนักงาน ก.ค.ศ.เดินมาถูกทาง “นายเสนอ แสนคำ” รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 3 บอกว่า ในอดีตการทำผลงานเพื่อขอมีหรือขอเลื่อนวิทยฐานะ หากจัดทำผลงานทางวิชาการ มีเนื้อหาถูกต้องและกรรมการตรวจประเมินให้ผ่านก็ถือว่าครู ผู้บริหารคนนั้นก็ได้รับวิยฐานะนั้นๆไป เช่น วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ก็ได้รับเงิน 5,600 บาท แต่ปัญหาคือผลงานเหล่านั้นไม่สัมพันธ์กับตัวเด็ก ขาดการต่อยอดนำมาสู่กระบวนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูและนักเรียน ขณะที่ยังมีชื่อเสียในเรื่องของขบวนการจ้างทำผลงาน หรือคัดลอกผลงานอีก ดังนั้น การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใหม่ โดยนำแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานที่เน้นให้ครูได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากขึ้น แต่ก็ได้รับการประเมินที่เป็นธรรม ความก้าวหน้าของครูมาจากผลงานที่เกิดประโยชน์ต่อตัวเด็ก เป็นที่ประจักษ์ชัดตรงนี้ ถือว่า ศธ.และสำนักงาน ก.ค.ศ.เดินมาถูกทางแล้ว

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

นายเสนอ แสนคำ (คนกลาง)

       “หลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่นี้จะทำให้ครูตื่นตัว และทุ่มเทกับการปฏิบัติการสอนมากขึ้น ใครไม่ทำงานคิดว่าจะทำแต่ผลงานวิชาการแบบในอดีตไม่ได้แล้ว ที่สำคัญในเกณฑ์ใหม่มีการกำหนดให้ครูที่จะขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ จะต้องทำบันทึกข้อตกลงกับผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย เพราะจะเป็นผู้ประเมินครูในด้านการจัดการเรียนการสอนถ้าไม่ผ่านด้านนี้ ก็จะไปสู่ขั้นต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะครูที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทุ่มเท เอาใจใส่เด็กอย่างแท้จริง เกณฑ์ใหม่นี้จะส่งผลโดยธรรมชาติ เพราะผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษา ตลอดจนผู้ปกครอง ชุมชนจะมองเห็นว่าที่ผ่านมาครูทำอะไรบ้าง และเกิดผลต่อลูกหลานอย่างไร”นายเสนอ ระบุ

     รองผอ.สพป.สุรินทร์ ยังบอกอีกว่า ปัจจุบัน สพป.สุรินทร์ มีโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบ 234 แห่ง มีผู้บริหารและครูกว่า 3,000 คนซึ่งเกินครึ่งได้รับวิทยฐานะ ตนเองก็มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ของผู้บริหารการศึกษา เช่นกัน ทั้งนี้ ขณะนี้หลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้วก็จะมีการซักซ้อมความเข้าใจแก่ผู้บริหารโรงเรียนและครู เนื่องจากในการประเมินไม่ใช่แค่การนับชั่วโมงปฏิบัติการสอน แต่ยังมีในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพอื่นๆด้วย

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

นางพิทยา พีระวุฒิพันธุ์

      ส่วนของครูผู้สอน “นางพิทยา พีระวุฒิพันธุ์” วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม กล่าวว่า ส่วนตัวได้ศึกษาหลักเกณฑ์ใหม่อยู่บ้าง แต่จากที่พูดคุยกับครูคนอื่นๆ หลายคนจะรู้สึกกังวลใจ เช่น บางคนอยู่ระหว่างการยื่นขอประเมินตามหลักเกณณฑ์เดิม หรือคนที่กำลังเรียนปริญญาโท จะมายื่นขอวิทยฐานะเขาก็เกรงว่าจะกระทบสิทธิในเรื่องระยะเวลาหรือเปล่า ก็ได้ให้คำแนะนำว่าต้องมีการศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

      ทั้งนี้ ในกรอบการประเมินวิทยฐานะใหม่นั้น ให้มีการนับชั่วโมงการสอนอย่างระดับชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ ไม่น้อยกว่า 800 ชั่วโมง ูมองว่าถ้าเป็นครูที่สอนประถมศึกษาไม่ค่อยมีผลกระทบ เพราะส่วนใหญ่สอนทั้งวัน แต่กับครูมัธยมที่จะสอนเป็นรายวิชาหลัก การจะนับชั่วโมงอาจจะทำได้ยาก ตรงนี้ต้องดูในเงื่อนไขว่าสำนักงาน ก.ค.ศ.ระบุไว้อย่างไร แต่เท่าที่รู้จะกำหนดให้เหมาะสมกับบริบทของครูแต่ละสังกัด อย่างไรก็ตาม เวลานี้หลักเกณฑ์์ใหม่ประกาศใช้เป็นทางการแล้ว อยากขอให้สร้างความเข้าใจในเงื่อนไขต่างๆให้มากขึ้น เนื่องจากบางเรื่องต้องตีความ

เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ให้ครูอยู่ใกล้ชิดเด็ก

      สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแบบใหม่นี้ ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ ในแต่ละระดับ คือ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับละ5ปี มีจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานและการปฏิบัติงานอื่น โดยชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ ไม่น้อยกว่า800ชั่วโมงต่อปี เชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษไม่น้อยกว่า900ชั่วโมงต่อปี,มีวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ, ผ่านการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด และ มีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการชั้นเรียน และการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประเมินเพราะผู้อำนวยการสถานศึกษา ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินตามตัวชี้วัด ขณะเดียวกัน สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำบทเฉพาะกาล กำหนดรายละเอียดการประเมินวิทยฐานะกรณีผู้ที่บรรจุก่อนวันที่ 5 ก.ค.2560 สามารถยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามแบบเดิมได้ 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี ส่วนผู้ที่บรรจุหลัง วันที่ 5 ก.ค.2560 ให้ยื่นขอตามหลักเกณฑ์ใหม่เท่านั้น.

    ๐ ทีมข่าวคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com o

 

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286198

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

แรงงาน, พรกแรงงานต่างด้าว, การบังคับใช้, CI

พ.ร.ก. ไม่ใช่ พ.ร.บ. เนื่องจาก พ.ร.ก. แสดงถึงความจำเป็นของกฎหมายที่เป็นมาตราการเร่งด่วนเฉพาะการ ซึ่งปัญหาแรงงานต่างด้าวมีความจำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วน!!

     ยอมถอย…180 วัน

     ตามที่มติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว จำนวน 4 มาตรา ออกไปก่อน เพื่อให้นายจ้างและแรงงานมีเวลาปรับตัว จะเพียงพอหรือไม่?  หรือ การตั้งศูนย์รับแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว ทุกจังหวัดและในกรุงเทพฯ 10 ศูนย์ ในระยะเวลา 15 วัน โดยให้นายจ้างและลูกจ้างมิติสัมพันธ์ ทำงานด้วยกันมานาน ได้มาแสดงตน เพื่อคัดกรองนำไปสู่การขอ CI พาสปอร์ตที่บ้านเกิดของตนเอง รวมถึงยืดเวลาการขออนุญาตทำงานสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ตรวจสัญชาติแล้ว และได้CI พร้อมกับตรวจลงตราวีซ่าทำงานแล้วแต่ยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตทำงาน โดยกลุ่มแรงงานในกิจการทั่วไปสามารถขอใบอนุญาตทำงานได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 และกลุ่มแรงงานในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 รวมถึง การให้ก.แรงงาน ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน

     ที่กล่าวมาล้วนเป็นมาตรการที่ทางรัฐบาล นำโดย ก.แรงงาน กำหนดใช้เพื่อยุติความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในขณะนี้            นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ก.แรงงาน กล่าวในงานเสวนาวิชาการ “พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ปวงชนชาวไทยได้อะไร? ว่า ขอชี้แจงถึงการออกกฏหมายดังกล่าวเป็น พ.ร.ก. ไม่ใช่ พ.ร.บ. เนื่องจาก พ.ร.ก. แสดงถึงความจำเป็นของกฎหมายที่เป็นมาตราการเร่งด่วนเฉพาะการ ซึ่งปัญหาแรงงานต่างด้าวมีความจำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วน และอดีตที่ผ่านมายังไม่มีระบบรองรับที่ได้มาตรฐาน ทำให้การนำเข้าแรงงานต่างด้าวมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไขมากมาย การใช้แรงงานต่างด้าวให้ตรงกับการรับรองของนายจ้างหรือตามคำขอนั้น เพื่อป้องกันการสูญหาย การก่อเหตุอาชญากรรมพร้อมกำหนดให้มีความชัดเจนว่าแรงงานดังกล่าวทำงานอยู่ที่ใด โดยนายจ้างจะต้องมีการรับรอง

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

      การที่ คสช. ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ยืดระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป 180 วันนั้น หมายถึง ให้ยกเว้นการบังคับใช้ เช่น การจับกุมต่างๆ ซึ่งยังคงมีความผิดอยู่ แต่ไม่มีบทลงโทษ ส่วนบทลงโทษที่มีปัญหานั้น คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นจะพิจารณาในส่วนนี้ด้วย ทั้งนี้ บทลงโทษดังกล่าว อาจจะเป็นการกระตุ้นให้นายจ้างได้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องมากขึ้น เพราะหากต้องเอาเงินไปเข้าเส้นทางระบบส่วย ใต้ดินต่างๆ เอามาใช้ในการเข้าระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการทำผิดกฎหมายน่าจะดีกว่า

     “อย่าเอาบทลงโทษ ตัวเงินอย่าง 4 แสนมาคุยกัน เพราะ4 แสนเป็นเพียงตัวเลข แต่สิ่งที่อยู่เหนือกฎหมาย คือ จิตสำนึกที่จะดำเนินการให้ถูกกฎหมาย ย้อนมาดูว่ามากฎหมายฉบับนี้ เป็นการช่วยทำให้สังคมดีขึ้น กระทำการถูกกฎหมาย และแนวทางการดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว”อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

      ตอนนี้แรงงานต่างด้าว และนายจ้างอาจเกิดอาการช็อค โดยเฉพาะคนที่กระทำการไม่ถูกต้อง ซึ่งมีหลายคนออกมาบอกถึงตัวเลขของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย บางคนพูดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่ามีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนเท่าใด เพราะไม่มีใครเดินมามอบตัว แต่ที่แน่ชัดมีคนพร้อมใช้แรงงานผิดกฎหมาย!!

       อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าตามระบบ MOU ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย พม่า กัมพูชา ลาว ไทย เป็นการตกลงระหว่างประเทศ ประมาณ 4 แสนคน และมีการนำเข้าอย่างถูกกฏหมายเดือนละ 30,000 คน ซึ่งถ้านำเข้าจาก MOU แล้วกล่าวว่ายุ่งยาก คนที่เข้าร่วมระบบคงไม่ยุ่งยากมากกว่า การถูกเสียเงินเพื่อใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ดังกล่าว มีผู้มาขอเปลี่ยนให้ถูกต้องแล้ว ประมาณ 10,000 ราย และขณะนี้รัฐบาลกำลังรับฟังว่า กลุ่มไหนได้รับผลกระทบบ้าง  อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายใน 6 เดือน การใช้แรงงานไม่ถูกต้อง และใช้แรงงานไม่ตรง จะสามารถแก้ปัญหาได้

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

    “จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาใน 2 ส่วน คือการเปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้อง คาดว่ามีหลายแสนคน และด้วยตัวเลขที่ไม่ชัดเจนการมีแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเท่าใด ซึ่งคงไม่มีการเปิดเสรีเหมือนที่ผ่านมา แต่จะใช้มาตรการมิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง โดยเปิดศูนย์การรับแจ้งแรงงานต่างด้าว ที่ขณะนี้จะมีการเตรียมพร้อมทั้งในการให้ความรู้ การจัดตั้งทีมงานเพื่อรับข้อมูลต่างๆ เตรียมโปรแกรมอุปกรณ์ สถานที่ ซึ่งเชื่อว่ามีความพร้อม สะดวกแต่นายจ้างมาแจ้งที่ศูนย์อย่างแน่นอน”นายวรานนท์ กล่าวและว่า แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ประเทศต้นทางจะดำเนินการเอกสารทันหรือไม่ เพราะต่อให้มีการปลดล็อค ได้หนังสือรับรองสถานบุคคล (ซีไอ) และได้พาสปอรต์ หรือเฉพาะผู้ถือบัตรสีชมพู ที่ไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องก็สามารถได้ใน 15 วันนี้ เป็นมาตราการที่กระทำแล้ว คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะดำเนินการตามมาตรการทั้งหมด

     นายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานกล่าวว่า ตั้งแต่ตนคลุกคลีแรงงานข้ามชาติในไทยประมาณ 20 ปี ปรากฎการณ์ เรื่องแรงงานต่างด้าว แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมแปรรูป สัตว์น้ำ การละเมิดสิทธิแรงงาน และอุบัติเหตุในสถานประกอบการ สถานที่ทำงาน เพราะสถานประกอบการมีทั้งที่มีความรับผิดชอบและไม่รับผิดชอบ

     “จากบทเรียนอดีตถึงปัจจุบัน มีปรากฎการณ์เรื่องแรงงานข้ามชาติ ต่างด้าวผิดกฎหมายยังมีอยู่ ซึ่งแรงงานต่างด้าว 2.6 ล้านคน อีกครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานใต้ดิน ข้างล่าง อาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมของนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งกลุ่มที่ผิดกฎหมายได้รับผลกระทบจากพ.ร.ก.ดังกล่าวชัดเจน เนื่องจากแรงงานเหล่านี้กลัว โดยเฉพาะแรงงานพม่า พาสปอร์ตหมดอายุ หรือมีปัญหาอื่นๆ ถ้าเขาแก้ไม่ได้ ก็จะกลับบ้าน ส่งผลให้แรงงานจำนวนมาก พร้อมที่จะกลับบ้าน”นายสมพงษ์ กล่าวและว่า เวลานี้การแจ้งออก แจ้งเข้ามีปัญหาค่อนข้างมาก หากนายจ้างจัดการอย่างดี ลูกจ้างก็จะอยู่กับนายจ้าง ดังนั้น อยากเสนอให้มีการกำหนดชัดเจนว่าต้องการแรงงานแต่ละประเภทเท่าใด อย่างไร และการคุ้มครองแรงงานที่ดีจะทำอย่างไร?

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

     อย่างไรก็ตาม จากการจัดเสวนารับฟังความคิดเห็นจากแรงงานต่างด้าว พวกเขารู้สึกว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เป็นความอยากให้พวกเขากลับประเทศ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ บอกตรงๆ ก็ได้ เพราะถ้าบอกมาตรงๆ เขาก็พร้อมจะกลับประเทศ และจะสร้างผลกระทบต่อแรงงาน อุตสาหกรรมไทย ที่ใช้แรงงานต่างด้าว ตั้งแต่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ขณะนี้ มีจำนวนแรงงานต่างด้าว อาทิ ฝั่งแม่สอดมีแรงงานต่างด้าวออกจากประเทศไทย ประมาณ 20,000-30,000 คน ,ฝั่งอารัญประเทศ ประมาณ4,000-5,000 คน ระนองเกือบ 1,000 คน

       นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจฐานราก พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของให้แรงงานต่างด้าว รวมถึงธุรกิจภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ในจ.ท่องเที่ยว อย่าง พัทยา ภูเก็ต ที่ใช้แรงงานต่างด้าว เป็นต้น ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาการตีส่วยตีกิน และระบบอุปถัมภ์ยังมีทุกพื้นที่ ซึ่งหากมีระบบการจัดการที่ดี มีการลงทะเบียนที่ถูกต้องแรงงานจะไม่หนีไปไหน และ180 วัน จะทำให้ทุกคนวินวิน นายจ้าง ลูกจ้างไม่เจ็บปวด รัฐได้ประโยชน์ สังคมไม่ได้รับผลกระทบเป็นโอกาสของทุกคน และเป็นประเด็นที่ท้าทายของรัฐบาล การบริหารจัดการที่ดีของนายจ้าง เพราะถ้าบริหารจัดการที่ดี แรงงานไม่ไปไหน” นายสมพงษ์ กล่าว

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

     ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานจำนวนมาก ปัจจุบันเศรษฐกิจ กิจการต่างๆ ทุกอย่างมีการขยาย และเติบโต ทำให้ไทยขาดแรงงานขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงทำให้มีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก มีทั้งผิดกฎหมาย และถูกต้องตามกฎหมายหมุนเวียนกันไปทำงานในที่ต่างๆ โดยยังไม่มีการควบคุม

     “ยังไม่มีภาคเอกชน องค์กรไหน พูดว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ดี ส่วนใหญ่จะสนับสนุน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือการนำไปสู่ภาคปฏิบัติ บทลงโทษที่รุนแรง จึงอยากให้รัฐบาลชะลอ ระงับการใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ไปก่อน เพราะจะถือฆ้อนมาทุบได้ทันทีไม่ได้ ต้องระวังความขัดแย้ง” ดร.พจน์ กล่าว

     แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย เกิดจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างเองที่ไม่ยอมทำทุกอย่างให้ถูกกฏหมาย เช่น ลูกจ้างไม่ยอมไปขึ้นทะเบียน เพื่อที่จะสามารถเปลี่ยนงานไปในที่ที่ได้ค่าตอบแทนมากกว่าได้ หากมีนายจ้างคนไหนจ่ายให้มากกว่า แรงงานต่างด้าวก็พร้อมที่จะเปลี่ยนงานได้อย่างง่าย โดยที่ไม่ต้องขออนุญาติใดๆ แต่ พ.ร.ก. ดังกล่าว จะทำให้ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น

เสียงสะท้อนพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว??

      รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ว่ากฎหมายดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะพ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์กันที่เนื้อหา แต่เป็นเรื่องการใช้กฎหมาย การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยมีแรงงานพอใช้ ซึ่งอาจต้องใช้วิธีการหลายๆ อย่าง และการใช้กฎหมายเป็นวิธีการ เครื่องมือหนึ่งเท่านั้นที่จะอำนวยความสะดวกในการหาแรงงานมาให้สังคมพอใช้ สิ่งที่ต้องไม่หลงประเด็น คือการพูดถึงเรื่องการบังคับ บทลงโทษ ผลกระทบที่ตามมาจากกฎหมายดังกล่าว เพราะนี่คือสิ่งที่สังคมรับรู้ จนเกิดความความแตกตื่น และกระทบการผลิตอย่างชัดเจน ถ้าไม่มีความเยียวยา ผ่อนปรนกัน 3 เดือนผ่านไป แรงงานต่างด้าวกลับประเทศของตน ผลการเปลี่ยนแปลงย่อม กระทบกระเทือนแรงงานที่มีเพียงพอหรือไม่?…ในกระบวนการผลิต

    “จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เราต้องมองว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้เพื่ออะไร แก้เพื่อไม่ให้ตกเทียร์ แก้เพราะด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ หรือห่วงเรื่องความมั่นคงของประเทศด้วยใช่หรือไม่ ถ้าในระดับนานาชาติ เพื่อไม่ให้ตกเทียร์ หรือการออกกฎหมายแบบนี้ ป้องกันความมั่นคงได้มากน้อยเพียงใด กฎหมายนี้ออกมาป้องกันการค้ามนุษย์ตรงจุดไหน กฎหมายนี้มีส่วนป้องกันการค้ามนุษย์หรือไม่”

     ถ้ามีอัตราการลงโทษสูงเท่าใด ค่าเรียกกฎหมาย และหนีกฎหมายก็แพงเท่านั้น รศ.แล กล่าวอีกว่า ต้องกลับมาดูว่า การที่นายจ้าง ลูกจ้างไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติตามกฎหมายเพราะอะไร ซึ่งในมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ ผู้ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาเลือกว่าจะทำอย่างนั้น เพราะถ้าปฏิบัติตามกฎหมายมันแพง ยิ่งธุรกิจขนาดเล็ก การทำให้ถูกกฎหมายมันแพง เสียเวลา การทำให้ผิดกฎหมายอาจง่ายกว่า

     “ตอนนี้ ต้องหาวิธีการว่าจะทำให้อย่างไรให้การทำถูกกฎหมายสะดวกขึ้น เร็วขึ้น ง่ายขึ้น เพราะอย่าลืมว่าปัญหาส่วนหนึ่ง เกิดจาก ความเป็นราชการ หน่วยราชการ ที่คนเดินดินธรรมดา ไม่ได้เข้าถึงอย่างรวดเร็ว รวมถึงต้องมองด้วยว่าความแตกตื่น โกลาหลครั้งนี้ ทำอย่างไรไม่ให้ระบบราชการเอื้อต่อการติดสินบน นอกจากนั้น ควรถามแรงงานข้ามชาติ ผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อดึงปัญหาออกมาว่าจุดไหนอย่างไร เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ ความมั่นคง หรือไม่” รศ.แล กล่าวทิ้งท้าย.

o ชุลีพร อร่ามเนตร qualitylife4444@gmail.com o

ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารจัดการคนต่างด้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286207

ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารจัดการคนต่างด้าว

สบต, ตั้ง, ศูนย์เฉพาะกิจ, บริหาร, จัดการ, คนต่างด้าว

รมว.แรงงาน สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจอำนวยความสะดวกการทำงานคนต่างด้าว สั่งการเร่งออกมาตรการ กฎหมายลำดับรองให้เร็วที่สุด

        นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการในที่ประชุม super board ว่าให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่ออำนวยการอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยศูนย์ดังกล่าว ประกอบด้วย ส่วนบัญชาการ ส่วนติดตามและรายงานผล ส่วนวิเคราะห์ข่าวสาร ส่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์ ส่วนประชาสัมพันธ์ และส่วนปฏิบัติการระดับจังหวัด

นายสุทธิ กล่าวต่อว่า พล.อ.ศิริชัย ยังได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานกำหนดแนวทางเพื่อออกประกาศ ให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 33/2560 โดยให้ดำเนินการดังนี้ 1.เร่งออกมาตรการดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด 2. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกระทรวงแรงงานทุกคนจะต้องปฏิบัติด้วยความโปร่งใสไร้ทุจริต 3. เร่งออกอนุบัญญัติ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยให้มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย และ4. ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและรายงานสถานการณ์เป็นรายวัน

ส่วนกรณีที่แรงงานต่างด้าวที่นายจ้างไม่ตรงตามบัตรหรือไม่มาขอใบอนุญาตทำงานทันภายในกำหนด ขอให้ไปติดต่อขอเปลี่ยนนายจ้างและขอใบอนุญาตทำงานได้ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 และสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว (สบต.) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สำหรับกลุ่มนายจ้างที่แรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสาร ทั้งนี้ โปรดรอฟังแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ชัดเจนในลำดับต่อไป

ค่ายอบรมเด็กทุน จชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286188

ค่ายอบรมเด็กทุน จชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต

ทุนการศึกษา, เด็กทุน จชต, ค่ายอบรมเด็กทุน, จชต, ปวช, ปวส

สอศ.สร้างกิจกรรมค่ายทุนอาชีวศึกษาชายแดนใต้ สร้างเด็กยุคใหม่หัวใจซื่อสัตย์สุจริต พร้อมมอบทุนการศึกษา 400 ทุน

      ที่โรงแรมหาดทรายแก้ว รีสอร์ท จังหวัดสงขลา มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาอาชีวศึกษา โครงการกิจกรรมค่ายนักเรียนทุนอาชีวศึกษา “เด็กทุนจชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต”  ระดับ ปวช.และปวส. รวมจำนวน 400 ทุนในพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการค่ายทุนอาชีวศึกษาระดับ ปวช. และปวส.ในพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการสร้างโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาเป็นการพิเศษ แม้จำนวนทุนจะไม่สามารถจัดให้กับทุกคนที่ต้องการได้

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด    ประการหนึ่ง ในการสร้างสรรค์ให้มีอาชีพที่ยั่งยืน มีความเจริญความก้าวหน้า และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมได้ การศึกษาจึงเป็นกุญแจที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว  ทุนการศึกษาจัดเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมสนับสนุนที่สำคัญ

ค่ายอบรมเด็กทุน จชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต

เพราะจะช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน   มีโอกาสได้ศึกษาต่อพัฒนาตนเองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา  อารมณ์  และสังคมอย่างเป็นระบบเต็มศักยภาพ และเป็นการให้องค์ความรู้ สร้างเครือข่าย รวมทั้งปลูกฝังสิ่งดีงามให้กับเด็กๆ ที่จะเป็นความหวัง ความฝันสู่ปลายทางแห่งความสำเร็จ ความเจริญความก้าวหน้าในอนาคต ที่จะช่วยให้ประเทศชาติเข้มแข็งและมั่นคงในโอกาสต่อไป

ค่ายอบรมเด็กทุน จชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต

โครงการส่งเสริมทุนการศึกษา นักศึกษากลุ่มพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) เริ่มมีมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ โดยการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ต่อมาปีการศึกษา 2555 เพิ่มโอกาสให้นักเรียนที่จบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้ศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ด้วยการให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบหลักสูตรเป็นทุนให้เปล่าไม่มีเงื่อนไข หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ปีละ 29,000 บาท/คน จำนวน 300 ทุน/ปี หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีละ 40,000 บาท/คน จำนวน 100 ทุน/ปี

ค่ายอบรมเด็กทุน จชต.หัวใจซื่อสัตย์สุจริต

ในปีการศึกษา 2560 คณะกรรมการส่งเสริมทุน จชต. ทำการประกาศรับสมัคร เมื่อวันที่ 28 เดือนพฤศจิกายน  2559 นักศึกษาที่จะขอรับทุนต้องมีภูมิลำเนาอยู่ใน จชต. ไม่กำหนดผลการเรียน ผู้ปกครองต้องมีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาท นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ นักเรียนที่สนใจขอรับทุนต้องยื่นใบสมัคร สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ มีนักเรียนสนใจสมัครสอบขอรับทุน ระดับ ปวช. จำนวน 769 คน คิดเป็นสัดส่วน 3 ต่อ 1 ระดับปวส. จำนวน 1,246 คน คิดเป็นสัดส่วน 12 ต่อ 1

ไทยส่งหมอร่วมทีมศรีลังกาควบคุมไข้เลือดออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286180

ไทยส่งหมอร่วมทีมศรีลังกาควบคุมไข้เลือดออก

ควบคุมไข้เลือดอออก, ทีมแพทย์, ไทย, ส่ง, หมอ, ร่วม, ทีม, ศรีลังกา, ควบคุม, ไข้เลือดออก

สธ.ส่งแพทย์ 2 คนผู้เชี่ยวชาญด้านไข้เลือดออกและการควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ร่วมทีมประเทศศรีลังกา-องค์การอนามัยโลก วางแผนควบคุมโรคไข้เลือดออก

          ศ.คลินิค เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2560  กระทรวงสาธารณสุขไทย ได้ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก 2 ท่านเดินทางไปสนับสนุนการทำงานของประเทศศรีลังกา ซึ่งในปีนี้พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยทำงานร่วมกับทีมประเทศศรีลังกาและองค์การอนามัยโลก ในการประเมินสถานการณ์ และวางแผนการให้ความช่วยเหลือในการตอบสนองต่อการระบาดของโรค พร้อมนำสารน้ำเข้มข้นพิเศษที่ใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะช็อคจำนวนหนึ่ง และจะจัดส่งเพิ่มเติมตามสถานการณ์ต่อไป

สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ประกอบด้วย ศ.คลินิก แพทย์หญิงศิริเพ็ญ กัลยาณรุจ ที่ปรึกษาสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออกมานานกว่า 30 ปี เพื่อให้คำปรึกษาแนวทางการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รวมทั้งการจัดตั้งจุดให้สารน้ำเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยสงสัยไข้เลือดออก ในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลและในชุมชน เพื่อป้องกันภาวะช็อคและการเสียชีวิตของผู้ป่วย  และนายแพทย์จีรพัฒน์  ศิริชัยสินธพ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การระบาดของโรค มาตรการควบคุมยุงลาย รวมทั้งการสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน โดยจะปฏิบัติงานที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 5 – 11 กรกฎาคม 2560

ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย แนวโน้มผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นจากอดีต แต่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเนื่องจากเทคโนโลยีในการดูแลรักษาดีขึ้น มาตรการดำเนินงานที่สำคัญคือการป้องกันควบคุมโรค เน้นการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อควบคุมกำจัดลูกน้ำยุงลายและยุงลายตัวแก่โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตามนโยบายประชารัฐสานพลังปราบยุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยใช้มาตรการหลัก “3 เก็บ 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายอยู่อาศัย 2.เก็บขยะให้เกลี้ยงไม่ให้ยุงลายเพาะพันธุ์ 3.เก็บปิดน้ำให้มิดชิดไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งจะช่วยป้องกันประชาชนจากการป่วยและเสียชีวิตจาก 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

ทั้งนี้ รายงานสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 3 กรกฎาคม 2560 พบผู้ป่วย 18,521 คน เสียชีวิต 29 คน อัตราป่วยสูงสุดที่ภาคใต้ รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทำดีงดเหล้าถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286176

ทำดีงดเหล้าถวายพ่อหลวง

ถวายพ่อหลวง, หัวใจเพชร, เลิกเหล้า, สสส, สคล, คนเลิกเหล้านักรณรงค์, เฉลี่ยภายใน 10 วัน, คนหัวใจหิน, รุ่นที่ 1

สสส.-เครือข่ายงดเหล้า-ภาคีฯ จัดพิธีปฏิญาณตนเลิกเหล้าตลอดชีวิต เปิดตัวชมรมคนหัวใจเพชรทั่วประเทศ เผยกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประหยัดเงินได้รวม 1.3 หมืนล.

        เมื่อวันที่ 5 ..2560 ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสันบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม สืบสานพระราชปณิธาน..ทำดีถวายพ่อ “คำสัญญาจากจิตอาสานักสู้คนหัวใจเพชร” พร้อมเปิดตัวชมรมคนหัวใจเพชร (คนเลิกเหล้านักรณรงค์) และเพื่อถวายเป็นพะราชกุศล โดยการถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในกิจกรรมพระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง กล่าวสัมโมทนียกถา สร้างกำลังใจ ให้แนวคิด วิธีปฏิบัติ สำหรับ นักรณรงค์จิตอาสาคนหัวใจเพชร ทั้งนี้ นายแพทย์ วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นประธานในพิธี

ทำดีงดเหล้าถวายพ่อหลวง

นายแพทย์ วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวในกิจกรรมว่า “วันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญที่ชาวพุทธจะได้กำหนดจิตแน่วแน่ในการบำเพ็ญความดีเป็นเวลา 3 เดือน  ซึ่งการงดดื่มสุราก็ถือเป็นมหากุศล จากการปฏิบัติบูชา นับว่าเป็นบุญกุศลสูงสุด ทั้งนี้ รัฐบาลความมุ่งหวังให้คนไทยได้งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อยังส่งผลไปถึงการดูแลสุขภาพ การลดอุบัติเหตุ อาชญากรรม และปัญหาอื่นๆจากการขาดสติ  อีกทั้ง ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการดื่ม และช่วยเติมความสุข ความอบอุ่นให้แก่ครอบครัวอีกด้วย  หากเราทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” มาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานการใช้ชีวิตแล้ว จะนำประโยชน์และความสุขแก่ตัวเอง ส่วนรวมและร่วมพัฒนาสังคมประเทศได้เป็นอย่างมาก”

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล  รองผู้จัดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 15 แล้ว   ตั้งแต่มีเพียงร้อยละ 40 ของผู้ดื่มสุราที่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2546 ขึ้นมาเป็นร้อยละ 70 – 80 ในช่วงสองสามปีหลังนี้

ทำดีงดเหล้าถวายพ่อหลวง

ผลการประเมินผลพบว่ามีประมาณครึ่งหนึ่งที่หยุดดื่มเหล้าได้ตลอดพรรษาสามเดือน   และ ยังพบว่าจากผลของการงดดื่ม พบว่าร้อยละ 81.2 ระบุประหยัดค่าใช้จ่ายได้/ ร้อยละ 80.5 ระบุสุขภาพร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีร้อยละ 50.2 ระบุสุขภาพจิตใจดีขึ้น และร้อยละ 31.1 ระบุลดปัญหาในครอบครัว/ มีความสุขในครอบครัวมากขึ้น และการประหยัดเงินจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ โดยมีค่าเฉลี่ย 1,692 บาท และมีค่าประมาณการ จำนวนเงินโดยรวมที่ประหยัดได้ทั้งสิ้น 13,459,836,480 บาท

และเมื่อสอบถามถึงแนวโน้มของการดื่มหลังออกพรรษา พบว่ากลุ่มเป้าหมาย มีความตั้งใจจะงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปหลังจากออกพรรษา ร้อยละ 60.5 ตั้งใจจะงด/ ลด ให้น้อยลง โดยมีร้อยละ13.0 ตั้งใจจะเลิกไปเลย ขณะที่ร้อยละ 26.1 จะกลับมาดื่ม(เฉลี่ยภายใน 10 วัน)

ทำดีงดเหล้าถวายพ่อหลวง

“ด้วยพบว่าเกิดข้อดีมากมายจากการงดเหล้าเข้าพรรษา ทางสสส.และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จึงพัฒนาให้เกิดการเลิกเหล้าตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่สมัครใจขึ้น โดยสนับสนุนให้เกิดการตั้งชมรมคนหัวใจเพชร ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่เลิกเหล้าโดยเด็ดขาดได้อย่างต่อเนื่องสามปีขึ้นไป   มารวมตัวกันเพื่อที่จะให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน และ เพื่อที่จะไปแสดงตัวเป็นบุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกดื่มสุราได้อย่างเด็ดขาด โดยไปช่วยเหลือแนะนำให้คนที่ยังดื่มสุราอยู่ให้เลิกดื่ม และ ไปแนะนำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ห่างไกลจากสุราต่อไป” รองผู้จัดการกล่าว

ทางด้านเภสัชกรสงกรานต์  ภาคโชคดี  ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวถึงกิจกรรมรณรงค์ว่า “การรณรงค์เข้าพรรษาปี 2560 นี้ เน้นความร่วมมือจากชุมชนจนถึงระดับอำเภอ และจังหวัด ในการ ชวน ช่วย ชมเชียร์ ให้คน ลด ละ เลิกเหล้า จึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากก่อนเข้าพรรษา จะมีการจัดกิจกรรมคนบวชใจปฏิญาณตนใน 77 จังหวัด จากนั้นระหว่างพรรษามีการให้กำลังใจคนเลิกเหล้าครบพรรษา ที่เรียกว่า “คนหัวใจหิน” ซึ่งจะมีการจัดเวทียกย่องในช่วงออกพรรษา สำหรับคนที่ผ่านการงดเหล้าและเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต อย่างน้อยครบ 3 ปี ขึ้นไปจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกชมรม“คนหัวใจเพชร” พร้อมกันนี้ในแต่ละจังหวัดจะก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรขึ้น โดยจะมีสมาชิกชมรมนักรณรงค์จิตอาสาคนหัวใจเพชรเป็นนักรณรงค์จิตอาสาคนหัวใจเพชร..ปี 2560 (รุ่นที่ 1) เพื่อช่วยเหลือให้กำลังใจคนที่กำลังเลิกเหล้าให้สามารถทำความตั้งใจได้สำเร็จอีกด้วย”

เพิ่มมูลค่าใบสับปะรด นวัตกรรมนาโน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285993

เพิ่มมูลค่าใบสับปะรด นวัตกรรมนาโน

มจธ, เพิ่มมูลค่าใบสับปะรด, นวัตกรรมนาโน, มจธ

มจธ.วิจัยสร้างมูลค่าเพิ่มใบสับปะรด ผลิตเส้นใยเซลลูโลสนวัตกรรมใหม่ขนาดนาโน

      ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงมีวัสดุเหลือใช้จำนวนมากที่ถูกละเลยหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น ใบสับปะรด ฟางข้าว หรือชานอ้อย เป็นต้น จากการวิจัยพบว่าเส้นใยจากพืชนั้นมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายประการ เช่น น้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทาน

ดร.สุภโชค ตันพิชัย อาจารย์ประจำสถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า สับปะรดเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีใบสับปะรดที่ถูกทิ้ง หรือทำลายหลังจากการเก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ทั้งนี้เส้นใยที่ได้จากใบสับปะรดนั้นมีความแข็งแรงของเส้นใยที่สูงเมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติประเภทอื่นๆ จึงเหมาะแก่การนำไปใช้วัตถุดิบตั้งต้นในกระบวนการเตรียมเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน ซึ่งเป็นวัสดุที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย แต่มีกระบวนการทำที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

เพิ่มมูลค่าใบสับปะรด นวัตกรรมนาโน

โดยงานวิจัยนี้ใช้ใบสับปะรดเป็นสารตั้งต้นในการเตรียมเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน ผ่านกระบวนการระเบิดด้วยไอน้ำแรงดันสูง เพื่อทำลายพันธะที่ยึดเกาะกันระหว่างเส้นใยเซลลูโลสระดับไมโคร จนได้เป็นเส้นใยขนาดนาโนที่มีการกระจายตัวแยกออกจากกัน ซึ่งมีความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา ความทนทานต่อสารเคมี สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ มีลักษณะโปร่งแสง ยากต่อการมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น การปรับปรุงสมบัติบางประการของฟิล์มบรรจุภัณฑ์ให้ดีขึ้น โดยที่ยังคงความใสของฟิล์มไว้ได้ เช่นสมบัติเชิงกล สมบัติทางความร้อน หรือสมบัติการแพร่ผ่านของก๊าซ เป็นต้น

นอกจากนี้เส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโนยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านวัสดุทางการแพทย์อีกด้วย เช่น ผ้าปิดแผล หรือ หลอดเลือดเทียม หรือใช้ในงานทางด้านการกรองสารพิษจากน้ำ หรือ อากาศอีกด้วย ผลสำเร็จของงานวิจัยนี้คาดหวังว่าจะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรสามารถนำวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหล่านั้น และเป็นการเพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังเป็นการเตรียมองค์ความรู้เพื่อนำส่งให้กับทางภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ประโยชน์จากเส้นใยเซลลูโลสขนาดนาโน เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ หรืออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ดังนั้น  เส้นใยสับปะรดจึงเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง มีโอกาสในการพัฒนาเป็นเส้นใยในเชิงอุตสาหกรรมได้จริงในอนาคต ลดการพึ่งพาวัสดุสังเคราะห์ทางเคมี แล้วหันมาใช้ประโยชน์จากวัสดุทดแทน และยังเป็นการนำเอาเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากการปลูกสับปะรดมามีส่วนช่วยในการทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นอีกด้วย

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286015

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

มทักษิณ, หลักสูตรครู, ครู4ปี, สคศท, สกอ, เรียนที่วิทยาลัยเขตปัตตานี, นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, สคศท ,  สกอ, เรียนที่วิทยาลัยเขตปัตตานี

วันที่ 13-14 ก.ค.สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย จะประชุมที่คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยมีวาระการประชุมเรื่องครูคืนถิ่น

      วันที่ 13-14 ก.ค.สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย จะประชุมที่คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยมีวาระการประชุมเรื่องครูคืนถิ่น และอีกหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับคณบดีกว่า 140 คนก็คือมติคณะกรรมการคุรุสภาที่ให้ปรับหลักสูตรครู 5 ปี กลับไปหลักสูตรครู 4 ปีเหมือนเดิมว่าจากนี้ไปต้องดำเนินการอย่างไรในรายละเอียด

     “ปีนี้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรครู 5 ปีครบกำหนดที่ต้องปรับปรุงหลักสูตรที่เปิดสอนมาว่ามีจุดด้อยตรงไหนบ้าง เพื่อปรับใช้กับนักศึกษาที่เปิดรับมาแล้วในปี 2560 ซึ่งถ้าคุรุสภามีมติให้ปรับหลักสูตรกลับมาผลิตหลักสูตร 4 ปีก็ต้องทำหลักสูตรกันใหม่ เพื่อใช้ในปีการศึกษา 2561 ซึ่งจะต้องมีการหารือกันในรายละเอียดต่อไป” ผศ.ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.ทักษิณ กล่าว

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

ผศ.ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.ทักษิณ

      ทั้งนี้ มติคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี “นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานได้เห็นชอบในหลักการ ตามที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ /ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท. )เสนอให้กลับไปผลิตครูในหลักสูตร 4 ปี โดยจะต้องเร่งดำเนินการในเรื่องสำคัญ ๆ ให้แล้วเสร็จไม่ว่าจะเป็น การปรับมาตรฐานการผลิตครู ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ดำเนินการอยู่

     รวมถึงจะต้องดำเนินการปรับมาตรฐานหลักสูตรการผลิตครู ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ( สกอ.) และสุดท้ายคือการ ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน จากหลักสูตรครู 5 ปี กลับไปหลักสูตรครู 4 ปีเหมือนเดิม

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

       โดยได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งมีนายไพฑูรย์ สินลารัตน์ อดีตประธานกรรมการคุรุสภา เป็นประธาน ไปจัดทำข้อเสนอการผลิตครูทั้งระบบ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ การปรับมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งเดิมมีทั้งหมด 11 มาตรฐาน มาเป็นมาตรฐานที่อิงสมรรถนะมากขึ้น ส่วนที่สองคือ การปรับวิธีการได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จากเดิมผู้ที่เรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์จะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยอัตโนมัติมาเป็น การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯแทน และที่สำคัญคือ การปรับหลักสูตรจากหลักสูตรผลิตครู 5 ปี เป็นหลักสูตรผลิตครู 4 ปี แต่จะต้องเป็นหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน รวมถึงจะต้องดูแลไม่ให้ผู้ที่เรียนในหลักสูตรครู 5 ปีเสียสิทธิ์ และเสนอให้บอร์ดคุรุสภาพิจารณาภายในเดือนกรกฎาคมนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีปีการศึกษา 2561

       ผศ.ดร.เรวดี เสนอในมุมมองส่วนตัวมองหลักสูตรครู 5 ปี สามารถบ่มเพาะบัณฑิตที่ต้องการเป็นครูได้อย่างเข้มข้นมีคุณภาพ เพราะเรียนวิชาการมา 4 ปีจากนั้น 1 ปี ก็ให้ไปฝึกสอนอยู่ในโรงเรียน ได้เรียนรู้และซึมซับความเป็นครูอย่างท่องแท้ เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไป จะมีความรู้ความชำนาญทั้งวิชาการและการสอน แต่ในเมื่อคุรุสภามีมติให้เปิดสอน 4ปี ก็ต้องปรับหลักสูตรกันใหม่

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

       สำหรับคณะศึกษาสตร์ ม.ทักษิณ เปิดสอน 12  สาขาวิชา แต่ละสาขาวิชารับเพียง 30 คน ซึ่งแอดมิชชั่นส์ที่ผ่านมาคณะ/สาขาที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยทักษิณ อัตราการแข่งขัน 1:60 รองลงไปเป็น คณะพยาบาลศาสตร์ ปัตตานี สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (เรียนที่วิทยาลัยเขตปัตตานี ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:50 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อัตราการแข่งขัน 1:49 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อัตราการแข่งขัน 1 :43 และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศ พื้นฐานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อัตราการแข่งขัน 1:43

       คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.ทักษิณ กล่าวว่าคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ เดิมก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ผลิตบัณฑิตครูมาเป็นเวลาร่วม 50 ปี ที่ผ่านมาได้นำคณะอาจารย์และนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ทั้งหมด 12 สาขาๆละ 30 คนลงพื้นที่ช่วยการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 15 แห่งในจังหวัดสงขลา ตรัง และสตูล รวมทั้งโรงเรียนบนเกาะต่างๆ โดยช่วยพัฒนาและอบรมครูทุก 8 สาขาวิชา ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษามีประสบการณ์ในสอนต่างๆ กว่าจะสำเร็จการศึกษา จะทำให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตครูมีคุณภาพ

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

       นอกจากนี้ยังคัดเลือกนิสิตในพื้นที่มารับทุนของมูลนิํธิชัยพัฒนามาเรียนครู 5 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษา จะได้กลับไปใช้ทุนในท้องถิ่น เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูที่ถูกวิธีและยั่งยืน เพราะบัณฑิตจะสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองในพื้นที่ และในอนาคตโอกาสที่จะย้ายถิ่นฐานไปจากพื่้นที่คงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยซึ่งขณะนี้นศ.ที่จบหลักสูตรครู 5 ปี ได้กลับไปใช้ทุนเป็นครูในพื้นที่แล้ว

     อย่างไรก็ตามถ้าสถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และได้คนเก่งมาเรียนครู จบออกไปก็มีงานทำไม่ต้องแย่งงานกัน ครูผู้สอนก็สามารถดูแลลูกศิษยฺ์ได้อย่างทั่วถึง การนิเทศน์นิสิต การฝึกงาน ออกแบบการฝึกสอน ออกแบบหลักสูตร แผนการสอน ทุกอย่างสามารถทำอย่างมีคุณภาพได้ เพราะจำนวนนิสิตเ้หมาะสมกับการดูแลของครูผู้สอน

เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?เรียนครูต้อง4ปีดีจริง?

     อนึ่งก่อนหน้านี้ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมครั้งที่ 2/2560 ไปเมื่อวันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องประชุมหวงพ่อวัดไร่ขิงอุปถัมภ์ ชั้น 5 อาคารศึกษาศาสตร์ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม ในวาระการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับการผลิตครู เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการผลิตครู 4 ปี ด้วยการลงคะแนนเสียงซึ่งมีมติ 35:5 เสียง

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0