ถกมาตรา 44 ชะลอโทษ 4 มาตรา พ.ร.ก.ต่างด้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286032

ถกมาตรา 44 ชะลอโทษ 4 มาตรา พ.ร.ก.ต่างด้าว

แรงงาน, ถกมาตรา, ชะลอโทษ, มาตรา, พรกต่างด้าว, กนร, อกนร

รมว.แรงงาน เรียกประชุมผู้บริหารรับ มาตรา 44 ชะลอโทษ 4 มาตรา พ.ร.ก.ต่างด้าว แถลงมาตราการรองรับ 5 ก.ค.

      เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้เรียกประชุมผู้บริหาร ปลัดกระทรวง และอธิบดีทุกกรม เข้าหารือถึงมาตรการรองรับ คสช. ใช้มาตรา 44 ชะลอโทษ 4 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับบทลงโทษผู้ประกอบการและแรงงานด้าว  ของ  พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่ให้ชะลอการบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ถึง 1 ม.ค. 2561  เพื่อให้แรงงานผิดกฎหมายไปดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้อง ใน 4 มาตรา คือ มาตรา 101 ว่าด้วยการเอาผิดลูกจ้าง 102 ว่าด้วยการเอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 119 ว่าด้วยการทำงานโดยไม่มีหนังสือแจ้งนายทะเบียน และ มาตรา 122 ว่าด้วยการรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พล.อ.ศิริชัย ได้มอบหมายให้นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นผู้แถลงในรายละเอียดของมาตราการต่างๆ ในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งในวันเดียวกัน ได้มีการเชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมเสวนาเกี่ยวกับเหตุผลการออก พ.ร.ก. บทลงโทษ ผลกระทบ และมาตรการบรรเทาผลกระทบ จาก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในเวลา 09.00 – 12.00 น. ที่ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม  มี ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย คณะกรรมการนโยบายการจัดการ ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) อนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงาน ต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (อกนร.)ภาครัฐ ภาคเอกชน  เอ็นจีโอ ผู้แทนนายจ้าง บริษัทนำเข้า ผู้แทนเครือข่ายแรงงาน และผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.

ชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285989

ชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

เข้าพรรษา, ชวนเข้าวัด, ทำบุญ, ด้วย กาย วาจา ใจ

นายกรัฐมนตรี เขียนข้อความ “ด้วย กาย วาจา ใจ” ลงการ์ดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2560 เชิญชวนเข้าวัดทำบุญ

      เมื่อวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร วธ. กรมการศาสนา (ศน.) องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา เยาวชน และชุมชนคุณธรรม ร่วมรณรงค์เชิญชวนประชาสัมพันธ์จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2560 โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ร่วมชมการสาธิตการแกะสลักต้นเทียนพรรษา จากชุมชนคุณธรรมวัดบูรพาราม จ.อุบลราชธานี และนักศึกษาจิตอาสาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ชุมชนคุณธรรม วัดโพธิ์เรียง กรุงเทพฯ เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชน เด็กและเยาวชน เข้าวัด ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญประโยชน์ ร่วมกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมจัดแสดงการ์ดอวยพรวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาด้วย

ชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

ในโอกาสดังกล่าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เขียนข้อความและลงนามในการ์ดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา 2560 เป็นข้อความว่า “ด้วย กาย วาจา ใจ” ด้วย

นายวีระ  กล่าว่า การจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2560 ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมทางสปอตโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ อีกทั้ง กรมการศาสนา ได้ร่วมกับหน่วยงานระดับกระทรวง 20 กระทรวง คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา ร่วมกันจัดงานพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสืบทอดรักษาประเพณีอันดีงาม และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน

ชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

กิจกรรมในส่วนกลาง ประกอบด้วย การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ หล่อเทียนพรรษา วันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 13.30 น. ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ และจะมีพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา 9 ต้น วันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 08.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อถวายพระอารามหลวง 9 พระอาราม คือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดปทุมวนาราม วัดสามพระยา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดสุวรรณาราม ในส่วนภูมิภาค มีการจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ณ วัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดงานอาสาฬหบูชาอาเซียนในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 16 จังหวัด เพื่อสานสัมพันธไมตรีในมิติพระพุทธศาสนา  และเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดขาว รักษาศีล 5 ทั้งชุมชนหมู่บ้าน ตลอดเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา

ชวนเข้าวัด ทำบุญ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ วันอาสาฬหบูชา คือ วันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ในจำนวนนี้ มีโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งในปี 2560 ตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 ส่วน วันเข้าพรรษา หมายถึง การที่พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งระหว่างฤดูฝน ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุสงฆ์ได้จาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่ได้จำพรรษาแม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบทำลายข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าได้ทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้แก่พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในปี พ.ศ.2560 ตรงกับวันที่ 9 กรกฎาคม 2560

“พ.ร.บ.ยาสูบ” ช่วยลดนักสูบหน้าใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286018

“พ.ร.บ.ยาสูบ” ช่วยลดนักสูบหน้าใหม่

พรบยาสูบ, พรบยาสูบ, ช่วยลดนักสูบหน้าใหม่

เลขาธิการฯไม่สูบบุหรี่ เชื่อ พ.ร.บ.ยาสูบ ใช้ 4 ก.ค.นี้ ลดนักสูบหน้าใหม่ได้แน่นอน เหตุห้ามขายอายุต่ำกว่า 20 ปี เด็กห้ามซื้อบุหรี่ พร้อมแนะพ่อแม่ ต้นแบบเลิกบุหรี

      ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในวันที่ 4 ก.ค.60 ว่า เจตนารมย์ของพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เชื่อว่าลดการเข้าถึงและเป็นการเพิ่มจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้แน่นอน เพราะมีการกำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์สูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ห้ามแบ่งซองขาย ห้ามให้เห็นซองบุหรี่ บริษัท สถานประกอบการห้ามทำCSR ห้ามใช้พริตตี้ หรือส่งเสริมการขายต่างๆ และในอนาคตจะมีกฎหมายลูก ห้ามใช้สีสันบนซองบุหรี่ จะมีการเปิดเผยส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ การควบคุมการผลิตภัณฑ์ การคุ้มครองสุขภาพ

      นอกจากนั้น ที่สำคัญพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการประจำจังหวัดที่จะต้องทำหน้าที่รณรงค์ ลด ละเลิกการสอบบุหรี่ ซึ่งเป็นการทำงานอย่างจริงจัง จะส่งผลให้คนสูบบุหรี่ลดลงอย่างแน่นอน แต่จะลดลงมากน้อยนั้นคงต้องติดตามกัน ทั้งนี้ ในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้านั้น ขณะนี้มีการห้ามโดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และอนาคตอาจจะมีกฎหมายลูกในเรื่องนี้ ก็ต้องดูความพร้อมของกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆ”

     “พ่อแม่มีความสำคัญอย่างมากในการกระตุ้น และเป็นต้นแบบแก่ลูกๆ ที่จะช่วยลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้ เพราะหากพ่อแม่ไม่สูบให้ลูกเห็น หรือไม่ใช้ให้ลูกไปสูบบุหรี่ จะไม่เกิดทัศนคติที่มองว่าบุหรี่เป็นสินค้าหรือเป็นเรื่องปกติที่จะสูบบุหรี่ได้ นอกจากนั้น การที่พ่อหรือแม่สูบบุหรี่ จะทำให้ลูกติดบุหรี่ถึง 7 เท่า ดังนั้น ต่อให้มีกฎหมาย การรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ พ่อแม่ต้องเป็นส่วนสำคัญ จะเพิ่มหรือลดความเสี่ยงลูกติดบุหรี่”ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต กล่าว

       ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในวันที่ 4 ก.ค.60 โดยมาตรการสำคัญที่ประชาชนต้องรับทราบเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกต้อง ประกอบด้วย

      1.กำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

      2.ห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ

      3.ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบใน 4 กลุ่มสถานที่ ได้แก่ วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา สถานพยาบาลและร้านขายยา สถานศึกษาทุกระดับ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก

     4.กำหนดห้ามโฆษณาสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบในทุกรูปแบบ อาทิ พริตตี้ส่งเสริมการขายในงานคอนเสิร์ต

     5.ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรมซีเอสอาร์ อุปถัมภ์สนับสนุนบุคคล หรือองค์กร ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยาสูบ

     6.ห้ามตั้งวางโชว์ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือซองบุหรี่ ณ จุดขายปลีกที่ทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนมองเห็น

     7.ห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน

     8.เพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่เป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท

     9.กำหนดหน้าที่ให้เจ้าของสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ มีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ดูแลให้ไม่มีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการ เจ้าของสถานที่มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท

      ทั้งนี้ ปัญหาการบริโภคยาสูบเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชนทำให้ป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร โดยคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่สูงถึงปีละกว่า 5 หมื่นคน นอกจากนี้กลยุทธ์การตลาดบุหรี่ยังทำให้นักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีโอกาสที่จะเป็นผู้เสพติดไปตลอดชีวิต รวมทั้งความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลรักษาผู้ป่วยจากโรคเสพติดยาสูบ ทำให้สูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียที่เกิดจากการสูบบุหรี่ สูงถึง 74,884 ล้านบาท

แนะนำการแต่งกายแก่ปชช.เข้ากราบพระบรมศพในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285987

แนะนำการแต่งกายแก่ปชช.เข้ากราบพระบรมศพในหลวง ร.9

วธง, กอรรส

วธ.ย้ำหน่วยงานในสังกัดพร้อมปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก-แนะนำการแต่งกายแก่ปชช.เข้ากราบพระบรมศพในหลวง ร.9 อย่างเต็มความสามารถ

     สืบเนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้รับมอบหมายจากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและแนะนำการแต่งกายที่เหมาะสมแก่ประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. 2560 เป็นต้นมา รวมระยะเวลากว่า 120 วัน แต่ละวันจัดเจ้าหน้าที่วันละ 20 คน จำนวน 2 ผลัด เวลา 07.00-21.00 น. ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับคำชมจากประชาชน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่สนามหลวง

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ผู้ช่วยปลัด วธ. เปิดเผยว่า จากกรณีล่าสุดที่แชร์ภาพและข้อความตำหนิการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ วธ.เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมานั้น ผู้บริหาร วธ.ได้รับรายงานจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าเป็นภาพเหตุการณ์ขณะพักงาน แต่มีอีกกลุ่มกำลังปฏิบัติหน้าที่ แต่ วธ.มิได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. มอบหมายให้เชิญหน่วยงานในสังกัด วธ. ประชุมหารือเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม โดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้งและพร้อมอำนวยความสะดวกให้คำแนะนำการแต่งกายที่เหมาะสม นอกจากนี้เห็นตรงกันว่าให้ทำป้ายแสดงจุดพัก และป้ายแสดงตนในช่วงหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ วธ.ขอบคุณประชาชนที่แสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสา โดยมิได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด และยินดีที่รับฟังทุกความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงการทำงาน ผ่าน 1765 สายด่วนวัฒนธรรม

หวั่นถกแรงงาน5ก.ค.ตั้งธงไม่ดีหาทางออกไม่เจอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285970

หวั่นถกแรงงาน5ก.ค.ตั้งธงไม่ดีหาทางออกไม่เจอ

แรงงาน, พรกต่างด้าว

เครือข่ายประชากรข้ามชาติ เสนอทางออกแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว เหตุ “พ.ร.ก.ต่างด้าว” ชี้แบ่งกลุ่มช่วยเหลือ หวั่นนัดถกแรงงาน 5 ก.ค.นี้ ประเด็นไม่ชัด หาทางออกไม่ได้

       นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายประชากรข้ามชาติ กล่าว ถึงกรณีที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จะจัดเสวนาเรื่อง“พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ปวงชนชาวไทยได้อะไร”ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ว่า การจัดเวทีดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ดีที่เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าว และผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งคาดว่าภายในงานคงมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย เพราะทุกคนที่ไปร่วมงานก็อยากมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น ทางออกของปัญหา ซึ่งหาทางกรมจัดหางาน ก.แรงงาน กำหนดประเด็นไม่ชัดเจนอาจจะทำให้ไม่ได้ทางออก  ดังนั้น ควรมีการกำหนดประเด็นปัญหาเรื่องดังกล่าวให้ชัดว่าเกิดจากอะไร ต้องแก้อย่างไร

     โดยในส่วนของเครือข่ายประชากรข้ามชาตินั้น  ขณะนี้ได้ข้อเสนอเบื้องต้น คือ อยากให้มีการแยกแรงงานต่างด้าวออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาจจะขาดสิทธิ์เงื่อนไขบางเรื่อง จึงควรเปิดช่องให้ไปแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 1-2แสน กลุ่มที่ 2. กลุ่มที่เอกสารหมดอายุ เช่น มีใบอนุญาติทำงาน มีพาสปอร์ตหมดอายุ ให้มาทำวีซ่าใหม่ แต่เอกสารต่างๆต้องเป็นไปตามมติครม. กลุ่มนี้มีประมาณ แสนคน และกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ไม่มีเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น ควรเปิดให้มีการจดทะเบียนใหม่ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ อยากให้เจรจาไปยังต้นทางประเทศนั้น เพื่อทำพาสปอร์ตให้สามารถทำงานได้ หรือ ต้องให้กลับบ้านไปเอาพาสปอร์ต แต่ไม่ต้องดำเนินการตามระบบ MOUเดิม ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ ไม่เกิน 5 แสนคน แต่กลุ่มที่ว่าต้องทำงานไม่เกิน 2 ปี และต้องเข้าไปอยู่าตามระบบ MOU เดิม

     “ตอนนี้จะแก้หรือไม่แก้พ.ร.ก.นั้นคงต้องตั้งคณะทำงานที่มาศึกษาว่าควรแก้หรือไม่ แก้อย่างไร แก้บนฐานอะไร แต่หากจะแก้ได้สิ่งที่ต้องทำ คือ การปรับบทลงโทษ เพราะบทลงโทษสร้างความหวาดกลัวให้แก่นายจ้างและลูกจ้าง รัฐจะยอมถอยหรือไม่โดยกลับไปใช้ค่าปรับเท่าเดิม ซึ่งถ้ายอมถอยก็ควรออกพ.ร.ก.ฉบับที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมบางมาตราที่มีปัญหา หรือจะใช้ ม. 44 แก้ไขเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม การแก้ไข เรื่องดังกล่าว ภายใน 120 วันคงสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น คงไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด”นายอดิศร กล่าว

สั่งสืบเจาะลึกกล่าวหาผอ.ลำปางใช้เงินร.ร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285983

สั่งสืบเจาะลึกกล่าวหาผอ.ลำปางใช้เงินร.ร.

ผอรรลำปาง, สืบข้อเท็จจริง, เจาะลึกการใช้เงิน, โกศล, สพป, 3 กค, สพฐ, สพม

“โกศล” ลงพื้นที่ร.ร.ลำปาง กำชับกก.สืบข้อเท็จจริงเจาะลึกข้อกล่าวหาผอ.โรงเรียนใช้เงินโรงเรียน ชี้หากมีมูลต้องตั้งสอบวินัยให้มีผลผูกพัน ก่อนผอ.เกษียณ

        คณะกรรมสืบสวนข้อเท็จจริง ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ลำปาง เขต 1 กรณีร้องเรียนผู้อำนวยโรงเรียนจังหวัดลำปาง ได้มีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล 11 รายแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 4 ก.ค.60  พล.ท.โกศล  ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า วานนี้ (3 ก.ค.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยรักษาการผอ.สพป.ลำปาง เขต 1 และรักษาการ ศธจ. ได้รายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง โดยเรื่องนี้มี 2 ประเด็น คือ ส่วนที่ผู้ร้องต้องรับหน้าเป็นหนี้แทน ผู้อำนวยการโรงเรียน ประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลที่พบกรณีนี้ เป็นเรื่องส่วนตัว  ซึ่งเกิดจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้ผู้ร้องไปกู้ยืมเงินให้  โดยใช้ชื่อผู้ร้องในการกู้ยืม แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ใช้หนี้
ส่วนประเด็นที่ ร้องว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนมีการนำเงินของโรงเรียนไปใช้ส่วนตัวหรือไม่นั้น ตรงนี้ยังสืบไม่ชัดเจน ซึ่งทางคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง จะเชิญผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้ปกครองได้มีการจ่ายเงินจริงหรือไม่ ถ้าจ่ายและมีใบเสร็จ รวมถึงมีการนำเงินไปเข้าระบบอย่างถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่  มีนักเรียน 3,000 กว่าคน มีสระว่ายน้ำที่รับเด็กเข้าเรียน  มีโครงการฝากเด็กไว้กับโรงเรียนช่วงเย็น ฯลฯ เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ได้จากผู้ปกครองจะทำให้สามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้อเท็จจริงได้
“กรณีให้ผู้ร้องเรียนกู้ยืมเงินให้นั้น เป็นเรื่องส่วนตัว เท่าที่ดูสองคนนี้น่าจะสนิทกันมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเป็นหนี้แทน  แต่ประเด็นหลักๆ ที่ต้องลงไปดูให้ชัดคือ ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้เงินโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ได้ประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้อง  แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลใดๆ โดยผมเองให้คำแนะนำไปว่ากรณีนี้ถ้าสืบแล้วมีมูล ก็ต้องเร่งตั้งกรรมการสอบวินัยก่อนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวจะเกษียณอายุราชการในเดือนวันที่ 30 กันยายนนี้ จะได้มีผลผูกพัน ดังนั้น ภายใน 2 สัปดาห์นี้ควรจะต้องเร่งสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงให้ได้”พล.ท.โกศล กล่าว
ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องว่าจะต้องย้ายผอ.โรงเรียน ออกนอกพื้นที่ก่อนหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่ายังไม่ควรย้าย ต้องให้ความเป็นธรรมกับผอ.โรงเรียน ไม่เช่นนั้น ใครถูกร้องเรียนก็ต้องย้ายหมด เพราะฉะนั้น ต้องดูผลการสืบข้อเท็จจริง หากสรุปมาว่ามีมูลเช่นนี้ก็ต้องขยับออก เดินหน้าไปตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ต่างกับของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ที่ค่อนข้างเห็นภาพว่าน่าจะมีความขัดแย้งภายในก็ต้องให้ผอ.โรงเรียน ออกนอกโรงเรียนมาก่อน
ส่วนความหน้าการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเผยแพร่คลิปร้องเรียน ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย  รับเงิน 4 แสนแลกเข้าเรียนม.1 นั้น พล.ท.โกศล กล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม. เขต1 จะเข้ามาสรุปภาพรวมการดำเนินการให้ตนได้รับทราบ ซึ่งขณะนี้หลักฐานต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน และต้องเชิญผู้ที่อยู่ในคลิปมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย

23ก.ค.นี้คสรท.ถกแก้กม.ประกันสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285973

23ก.ค.นี้คสรท.ถกแก้กม.ประกันสังคม

คสรท, สปส, WWWSSOGOTH

คสรท. เตรียมหารือผู้เกี่ยวข้อง หาทางออกแก้ไขกม.ประกันสังคม 23 ก.ค.นี้ ย้ำต้องปฏิรูปประกันสังคมทั้งโครงสร้าง-การบริหารจัดการ

      นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แก้ไขกฎหมายประกันสังคม ปี 2533 ขยายอายุการรับเงินบำนาญชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี ไปถึงไหนแล้ว แต่ล่าสุดเท่าที่ติดตามข่าว สปส.จะให้เป็นเรื่องความสมัครใจ ของผู้ประกันตน ว่าจะเข้าหรือไม่ เพราะถือเป็นสิทธิ์ของผู้ประกันตน  ซึ่งโดยส่วนตัว หาทางสปส. ดำเนินการตามดังกล่าวจริงก็ไม่ถือว่าเป็นประเด็น แต่ก็ควรสอบถามไปยังผู้ประกันตน ร่วมด้วย เนื่องจากเป็นการตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เป็นเรื่องกระบวนการ

     “ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ คสรท. จะเชิญนายจ้าง ผู้ประกอบการ ผู้ประกันตน นักวิชาการ มาเสวนาถึงประเด็นดังกล่าว ว่ากฎหมายประกันสังคมดังกล่าว เป็นผลดีตามที่ สปส.ว่าหรือไม่ รวมถึงหารือถึงแนวทาง การเสนอรูปแบบ ทางเลือกต่างๆ เพื่อนำเสนอไปยังรมว.กระทรวงแรงงาน”นายสาวิทย์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ต้องมองในแง่ของความเป็นจริง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบประกันสังคมต่อไป

    นายสาวิทย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการปฏิรูประบบประกันสังคมนั้น คสรท. ได้เสนอมาตลอดว่าต้องปรับทั้งโครงสร้าง การบริหารจัดการ ทั้งเรื่องการทำงาน หรือกองทุนต่างๆ การกำหนดทิศทาง ในการบริหารงาน เพราะขณะนี้มีหลายๆ อย่างติดขัด และรัฐซึ่งจ่ายน้อยมากกลับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเรื่องนี้ ดังนั้น ต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างเร่งด่วน

    ทั้งนี้ กรณีการให้เปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมต่อสาธารณชนเพื่อพิสูจน์ ความโปร่งใส นั้น สำนักงานประกันสังคม ได้เผยแพร่ผลการบริหารกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนเป็นประจำ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม (WWW.SSO.GO.TH) และผ่านทางวารสารประกันสังคม โดยส่งให้สถานประกอบการทั่วประเทศ และผ่านอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดทุกจังหวัด

   อนึ่ง ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 กองทุนประกันสังคม มีเงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 1.6 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยเงินสมทบสะสมจากฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล จำนวน 1.13 ล้านล้านบาท และผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมจำนวน 490,885 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้บริหารกองทุนและสร้างผลตอบแทนสะสมอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่กองทุนประกันสังคม สามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

อ่านก่อนขายบุหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285966

อ่านก่อนขายบุหรี่

นานาข้อห้ามขายบุหรี่, พรบยาสูบ2560, อ่านก่อนขายบุหรี่

เวบไซต์สำนักงานกิจการยุติธรรมได้เผยแพร่ข้อมูล สาระสำคัญพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 แนะนำข้อควรรู้อ่านก่อนขายบุหรี่

       เวบไซต์สำนักงานกิจการยุติธรรมได้เผยแพร่ข้อมูล สาระสำคัญพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เช่น ห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ หากสงสัยอายุของผู้ซื้อหรือผู้รับผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผู้ขายหรือผู้ให้ต้องขอดูบัตรประจําตัวประชาชนหรือหลักฐานที่แสดงอายุ ของบุคคลนั้นก่อน ห้าม ใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้บุคคลอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เป็นต้น

อ่านก่อนขายบุหรี่

        นอกจากนี้ บุหรี่ ภัยคุกคามต่อการพัฒนา (Tobacco – a threat to development)** คือ คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2560 การสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิดอีกด้วย คือ หากเด็กได้รับควันบุหรี่ จะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด หูชั้นนอกอักเสบเพิ่มมากขึ้น

     หากหญิงมีครรภ์ได้รับควันบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยกว่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสแท้ง และคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลต่อทารกในครรภ์ที่อาจทำให้สมองช้ากว่าปกติ มีความผิดปกติทางระบบประสาท และระบบความจำ

อ่านก่อนขายบุหรี่

 ดูข้อมูลเพิ่มเติม   http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/039/27.PDF

แนะปรับประเมินระดับชาติทุกช่วงชั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285944

แนะปรับประเมินระดับชาติทุกช่วงชั้น

ฐานข้อมูล, ปรับระบบประเมินระดับชาติ, หมอจรัส, โทเฟล, สทศ

“หมอจรัส” แนะปรับระบบประเมินระดับชาติทุกช่วงชั้น ดึงจุดเด่น-ด้อยของเด็ก ชี้ทำให้เป็นมาตรฐานกลาง และทำระบบฐานข้อมูลเด็กเชื่อมโยงใช้ได้ทุกหน่วยงาน

          เมื่อวันที่ 4 ก.ค.60  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ถึงทิศทางการปฏิรูปการศึกษา ได้พูดถึงประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก ปรับระบบการประเมินผลระดับชาติของนักเรียนทุกช่วงชั้น คือ ระดับประถมศึกษา (ป.) 3, ป.6 ,มัธยมศึกษา (ม.) 3 และม.6 และเรื่องที่สอง การจัดทำระบบฐานข้อมูลนักเรียน

ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เขียนไว้ชัดเจนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คุณสมบัติของผู้จบการศึกษาในอนาคตจะต้อง มีคุณธรรมจริยธรรม มีทักษะในศตวรรษที่ 21 และมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็น ดังนั้น การปรับระบบการประเมินผลระดับชาติ ต้องสอดคล้องกับเรื่องเหล่านี้ และจัดทำเป็นมาตรฐานกลาง เหมือนการสอบวัดเปรียญธรรม การสอบมาตรฐานภาษาอังกฤษ (โทเฟล) ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางและได้รับการยอมรับ โดย ศ.นพ.จรัส อยากให้การประเมินผลนักเรียนแบบใหม่เป็นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมาเหมือนใยแมงมุม ที่ระบุว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และเลือกศักยภาพของเด็กมาใช้ได้อย่างตรงจุด

“การประเมินผลแบบใยแมงมุมจะทำให้รู้จุดเด่น จุดด้อยเด็กแต่ละคน ครูผู้สอนก็ได้ทราบถึงทักษะของเด็กแต่ละคนด้วย  ตรงนี้แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่อยากให้ประเมินว่าใครสอบได้คะแนนสูง ต่ำ ซึ่งหากมีการปรับระบบประเมินผลระดับชาติใหม่ ก็จะต้องปรับการเรียนการสอนในห้องเรียน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้สอดคล้องกัน”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

เร็วๆนี้ จะนัดผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ. ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)มาหารือร่วมกับ ศ.นพ.จรัส เพื่อวางแนวทางต่อไป

 ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการจัดทำระบบฐานข้อมูลนักเรียน ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบาย Digital Economy การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่ง ศ.นพ.จรัส แนะนำว่า ศธ.เองควรจะจัดทำระบบฐานข้อมูลการศึกษา ที่เป็นฐานเดียวกันและสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆได้ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด ศธ. และทางคณะกรรมการอิสระฯ ก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่หากจะต้องมีการผลักดันให้มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้น

SMART KIT นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285926

SMART KIT นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

นวัตกรรมการเรียนภาษาอังกฤษ, Smart, Kit, จร้อยเอ็ด, จขอนแก่น, cut-up

มข.มอบนวัตกรรม Smart Kit นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แก่โรงเรียนในโครงการ KKU Smart Learning

       เมื่อเร็วๆนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นโดยโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรมKKU Smart Learningได้ส่งมอบชุดนวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับครู ให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต27 (จ.ร้อยเอ็ด) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต25 (จ.ขอนแก่น) ตามข้อตกลงความร่วมมือในโครงการMOUซึ่งมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเมื่อเดือนเมษายน2560ที่ผ่านมา

       ผศ.ดร.อิศรา ก้านจักร ผอ.สำนักนวัตกรรมการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรองประธานกรรมการบริหารโครงการKKU Smart Learning Academyโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรมKKU Smart Learning เปิดเผยว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจของนักเรียนในสาระวิชาพื้นฐาน3สาระได้แก่วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษรวมถึงการส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและเทคโนโลยีและทักษะด้านชีวิตและสังคม นอกเหนือจากการพัฒนาผู้เรียนแล้วโครงการยังมุ่งที่จะพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูโดยส่งเสริมความสามารถด้านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในเนื้อหารายวิชาที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และพัฒนาความสามารถจะในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน

Smart Kit  นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

        โดยวางแผนการดำเนินการในระยะแรกเป็นระยะเวลา3ปีในปีที่หนึ่งมุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1ในปีที่สองมุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1และ ม.2 และในปีที่สามมุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1ม.2และม.3ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการคาดว่ามีนักเรียนได้รับประโยชน์กว่า 6,000 คนจากทั้ง 45โรงเรียนในระยะแรกของการดำเนินโครงการ (ปีการศึกษา2560)

       สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการมอบKKU Smart Kitชุดนวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับครูในรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษซึ่งประกอบด้วย1)หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่1ภาคเรียนที่1เล่มที่1จำนวน1เล่ม2)ซีดีรอมจำนวน1แผ่นภายในประกอบด้วยคู่มือครูสื่อการสอนประกอบการเรียนรู้บทที่1และสื่อการสอนประกอบการเรียนรู้บทที่2 3)ป้ายตัวอย่างประโยค (expressions)ที่ใช้ในการเรียนรู้ประจำวันจำนวน30แผ่นและ4)บัตรคำ (cut-up)จำนวน2ชุดสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ในบทที่1และกิจกรรมการเรียนรู้ในบทที่2โดยในระยะที่1มอบสำหรับครูวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน21ชุดและสำหรับนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน1,588ชุด

Smart Kit  นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

      นอกจากนี้ นวัตกรรมKKU Smart Learningยังประกอบด้วยนวัตกรรมสำหรับรายวิชาวิทยาศาสตร์และรายวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของคู่มือครู คู่มือกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนเนื้อหาดิจิทัลApplicationที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งสื่อการเรียนรู้ต่างๆที่สอดคล้องกับเนื้อหาตามเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนต่างๆที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามกรอบการทดสอบPISAคือการรู้เรื่องการอ่านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์