หวั่นตกม้าตายก่อนยกร่างพ.ร.บ.ก.อุดมฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279822

หวั่นตกม้าตายก่อนยกร่างพ.ร.บ.ก.อุดมฯ

พบให้ครบ, ร่างพรบอุดมศึกษา, กพร, กพ, สภาพัฒน์, กพอ

ก.อุดมศึกษา เดินหน้าประชาพิจารณ์ รับฟังคิดเห็นทุกภาคส่วน ให้ครบ หวั่นตกม้าตาย คาด ร่างพ.ร.บ.กระทรวงอุดมศึกษายกร่างเสร็จ10มิ.ย.นี้

      ขณะนี้การจัดทำร่าง พ.ร.บ.กระทรวงอุดมศึกษา เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งฉบับ ซึ่งเดิมกำหนดจัดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ฯ ทั้งฉบับในวันที่30พ.ค.นี้ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา77 ระบุให้รับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างกฎหมาย

        ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมความพรัอมจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานฯเห็นว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังมีอีกหลายภาคส่วนที่เรายังไม่ได้ไปพบ เช่น ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งประเทศไทย.ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.),สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.),สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)  รวมทั้งคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (กพอ.) ไปพบวันที่31พ.ค.นี้ เป็นต้น หากไม่ดำเนินการรับฟังความเห็นให้ครบ เกรงว่าจะตกม้าตายภายหลัง จึงเลื่อนการรับฟังความเห็นครั้งใหญ่เป็นวันที่ 23มิ.ย.นี้ที่จุฬาฯ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะยกร่างพ.ร.บ.กระทรวงอุดมศึกษา เสร็จประมาณวันที่10มิ.ย.นี้ และนำขึันเว็บไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อใหัสาธารณชนได้เห็นร่างกฎหมายนี้ทั้งฉบับ และส่งความเห็นข้อเสนอแนะผ่านทางเว็บไซด์ เพื่อที่คณะทำงานฯจะได้รวบรวมความเห็น โดยขึ้นเว็บตั้งแต่วันที่10มิ.ย.เป็นต้นไป

ศธ.เล็งยึดเงินค้ำประกันถ้าติดกล้องซีซีทีวีร.ร.ใต้ไม่ครบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279778

ศธ.เล็งยึดเงินค้ำประกันถ้าติดกล้องซีซีทีวีร.ร.ใต้ไม่ครบ

ซีซีทีวี, เงินค้ำประกัน, บริษัท, ศธ, CCTV, สพป, สพม, กกอ, ปปท, สพฐ

ศธ.เล็งริบเงินประกันกว่า 70 ล้านบาท ของ 3 บริษัทเอกชนรับติดตั้งกล้องซีซีทีวีภาคใต้ หลังสพฐ.แจ้งติดให้ตรงตามทีโออาร์ครบกำหนดสัปดาห์นี้

    เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 60 พล.ท.โกศล  ประทุมชาติ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโครงการ Safe Zone School (CCTV) 12 เขต ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็นโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) จำนวน 10 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)จำนวน 2 เขต รวม 1,104 แห่ง ว่า  เท่าที่ทราบ ดร.สุภัทร  จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะประธานสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูล และล่าสุด ดร.สุภัทร ได้ทำหนังสือขอใช้อำนาจรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้ทำหนังสือขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เพิ่มเติม เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุป ว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวบ้าง เพราะใกล้จะครบกำหนด 1 เดือนตามที่ นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กำหนดเวลาไว้

      พล.ท.โกศล กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งหนังสือ แจ้งบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นคู่สัญญาในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้ง 4 บริษัท ให้มาดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างหรือ ทีโออาร์โดยเร็ว  พร้อมแก้ไขในส่วนที่ชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์ให้สามารถใช้การได้ตามปกติ เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ศธ. นั้น ทราบว่า มีเพียง 1 บริษัทเท่านั้นที่เข้ามาดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามที่ได้รับแจ้ง ส่วนที่เหลืออีก 3บริษัท ยังไม่มาดำเนินการ ซึ่งหากครบกำหนดแล้วยังไม่เร่งติดตั้งตามที่สพฐ.ได้แจ้งไป ศธ. คงต้องยึดเงินประกัน กว่า 70 ล้านบาทไว้ เพื่อให้สพฐ.ไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทใหม่ดำเนินการติดตั้งให้ครบต่อไป

“ในสัปดาห์นี้จะครบกำหนดที่ สพฐ.ได้แจ้งให้บริษัทคู่สัญญามาติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้ว บริษัทที่ยังไม่มาดำเนินการตามที่แจ้ง จะต้องถูกยึดเงินประกัน มูลค่ากว่า 70ล้านบาท ซึ่งหากเรานำเงินจำนวนดังกล่าว ไปจ้างบริษัทเอกชนรายใหม่ ให้มาติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบ จะใช้งบประมาณเพียง 60 ล้านบาทเท่านั้น  เป็นการประหยัดงบประมาณลงไปอีก”พล.ท.โกศล กล่าว

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279753

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

 

เผยคลิปประทับใจของผู้หญิงรายหนึ่ง เข้าใจว่าเป็น เจ้าหน้าที่กทม.ขณะใช้มือเปล่าหยิบขยะที่ติดท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก

         27 พ.ค.2560  เพจคลิปดังบนเฟซบุ๊กได้โพสคลิป ความยาว 9 วินาทีที่น่าประทับของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้มือเปล่าหยิบขยะที่ติดท่อ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวก ไม่มีน้ำท่วมขัง บริเวณถนนงามวงศ์วาน 48 โดยเจ้าของคลิปได้โพสข้อความว่า

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

#ขอสรรเสริญมือเล็กๆแต่หัวใจของพี่ยิ่งใหญ่มากกกกก นี่คือภาพที่ประทับใจของผมที่สุดวันนี้ และประทับใจจนผมอดเก็บภาพนี้ไว้คนเดียวไม่ได้ ไม่รู้จะตอบแทนความเสียสละของพี่เค้าอย่างไรดี จึงขออนุญาตนำเรื่องราวที่ประทับใจและอยากพูดคำว่า ขอบคุณสักล้านนนครั้ง ให้เพื่อนๆ ได้ขอบคุณด้วยกัน ชื่นชมกับความเสียสละตนเอง และการทำหน้าที่อย่างน่าสรรเสริญ

วันนี้ท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม และตามมาด้วยฟ้าฝนที่เทกระหน่ำ ที่ไปทางไหน ก็ใครหลายต่างโอดครวญกันว่า ฝนตก รถติด น้ำท่วม เฉอะแฉะ มีทั้งเสียงระคนก่นด่าไปทั่ว ซึ่งเป็นของคู่กันของเมืองกรุง

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

แต่ภาพพี่ผู้หญิงท่านนี้ (เข้าใจว่าพี่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร) ทำให้ผมต้องหยุดเดินลุยน้ำ เพราะภาพที่พี่เค้าใช้มือเปล่าๆ ล้วงไปหยิบขยะที่ปิดท่อออกมาอย่างไม่กลัวความ
สกปรกหรือความเปียกปอนใดๆ
ทำให้ผมต้องหยุด และบอกพี่ว่า “ขอบคุณมากๆ นะครับ”

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

เธอเงยหน้ามายิ้มให้ ผมกะจะเข้าไปช่วย แต่ด้วยของที่เพิ่งซื้อมา ซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์ต่างๆ ก็เต็มมือ ไม่รู้จะวางตรงไหน เพราะบริเวณนั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำขัง จึงขออนุญาตพี่เค้าถ่ายรูปนี้ไว้เป็นที่ระลึกไว้แทน เพราะในใจคิดว่า พวกเราทุกคนที่เดือดร้อนเพราะฝนตก รถติด แต่เมื่อเห็นภาพพี่ท่านนี้ จะทำให้เรารู้ว่า…

ไม่ว่าน้ำฝนมากมายขนาดไหน ที่มาพร้อมกับสิ่งปฏิกูลต่างๆ ก็แพ้น้ำใจ และความเสียสละของคนดี อย่างพี่คนนี้ครับ

ขอบคุณมือเล็กๆ ที่เสียสละ
ไม่สำคัญว่าพี่ตำแหน่งอะไร แต่มันสำคัญที่การทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และไม่มีข้ออ้างใดๆ ผมจะจดจำความดีของพี่จากหัวใจ และขอตอบแทนพี่ผ่านทางเฟชบุ๊คนี้ละกันนะครับ

มือเล็กๆ ที่เสียสละ(คลิป)

คนแบบนี้สิ น่าจะได้รับการยกย่อง..
มากกว่านั่งเก้าอี้หรูๆ อยู่ห้องแอร์

#ความดีเราต้องช่วยกันขยาย
#ประเทศเราดีกว่านี้แน่ถ้ามีคนดีๆอย่างนี้
#ขอบพระคุณจากหัวใจ

ณ บริเวณ ถนนงามวงศ์วาน 48

 

Cr : ยงยุทธ คุนทา กฤษฎิธาดาพงศ์

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279510

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

ชีวิตครูผู้ช่วย, ต้องสู้ครูผู้ช่วย, เปลือยชีวิต, ครูผู้ช่วย, ไม่มีวุฒิครู, เปิดเทอม, ปบัณฑิต, อยากรู้ชีวิต, ครูผู้ช่วยต้องอ่าน, ระดับดี, ระดับพอใช้, ครูแป๋ม

สอบว่ายากแล้วเป็นครูยากยิ่งกว่า ยิ่งไม่มีวุฒิครูด้วยยิ่งต้องเอา2คูณความยาก ทำงานมากกว่า20ชม.ต่อสัปดาห์ ทั้งสอน ประจำชั้น และขายของสหกรณ์

     “กว่าจะสอบเป็นครูผู้ช่วยได้ว่ายากแล้ว แต่กว่าจะเป็นครูผู้ช่วยได้เต็มตัวในช่วงเวลา2ปีนี้ยากยิ่งกว่า!!” ครูสาวไม่มีวุฒิครูที่เพิ่งบรรจุ“ครูผู้ช่วย” สอนวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนวัดหน้าเขา อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช มาหมาดๆ แค่ 2 สัปดาห์ ท่องได้ขึ้นใจเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวถึงฝั่ง

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

     “ครูแป๋ม-น.ส.ชยาพร สมเชื้อ” เริ่มชีวิตครูผู้ช่วย ในวัย 29 ปี เล่าว่า ทุกวันของการทำงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นโรงเรียนวัดหน้าเขา บรรยากาศที่นี่ดี ครู และเด็กนักเรียนก็น่ารัก อยู่ห่างจากบ้านในตัวเมืองแค่ 90 กิโลเมตร เดินทางเพียง 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่เพื่อให้สะดวกในการทำงาน และประหยัดเวลาการเดินทาง จึงตัดสินใจมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆโรงเรียน ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 691 คน ผู้บริหารและครูประมาณ 30 คน ครูภาษาอังกฤษมี 5 คน มี 1 คนแม้จะไม่จบตรงเอก แต่ก็สอนมีความรู้ประสบการณ์ไม่แพ้ครูคนอื่นๆ

    ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

น.ส.ชยาพร สมเชื้อ

       ครูแป๋ม สอนอังกฤษป.4 และ ป.6 และสอนลูกเสือด้วย ใช้ชีวิตอยู่โรงเรียน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมเวลาในช่วงกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งล่าสุดเธอได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงการพัฒนานักเรียน ตามนโยบายที่จะส่งเสริมและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนเข้มข้นขึ้น ของ “สุคนธ์ เนติวงษ์ ”ผอ.โรงเรียน

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

พูดคุยกับนักเรียนหน้าเสาธงตอนเช้า

     “ตั้งแต่เปิดเทอมจะมาถึงโรงเรียนประมาณ 07.30 น.ทุกวัน เพราะเป็นครูที่ปรึกษาประจำชั้นป.6 สัปดาห์หน้าต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน วันจันทร์เป็นเวรขายของในสหกรณ์โรงเรียน วันพุธเป็นเวรยืนหน้าโรงเรียนคอยรับนักเรียนตอนเช้า บางครั้งจะสลับไปพูดคุยกับนักเรียนหน้าเสาธง เช็คจำนวนนักเรียนมาเรียน ขาดเรียน และทุกวันศุกร์เป็นเวรดูแลอาหารกลางวัน ตักอาหารดูแลความสะอาด ความเรียบร้อย อนาคตต้องไปจ่ายตลาดซื้อของมาทำอาหารกลางวันให้นักเรียนอีกด้วย”ครูแป๋ม เล่า

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

      กว่าจะมาถึงวันนี้ ครูแป๋ม อ่านหนังสือถึงตี 4 ตี 5 แทบทุกวัน ทุกคนที่ไม่มีวุฒิครูที่มาสอบตั้งใจจริง บางคนเป็นถึงวิศวกร เป็นนักเทคนิคการแพทย์ ตั้งแต่เปิดเทอม ทุกคนปรับตัว ต้องพิสูจน์ตัวเอง และพัฒนาตนเองตามกระบวนการต่างๆที่กำหนด โดยเฉพาะต้องเรียนป.บัณฑิต เพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เหมือนทุกคนที่จบครูโดยตรง และเตรียมพร้อมที่รับการประเมินตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งในระยะเวลา 2 ปีต้องรับประเมิน 8 ครั้งโดยจะมีการประเมินทุกๆ 3 เดือน ตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องผ่านการประเมินให้ได้ “ระดับดี” ไม่ใช่แค่ผ่าน “ระดับพอใช้” ให้สมกับความตั้งใจที่มาเป็นครู

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

     “คนเป็นครูไม่ได้สอนแค่จบไปวันๆ ต้องรับผิดชอบในตัวเด็ก นอกจากความรู้ที่จะถ่ายทอดให้แก่เด็กๆแล้ว อยากจะปลูกฝังและดูแลให้เด็กๆได้เติบโตอย่างสมวัย อยู่ในลู่ทางที่เหมาะสม โดยเอาประสบการณ์ของตัวเองมาบอกเล่าและสอนให้เขาได้เห็น ให้นักเรียนเดินเส้นทางที่ถูกที่ควร รู้เท่าทันตนเองและเท่าทันสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้”ครูแป๋ม กล่าว

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

    ครูแป๋ม จบปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชาภาษาอังกฤษประถม มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา มาประมาณ 7 ปีในโรงเรียนของรัฐ ได้แก่ โรงเรียนวัดประทุมทายการาม อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ,โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนครศรี และ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรี  หลังจากเรียนจนกระทั่งมาสอบบรรจุเข้ารับราชการครั้งนี้ได้ และถึงแม้จะมีประสบการณ์ผ่านการสอนมาก่อน แต่พอได้มาเป็นครูผู้ช่วย ต้องปรับตัว การเขียนแผนการสอนมี ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามให้ถูกต้อง ต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ที่นักเรียนจะได้รับด้วย ต้องกางหลักสูตรสถานศึกษามาประกอบ กำหนดตัวชี้วัด มาตรฐาน สมรรถนะที่สำคัญ

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

    เพราะ“ครูแป๋ม”ไม่ได้จบในสายวิชาชีพครูโดยตรง การก้าวมาสู่เส้นทางนี้ก็จำต้องพิสูจน์ตนเองค่อนข้างมาก เธอตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องผ่านการประเมินให้ได้“ระดับดี”ไม่ใช่แค่ผ่าน“ระดับพอใช้”ให้สมกับความตั้งใจที่มาเป็นครู.

ตามไปดูชีวิตครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ !!

เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ : qualitylife4444@gmail.com

ภาพ ครูแป๋ม – น.ส.ชยาพร สมเชื้อ

“การุณ”รับพลาดเอง!แจงหนังสือถึงเขตฯไม่มีเจตนาห้ามวิจารณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279721

“การุณ”รับพลาดเอง!แจงหนังสือถึงเขตฯไม่มีเจตนาห้ามวิจารณ์

การุณรับผิดคนเดียว, หนังสือ, การุณ, เลขาธิการ กพฐ, สพฐ, กศจ, ซ้าย, ขวา

“การุณ” ยืดอกรับผิด ขอโทษผอ.เขตฯ แจงเกิดข้อผิดพลาดข้อความฉบับแรก ย้ำไม่ได้ห้ามวิพากษ์วิจารณ์แต่ขอให้ระมัดระวัง ระบุแก้ไขฉบับที่ 2 ประทับด่วนที่สุดส่งใหม่

            ตามที่ นายการุณ การุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ลงลงนามในหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ศธ.04006/3397 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อแจ้งถึงเรื่องการบูรณาการการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษา

โดยอ้างถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ซึ่งในท้ายของหนังสือดังกล่าวปรากฎข้อความว่า “ห้ามมิให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและบุคลากรในสังกัดวิพากษ์และแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค” ปรากฎมีการส่งต่อหนังสือฉบับดังกล่าวและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มผู้บริหาร สพท.และบุคลากรในเขตพื้นที่ฯ ในวงกว้างนั้น

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายการุณ ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว ว่า ขอโทษผอ.สพท. ผู้บริหารและบุคลากร เรื่องที่เกิดขึ้นขอรับผิดเอง ไม่ได้โทษใคร แต่โทษตนเองที่ไม่ได้อ่านเนื้อหาข้อความโดยละเอียดจนกระทั่งเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารออกไป และทันทีที่พบข้อผิดพลาด ในวันที่ 27 พ.ค. ได้ก็ออกหนังสือฉบับใหม่ ประทับด่วนที่สุด ที่ ศธ.04009/1027 ถึงผอ.สพท.อีกครั้ง

โดยเนื้อหาหลักเหมือนเดิมแต่แก้ไขข้อความว่า “ขอความร่วมมือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและบุคลากรในสังกัด ได้พิจารณาและพึงระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค”

อย่างไรก็ตาม ขอโทษไปยังผอ.สพท.และบุคลากรทุกคนฯ ซึ่งเจตนาในการออกหนังสือดังกล่าวเพื่อเน้นย้ำเรื่องของขับเคลื่อนงานในพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ซึ่งมีทั้งงานนโยบายและงานในระดับพื้นที่ ให้การปฏิรูปการศึกษาไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือเพื่อเด็กนักเรียน

"การุณ"รับพลาดเอง!แจงหนังสือถึงเขตฯไม่มีเจตนาห้ามวิจารณ์

(ซ้าย) ฉบับเก่า (ขวา) ฉบับใหม่ที่แก้ไข

“ผมขอโทษผอ.สพท.และบุคลากรทุกคนผมขอยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้โทษใคร เพราะไม่ได้อ่านเนื้อหาหนังสือโดยละเอียด แต่เมื่อได้ทราบว่าเกิดความผิดพลาดก็ได้ออกหนังสือฉบับที่ 2 แก้ไขตามไปทันที  ซึ่งยืนยันว่าเจตนาในการออกหนังสือดังกล่าวในฐานะที่ผมกำกับดูแล สพฐ.เพื่อกำชับเรื่องการทำงาน และให้ระวังการวิจารณ์ ให้ฟังข้อเท็จจริงต่างๆซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว ตัวผมเองก็ยินดีรับฟังทุกความเห็น และน้อมรับ ขอบคุณที่บอกมา

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้สอบถามข้อเท็จจริงและให้คำแนะนำว่าต่อไปในการดำเนินการอะไรต่อไป ขอให้ทำด้วยความระมัดระวัง”นายการุณ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการทำงานในระดับพื้นที่ของ สพท. กศจ. ศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัด ไม่มีปัญหาแน่นอนเพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงาน

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นให้คนของตนเองมาสอบเป็นผอ.สพท.แทน ผอ.สพท.ที่ไปเป็นศึกษาธิการจังหวัด นั้น นายการุณ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยินข่าวนี้ แต่เชื่อว่าหากมีจริงรมว.ศึกษาธิการ ไม่ปล่อยไว้แน่ เพราะขณะนี้ ศธ.กำลังปฏิรูปให้มีคนเก่ง คนดีมาเป็นผู้บริหาร ก็ต้องคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติอย่างเหมาะสมมาบริหารงาน

ส่วนการสอบคัดเลือกผอ.สพท.นั้น จะต้องรอให้กระบวนการต่างๆเสร็จสิ้นก่อน จึงจะดำเนินการสอบคัดเลือกซึ่งก็ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง

“สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์”ติวเข้มเด็กอาชีวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279712

“สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์”ติวเข้มเด็กอาชีวะ

เด็กอาชีวะ, หุ่นยนต์, อธิบดีกพร, นายธีรพล ขุนเมือง, 10อุตฯ, ก่อนสู่ตลาดแรงงาน, สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์, กพรจับมือ สภาอุตฯ, กพร, Eastern Economic Corridor--EEC, New Engine of Growth

“กพร.จับมือ สภาอุตฯ” ตั้ง “สถาบันพัฒนาแรงงานเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์” ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อรองรับ EEC เน้นติวเข้มอาชีวะก่อนสู่ตลาดแรงงานใหม่

          เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง Meeting Room หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Manufacturing Automation and Robotics Academy: MARA) ระหว่าง นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กับนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้มีทักษะได้มาตรฐานทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และรองรับการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น นโยบายไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เป็นต้น

          นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยหลังจากการลงนามความร่วมมือดังกล่าวว่าจากการที่รัฐบาลได้ดำเนินการโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor–EEC) ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก รองรับการเป็นฐานการผลิต 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth)

"สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์"ติวเข้มเด็กอาชีวะ

          โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ แขนกล ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็น Brain Power ใน 20 ปีข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ 20 ปี กระทรวงแรงงาน ของพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และยุทธศาสตร์ชาตินั้น กพร. ได้มีการตอบสนองโครงการดังกล่าวด้วยการขับเคลื่อนกลไกต่างๆ

          ล่าสุดได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Manufacturing Automation and Robotics Academy: MARA) ในหน่วยงานสังกัดกพร. สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด 3 แห่ง

"สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์"ติวเข้มเด็กอาชีวะ

           นายธีรพล กล่าวต่ออีกว่า สถาบัน MARA วัตถุประสงค์ก็เพื่อเพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหาร พลาสติก แม่พิมพ์ เป็นต้น ให้มีทักษะได้มาตรฐานทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเป็นที่ต้องการของตลาด

          รวมถึงรองรับการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล แผนการดำเนินงานร่วมกันจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่หนึ่งช่วง 1-3 ปี เน้นพัฒนาทักษะแรงงานในสถานประกอบกิจการในการเพิ่มทักษะการทำงาน การซ่อมบำรุง การเขียนโปรแกรม เพื่อรองรับโรงงาน/สถานประกอบกิจการที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ เทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ทดแทนการผลิตแบบเดิม

"สถาบันเทคโนฯ-หุ่นยนต์"ติวเข้มเด็กอาชีวะ

          “เน้นนำนักศึกษาอาชีวะมาฝึกอบรมในระบบทวิภาคีเพื่อพัฒนาแรงงานใหม่ให้มีทักษะและความรู้ก่อนป้อนสู่ตลาด ระยะที่สองช่วง 3-5 ปี เน้นด้านวางแผนการผลิตวิเคราะห์กระบวนงาน ออกแบบ และพัฒนาระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และระยะที่สาม ช่วง 5-10 ปี มุ่งสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์”อธิบดีกพร. กล่าว

          อธิบดีกพร. กล่าวอีกว่า โดยเน้นส่งเสริมการพัฒนากำลังคนเพื่อผลิตหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลระบบ Automation ให้เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และยกระดับแรงงานให้เป็นแรงงานฝีมือชั้นสูง รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่อุตสาหกรรม 4.0 และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมกับร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรมระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ให้กับครูฝึกของ กพร. เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ให้แรงงานต่อไป

แนะเรียนคณะยอดฮิตโกยเงิน5 ปีข้างหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279543

แนะเรียนคณะยอดฮิตโกยเงิน5 ปีข้างหน้า

โกยเงินได้อีก, แนะสาขาวิชายอดฮิต, เอ็มยูที, ตลาดเรีด้านแรงงาน, อาเซียน, สาขาวิศวกรรมมศาสตร์, อาชีพ, ไม่ตกงานในอีก 5 ปีข้างหน้า, แนะเรียนคณะยอดฮิต, โกยเงิน5, ปีข้างหน้า, พศ 2560-2564

เอ็มยูที แนะเลือกเรียนให้ตรงความต้องการตลาดแรงงาน ระบบเศรษฐกิจ ชี้ด้านวิศวกรรม โลจิสติกต้องการมากในอีก 5 ปีข้างหน้า ชี้ต้องเตรียมพร้อมรับมือเปิดเสรีด้านแรงงาน

      ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดี ฝ่ายนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หรือ เอ็มยูที เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมาย ประเทศไทย ไว้ว่า จะเป็นประเทศรายได้สูง มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม เป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค เป็นชาติการค้าและบริการ เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน แหล่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และมีนวัตกรรมสูงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ไปตามเป้าหมาย

แนะเรียนคณะยอดฮิตโกยเงิน5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ แผนพัฒนาฯ ดังกล่าว ทำให้ทราบถึงความต้องการตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นที่ต้องการมากในอีก 5 ปีข้างหน้า ได้แก่ วิศวกรรมโลจิสติกส์ วิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสารเศรษฐกิจดิจิทัล วิศวกรรมเมคคราทรอนิกส์ วิศวกรรมระบบวัดคุม วิศวกรรมไฟฟ้าและโยธา ขณะเดียวกัน ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แรงงานที่กำลังขาดแคลนอย่างมาก คือ วิศวกรรมไฟฟ้าระบบสมองกลฝังตัว วิศวกรรมเครื่องกลและยานยนต์

แนะเรียนคณะยอดฮิตโกยเงิน5 ปีข้างหน้า

นอกเหนือจากองค์ความรู้ด้านวิชาการแล้ว หัวใจสำคัญของบุคลากรในอนาคต ภาคธุรกิจต้องการผู้ที่มีความเข้าใจ รู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้พัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning และ STEM มาประยุกต์ใช้ ทำให้นักศึกษาเกิดความสนุกที่จะเรียนรู้ กระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถฝึกคิดในเชิงนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบและครบวงจร

แนะเรียนคณะยอดฮิตโกยเงิน5 ปีข้างหน้า

“การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องเริ่มต้นจากการวางแผนตั้งแต่วันนี้ เลือกพัฒนาตนเอง ศึกษา ทำความเข้าใจกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ เพราะต่อไปการแข่งขันไม่ใช่แต่เพียงแรงงานภายในประเทศเท่านั้น แต่แรงงานฝีมือจากต่างชาติจะเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน ดูรายละเอียดได้ที่ www.mut.ac.th ” รองอธิการบดีเอ็มยูที กล่าว

สปท. เลื่อน วาระรายงานปฏิรูประบบอุดมศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279690

สปท. เลื่อน วาระรายงานปฏิรูประบบอุดมศึกษา

อุดมศึกษา, ปฏิรูป, พิจาจารณา, วาระ, สปท, สปท, เลื่อน, กมธ ศึกษา, กมธ,  29 พค

สปท. เลื่อน วาระรายงานปฏิรูประบบอุดมศึกษา หลัง “กมธ. ศึกษา” ขอนำกลับไปฟังความเห็นให้รอบด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)  ได้มีมติให้เลื่อนวาระการพิจารณา เรื่อง แผนการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา ที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาออกไปจากระเบียบวาระที่ต้องประชุมในวันนี้ ( 29 พ.ค.) โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1 แจ้งต่อที่ประชุมสปท. ว่า ทางกมธ.ฯ ด้านการศึกษา แจ้งขอนำรายงานดังกล่าวออกจากวาระประชุมไปก่อน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้รอบด้านก่อน ซึ่งตนเห็นด้วย และหากสมาชิกสปท. ไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ตนจะเลื่อนวาระดังกล่าวออกไปก่อน

ปล่อยกู้ ปลอด!! ดอกเบี้ย ดีเดย์ 1 มิ .ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279588

ปล่อยกู้ ปลอด!! ดอกเบี้ย ดีเดย์ 1 มิ .ย.

ปลอดอกเบี้ย, ปลอดดอกเบี้ย, อธิบดีกพร, ปล่อยกู้, ปลอด, ดอกเบี้ย, ดีเดย์, มิ, กพร, ฉบับที่ 2

กพร. ปล่อยกู้ ปลอดดอกเบี้ย ให้เอกชนพัฒนาศักยภาพบุคลากร ดีเดย์ 1 มิ .ย.60 หวังรองรับ ไทยแลนด์ 4.0

           นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มีสาระสำคัญเพื่อให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยให้นายจ้างมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานแก่พนักงานของตนเอง พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานอีกทางหนึ่ง

          ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตาม 8 วาระปฏิรูปเร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ด้านการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ไทยแลนด์ 4.0 กพร.ได้กำหนดมาตรการจูงใจด้านการยกเว้นและลดหย่อนภาษีอากรสำหรับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อการฝึกอบรม รวมทั้งสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนกับผู้ประกอบการ ที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และได้จ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน ก็สามารถยื่นของรับเงินอุดหนุนจำนวน 1,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน

ปล่อยกู้ ปลอด!! ดอกเบี้ย ดีเดย์ 1 มิ .ย.

          “แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท หรือการให้เงินช่วยเหลือหรือุดหนุนกรณีที่ผู้ประกอบกิจการ จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง และได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมกับนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ทดสอบลูกจ้างของตนเองด้วย ก็มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือสาขาระดับละ 10,000 บาท เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของตน ที่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดระดับฝีมือของพนักงานได้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบกิจการอย่างแท้จริง”นายธีรพล กล่าว

          นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า นอกจากมาตรการจูงใจและการช่วยเหลือหรืออุดหนุนดังกล่าวแล้ว กพร. ยังให้กู้ยืมเงิน เพื่อพัฒนาบุคลากรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดถึง 1,000,000 บาท ซึ่งในปี 2560 มีผู้ประกอบการกู้ยืมไปใช้ในการฝึกอบรมพนักงานแล้วจำนวน 61 แห่ง เป็นเงิน 49,841,800 บาท จากเป้าหมายการให้กู้ยืมจำนวน 67,695,300 บาท และในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ กพร.เตรียมเสนอคณะกรรมส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พิจารณาการให้กู้ยืมแบบปลอดดอกเบี้ยนาน 12 เดือน โดยมีสัญญาการชำระคืนภายใน 1 ปี ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งฝึกอบรม และให้ความสำคัญกับพัฒนาบุคลากรให้มากขึ้น โดยเน้นการฝึกอบรมในหลักสูตรด้านเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานให้มีทักษะสูงขึ้น รองรับการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วย

ปล่อยกู้ ปลอด!! ดอกเบี้ย ดีเดย์ 1 มิ .ย.

           บริษัท เชียงรายสินธานี จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ปัจจุบันมีลูกจ้างจำนวน 267 คน ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และได้ต่อกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน จำนวน 7 หลักสูตร

          ล่าสุดดำเนินการฝึกอบรมในหลักสูตร เทคนิคการสร้างผลสัมฤทธิ์ขององค์กร รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2560 โดยใช้สถานที่อบรมของบริษัทฯ หลังจากฝึกอบรมแล้ว พนักงานมีแนวคิดและทัศนคติต่อองค์กรในทิศทางดีขึ้น รวมถึงบางหลักสูตร ทำให้พนักงานมีความรักและสามัคคีกันมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น และสำคัญยิ่งกว่าคือ การบริการลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น เอาใจใส่ และรอยยิ้มที่สร้างมิตรภาพและความประทับใจแก่ผู้รับบริการ

           นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่มีความต้องการนำเงินไปใช้เพื่อพัฒนาบุคลากรของตนเองให้มีทักษะ และมีศักยภาพสูงขึ้น หรือขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนในแต่ละกรณี สามารถติดต่อสถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2643 6039 หรือ 0 2245 4035

“การุณ”สั่งห้ามวิพากษ์แผนปฏิรูป”คสช.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279556

“การุณ”สั่งห้ามวิพากษ์แผนปฏิรูป”คสช.”

สพฐ, ม44, การุณ, คสช, กพฐ, ดูหนังสือฉบับเต็มประกอบ

‘เลขาฯ กพฐ.’ ร่อนหนังสือ ถึงผอ.สนง.เขตพื้นที่ฯ ห้ามวิพากษ์แผนปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ตามคำสั่ง ‘คสช.’19/2560 ระบุต้องเห็นภาพทั้งระบบนำไปสู่การปฏิบัติ

          ‘เลขาฯ กพฐ.’ ร่อนหนังสือแจ้งผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ชี้แจงแผนปฏิบัติบูรณาการขับเคลื่อนบริหารจัดการศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 19/2560 ระบุต้องเห็นภาพทั้งระบบนำไปสู่การปฏิบัติ กำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจน ดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาท ย้ำระหว่างนี้ห้ามวิพากษ์แสดงความคิดปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค

          ผู้สื่อข่าวเวบไซด์คมชัดลึก รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2560 นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) คนปัจจุบัน ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อแจ้งถึงเรื่องการบูรณาการการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษา ระบุว่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2560 ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประโยชน์การปฏิบัติการศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องมีการปรับวัฒนธรรมในการทำงานร่วมทั้งการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน

“การุณ”สั่งห้ามวิพากษ์แผนปฏิรูป"คสช."

          สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงขอเรียนชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ ดังนี้

          1. การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นงานปกติควรมีแผนการปฏิบัติงานที่เห็นภาพทั้งระบบในองค์กร รวมทั้งสามารถนำแผนไปสู่การปฏิบัติและมีการกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

          2. การปฏิบัติภารกิจตามนโยบายให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนงานนโยบายไปสู่การปฏิบัติ มีความเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ระดับภาค ระดับจังหวัด และแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นสำคัญ

           3. การปฏิบัติภารกิจในจังหวัดให้มีการบูรณาการกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และส่วนราชการอื่นในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานทุกระดับ ตามแนวทางการพัฒนาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์รองรับขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการให้มีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชนทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง

          ทั้งนี้ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุในหนังสือฉบับนี้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะทำความเข้าใจในรายละเอียดการดำเนินงานกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยเร็ว และในระหว่างนี้ห้ามมิให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและบุคลากรในสังกัดวิพากษ์และแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค (ดูหนังสือฉบับเต็มประกอบ)