อาชีพช่างไฟฟ้าต้องมี LICENSE!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279532

อาชีพช่างไฟฟ้าต้องมี LICENSE!!

ช่างไฟฟ้า, ช่างไฟฟ้ามี License, ศูนย์อบรม, อาชีพช่างไฟฟ้าต้องมี, License, กพร, ฉบับที่ 2

ก.แรงงาน จับมือ กฟภ.ตั้งศูนย์ประเมินฯ ออก License ช่างไฟฟ้าทั่วไทย พร้อมจัดอบรมผู้ประเมินเพื่อรองรับการทำงาน ตั้งเป้าปี 60 ขยายเครือข่ายศูนย์ฯอีกกว่า 100 แห่ง

      นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.)กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ กพร. ขยายเครือข่ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 400 แห่งให้กระจายมากขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น ในปี 2560 กพร.จึงตั้งเป้าจะเพิ่มศูนย์ทดสอบฯ อีกไม่น้อยกว่า 100 แห่ง พร้อมกับปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุม พัฒนา และยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพในสาขาที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะให้มีมาตรฐานและคุ้มครองความปลอดภัย เช่น อาชีพช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ซึ่งตาม ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 ได้กำหนดให้ต้องมี License โดยปัจจุบันมีช่างที่มี License แล้วกว่า 55,000 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบอาชีพช่างไฟฟ้าที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในการขอรับบริการทั้งด้านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการขอรับการประเมินความรู้ความสามารถ เมื่อเร็วๆ นี้ กพร.ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ในสาขาช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ในเขตรับผิดชอบทั่วประเทศ

อาชีพช่างไฟฟ้าต้องมี License!!

“ในศูนย์ฯจะต้องมีผู้ประเมินฯประจำศูนย์ละ 3 คน และขณะนี้ กพร.ได้จัดอบรมหลักสูตร การเป็นผู้ประเมิน ให้กับพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 70 คนโดยผู้ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้แล้ว สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินที่ได้รับอนุญาต และสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินในสาขา ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารได้ การร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ และการันตีว่าผู้ที่ผ่านการทดสอบ และมี License แล้ว เป็นผู้ที่มีความสามารถได้มาตรฐานตามที่กำหนด”นายธีรพล กล่าว

สำหรับหน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สนใจขอขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฯ หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ รวมถึงผู้สนใจเข้าทดสอบฯ หรือเข้ารับการประเมิน สามารถติดต่อได้ที่สถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดที่ท่านมีสำนักงานตั้งอยู่ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 0 2245 1703

พบสถานประกอบทำผิดไม่แจ้งการจ้างแรงงานเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279527

พบสถานประกอบทำผิดไม่แจ้งการจ้างแรงงานเด็ก

ตรวจคุ้มครองแรงงาน, ประมง, แรงงาน, กสร, พบ, สถาน, ประกอบ, ทำผิด, ไม่, แจ้ง, การ, จ้าง, แรงงานเด็ก

กสร.เผยผลตรวจคุ้มครองแรงงาน ระยะที่ 1 พบสถานประกอบกิจการปฏิบัติไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ทั้งไม่แจ้งกรณีจ้างแรงงานเด็ก ไม่ทำสัญญาจ้างแรงงานประมง ตั้งเป้าตรวจเข้ม

      นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากการตรวจคุ้มครองแรงงานตามมาตรการเร่งด่วน 3-3-2 ระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม 2560 พบว่า การตรวจสถานประกอบกิจการขนส่งสาธารณะ ผ่านการตรวจ 605 แห่ง ลูกจ้างได้รับความคุ้มครอง 17,378 คน พบการปฏิบัติไม่ถูกต้อง 74 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.23 ได้กำกับติดตามให้ปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว 63 แห่ง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามคำสั่ง

ทั้งนี้ เรื่องที่พบว่ามีการปฏิบัติไม่ถูกต้องมากที่สุด คือ การจ่ายค่าจ้าง ตรวจสถานประกอบกิจการที่มีการใช้แรงงานเด็ก 843 แห่ง พบปฏิบัติไม่ถูกต้อง 161 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 19.1 ซึ่งได้กำกับให้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว 111 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นกรณีการแจ้งการจ้างเด็ก ส่วนการตรวจสถานประกอบกิจการเรือประมงทะเล ดำเนินการตรวจ 266 ลำ พบการปฏิบัติไม่ถูกต้องเพียง 11 ลำ หรือ ร้อยละ 4.14 โดยส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่มีสัญญาจ้าง แต่ไม่พบการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์

“เมื่อเปรียบเทียบผลการตรวจในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีนี้ และปี 2559 พบว่า สถานประกอบกิจการขนส่งสาธารณะกระทำผิดลดลง ร้อยละ 49.71 แต่พบการกระทำผิดเพิ่มขึ้นในสถานประกอบกิจการที่มีการใช้แรงงานเด็ก โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 113.64 ทั้งนี้ จากการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อตรวจบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ ตรวจสถานบริการ ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น    ทำให้พบการกระทำความผิดเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่การตรวจการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ในกิจการประมงทะเลเป็นกิจการที่อยู่ในความสนใจของสหภาพยุโรปจึงมีการระดมตรวจมากขึ้นทำให้พบการกระทำผิดเพิ่มขึ้นเช่นกัน”อธิบดีกสร. กล่าวและว่า จากนี้การตรวจติดตามในระยะที่ 2 และ 3 กสร. จะตรวจคุ้มครองแรงงานอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และแรงงานได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง

เร่งทำแผนพัฒนาการศึกษาร.ร.พื้นที่ชายแดนภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279523

เร่งทำแผนพัฒนาการศึกษาร.ร.พื้นที่ชายแดนภาคเหนือ

เร่งเครื่อง, แผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ, 4 จังหวัด, ติดประเทศเพื่อนบ้าน, พัฒนาคุณภาพชีวิต, เร่ง, ทำ, แผน, พัฒนา, การศึกษา, รร, พื้นที่, ชายแดน, ภาคเหนือ

“สุรเชษฐ์” ติดตามคืบหน้าจัดทำแผนการศึกษาโรงเรียนพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ 4จังหวัดติดกับ สปป.ลาว ย้ำปี 60 เร่งทำงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

      เมื่อเร็วๆ นี้ ที่จังหวัดพิษณุโลก ในการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพื้นที่ชายแดน จุดที่ 5 ของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน และจังหวัดอุตรดิตถ์  ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่บริเวณชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 3ประเทศ ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และราชอาณาจักรกัมพูชา

พล.อ.สุรเชษฐ์  ชัยวงศ์  รมช.ศึกษาธิการ  กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาในพื้นที่ชายแดนมีหลายประการ ทั้งสภาพพื้นที่การเดินทางที่ยากลำบาก  ปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไทย ทั้งสภาพเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตาม เรื่องของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต้องดูที่จุดแข็งและโอกาสของแต่ละพื้นที่ ซึ่งในภาพรวมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพื้นที่ชายแดนภาคเหนือที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ของจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดอุตรดิตถ์  และจังหวัดพิษณุโลก จะครอบคลุมพื้นที่ 27 จังหวัด 105 อำเภอ ซึ่งในปี 2560 ศธ.จะเร่งรัดการทำงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ในระยะยาวของแผนฯ จะกำหนดไว้ในช่วง พ.ศ. 2560 – 2564

“จากข้อเสนอจุดแข็งและโอกาสของทั้ง 4 จังหวัด เน้นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ชายแดนโดยเล็งเห็นความสำคัญว่า การศึกษาคือชีวิต การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศและเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นส่วนช่วยในการเพิ่มความเท่าเทียมในสังคม”พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

มวล.-มอ.จับมือพัฒนางานวิจัยเทคนิคการแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279516

มวล.-มอ.จับมือพัฒนางานวิจัยเทคนิคการแพทย์

ไทยแลนด์ 40, สาขาเทคนิคการแพทย์, มอ, มอ, มวล, จับมือ, พัฒนา, งานวิจัย, เทคนิค, การแพทย์

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ ม.สงขลานครินทร์ เอ็มโอยู ร่วมพัฒนางานวิจัยด้านเทคนิคการแพทย์ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0

     ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มวล.และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยรศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีม.สงขลานครินทร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความมือพัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านเทคนิคการแพทย์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการวิจัยทางด้านเทคนิคการแพทย์ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล มีผู้บริหารของทั้ง 2 มหาวิทยาลัยร่วมเป็นสักขีพยาน

ศ.ดร.สมบัติ กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก มวล.และ มอ.ต่างเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีทางด้านสาขาเทคนิคการแพทย์ ในส่วนของ มวล.ยังเปิดสอนในหลักสูตรชีวเวชศาสตร์ด้วย ที่สำคัญทั้งสองสถาบันมีภารกิจทั้งด้านการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา และจะมีการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีพันธกิจทางด้านงานวิจัย การบริการวิชาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาศึกษาและนำไปพัฒนาประเทศ

“ในระยะเวลา 3 ปีตามกรอบความร่วมมือนั้น มวล.และมอ.จะร่วมกันพัฒนานักศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ภายใต้กรอบ มคอ.1 เทคนิคการแพทย์ การใช้ศักยภาพด้านบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ การพัฒนาการบริการวิชาการ และการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาโครงการวิจัยที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศชาติ เป็นต้น”ศ.ดร.สมบัติ กล่าว

ด่วน!!ม.44 ตั้ง”บอร์ดคพอต.”ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279376

ด่วน!!ม.44 ตั้ง”บอร์ดคพอต.”ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัย

ม44, คสชที่29/2560, เปิดมหาวิทยาลัย, ต่างชาติ, Eastern Economic Corridor, ฉบับชั่วคราว, คพอต, ด่วนม44, บอร์ดคพอต, รมวศธ

ด่วน!!ม.44 ตั้ง”บอร์ดคพอต.”ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในไทย

       ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งหน.คสช.ที่ 29/2560 ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับศูนย์กลางการศึกษาภูมิภาคอาเซียน เน้นสาขาขาดแคลน ระบุ ตั้ง“บอร์ดคพอต.”พิจารณามี“รมว.ศธ.”นั่งประธาน กรรมการมาจาก“ปลัดคลัง-ปลัดอุดฯ-ปลัดวิทย์ฯ-เลขาสภาพัฒน์-เลขาฯบีโอไอ-ประธานสภาอุดฯ-ประธานทปอ.-นายกสมาคมอุดมฯ”ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คนให้อำนาจ “รมว.ศธ.”แต่งตั้ง ส่วนเลขาธิการ กกอ. ทำหน้าที่เลขานุการ มี สกอ.เป็นฝ่ายธุรการ มีผลตั้งแต่ 26 พ.ค.60

           ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล จําเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาการที่มีคุณภาพและทันสมัย ให้กับเยาวชน ที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลสําคัญของชาติ

ด่วน!!ม.44 ตั้ง"บอร์ดคพอต."ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัย

           โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อจะได้นําองค์ความรู้ ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง

           รวมทั้งยังเป็น การเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง จากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอื่นในประเทศไทย อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพ ของสถาบันอุดมศึกษาของไทยเพื่อนําไปสู่การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต และเป็นการรองรับการดําเนินการปฏิรูปประเทศ

ด่วน!!ม.44 ตั้ง"บอร์ดคพอต."ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัย

           ทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับ ความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

           ข้อ ๑ การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ให้ดําเนินการได้ ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้    (๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคําสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกําหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศตามคําสั่งนี้ การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจะดําเนินการนอกเขตพื้นที่ ตามวรรคหนึ่งก็ได้โดยความเห็นชอบของ คพอต.

          ทั้งนี้ การจัดการศึกษาดังกล่าวต้องเป็นการดําเนินการ หน้า ๒๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเป็นการดําเนินการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน หรือพัฒนาการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่ตาม (๑) หรือ (๒)

           ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง จากต่างประเทศ เรียกโดยย่อว่า “คพอต.” ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมายเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจํานวน ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

          ข้อ ๓ ให้ คพอต. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสําคัญต่อการพัฒนา ประเทศที่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในประเทศไทย (๒) พิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทําข้อตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง จากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาดําเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย (๓) กําหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดําเนินการจัดการศึกษาตาม (๒) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อกระทําการใด ๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของ คพอต. หรือตามที่ คพอต. มอบหมาย (๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคําสั่งนี้

          ข้อ ๔ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่ง คพอต. อนุมัติโดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรีให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคําสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎ ดังต่อไปนี้ (๑) กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๒) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา (๓) หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับอุดมศึกษา หน้า ๒๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคําสั่งนี้ คพอต. อาจเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ด่วน!!ม.44 ตั้ง"บอร์ดคพอต."ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัย

          ข้อ ๕ ให้สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงาน ธุรการของ คพอต. รวมทั้งคณะอนุกรรมการและคณะทํางานที่ คพอต. แต่งตั้ง การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของ คพอต. คณะอนุกรรมการ และคณะทํางานตามคําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการอื่นที่จําเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณ ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

           ข้อ ๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคําวินิจฉัยของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้ ข้อ ๘ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

    (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...งัด ม.44 ให้ต่างชาติ เปิดมหา’ลัย”)

ขอบคุณ!! “ลุงตู่”เลื่อนยืมเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279293

ขอบคุณ!! “ลุงตู่”เลื่อนยืมเรียน

หนังสือยืมเรียน, มงคลกิตติ์, 35พันลบ, เลื่อน, ปี62, หมอธี, ขอบคุณ, ลุงตู่เลื่อนยืมเรียน, ลุงตู่, องค์การค้า, บิ๊กศธ, ภตช, ศธ, คสช, สพฐ, ครม, สกสค, รมวศธ

เลขาฯภตช. ขอบคุณ!!“ลุงตู่”เลื่อนยืมเรียน บี้! เรียกค่าเสียหาย”องค์การค้า” 1.17 พันล.บ.และค่าเสียหายจากค่าห่อปกหนังสือเรียน 3.5 พันล.บ.จาก”บิ๊กศธ.”

          26 พ.ค.2560-นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) เผยว่า“เวบไซด์คมชัดลึก”ว่า ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ประกาศเลื่อนยืมหนังสือเรียนไปปี2562 ทาง ภตช. ก็ขอขอบคุณท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต(คสช.) ที่เห็นใจผู้ปกครองกว่า 30 ล้านคน นักเรียนกว่า 15 ล้านคน ซึ่งกว่า 80% เป็นคนจน

           “นักเรียนทุกคนจะได้หนังสือใหม่ มีความเท่าเทียมกันในห้องเรียน ไม่เลือกปฏิบัติ แต่มีข้อเสนอที่ต้องเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติม คือ ช่วง กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีการประกาศเริ่มนโยบายยืมหนังสือเรียนในปีการศึกษา 2560 ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) ได้มีหนังสือสั่งการทางราชการให้โรงเรียนกว่า 30,000 โรงเรียน ครูกว่า 450,000 คน และ นักเรียนกว่า 14 ล้านคน ทุกคน ดำเนินตามแนวทางยืมหนังสือเรียน”เลขาธิการ ภตช. กล่าว

ขอบคุณ!! “ลุงตู่”เลื่อนยืมเรียน

นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์

เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่าทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในการดูแลรักษาหนังสือยืมเรียนในการห่อปกพลาสติกทุกเล่มทั้งหนังสือเรียนและหนังสือแบบฝึกหัด ตกเฉลี่ยคนละ 250 บาท รวมทั้งประเทศรวม 3.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นภาระใช้จ่ายเงินผู้ปกครองเป็นอย่างมาก จึงขอให้ยกเลิกหนังสือสั่งการดังกล่าวโดยเร็ว

“อีกทั้งถ้าต้องการดำเนินการหนังสือยืมเรียนจริงๆปี 2562 ควรทำประชาพิจารณ์ ผู้ปกครอง นักเรียน ครูผู้สอน ทั้งประเทศก่อนถึงจะทำได้ ถ้าจะทำได้ต้องไปแก้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ,แก้ คำสั่ง คสช ที่ 28/2559 ,รวมถึงการตั้งงบประมาณแผ่นดิน ปี 2562 ในหมวดค่าหนังสือเรียน ต้องระบุเป็น “ยืมเรียนตั้งแต่แรก” ถึงจะชอบด้วยกฏหมายอีกทั้งต้องสั่งการเป็น มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงจะทำได้”เลขาธิการภตช. ระบุ

เลขาธิการ ภตช. กล่าวเพิ่มเติมว่า  อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญของการส่งหนังสือเรียนของ องค์การค้า ของ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ในปีการศึกษา 2560 ซึ่งกติกา ระเบียบ จะต้องส่งหนังสือให้ทันก่อนเปิดเทอม คือวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 แต่ ณ วันนี้ ยังมีโรงเรียนจำนวนมากหนังสือเรียน ยังส่งไม่ถึงโรงเรียน นักเรียนไม่มีหนังสือเรียน ต้องถ่ายชีต ยังมีหนังสือค้างส่ง ขององค์การค้า ของ สกสค จำนวนพอสมควร ซึ่งผู้ค้าจ่ายเงินแล้ว แต่ องค์การค้า ของ สกสค ยังไม่สามารถส่งได้ ซึ่งเป็นปัญหา ที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการ องค์การค้าของ สกสค. และ ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ฐานะ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. ต้องเร่งแก้ไข

“ที่ผ่านมาก่อนเปิดเทอม ทางองค์การค้า ของ สกสค.ได้ดำเนินการจ้างพิมพ์หนังสือภายนอกประมาณ 40 ล้านเล่ม วงเงิน 600 ล้านบาท แต่ ณ ปัจจุบัน องค์การค้า ของ สกสค. ขายได้ยอดไปแค่ 1.7. พันล้านบาท ซึ่งน่าจะเหลือหนังสือที่จ้างพิมพ์มาของใหม่ ไม่น้อยกว่า 20 ล้านเล่ม ค้างสต๊อก เป็นประมาณกว่า 1.8 พันล้านบาท และ ถ้ารวมหนังสือเก่า ปี 2559 เหลือประมาณ 10% จากยอดพิมพ์ทุกปี 40 ล้านเล่ม จะเหลืออีก 4 ล้านเล่ม เป็นเงินประมาณ 360 ล้านบาท”นายมงคลกิตติ์ กล่าว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า  อีกทั้ง ปี 2561 จะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา หลักสูตรจะทำให้ องค์การค้า ของ สกสค มีความเสียหายจากหนังสือเหลือขายไม่ได้กว่า 2.16 พันล้านบาท จำนวนกว่า 24 ล้านเล่ม ซึ่งเป็นความเสียหายมหาศาล กับ การบริหารงานรัฐวิสาหกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ชื่อว่า องค์การค้าของ สกสค. ซึ่ง ความเสียหายนี้คงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบทางอาญาและทางแพ่ง คล้ายกับการรับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว ของ อดีต นายกรัฐมนตรี เหมือนกัน กับ การบริหารงานของ นายแพทย์ธีระเกียรติ์ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.ฐานะ ประธานกรรมการ องค์การค้า ของ สกสค และ พวกอีก 8 คน รวม ทั้ง ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้า ของ สกสค.

“ถ้าความเสียหายนี้ยังไม่สามารถแก้ได้ และจะให้กรรมนี้ตกกับแผ่นดิน และ ประชาชนมารับผิดชอบเสียภาษีมาใช้หนี้คงไม่ได้ คงต้องมีการดำเนินคดีอาญาและทางแพ่ง คงมีการตามยึดทรัพย์ใช้หนี้ในอนาคตต่อไป”นายมงคลกิตติ์ กล่าวในที่สุด

75 ล้านคน ใช้”ภาษาเปอร์เซีย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279109

75 ล้านคน ใช้”ภาษาเปอร์เซีย”

อิหร่านศึกษา, อิสลาม, 75ล้านคน, ศูนย์อิสลามศึกษา, เทคโนสยาม, อิหร่าน, ใช้, 75, ล้านคน, ใช้ภาษาเปอร์เซีย, ภาษาเปอร์เซีย, ศูนย์อิสลามและอิหร่านศึกษา, ดรประเสริฐ, STC, คนซ้าย

เทคโนสยามฯ ผุด”ศูนย์อิสลามและอิหร่านศึกษา”นำนศ.บุกอิหร่านฝึกภาษาเปอร์เซียกับเจ้าของภาษา”ดร.ประเสริฐ”เผย 75 ล้านคนในโลกใช้”ภาษาเปอร์เซีย”เป็นภาษาแม่

          ประเทศไทยกับประเทศอิหร่าน ถือเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน  ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ชื่อ “เฉกอะหมัด กูมี” ได้เดินทางมาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากนั้นไทยและอิหร่านก็มีการสานสัมพันธ์ทางด้านการต่างประเทศและวัฒนธรรมมาจนปัจจุบันนี้

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

ศูนย์อิสลามและอิหร่านศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม หรือ STC เห็นความสำคัญของการเรียนภาษาเปอร์เซีย และต้องการสานสัมพันธ์ไทย-อิหร่านให้คงอยู่ต่อไป จึงได้จัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างศูนย์อิสลามศึกษาฯ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กับมหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุสตอฟา เมืองกุม ประเทศอิหร่าน

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

          “โครงการนี้เป็นโครงการศึกษาและดูงานของนิสิตนักศึกษามุสลิมระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต และกลุ่มนักศึกษาที่เรียนภาษาเปอร์เซีย เป็นโครงการที่ผมได้เข้าไปขอทุนกับสถานทูตอิหร่าน เพื่อให้นักศึกษาได้ไปศึกษาและดูงานด้านรัฐประศาสนศาสตร์ และการเรียนการสอนภาษาเปอร์เซียของมหาวิทยาลัยนานาชาติ อัลมุสตอฟา ประเทศอิหร่าน เพื่อเป็นการหาประสบการณ์และการเรียนรู้ภาษาเปอร์เซียกับชาวอิหร่านซึ่งเป็นเจ้าของภาษา โดยเดินทางใน ระหว่างวันที่ 5-15 พ.ค.2560ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวินผู้อำนวยการศูนย์อิสลามศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(STC)และประธานโครงการฯ กล่าว

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

(คนซ้าย)ดร.ประเสริฐ  สุขศาสน์กวิน

ดร.ประเสริฐ เล่าอีกว่า ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่เสริมทักษะทางด้านภาษาเปอร์เซียและสร้างประสบการณ์ให้กับนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนอิหร่านเพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางการศึกษาในระดับนานาชาติ และสร้างความร่วมมือในด้านการศึกษาและด้านภาษาเปอร์เซีย

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

        “ภาษาเปอร์เซียมีคนใช้เป็นภาษาแม่ถึง 75 ล้านคน นับเป็นภาษาสำคัญภาษาหนึ่งของโลก การเปิดสอนภาษาเปอร์เซียของ STC มีเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มศักยภาพทางด้านภาษาและทางการศึกษาอีกโสตหนึ่งให้กับเด็กไทยทั้งชาวมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม คนที่ได้ภาษาเปอร์เซียสามารถหางานทำได้มากขึ้น ถือเป็นภาษาที่สองภาษาที่สามที่คนไทยควรศึกษา“ดร.ประเสริฐ ระบุ

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

ดร.ประเสริฐ  กล่าวอีกว่า สำหรับคนที่สนใจศึกษาภาษาเปอร์เซียสามารถติดต่อมาที่ศูนย์อิสลามศึกษาฯ ได้เราเปิดสอนทุกวันเสาร์ หลังจบคอร์สก็มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกภาษาเปอร์เซียถึงประเทศอิหร่าน

75 ล้านคน ใช้"ภาษาเปอร์เซีย"

“นอกจาก การเปิดสอนภาษาเปอร์เซียแล้ว ศูนย์อิสลามศึกษาฯ ยังทำหน้าที่บริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาต่างๆ ต่อนักศึกษามุสลิมระดับปริญญาตรีและปริญญาโทของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามอีกด้วย”ดร.ประเสริฐ  กล่าวในที่สุด

ครั้งแรก!! PTTGC ประกาศผล SMART-ECO INNOVATION

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279337

ครั้งแรก!! PTTGC ประกาศผล SMART-ECO INNOVATION

วิจัยเชิงพาณิชย์, อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย, Smart-Eco Innovation, ครั้งแรก, PTTGC, ประกาศผล, Smart-Eco, Innovation, Smart-Eco Innovation, มหาชน

ประกาศผลประกวดโครงงานวิจัย PTTGC Open Innovation Challenge 2016: “Smart-Eco Innovation” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครั้งแรกในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

      นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยอาศัยการแสวงหาแนวความคิดใหม่ๆ จากภายในและภายนอกองค์กร เพื่อร่วมมือกันพัฒนาและต่อยอดผลงานวิจัยสู่การสร้างมูลค่าที่สามารถผลิตออกสู่ตลาดได้จริง การจัดประกวดโครงงานวิจัย  PTTGC Open Innovation Challenge 2016 ภายใต้แนวคิด “Smart-Eco Innovation” โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักวิจัยทั้งในกลุ่มภาคการศึกษา ภาคสถาบันวิจัย และบริษัทสตาร์ทอัพได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศไทย

“การวิจัยพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 ซึ่งการริเริ่มโครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ  อีกทั้งเป็นการพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยการสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมระหว่างบริษัทฯ กับทุกภาคส่วน  โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนทั้งด้านทุนการวิจัย การพัฒนาการตลาดเทคนิค และการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ต่อไปในอนาคต”นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว  เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 และได้รับการตอบรับจากนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลงาน เข้าร่วมทั้งสิ้น 50 โครงการ จากภาคการศึกษา 38 โครงการ และภาคเอกชนหรือบริษัทสตาร์ทอัพ 12 โครงการ ผู้เข้าร่วมในโครงการ ทั้งสิ้น 165 คน   ซึ่งทีมชนะเลิศแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เงินรางวัลมูลค่า 500,000 บาท และจะมีโอกาสเข้าร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยกับ PTTGC รวมถึงได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์

สำหรับนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ มีดังนี้ ประเภท Smart-Eco Products: ได้แก่ ทีม Photocat นำเสนอผลงาน Upgrading Sugar to High Value Products and Chemicals by Green Technology จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นวัตกรรมพัฒนาน้ำตาลเป็นสารเคมีที่มีมูลค่าสูง โดยการนำแสงมาเพิ่มมูลค่าให้เป็นสารทดแทนความหวานที่ตลาดค่อนข้างเติบโต , ประเภท Smart-Eco Plants  ได้แก่ ทีม Powerpuff Girls นำเสนอผลงาน Carbon Dots: They are 50 Times More Expensive Than Gold จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นวัตกรรมการเปลี่ยนของเสียหรือกากอุตสาหกรรมจากโรงงานปิโตรเคมีที่มีคาร์บอนอยู่ให้มาเป็นสารที่มีราคาสูงกว่าทองถึง 50 เท่า ผลิตโดยไม่ซับซ้อนและต้นทุนต่ำ มีคุณสมบัติการใช้งานในหลายรูปแบบ  และประเภท Circular Thinking  ได้แก่ทีม Graphenal นำเสนอผลงาน Microporous Graphenal Polymers for Uptake and Transformation of CO2 Gas จากสถาบันวิทยสิริเมธี เป็นการพัฒนาวัสดุที่เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซต์ ให้เป็นวัสดุที่มีมูลค่าสูงที่สามารถดักจับคาร์บอนฯในอุณหภูมิห้อง และยังสามารถต่อยอดนำไปใช้เป็นสารอิเล็กโทรไลตเหลวสำหรับแบตเตอรี่และตัวเก็บประจุยิ่งยวด

ตั้งอธิการบดี เทพสตรี สะดุด!! ศาลปกครองสั่งชะลอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279331

ตั้งอธิการบดี เทพสตรี สะดุด!! ศาลปกครองสั่งชะลอ

สะดุดอีกราย, ราชภัฏเทพสตรี, รัฐกรณ์ คิดการ, ศาลสั่งชะลอ, โปรดเกล้าฯ, ตั้งอธิการบดี, เทพสตรี, สะดุด, ศาลปกครองสั่งชะลอ, ผศจินตนา เวชมี , ทปสท, ฉบับที่ 2

ตั้ง “ผศ.จินตนา เวชมี “วัย 65 ปี เป็นอธิการบดี เทพสตรี สะดุด!! อีกราย เหตุศาลปกครองสั่งชะลอ การนำชื่อทูลเกล้าฯ

          26 พ.ค.2560 – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์อติชาติ ภูมิวณิชชา ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดี ได้ยื่นฟ้องนายกสภาและสภามหามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ต่อศาลปกครองกลาง กรณีที่ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีมติเสนอชื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา เวชมี อายุ 65 ปี เพื่อโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หลังจากรองศาสตราจารย์นันทนา แจ้งสุวรรณ์ อธิการบดีมหามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 7 มีนาคม 2560

          โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาบังคับมติที่ประชุมสภา ครั้งที่3/2560 ในวันที่ 24 มีนาคม 2560 วาระการพิจารณาเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้เหตุผลว่า “แม้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 จะไม่ได้กำหนดคุณสมบัติเรื่องอายุผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไว้ก็ตาม แต่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ต้องมีสถานภาพเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น และจะต้องยังไม่เกษียณอายุราชการ

เมื่อพิจารณารายละเอียดข้อมูลพื้นฐานของผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา เวชมี ตามคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา เวชมี เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2495 อายุ 65 ปี จึงรับฟังเป็นข้อยุติได้ว่าขณะเข้ารับการสรรหาเพื่อคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา เวชมี อายุ 65 ปี จึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย” ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งดังกล่าว

อนึ่ง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560  ผู้ช่วยศาสตราจารย์อติชาติ ในฐานะผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี ยังได้ยื่นฟ้องนายกสภาและสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นนายกสภา ต่อศาลปกครองกลาง กรณีที่สภามีมติเลือกผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพศาล บุรินทร์วัฒนา อายุ 67 ปี เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ด้วยเช่นกัน

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279247

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

บาลานซ์สมอง2ซีก, ดนตรี-กีฬา-วิชาการ, เก่งวิชาการคู่ศิลปะ, เคมีอินเตอร์จุฬา, BSAC, UCL

เป็นความโชคดีหากใครสามารถบาลานซ์ 2 สิ่งไปพร้อมกันทั้งสมรรถนะความฉลาดของสมอง และความรักความชอบส่วนตัว  ทั้งวิชาการ กีฬา ดนตรี

      เพราะความชอบร้องเพลงและไปประกวดตามเวทีต่างๆตั้งแต่เด็ก ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งชอบและใฝ่ฝันเป็นศิลปินที่ทำไปควบคู่ไปกับการการเรียน ศรุตา ดีประเสริฐ  หรือน้องเซฟ อายุ 19 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวที่มีความสามารถรอบด้าน ชอบเรียนรู้เรื่องต่างๆที่สนใจ ตั้งแต่สมัยเรียน ประถม-มัธยม ที่ Bromsgrove International School Thailand จบปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ เคมีอินเตอร์ (Bachelor of Science on Applied Chemistry, (BSAC) ด้วยเกียรตินิยมอันดับ2 จะรับปริญญา วันที่ 28 กย.ปีนี้

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

       จากนั้นจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ University College London (UCL) สาขา MSc Material for energy and environment เคยมีประสบการณ์ ได้ไปทำแล็ปที่ keio University,Japan เป็นเวลา 5 เดือน

      น้องเซฟ เล่าว่าชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เคยเดินสายประกวดมาตลอด ประกวด The Star, The Voice, AF แต่ไม่เข้ารอบ จนได้ออดิชั่นโครงการหนึ่ง เตรียมตัวเป็นศิลปิน เนื้อหาประกอบด้วย การร้อง การเต้น การแสดง ครบทุกด้าน และเมื่อจบคอร์สแล้วจะมีผลงานเพลง 1 ซิงเกล โดยตอนนี้ได้อัดเสร็จแล้ว น่าจะได้ฟังในเร็วๆนี้ ชื่อ เพลงรักได้แค่เธอ

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

     นอกจากสนใจในเรื่องการร้องเพลงแล้ว เรื่องด้านกีฬาก็ไม่น้อยหน้าเล่นมาเกือบทุกชนิดตั้งแต่  กอล์ฟ ตีมาตั้งแต่เด็กๆ แข่งขัน ได้ถ้วยมาประมาณ 20 ใบ พอเรียน ปริญญาตรี เวลาไม่ค่อยมีเรียนหนัก และตัวเองเริ่มกลัวดำเลยห่างๆ แต่ยังซ้อมอยู่เป็นระยะๆ เคยชู๊ดบาส  3 แต้ม ได้ถ้วยรางวัล และมีทักษะฟุตบอลดี ความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี เล่นขิมได้กำลังจะไปเล่นโชว์ตามร้านที่อังกฤษ, เปียโน, อูคูเลเล่ แล้วก็ cover เพลงลง youtube บ้างนิดหน่อย

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

     เซฟ บอกว่า ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เรียนกับสิ่งที่ชอบ แตกต่างกันไม่ คงจะบอกว่าไม่  เหตุผลที่เลือกเรียนทางด้านเคมี เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ที่มีอนาคตดี ถ้าซิงเกลออกมาแล้วได้รับการตอบรับที่ดี ก็จะทำทั้งสองควบคู่กันไป ตอนนี้กำลังจะไปเรียนต่อทางด้านเคมีที่ต่างประเทศ เพื่อนำความรู้มาใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต แต่การร้องเพลงจะเป็นอาชีพเสริม

    ในอนาคตหากเรียนจบแล้วก็จะลองเป็นอาจารย์สอนเรื่องเคมีที่เรียนมาแล้วก็สามารถร้องเพลงควบคู่ไปด้วย ไม่ทิ้งความฝันและนำสิ่งที่เรียนมาใช้ให้ประโยชน์ต่อคนอื่นได้

19ปีเกียรตินิยมอันดับ2 เคมีอินเตอร์จุฬา

    “เป้าหมายในชีวิตที่วางเอาไว้จะมี 2 อย่างคือ เป้าหมายที่ 1 อยากจะเป็นนักร้องดัง เป็นที่รู้จักของทุกๆคน เหมือนความฝันของเด็กทั่วๆไป ซึ่งขึ้นกับเวลาและโอกาส และเป้าหมายที่ 2 อยากเป็นอาจารย์พิเศษ หรือ ติวเตอร์ โดยมีแรงบันดาลใจจาก คุณพ่อคุณแม่ “

        นับได้ว่าอายุเพียงแค่นี้ได้ประสบความสำเร็จทางด้านการเรียนแล้ว เร็วๆ เซฟ จะมีซิงเกลเพลงแรกของตัวเองตามที่ตัวเองได้ฝันเอาไว้