สายตาสั้น-ยาวตามวัย หักลบกันไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279275

สายตาสั้น-ยาวตามวัย หักลบกันไม่ได้

5ข้อเข้าใจผิดสายตายาวตามวัย, สายตาสั้น-ยาวตามวัย, หักลบกันไม่ได้, สายตายาวตามวัย, Reading Glasses, Progressive, Multifocal contact lenses, อินทูอิไซท์

5ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตายาวตามวัย เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างถูกต้อง

      หากพูดถึงเรื่องปัญหาสายตาที่ส่วนใหญ่พบอยู่เป็นประจำ คงหนีไม่พ้นปัญหาสายตาสั้นหรือสายตาเอียง แต่นอกจากนี้ยังมีปัญหาสายตายาวตามวัยที่ทุกคนไม่เคยนึกถึง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องซับซ้อนและไกลตัว

      วันนี้จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่น มี5ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตายาวตามวัย เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างถูกต้อง

   ความเข้าใจผิดที่1 :สายตายาวตามวัยก็คือภาวะสายตายาวนั่นเอง

        รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วเรื่องของสายตายาวนั้น มีด้วยกัน2ประเภทหลักๆ อย่างแรก คือ‘สายตายาวตั้งแต่กำเนิด’จะเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด อีกอย่างหนึ่ง คือ‘สายตายาวตามวัย’ซึ่งอาการสายตายาว2ประเภทนี้จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

       โดยสายตายาวตั้งแต่กำเนิด เกิดจากขนาดของลูกตาที่มีขนาดเล็กเกินไปทำให้จุดรวมแสงของภาพไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกลไม่ไปโฟกัสบนจอประสาทตาจึงเป็นสาเหตุของการปวดตาและมองเห็นไม่คมชัด

      แต่ว่าสายตายาวตามวัยจะเกิดขึ้นหลังจากอายุ 40 ปี เป็นผลจากการปรับโฟกัสของเลนส์ตาแย่ลง ทำให้มองวัตถุระยะใกล้ไม่ชัด ทำให้ต้องยืดแขนออก เพื่อมองให้ชัด เพราะฉะนั้น อย่าสับสนระหว่าง สายตายาวโดยกำเนิด และ สายตายาวตามวัย เป็นอันขาด

ความเข้าใจผิดที่ 2 :สายตายาวตามวัยป้องกันได้

      เมื่ออายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาหลายอย่าง เช่น รูม่านตามีขนาดเล็กลง ปริมาณของน้ำตาลดลง และการเกิดปัญหาสายตายาวตามวัย ซึ่งสายตายาวตามวัยเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของดวงตาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจากเลนส์แก้วตามีความยืดหยุ่นน้อยลง

       ดังนั้น สายตายาวตามวัยจึงไม่ใช่โรค และในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันได้ โดยจะเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะมีค่าสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาปกติมาก่อนอายุ40ปีก็ตาม แม้แต่คนที่ทานอาหารบำรุงสายตาเป็นประจำ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้

      ความเข้าใจผิดที่ 3 :ยิ่งแก้ปัญหาสายตายาวตามวัย ก็จะยิ่งทำให้สายตาแย่ลง

       ความจริง คือ เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาสายตายาวตามวัยและไม่แก้ไข จะทำให้ดวงตาของคุณรู้สึกเมื่อยล้า และหากปล่อยให้ปัญหาสายตายาวเกิดขึ้นต่อไปโดยไม่แก้ไข จะยิ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตที่ลำบากมากขึ้น

        เช่น อ่านตัวหนังสือขนาดเล็กได้ลำบาก,หรือเวลาอ่านหนังสือก็ต้องพยายามยืดแขนออก,มีปัญหาในการมองเห็นวัตถุระยะใกล้,ถ้ามีสายตาสั้นอยู่เดิม จะต้องถอดแว่นตาออกถึงจะมองใกล้ได้ชัดขึ้นทางที่ดีถ้าเรามีการแก้ไขที่ถูกต้องก็จะทำให้เรามองเห็นได้คมชัดเหมือนเดิม

         อีกทั้งยังไม่ต้องรู้สึกหงุดหงิดเพราะมองไม่ชัดเนื่องจากมีปัญหาค่าสายตาอีกต่อไป ที่สำคัญ คุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ท่องเที่ยว หรือการออกกำลังกายได้เหมือนตอนก่อนอายุ40

       ความเข้าใจผิดที่ 4 :สามารถนำค่าสายตาสั้นมาหักลบค่าสายตายาวตามวัย เพื่อให้ค่าสายตากลับมาเป็นปกติได้

        หากคุณมีความเชื่อแบบนี้ บอกได้เลยว่ากำลังเข้าใจผิดอยู่เพราะการวัดว่าเรามีค่าสายตาสั้น เอียงหรือยาวโดยกำเนิด จะวัดกันที่การมองไกล ให้มองวัตถุที่วางอยู่ในระยะไกลและแก้ปัญหาด้วยการใส่ค่าสายตาที่ทำให้มองไกลชัด แต่สายตายาวตามวัยนั้นส่งผลต่อการมองใกล้ เกิดจากความเสื่อมของการโฟกัส ไม่ใช่ความเสื่อมที่เกิดจากแสงโฟกัสที่อยู่ในระยะไกล

     ฉะนั้น ปัญหาสายตายาวตามวัยและปัญหาสายตาอื่นๆ จึงเป็นคนละเรื่องกัน ไม่สามารถนำหลักการทางคณิตศาสตร์มาใช้และนำค่าสายตามาหักลบกันได้

       ความเข้าใจผิดที่ 5 :ไม่ค่อยมีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตายาวตามวัย

      จริงๆ แล้วทางเลือกในการแก้ไขสายตายาวตามวัยมีได้หลายอย่างเริ่มจากการใส่แว่นสายตายาวสำหรับอ่านหนังสือ(Reading Glasses)หรือในคนที่มีภาวะสายตาสั้นมาก่อนก็ต้องใช้แว่นชนิดโปรเกรสซีฟ(Progressive)หรือแว่นBifocalที่จะช่วยปรับการมองเห็นได้ทั้งระยะใกล้-ไกล

       นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีนวัตกรรมใหม่ที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีค่าสายตายาว อย่างคอนแทคเลนส์สำหรับสายตายาวตามวัย(Multifocal contact lenses)ที่มีเทคโนโลยีINTUISIGHTTM (อินทูอิไซท์)ออกแบบโดยเน้นพื้นที่การมองเห็นบนคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับขนาดรูม่านตาซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไปตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นและค่าสายตาสั้น-ยาวอีกด้วย

       ส่วนข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ก่อนที่จะเลือกซื้อคอนแทคเลนส์ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ นักทัศนมาตรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา เพื่อตรวจวัดสายตาและสุขภาพเบื้องต้น ทดลองเลนส์และรับคำแนะนำในการเลือกค่าสายตาที่เหมาะสม รวมถึงการใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี และควรเลือกใช้คอนแทคเลนส์ชนิดรายวัน จะดีกับสุขภาพตามากที่สุด

        เพราะปัญหาสายตายาวตามวัยเกิดขึ้นได้กับทุกคน จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ควรสังเกตตัวเองเมื่อถึงเวลาที่สายตาเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทันที

เด็กเล็กระวังโรคมือ เท้า ปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279261

เด็กเล็กระวังโรคมือ เท้า ปาก

หน้าฝนเด็กเล็กระวังโรคมือ เท้า ปาก, เด็กเล็กระวังโรคมือ เท้า ปาก, โรคมือเท้าปาก, เด็กเล็กระวังโรคมือ, เท้า, ปาก

กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ปกครอง ครู พี่เลี้ยงเด็ก ช่วยกันป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ที่พบมากในช่วงฤดูฝน เผยปีนี้พบเด็กป่วยแล้ว18,343รายโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

      กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก คัดกรองเด็กทุกเช้า ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้า ปาก ที่พบมากในช่วงฤดูฝน

         นพ.โสภณ   เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของทุกปีมักพบเด็กป่วยเป็นโรค มือ เท้าปากเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นฤดูฝนอากาศชื้น เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และเป็นช่วงที่โรงเรียนเปิดเทอมเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคได้ง่าย

      ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานในปี 2560 นี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม – 22 พฤษภาคม พบผู้ป่วยทั่วประเทศรวม18,343ราย เสียชีวิต1ราย มากที่สุดในกลุ่มเด็กเล็ก1-3ปี ประมาณร้อยละ70ของผู้ป่วยทั้งหมดได้กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เฝ้าระวังโรคมือเท้าปาก และประสานสถานศึกษา โดยเฉพาะศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก ให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคนี้

       นพ.โสภณกล่าวต่อว่า โรคมือเท้าปาก ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค วิธีที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล จึงขอความร่วมมือครู พี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล ตรวจคัดกรองเด็กเป็นประจำทุกวันในตอนเช้า ให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ ของใช้ ของเล่น เป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกครั้งที่พบว่ามีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก หากพบเด็กป่วยให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ แจ้งให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน และให้หยุดเรียน พักรักษาอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย

       หากพบว่ามีเด็กป่วยจำนวนมากขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที และพิจารณาปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยหลายคน หรือปิดโรงเรียนชั่วคราวประมาณ 5-7 วันหากมีเด็กป่วยหลายห้อง หรือหลายชั้นเรียน

     ด้านนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง จากเชื้อไวรัสที่ติดมากับมือ การใช้ช้อน แก้วน้ำร่วมกัน หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง แผลในปาก หรืออุจจาระของผู้ป่วย

       ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย บางรายอาจมีไข้ ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ ที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก โดยตุ่มพองในปาก จะอักเสบ แดง และแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ มักพบที่เพดานอ่อน ลิ้น กระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กไม่ดูดนม ไม่กินอาหารเพราะเจ็บ

      โดยทั่วไปจะหายเองภายใน 7-10 วัน แต่หากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ แขนขาอ่อนแรง กินอาหารหรือนมไม่ได้ ขอให้พาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที

        ขอแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ควรพาเด็กเล็กไปอยู่ในที่ชุมชนที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังเตรียมอาหาร รับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำห้องส้วมและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำร่วมกัน และใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกับผู้อื่น

      ในการดูแลรักษาผู้ป่วย แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก ผู้ดูแลควรเช็ดตัวให้เด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ ให้นอนพักผ่อนมากๆ รับประทานอาหารอ่อน ดื่มน้ำ นม และน้ำผลไม้เย็นๆ เพื่อช่วยลดอาการเจ็บแผลในปาก ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

“การุณ”ลั่นไม่กลับลำหนังสือยืมเรียนใช้เต็มรูปแบบปี 62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279133

“การุณ”ลั่นไม่กลับลำหนังสือยืมเรียนใช้เต็มรูปแบบปี 62

เรียนฟรี, งบประมาณปี 2561, สำนักงบประมาณ, หนังสือยืมเรียน, 62, การุณ, ศธ, กพฐ, สพฐ

“การุณ” ยันไม่ได้กลับลำ สพฐ.เดินหน้าต่อยืมเรียน ชี้ปีนี้ทดลองระบบ โรงเรียนยังคงยึดแนวปฏิบัติที่วางไว้ พร้อมมอบสำนักวิชาการฯวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย ใช้จริงปี 62

            ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพื่อยืนยันว่าในปีงบประมาณ 2561 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อหนังสือเรียนในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี 100% ตามเดิม ส่วนในปีการศึกษา 2560 นี้ที่มีการดำเนินการตามนโยบายหนังสือยืมเรียนนั้น เป็นการทดลองระบบ เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสีย ส่วนจะใช้เต็มรูปแบบอาจจะใช้ในปีการศึกษา 2562 นั้น

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.60 นายการุณ  สกุลประดิษฐ์  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังเดินหน้านโยบายหนังสือยืมเรียนตามเดิม โดยปีนี้เป็นการทดลองระบบ ซึ่งโรงเรียนยังต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารจัดการหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด ที่สพฐ.ได้กำหนดไว้และเมื่อหมดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 เด็กต้องนำหนังสือเรียนมาคืนโรงเรียน ระหว่างนี้ สพฐ.ได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐาน ไปทำการวิเคราะห์ วิจัย เพื่อหาระบบยืมเรียนที่เหมาะสมและใช้เต็มรูปแบบในปีการศึกษา 2562

อย่างไรก็ตาม ในปีการศึกษา 2561 สพฐ.จะมีการปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรในบางรายวิชา ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการศธ.จึงทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบฯ เพื่อขอยืนยันว่าศธ.จะเสนอของบประมาณปี 2561 ในการสนับสนุนค่าหนังสือเรียน 100% เป็นเงิน 8,394,708,387 บาท ตามเดิม เพราะหากถูกตัดงบฯในส่วนนี้ไปก็อาจไม่มีเงินเพียงพอในการจัดซื้อหนังสือใหม่ทดแทน โดยเฉพาะรายวิชาที่ปรับปรุงเนื้อหาซึ่งต้องซื้อใหม่ทั้งหมด โดยสัปดาห์หน้าจะประสานไปยังสำนักงบฯ เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว

“ยืนยันว่า ศธ. ยังคงเดินหน้านโยบายหนังสือยืมเรียนตามเดิม ไม่กลับลำ แต่เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปมีระบบ ประกอบกับปี 2561 สพฐ.มีการปรับปรุงหลักสูตร จึงต้องยืนยันของบประมาณเพื่อสนับสนุนค่าหนังสือเรียนปีงบประมาณ  2561 เต็ม100% ไปก่อน ไม่ใช่การยกเลิกนโยบายยืมเรียน  เพราะนโยบายนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อให้เด็กได้ฝึกวินัย รู้จักรักษาของ  ประหยัดงบประมาณ และจะได้นำงบประมาณที่เหลือไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนในส่วนอื่น ๆ ด้วย”เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

เพิ่ม “เสาพุ่มไม้จันทน์” ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279126

เพิ่ม “เสาพุ่มไม้จันทน์” ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

พระเมรุมาศ, เสาพุ่มข้าวบิณฑ์, พระหีบจันทน์, ลายครุฑ, เพิ่ม, เสาพุ่มไม้จันทน์

เพิ่มเสาพุ่มไม้จันทน์ลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เปรียบเสมือนพุ่มเงินพุ่มทองประดับซ้าย-ขวาพระโกศจันทน์ครั้งแรก เพื่อให้สมพระเกียรติอย่างสูงสุด คาดเสร็จกลางเดือนมิ.ย.นี้

       เมื่อวันที่ 25 พ.ค.60 ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า   ภาพรวมโครงสร้างพระเมรุมาศ และพระที่นั่งทรงธรรม แล้วดำเนินการไปแล้วกว่า  98%  ขณะที่ภาพรวมการก่อสร้างอยู่ที่ 55-60 % โดยโครงสร้างพื้นชาลา บันได และลิฟต์แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการปิดผิวและติดตั้งองค์ประกอบสถาปัตยกรรม  ประกอบด้วยฐานเทวดา เสา-รั้วราชวัตร ฐานสิงห์ บนฐานชาลาทั้งสามชั้น พระที่นั่งทรงธรรม อยู่ระหว่างการมุงหลังคาโดยเริ่มดำเนินการไปแล้ว กว่า 75%  กรุผนังและฝ้าเพดานภายนอกและภายในอาคาร

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

ส่วนองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วน และเริ่มส่งมาติดตั้ง ณ สถานที่ก่อสร้าง ด้านงานภูมิสถาปัตยกรรม เริ่มปรับผิวดินภายในบริเวณมณฑลพิธี และมีการประสานไปยังมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อขอยืมกังหันน้ำชัยพัฒนามาติดตั้ง และประสานขอความอนุเคราะห์ไม้ดัดอย่างไทยโบราณและเขามอจากวัดคลองเตยใน นอกจากนี้ ในส่วนของไม้ดอกสีเหลือง ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการหลวง โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี
“ส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างคือศาลาลูกขุนสาม แต่ได้มีการสร้างประกอบอยู่ที่โรงงาน เนื่องจากต้องใช้พื้นที่บริเวณโรงขยายแบบ ขยายลายในการก่อสร้างดังนั้น สิ้นเดือนมิถุนายนจะต้องรื้อโรงขายายแบบ ขยายลายเพื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการจัดสร้างศาลาลูกขุนสาม รางทหารกองเกียรติยศ และส่วนอาคารบริการรถพยาบาล และรถดับเพลิง สรุปงานที่เริ่มไปแล้วทุกอย่างมีความคืบหน้า  แม้ศาลาลูกขุนและถนนกลางยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ แต่ฝ่ายวิศวกรประเมิน แล้วว่า งานก่อนสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบพระเมรุมาศแล้วเสร็จ เกินกว่าแผนที่วางไว้ประมาณ 6%  เหตุที่ต้องเร่งทำเพื่อชดเชยเวลา หากมีอุปสรรคในช่วงหน้าฝน นอกจากนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ดำเนินการทุบรั้วพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เริ่มเข้าสู่กระบวนปรับหน้าดินทำถนน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีบวงสรวงการชักรากราชรถ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้”นายอนันต์ กล่าว

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

นายอนันต์ กล่าวต่อด้วยว่า ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศพระมหาพิชัยราชรถ ดำเนินการประดับกระจกส่วนองค์ระฆังแล้วเสร็จ 100% ดำเนินการประดับกระจกส่วนสันตะเข้และประดับแววส่วนหลังคาบุษบก ประดับกระจกส่วนหน้ากระดานชั้นเกริน ชั้นที่1 ด้านหลัง และด้านหน้าแล้วเสร็จ 100% ด้านพระที่นั่งราเชนทรยาน ช่างสิบหมู่ดำเนินการลอกผิวทองส่วนที่ชำรุดเสียหายออก สกัดลวดลายให้คมชัด และแกะลวดลายใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุด ดำเนินการทำพื้นรักเพื่อทำการปิดทอง ประดับกระจกส่วนหลังคาใหม่ตามลวดลายและสีเดิม เตรียมพื้นรักรอบสองในส่วนองค์ราเชนทรยานเพื่อดำเนินการปิดทองในลำดับต่อไป และเริ่มปิดทองในส่วนประกอบต่างๆ นอกจากนี้ ในส่วนของพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ดำเนินการจัดสร้างหุ่นโครงสร้างแล้วเสร็จ ขณะนี้เริ่มดำเนินการแกะสลักลายองค์ประกอบส่วนต่างๆ ส่วนราชรถปืนใหญ่ ดำเนินการจัดทำหุ่นไม้เข้าไปประกอบกับโครงสร้างราชรถปืนใหญ่ ทำการทดสอบการรับน้ำหนักของ ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารมื้อเย็นทุกวันๆ ละ 500  กล่อง แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาผู้ปฏิบัติงานพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งในพื้นที่ปฏิบัติงานท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ และสำนักช่างสิบหมู่  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
นายอนันต์ กล่าวต่ออีกว่า  สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่บริเวณที่มีการก่อสร้างพระเมรุมาศนั้น ได้มีการหารือกับกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ยกระดับ ความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยจัดเวรยามดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามบุคลคาภายที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เข้าออก ยกเว้นได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

(ซ้าย) พระพรหม (ขวา) พระนารายณ์

นายสุรัฐกิจ  พรีพงศ์ศิลป์ หัวหน้ากลุ่มจิตกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า ความคืบหน้าประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ อยู่ระหว่างการเก็บรายละเอียด  เทวดานั่ง อัญเชิญฉัตรและอัญเชิญบังแทรก 32 องค์ ทำพิมพ์แล้วเสร็จ  100%  และเขียนสีเสร็จแล้ว 4  องค์  เทวดายืนอัญเชิญฉัตรและอัญเชิญพุ่ม 12  องค์อยู่ระหว่างปั้นแต่งเก็บรายละเอียดต้นแบบ มหาเทพ ได้แก่ พระอิศวร (พระศิวะ) และพระอินทร์ อยู่ในระหว่างปรับแก้รายละเอียดเครื่องทรง พระนารายณ์ (พระวิษณุ) และพระพรหม อยู่ระหว่างดำเนินการเขียนสีองค์พระนารายณ์ใช้โทนสีม่วงอ่อน เพื่อให้เข้ากับพระพรหมและพระศิวะ สีที่ใช้จะผสมผสานระหว่างสีน้ำมันและสีอะครีลิคมา เพื่อให้ผิวกายมีความมันวาวกลมกลืน ไม่โดดจากกัน  ส่วนความคืบหน้าท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ ปั้นแล้วเสร็จ ท้าวธตรฐ อยู่ระหว่างจัดทำพิมพ์ยางซิลิโคน ส่วนท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก อยู่ระหว่างปรับแก้รายละเอียดเครื่องทรงส่วนองค์ครุฑ กำลังจะเข้าสู่กระบวนการเขียนสี โดยเบื้องต้นองค์ครุฑ และองค์พระพิฆเนศจะใช้โทนสีแดง  ซึ่งเป็นไปตามตำราโบราณกำหนดไว้  สัตว์ประจำทิศๆ ละ 1 คู่ ได้แก่ ช้าง ทิศเหนือ ดำเนินการปั้นแล้วเสร็จทั้ง 2 ตัว อยู่ระหว่างการประกอบ และดำเนินการปั้นส่วนฐานประกอบ ม้า ทิศตะวันตก และโค ทิศใต้ ดำเนินการเขียนสีแล้วเสร็จ 1 ตัว สิงห์ ทิศตะวันออก กำลังดำเนินการปั้นแต่งเก็บรายละเอียด และทำพิมพ์ยางซิลิโคน

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

ลงสีเทวดานั่ง

นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า ความคืบหน้าของงานสถาปัตยกรรมประกอบพระเมรุมาศนั้น ได้เริ่มการตกแต่งผิวพื้นพระเมรุมาศใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว  และอยู่ระหว่างตกแต่งบันไดคืบหน้าไปกว่า 80% ส่วนการติดตั้งแท่นตั้งเทวดานั่งและพนักกันตกอยู่ระหว่างดำเนินการ เริ่มทำไล่ไปตั้งแต่ราชวัตรชั้น 1 ชั้น 2 และ3 ตามลำดับ ขณะเดียวกัน ได้มีการติดตั้งนั่งร้านบริเวณพระเมรุมาศองค์ประธาน เพื่อเริ่มการติดตั้งชั้นเชิงกลอนและชั้นหลังคาต่างๆ รวมถึงกรุเสาของพระเมรุมาศ โดยเมื่อดำเนินการในส่วนนี้แล้วเสร็จจึงจะเริ่มการตกแต่งบุษบกซ่างและบุษบก หอเปลื้อง เป็นลำดับถัดไป
“การตกแต่งพระเมรุมาศมีความยากในทุกขั้นตอน แต่ได้พยายามประสานงานร่วมกันและแก้ไขปัญหาในระยะเวลาอันสั้นเพื่อให้สำเร็จสวยงาม สมพระเกียรติ แม้จะเจอภาวะฝนตกส่งผลกระทบบ้าง แต่ก็ได้มีการเตรียมการโดยใช้วัสดุที่กันน้ำ ทั้งไม้พลาสวูด  มีการทาน้ำยากันน้ำเคลือบผิวไม้อัด เพื่อไม่ให้ไม้ยืดตัว ขณะเดียวกัน จะใช้ไฟเบอร์กลาสมาช่วยในบางส่วนด้วย นอกจากนี้ ก็มีการทำหลังคาในบางจุดเพื่อกันความร้อนของแดดเพื่อให้ช่างสามารถทำงานได้”นายก่อเกียรติกล่าว

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

พระหีบจันทน์

ด้าน นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า ความคืบหน้าการจัดสร้างพระโกศจันทน์ ดำเนินการประกอบลวดลายฐานรองพระโกศจันทน์ หรือ พระหีบจันทน์ คืบหน้าไปแล้ว 65-70% ยังเหลือการผูกลายซ้อนไม้ในส่วนของลายครุฑ ซึ่งเป็นลายที่สำคัญและอยู่ระหว่างประกอบชิ้นส่วน ซึ่งพระหีบจันทน์ จะใช้ลายครุฑทั้งสิ้น 130 องค์ในแต่ละองค์ต้องประกอบชิ้นไม้ถึง 53 ชิ้น เท่ากับว่าในส่วนของลายครุฑจะใช้ชิ้นไม้ในการประกอบเกือบ 7 พันชิ้น

เพิ่ม "เสาพุ่มไม้จันทน์" ประดับข้างพระโกศจันทน์ครั้งแรก

แบบเสาพุ่มจันทน์ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์

นอกจากนี้ ในส่วนฝาพระหีบจันทน์ ซึ่งอยู่ระหว่างประกอบลวดลายเช่นกัน  ทางกรมศิลปากรได้มีการเพิ่มเสาพุ่มไม้จันทน์ ลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเปรียบเสมือนพุ่มเงินพุ่มทอง ประดับข้างซ้าย ขวา ของพระโกศจันทน์ โดยเสาพุ่มดังกล่าว จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อให้สมพระเกียรติอย่างสูงสุด และสื่อความหมายเป็นการถวายสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้คาดว่าจะประกอบลวดลายพระหีบจันทน์แล้วเสร็จกลางเดือนมิถุนายนนี้ จากนั้นจะอัญเชิญไปเก็บไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม  ก่อนอัญเชิญพระโกศจันทน์ ที่ขณะนี้จัดทำโครงสร้างเหล็กเสร็จเรียบร้อย100% อยู่ระหว่างเตรียมการบุตาข่ายลวดมายังโรงขยายแบบ เพื่อให้ทีมช่างจะเริ่มงานในส่วนการประกอบลวดลายพระโกศจันทน์  เบื้องต้นมีลายที่สำคัญ คือ ลายบัวกลีบขนุน และลายเทพพนม เป็นต้น

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก” ซูดาน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/278957

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก” ซูดาน”

ศักดา ปาโหดอดีตนายกสมาคมนักศึกษาไทยในซูดาน, ซูดาน,  ซูดาน, ศักดา ปาโหด, ศักดา

 ประเทศซูดาน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ลำบากด้อยการพัฒนา แต่ยังมีนักศึกษาไทยอยู่ที่นั้นถึง 500 คน ไปศึกษาด้านศาสนาและแพทย์

      “ศักดา ปาโหด” อดีตนายกสมาคมนักศึกษาไทยในซูดาน ปี 2013 ที่ศึกษาอยู่ที่ซูดาน เล่าถึงมุมมองของสังคมนักศึกษาว่าสมัยก่อน 200-300 ปัจจุบันเพิ่มเป็น 500 คน พักอาศัยอยู่ในหอพักนานาชาติ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอาหรับ อังกฤษในการสื่อสาร

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก" ซูดาน"

   “ศักดา” เป็นคนจังหวัดพังงา มาเรียนที่ซูดานเมื่อปี 2011 ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะอิสลามศึกษา เล่าว่าหลังจากที่มีนักศึกษามากขึ้นสังคมนักศึกษาก็กว้างขึ้น และส่วนใหญ่นักศึกษาไทยจะออกมาเช่าบ้านอยู่นอกหอ ปัจจุบันซูดานก็มีความเจริญด้านเทคโนโลยีมากขึ้น นักศึกษาทุกคนใช้โทรศัพท์ มีเฟสบุ๊ค ไลน์ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษสิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งช่องทางในการสื่อสาร

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก" ซูดาน"

   การดูแลของสถานเอกอัครราชทูตฯมีสถานกลสุลกิตติมศักดิ์ฯ เป็นตัวแทนในการช่วยเหลือและดูและนักศึกษาไทยในซูดานตลอดที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี นักศึกษาไทยในซูดานก็ยังหวังให้สถานทูตฯ เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้บริการด้านต่างๆ บ่อยครั้งขึ้น

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก" ซูดาน"

    ซูดานเป็นประเทศที่สงบ น่าอยู่และปลอดภัย คนซูดานมักจะให้เกียรติชาวต่างชาติมากเป็นพิเศษ และการใช้ภาษาของชาวซูดานก็ไกล้เคียงภาษาอาหรับกลางซึ่งเป็นผลประโยชน์กับนักศึกษาโดยตรง คนซูดานจิตใจดีงาม ถ่อมตน ไม่ทนงตน และที่สำคัญที่สุดสิ่งแวดล้อมของประเทศซูดาน มีสิ่งยั่วยุอารมณ์ให้หลงผิดน้อยมาก แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมี ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการศึกษาเป็นอย่างมาก

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก" ซูดาน"

    ท้ายสุดอยากบอกว่า การมองโลกในแง่ดี จะทำให้โลกน่าอยู่ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตาม นักศึกษาที่จบจากซูดานไปก็มีหน้าที่การงานที่ดีหลายด้านเหมือนกันเช่น เป็นอาจารย์สอนศาสนาในระดับมัธยมตลอดจนมหาวิทยาลัย เป็นเป็นล่ามภาษาอาหรับในโรงพยาบาลหรืแม้แต่ทำงานในสถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกับอนาคต

เปิดโลกมุสลิมมารู้จัก" ซูดาน"


“หมอธี”-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/278943

“หมอธี”-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง

หนังสือยืมเรียนแค่ทดลองใช้จริง62, หนังสือยืมเรียน, หมอธี, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ภตช, 1 ตุลาคม 2559- 30 กันยายน 2560, สพฐ, ศธ, สอศ, สช, กศน, สกอ, อนุสรณ์ ทาสระคู

เปิดเทอมได้ไม่ถึงสัปดาห์  ปลัดศธ.แจงนโยบายยืมเรียนปีนี้แค่ทดลอง ศึกษาวิธีการที่เหมาะสม ส่วนในปีการศึกษา 2562 หากใช้จริงงบฯซื้อหนังสือเรียนลดลงต้องนำไปพัฒนานร.

        ว่ากันว่า หลังจาก“หมอธี- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์”รัฐมนตรีว่าารกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ได้ประกาศนโยบาย”หนังสือยืมเรียน“เพื่อให้ใช้ทันเปิดภาคเรียน 16 พ.ค.ที่ผ่านมา“มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) ได้ออกมาระบุว่า นโยบายหนังสือยืมเรียนขัดรัฐธรรมนูณปี2560,คำสั่ง คสช 28/2559 และ ขัดต่อ พรบ.งบประมาณแผ่นดิน ปี พ.ศ.2560(1 ตุลาคม 2559- 30 กันยายน 2560)

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

     เพราะในการอนุมัติงบประมาณแผ่นดิน พ.ศ.2560 หมวด ค่าหนังสือเรียน ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มิได้มีคำว่าหนังสือให้ยืมเรียน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 157”

   แต่หน่วยงานในสังกัดที่จัดการศึกษาเรียนฟรี 15  ปี ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) รับผิดชอบจัดการศึกษาระดับอนุบาล-ม.6  โรงเรียนต่างๆก็ประชุมชี้แจงผู้ปกครองและดำเนินการตามนโยบาย

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

      ทว่าเมื่อเปิดเทอมไปได้เพียง 1 สัปดาห์ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกมาชี้แจงการดำเนินงานตามนโยบายหนังสือยืมเรียน ว่า  ปีการศึกษา 2560และ2561 นักเรียนยังคงได้รับหนังสือเรียนฟรี 100% เหมือนเดิม

      ส่วนนโยบายหนังสือยืมเรียนของสถานศึกษาในสังกัดศธ.อยู่ระหว่างการทดลองให้ยืมหนังสือเรียน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ปีนี้ จะเป็นการเตรียมความพร้อมและศึกษาแนวทางการให้ยืมหนังสือเรียน

      โดยในส่วนของปีการศึกษา 2561 ศธ. จะมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอน ดังนั้นงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อหนังสือเรียนในปี 2561 ก็ยังคงจัดซื้อ 100% ตามเดิม โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการได้ลงนามในหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เรื่อง โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในส่วนของรายการหนังสือเรียน เพื่อยืนยันว่าศธ. จะเสนอของบประมาณปี 2561 ในการสนับสนุนค่าหนังสือเรียน 100 % จำนวน 8,394,708,387 บาท

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

         แบ่งเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 5,239,693,200 บาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)1,425,843,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 1,274,543,300 บาท สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 392,873,900 บาท และโรงเรียนสาธิต ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 61,754,87 บาท

     โดยสพฐ.จะศึกษาระบบการให้ยืม การคืนหนังสือ การดูแลหนังสือ ของนักเรียน และการเก็บรักษาหนังสือ เพื่อหาคำตอบว่า การให้ยืมหนังสือที่เหมาะสม ควรจะทำอย่างไร มีหนังสือชำรุดเสียหายมากน้อยแค่ไหน และควรจะให้ยืมหนังสือเรียน และแบบฝึกหัดวิชาใด จำนวนเท่าไร และนำข้อมูลที่สำคัญมาใช้ประกอบการเสนอขอจัดตั้งงบประมาณในรายการค่าหนังสือเรียนในปีงบประมาณ 2562 ต่อไป

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

     ทั้งนี้ในปีการศึกษา 2562 หากต้องเข้าสู่นโยบายหนังสือยืมเรียนเต็มรูปแบบ ส่งผลให้งบฯซื้อหนังสือเรียนลดลงบางส่วน ในส่วนของงบฯที่ลดลง นพ.ธีระเกียรติ ได้ให้นโยบายว่า จะต้องนำไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรงเท่านั้น เช่น เรื่องการพัฒนาสื่อทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และดิจิตอลที่มีคุณภาพ นำไปใช้ในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตามสภาพจริง เป็นต้น

     คำถามคือว่่า แล้วโรงเรียนที่ดำเนินการไปแล้ว จะสับสนหรือไม่   “อนุสรณ์ ทาสระคู” ผอ.ร.ร.ทรายทองวิทยา อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่าตอนนี้ได้ดำเนินการตามนโยบายหนังสือยืมเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าในช่วงนี้เป็นการทดลองไปก่อนก็เห็นด้วย เพราะจะได้ประเมินสิ่งที่เหมาะสมกับสังคมไทยให้มากที่สุด

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

     โดยเฉพาะเด็กประถมศึกษาการให้ยิืมหนังสือเด็กๆคงทำได้ไม่ดีพอ หากต้องเอาหนังสือเรียนมาคืนในสภาพที่ยังใช้งานได้ และอาจจะสร้างภาระหากให้ผู้ปกครองต้องซื้อหนังสือคืน เพราะรัฐบาลมีนโยบายเรียนฟรีและจัดงบสำหรับอุปกรณ์การเรียน หนังสือ ชุดนักเรียนไว้แล้ว แต่อาจจะทำได้ในระดับมัธยมศึกษาที่มีความระมัดระวังในการดูแลหนังสือมากขึ้น

    นโยบายหนังสือยืมเรียนทำให้ครูและผู้ปกครองยุ่งยากและลำบากขึ้นหรือไม่ ครูผู้สอนโรงเรียนระดับประถมศึกษา ในกรุงเทพมหานคร รายหนึ่งบอกว่า  การยืมหนังสือเรียน โรงเรียนและครูต้องมาจัดระบบกันใหม่ ช่วยกันห่อปกหนังสือเรียน เพื่อดูแลให้อยู่ในสภาพที่ดีก่อนแจกให้แก่เด็ก เชื่อว่าในช่วงที่มีการส่งคืนหนังสือจะมีปัญหายุ่งยากแน่นอน ทั้งเรื่องของสภาพหนังสือ ชำรุด หรือหาย

"หมอธี"-ถอย.?หนังสือยืมเรียนแค่ทดลอง 

      พ่อแม่จะต้องมาลงทะเบียน และเซ็นรับทราบว่าหากลูกทำหนังสือหาย ชำรุดจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องซื้อใหม่ชดใช้คืน ที่ควบคุมได้ยากสุดคือ เด็กพิเศษเรียนร่วม ไม่สามารถบอกได้ว่าไม่ขีด ไม่เขียน หรือห้ามฉีกหนังสือได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรให้เด็กได้หนังสือเรียนฟรีติดตัวแบบเดิมดีแล้ว

     คงต้อรอดูกันต่อไปว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า แต่ละปีเราใช้งบประมาณซื้อหนังสือเรียนกว่า 5,000 ล้านบาท ถ้าปีต่อไป ซื้อทดแทน 20% จะประหยัดได้ 4,000 ล้านบาท 30% ประหยัดได้ 3,000 ล้านบาท ถ้าเราสามารถประหยัดเงินซื้อหนังสือเรียนได้เกิน 50% ขึ้นไป จะสามารถนำส่วนต่าง ไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดและซื้อสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดีขึ้นตรงนี้เป็นการให้เด็กได้เรียนฟรีด้วย จะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานได้รู้กัน

“อจท.”แจงปกหนังสือเรียน”เจตนาดี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279079

“อจท.”แจงปกหนังสือเรียน”เจตนาดี”

ตะวัน, นายตะวัน เทวอักษร, แก้ไข, ปกหนังสือ, แจง, ทำเต็มที่, เนื้อหาถูกต้อง, อจท, เจตนาดี, สพฐ, สัญลักษณ์, ตามคำสั่งของ ศธ ๐๔๐๑๐ว ๔๒๔๘

“อจท.”แจงทำปกหนังสือเรียนด้วยเจตนาดี  ยันเนื้อหาถูกต้อง ผ่านการตรวจ-อนุญาติจากสพฐ. ลั่นได้ดำเนินการเต็มที่แล้ว พร้อมรับผิดชอบเปลี่ยนหนังสือที่ต้องแก้ไขปก

          25 พฤษภาคม 2560  นายตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นาย ชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งให้ บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด ดำเนินการแก้ไขหน้าปกหนังสือเรียนเล่มที่เนื้อในได้มีการแก้ไขตามที่ สพฐ. ได้ตรวจและอนุญาตแล้ว เนื่องจากมีการติดสัญลักษณ์ที่อาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้าระหว่างสำนักพิมพ์ด้วยกัน ซึ่งต่อมาบริษัทฯ ได้ร่วมมือดำเนินการแก้ไขและได้ระงับการจำหน่ายหนังสือเล่มที่มีหน้าปกดังกล่าว พร้อมดำเนินการประสานงานกับร้านค้าและโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนหนังสือที่โรงเรียนให้เป็นเล่มใหม่ที่ไม่มี “สัญลักษณ์” บนปกตามคำสั่งของ สพฐ. ทุกประการแล้ว

“อจท.”แจงปกหนังสือเรียน"เจตนาดี"

นายตะวัน  เทวอักษร 

        “อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข่าวอย่างต่อเนื่องที่ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าหนังสือจากทางบริษัทฯ เป็นหนังสือที่ไม่ได้รับการแก้ไขเนื้อหา ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จนทำให้เกิดความสับสนกับครูและนักเรียนที่ได้รับหนังสือไปแล้ว เสมือนว่า อจท. ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำสั่ง สพฐ. และจำหน่ายหนังสือที่ไม่ได้มาตรฐานไปยังโรงเรียน”นายตะวัน กล่าว

“อจท.”แจงปกหนังสือเรียน"เจตนาดี"

          นายตะวัน กล่าวอีกว่า ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่าหนังสือทั้งหมดที่ได้จำหน่ายไป เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาถูกต้อง ได้รับการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้ได้จาก สพฐ. เพียงแต่อาจมีหนังสือบางเล่มที่มีสัญลักษณ์บนหน้าปกหลงเหลืออยู่ในท้องตลาดบ้าง ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ผ่านเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่ ร่วมกับร้านค้าทั่วประเทศ และมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ให้โรงเรียนได้รับทราบแล้ว และทางบริษัทฯ ยังคงแสดงความรับผิดชอบในการรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

“อจท.”แจงปกหนังสือเรียน"เจตนาดี"

          “อนึ่ง บริษัทฯ มีเจตนาที่ดีในการทำสัญลักษณ์บนหน้าปก ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะจากครู เพื่อป้องกันความสับสนในการคัดแยกระหว่างหนังสือเล่มเก่าที่ยังไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่กระจายอยู่ในตลาด กับหนังสือเล่มใหม่ที่แก้ไขเนื้อหาแล้ว แต่เมื่อ สพฐ. เห็นว่าจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า และแจ้งให้บริษัทฯ แก้ไขหน้าปก ทางบริษัทฯ ก็ให้ความร่วมมือและพยายามเต็มที่ที่จะดำเนินการการเปลี่ยนหนังสือให้เป็นหนังสือเล่มใหม่ให้แล้วเสร็จตามที่ สพฐ. ขอความร่วมมือมา ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แจ้งความคืบหน้าให้ สพฐ. ทราบอย่างต่อเนื่อง”กล่าวในที่สุด

ลำดับเหตุการณ์ของเรื่อง

20 ธ.ค. 2559

สพฐ. ออกคำสั่ง ศธ. ๐๔๐๑๐/ว ๔๒๔๘ ให้ทุกสำนักพิมพ์แก้ไขเนื้อหา

4 ม.ค. 2560

อจท. มีการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเรียน (ตามคำสั่งของ ศธ. ๐๔๐๑๐/ว ๔๒๔๘) และส่งต้นฉบับให้สำนักวิชาการ สพฐ. ตรวจ

17 ม.ค. 2560

เนื้อหาที่ปรับปรุงของ อจท. ได้รับการอนุมัติโดยถูกต้องจาก สพฐ. ครบทุกรายการ

ตั้งแต่ ก.พ. 2560

อจท. ทำ “สัญลักษณ์” บนปกเพื่อช่วยให้สถานศึกษาแยกแยะได้ว่าเล่มใดเป็นเล่มใหม่ที่แก้ไขเนื้อหาแล้ว เพื่อป้องกันไม่มีให้เล่มเก่าปะปนออกไป ไม่ให้ครูและนักเรียนสับสน

ต้น มี.ค. 2560

มีสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งไปร้องกับ สพฐ. ว่าการกระทำของ อจท. ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า

14 มี.ค. 2560

สพฐ. สั่งให้ อจท. นำสัญลักษณ์บนปกออก โดยบอกว่า “สัญลักษณ์” นั้นสร้างความสับสนแก่สำนักพิมพ์อื่นและสถานศึกษา ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า

16 มี.ค. 2560

อจท. แก้ไขตามที่ สพฐ. สั่งมาทุกประการ

มี.ค.-พ.ค. 2560

อจท. ดำเนินการประสานงานกับร้านค้าและโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนหนังสือที่โรงเรียนให้เป็นเล่มที่ไม่มี “สัญลักษณ์” บนปก (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ 2)

เอกสารแนบ 2. การดำเนินการซึ่ง อจท. ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างเต็มที่

14 มี.ค. 60

– อจท. หยุดการส่งสินค้า

16 มี.ค. 60

– แจ้งร้านค้าให้ระงับการจัดส่ง

– แจ้งสถานศึกษาให้นำหนังสือที่ปกมีสัญลักษณ์มาเปลี่ยน

– อจท. เริ่มส่งตัวแทนบริษัทไปประสานงานร้านค้าและสถานศึกษาในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้นำหนังสือมาเปลี่ยน

16 มี.ค. – ปัจจุบัน

– มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ให้สถานศึกษานำหนังสือมาเปลี่ยน

– มีการเปลี่ยนหนังสือไปแล้ว จำนวนมาก และยังทยอยมาอย่างต่อเนื่อง

20 มี.ค. 60

– เริ่มส่งสินค้าใหม่ ให้กับร้านค้าและสถานศึกษา

– ร้านค้าและสถานศึกษา เริ่มส่งสินค้ามาเปลี่ยน

25 เม.ย. 60

– อจท. แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการให้ สพฐ. ทราบ ครั้งที่ 1

9 พ.ค. 60

– ส่งจดหมายแจ้งร้านค้าอีกครั้ง เพื่อย้ำให้ร้านดำเนินการเปลี่ยนหนังสือ

– ส่งจดหมายให้กับสถานศึกษาที่ซื้อตรงกับบริษัท เพื่อดำเนินการเปลี่ยนหนังสือ

15 พ.ค. 60

– ลงโฆษณาใน นสพ. มติชน ให้สถานศึกษานำหนังสือมาเปลี่ยน

16 พ.ค. 60

– ลงโฆษณาใน นสพ. ไทยรัฐ ให้สถานศึกษานำหนังสือมาเปลี่ยน

17 พ.ค. 60

– อจท. แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการให้ สพฐ. ทราบ ครั้งที่ 2

น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279043

น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  25 พ.ค. 2560ร.ร.ปิด 1 วันหลังฝนตกหนักน้ำท่วมขัง สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.โรงเรียน กำชับทำตามแนวปฏิบัติ

นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะโฆษก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ตามที่มีฝนหนักต่อเนื่องในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาส่งผลให้เช้านี้ หลายเส้นทางในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขัง กระทบต่อการเดินทางมาเรียนของนักเรียน ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งแจ้งประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว เป็นเวลา 1 วันในวันที่ 25 พ.ค.นี้

 น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.

เช่น โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)  โรงเรียนอมาตยกุล โรงเรียนสตรีวิทยา2 และโรงเรียนราชวินิตบางเขน

อย่างไรก็ตาม กรณีเกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษา เป็นดุลยพินิจของผู้อำนวยการสถานศึกษาในการสั่งปิดการเรียนการสอนได้ไม่เกิน 7 วันโดยไม่ต้องแจ้งให้ สพฐ.ทราบ
 น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.
โฆษก สพฐ.กล่าวต่อไปว่า สพฐ.มีความห่วงใยในสถานการณ์ น้ำท่วม และปัญหาสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560  นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ.ได้มีหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทั่วประเทศ

 น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.

โดยกำชับให้มีการแนะนำทั้งการให้ความรู้ การติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ติดตามสถานการณ์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปฏิบัติตามศูนย์แจ้งเตือนภัย

รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่เชื่อถือได้  มีการประเมินสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้เลวร้ายและรุนแรงที่สุดเพื่อเพื่อความไม่ประมาท และเพื่อจะได้เตรียมความพร้อมได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน

 น้ำท่วม-ปิดร.ร.สพฐ.ย้ำเป็นดุลยพินิจ ผอ.

ให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าหากเกิดความไม่ปลอดภัยขณะนักเรียนเดินทางไป-กลับ ระหว่างบ้านและโรงเรียนหรือขณะอยู่ที่โรงเรียน ให้สั่งปิดโรงเรียนและไปสอนชดเชยให้เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งการรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

วันนี้ในอดีต 25พ. คลองดำเนินสะดวกเปิดใช้งานครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/279038

วันนี้ในอดีต 25พ. คลองดำเนินสะดวกเปิดใช้งานครั้งแรก

คคลองดำเนินสะดวก, วันนี้ในอดีต, 25พ

วิถีชีวิตของคนไทยในอดีตมีความผูกพันกับสายน้ำเป็นแหล่งกำเนิดต่างๆ อาหาร อาชีพ และการเดินทาง คลองดำเนินสะดวก เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลองเข้าด้วยกัน

     คลองดำเนินสะดวกเป็นสายน้ำหนึ่งแม้เวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่สายน้ำแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดต่างๆไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลองเข้าด้วยกัน ในอดีตคลองดำเนินสะดวกมีชื่อที่เรียกกันว่า โคกไม้ไผ่ หรือปัจจุบันคือตำบลโคกดอนไผ่

     คลองดำเนินสะดวกได้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.2409 จากพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระราชดำริ เห็นว่าการคมนาคมที่ไปมาระหว่างพระนครกับสมุทรสาครมีคลองภาษีเจริญที่ทำการสัญจรไปมาได้สะดวก แต่ถ้ามีคลองระหว่างกรุงเทพฯ สมุทรสงคราม และราชบุรีก็จะสะดวกขึ้นมาก อาศัยแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีนเป็นสื่อกลางในการขุดคลองเชื่อม

         หลังจากนั้นรัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ฝ่ายๆต่างๆขุดคลองที่เชื่อมจากแม่น้ำท่าจีนเริ่มจากปากคลองบางยาง จ.สมุทรสาครกับแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ในการขุดคลองนั้นใช้กำลังทหาร ข้าราชการ ชาวบ้าน และชาวจีนในการร่วมกันขุด โดยใช้กำลังคนล้วนๆ ใช้วิธีขุดระยะหนึ่งแล้วเว้นไว้ระยะหนึ่ง ให้น้ำเซาะดินที่ไม่ได้ขุดให้พังไปเอง

        เมื่อขุดคลองเสร็จแล้วจึงนำแผนทูลเกล้าถวายรัชกาลที่ 4 ซึ่งทรงเห็นว่าเป็นคลองที่มีเส้นตรง ได้รับความสะดวกในการสัญจร จึงพระราชทานนามคลองที่ขุดใหม่ว่า “คลองดำเนินสะดวก” ได้ทำพิธีเปิดใช้คลองนี้ เมื่อวันจันทร์เดือน 7 ขึ้น 4 ค่ำ จ..1230..87 ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤษภาคม พ..2411

ขอบคุณข้อมูล https://th.wikipedia.org

22 อาชีวะรัฐ-เอกชนสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/278947

22 อาชีวะรัฐ-เอกชนสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี

ไทยแลนด์ 40, สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี, ทวิภาคี, อาชีวะ, 22, สอศ, Excellent Model School, S-Curve, Value Base Economy

สอศ. เพิ่มอาชีวะรัฐ-เอกชน 22 แห่ง ร่วมเป็นสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ เดินหน้ายกระดับสถานศึกษาใน 2 มิติ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

            ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการจัดและพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) เพื่อเฟ้นหาสถานศึกษาที่มีความโดดเด่น และเชี่ยวชาญในการผลิตและพัฒนากำลังคนเฉพาะทางที่ได้     คุณภาพและมาตรฐาน ภายใต้การจัดการศึกษาในรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ตามโครงการสานพลังประชารัฐด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพ หรือ E2 พบว่ามีสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวนมาก  สอศ. จึงได้พิจารณาสถานศึกษาตามเกณฑ์กำหนดในการคัดเลือกอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพื่อให้เป้าหมายของการดำเนินงานในการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษา สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve) และ ไทยแลนด์ 4.0  การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ (Value Base Economy) หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีสถานศึกษาเพิ่มเติมอีกจำนวน 22 แห่ง เป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ 21 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 1 แห่ง ปัจจุบันจึงมีสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) รวมจำนวนทั้งสิ้น 68 แห่ง  โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 14 บริษัท

เลขาธิการ กอศ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สอศ. ดำเนินการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีควบคู่ใน 2 มิติ คือ มิติเชิงปริมาณ โดยในปี 2560  บริษัทมีเป้าผู้เรียนตามแผนที่สำรวจจำนวน 13,184 คน และมิติเชิงคุณภาพ อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำมาตรฐานสถานศึกษาที่จะใช้ในการประเมินสถานศึกษาตามโครงการฯ รวมถึงการพัฒนาต่อยอด  สู่สาขาอื่น ๆ พร้อมทั้งยกระดับความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และเหมาะสมกับภาคธุรกิจด้วย