“สมบัติ”ลาออก !!! ทิ้งเก้าอี้นายกสภา”มรภ.เชียงราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277974

“สมบัติ”ลาออก !!! ทิ้งเก้าอี้นายกสภา”มรภ.เชียงราย

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, ลาออก, สมบัติลาออก, สมบัติ, คสช

“ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์”ประกาศลาออก จาก“นายกสภา มรภ.เชียงราย” กลางที่ประชุมสภาวันนี้(19พ.ค.60) เชื่อปลดล็อก!! เก้าอี้อธิการบดี”มวล.”

          รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์  อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผย “เวบไซด์คมชัดลึก” ว่า วันนี้ (19พ.ค.2560) ในการประชุมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครั้งที่ 5/2560 ในช่วงท้ายของการประชุมสภาฯปรากฏว่า ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายกสภาฯมรภ.เชียงรายได้ประกาศลาออกเวลาประมาณ 12.00 น. เมื่อตนรู้ข่าวก็รู้สึกตกใจมาก  แต่ถ้าให้วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการลาออกจากนายกฯสภามรภ.เชียงราย น่าจะมาจากปัญหาที่  ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.)

"สมบัติ"ลาออก !!! ทิ้งเก้าอี้นายกสภา"มรภ.เชียงราย

          “อีกทั้ง ยังเป็นการขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  เรื่องคุณสมบัติการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง และเป็นอธิการบดีอีกด้วย   ทำให้ตำแหน่งอธิการบดี มวล.ไม่ได้รับการเสนอโปรดเกล้าฯ และยังขัดข้อบังคับ มวล.ที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าอธิการบดีมวล.จะต้องปฏิบัดิหน้าที่เต็มเวลา  นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ศ.ดร.สมบัติ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา มรภ.เชียงราย ในครั้งนี้”รศ.ดร.วีรชัย ตั้งข้อสังเกตุ

"สมบัติ"ลาออก !!! ทิ้งเก้าอี้นายกสภา"มรภ.เชียงราย

          ทั้งนี้ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มาตั้งเดือนมกราคม 2559 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขณะเดียวกัน ยังนั้งเก้าอี้นายกสภามหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ที่ประกาศลาออก

"สมบัติ"ลาออก !!! ทิ้งเก้าอี้นายกสภา"มรภ.เชียงราย

          ดังนั้นเมื่อ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ลาออกจากเก้าอี้นายกฯมรภ.เชียงราย แล้วก็ยังขาดคุณสมบัติในการได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นอธิการบดี มวล. เพราะตามคำสั่ง คสช. ม.44 กำหนดให้ผู้จะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐจะดำรงตำแหน่งสภามหาวิทยาลัยในคราวเดียวกันไม่ได้

อีก 3-4 ปี ระบบสาธารณสุขไทยพังพินาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277966

อีก 3-4 ปี ระบบสาธารณสุขไทยพังพินาศ

บัตรทอง, อีก, 3-4, ปี, อาจารย์แพทย์, สปสช

“อาจารย์แพทย์”หวั่นระบบสาธารณสุขไทย ไม่แก้ไขอีก 3-4 ปีพังพินาศ จี้ปรับปรุงระบบบริหารจัดการงบฯของสปสช.

       เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2560 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาระบบสาธารณสุข ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าระบบจะพังพินาศความหวังที่จะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ก็เกิดไม่ได้ เรื่องการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคไม่ประสบความสำเร็จ คนยังป่วยไม่มากเมื่อไปพบแพทย์ต้องรอนาน ก็เกิดไม่อยากไปพบแพทย์อีก จะกลับมาเมื่อป่วยหนัก ทำให้สภาพแออัด เต็มไปด้วยผู้ป่วยหนัก เงินไม่เพียงพอ เมื่อไม่พอใจผลการรักษาก็นำมาสู่วงจรการฟ้องบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้บุคลากรลาออกจากระบบราชการ

ส่วนหนึ่งของปัญหาเนื่องจากในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมามีการตั้งองค์กร ส.จำนวนมาก แต่ก็เห็นแล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จ และมีปัญหาเกิดขึ้น อย่างเช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ที่บริหารจัดการระบบสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง มีการกำหนดกลุ่มโรค ระบุโรคนี้ต้องตรวจอะไรบ้าง รักษาอย่างไร ด้วยเงินเท่าไหร่ หากให้การรักษาไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ก็ไม่สามารถเบิกเงินจากสปสช.ได้ เพราะถือว่าไม่มีข้อบ่งชี้ในการรักษา สมมติ ขอเบิกค่ารักษาไป 100 บาท อาจได้เงินคืนมาเพียง 50 บาท ในวงการเรียกว่าชักดาบ

“ปัจจุบันในหลายๆ โรงพยาบาลจำเป็นต้องจ้างกลุ่มคนมาทำรายงานเฉพาะเพื่อให้เบิกเงินค่ารักษาจาก สปสช.ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ในสถิติโรคแห่งชาติผิดเพี้ยนไป การบริหารของสปสช.แบบนี้เป็นระบบปลายปิด ในขณะที่โรงพยาบาลต้องให้การรักษาด้วยแนวทางที่ดี และเหมาะสมกับคนไข้ ไม่ใช่การรักษาเหมือนๆ กันแบบเหมาโหล” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
ศ.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยโดยเฉพาะในส่วนของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีสปสช. ทำหน้าที่บริหารจัดการ ซึ่งทราบว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ส่วนตัวมองว่าในการแก้ปัญหาอาจไม่จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากปัญหาหลักที่ผ่านมาอยู่ที่การบริหารจัดการของสปสช. ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ  เช่น ตัวเลขจากนักวิจัยท่านหนึ่งพบว่า 2 ปีก่อนโรงพยาบาลขาดทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันสปสช.มีการใช้เงินที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยราวๆ 1 หมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน รวมถึงงบบริหารจัดการของสปสช.แม้จะบอกว่าใช้เพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ของงบที่ได้รับ แต่ก็เป็นเงินราว 1.6 พันล้านบาท ดังนั้นในการบริหารจัดการงบประมาณควรให้ความสำคัญกับคนไข้ที่นอนเตียงเป็นอันดับแรก หากงบในส่วนนี้ยังไม่พอก็ไม่ควรแยกงบประมาณเป็นกองทุนย่อยต่างๆ

 “สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาตอนนี้ต้องมองว่าจะเพิ่มงบประมาณให้ร้อยละ 4 ทุกปี แต่มีการคำนวณโดยนักวิชาการพบว่าถ้าให้ในอัตรานี้อีก 10 ปี งบสำหรับประกันสุขภาพส่วนนี้จะคิดเป็นร้อยละ 25 ของจีดีพี ถามว่าถึงเวลานั้นใครพังพินาศ ประเทศหรือเปล่า หรือจะเลือกทางออกด้วยการให้คนรวยต้องจ่ายค่ารักษาเองอย่างสมเหตุผล หรือจะเลือกปรับปรุงการบริหารจัดการของสปสช.ใหม่ในหลายๆ เรื่อง” ศ.นพ.อภิวัฒน์กล่าว

“หมอธี” ตกใจ”หมออุดม” ลาออก แต่เข้าใจทำเพื่อส่วนรวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277954

“หมอธี” ตกใจ”หมออุดม” ลาออก แต่เข้าใจทำเพื่อส่วนรวม

มหาวิทยาลัยมหิดล, หมอธี, ตกใจหมออุดม, ลาออก, หมออุดม, มม

“หมอธี” ต่อสายตรงถึง “หมออุดม” หลังรู้ข่าวลาออกอธิการ มม.รับตกใจ แต่เคารพในการตัดสินใจ เป็นสิทธิ ชี้ส่วนตัวมองว่าเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานที่ยึดส่วนรวมเป็นหลัก

          จากกรณีที่ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี มม. กลางที่ประชุมสภา มม. ซึ่งที่ประชุมก็ได้พิจารณาและมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ลาออกโดยมีผลในวันที่ 1 ส.ค.2560 นั้น

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ แล้วได้โทรศัพท์ไปคุยกับศ.คลินิก นพ.อุดม  ซึ่งเมื่อได้รับฟังคำชี้แจง ก็เคารพในการตัดสินใจ เพราะเป็นสิทธิ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานที่เอาส่วนรวมเป็นหลัก เพราะการบริหารมหาวิทยาลัยโดยที่รองอธิการบดีทั้ง 13 คนลาออก ซึ่งแม้จะให้ทั้ง 13 คนรักษาการในตำแหน่งรองอธิการบดี 1 เดือน เพื่อให้ไปตัดสินใจอีกครั้งว่าจะกลับมาทำงานหรือไม่ ซึ่งทั้ง 13 คนได้ตัดสินใจแล้วว่าไม่กลับมา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้ ศ.คลินิก นพ.อุดมไม่สามารถบริหารงานต่อไปได้
“เหลือเวลาอีก 1 ปีกว่าจะครบวาระ จะให้ทู่ซี้ทำงานคนเดียวได้อย่างไร จะทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องลาออกทั้งทีม เพื่อหาคนใหม่มา จะได้ทำงานครบเทอม ดังนั้นการที่ ศ.คลินิก นพ.อุดม ตัดสินใจลาออก ผมมองว่าเป็นการเซฟมหิดลไว้ แต่ถ้าถามว่าผมเสียดายหรือไม่ ก็ยอมรับว่าผมเสียดายและตกใจ  แต่ในส่วนที่ท่านเป็นประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา นั้น ตรงนี้ได้คุยกันแล้วว่ายังคงช่วยงานผมอยู่เช่นเดิม”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

นักสะสม “แสตมป์” ห้ามพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277949

นักสะสม “แสตมป์” ห้ามพลาด

ครบรอบ 80 ปี, สวนสุนันทา, นักสะสม, แสตมป์, ห้ามพลาด, ปณท, 10 ดวง

เปิดตัวตราไปรษณียากร ที่ระลึกครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

       บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดตัวตราไปรษณียากร ที่ระลึกครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นำเสนอภาพพระตำหนักสายสุทธานภดล ที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรือนมนิลา พร้อมตราสัญลักษณ์ 80 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ในราคาดวงละ 3 บาท เต็มแผ่น 30 บาท (10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่าย ภาพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวี 11 บาท และอัลบัมชีทชุดพิเศษ 80 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2831 3856 ไลน์ไอดี @stampinlove หรือเว็บไซต์ ww.facebook.com/stampinlove2011

นักสะสม "แสตมป์" ห้ามพลาด

นักสะสม "แสตมป์" ห้ามพลาด

นักสะสม "แสตมป์" ห้ามพลาด


รมว.สธ.มั่นใจ 8,792 ตำแหน่งพยาบาล เข้าครมสัปดาห์หน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277946

รมว.สธ.มั่นใจ 8,792 ตำแหน่งพยาบาล เข้าครมสัปดาห์หน้า

เสนอขรกพยาบาล, เสนอตำแหน่งขรก, พยาบาล, รมวสธมั่นใจ, 8792, ตำแหน่งพยาบาล, เข้าครมสัปดาห์หน้า, รมวสธ, 18 พฤษภาคม 2560, ปีงบประมาณ2560-2562

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอขอตำแหน่งข้าราชการพยาบาล 8,792 ตำแหน่ง ตามที่ คปร.เห็นชอบ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้าแน่นอน

      หลังจากที่ได้เข้าพบและปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออกการขอตำแหน่งข้าราชการใหม่ ให้กับพยาบาลลูกจ้างที่ยังรอการบรรจุ  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า ท่านรองนายกฯ ได้พิจารณาถึงความจำเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องให้บริการที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพแก่ประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพจึงได้เห็นชอบให้มีการทบทวนมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ตามที่รมว.สธ.เสนอ และได้ประชุม คปร. เพื่อให้มีการพิจารณาอีกครั้งเมื่อวานนี้ (18 พฤษภาคม 2560) ซึ่งคปร.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข ทบทวนข้อเสนอในการขออัตราเพิ่มใหม่ จำนวน 8,792 ตำแหน่ง โดยมีเงื่อนไขให้กระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงประสิทธิภาพ และทำแผนกำลังคน เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว ซึ่งตนได้กำชับให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตามเงื่อนไขของ คปร. ดังกล่าว

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล  กล่าวต่อว่า หลังจากที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ยังขาดแคลนกำลังคน โดยเฉพาะพยาบาล เป็นปัญหาวิกฤตเร่งด่วน ต้องได้รับการแก้ไขภาวะสมองไหลที่เกิดขึ้น ทำให้กระทรวงไม่สามารถขยายบริการที่จำเป็นรองรับประชาชนได้ และพิจารณาถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากไม่สามารถรักษาพยาบาลไว้ในระบบจะเป็นปัญหารุนแรงในอนาคต ได้แก้ไขปัญหา 2 แนวทางพร้อมกัน คือการขอกำหนดตำแหน่งพยาบาลเพิ่มใหม่ในครั้งนี้ และแนวทางที่บรรลุผลสำเร็จไปแล้วคือการทำให้พยาบาลมีความก้าวหน้า และแก้ไขเยียวยาให้เงินเดือนไม่ตัน ส่วนการบริหารจัดการกระบวนการทำงาน ให้ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของพยาบาล เช่นการใช้ผู้ช่วยพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ธุรการหอผู้ป่วย เป็นต้น

“ขอย้ำว่า การบรรจุพยาบาลในครั้งนี้ ท่านนายกเข้าใจถึงความจำเป็นในการขอเพิ่มตำแหน่งข้าราชการพยาบาล โดยใช้อัตราว่างของกระทรวงฯ 2,200 คน บวกกับที่ขอใหม่ 8,792 คน บรรจุใน 3 ปี ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เป็นการยืนยันว่าเป็นการบรรจุครั้งใหญ่มากของพยาบาล ซึ่งทำให้การรอบรรจุสามารถหมุนได้ใน 3 ปี (ปีงบประมาณ2560-2562) และคิดว่าในอนาคตการบรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการจะมีปัญหาน้อยลง เพราะได้มองไปข้างหน้าแล้วว่าตำแหน่งเกษียณ และการเพิ่มใหม่สมดุลกันพอดี จะเพิ่มใหม่ก็ไม่มาก จะใช้อัตรากำลังที่เหมาะสมกับภาระงาน และพยายามจะลดทอนงานของพยาบาล โดยจัดผู้ช่วยพยาบาลให้ทำงานแทน ซึ่งตอนนี้กระทรวงก็ได้ดำเนินการแล้ว”รมว.สธกล่าว

มาตรวจกันเถอะ “ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277921

มาตรวจกันเถอะ “ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์”

มาตรวจกันเถอะ, ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์, มจธ, HIV, syphilis, Chlamydia, gonorrhea, Herpes simplex virus type II, point-of-care test, lab-on-a-chip, วันนักประดิษฐ์, immunoassay, microfluidic chip,  2ไมโครลิตร, หรือแอพพลิเคชั่น

รู้ก่อนจะสาย “มจธ.” ผลิต“ชุดตรวจอย่างง่ายสำหรับตรวจวัดปริมาณแอนติบอดี้ต่อเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสในเลือดฯ” คัดกรองผู้ป่วยโรคเอดส์ พกพาง่าย สะดวก ใช้่ได้ทุกที่

       แนวทางหนี่งที่ช่วยชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสเอชไอวี(HIV)คือการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยเชื้อเอชไอวี รวมทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เนื่องจากโรคเหล่านี้มักไม่มีอาการที่จำเพาะเจาะจง และการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส(syphilis),หนองในเทียม(Chlamydia),หนองในแท้(gonorrhea)หรือเริมอวัยวะเพศ(Herpes simplex virus type II)จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่และติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น3 – 11เท่า ดังนั้น   การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องแม่นยำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

     โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ซึ่งจะได้รับผลกระทบร้ายแรงต่อแม่และลูกในครรภ์หากไม่ได้รับการตรวจ และดูแลรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที ปัจจุบันการตรวจโรคดังกล่าวจะทำเฉพาะในห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาล หรือคลินิกขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง และเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกล ดังนั้นการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้สารคัดหลั่งของร่างกายสำหรับการตรวจหาเชื้อ อาทิ เลือด น้ำลาย ในปริมาณน้อยมาก ใช้ระยะเวลาในการวินิจฉัยน้อย แต่มีความแม่นยำสูงนี้ มีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในประชากร

มาตรวจกันเถอะ "ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์"

         การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น ณ จุดดูแลผู้ป่วย(point-of-care test)สามารถส่งเสริมการดูแลและควบคุมโรคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรและห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาค หรือห้องปฏิบัติการบนชิป(lab-on-a-chip)จึงมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในชุมชนที่อาศัยห่างไกล เนื่องจากเทคโนโลยีนี้มีขนาดเล็ก ราคาถูก พกพาง่าย ทำงานได้อัตโนมัติ จึงสามารถลดระยะเวลาในการรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจดำเนินการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที และสามารถป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดต่อได้

ดร.ทัศนีย์วรรณ ลักษณะโสภิณ อาจารย์จากหลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.)ผู้ได้รางวัลระดับดีเด่น ประเภทผลงานวิทยานิพนธ์ งาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี2560เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาคสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคในพื้นที่ทุรกันดาร กล่าวว่า ชุดตรวจอย่างง่ายสำหรับตรวจวัดปริมาณแอนติบอดี้ต่อเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสในเลือดโดยใช้เทคนิคการทดสอบการคัดกรองแอนติบอดี(immunoassay)บนไมโครฟลูอิดิกชิพ(microfluidic chip)นี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีระบบของไหลจุลภาคที่มีราคาถูก พกพาง่าย ใช้วัสดุที่สามารถผลิตได้ง่าย แต่สามารถให้ผลการตรวจที่มีความแม่นยำสูงเช่นเดียวกับการตรวจในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล ทั้งยังสามารถตรวจคัดกรองโรคได้มากกว่า1โรคในเวลาเดียวกันจากเลือดปริมาณน้อย(< 2ไมโครลิตร)และให้ผลตรวจภายในเวลาเพียง15นาที อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายต่อการตรวจต่อครั้งในการเปลี่ยนแผ่นทดสอบประมาณ200-300บาท นับว่ายังมีราคาสูงสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย

มาตรวจกันเถอะ "ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์"

ดร.ทัศนีย์วรรณ ลักษณะโสภิณ

ชุดตรวจนี้พัฒนาให้มีการใช้งานที่ง่าย คล้ายคลึงกับเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดหรือตรวจเบาหวานที่บุคคลทั่วไปสามารถตรวจได้ด้วยตนเอง โดยการออกแบบให้ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ไม่ซับซ้อน ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และอุปกรณ์มีขนาดเล็ก เชื่อมต่อกับโปรแกรม(หรือแอพพลิเคชั่น)ในสมาร์ทโฟนที่สามารถช่วยในการเก็บข้อมูลด้านสาธารณสุขของภาครัฐได้อีกด้วย โดยชุดตรวจนี้ได้ทดสอบการใช้งานจริงโดยพยาบาลและเจ้าหน้าที่คลินิกในประเทศรวันดา และให้ผลการทดสอบที่ได้มีความแม่นยำใกล้เคียงกับชุดทดสอบอื่นๆ รวมถึงการอ่านผลการทดสอบที่ได้ เป็นไปโดยง่ายและสะดวกรวดเร็ว และผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะการใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการมาก่อน ชุดทดสอบนี้สามารถพัฒนาและปรับปรุงต่อให้ตรวจโรคอื่นๆ ที่เป็นโรคไม่ติดต่อได้ ด้วยการเปลี่ยนแอนติเจนและแอนติบอดี้ของชุดตรวจเป็นชนิดที่จำเพาะเจาะจงต่อโรคนั้น

มาตรวจกันเถอะ "ชุดตรวจคัดกรองโรคเอดส์"


ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277675

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

เพร, ดรพิษณู  ตุลสุข, นายชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์, ล๊อกสเปก, เพราะการสมัตรต้องมี, เก้่าอี้เลขาธิการ สกสค ทำให้, ที่มาจาก, ลือหึ่ง, ล็อกสเปก, เก้าอี้เลขาธิการสกสค, สร้างรายได้, สกสค, ดรพิษณุ ตุลสุข, ศธ, นายสันติ รุ่งสมัย, นายสมมาตร์ มีศิลป์, ระหว่างวันที่ 2-16 พค2560, เลขาธิการ สกสค, คณะกรรมการกลั่นกรองฯ,

ภายในเดือนพ.ค.2560 นี้ จะได้รู้กันว่าใครคือผู้นำคนใหม่ในองค์การที่”สร้างรายได้”ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ทว่า…ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

          เปิดรายชื่อผู้ชิงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ไปเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2560 มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 4 ราย คือ “ดร.พิษณุ ตุลสุข”รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. “นางผานิตย์ มีสุนทร” อดีตรองปลัด ศธ. ที่ปรึกษาองค์การค้าของสกสค.“นายสันติ รุ่งสมัย” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ที่ปรึกษา สกสค.และ “นายสมมาตร์ มีศิลป์”อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์

          ขั้นตอนหลังจากปิดรับสมัคร(ระหว่างวันที่ 2-16 พ.ค.2560)คณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบและคัดเลือกบุคคลบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเลขาธิการสกสค.ที่มี”ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์“ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน จะทำหน้าที่พิจารณาประวัติ  ผลงาน และวิสัยทัศน์ ผู้สมัครชิง”เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ตามเอกสารที่เสนอมา เพื่อนำเสนอชื่อให้”บอร์ด สกสค.”เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการ สกสค.” ภายในเดือนพ.ค. 2560

          ว่ากันว่าเงื่อนไขการเสนอรายชื่อ ไม่เกิน 3 คน ส่วนจะเสนอทั้ง 3 คน ให้บอร์ดคัดสกสค.คัดเลือกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ“คณะกรรมการกลั่นกรองฯ”ชุดที่มี“ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์”เป็นประธาน  อีกทั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นข้าราชการจะต้องลาออกจากราชการก่อนที่จะมีการแต่งตั้งเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลา

         จับจ้องไปที่ การออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้การดำเนินการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

          เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2560 อาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 16 เมษายน พุทธศักราช 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2560 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า

          คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2558 ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2560 จึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามเอกสารที่แนบ http://www.otep.go.th/admin/assets/cdn/files/vvLIOf1saB_1494216300.pdf และ http://www.otep.go.th/admin/assets/cdn/files/tMTRAy3qV5_1494216300.docx

           ตามประกาศ คสช.ที่ 17/2560 ข้อ 2 (3) กำหนดให้“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” ออกหลักเกณฑ์”ต่างๆ เพิ่มเติมได้ แต่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 4(1) กำหนดให้ กรรมการ สกสค. ต้องเซ็นรับรองผู้ถูกเสนอชื่อสมัครตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. นั้นหมายถีง “การล๊อกคนอื่นทำให้สมัครไม่ได้” หรือเป็นการ “ล๊อกสเปก” เพื่อเอื้อต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่งที่ถูกเสนอชื่อนั่นเอง

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ดร.พิษณุ  ตุลสุข

           ความไม่ชอบมาพากล เริ่มตั้งแต่หลังการออกประกาศรับสมัคร“เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ปรากฏว่าได้รับความสนใจจาก นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านประสพการณฺ์บริหารองค์กรกึ่งรัฐและรัฐวิสาหกิจมาอย่างโชกโชนและประสพความสำเร็จ แต่ดูเหมือนว่า ความฝันของคนเหล่านี้ “ดับลง” เพราะการสมัตรต้องมี”บอร์ดสกสค.”เซ็นรับรอง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้จำนวนผู้ถูกเสนอชื่อเหลือเพียง 4 คน ทั้งที่มีคนในใจต้องการสมัครชิงเก้าอี้เลขาธิการ สกสค. ไม่น้อยกว่า 30 คน

           เมื่อตรวจสอบรายชื่อ“ว่าที่เลขาธิการ สกสค.”ทั้ง 4 คน พบว่า“2 คน” เป็นเพียง “ไม้ประดับ” เพื่อตัดคะแนนให้ผู้สมัครอีกคนให้มีความโดดเด่นมากขึ้น แต่ช่วงโค้งสุดท้ายของการรับสมัคร ที่ผู้สมัครคนสุดท้ายต้องร้องขอความเป็นธรรมจาก“นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อขอให้ “บอร์ดสกสค.”เซ็นรับรองการรับสมัครในครั้งนี้ด้วย

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

นายสมมาตร์  มีศิลป์

           ท่ามกล่าวกระแสข่าวลือ “ล็อกเสปก” เก้่าอี้เลขาธิการ สกสค. ทำให้ “ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์“ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ็ในฐานะประธานในการพิจารณาประวัติ ผลงาน และวิสัยทัศน์ ผู้สมัครชิง“เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ออกมาตอบโต้ทันทีว่า…

          “ผมยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปก เพราะสเปกที่กำหนดมีการเปิดกว้างตามกฏหมายของทั้ง 2 หน่วยงาน คณะกรรมการกลั่นกรองฯก็จะพิจารณากลั่นกรองคนให้ดีที่สุด และในการลงมติคัดเลือกจะเป็นการลงคะแนนลับ ผมมั่นใจได้ว่า ไม่มีการจัดวางตัวบุคคลไว้ล่วงหน้าได้แน่นอน”  

           ความไม่ธรรมดา ของการเก้าอี้ “เลขาธิการ สกสค.” จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการกำับดูแล“องค์การค้า”ของสกสค. นั่นหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ในการบริหารจัดการ ทั้ง “หนี้สิน”และ“ยอดเงินขายหนังสือแบบเรียน”  ​

          ข้อเท็จจริงอีกด้าน “ลุงตู่” อาจยังไม่รู้!!!

          องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) อีกมุมหนึ่งก็เหมือนรัฐวิสาหกิจของรัฐ เช่น ปตท. การบินไทย ขสมก. การรถไฟ แต่องค์การค้าของ สกสค. มีหน้าที่ผลิตหนังสือแบบเรียน(ตำราเรียน) จำหน่ายให้นักเรียนกว่า 15 ล้านคนต่อปี และสามารถพยุงราคาหนังสือไม่ให้เอกชนรายอื่นขายแพงเกินไป

          สังเกตยอดรายได้ปี 2557 สุทธิ อยู่ที่ 3,544 ล้านบาท และปี 2558 สุทธิอยู่ที่ 3,681 ล้านบาท ในช่วงที่ ผอ.องค์การค้าฯ (นายสมมาตร์  มีศิลป์)มาจากการสรรหาจากบุคคลภายนอก และเคยเป็นผู้บริหารเอกชน ที่มีความรู้ มีความสามารถทางการตลาด ทำให้องค์การค้ามีสภาพคล่อง สามารถดูแลพนักงานกว่า 2,000 ชีวิต และสามารถใช้หนี้ได้ทุกปี แถมให้เงินสนับสนุนคุรุสภาอีก 150 ล้านบาท

           แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐใหม่ ในยุค คสช.  ได้ยกเลิกจ้างคนเก่าไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในยุคนั้นได้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน “ผอ.องค์การค้าฯ”ที่มาจาก”ข้าราชการประจำ”ซึ่งขาดประสบการณ์เข้ามาบริหาร ในช่วง 2 ปีแรกคือ 2559 – 2560 โดยยอดขายปี 2559 (ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้าฯ) อยู่ที่ 2,621 ล้านบาท และยอดขายปี 2560(ดร.พิษณุ  ตุลสุข ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้าฯ) อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ถ้ารวมยอดขายในช่วง 2 ปี จะอยู่ที่ 3,234 ล้านบาท ซึ่งเห็นได้ชัดว่าองค์การค้าฯ ขาดทุนย่อยยับ คล้ายกับ“โครงการรับจำนำข้าว” ที่ทำรัฐเสียหาย จนทำให้ อดีต นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการประจำ ถูกดำเนินคดี อาญาและคดีแพ่ง เรียกบังคับคดีกันอยู่

          ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

          ความพิเศษของ“เก้าอี้เลขาธิการสกสค.”ยุค“คสช.”ที่“ลุงตู่”ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก  นี่คือบทพิสูจน์อีกครั้งว่า “ลุงตู่”ต้องการให้”องค์การค้าฯ”เจริญรุ่งเรืองทำหน้าที่ถุงดุลราคาตำราเรียนเพื่อช่วยคนจน หรือจะเป็น”ดินแดนสนธยา”แหล่ง”สูบเงิน”ของข้าราชการและนักการเมือง เช่นในอดีต… 

       0 กมลทิพย์   ใบเงิน 0 รายงาน

        pateekamolthip@gmail.com

“หนังสือเพื่อน้องปี 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277822

“หนังสือเพื่อน้องปี 2

หนังสือเพื่อน้องปี 2, หนังสือเพื่อน้องปี

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่วมกับภาครัฐ – เอกชน ส่งต่อรอยยิ้มให้นักเรียนชนบท หวังปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนใฝ่รู้ รักการอ่าน

        รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยว่า ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการแสวงหาความรู้ที่ตนเองสนใจจากหนังสือและอุปกรณ์ประกอบการเรียนในห้องสมุด แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้ห้องสมุดของโรงเรียนในชนบทหลายแห่งไม่มีหนังสือและอุปกรณ์การเรียนที่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ ได้เท่าที่ควร

 “หนังสือเพื่อน้องปี 2

     ดังนั้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ “หนังสือเพื่อน้องปีที่2”เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและรู้จักแบ่งปันโอกาสให้กับนักเรียนในชนบท

 “หนังสือเพื่อน้องปี 2

      ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมส่งต่อความสุขโดยมอบหนังสือ อุปกรณ์การศึกษา กีฬา เพื่อสร้างรอยยิ้มให้นักเรียน โรงเรียนทรายทองวิทยา อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด โดยจะมีพิธีรับมอบในงานกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา2560วันที่8มิถุนายน2560ณ ห้องประชุมมงคลอาภา ศูนย์พณิชยการพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

 “หนังสือเพื่อน้องปี 2

       ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถซื้อหนังสือได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬา สาขาสยามสแควร์ โดยระบุว่าบริจาคในโครงการหนังสือเพื่อน้องปีที่2หรือสอบถามที่กองสื่อสารองค์กร ราชมงคลพระนคร โทร. 0 2665 3777ต่อ6022หรือhttp://www.rmutp.ac.thตั้งแต่บัดนี้ –25พฤษภาคม2560

 “หนังสือเพื่อน้องปี 2

 

อีก 10 ปี “มหาวิทยาลัยไทย” 3 ใน 4 ไปไม่รอดแน่!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277811

อีก 10 ปี “มหาวิทยาลัยไทย” 3 ใน 4 ไปไม่รอดแน่!!

มหาวิทยาลัยต่างชาตื, 3ใน4, 10, ปี, ใน, อีก, มหาวิทยาลัยไทย, ไปไม่รอดแน่, นิด้า, มหาวิทยาลัยต่างชาติ, กมลทิพย์ ใบเงิน, ครม, คสช, ฉบับชั่วคราว, ดรอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, คมชัดลึกออนไลน์, มรภ, มทร, Hub Education-ฮับทางการศึกษา

นักสถิติชื่อดังจาก”นิด้า”เชื่ออีก 10 ปี”มหาวิทยาลัยไทย”จำนวน 3 ใน 4 จะไปไม่รอดแน่! หาก”มหาวิทยาลัยต่างชาติ”เปิดในไทย…ติดตามกับ”กมลทิพย์ ใบเงิน”เวบฯคมชัดลึก

          กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มีมติเห็นชอบในหลักการของคำสั่งคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษเน้นผลิตเฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลนนั้น….(อ่านต่อ…งัด ม.44 ให้ต่างชาติ “เปิดมหา’ลัย”)

         เกี่ยวเรื่องนี้ “ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์”หัวหน้าสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence อาจารย์ประจำสาขาวิชา Actuarial Sciences and Risk Management Director-Ph.D. Program in Applied Statistics คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)เปิดเผยกับ“คมชัดลึกออนไลน์”ว่า วงการอุดมศึกษาไทยหวาดกลัวแน่นอน เพราะมหาวิทยาลัยต่างชาติต้องบี้มหาวิทยาลัยลัยไทยจนไม่มีที่ยืน ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ฟันธงได้ว่ามหาวิทยาลัยไทยจำนวน 3 ใน 4 จะไปไม่รอดแน่ อาจจะต้องปิดตัว

          “เพราะตลาดอุดมศึกษาไทยปัจจุบันมีขนาดเล็กมาก อีกทั้งไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จำนวนเด็กเกิดในแต่ละปีน้อยลง จากเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาเด็กไทยเกิดเกิน 1,000,000 คน แต่ปัจจุบันเด็กเกิดปีละประมาณ 600,000-700,000 คน” ดร.อานนท์ กล่าว

          ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า แต่ละปีมหาวิทยาลัยไทย มีที่ว่างรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีละ 150,000 แต่มีเด็กเข้าเรียนเพียง 80,000 คน การแข่งขับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไทยต่ำมาก หากมหาวิทยาลัยต่างชาติเข้ามาจะแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาในอาเซียนได้หรือไม่ และจะมาแย่งเด็กกับมหาวิทยาลัยไทยหรือไม่ คำถามคือไทยจะได้อะไร อนาคตอีก 10 ปี ปฏิเสธไม่ได้ว่า มหาวิทยาลัยของรัฐ, มหาวิทยาลัยเอกชน, กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) และกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)จะอยู่ได้หรือไม่ หากไม่ปรับตัว อาจจะไม่มีเด็กมาเรียน จนถึงขั้นต้องยุบหรือปิดตัวเอง

          ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า  เห็นด้วยที่คสช.จะทำอย่างนี้ แต่เน้นเฉพาะสาขาที่ขาดแคลน  เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี หวังกดดัน และ กระตุ้นให้มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัว เมื่อมีคู่แข่งตัวจริงมาเปรียบเทียบ เชื่อว่ามหาวิทยาลัยไทยจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษา(Hub Education-ฮับทางการศึกษา) เหมือน ประเทศ นิวซีแลนด์ และ สิงคโปร์

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277818

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

มะรุมต้านอนุมูลอิสระ, ไอศกรีมนมมะรุม, มทร, antioxidant

มะรุมจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่มากแล้วยังมีสารสำคัญจากธรรมชาติโดยเฉพาะสารประกอบในกลุ่มฟีนอลิก ซึ่งมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพเช่น มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

 

“ไอศกรีมนมมะรุม”ไอเดียเมนูของหวานถูกคอคนรักไอศกรีมที่รักสุขภาพ ผลงานของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นางสาวจีรนันทน์ สุขเกษม และนางสาวณัฐฑิฌา คเชนทรพรรค โดยมี ดร.นวพร ลาภส่งผล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

โดย ดร.นวพร ลาภส่งผล เล่าว่า มะรุมเป็นพืชที่มีประโยชน์ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งใบ ฝัก และเมล็ด  ซึ่งเป็นแหล่งของสารพฤษเคมีที่สำคัญและมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในอาหารสุขภาพเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับมะรุม นอกจากมะรุมจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่มากแล้วยังเป็นที่รู้กันว่ามีสารสำคัญจากธรรมชาติโดยเฉพาะสารประกอบในกลุ่มฟีนอลิก ซึ่งมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพเช่น มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) เป็นต้น

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

ดังนั้นการนำมะรุมมาเป็นส่วนประกอบเพื่อพัฒนาเป็นไอศกรีมนมเพื่อสุขภาพ จึงน่าจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเมื่อเทียบกับไอศกรีมนมทั่วไป

จากงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรที่เหมาะสมในการผลิตไอศกรีมนมเสริมมะรุมผง เริ่มจากการนำมะรุมมาแยกออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ เปลือก เนื้อ และเมล็ด นำไปอบแห้งที่ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

จากนั้นนำมาอบและร่อนจนละเอียด นำผงต่างๆที่ได้ไปเสริมในไอศรีมนมในปริมาณที่แตกต่างกันเปรียบเทียบกับไอศกรีมนมสูตรมาตรฐานที่ไม่มีการเสริมผงจากมะรุม จากผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบปริมาณฟีนอลิก และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ของไอศกรีมนมทุกสูตรพบว่า ไอศกรีมนมที่มีการเสริมเนื้อมะรุม 2% มีปริมาณฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

โดยพบว่าสูตรดังกล่าวมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมากว่าไอศกรีมนมสูตรมาตรฐานทั่วไปถึง 70 เท่า นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ พบว่าไอศกรีมนมที่มีการเสริมเนื้อมะรุม 2% ส่งผลให้ไอศกรีมมีสีเหลืองอ่อนๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีสีสัน ดูน่ารับประทานมากขึ้น มีค่าการขึ้นฟูมากขึ้น และอัตราการละลายช้าลงซึ่งส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์ไอศกรีม และการประเมินความชอบของผลิตภัณฑ์จากผู้ทดสอบทั่วไป พบว่ามีการยอมรับผลิตภัณฑ์ด้านความชอบโดยรวมที่ไม่แตกต่างจากไอศกรีมนมสูตรมาตรฐานทั่วไป

ไอศกรีมนมมะรุม ต้านอนุมูลอิสระ

ผลจากงานวิจัยจึงสามารถสรุปได้ว่าเนื้อมะรุมผงจึงมีศักยภาพในการเสริมในไอศกรีมนมปริมาณ 2% โดยไม่มีผลกระทบต่อความชอบโดยรวม และยังสามารถเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติได้สูงอีกด้วย รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผักท้องถิ่นและสามารถเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น