แม่ลูกอ่อนพัก..สอบครูผู้ช่วยมาให้นม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/273023

แม่ลูกอ่อนพัก..สอบครูผู้ช่วยมาให้นม

แม่ลูกอ่อนพักสอบครูผู้ช่วยมาให้นม, แม่ลูกอ่อนเลี้ยงลูกช่วงพักสอบครู, แม่ลูกอ่อน, พัก, สอบ, ครู, ผู้ช่วย, ให้นม

แม่ลูกอ่อนวัย 1 เดือน 10 วัน สอบครูผู้ช่วยที่จังหวัดพังงา ใช้เวลาว่างช่วงพักของการสอบเลี้ยงลูกและให้นมลูก

       นางสาวฤทัยรัตน์ สุวรรณยอด ผู้เข้าสอบครูผู้ช่วย นำลูกอ่อนวัย 1 เดือน 10 วัน เดินทางมาจากจังหวัดชุมพร เพื่อสอบครูผู้ช่วยวิชาเอกสังคมศึกษา ของสังกัดศึกษาธิการจังหวัดพังงา

แม่ลูกอ่อนพัก..สอบครูผู้ช่วยมาให้นม

โดยระหว่างสอบฝากพ่อและเจ้าหน้าที่ประจำสนามสอบช่วยเลี้ยงและใช้เวลาว่างช่วงพักของการสอบเลี้ยงลูกและให้นมลูก ที่สนามสอบวิทยาลัยเทคนิคพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา  

                      แม่ลูกอ่อนพัก..สอบครูผู้ช่วยมาให้นม


ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/273007

ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  23 เม.ย. 2560

แพทย์ฉุกเฉินเร่งช่วยสาว29ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วยในวันที่สอง ระดมช่วยนำตัวส่งรพ.อลหม่าน จัดคณะกรรมการดูแลการสอบที่โรงพยาบาล

        เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 23 เม.ย.60 การจัดสอบเข้าบรรจุครูผู้ช่วย เป็นวันที่ 2 สนามสอบโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล นายสุวัฒน์ ซื่อสัตย์ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3 ประธานสนามสอบแข่งขันที่โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล แจ้งมีผู้เข้าสอบแข่งขัน ในห้องสอบที่ 9 วิชาเอกคอมพิวเตอร์ เพศหญิงวัย29ปีชื่อนางอภิญญา แสนตัน อยู่บ้านเลขที่65หมู่2ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิมีอาการหน้ามืด ล้มฟุบกับโต๊ะในห้องสอบจนไม่สามารถช่วยตัวเองที่จะนั่งสอบต่อได้

ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

ผู้ควบคุมสอบจึงได้เร่งรายงานให้ประธานสนามสอบรับทราบ พร้อมแจ้งให้นายธนชน มุทาพร ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ที่รับผิดชอบดูแลสนามสอบทั้งหมดในจ.ชัยภูมิให้ทราบโดยด่วนทันที เพื่อที่จะช่วยหาทางช่วยเหลือให้กับสอบครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในครั้งนี้

ในขณะเดียวกัน นายธนชน มุทาพร ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต1ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ (ศธจ.) จึงได้รีบเดินทางมายังสนามสอบดังกล่าว และได้สั่งการเร่งด่วนให้คณะกรรมการสนามสอบ ประสานทางหน่วยแพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลชัยภูมิเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผุ้สอบรายนี้นำส่งรพ.อย่างเร่งด่วน

ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

จากการสอบถามผู้ควบคุมสถานที่สอบ ทราบว่านางอภิญญา มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงตั้งแต่เมื่อวันที่22เมษายน2560 ทางญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ หลังเสร็จจากสอบเสร็จในวันแรก จากนั้นเวลา 04.00 น. วันที่ 23 เม.ย. มีอาการตกเลือดเนื่องจากตั้งครรภ์ 2 เดือน

แต่เนื่องจากเวลา 08.00 น. เป็นวันสอบวันที่2 ด้วยหัวใจสู้ จึงขอแพทย์ออกจากรพ.ไปเข้าสอบในวันนี้ก่อนที่จะเกิดอาการตกเลือดทรุดหนักในห้องสอบอีกครั้ง จนทางกรรมการคุมห้องสอบ จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยภูมิอีกรอบ

นายธนชนกล่าวว่าสำหรับการแก้ปัญหาให้กับผู้สอบที่เจ็บปวดระหว่างสอบและทำการสอบต่อตามห้องสอบปกติไม่ได้ ทางคณะกรรมการของจังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อ ไปอำนวยความสะดวกให้กับนางอภิญญา ในการจัดสอบในวิชาต่อไปให้กับผู้สอบรายนี้เพิ่มเติมที่ รพ.ชัยภูมิ ต่อไปได้อีกทาง

ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

ซึ่งมีการประสานกับแพทย์ทางโรงพยาบาลชัยภูมิให้สามารถสอบได้ที่โรงพยาบาลแล้วแต่ไม่อนุญาตให้นำคนไข้ออกจากโรงพยาบาลชัยภูมิ ซึ่งยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ส่วนของผู้เข้าสอบแข่งขันสถานการณ์โดยรวมทั่วไป ทั้ง ในวันแรกและวันที่สองนี้ มีผู้สมัครสอบและมีสิทธิสอบ ทั้ง26วิชาเอก จำนวนทั้ง5,771คนมีผู้เข้าสอบรวมทั้งสิ้น5,528คน ขาดสอบ243คน คิดเป็นร้อยละ 95.79 ทางจังหวัดชัยภูมิ ยังมีการคุมเข้มในทุกด้านเพื่อให้การสอบแข่งขันครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบเรียบบริสุทธิ์ยุติธรรมในทุกด้าน

ยังคงต้องมีมาตรการตรวจเข้มไปจนกว่าจะมีการสอบเสร็จทั้งหมดในวันพรุ่งนี้24 เม.ย.60 พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยพ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ผกก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิได้นำกำลังให้ความดูแล และอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย

ท้อง2เดือนตกเลือดฟุบคาห้องสอบครูผู้ช่วย (มีคลิป)

โดยได้นำเครื่องตรวจสแกนแบบอุโมงค์ และแบบมือถือเข้าตรวจเข้มให้กับผู้เข้าสอบทุกคนก่อนเข้าห้องสอบให้เป็นระเบียบและผ่านไปด้วยดีในครั้งนี้อีกด้วย

ผุด 6 หลักสูตรนานาชาติ-สองปริญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272804

ผุด 6 หลักสูตรนานาชาติ-สองปริญญา

รับนักศึกษาใหม่, ศิลปากร, วิทยาลัยนานาชาติ, ผุด, หลักสูตร, นานาชาติ, สอง, ปริญญา

วิทยาลัยนานาชาติ ศิลปากร เปิดหลักสูตรใหม่ รองรับ ไทยแลนด์ 4.0 เน้นหลักสูตรนานาชาติ-หลักสูตรสองปริญญา ร่วมมือสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เปิดรับนักศึกษาปีการศึกษา60

        ผศ.ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะความรู้ทางการบริหารธุรกิจและการออกแบบในการสนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและสากล โดยในปีการศึกษา 2560 จะเปิดหลักสูตรใหม่ 6 หลักสูตรและรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก โดยจุดเด่นเป็นหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรสองปริญญา โดยได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในสาขาต่าง ๆ พัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน

โดยในระดับปริญญาตรี ได้แก่ หลักสูตร บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการตราสินค้าหรูหรา  (B.B.A. in Luxury Brand Management) ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในด้านบริหารธุรกิจ คือ PSB Paris School of Business แห่งกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

หลักสูตร บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดการจัดงานและกิจกรรมสันทนาการ (B.B.A. in Event and Leisure Marketing)  หลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ร่วมกับสถาบันชั้นนำที่สอนด้านธุรกิจและการตลาด คือ Rennes School of Business แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

หลักสูตร ศิลปบัณทิต สาขาวิชาการออกแบบสื่อสารดิจิทัล (B.F.A. in Digital Communication Design) หลักสูตรนานาชาติสองปริญญา โดยร่วมมือกับBirmingham City University มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักร

หลักสูตรในระดับบัญฑิตศึกษา (ปริญญาโทและปริญญาเอก) จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว (M.B.A. in Hotel and Tourism Management (International Double Degree Program) เป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับ Vatel International Business School แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ (M.B.A. in International Business) เป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับBirmingham City University แห่งสหราชอาณาจักร

และหลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (Ph.D. in International Business) ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ที่เน้นการสร้างสรรค์ธุรกิจระหว่างประเทศให้ยั่งยืนโดยความเข้าใจในวัฒนธรรมอันหลากหลาย

สำหรับผู้สนใจ กำหนดการรับสมัคร สำหรับการศึกษาภาคต้น  1/2560  สมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม – 12 กรกฎาคม 2560 สมัครด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 15พฤษภาคม – 14 กรกฎาคม 2560 ณ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลิ่งชัน  โทรศัพท์: 02 880 8361-3, 02 849 7522 หรือ http://www.suic.org/

จี้ปิดร้านเกมที่เกิดเหตุรุมโทรม-เพิกถอนใบอนุญาต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272813

จี้ปิดร้านเกมที่เกิดเหตุรุมโทรม-เพิกถอนใบอนุญาต

พรบภาพยนตร์และวีดิทัศน์, มาตรการ, ด่านช้าง, รุมโทรม, ้ร้านเกม, จี้, ปิด, ร้าน, เกม, ที่เกิดเหตุ, รุม, โทรม, เพิกถอน, ใบอนุญาต

จี้วัฒนธรรมจ.สุพรรณ ปิดร้านเกมที่เกิดเหตุรุมโทรมเด็กหญิง 14 ปี ชี้เจ้าของร้านทำผิด พ.ร.บ.ภารยนตร์ฯ เปิดนอกเวลา ปล่อยสูบบุหรี่-ดื่มเหล้า ยันบังคับใช้มาตรการเข้ม

           นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์เด็กหญิงอายุ 14 ปีถูกรุมโทรมภายในร้านเกม อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และมีการนำเสนอข่าวว่ามาตรการควบคุมร้านเกมของภาครัฐล้มเหลวนั้น วธ.ได้สั่งการให้ สวธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าผู้ประกอบกิจการร้านเกมดังกล่าว กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 59 การประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์จะต้องกระทำในวัน เวลา และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ว่าด้วยการขออนุญาตและการประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ พ.ศ.2552 เข้าใช้บริการนอกเวลาที่กำหนด คือตั้งแต่เวลา 14.00 น. แต่ไม่เกิน 20.00 น. และปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ สารเสพติด หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านวีดิทัศน์

และยังกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ข้อ 4(1) ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการ สถานบริการ หรือสถานประกอบการใดที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปะ ละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าไปใช้บริการ อีกด้วย

นางพิมพ์รวี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สวธ.ได้เร่งรัดให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ดำเนินการปิดสถานประกอบการ (ร้านเกมที่เกิดเหตุ) และเร่งประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง เพื่อนำสำนวนการส่งฟ้องมาเป็นเอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินการเสนอนายทะเบียนประจำจังหวัด(ผู้ว่าราชการจังหวัด) เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการบังคับใช้มาตรการคุมร้านวีดิทัศน์(ร้านเกม) ภายใต้กฎหมายเป็นไปอย่างเคร่งครัด คือ 1.มีการตรวจร้านเกมเพื่อป้องปรามและเฝ้าระวัง เป็นประจำทุกเดือน ร้านจะได้รับการตรวจจากเจ้าพนักงานโดยเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งการตรวจร้านเกมมี 3 ลักษณะ คือ ตรวจก่อนออกใบอนุญาต  ตรวจป้องปรามและเฝ้าระวัง และตรวจตามข้อร้องเรียน  2.มีการดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับร้านเกมที่ทำผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 จะถูกลงโทษ โดยการพักใช้ใบอนุญาต กับการเพิกถอนในอนุญาต

“ยังได้เพิ่มมาตรการที่มีความเข้มงวดต่อการตรวจสถานประกอบกิจการร้านเกม เพื่อป้องปรามและเฝ้าระวังให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม  ทั้งยังได้สร้างแรงจูงใจให้ร้านเกมปฏิบัติตามกฎหมาย ประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม จากการดำเนินงานโครงการร้านเกมสีขาวเพื่อเยาวชนทั่วประเทศ มาตั้งแต่ปี 2551จนถึงปัจจุบัน”นางพิมพ์รวี กล่าว

ปัจจุบันใน กรุงเทพมหานคร มีร้านเกม 8,396 ร้าน ส่วนภูมิภาคมีจำนวนถึง 27,502 ร้าน จึงขอเชิญชวนผู้ปกครอง และสังคม ช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสร้านเกมที่มีปัญหา ได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765

อาเซียนแฟร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272722

อาเซียนแฟร์

วัฒนธรรม, ต่าง, สังคม, สู่, ก้าว, อาเซ๊ยนแฟร์, อาเซียน, แฟร์, อาเซียนแฟร์, ASEAN International Fair 2017

มฟล. จัดอาเซียนแฟร์ มุ่งเสริมให้นักศึกษาทุกคนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนในมิติต่างๆ พร้อมสู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

          สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ร่วมกับ ส่วนพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดกิจกรรม ASEAN International Fair 2017 โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาอาเซียนศึกษา (ASEAN Study) ซึ่งเป็นรายวิชาที่มุ่งหวังให้นักศึกษาทุกคนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนในมิติต่างๆ ด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน และประชาคมอาเซียนก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญโดยอยู่ในจังหวัดเชียงราย ที่อยู่ใกล้ชิดกับหลายประเทศ จึงเปรียบเป็นประตูแห่งอาเซียน

อาเซียนแฟร์

อาเซียนแฟร์

กิจกรรมนี้จึงได้จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาสัมผัสความเป็นอาเซียนและเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน โดยมีกิจกรรมทั้งซุ้มนิทรรศการ การแสดงบนเวทีที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดของคนในชาติอาเซียนรวมทั้งพันธมิตรทั้ง 6 ประเทศ ในนาม ASEAN+6 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีซุ้มอาหารนานาชาติให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกชิม เช่น ทาโกยากิจากญี่ปุ่น ซุปไก่จากอินโดนีเซีย, บิบิมบับจากเกาหลีใต้, ข้าวผัดแอฟริกา,  แพนเค้กเมียนมา เป็นต้น เรียกได้เป็นการส่งเสริมบรรยากาศความเป็นนานาชาติในมหาวิทยาได้อย่างมีอรรถรส

อาเซียนแฟร์อาเซียนแฟร์อาเซียนแฟร์


เจาะเวลาหาเคมีโอลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272719

เจาะเวลาหาเคมีโอลิมปิก

เคมีโอลิมปิก, เจาะ, เวลา, เคมี, โอลิมปิก, Back to the IChO, ดรต่อศักดิ์

ใกล้เข้ามาทุกขณะ กับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (49th International Chemistry Olympiad) ครั้งที่2 ของไทย จัดขึ้นวันที่ 6-17 ก.ค.นี้

        โดยการเป็นเจ้าภาพเคมีโอลิมปิกของไทยในปีนี้มีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล  เป็นผู้จัดการแข่งขัน

ล่าสุดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดกิจกรรม Science Cafe : The 49th International Chemistry Olympiad in Thailand; Chemistry talk series ตอน “Back to the IChO” ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์การจัดงานเคมีโอลิมปิกครั้งที่ 49 นี้

         ดร.นภดล ไชยคำ อาจารย์พิเศษโครงการบัณฑิตศึกษานิติวิทยาศาสตร์  เป็นอาจารย์ที่ผ่านประสบการณ์ด้านการช่วยงานเคมีโอลิมปิก ในฐานะของวิทยากรในค่าย และอาจารย์ผู้ควบคุมทีมในระดับนานาชาติ กล่าวว่า การแข่งขันเคมีโอลิมปิกได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2512

ประเทศไทยได้ส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 22  ณ สหพันธ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส  ผลการแข่งขันปรากฏว่า ผู้แทนเยาวชนไทยได้รับรางวัลเหรียญทองแดง 1เหรียญ  จากนางสาววรรณวิมล  ศิริวัฒน์เวชกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งสำเร็จการศึกษาปริญญาโท ด้านวิศวกรรมเคมี จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (Cal Tech) ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ จาก ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูล ประเทศสหรัฐอเมริกา นับว่าเป็นเคมีโอลิมปิกเหรียญแรกของไทย

เจาะเวลาหาเคมีโอลิมปิก

ดร.นภดล ไชยคำ

หลังจากนั้นผลการแข่งขันของวิชาเคมีแสดงถึงความสามารถของเยาวชนไทยที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับในการแข่งขันครั้งที่ 46  ณ ประเทศเวียดนามนั้น ผู้แทนประเทศไทยสามารถทำผลงานอยู่ในอันดับที่ 8 จากผู้เข้าร่วมแข่งขัน 75 ประเทศ โดยได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน โดยผลงานที่ดีที่สุดของประเทศไทย คือ พ.ศ. 2553 แข่งขันที่ญี่ปุ่น ได้ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน นับสถิติเป็นอันดับที่ 2จากประเทศผู้เข้าร่วมทั้งหมด 68 ประเทศ  โดยปีนั้นนางสาวพิณนรี เตี่ยมังกรพันธุ์ ยังได้รับรางวัลผู้ทำคะแนนสอบภาคทฤษฎีได้เต็ม

        “การจัดส่งคณะผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันเคมีโอลิมปิก ประกอบด้วยคณะอาจารย์หัวหน้าทีม รองหัวหน้าทีม ผู้สังเกตการณ์ และผู้จัดการทีม คณะนักเรียนที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เมื่อเดินทางไปถึงก็จะมีการแยกที่พักและแยกกิจกรรมระหว่างอาจารย์กับนักเรียน  โดยคณะอาจารย์จะเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับข้อสอบ แปลข้อสอบ ตรวจข้อสอบ และประชุมตัดสินผลคะแนน ต่อรองคะแนนกับคณะกรรมการ ส่วนกิจกรรมหลักของคณะนักเรียนจะสอบทฤษฎี ปฏิบัติ และทัศนศึกษา เป็นต้น”

        ดร. ต่อศักดิ์ ล้วนไพศาลนนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  อดีตผู้แทนประเทศไทยจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เจ้าของเหรียญเงินเคมีโอลิมปิก  เมื่อปี พ.ศ. 2542 ครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ เป็นครั้งแรก ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 51 ประเทศ

เจาะเวลาหาเคมีโอลิมปิก

ดร. ต่อศักดิ์ ล้วนไพศาลนนท์

ภายหลังจากจบศึกษาต่อด้านเคมีในระดับปริญญาเอก “ดร.ต่อศักดิ์” ได้กลับประเทศไทยมาทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการชักชวนจาก ดร. เอกสิทธิ์ สมสุข อดีตผู้แทนประเทศไทยเคมีโอลิมปิก รุ่นแรก เข้าร่วมเป็นอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ซึ่งได้เรียนรู้งาน และล่าสุดรับหน้าที่เป็นอาจารย์หัวหน้าทีมนำคณะนักเรียนไปแข่งขันที่ต่างประเทศ  โดยประเทศที่ทำผลงานโดดเด่นมาตลอด ได้แก่  จีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ไต้หวัน  ซึ่งรักษาระดับผลคะแนนไว้ดีมากอย่างสม่ำเสมอ

        “การที่รัฐบาลได้สนับสนุนนักเรียนไทยด้านโอลิมปิกวิชาการนั้น ผมมองว่าผู้ได้รับประโยชน์นั้นอยู่ในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะแต่เพียงเยาวชนที่มีศักยภาพสูงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น  แต่จริงๆ แล้ว นักเรียนที่ได้รับประโยชน์สามารถแสดงได้ในรูปแบบของปิรามิดหัวตั้ง  เริ่มจากฐานปิรามิด ซึ่งเป็นนักเรียนทั่วไปที่มีใจรักทางวิทยาศาสตร์ สามารถมีช่องทางพัฒนาตัวเอง เพราะกระบวนการเตรียมตัวสอบแข่งขันเข้าร่วมโครงการโอลิมปิกวิชาการทำให้ได้มาซึ่งความรู้ความใจในเนื้อหาวิชาการ รวมทั้งได้กระบวนการคิดวิเคราะห์ หรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ 

       ถัดขึ้นไป ก็เป็นนักเรียนที่สอบผ่านเข้าโครงการ ฯ ได้ร่วมเข้าค่ายโอลิมปิก ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ อย่างลึกซึ้งมากกว่าปกติ  ได้เรียนรู้จากอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ เกิดเจตคติหรือแรงจูงใจมากขึ้นทางวิทยาศาสตร์  ยิ่งตอนนี้มีศูนย์ สอวน. มีการจัดค่าย สอวน. กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ในทุกภูมิภาค ก็ยิ่งกระจายโอกาสในการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น    และสุดท้าย ก็คือ ผู้แทนประเทศไทย ที่ได้มีประสบการณ์ในการแข่งขันเวทีนานาชาติ ได้สร้างเครือข่ายทางวิทยาศาสตร์กับประเทศอื่น และมีโอกาสศึกษาต่อยอดในระดับสูงขึ้น”

เจาะเวลาหาเคมีโอลิมปิก

ความจริงแล้ว การแข่งขันเคมีโอลิมปิก ยังมีประโยชน์เกี่ยวข้องในด้านอื่นๆ เช่น การวัดความสามารถในการจัดการทางวิชาการ จากการที่เราได้เห็นว่าประเทศอื่นมีการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แตกต่างกันไปอย่างไร ก็จะนำไปสู่การปรับปรุงการสอนของตัวเอง ได้นำแนวคิดไปพัฒนาปรับปรุงการศึกษาของชาติ เป็นต้น

นอกจากนั้น เคมีโอลิมปิก ยังได้สร้างคนที่มีความสามารถด้านเคมีมากมาย ให้เป็นบุคลากรที่มาช่วยพัฒนาประเทศ ผ่านการทำวิจัย หรือการปฏิบัติงานอาชีพต่าง ๆ  ซึ่งเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ได้จากการไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกของอดีตผู้แทนประเทศไทย ได้มีส่วนในการนำไปพัฒนาชาติตามมุมมองของพวกเขา ตามบริบทของอาชีพต่าง ๆ ที่พวกเขาทำ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม

เฮ!!เด็กเก่ง“ภูชิต”ลูกแม่รำเพย มีเงินเรียนแล้ว!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272758

เฮ!!เด็กเก่ง“ภูชิต”ลูกแม่รำเพย มีเงินเรียนแล้ว!!

เฮ!เด็กเก่ง“ลูกแม่รำเพย”ชีวิตเปลี่ยน!ได้วุฒิจบม.6 แล้ว”ภูชิต”ยอมรับ”ผมขอโทษ” ขอบคุณทุกการช่วยเหลือ”มทร.ธัญบุรี”อ้าแขนรับมีงานพาร์ทไทม์-ทุนเรียนจบสถาปัตย์

          คืบหน้าหลังจาก เวบไซด์คมชัดลึก ได้นำเสนอกรณีเด็กเก่ง!! สู้ชีวิต“ภูชิต แสงเพ็ง”ได้โพสต์เฟสบุุ๊ก Poohchit Saengpeng ว่าเรียนจบม.6 ร.ร.ชื่อดังเขตสพม.2แต่ไม่ได้รับใบ“ปพ.”วุฒิม.6 เพราะค้างค่าเทอม 13,000 บาท อีกทั้งหวั่นสอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี)แล้วจะอดเรียน เพราะไม่มีเอกสารสำเร็จการศึกษาชั้นม.6 มายื่นในวันรายงานตัว แถมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม 17,000 บาทภายใน 25 เม.ย.60 นั้น (อ่านต่อ…เด็กเก่ง!!“ภูชิต”สอบติดถาปัตย์ หวั่น!อดเรียน)

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 21  เม.ย.2560  ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า นายภูชิต แสงเพ็ง  ได้เดินทางมาพร้อมด้วยพวงมาลัยเพื่อมากราบสักการะขอขมาโทษ“สมเด็จพระเทพศิรินทร์”จากนั้นได้เดินทางไปขอเข้าพบผู้บริหารร.ร.เทพศิรินทร์ร่สมเกล้า ท่ามกลางบรรดารุ่นพี่“ลูกแม่รำเพย”คอยสอบถามด้วยความห่วงใย

           “ผมในฐานะลูกแม่รำเพยคนหนึ่ง มากราบขอขมา ขอโทษสมเด็จพระเทพศิรินทร์ กับสิ่งที่ผมได้กระทำไป อาจจะทำให้พระนามของท่านเสียหาย” นายภูชิต กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายภูชิต  แสงเพ็ง  ได้เดินทางขอเข้าพบผู้บริหารโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า ซึ่งปรากฏว่า ผู้บริหารกำลังรออยู่พร้อมอยู่ก่อนแล้ว  จากนั้นนายประสงค์ สุบรรณพงศ์ ผอ.ร.ร.เทพศิรินทร์ร่มเกล้าพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาได้พูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนกัน จนในที่สุด ผอ.ร.ร.ได้ทำพิธีมอบใบวุฒิบัตรสำเร็จการศึกษาชั้นม.6 ให้กับนายภูชิต แสงเพ็ง ก่อนจะขอแยกตัว เพราะติดภารกิจทางราชการ แต่ได้มอบหมายให้ นายสุวิทย์ รจนาสันห์ รองผอ.ร.ร.เทพศิรินทร์ร่วมเกล้า ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา นายภูชิต  แสงเพ็ง ทำหน้าที่แทน

           “มีอะไร ทำไมไม่บอกครู ครูมีความยินดีช่วยเหลือ ไม่ได้ทอดทิ้งลูกศิษย์ เป็นหน้าที่ของครู ที่ต้องทำหน้าที่ส่งลูกศิษย์ ให้ถึงเป้าหมายอยู่แล้ว”นายสุวิทย์ กล่าวกับลูกศิษย์คนเก่งหลัง“ภูชิต”เข้ากราบขอโทษครูที่ปรึกษา

           ด้าน นายภูชิต แสงเพ็ง   เปิดใจกับ“เวบไซด์คมชัดลึก” ว่าวันนี้(21เม.ย.60)ตนได้รับการติดต่อจากทาง ร.ร.เทพศิรินทร์ร่มเกล้าเพื่อให้มารับใบวุฒิบัตรสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6(ม.6) และตนได้เดินทางมาที่ร.ร. ปรากฏว่ามีคุณครู ผู้บริหารร.ร. และรุ่นพี่ที่ห่วงใยคอยให้การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

         “ตอนนี้ ผมได้รับการช่วยเหลือจากร.ร.เป็นอย่างดี  ผมได้รับใบวุฒิบัติสำเร็จการศึกษาชั้นม.6 มาเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท  ผมดีใจมากครับที่ได้วุฒิม.6 แต่ผมต้องขอโทษคือหลายๆท่านอาจจะเสียความรู้สึก ก็เลยขอโทษเอาไว้ครับ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กอาจจะทำอะไรโดยไม่ได้คิดครับ ผมขอโทษครับ” นายภูชิต กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

        นายภูชิต กล่าวอีกว่า ขอบคุณทุกความช่วยเหลือ ทุกความเมตตาที่ให้โอกาส ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีตน ล่าสุดเมื่อ 10.00 น. มีผู้ให้โอกาสโอนเงินมาให้ประมาณ 7,037 บาท คาดว่าเมื่อใกล้มอบตัวยอดเงินน่าจะเพียงพอค่าเทอม

         ขณะที่ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงนายภูชิต แสงเพ็ง ว่าที่นักศึกษาคณะสถาปัตย์ฯ ป้านแดง  มทร.ธัญบุรี ว่า ขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีที่สอบติดสถาปัตย์ฯด้วยคะแนนที่สูงมาก และทางมทร.ธัญบุรีทราบข่าวของน้องจากเวบไซด์คมชัดลึกแล้ว และได้มอบหมายให้อาจารย์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านของน้องแล้วพบว่ามีฐานะยากลำบาก ทางมหาวิทยาลัยได้ระดมการให้ความช่วยเหลือเด็กเก่งและเด็กดีเต็มที่ ผ่านฝ่ายกิจการนักศึกษา

         “ขอให้นายภูชิต  แสงเพ็ง รีบมามอบตัว ลงทะเบียนเป็นนักศึกษามทร.ธัญบุรี หากต้องการทำงานพาร์ทไทม์ให้แจ้งความประสงค์เมื่อลงทะเบียนนักศึกษา จะได้รับค่าตอบแทนวันละ 300 บาท จนถึงเปิดเทอม ซึ่งมหาวิทยาลัยดำเนินการมาต่อเนื่อง 5 ปี มีนักศึกษาต้องการทำงานปีละ 100-300 คน  เมื่อเปิดเทอมแล้วหากต้องการทำงานหลังเลิกเรียน ก็มีตำแหน่งงานรองรับ รวมถึงมหาวิทยาลัยดูแลให้ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรปริญญาตรี และกำลังติดต่อศิษย์เก่า ภาคเอกชน เพื่อระดมทุนช่วยเหลืออีกด้วย”อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวในที่สุด

แก่ “ไม่เครียด” ถ้ารับมือได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272734

แก่ “ไม่เครียด” ถ้ารับมือได้

สังคมสูงวับ, แก่, ไม่, เครียด, ถ้า, รับมือ, ได้, ไม่เครียด, ถ้ารับมือได้, สังคมสูงวัยก้าวไปด้วยกัน

เปิดสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย อีกไม่เกิน 15 ปี วัยทำงานแบกรับภาระเลี้ยงดูผู้สูงอายุ-เด็ก 2:1:1 ส่งผลครอบครัวเครียดค่าใช้จ่ายบาน กระตุ้นเตรียมพร้อมรับมือวางแผนชีวิต

          “สังคมสูงวัย..ก้าวไปด้วยกัน”

ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ ปี 2548 และคาดว่าในปี 2564 จะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ มีประชากรสูงอายุมากถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด สถานการณ์เหล่านี้นำมาสู่ปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม

         พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่าเป็นความท้าทายของประเทศที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วัยทำงาน โดยจะต้องมีการเตรียมการในทุกด้าน ตั้งแต่การสร้างหลักประกันด้านรายได้ การออมในช่วงวัยทำงานให้เพียงพอสำหรับการดำรงชีพในวัยเกษียณหรือวัยสูงอายุ การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย  การเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและวางแผนชีวิตอย่างมีคุณค่า บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยมีครอบครัวเกื้อหนุน ชุมชนช่วยเหลือ สังคมรัฐเกื้อกูล

แก่ "ไม่เครียด" ถ้ารับมือได้

ด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า  สสส.สนับสนุนและดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่าง ๆ โดยการส่งเสริมเตรียมความพร้อม  3 มิติ คือ 1.มิติด้านสุขภาพ เช่น การเตรียมความพร้อมสุขภาพที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า-บุหรี่ ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย  การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม 2.มิติด้านสังคม เช่น การพัฒนาศักยภาพและขยายผลชมรมผู้สูงอายุต้นแบบจำนวน 110 แห่ง การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุและพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อสร้างผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ และกระฉับกระเฉงสามารถดูแลตนเองได้ดี3.มิติด้านเศรษฐกิจ เช่น การสนับสนุนงานวิชาการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจ้างงานผู้สูงอายุ และโครงการนำร่องในสถานประกอบการ 12 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสและขยายอายุการจ้างงานแรงงานสูงวัย นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับภาคนโยบาย และการทำงานเชิงพื้นที่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยการใช้ชุมชนเป็นฐาน ทั้งในชุมชนท้องถิ่นและชุมชนเขตเมืองกว่า 300 แห่ง

แก่ "ไม่เครียด" ถ้ารับมือได้

           ศ.ดร.วรเวศม์  สุวรรณระดา อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุล่าสุด ในปี 2558 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 10.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.8 ทั้งนี้จากการคาดการณ์ประชากรในปี 2574 ประเทศไทยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 19 ล้านคน หรือร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) การเปลี่ยนแปลงทางประชากรสู่สังคมสูงวัยเป็นปัญหาที่สังคมไทยต้องตระหนัก โดยเฉพาะอัตราส่วนประชากรวัยทำงานต่อประชากรวัยสูงอายุ 1 คน ลดลงเรื่อยๆ โดยอีกไม่เกิน 15 ปี ประชากรไทยจะเริ่มเข้าสู่รูปแบบที่วัยแรงงานต้องรับภาระการเลี้ยงดูกลุ่มประชากรผู้สูงอายุและเด็กมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประชากรวัยทำงานประมาณ 4.5 คนต่อการดูแลผู้สูงอายุ 1 คน และประชากรวัยเด็กอีก 1 คน (4:1:1) เป็นสัดส่วนประชากรวัยทำงานประมาณ 2 คนต่อการดูแลผู้สูงอายุ 1 คน และประชากรวัยเด็กอีก 1 คน (2:1:1) ทำให้ครอบครัวจะต้องประสบกับปัญหาความเครียดจากภาระค่าครองชีพและภาวะหน้าที่ที่ต้องดูแลคนในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น

แก่ "ไม่เครียด" ถ้ารับมือได้

ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ผู้สูงอายุร้อยละ 16.13 ยังคงเป็นผู้สูงอายุที่ยากจน โดยผู้สูงอายุร้อยละ 38.3 ยังคงทำงาน แต่มีเพียงร้อยละ 18.5 เท่านั้นที่ต้องการทำงานด้วยความสมัครใจ แสดงว่าผู้สูงอายุจำนวนมากต้องทำงานเพราะความจำเป็นในการหารายได้เพื่อใช้ดำรงชีวิต ขณะที่แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่กว่า 24 ล้านคนไม่มีหลักประกันรายได้กรณีชราภาพ และมีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 35.7 ที่มีแหล่งรายได้จากเงินออมหรือการถือครองทรัพย์สิน ดังนั้น ย่อมเกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในด้านต่างๆ โดยเฉพาะหลักประกันรายได้ยามชราภาพ ซึ่งภาครัฐต้องทำงานอย่างหนักในการหามาตรการรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคที่ประชากรวัยทำงานลดลงเรื่อยๆ และการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ทำงาน รวมถึงผลกระทบต่อครอบครัวในยุคสังคมสูงวัยที่ผู้สูงอายุอยู่คนเดียว หรือผู้สูงอายุอยู่ลำพังสองคนจะใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากนี้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มอายุยืนขึ้น แต่ก็มีโอกาสที่สุขภาพแย่ลง และต้องได้รับการดูแลยาวนานขึ้นด้วย

อาชีวะเรียกบัญชีครูผู้ช่วยรอบที่ 8 รายงานตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272725

อาชีวะเรียกบัญชีครูผู้ช่วยรอบที่ 8 รายงานตัว

เรียกครูผู้ช่วย, สอศ, อาชีวะ, เรียก, บัญชี, ครู, ผู้ช่วย, รอบ, ที่, รายงานตัว

สอศ.เรียกผู้มีสิทธิ์ในรอบที่ 8 ในตำแหน่งครูผู้ช่วยมารายได้ตัว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถานศึกษาตามที่แจ้งความจำนงไว้ 26 เมษายน นี้

            สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการเรียกผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสอศ. ให้มารายตัวแสดงความจำนงเลือกสถานศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษารอบที่ 8  ในวันที่ 21 เมษายน 2560 โดยมีผู้สอบแข่งขันที่มีสิทธิ์มารายงานตัว รวมจำนวนทั้งสิ้น 19 ราย (11 กลุ่มวิชา) ซึ่งมีผู้มารายงานตัวรวมทั้งสิ้น 10 ราย โดยแสดงความจำนงเลือกสถานศึกษา                 จำนวน 6 ราย ในกลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้ากำลัง และอาหารและโภชนาการ        ที่เหลือจำนวน 4 ราย สละสิทธิ์ และเมื่อรวมกับผู้ที่ไม่มารายงานตัว จำนวน 9 ราย จึงถือว่ามีผู้สละสิทธิ์        รวมทั้งสิ้นจำนวน 13 ราย โดยกลุ่มวิชาที่สละสิทธิ์ มีดังนี้ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ทั่วไป ช่างยนต์ เทคนิคคอมพิวเตอร์ การบัญชี คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และสัตวศาสตร์
  ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)กล่าวว่าสำหรับครูผู้ช่วยที่มารายงานตัวและไม่สละสิทธิ์ สอศ.กำหนดให้ไปรายตัว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถานศึกษาตามที่แจ้งความจำนงไว้ ในวันที่ 26 เมษายน 2560 ซึ่งถือเป็นวันบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ
่ส่วนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในรอบที่ 8 นี้เป็นบัญชีรายชื่อการสอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งมีผู้สอบแข่งขันที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้จำนวนทั้งสิ้น 6,358 ราย คิดเป็นร้อยละ 36.70  จากจำนวนผู้มาสอบทั้งหมด 17,322 ราย นั้น โดยแบ่งเป็น    1.การขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ (เขตทั่วไป) จำนวน 6,352 ราย (60 กลุ่มวิชา) และ 2. การขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ (ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้) จำนวน 6 ราย (2 กลุ่มวิชา) ซึ่ง สอศ.     ได้เรียกบรรจุและแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วรวมจำนวนทั้งสิ้น 421 ราย แบ่งเป็น (เขตทั่วไป) 415 ราย และ            (เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้) 6 ราย

นศ.โชว์แผนการตลาด “ท่องเที่ยวไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272718

นศ.โชว์แผนการตลาด “ท่องเที่ยวไทย”

มทรธัญบุรี, แผนการตลาด, โชว์, แผน, การตลาด, ท่องเที่ยว, ไทย, นศโชว์แผนการตลาด, ท่องเที่ยวไทย, หยก, ป๊อบ, แฟร์, บอล, ปอนด์, หน่อย, แม็ค, ปล่อยของทั่วไทยไปกับ Zoomer-X

นศ. การตลาด มทร.ธัญบุรีเจ๋ง ชูการท่องเที่ยวไทย ชนะแผนการตลาด ฮอนด้า

         ตามที่บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด จัดโครงการประกวดแผนสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบการตลาดเชิงกิจกรรม Marketing Plan Contest โครงการ 9 by A.P.Honda ภายใต้โจทย์ใหม่ ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น ‘Zoomer-X The Unblocker , ได้เวลาปล่อยของ’ เพื่อสนับสนุนและเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ได้นำความรู้จากในห้องเรียน มาต่อยอดความคิด วิเคราะห์ วางแผน นำเสนอ และทำกิจกรรมจริง เพื่อสร้างประสบการณ์ และทักษะวิชาชีพที่เป็นประโยชน์ให้กับนักเรียน นิสิต และนักศึกษาต่อไปในอนาคต

โดยรางวัลชนะเลิศตกเป็นของ แผนการตลาด ปล่อยของทั่วไทยไปกับ Zoomer-X ทีม Capi-Tain จากสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี สมาชิกในทีมประกอบด้วย “หยก”นางสาว ธนพร วโรดม “ป๊อบ”นายนราวิชญ์ อุทัยวัฒน์ “แฟร์”นายอนวัช เปราะแดง “บอล”นายปารเมศ บุรานนท์ “ปอนด์”นายปฏิญญา โพธิ์แพง “หน่อย”นายอรรถพล ถ้วนถี่ และ “แม็ค” นายพิทยา เหลืองภากร โดยมีผศ.พิมพา หิรัญกิตติ เป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้

นศ.โชว์แผนการตลาด "ท่องเที่ยวไทย"

ผศ.พิมพา หิรัญกิตติกล่าวว่า ทางสาขาวิชาการตลาดเข้าร่วมการแข่งขันรายการของ Honda ตั้งแต่ปี 2553 เมื่อปี 2554 ได้รับรางวัลชมเชย ปี 2555 ได้รับรองชนะเลิศอันดับ 2 ปี 2556 ได้รับรางวัลชมเชย และปี 2559 ได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้รับรางวัลชมเชย กว่าทีม Capi-Tain จะคว้ารางวัลชนะเลิศต้องฝ่าฟันเข้าร่วมแข่งขันในระดับเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษากว่า 40 สถาบันเข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยความสมบูรณ์ของแผนการตลาด และความตั้งใจของนักศึกษาที่ได้ร่วมพลังความหนึ่งเดียว ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ เป็นความรู้ที่นักศึกษาที่ได้จากการเรียนและการลงมือปฏิบัติจริงระหว่างที่เรียน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำมาใช้ในการแข่งขันในครั้งนี้

หญิงหนึ่งเดียวในทีม “หยก” นางสาวธนพร วโรดม  เล่าว่า สำหรับแนวคิดแผนการตลาด “ปล่อยของทั่วไทยไปกับ Zoomer-X”  เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดีขึ้น บวกกับตอนที่ส่งแผนเข้าประกวดมีสื่อโฆษณาที่ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่าง “ เที่ยวไทยมีเฮ ” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำให้เกิดเป็นกระแสนิยมให้วัยรุ่นและคนไทยทุกคนหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมากกว่าการออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งกระแสเหล่านี้จึงเป็นแนวคิดที่ทางกลุ่มของพวกเราคิดว่ามันสามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี “รถจักรยานยนต์Honda Zoomer-Xจะสามารถพาเราไปปล่อยของได้ทั่วประเทศไทยโดยการใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เหมาะกับวัยรุ่นทั่วประเทศไทยทุกภาค ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถจักรยานยนต์Honda Zoomer-X ทำให้สามารถนำไปขับขี่ได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย”

นศ.โชว์แผนการตลาด "ท่องเที่ยวไทย"

  “ปอนด์” นายปฏิญญา โพธิ์แพง เล่าว่า การวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย ด้านจิตวิทยา และพฤติกรรมในการชีวิต เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำแผนการตลาด  ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ได้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกคน ด้วยเหตุที่ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำทำให้รถจักรยานยนต์กลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับความสามารถในการถือครองของประชากรในประเทศ รวมไปถึงทุกวันนี้อยู่กับความเร่งรีบอีกทั้งการจราจรที่ติดขัด การเดินทางโดยรถจักรยานยนต์นั้นสะดวกกว่าการเดินทาง พฤติกรรมการเลือกใช้รถจักรยานยนต์นิยมซื้อรถเลือกสีที่ตนชอบ การเติมน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ และชำระเงินผ่อนหรือบัตรเครดิต สำหรับผู้ที่อยู่ชนชั้นกลาง การซื้อรถจักรยานยนต์ ซื้อรถฮอนด้าเพราะมีหลายรุ่นให้เลือก และซื้อเพื่อนำไปใช้ในหน้าที่การงาน เช่น มีอาชีพเป็นพนักงานส่งของ โดยผู้มีอิทธิพลต่อการซื้อนั้นจะเป็นเพราะตนเองเป็นส่วนใหญ่

โดยสมาชิกทั้งหมดของทีม Capi-Tain ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีใจที่ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ ได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์