“อนันต์” รับปากนั่งปธ.สอบวินัยขรก.สกสค.ให้เสร็จก่อนเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238193


ทุจริต, สอบวินัยร้ายแรง, บ.บิลเลี่ยนฯ, อนันต์, รับปาก, นั่ง, สอบ, วินัย, ขรก, ให้, เสร็จ, ก่อน, เกษียณ, พินิจศักดิ์, อนันต์ ระงับทุกข์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ส.ค. 2559

“อนันต์” รับปากนั่งปธ.สอบวินัยขรก.สกสค.ให้เสร็จก่อนเกษียณ

“พินิจศักดิ์” เผย “อนันต์ ระงับทุกข์” ตอบรับนั่งประธานสอบวินัยข้าราชการสกสค.กรณีบ.บิลเลี่ยนฯ เร่งสรุปให้เสร็จก่อนเกษียณ 30 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้ไปตรวจสอบการดำเนินการกรณีมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาบริษัทบิล เลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด ซึ่งพบว่าการทำงานมีความล่าช้าและพบว่าเปิดช่องให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งสอบสวนด้วย โดยให้ดูว่าเกิดปัญหาที่จุดใดนั้น ว่า  เนื่องจากคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด ถูกทักท้วงว่าคำสั่งไม่สมบูรณ์ ประกอบกับตัวประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ นายอนันต์ ระงับทุกข์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ดังนั้นสำนักงาน สกสค.จึงได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯขึ้นมาใหม่ และมีการแก้ไขถ้อยคำให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นแล้ว

นายพินิจศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประธานคณะกรรมการสอบสวนฯนั้น ตนยังเห็นว่านายอนันต์ ยังเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม เนื่องจากได้เริ่มต้นและรู้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวดี โดยได้พูดคุยกับนายอนันต์ ซึ่งก็รับปากว่าจะตอบรับเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนฯให้ใหม่ พร้อมทั้งจะเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อไม่ให้ติดปัญหาเรื่องการเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ รมว.ศึกษาธิการ ทราบแล้ว

ด้านนาย ธเนศพล  ธนบุณยวัฒน์  ประธานคณะทำงาน รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการประเมินประสิทธิภาพและติดตามการดำเนินงานขององค์การค้า ของ สกสค. กล่าวว่า  การดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี คืนจากธนาคารธนชาตให้กับ สกสค. เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการอนุมัติ ปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาสกสค. ได้ส่งเรื่องให้อัยการเป็นผู้ทำเรื่องฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนจากธนาคารธนชาตแล้ว แต่ทางอัยการส่งหนังสือ แจ้งกลับมาว่า มีเหตุขัดข้อง ในการดำเนินการฟ้องแพ่งธนาคารธนชาต ดังนั้น พล.อ.ดาว์พงษ์  จึงสั่งการให้สกสค. ส่งหนังสือสอบถามไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง เพราะจุดเริ่มต้นของการฟ้องเรียกค้าเสียหาย มาจากข้อแนะนำของผู้ตรวจการแผ่นดิน  เมื่อทางอัยการมีหนังสือแจ้งมาเช่นนี้ ก็ต้องถามกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร จากนี้จะต้องรอคำตอบจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งไม่แน่ใจว่าผู้ตรวจการแผ่นดินอาจจะตอบกลับมาแล้ว แต่เรื่องยังค้างอยู่ที่ สกสค. หรือไม่

 

ยกระดับมาตรฐานเลี้ยงโคนมนำร่อง 12 วิทยาลัยเกษตรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238191

วิยาลัยเกษตรฯ, ลัย, เลี้ยงโคนม, ยกระดับ, มาตรฐาน, เลี้ยง, โคนม, นำร่อง, วิทยาลัย, เกษตร, วิทยาลัยเกษตรฯ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ส.ค. 2559

ยกระดับมาตรฐานเลี้ยงโคนมนำร่อง 12 วิทยาลัยเกษตรฯ

สอศ.จับมือสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมฯ ร่วมพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพเลี้ยงโคนม ใน วทษ.12 แห่ง ได้เรียนรู้เชิงธุรกิจ

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาการ จัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพการเลี้ยงโคนม ระหว่าง สอศ.และสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ว่า สอศ.ตระหนักว่าการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาให้ก้าวสู่อาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างเข้มแข็ง นักเรียน นักศึกษาจะรู้เพียงแค่การเลี้ยงโคนมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นจะต้องเรียนรู้ในเชิงการบริหารธุรกิจอย่างครบวงจรด้วย อาทิ การบริหารน้ำนมดิบ มาตรฐานการเลี้ยงโคนม เป็นต้น ดังนั้น จึงได้จับมือกับสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่เป็นสมาชิก ประมาณ 2,000 คน ผลิตน้ำนมดิบได้มากถึง 219,000 ตัน ถือได้ว่ามีความรู้ มีประสบการณ์ตรงทั้งทางวิชาชีพและทางธุรกิจ ดังนั้น การร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่าง สอศ.และสมาคมฯ เพื่อช่วยกันพัฒนาจัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพการเลี้ยงโคนมในทุกมิติ

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี (2559-2563) โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) เข้าร่วม 12 แห่ง ได้แก่ วษท.ศรีสะเกษ วษท.บุรีรัมย์ วษท.ขอนแก่น วษท.สระแก้ว วษท.ลพบุรี วษท.เพชรบุรรี วษท.นครสวรรค์ วษท.อุทัยธานี วษท.ตาก วษท.กำแพงเพชร วษท.สุโขทัย และ วษท.สงขลา โดยนักเรียน นักศึกษาทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ที่สำคัญ สอศ.ยังหวังให้ วษท.12 แห่งนี้เป็นแกนนำในการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ ศึกษาวิจัยและวางแผนการผลิตกำลังคนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการเลี้ยงโคนม รองรับการเติบโตของธุรกิจได้ในอนาคต อาทิ รู้ได้ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้าสามารถธุรกิจฟาร์มโคนมต้องการ ผู้จัดการฟาร์มเท่าไร นักวิเคราะห์ วิจัยน้ำนมเท่าไร เป็นต้น

ด้าน นายสุรชัย ศิริมัย นายกสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม กล่าวว่า สมาชิกของสมาคมฯ เป็นกลุ่มเกษตรกรของสหกรณ์โคนมไทยและมีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ประกอบการที่มีโรงงานผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ โรงงานผลิตนมยูเอชที มีแหล่งน้ำนมดิบที่หมุนเวียนอยู่ในระบบจำนวนมาก ซึ่งสมาคมฯมีความยินดีที่จะร่วมกับ สอศ.ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ฝึกประสบการณ์ให้กับนักเรียน นักศึกษาจาก วษท.ทุกคน เพราะเป้าหมายของเราก็ต้องการดูแลให้เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงโคนมมีความเข้ม แข็ง ซึ่งปัจจุบันสมาคมฯยังได้ร่วมกับวษท.พัทลุง ในการสนับสนุนเพื่อพัฒนาโรงงานพาสเจอร์ไรซ์และโรงงานยูเอชทีของวิทยาลัยให้ มีความทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

 

 

ตรวจวิเคราะห์นมโรงเรียนพบไม่ผ่านมาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238156

อภิชัย มงคล, เนื้อนมไม่รวมไขมัน, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, นมโรงเรียน, ตรวจ, วิเคราะห์, โรงเรียน, ไม่, ผ่าน, มาตรฐาน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ส.ค. 2559

ตรวจวิเคราะห์นมโรงเรียนพบไม่ผ่านมาตรฐาน

ตรวจวิเคราะห์นมโรงเรียนพบไม่ผ่านมาตรฐาน 24.9 % เนื้อนมไม่รวมไขมันต่ำกว่าเกณฑ์ ขณะที่แบคทีเรียทั้งหมดสูงกว่ามาตรฐาน

         นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 ศูนย์ทั่วประเทศ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และสำนักงานสาธารณสุข(สสจ.)ทั่วประเทศ ได้ร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพของนมโรงเรียนทั้งชนิดพาสเจอร์ไรส์และยูเอชที โดยตรวจวิเคราะห์ทั้งด้านโภชนาการ ได้แก่ เนื้อนมไม่รวมไขมัน ไขมัน และโปรตีน และด้านจุลชีววิทยา ได้แก่ จำนวนแบคทีเรียทั้งหมด จุลินทรีย์บ่งชี้สุขลักษณะการผลิต เช่น เชื้อโคลิฟอร์ม (Coliform) และเชื้ออีโคไล (E. coli) และเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ เช่น เชื้อบาซีลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) เชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes) เชื้อซาลโมเนลล่า (Salmonella spp.) และเชื้อสเเตปฟิโลคอกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 350 (พ.ศ. 2556) เรื่องนมโค

ในช่วงปี 2555-2558 ได้ตรวจวิเคราะห์นมโรงเรียน จำนวน 1,750 ตัวอย่าง แยกเป็นชนิดพาสเจอร์ไรส์ 1,190 และยูเอชที 560 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบว่า ไม่ได้มาตรฐาน 436 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 24.9 ในจำนวนนี้เป็นนมชนิดพาสเจอร์ไรส์ 321 ตัวอย่าง และยูเอชที 115 ตัวอย่าง สาเหตุที่ไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ด้านโภชนาการ 290 ตัวอย่าง ด้านจุลชีววิทยา 95 ตัวอย่าง และไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งด้านโภชนาการและจุลชีววิทยา 51 ตัวอย่าง ด้านโภชนาการส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเนื้อนมไม่รวมไขมันต่ำกว่ามาตรฐาน ทางด้านจุลชีววิทยาพบว่านมชนิดพาสเจอร์ไรส์ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากจำนวนแบคทีเรียทั้งหมดสูงกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 6.9 จุลินทรีย์ที่บ่งชี้สุขลักษณะการผลิตที่ไม่ดี ร้อยละ 3.1 และเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ร้อยละ 3.8 ขณะที่ชนิดยูเอชที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากพบแบคทีเรียทั้งหมดสูงกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 2.9  เชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ร้อยละ 0.9

“จากข้อมูลการตรวจพบนมโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหาคุณภาพนมโรงเรียนและเร่งดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอย่างจริงจัง สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคนมโรงเรียนว่ามีความปลอดภัย เด็กไทยมีโภชนาการที่ดีมีพัฒนาการที่สมวัยและไม่มีเด็กที่จะต้องได้รับผลกระทบจากนมที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”นพ.อภิชัยกล่าว

         นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า ข้อแนะนำในการดื่มนมให้ได้ประโยชน์และปลอดภัย สำหรับนมพาสเจอร์ไรส์ เป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อน เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงต้องเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส เก็บได้นาน 7-10 วัน และมีการควบคุมอุณหภูมิในการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่โรงงานผลิต ระหว่างการขนส่งนมไปยังโรงเรียน จนถึงการเก็บรักษาที่โรงเรียนก่อนแจกจ่ายให้นักเรียนดื่ม และก่อนดื่มควรสังเกตเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำนมมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน และมีสี กลิ่น รสปกติ

ส่วนนมยูเอชที เป็นนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 133 องศาเซลเซียส เพื่อทำลายจุลินทรีย์ จึงสามารถ เก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน6-9 เดือน แต่ไม่ควรเก็บนมไว้ที่อุณหภูมิสูง และไม่วางกล่องนมให้ถูกแสงแดดโดยตรง ในการขนส่งและเก็บรักษา ควรบรรจุกล่องนม               ในลังกระดาษและไม่ซ้อนลังหลายชั้น เพราะกล่องนมอาจเสียหาย เกิดรอยรั่วซึม ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปในกล่องนมทำให้นมเสียได้ และเมื่อเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมด ควรนำนมที่เหลือไปเก็บไว้ในตู้เย็นและดื่มให้หมดภายใน 3-5 วัน

 

รมว.สธ.ขอผู้ใหญ่เป็นคนกลางช่วยเคลียร์แพทย์ถูกคนไข้เตะก้านคอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238148

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาท, รพ.แม่ใจ, เตะก้านคอ, รมว, ผู้ใหญ่, เป็น, คนกลาง, ช่วย, เคลียร์, แพทย์, ถูก, คนไข้, เตะ, ก้านคอ

การศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ส.ค. 2559

รมว.สธ.ขอผู้ใหญ่เป็นคนกลางช่วยเคลียร์แพทย์ถูกคนไข้เตะก้านคอ

รมว.สธ.ขอผู้ใหญ่เป็นคนกลางช่วยเคลียร์แพทย์ถูกคนไข้เตะก้านคอ เชื่อผู้ป่วยทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) กล่าวถึงกรณีผู้ป่วยเตะก้านคอแพทย์ รพ.แม่ใจ จ.พะเยาขณะทำการรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของผู้ป่วย และไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย เชื่อว่าหากได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเรื่องจะไม่ลุกลาม จึงอยากให้มีผู้ใหญ่ในพื้นที่ช่วยเป็นคนกลางพูดคุยทำความเข้าใจกับทั้ง 2 ฝ่าย

“อยากให้เข้าใจว่าผู้ป่วยและญาติเองเมื่อมารักษาก็มีความรู้สึกเครียด ว้าวุ่นใจ ไม่แน่ใจในอาการป่วย ระหว่างการดูแลรักษาพยาบาลก็ต้องไม่หุนหันพลันแล่นทั้งสองฝ่าย ส่วนที่บอกว่าแพทย์อาจพูดจาไม่ดีนั้น ตอนนี้ต่างคนต่างออกมากล่าวโทษกัน จึงควรจะมีคนกลางที่เป็นผู้ใหญ่มาช่วยทำความเข้าใจและช่วยประสานไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล โดยปกติก็จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่แล้ว แต่ละแห่งก็ต้องคอยดูเหตุการณ์ว่าผิดปกติหรือไม่ เรียกว่ามีการเตรียมความพร้อม แต่เหตุการณ์เช่นนี้เราบอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่การเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยมีอยู่แล้ว

 

4 หนุ่มมทร.ธัญบุรี ดึงสติคนไทย คิดก่อนโพสต์ ศึกษาก่อนแชร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237853

ดึงสติ, หนุ่, ธัญ, บุรี, ดึง, สติ, คนไทย, คิด, ก่อน, โพสต์, ศึกษา, แชร์, หนุ่มมทรธัญบุรี, ดึงสติคนไทย, คิดก่อนโพสต์, ศึกษาก่อนแชร์, เยาวชนรุ่นใหม่, แต่งกายดี มีวินัย ใส่ใจคุณธรรม มีสัมมาคารวะ, แป๊ะ, ฮิว, แบงค์, ออย

ดึงสติ, หนุ่, ธัญ, บุรี, ดึง, สติ, คนไทย, คิด, ก่อน, โพสต์, ศึกษา, แชร์, หนุ่มมทรธัญบุรี, ดึงสติคนไทย, คิดก่อนโพสต์, ศึกษาก่อนแชร์, เยาวชนรุ่นใหม่, แต่งกายดี มีวินัย ใส่ใจคุณธรรม มีสัมมาคารวะ, แป๊ะ, ฮิว, แบงค์, ออย


ดึงสติ, หนุ่, ธัญ, บุรี, ดึง, สติ, คนไทย, คิด, ก่อน, โพสต์, ศึกษา, แชร์, หนุ่มมทรธัญบุรี, ดึงสติคนไทย, คิดก่อนโพสต์, ศึกษาก่อนแชร์, เยาวชนรุ่นใหม่, แต่งกายดี มีวินัย ใส่ใจคุณธรรม มีสัมมาคารวะ, แป๊ะ, ฮิว, แบงค์, ออย

ดึงสติ, หนุ่, ธัญ, บุรี, ดึง, สติ, คนไทย, คิด, ก่อน, โพสต์, ศึกษา, แชร์, หนุ่มมทรธัญบุรี, ดึงสติคนไทย, คิดก่อนโพสต์, ศึกษาก่อนแชร์, เยาวชนรุ่นใหม่, แต่งกายดี มีวินัย ใส่ใจคุณธรรม มีสัมมาคารวะ, แป๊ะ, ฮิว, แบงค์, ออย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ส.ค. 2559

4 หนุ่มมทร.ธัญบุรี ดึงสติคนไทย คิดก่อนโพสต์ ศึกษาก่อนแชร์

4 หนุ่ม มทร.ธัญบุรี ดึงสติคนไทย คิดก่อนโพสต์ ศึกษาก่อนแชร์ : ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี

ปัจจุบันโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลต่อการรับรู้ข่าวสารของผู้คนที่ชอบความครวดเร็ว และเกาะติดโซเชียล  หลายกิจกรรมที่ถูกโพสต์เป็นข้อความ รูปภาพ หรือกระทั่งคลิปวิดีโอ จึงมีผลทั้งในแง่การสร้างแรงกระเพื่อมในทางบวกให้เกิดการตื่นตัว และตระหนักในข้อดี ข้อเสีย ขณะที่อีกหลาย ๆ โพสต์ก็กระแสที่เกิดขึ้นก็เปรียบเสมือนบทลงโทษทางสังคมมาสู่ตัวผู้โพสต์เอง ในบางกรณีขยายผลไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย

“เยาวชนรุ่นใหม่” นับเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อโซเชียลมากและปฏิเสธไม่ได้ว่า กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาไปแล้ว  โดย นายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดีด้านพัฒนานักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของทุกคนเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่เข้าถึงสื่อเหล่านี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะวัยรุ่น ตนในฐานะที่ดูแลด้านการพัฒนานักศึกษา ก็พยายามนำสื่อออนไลน์มาใช้อย่างสร้างสรรค์  ใช้ด้วยภาษาที่สุภาพ ยกตัวอย่าง ผลสำเร็จของการนำมารณรงค์โครงการการไหว้ และการแต่งกายถูกระเบียบ “แต่งกายดี มีวินัย ใส่ใจคุณธรรม มีสัมมาคารวะ” เวลาที่เจอนักศึกษา นักศึกษาจะยกมือไหว้

“ส่วนตัวตนเองจะโพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ 3 ประเด็นหลักๆ คือ การโพสต์ให้ข้อคิด การโพสต์ให้กำลัง ให้คำปรึกษา และการโพสต์ชื่นชมนักศึกษาที่ได้รับรางวัล ทุกวันนี้การพูดคุยสื่อสารตัวต่อตัวน้อยมาก ส่วนใหญ่นักศึกษาจะพูดคุยการสื่ออนไลน์ จึงอยากให้ครูบาอาจารย์หรืออาจารย์ที่ปรึกษา ใช้สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือช่วยในการให้คำปรึกษา แต่ข้อควรระวังควรใช้ภาษา ถ้อยคำที่สุภาพ เพราะว่าทุกวันนี้สังคมไทยวุ่นวาย น่าเป็นห่วง อยากให้เป็นสังคมไทยที่เอื้ออาทรให้กันและกัน”นายวิรัช กล่าว

อุปนายกองค์การนักศึกษาคนที่ 1 “แป๊ะ” นายเอกศักดิ์ วิสฤตาภา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เล่าว่า ไม่รู้ว่า Social media กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของตนเองตั้งแต่เมื่อไร เพราะว่า ตนเองต้องโพสต์รูปภาพและข้อความลงทุกวัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปภาพในการทำกิจกรรมขององค์การนักศึกษา จุดประสงค์ของการโพสต์ภาพ ตนเองอยากให้รุ่นน้องได้เห็นถึงการทำกิจกรรม และมาทำกิจกรรมกันเยอะๆ มีบ้างที่โพสต์ข้อความบ่นในการทำงาน แต่จะระมัดระวังให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังเอาไว้คุยกับพ่อและแม่ เพราะว่า พ่อแม่ของตนเองเล่นด้วย ทุกคนรับรู้เกี่ยวกับภัยของ Social media ฉะนั้นต้องระมัดระวัง ซึ่งตอนนี้มีกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์ ออกมา ขอให้ทุกคนจงระมัดระวัง

ทางด้านฝ่ายประธานรับฟังความคิดเห็น สภานักศึกษา มทร.ธัญบุรี “ฮิว” นายรัฐพล ฉิมมี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่าว่า  สื่อ Social media เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงวัยรุ่นได้ดีที่สุด สามารถทำให้เด็กธรรมดาหนึ่งคน กลายเป็นเน็ตไอดอลภายในค่ำคืน หรืออาจกลายเป็นผู้ร้ายภายในค่ำคืน ฉะนั้นควรมีสติในการทำอะไรก็ตาม ควรพิจารณาให้ดี ไม่ควรคิดเพียงอยากเป็นผู้นำ ต้องการความเห็นอกเห็นใจ ที่สำคัญคลิปขายของที่ลงในโลกออนไลน์ควรมีความพอดี ไม่หลอกลวงผู้บริโภค

“แบงค์” นายอภิสิทธิ์ ต้นสกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ รองประธานฝ่ายนักศึกษาสัมพันธ์ องค์การนักศึกษา เล่าว่า ในการโพสต์ เฟซบุ๊ก (facebook) ทุกคนชอบคิดว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง แต่จริงๆ แล้ว เฟซบุ๊ก เป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว จะทำให้เพื่อนใน เฟซบุ๊ก สามารถเห็นข้อความที่โพสต์ลงไป ฉะนั้นจะทำอะไรควรมีการคิดก่อนโพสต์ จะได้ไม่ส่งผลต่อตัวเองภายหลัง โดยตัวอย่างมีให้เห็นทุกวันในสังคมไทย ทั้งเรื่องของความรู้สึกต่างๆ ที่ไปสะกิดใจของคนไทยหลายๆ คน รวมไปจนถึงเรื่องความละเอียดอ่อนของความรู้สึก ยิ่งคนเราได้ไปพบไปเจออะไรมา ปัจจุบันต้องโพสต์ เพื่อให้คนอื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือกดไลท์กดแชร์ ตนเองยอมรับว่าเป็นหนึ่งคนที่ชอบกดแชร์ข่าวสารที่เกิดขึ้น แต่ตนเองจะเข้าไปอ่านกระทู้ทุกครั้งก่อน เพื่อหาข้อมูลความเป็นจริงก่อนที่จะแชร์ออกไป เพราะว่าถ้าเรื่องที่ตนเองแชร์ไปถ้าไม่จริง อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย

ส่วน “ออย” นายธนภัทร ยอดสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานชมรมวิทยุสมัครเล่น มทร.ธัญบุรี เล่าว่า การที่จะโพสต์อะไรมันเหมือนดาบ 2 คม ถ้าโพสต์ในทางสร้างสรรค์จะส่งผลดีต่อตัวเราเอง ทำให้คนที่เห็นรู้สึกดี ซึ่งส่วนตัวจะโพสต์จะโพสต์เรื่องที่ไม่กระทบต่อคนอื่นๆ ที่เห็น “โพสต์เรื่องที่เราสบายใจ คนอื่นจะสบายใจไปด้วย” จงพึงคิดเสมอว่า เรื่องในใจที่เราโพสต์ลงไปใน เฟซบุ๊ก  ต่อไปจะไม่ไปเป็นเรื่องในใจ สิ่งดีๆ ในสังคมไทย เป็นสิ่งที่ดี ควรจะกดแชร์กดไลท์ แต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรจะส่งเสริม

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์อะไรลงไปในโลก Social media สิ่งใดที่ไม่สร้างสรรค์ และเป็นการทำลาย หรือกระทบคนอื่น ไม่ควรจะโพสต์ ฉะนั้นคิดก่อนโพสต์ ศึกษาก่อนแชร์กันด้วยนะ

ทปสท.ชี้กกอ.ต้องใช้ม.44แก้ปัญหาอุดมศึกษาให้เด็ดขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237844


กกอ., ม.44, ทปสท., ทปสทชี้กกอต้องใช้ม44, แก้ปัญหา, อุดมศึกษา, ให้, เด็ดขาด

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ส.ค. 2559

ทปสท.ชี้กกอ.ต้องใช้ม.44แก้ปัญหาอุดมศึกษาให้เด็ดขาด

ประธานทปสท.ชี้ กกอ.ควรใช้อำนาจม.44 ที่ให้จัดการปัญหาธรรมาภิบาลในอุดมศึกษาให้เด็ดขาด ระบุยังมีปัญหาสะสม ต้องเร่งแก้ไขหากปล่อยเป็นวงจรอุบาทว์สุดท้ายม.44 ก็ไม่ช่วย

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวว่า ภายหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 ออกมาเพื่อจัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 จนถึงขณะนี้จะครบหนึ่งเดือนแล้ว แต่ปรากฎว่ามีสถาบันอุดมศึกษาเพียง 2 แห่งเท่านั้นคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ ที่ถูกดำเนินการตามคำสั่งนี้ ส่วนที่เหลือยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปรากฎข่าวว่ามีอีกอย่างน้อย 20 สถาบันที่จะถูกดำเนินการด้วย ม.44 และล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ที่มี รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ เป็นประธานก็พบว่ามีมหาวิทยาลัย 12 แห่งเข้าข่ายที่จะถูกดำเนินการตามม.44 เพราะมีปัญหาธรรมาภิบาลและจัดการศึกษาไม่มีคุณภาพและกกอ.ได้มีการตั้งกรรมการลงไปตรวจสอบ

“มีคำถามเกิดขึ้นทันทีกับชาวอุดมศึกษาว่าก่อนหน้าที่บอก 20 แห่งมาตอนนี้มีเพียง 12 แห่งแล้วอีก อย่างน้อย 8 สถาบันหายไปไหน  เพราะอะไร  นี่ยังไม่นับรวมกับความไม่มั่นใจก่อนหน้านี้ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกอ. ที่ไปนั่งเป็นนายกและกรรมการสภาในหลายสถาบัน ซึ่งกรณีนี้ทาง ทปสท. เคยทักท้วงไปหลายครั้งแล้วให้ท่านลาออก เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.44 ได้อย่างเที่ยงธรรม”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการแต่งตั้งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลเกษียณอายุราชการ ซึ่งทาง ทปสท.ได้นำเสนอพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้ใช้อำนาจตามข้อ 2 ม.44 ดำเนินการ เนื่องจากศาลปกครองได้เคยตัดสินแล้วว่าเป็นการแต่งตั้งที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบหรือการดำเนินการใด ๆ ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนี้ปัญหาและความขัดแย้งเดิม ๆ ก็จะกลับมาอีก เนื่องจากหลายสถาบันอธิการบดีครบวาระ และกำลังมีการสรรหาใหม่ ส่วนใหญ่คนเดิมที่เกษียณล้วนอยากเป็นต่อ และก็ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้สภาเลือกตัวเองกลับมาเป็นอีก แน่นอนหาก กกอ.ไม่ดำเนินการใด ๆ วงจรอุบาทว์ ปัญหาความขัดแย้งในการสรรหา เกิดการฟ้องร้องจนไม่สามารถแต่งตั้งอธิการบดีได้ก็จะกลับมาอีก สุดท้าย ม.44 ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย

 

ความ(รัก)แบบแม่ยุคใหม่ …. ทำลูกไม่อึดอัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237829


มะลิ, สวนดุสิต, วันแม่, ความรัก, แบบ, แม่, ยุคใหม่, ลูก, ไม่, อึดอัด, ความรักแบบแม่ยุคใหม่, ทำลูกไม่อึดอัด, วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ, ช่อสบู่ดอกมะลิ, รักแม่


มะลิ, สวนดุสิต, วันแม่, ความรัก, แบบ, แม่, ยุคใหม่, ลูก, ไม่, อึดอัด, ความรักแบบแม่ยุคใหม่, ทำลูกไม่อึดอัด, วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ, ช่อสบู่ดอกมะลิ, รักแม่


มะลิ, สวนดุสิต, วันแม่, ความรัก, แบบ, แม่, ยุคใหม่, ลูก, ไม่, อึดอัด, ความรักแบบแม่ยุคใหม่, ทำลูกไม่อึดอัด, วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ, ช่อสบู่ดอกมะลิ, รักแม่

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ส.ค. 2559

ความ(รัก)แบบแม่ยุคใหม่ …. ทำลูกไม่อึดอัด

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ และบริสุทธิ์เสมอ เพราะความรักของผู้เป็นแม่ ไม่ได้คาดหวัง มีเพียงความหวังดีต่อลูกเท่านั้น : ปภาวรินทร์ สังฆพรหม ประชาสัมพันธ์ มสด.

 “วันที่ 12 สิงหาคม  วันแม่แห่งชาติ” ถือเป็นวันสำคัญที่ทำให้ลูกได้ทำสิ่งดีๆ ส่งต่อความรักระหว่างแม่ลูกในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การมอบการ์ด บอกรัก กราบเท้าท่านด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ฯลฯ ต่างคนต่างมีวิธีแสดงความรักที่แตกต่างกันออกไป ลองมาฟังน้องๆ และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.)ดูบ้างว่าพวกเขาเหล่านี้ มีวิธีการบอกรักแม่อย่างไร?

เริ่มที่เฟรชชี่น้องใหม่ นส.ปนัดดา ตรีรีตน์ (มิ้ว)  นักศึกษาชั้นปีที่ 1สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรมโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ กล่าวถึงเทศกาลวันแม่ ว่า ตนเป็นเด็กจังหวัดอ่างทอง ซึ่งทุกปี ยังคงอยู่กับแม่และครอบครัวที่โน้น แต่ปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่ไม่อยู่กับครอบครัว  จึงตั้งใจจะกลับบ้านหาแม่เหมือนทุกครั้งที่เคยเป็นมา การที่ต้องมาเรียนต่างบ้าน ไกลจากคุณแม่ เป็นเรื่องที่ไม่ชินและมีความคิดถึงครอบครัวไม่น้อย เพราะตนถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด สนิทกับคุณแม่มาก คุณแม่ให้ความรักและความอบอุ่นเหมือนเพื่อนกัน หลายคนอาจมองว่าเป็นการเลี้ยงลูกสมัยใหม่ (จะดีหรือเปล่า?) แต่สำหรับตนคิดว่า ดีมาก เราสามารถพูดคุยและปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ทำให้เรากล้าที่จะพูด กล้าที่จะปรึกษา

โดยปีนี้ ตนได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของนศ. เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ “ช่อสบู่ดอกมะลิ” ภายใต้แบรนด์ UNI (มสด.) บรรจุในกล่องสวยงาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะซื้อเป็นของขวัญกลับไปไหว้ขอพรคุณแม่ด้วยคะ

ด้านน.ส. อุรัสยา สุทธิประภา (พลอย) นักศึกษาชั้นปี2สาขาวิชาการบริการลูกค้า คณะวิทยาการจัดการ กล่าวต่อว่า ตนมีพี่น้องฝาแฝด พลอยกับแพร เลยเป็นภาระหนักของการเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างคุณแม่ แต่ตนไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อเลย เพราะแม่ให้ความรักอย่างดีเยี่ยม บางคนคิดว่าเมื่อลูกขาดพ่อแล้วจะมีปมด้อย แต่สำหรับตนไม่ใช่ กลับเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ได้ความรักอย่างเต็มที่ ความผูกพันธ์ระหว่างแม่ลูกเลยมากขึ้นทุกปี พอเราสนิทกับแม่เหมือนเพื่อน เรื่องของการเปิดใจคุยก็ตาม ตนพูดได้เต็มปากว่าแม่รู้ทุกเรื่อง รู้ทุกความเคลื่อนไหว แม้กระทั่งเรื่องความรัก แม่ก็คอยแนะนำและดูอยู่ห่างๆ เลยทำให้ความรู้สึกของการเป็นลูกไม่อึดอัด มีอะไรก็อยากปรึกษาแต่แม่เท่านั้น ซึ่งวันแม่ปีนี้ ตั้งใจพาคุณแม่ไปทานร้านอาหารที่ท่านชอบ แอบเก็บเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงในการทำงานพิเศษมอบให้แม่ด้วย ถือเป็นการทดแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูเรามา ส่วนเพื่อนๆคนไหน ยังไม่กล้าบอกรัก ให้ถือโอกาสเอาวันแม่12 สิงหาคม เป็นการบอกรักแม่นะคะ เพราะหากคุณไม่กล้าลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ไม่รู้วันข้างหน้าแม่จะอยู่กับเราหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ตนส่งกำลังใจช่วยเชียร์เพื่อนๆทุกคนเลยคะ

สุดท้ายหนุ่มใต้กลับใจ นายพิพัฒน์พล เพ็ญเกิด (บอนด์) บุคลากรกองประชาสัมพันธ์สวนดุสิต กล่าวเสริมสำหรับเทศกาลวันแม่ ว่า ตนเติบโตในครอบครัวข้าราชครู การเลี้ยงดูจึงเคร่งครัด ต้องอยู่ในกรอบ ทำให้บ่อยครั้ง เผลอทำให้พ่อและแม่เสียใจ เพราะตนเป็นเด็กเกเร ไม่ยอมเรียนบ้าง ไม่กลับบ้านบ้าง ติดเพื่อนบ้าง แต่พอวันหนึ่งที่ต้องมาใช้ชีวิตเรียนต่อที่กรุงเทพฯเพียงคนเดียว จึงทำให้คิดได้ การที่ท่านว่ากล่าวตักเตือนมันเป็นเรื่องจริง สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จึงกลับตัวกลับใจเป็นคนดี แต่เรื่องการบอกรักแม่นั้น ยังมีความเขินอาย แต่การกระทำชัดเจน ตนจะเข้าไปกอดไปหอมทุกครั้งเมื่อได้กลับบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ปีนี้ไม่ได้กลับ เพราะติดงานและติดเรียนปริญญาโท จึงตั้งใจจะส่งไลน์หรือข้อความไปบอกรักแทน ซึ่งตนคิดว่าของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การสำเร็จการศึกษาปริญญาโท จากเด็กเกเรคนหนึ่ง ที่แม่ต้องคอยเป็นห่วงแต่ปัจจุบันมีงานทำและเรียนต่อให้แม่ได้ แม่น่าจะภูมิใจกับลูกคนนี้แล้วแหละครับ จึงฝากถึงทุกคนๆ ใครที่ไม่กล้าบอกรักแม่ ลองใช้วิธีแบบตนดูก่อนก็ได้ ลองส่งข้อความหาท่าน ให้เทศกาลวันแม่เป็นช่องทางการบอกรัก และทำตัวเองให้มีคุณค่า เป็นคนดีของสังคม แค่นี้ก็เป็นตอบแทนบุญคุณท่านแล้ว สุขสันต์วันแม่นะครับ

วันแม่ปีนี้อย่าเขินอายที่จะแสดงความรักกับแม่ ด้วยการบอก “รักแม่” เพราะความรักของแม่จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้ลูกทุกคนพ้นอันตราย ..

 

พิธีเจริญพระพุทธมนต์-ตักบาตรพระสงฆ์เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237807

พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ส.ค. 2559

พิธีเจริญพระพุทธมนต์-ตักบาตรพระสงฆ์เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา

รัฐบาลนำพุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 06.15 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ รัฐบาลร่วมกับภาคคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์การทางศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 จำนวน 185 รูป โดยมีพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานในพิธี มีคณะรัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ตัวแทนชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อแสดงพลังความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพุทธศาสนิกชนที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งพุทธศาสนิกชนได้ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมทางศาสนาไปประพฤติปฏิบัติอันเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงามต่อไป โดยจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคม 2559

นอกจากนี้ ศาสนิกชนของศาสนาต่างๆ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในศาสนสถานประจำแต่ละศาสนา ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร และมัสยิดทุกแห่งทั่วประเทศ ,ศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ณ องค์การทางศาสนาในส่วนกลางและโบสถ์คริสตจักรทั่วประเทศ,ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ประกอบพิธีสวดมนต์ถวายพระพร ณ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์วัดวิษณุและวัดเทพมณเฑียร , ศาสนาซิกข์ ประกอบพิธีสวดอัรดาสขอพร ณ คุรุดวารา (วัดซิกข์) สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา สมาคมนามธารีสังคัต และวัดซิกข์ในสังกัดทุกแห่งด้วย

 

8 บุคคลในภาพถ่ายทอดความในใจรับใช้เบื้องพระยุคลบาท”พระราชินี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237703


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 11 ส.ค. 2559

8 บุคคลในภาพถ่ายทอดความในใจรับใช้เบื้องพระยุคลบาท”พระราชินี”

เปิดความในใจ 8 บุคคลในภาพทั้ง 8 มีโอกาสถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดงานเปิดตัว 8 บุคคลในภาพที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถขณะที่ทรงประกอบพระราชกรณียกทั้งในและต่างประเทศ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ12 สิงหาคม 2559

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวระหว่าง เป็นประธานเปิดงานและมอบภาพแห่งความทรงจำให้แก่บุคคลทั้ง 8ว่า  วธ.สำนึกในพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายด้าน ที่ล้วนแต่สร้างความผาสุกและความปลื้มปีติแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7  รอบ12  สิงหาคม 2559 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ  เพื่อให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ อันเป็นแนวทางในการอนุรักษ์สืบสานสร้างสรรค์ งานมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป

นางดอกไม้ คำวงษ์ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่ 1 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2523 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงหยอดตาพระราชทานแก่เด็กซึ่งมารับการตรวจรักษาจากแพทย์ที่โดยเสด็จพระราชดำเนิน ระหว่างการทรงเยี่ยมราษฏรบ้านหนองม่วง อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร  กล่าวว่า ขณะเข้าเฝ้าฯบุตรสาววัย 5 เดือน 22วัน มีอาการตัวร้อนเป็นไข้สูง พระองค์ทรงใช้ผ้าประคบหน้าผากบุตรสาวเพื่อลดอาการไข้พร้อมทรงหยอดตา และรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลอย่างดีจนหายเป็นปกติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล พระองค์ทรงพระราชทานข้าว อาหารเครื่องนุ่งห่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันบุตรสาวอายุ 37 ปีพระองค์ทรงรับเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง(กลุ่มปักผ้า) เพื่อสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัวหลังเสร็จฤดูทำนา

“ รู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางครอบครัวขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าฯตราบชีวิตจะหาไม่ “ นางดอกไม้ กล่าว

นางคำใหม่ โยคะสิงห์ ปัจจุบันประกอบอาชีพแม่บ้าน  บุคคลในภาพที่ 2 เมื่อวันที่ 29  พ.ย. 2525 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภูไท ตำบลบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์บุคคลในภาพ  กล่าวว่า  ในภาพนี้ เป็นหารเข้าเฝ้าฯรับเสด็จครั้งที่ 3 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้าน  หลังจากที่เคยไปเข้าเฝ้าฯครั้งแรก ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านดงสวน  สามีซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดการศึกษาของอำเภอคำม่วง ทาเฝ้ารับเสด็จ ตนจึงมาด้วย และได้ใส่ผ้าแพรววาเป็นสไบพาดมา  พอพระองค์เห็นสไบผ้าแพรวา ก็ทรงตรงเข้ามาสอบถามเรื่องผ้า วันรุ่งขึ้นก็ให้ราชเลขาฯ เอาเส้นไหมมาให้ 6 กิโลกรัม แล้วบอกว่า ให้ทอผ้าให้สมเด็จ  จากนั้น ตนก็รวบรวมชาวผ้าชวนกันทอผ้าแพรวาจนเสร็จ 12 ผืนใช้เวลา 1 ปี แล้วพากันไปเข้าเฝ้าฯถวายผ้าที่พระราชวังไกลกังวล  พอพระองค์เห็นผ้าแล้ว ก็นำขึ้นมาพาดไหล่ แล้วทรงรับสั่งสัญญาว่า จะเสด็จมาหาคำใหม่ที่บ้าน

“พระองค์ทรงนำผ้าที่ถวายไปตัดเป็นฉลองพระองค์ แล้วเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้านจริง ๆ ซึ่งก็คือเหตุการณ์ในภาพ รู้สึกดีใจมาก เหมือนเทวดามาโปรด ทรงขึ้นบ้านไปประทับบนเสื่อ นั่งคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง  ไม่ถือพระองค์ หลังจากนั้น ก็มีโอกาสเข้าเข้าเฝ้าฯ ทุกปี  ทั้งยังทรงให้ทุนการศึกษาแก่ลูก 3 คนจนจบปริญญาตรี”นางคำใหม่ กล่าว

นางคำใหม่ กล่าวต่อว่า ครั้งที่เสด็จเยี่ยมที่บ้านโพนเป็นการส่วนพระองค์นั้น  ได้ทอดพระเนตรการแสดงฟ้อนผู้ไทย และทรงฉายพระรูปร่วมกับตนและชาวบ้านทำให้ทุกคนดีใจมาก พร้อมมีรับสั่งว่าไม่อยากกลับเลยอยู่ที่นี่แล้วสนุก และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทำให้ผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยที่กำลังจะสูญหายได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จนได้รับฉายาผ้าไหมแพรวาราชินีแห่งไหม ส่งผลให้ชาวผู้ไทยบ้านโพนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นางจันทร์ฉาย ดวงใจ ปัจจุบันประกอบอาชีพครู ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย จังหวัดเชียงใหม่ บุคคลในภาพที่ 3  เมื่อวันที่ 12  มีนาคม 2535 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานภาพพุทธประวัติแก่ผู้แทนครู เพื่อนำไปประกอบการสอนพุทธศาสนาแก่เด็กนักเรียน ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนวัดยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

นางจันทร์ฉาย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ  ซึ่งครั้งนั้น พระองค์เสด็จด่วนเพราะใกล้ปิดภาคเรียน  ทั้งนี้ พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมโรงเรียน ประชาชน และตรงมาหาคณะครูและทรงมอบสื่อการสอนชุดพุทธประวัติให้

“ครั้งนี้พระองค์ทรงตรัสถามว่า สบายดีมั้ย รู้สึกว่า เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดในชีวิต และสร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดเพราะที่นั่นเป็นพื้นที่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร เดินทางลำบาก พระองค์ก็ยังเสด็จไปเยี่ยม เป็นขวัญกำลังใจอย่างมาก  เหมือนคำพูดที่ว่าไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่ในหลวงและราชินีไปไม่ถึง”นางจันทร์ฉาย กล่าว

นางจันทร์ฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วรักและเทิดทูนพระองค์อย่างสุด การที่พระองค์มอบสื่อการสอนให้นั้น จุดประกายให้เป็นครูที่ดี ใข้สื่อในการเรียนการสอน และการที่พระองค์พระราชทานสื่อพุทธประวัตินั้น  ทรงต้องการให้สอนเด็กให้เป็นคนดี มีศีลธรรม ตนจึงตั้งใจพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และตั้งใจสอนเด็กให้เป็นคนดี

รศ.ศิริชัย หงษ์วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคคลในภาพที่ 4  เมื่อวันที่ 21  กุมภาพันธ์ 2540 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรแบบจำลองในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดโครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เส้นทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ณ สนามเฮลิคอปเตอร์ ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่

รศ.ศิริชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น ผ่านมา 20 ปีแล้ว  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าถวายรายงานฯ เพราะขณะนั้น ม.แม่โจ้ กแงทัพบก และกรมป่าไม้  ร่วมมือกัยทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ 2 ข้างทางขึ้นดอกสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ป่าและพันธุ์ไม้ป่า ซึ่งเป็นโครงการที่พระองค์ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริและนำพสกนิกรปฏิบัติตลอดทุกปีที่ทรงเสด็จเยือนจังหวัดเชียงใหม่และประทับที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

“ในครั้งนั้น ได้เลือกดอกไม้ที่ทรงโปรดมาใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทรงโปรดดอกไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะดอกไม้ไทย  โดยได้เลือกดอกพญาเสือโคร่ง และดองโคสีขาว ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าแถบดอกสุเทพมาใช้  ทั้งนี้  พระองค์เคยตรัสไว้ว่า ในหลวงเป็นป่า พระองค์เป็นน้ำ  ซึ่งป่า และน้ำ เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาป่าและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งตนได้เดินตามพระราชดำริในการทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมมาตลอด  ปัจจุบัน เราอาจได้ยินคำใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่น โลกร้อน และมีความพยายามต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ ในหลวงของเรา ท่านได้ริเริ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้วแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว”รศ.ศิริชัย ระบุ

นายสะมะแอ กะนิ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่5 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2541 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการประกวดผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า  ในขณะนั้น ตนเป็นหนึ่งในสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และอยู่ในระหว่างฝึกการเขียนลายเส้นบนเรือกอและ ด้วยฝีมือการวาดลายเส้นที่สวยงามตนจึงถูกคัดเลือกให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ในวันดังกล่าว พระองค์ท่านได้ตรัสว่า “เรือกอและสวยงามมาก ” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสใกล้ชิดสมเด็จพระราชินี รู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจมาก  ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านได้อย่างใกล้ชิด

นายอูเซ็ง สะแลแม ปัจจุบันประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง บุคคลในภาพที่6  เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2542 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังตามพระราชดำริ  ณ บ้านปาตาตีมอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระท่าน ซึ่งพระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ และส่งเจ้าหน้าที่มาคอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ตลอด

นางวาสนา แก้วหานาม ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป บุคคลในภาพที่7 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง หมู่ที่ 11 ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า    นางวาสนา กล่าวว่า ได้รับคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านให้เข้าเฝ้าเพราะมีฐานะยากจน พระองค์ได้พระราชทานผ้าสำหรับปักพร้อมอุปกรณ์และภาพตัวอย่างเป็นภาพดอกบัวอยู่กลางบึง 4ผืนให้นำไปปัก พร้อมรับสั่งว่าเป็นการบ้าน และยังทรงรับตนเข้าเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง กลุ่มปักผ้าทำให้ตนและครอบครัว รวมถึงชาวบ้านปลาบปลื้มและประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกินให้มีอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

“ ในครั้งนั้น  พอทรงทราบว่า ไม่มีที่ทำกอร ก็ทรงรับสั่งถามว่า  จะไปอยู่ที่ภูพานมั้ย ทูลตอบไปว่า ไปไม่ได้ เพราะต้องดูแลแม่ ก็ทรงถามต่อว่า อยากทำงานมั้ย ทูลตอบ

ว่า อยากทำ พระองค์จึงให้มาฝึกปักผ้า และปักผ้าส่งศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง  ยังความปลื้มปิติ ในสมเด็จทากที่ทำให้พวกเรามีอาชีพ ”

ภาพที่ 8 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ณ พิพิธภัณฑ์เฟอล์กเคอร์คุนเดอ ณ นครมิวนิค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนีบุคคลในภาพ คือ คุณหญิง Barbara Margret Rose Riepl ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกงศุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ประจำนครมิวนิก สหพันธ์สาธารณารัฐเยอรมนี อย่างไรก็ตาม คุณหญิง Barbara ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน

 

“ดาว์พงษ์”มั่นใจม.44กระตุ้นมหา’ลัยปรับปรุงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237705

ม.44, คำสั่งหัวหน้า คสช., กกอ., ดาว, ์พงษ์มั่นใ, 44กระตุ้นมหาลัยปรับปรุง, ตัว, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 11 ส.ค. 2559

“ดาว์พงษ์”มั่นใจม.44กระตุ้นมหา’ลัยปรับปรุงตัว

“ดาว์พงษ์” ชี้ กกอ.มีอำนาจตามคำสั่ง ม.44 ดำเนินการตรวจสอบมหา’วิทยาลัยที่เข้าข่ายมีปัญหาธรรมาภิบาล เชื่อหลังใช้ม.44มหา’ลัยที่รู้ตัวมีปัญหาเร่งปรับปรุง

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ  กล่าวถึงกรณีที่ คณะ กรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ตั้งคณะกรรมการกลาง 2 ชุด เข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัย 12 แห่งที่เข้าข่ายมีปัญหาธรรมาภิบาล และจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ว่า เรื่องนี้คงยังไม่ต้องส่งเรื่องมาถึงตน ให้พิจารณาอะไร เพราะตามกระบวนการและ กกอ. มีอำนาจ  คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งหากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่ามหาวิทยาลัยใด จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมาตรฐานหลักสูตร จนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่นิสิต นักศึกษา หรือมีปัญหาธรรมาภิบาล หรือดูแล้วมีมูล สามารถเสนอให้ กกอ.ตั้งคณะกรรมการ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ เมื่อผลการตรวจสอบออกมาก็จะมาดูว่า ร้ายแรงแค่ไหน หากจำเป็นต้องดำเนินการโดยใช้อำนาจ รมว.ศึกษาธิการ จึงจะเสนอมา

“ผมคิดว่าคำสั่งนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่รู้ตัวว่ามีปัญหา กำลังเร่งปรับตัว  ซึ่ง ผลสุดท้ายต้องคำนึงถึง ผลประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก ส่วนจะต้องถึงขั้นขึ้นแบล็กลิสต์ มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเหล่านี้หรือไม่นั้น  คงไม่ต้องถึงขั้นขึ้นแบล็กลิสต์ ถ้ามหาวิทยาลัยใดที่เคยมีข้อมูลว่าจัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานแล้ว ก็จะถูกสังคมมองไม่ดี  ตนอยากให้มหาวิทยาลัยที่รู้ตัวว่ามีปัญหา รีบหันกลับไปมองตัวเอง แล้วปรับตัวให้อยู่ในร่องในรอย”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางไปตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหามหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.นั้นมีบรรยากาศที่ดี  ซึ่งก็มีคำถามบ้างว่าคณะบุคคล จะเข้ามากำกับดูแลมหาวิทยาลัยอีกนานหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ตอบไปว่า เรื่องนี้อยู่ที่การให้ความร่วมมือ ของทุกคน ถ้าร่วมมือกับคณะทำงานของศธ.ที่จัดลงไป ก็จะทำให้แก้ปัญหาได้เร็ว  ทั้งนี้ตนได้สั่งการไปแล้ว ว่า ให้คณะทำงาน เร่งหาสาเหตุของปัญหาของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และแก้ไขให้เรียบร้อย  เพื่อให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้า เราจะไม่เอาปัญหาเดิมซุกใต้พรหมด จะต้องเอาออกมาแล้วแก้ไขให้เรียบร้อย