เผย “ไฮโซดัง” เชิดเงินคอนเสิร์ตการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233595

มหิดล, ทัน, มลอุบลวดี, เผยมลอุบลวดีไฮโซดัง, วดี, อุบล, ม.ล.อุบล, ทันตะมหิดล, ทันตแพทย์, คอนเสริตการกุศล, ผู้ควบคุมการผลิต มลอุบลวดี, สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาส, เผย, ไฮโซ, ดัง, เชิด, เงิน, คอนเสิร์ต, การกุศล, ไฮโซดัง
มหิดล, ทัน, มลอุบลวดี, เผยมลอุบลวดีไฮโซดัง, วดี, อุบล, ม.ล.อุบล, ทันตะมหิดล, ทันตแพทย์, คอนเสริตการกุศล, ผู้ควบคุมการผลิต มลอุบลวดี, สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาส, เผย, ไฮโซ, ดัง, เชิด, เงิน, คอนเสิร์ต, การกุศล, ไฮโซดัง

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

เผย “ไฮโซดัง” เชิดเงินคอนเสิร์ตการกุศล

สมาคมศิษย์เก่าทันตแพทย์ฯ ม.มหิดล เผย “ผู้ควบคุมการผลิต” เชิดเงิน 2.6 ล้านบาท คอนเสิร์ตการกุศลทันตแพทย์ ชี้ลงบันทึกประจำวัน เตรียมประชุมสมาคมฯ เดินหน้าเอาผิด

 

13 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล) ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ จีระแพทย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล และประธานคณะกรรมการการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล และ ทพ.ประดิษฐ์ เจษฎาไกรสร เลขาธิการสมาคมฯ ม.มหิดล และ แชง หรือ นายประดิษฐ์ สมดังเจตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์พีซ ออร์กาไนเซอร์ จำกัด แถลงข่าว ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริง กรณีพบข้อทุจริต การจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาส” ซึ่งได้ดำเนินการจัดไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย มูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล

ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ กล่าวว่า คอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นเพื่อหารายได้สนับสนุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย กิจกรรมมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสในการดูแลรักษาทางทันตกรรม อีกทั้งเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือทางทันตกรรมเพื่อใช้ในกิจกรรมการออกหน่วยทันตแพทย์ที่ประสบปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ ตนไม่ได้รู้จักผู้ควบคุมฝ่ายผลิตเป็นการส่วนตัว แต่มีเจ้าหน้าที่ของคณะทันตแพทย์ฯ ม.มหิดล อักษรย่อ ห แนะนำให้รู้จักผู้ควบคุมการผลิต ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีผลงานในการจัดการกุศลหลายงาน ทางสมาคมฯ จึงได้จ้างผู้ควบคุมการผลิตเข้ามารับงาน คาดหวังว่าคอนเสิร์ตจะได้รับความสนใจ มีผู้บริจาคเพื่อนำรายได้ไปบริจาคได้จำนวนมาก

โดยได้มีตั้งงบในการดำเนินการ ประมาณ 3.5 ล้านบาท และมีการจัดงานแถลงข่าว 1 แสนบาท แต่เมื่อมีการดำเนินการ ทางฝ่ายผู้ควบคุมการผลิต ก็ได้มีการทยอยเบิกเงินเป็นระยะๆ รวมทั้งสิ้นไปทั้งหมด 2.6 ล้านบาท ซึ่งเมื่อดูผลงานในการจัดคอนเสิร์ตกลับพบว่า งานไม่ได้จัดอย่างดีตามที่ต้องการ อีกทั้งเมื่อคอนเสิร์ตจบ ทางผู้ควบคุมการผลิตก็ได้มาทวงเงินที่เหลือ แต่ทางสมาคมฯ รู้สึกว่ารายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่สมเหตุสมผล จึงได้ให้ทาง ทพ.ประดิษฐ์ ไปต่อรองราคา ลดค่าใช่จ่าย ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่ยอมลดให้ จนสุดท้าย ทางสมาคมฯ บอกว่ามีเงินไม่พอ ผู้ควบคุมการผลิตจึงได้ลดให้ 2.5 แสนบาท ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องทุจริตเมื่อทางนายประดิษฐ์ ได้มาติดต่อขอใบอนุโมทนาบุญ จึงทำให้ทราบว่า รายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ตรงกับความเป็นจริง และขณะนี้ ทางสมาคมฯ ได้มีการลงบันทึกประจำวันเรื่องดังกล่าวไว้ที่ สน.พญาไท เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการโทรพูดคุยกับทางผู้ควบคุมการผลิต ซึ่งเขาบอกว่าจะมาเข้าพบพูดคุยกับทางสมาคมฯ ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ส่วนหากไม่มีการติดต่อพูดคุย ทางสมาคมฯ จะประชุมหารือถึงเรื่องดังกล่าว เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งทางสมาคมฯ สามารถจ่ายได้ หากค่าใช้จ่ายเป็นจริงและสมเหตุสมผล แต่การกระทำของผู้ควบคุมการผลิตไม่ใช่ อีกทั้งอยากให้อุทาหรณ์แก่สังคม เพราะสังคมต้องการคนดีและคนเก่งด้วย ไม่ใช่คนโกง

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ตนรู้จักผู้ควบคุมฝ่ายผลิต เพราะเป็นรุ่นน้องอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และได้มีการพบเจอในงานสังคมหลายงาน ซึ่งเมื่อผู้ควบคุมฝ่ายผลิต รวมถึงเจ้าหน้าที่ของคณะทันตแพทย์ฯ และนักข่าวราชสำนัก อักษรย่อ ป. ได้มาติดต่อขอให้จัดงานคอนเสิร์ตการกุศล ตนก็ยินดี เพราะบริษัทก็มีการจัดงาน หรือมอบเงินการกุศลอยู่แล้ว แต่เมื่อจัดงานตนก็มาทราบว่าต้องมีการจัดงานแถลงข่าว ทางฝ่ายผู้ควบคุมการผลิต ก็ได้มาขอให้ตนจัดงานแถลงข่าว

ซึ่งขณะนั้นมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2 แสนกว่าบาท ตนก็ได้บอกกล่าวกับทางสมาคมฯ ว่า ตนจะเอาเข้าสมทบร่วมบริจาคแก่ทางสมาคมฯ ตอนนั้นก็ไม่ทราบว่าทางสมาคมฯ ก็งงว่าตนจะเป็นการบริจาคได้อย่างไร เมื่อทางสมาคมฯ ได้จ่ายเงินค่าแถลงข่าวไปแล้ว 1 แสนบาท แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุย การจัดงานก็ได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ โดยที่ทางผู้ควบคุมการผลิต เจ้าหน้าที่คณะทันตแพทย์ฯ ม.มหิดล และนักข่าวราชสำนัก ยืนยันว่า ทางสมาคมฯ ไม่มีการตั้งงบในการดำเนินการต่างๆ ตนจึงได้ดำเนินการโดยใช้งบบริษัทฯ ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น ได้เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 7 แสนกว่าบาท

และได้มีการติดต่อฝ่ายผู้ควบคุมการผลิต เพื่อขอใบอนุโมทนาบุญ เขาก็บอกว่า ทางสมาคมฯ ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ ตนจึงได้ติดต่อไปยังสมาคมฯ เอง และทางสมาคมฯ ได้พูดกับตนว่า จะเอาทั้งเงินทั้งกล่องหรือ ตนจึงงงว่า อะไรคือเอาทั้งกล่องทั้งเงิน จึงได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่คณะฯ และขอเบอร์นายกสมาคมฯ ซึ่งเมื่อได้มีการพูดคุยกับทางนายกสมาคมฯ จึงได้รู้ว่า ทางสมาคมฯ ได้มีการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ควบคุมการผลิตไปเรียบร้อยแล้ว ตนจึงได้ชี้แจงว่า ตนเป็นผู้ดำเนินการจัดงานทั้งหมด และได้นำค่าใช้จ่ายในการจัดงานเป็นเงินมอบให้กับทางสมาคมฯ

นายประดิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ต่อมาเมื่อรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งพบว่า ผู้ควบคุมการผลิตได้มีการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ไป ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. – 25 เม.ย. รวมเป็นเงิน 2.6 ล้านบาท ก็ได้มีการติดต่อไปยังทางผู้ควบคุมการผลิตเพื่อสอบถามว่ารู้ตั้งแต่เมื่อใดว่ามีเงินในการจัดงานครั้งนี้ เพราะตนสอบถามผู้ควบคุมการผลิตหลายครั้ง ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีการตั้งงบในการจัดงาน รวมถึงได้บอกให้มาคืนเงินแก่ทางสมาคมฯ มาพูดคุยกันทั้ง 3 ฝ่าย โดยกำหนดให้มาจัดการเรื่องดังกล่าวภายในวันที่ 6 ก.ค. แต่ผู้ควบคุมการผลิต ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ จนตนต้องโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และกระทบกับหลายๆ ฝ่าย แต่เมื่อตนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทั้งนี้ ผู้ควบคุมการผลิต ก็ได้ไปพูดจาให้ข้อมูลที่ส่งผลความเสียหายแก่ตน และได้มีการมาพูดคุยกับตน โดยจะจ่ายเงิน 7 แสนกว่าบาทให้แก่ตน และขอให้เรื่องนี้จบไป

“ผมรับการกระทำดังกล่าวไม่ได้ เพราะถ้าผมรับเงินก็เท่ากับผมอยู่ในกระบวนการ และการจัดงานครั้งนี้เป็นการกุศล ไม่ควรจะมาทำแบบนี้ ตอนนี้ผมได้ลงบันทึกประจำวันที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อยืนยันว่าเรื่องที่ผมออกมาชี้แจง ไม่ใช่เรื่องโกหก และหากเขาไม่มาพูดคุย หรือคืนเงินให้แก่ทางสมาคมฯ และมาจัดการเรื่องดังกล่าว ผมจะดำเนินการฟ้องร้องฐานฉ้อโกงอย่างแน่นอน” นายประดิษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผู้ควบคุมการผลิต ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือ หม่อมหลวง อ. และรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามที่ฝ่ายผู้ควบคุมการผลิต ได้ตั้งเบิกเงินมานั้นแบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายฝ่ายการผลิต จำนวน 1,455,000 บาท ทั้งที่ความจริง นายประดิษฐ์ ยืนยันว่า จ่ายไม่เกิน 4 แสนกว่าบาท ค่าดนตรี จำนวน 302,000 บาท มีหลายรายการที่ไม่ต้องจ่ายแต่มีการตั้งเบิก และค่าศิลปินนักร้องและค่าบริหารจัดการ 1,470,500 บาท ซึ่งสรุปยอดค่าใช้จ่ายตามความจริง ในการจัดของบริษัทออกาไนซ์ จะคิดเพิ่มเพียง 10% แต่นี่คิดเกินไปมากทั้งที่เป็นงานการกุศล

 

รมว.สธ.ยันไม่ล้ม”บัตรทอง”แน่นอน ขอบางกลุ่มอย่าบิดเบือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233592

ล้มบัตรทอง, นพ.ประทีป, 30บาทรักษาทุกโรค, ปิยะสกล, รมว.สธ., รมว, ยัน, ไม่, ล้ม, บัตร, ทอง, แน่นอน, บาง, กลุ่ม, อย่า, บิดเบือน, บัตรทอง, หมอประทีป
ล้มบัตรทอง, นพ.ประทีป, 30บาทรักษาทุกโรค, ปิยะสกล, รมว.สธ., รมว, ยัน, ไม่, ล้ม, บัตร, ทอง, แน่นอน, บาง, กลุ่ม, อย่า, บิดเบือน, บัตรทอง, หมอประทีป

การศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

รมว.สธ.ยันไม่ล้ม”บัตรทอง”แน่นอน ขอบางกลุ่มอย่าบิดเบือน

รมว.สธ.ยันไม่ล้มบัตรทองแน่นอน ขอบางกลุ่มอย่าบิดเบือน คนไทยได้สิทธิ์เหมือนเดิมและดีขึ้น สรรหาเลขาฯสปสช.ใหม่ทำถูกกฎระเบียบ “หมอประทีป”ยื่นฟ้องถือเป็นสิทธิ์

        จากกรณีที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.)ลงคะแนนไม่รับรองนพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)จนมีเครือข่ายต่างๆ อาทิ  ชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายผู้ป่วยออกมาสนับสนุนนพ.ประทีปและโจมตีศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.)ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. และบางเครือข่ายมีการเชื่อมโยงไปถึงว่าเป็นกระบวนล้มหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ขณะที่นพ.ประทีป เตรียมที่จะยื่นศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติบอร์ดดังกล่าวและคุ้มครองชั่วคราวการสรรหาเลขาฯใหม่ รวมถึงจะฟ้องอาญาด้วย

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข  มีการจัด “Lunch Talk ผู้บริหารสธ.พบสื่อมวลชน” โดยศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า  การสรรหาเลขาฯใหม่ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปสร้างสถานการณ์อะไรให้เกิดขึ้นเลย ทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง ถ้าตนทำอะไรบิดเบือนค่อยมาว่าเมื่อผลเกิดขึ้นก็มีทั้งที่ถูกใจและไม่ถูกต้องบางกลุ่ม มีอะไรก็คุยกัน อย่ามุ่งเป็นศัตรูกัน  ถ้าคุยกันเข้าใจงานก็เดินไป ทุกคนมุ่งประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น  มีคนพยายามมุ่งเน้นให้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง แต่กรณีการสรรหาเลขาฯใหม่เป็นเพียงแค่ความขัดแย้งเล็กๆอย่าขยายความ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน  ส่วนหากนพ.ประทีปจะฟ้องบอร์ดก็ให้เป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องจะฟ้องก็เป็นสิทธิ์

“ขอว่าอย่ายุให้แตกแยก ที่บอกว่าจะมีการล้มหรือยึดระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่จริง ระบบเป็นของประชาชนไม่มีใครไปล้มหรือไปยึดแน่นอน แต่กลับมีคนเอาสิ่งที่ผมและนายกรัฐมนตรีไม่เคยพูด ไปบอกว่าผมและนายกฯพูด ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร ที่สำคัญ พยายามให้ทุกคนเชื่อด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากระบบคนแบบนี้หายไปจากประเทศไทย ประเทศจะดีกว่านี้มาก ยืนยันว่าไม่มีใครล้มระบบหลักประกันอย่างแน่นอนฯมีแต่จะพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ถ้าหากมีใครทำให้ระบบเดือดร้อน ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด ขณะนี้ระบบก็ยังเดินได้ และถ้าได้เลขาฯคนใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากบอร์ด ระบบหลักประกันฯก็จะเดินไปข้างหน้าได้ดีขึ้นเพราะเหมือนมีตัวหลัก”ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกลกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางกลุ่มพยายามเชื่อมโยงว่าการไม่รับรองนพ.ประทีปเป็นกระบวนการล้มบัตรทอง ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกล กล่าวว่า การไม่เลือกใครเป็นเลขาฯคนใหม่ ทำให้ระบบล้มเลยหรืออย่างไร ซึ่งระบบกับคนต้องแยกออกจากกัน บอร์ดสปสช.ที่ไม่รับรองมีจากทุกภาคส่วนทั้งวิชาชีพ กระทรวงต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ และเอ็นจีโอ ทุกคนมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงและมีความเห็น เมื่อผลลงคะแนนออกมาไม่ตรงกับความต้องการของคนส่วนหนึ่ง ถึงกับบอกว่าเป็นการล้มระบบหลักประกันฯเลยหรือ  ตกลงระบบนี้เกิดขึ้นเพื่อคน หรือเพื่อคนกลุ่มเดียวหรือเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

ต่อข้อถามถึงกลุ่มคนรักหลักประกันจะไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับนพ.ประทีป ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า  ทุกคนมีสิทธิ์ ทั้งที่เรื่องนี้ประชาชนไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรเลย ไม่ว่าใครมาเป็นเลขาฯคนใหม่ สิ่งที่ประชาชนเคยได้รับตามสิทธิ์ก็ได้เหมือนเดิมและดีขึ้นด้วย เพราะไม่มีใครเห็นคนป่วยแล้วจะดำเนินการตัดสิทธิ์ของคนป่วยได้ แต่ถ้าจะไปขอความเป็นธรรมให้นพ.ประทีปก็เป็นสิทธิ์ ถ้าจะร้องขอความเป็นธรรมให้ประชาชนหรือคนป่วย ก็ยืนยันว่าประชาชนได้สิทธิ์อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวทางเชื่อมสัมพันธ์กับภาคประชาชนหรือชมรมแพทย์ชนบทอย่างไร  รมว.สธ. กล่าวว่า ตนไม่เอาโทษใครเลย พยายามหาความดีในทุกคนและเจาะความดีนั้น มีความรู้สึกว่าทะเลาะกันทำไม ขัดแย้งกันทำไม เพราะฉะนั้นตนไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับใคร ไม่เที่ยวด่าใครไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พร้อมจะเชื่อมโยงความดีที่มีอยู่แล้วให้เกิดขึ้น ความเชื่อมโยงอยู่ในตนตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยให้โทษใคร มีแต่พยายามเข้าไปประสานความร่วมมือให้เกิดสิ่งดีๆ จึงอยากให้ช่วยกัน เชื่อว่าสิ่งดีๆ ยังรออยู่ข้างหน้าอีกมาก

รมว.สธ. กล่าวอีกว่า การประสานงานระหว่างสธ.และสปสช.ไม่ได้ลดลงไป การทำงานมุ่งสู่ประโยชน์ของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้น คือ การสรรหาเลขาธิการสปสช.คนใหม่ที่เป็นปัญหา แต่การให้การรักษาบริการประชาชนไม่กระทบและจะทำทุกอย่างเพื่อให้งบประมาณถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องใช้ความอดทน พิจารณาข้อมูลให้ถูกต้อง ควรหันหน้ามาคุยกัน อย่าเพ่งโทษกัน

 

สธ.-รร.คุมเข้มป้องกันโรค“มือ เท้า ปาก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233564

ข่าวการศึกษา, นักเรียน, โรคมือ เท้า ปาก, สธ., การศึกษา, โรงเรียน, เชื้อโรค, คุม, เข้ม, ป้องกัน, โรค, มือ, เท้า, ปาก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

สธ.-รร.คุมเข้มป้องกันโรค“มือ เท้า ปาก”

สธ.-โรงเรียนคุมเข้มป้องกันโรค มือ เท้า ปาก หลังพบในรัศมี 2 กิโลเมตร มีผู้ป่วย ด้านอนุบาลขอนแก่นเร่งทำความสะอาดห้องเรียนตัดวงจรโรคมือเท้าปาก

         วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่โรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านประโดก -โคกไผ่ (สถิตย์วิริยคุณ) ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมนางเขมจิรา พานิชนอก นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โพนสูง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรม บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ป้องกันโรค มือ เท้า ปาก โดยอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการเฝ้าระวังป้องกันโรค พร้อมสาธิตวิธีการใช้หน้ากากอนามัย รวมทั้งการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่อาจเสี่ยงป่วยเป็นโรค ให้แก่ผู้ปกครอง และบุคลากรการเรียนการสอน จากนั้นได้ร่วมทำความสะอาดอาคารสถานที่ ห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียน การสอน และของเล่นเด็ก ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค

นายเสน่ห์ กล่าวว่า สถานศึกษาได้จัดกิจดรรมดูแลสุขอนามัย โดยทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์การเรียน การสอน รวมทั้งคัดกรองเด็กนักเรียนเป็นประจำ เพื่อสกัดพาหะนำเชื้อโรค ถึงจะยังไม่พบผู้ป่วย แต่สถานศึกษารัศมี 2 กิโลเมตร พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จึงจัดกิจกรรมเชิงรุก

ด้านนายแพทย์ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 (สคร.9 ) นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์โรคมือเท้าปากในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 จากกลุ่มระบาดวิทยา สคร.9 เขตนครชัยบุรินทร์ พบผู้ป่วยโรคมือเท้าปาก 2,128 ราย แยกเป็น จ.นครราชสีมา 1,184 ราย จ.บุรีรัมย์ 378 ราย จ.สุรินทร์ 276 ราย และ จ.ชัยภูมิ 290 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ขณะนี้พบเด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนประถมชื่อดังในเขตเมือง นครราชสีมา ทั้งสถานศึกษาของรัฐบาลและเอกชน ได้ล้มป่วยเป็นโรคมือเท้าปากกันอย่างต่อเนื่อง บางแห่งต้องสั่งหยุดเรียน 7-10 วัน และพยายามปกปิดข้อมูลเกรงจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องลงพื้นที่เข้าไปควบคุมการแพร่เชื้อ

อนุบาลขอนแก่นเร่งทำความสะอาดห้องเรียนตัดวงจรโรคมือเท้าปาก

วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ครูและเจ้าหน้าหน้าที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น กว่า 120 คน ช่วยเร่งทำความสะอาดห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้รวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ของเด็กในระดับชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 จำนวน 40 ห้องเรียน หลังพบนักเรียนอายุระหว่าง 5-6 ปี ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากแล้ว 3 ราย นอกจากนี้ ยังพบนักเรียนที่เข้าข่ายป่วยเป็นโรคมือเท้าปากอีกนับสิบราย ทำให้สั่งปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-20 กรกฎาคม 2559 เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของโรคมือเท้าปาก ตามหลักการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ก่อนที่จะให้นักเรียนกลับมาเรียนตามปกติในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้

นายอภิชาติ นาเลาห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการหยุดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาลและชั้นประถมปีที่1-2 เพื่อให้ครูและเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดตามห้องเรียน เครื่องใช้ของเด็กอย่างผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อนอาหาร อ่างล้างมือ รวมไปถึงห้องน้ำ ห้องสุขา รวมไปถึงสนามเด็กเล่นที่นักเรียนใช้ร่วมกันโดยได้กำชับให้ครู เจ้าหน้าที่ ทำความสะอาดให้ครบทุกซอกทุกมุม เพื่อป้องกันไม่ให้โรคมือเท้าปากกลับมาระบาดในโรงเรียน โดยได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่23 ค่ายศรีพัชรินทร์ นำกลังทหารกว่า 40 นาย พร้อมรถน้ำ มาทำการฉีดล้างความสะอาดภายในโรงเรียน เช่น ห้องประชุมเอนกประสงค์ สนามเด็กเล่น และตามอาคารเรียน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันโรคมือเท้าปากของกระทรวงสาธารณสุข

“ปัสสาวะเล็ด”ขณะไอจามปัญหาเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233442

คมชัดลึก, ลุงแจ่มคมชัดลึก, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ดูแลสุขภาพ, ปัสสาวะ, เล็ด, ขณะ, จาม, ปัญหา, เล็ก, ที่, ไม่, ควร, มองข้าม, ปัสสาวะเล็ด

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

“ปัสสาวะเล็ด”ขณะไอจามปัญหาเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

ดูแลสุขภาพ : ปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม ปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

               มีสตรีจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย เพราะสร้างความเครียด กังวลและทำให้รู้สึกรำคาญ ต้องปลีกตัวจากสังคมและบ่อยครั้งไม่กล้าทำกิจกรรมอย่างการเล่นกีฬา หลายคนอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็พอจะทนได้ แต่จริงๆ แล้วจากปัญหาเล็กๆ เหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาก็ได้

ปัสสาวะเล็ดขณะไอจามเป็นภาวะหนึ่งที่มีคุณผู้หญิงต้องประสบปัญหา สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นก็คือ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่คอยพยุงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน หรือจะเรียกว่า มีอาการของหูรูดท่อปัสสาวะมีการเสื่อมสภาพก็ได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะนี้ขึ้นก็มีหลากหลาย ทั้งการคลอดบุตร อายุที่มากขึ้น อ้วน มีเนื้องอกในช่องท้อง ภาวะไอเรื้อรัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ท่อปัสสาวะเปิด เมื่อไอหรือจามจึงทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาได้

เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว คำถามที่ตามมาก็คือ ปัสสาวะเล็ดขณะไอจามจะมีวิธีใดบ้างในการรักษาหรือแก้ไข สิ่งสำคัญประการแรกก็คือ เมื่อคุณเริ่มมีอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามบ่อยมากขึ้น ให้คุณรีบมาปรึกษาแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติและตรวจร่างกายหรือตรวจภายในหรือส่งตรวจพิเศษ เพื่อยืนยันว่ามีภาวะนี้จริง แล้วจึงทำการรักษา ซึ่งการรักษาก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การแนะนำให้คนไข้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองด้วยการฝึกขมิบช่องคลอด ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี แต่ถ้าคนไข้หยุดปฏิบัติ โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกก็มีสูง

การปรับพฤติกรรมของคนไข้เอง ด้วยการลดน้ำหนัก รักษาอาการไอจามเรื้อรัง รักษาอาการท้องผูก ซึ่งวิธีการเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ถ้าคนไข้หมั่นปฏิบัติอาการจะดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน ส่วนวิธีการที่คนไข้ไม่ต้องฝึกปฏิบัติเองก็จะมีวิธีการฉีดสารช่วยลดขนาดท่อปัสสาวะ โดยการฉีดสารบางชนิดบริเวณด้านนอกของท่อปัสสาวะจะช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงหรือไม่เล็ดเลย และหนึ่งวิธีเป็นวิธีสุดท้ายก็คือ การผ่าตัด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่เทคนิคใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในการนำมาใช้แก้ปัญหากระเพาะปัสสาวะหย่อนยานก็คือ เทคนิค Tension free Vaginal Tape (TVT ) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเพื่อใส่แผ่นตาข่ายพิเศษพยุงท่อปัสสาวะเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำปัสสาวะ เป็นวิธีที่ทันสมัยและปลอดภัยในการแก้ไขอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม เนื่องจากทำได้สะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน ประมาณ 30-40 นาที อีกทั้งแผลก็มีขนาดเล็กจึงฟื้นตัวเร็ว มีภาวะแทรกซ้อนน้อย

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า อาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามอาจจะเป็นเรื่องเล็กที่คุณไม่ควรมองข้ามไปซะทีเดียว เพราะปล่อยไว้จนมีอาการรุนแรง แน่นอน ต้องทำให้การใช้ชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบมากมาย แต่ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะต้องกังวล ถ้าหากคุณตัดสินใจที่จะเข้ามารับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัด ถึงแม้จะถึงขั้นนั้นจริงก็ไม่ต้องกังวล เพราะวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถที่จะตอบโจทย์การรักษาได้ครอบคลุมวิถีชีวิตของคนยุคใหม่นี้ได้มากขึ้น และการผ่าตัดก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อนและน่ากลัวอย่างที่คุณคิดอีกแล้ว

และไม่จำเป็นที่จะต้องลางานนานๆ เพื่อพักรักษาตัว หลังการผ่าตัดพักเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้แล้ว คุณผู้หญิงที่รู้สึกรำคาญไม่ชอบความเหนอะหนะของจุดซ่อนเร้นก็ไม่ต้องกังวล คุณสามารถทำความสะอาดช่องคลอด และอาบน้ำได้ตามปกติ หลังผ่าตัด แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคหรือมีอาการเหล่านี้ การควบคุมอาหาร วางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสม ฝึกขมิบช่องคลอดภายหลังคลอด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดปัสสาวะเล็ดขณะไอจามได้เป็นอย่างดี หากคุณทำได้เราก็แนะนำให้คุณปฏิบัติตามนี้ เพราะจะส่งผลดีในระยะยาวต่อตัวคุณเองแน่นอน

นพ.มฆวัน ธนะนันท์กูล

สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัด

ด้วยกล้องลาปาโรสโคปทางนรีเวช

และรักษาผู้ป่วยมีบุตรยาก

โรงพยาบาลสมิติเวช

——————

"ปัสสาวะเล็ด"ขณะไอจามปัญหาเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม               ให้ข้อมูล – รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ศ.(เกียรติคุณ) นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวให้ข้อมูลถึงโรคติดเชื้ออุบัติใหม่รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ และประกาศเริ่มบริจาควัคซีนป้องกันโรคไอพีดีจำนวน 5,000 โดส ไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางทั่วประเทศ ที่โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

 

รังสรรค์ภูมิปัญญาบนหน้าแกะสนองพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233509

รังสรรค์, ภูมิปัญญา, หน้า, แกะ, สนอง, พระราชดำริ, คัชชา กาญจนจันทร์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

รังสรรค์ภูมิปัญญาบนหน้าแกะสนองพระราชดำริ

รังสรรค์ภูมิปัญญาบนหน้าแกะสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช : พนัสวรรณ โคกทอง

           สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาร่วมสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โดยสนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัดร่วมดำเนินกิจกรรมตามกรอบแนวทางการดำเนินของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ตามความพร้อมและศักยภาพของสถานศึกษาแต่ละแห่ง ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น

โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมพืช : พันธุกรรมบนหน้าแกะ เครื่องมือเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาแดนใต้ซึ่งแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาอันน่าค้นหา ทั้งสิ้นล้วนเกิดจากการเคี่ยวกรำประสบการณ์มานานผ่านรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นยุคที่เครื่องจักรเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเก็บเกี่ยวแล้วก็ตาม แกะก็ยังคงบทบาทหน้าที่ในการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายของพันธุกรรม และใช้ฟันฝ่าอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมในภาวะที่เครื่องจักรหรือรถเกี่ยวนวดไม่สามารถทำงานได้

“คัชชา กาญจนจันทร์”  ผู้ดูแลโครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมพืช : พันธุกรรมบนหน้าแกะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง เล่าว่า ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดสำหรับประวัติของแกะเก็บข้าว แต่มีการสันนิษฐานว่า ที่มาของชื่อ แกะ มาจากรูปลักษณ์ของคมแกะ เมื่อหงายขึ้นจะมีรูปลักษณ์คล้ายหน้าของแกะที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ส่วนคำว่า หน้าแกะ หมายถึง หน่วยวัดปริมาณรวงข้าวที่เก็บได้จนเต็มกำมือของคนเก็บ ซึ่งหน้าแกะของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดนิ้วมือและมือของผู้ที่เก็บข้าว

ในปัจจุบันชาวนาในภาคใต้ส่วนหนึ่งก็ยังคงนิยมใช้แกะในการเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากในภาคใต้มีสภาพอากาศไม่แน่นอน แม้ในฤดูเก็บเกี่ยวก็สามารถเกิดฝนได้ ชาวนาภาคใต้จึงใช้แกะในการแก้ปัญหา เริ่มจากการเก็บข้าวทีละรวง แล้วมัดเป็นเลียง แม้ว่าข้าวจะล้มจมน้ำก็ยังสามารถใช้แกะล้วงไปเก็บใต้น้ำได้

และจากการสัมภาษณ์ นายเอิบ-นางเอื่อม ขาวสุด และนางอารมณ์ จีนชาวนา  เกษตรกรวัย 70 ปี ผู้ทำแกะจำหน่าย ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีการทำแกะมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 200 ปี แกะ ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ คมแกะ กระดานแกะ ด้ามแกะ และสลักแกะ ซึ่งจากเดิมสมัยก่อนคมแกะจะทำจากเหล็กคัดเลื่อยนำเข้าจากยุโรป แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้เหล็กม้วนที่เป็นแผ่นเหล็กกล้าคุณภาพดีจากเยอรมันแทน

ทั้งนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นโครงการที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เพื่อสร้างความเข้าใจและทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของพันธุกรรมพืชต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ทรงมีพระราชดำริบางประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชว่า “การสอนและการอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจและเกิดความปีติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์จะเกิดผลเสียและเป็นอันตรายต่อตนเอง จะทำให้เกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว”

 

‘อีโค ทาวน์’มหิดลกับชุมชนผุดธนาคารขยะรีไซเคิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233508

ทาวน์, มหิดล, กับ, ชุมชน, ผุด, ธนาคาร, ขยะ, รีไซเคิล, อีโค, อีโค ทาวน์, โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล, ตีสิบ, ดันดารา, คุณคม
ทาวน์, มหิดล, กับ, ชุมชน, ผุด, ธนาคาร, ขยะ, รีไซเคิล, อีโค, อีโค ทาวน์, โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล, ตีสิบ, ดันดารา, คุณคม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 13 ก.ค. 2559

‘อีโค ทาวน์’มหิดลกับชุมชนผุดธนาคารขยะรีไซเคิล

‘อีโค ทาวน์’มหิดลกับชุมชนผุดธนาคารขยะรีไซเคิล : งานสื่อสารองค์กร ม.มหิดลเรื่อง/ภาพ

           สถานการณ์ขยะปี 2558 (ข้อมูล กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนาคม 2559) มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้น 26.85 ล้านตัน หรือ 73,560 ตันต่อวัน โดยมีอัตราการเกิดขยะมูลฝอยต่อคนเพิ่มขึ้นจากปี 2557 จากอัตรา 1.11 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน เป็น 1.13 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ด้วยตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ได้วางแนวการพัฒนา ตามยุทธศาสตร์การสร้างมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์ (Eco University) มีเป้าหมายชัดเจนของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มีแนวคิดจะนำความรู้ และประสบการณ์มาให้บริการแก่ชุมชน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดตั้ง “โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล” นำร่องที่ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล จ.นครปฐม ภายใต้โครงการ “Eco Town มหิดลกับชุมชน” ได้รับความร่วมมือจากกองเทคโนโลยีและสารสนเทศในการติดตั้งระบบโปรแกรมธนาคารขยะรีไซเคิล ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูล การรับสมัครสมาชิก, รับซื้อ, การถอนเงิน และการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะที่เป็นแหล่งให้การศึกษาและบริการวิชาการ ได้นำแนวทางการดำเนินงานโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดให้แก่ชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในโรงเรียน เนื่องจากเป็นสถานที่บ่มเพาะความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่เยาวชน ที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ในเบื้องต้นได้นำร่องจัดตั้งโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลให้แก่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล

“พร้อมกับการสาธิตและแนะแนวทางการดำเนินโครงการ ตลอดจนการให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติและเกิดความยั่งยืนในการดำเนินโครงการ ที่มีเป้าหมายสร้างเสริมความรู้และความเข้าใจให้นักเรียนครูและผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมลดปริมาณขยะและเกิดรายได้จากขยะที่ผ่านการคัดแยก เป็นการเริ่มต้นจากเยาวชนสู่ชุมชน เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะ ด้วยการรู้ค่าของขยะรีไซเคิลและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดภายในครอบครัว โรงเรียน ชุมชนของตัวเอง เพื่อดำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ดี จะส่งผลให้สุขภาพจิตดีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ชุมชนน่าอยู่ ปราศจากมลพิษ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการจะช่วยสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดปริมาณขยะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียนและขยายไปสู่ชุมชนโดยรอบต่อไป” ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ไม่เพียงเท่านั้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลย้ำว่า โครงการมีเป้าหมายในการสร้างเสริมความรู้และความเข้าใจให้นักเรียน ครูและผู้ปกครอง ได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ และเกิดรายได้จากขยะที่ผ่านการคัดแยก เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ร่วมสร้างชุมชนคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมให้เกิดพันธกิจสัมพันธ์ชุมชนต่อไป

นายวิเชียร รุ่งทวีชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล กล่าวว่า โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฯ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ที่ผ่านมาโรงเรียนได้จัดกิจกรรมหลากหลาย บูรณาการการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและชุมชน พร้อมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่โรงเรียนของเรามีขนาดใหญ่ มีเด็กกว่าพันคน ทำให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยภายในโรงเรียน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โรงเรียนได้หาทางแก้ไขโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วม ด้วยการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากขาดองค์ความรู้และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง

“นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่มหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุนและร่วมดำเนินงานแบบบูรณาการกับโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฯ ในการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล เพื่อสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดปริมาณขยะมูลฝอยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียน ครู อาจารย์ รวมไปถึงผู้ปกครอง ผมขอแสดงความชื่นชมมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอย่างมาก ที่เข้ามาให้องค์ความรู้และวิธีการปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จ ในการลดผลกระทบจากปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งจะก่อให้เกิดประสบการณ์และการเรียนรู้ที่สามารถเป็นต้นแบบแก่โรงเรียนหรือหน่วยงานอื่นๆ ให้สามารถใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการขยะภายในโรงเรียน องค์กร หรือชุมชนได้” ผอ.ร.ร.พระตำหนักดสวนกุหลาบฯ กล่าว

เหนืออื่นใด  การเปิดตัวโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ที่ ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล ได้รับทราบแนวทางในการปฏิบัติ มีการลงทะเบียนแจกสมุดคู่ฝากและของที่ระลึกให้แก่สมาชิก รายงานความเป็นมาของโครงการ ดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะในชุมชน กิจกรรมการรับฝากขยะจากสมาชิก โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นนักเรียน ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบฯ ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1,800 คน รวมทั้งบุคลากร ครู พนักงาน ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบฯ และประชาชนทั่วไปอีก 500 คน

ดูเหมือนว่า ที่ ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบฯ เราได้พบกับดาวเด่น หนูน้อยมากความสามารถ ชื่อ “น้องน้ำเพชร” ด.ญ.สุภัชชกุณ กิจกุลศุภบวร จากรายการ “ตีสิบ” ในช่วง “ดันดารา” ลูกสาวของ “คุณคม” ตลกคณะซุปเปอร์โจ๊ก ปัจจุบัน “น้องน้ำเพชร” เรียนอยู่ชั้น ป.1

“หนูดีใจ ได้มีส่วนช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ด้วยการช่วยเก็บขยะแล้วนำมาบริจาคกับโครงการธนาคารขยะรีไซเคิล  หนูพยายามรวบรวมขยะจากทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นขวดน้ำที่ใช้แล้ว อยากชวนเพื่อนๆ มาช่วยกันเก็บขยะรักษาสิ่งแวดล้อมกันให้มากๆ ค่ะ” น้องน้ำเพชร กล่าว

 

สรุปไม่เปิดข้อสอบพร้อมเฉลยแกต/แพต-วิชาสามัญ 9 วิชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233484

วิชาสามัญ 9 วิชา, เปิดคำตอบ, เฉลย, ข้อสอบแกต/แพต, สรุป, ไม่เปิดข้อสอบพร้อมเ, แพต, วิชา, สามัญ, หมออุดม, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ก.ค. 2559

สรุปไม่เปิดข้อสอบพร้อมเฉลยแกต/แพต-วิชาสามัญ 9 วิชา

“หมออุดม” เผย “ดาว์พงษ์”เห็นชอบไม่เปิดข้อสอบพร้อมเฉลย แกต/แพต – วิชาสามัญ 9 วิชา ระบุเป็นข้อสอบเฉพาะคัดเลือกเด็ก ชี้สกัดร.ร.กวดวิชาใช้เป็นช่องพีอาร์ตัวเองทางอ้อ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)เปิดข้อสอบและเฉลยคำตอบในการสอบทุกวิชา ที่ใช้ในการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ทปอ.เห็นว่า การจัดสอบวิชาความถนัดทั่วไปหรือแกต วิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพหรือแพต การสอบวิชาสามัญ 9 วิชา หากจะมีการเปิดข้อสอบ และเฉลยคำตอบ ก็ให้ดำเนินการเฉพาะการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตเพียงอย่างเดียว ส่วนการสอบแกต/แพต และการสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ต่อให้สทศ.ออกข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดสอบได้อย่างโปร่งใส มหาวิทยาลัยสามารถคัดเลือกเด็กได้ตรงตามความต้องการ แต่จะไม่มีการเปิดข้อสอบ และเฉลยคำตอบ ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.ดาว์พงษ์ ได้ให้ความเห็นชอบตามที่ทปอ.เสนอแล้ว

“เรื่องนี้รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสทศ. ได้หารือกับรมว.ศึกษาธิการ แล้ว และรมว.ศึกษาธิการ ก็เห็นชอบตามที่ทปอ. เสนอ ซึ่งจากนี้จะมีการเปิดข้อสอบ และเฉลยคำตอบเฉพาะวิชาโอเน็ตเท่านั้น ส่วนวิชาอื่น ๆ จะไม่มีการเปิดข้อสอบและเฉพาะคำตอบ เนื่องจากเป็นข้อสอบเฉพาะ เพื่อคัดเลือกเด็กเข้าเรียนให้ได้ตามที่คณะ/สาขาต้องการ ต่างจากข้อสอบโอเน็ต ที่เป็นวิชาพื้นฐาน ซึ่งผมเห็นด้วยว่า ควรมีการเฉลย เพราะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ทั่วไป อีกทั้ง ผมไม่อยากให้เป็นไปตามกระแส โดยเฉพาะกระแสของโรงเรียนกวดวิชา ที่พยายามแทรกตัวเอง ออกมาสร้างข่าว บอกว่าสทศ.เฉลยข้อสอบผิดเพื่อมาประชาสัมพันธ์ตัวเองทางอ้อม” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

 

ครม.ไฟเขียวแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติฉบับแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233479

4 ยุทธศาสตร์, แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ, ครม, ไฟเขียว, แผนแม่บท, ส่งเสริม, คุณธรรม, แห่งชาติ, ฉบับ, แรก, คุณธรรมนำการพัฒนา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ก.ค. 2559

ครม.ไฟเขียวแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติฉบับแรก

ครม.เห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติฉบับแรก ชู 4 ยุทธศาสตร์สร้างสังคมแห่งคุณธรรมตั้ง กก.สมานฉันท์ในชุมชนคุณธรรมสร้างความปรองดอง-ศูนย์ศาสนิกสัมพันธ์อาเซียน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2559 – 2564 ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่เป็นวิกฤตคุณธรรมและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาประเทศให้สมดุลทั้งทางวัตถุและจิตใจ “คุณธรรมนำการพัฒนา” สร้างสังคมแห่งคุณธรรม โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมสร้างค่านิยมจิตสำนึกที่ดีแก่ประชาชน

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาและรายละเอียดของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 มีวิสัยทัศน์ให้ “สังคมไทยมีคุณธรรมเป็นรากฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต สืบสานความเป็นไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสันติสุขในประเทศไทย ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลกอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1. วางระบบรากฐานการเสริมสร้างคุณธรรมในสังคมไทย เป็นการวางรากฐานการพัฒนาคุณธรรมให้กับทุกสถาบันในสังคมให้มีส่วนร่วมสืบสานความเป็นไทยและยึดมั่นในสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ เน้นการพัฒนาและยกระดับจิตใจประชาชนให้มีคุณธรรม อาทิ จัดตั้งศูนย์คุณธรรมพัฒนาครอบครัวในชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างสถาบันครอบครัวในชุมชน 2. สร้างความเข้มแข็งในระบบการบริหารจัดการด้านการส่งเสริมคุณธรรมให้เป็นเอกภาพเป็นการสร้างและพัฒนาระบบส่งเสริมคุณธรรมให้มีโครงข่ายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ อาทิ การสนับสนุนให้จัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ในชุมชนคุณธรรมเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างศาสนาหรือชาติพันธุ์ในชุมชน

นายวีระ กล่าวว่า 3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมเป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วม ตลอดจนสร้างบุคคลต้นแบบที่เป็นแกนนำขับเคลื่อนและขยายภาคีเครือข่ายให้เพิ่มมากขึ้น อาทิการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมชมรม หรือหน่วยเผยแพร่คุณธรรมตามหลักศาสนา และ 4. ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลกเป็นการสร้างคุณธรรมความร่วมมือในประชาคมอาเซียน ให้อยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรและแบ่งปันในทุกมิติ อาทิ การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทางศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม หรือศูนย์ศาสนิกสัมพันธ์แห่งอาเซียน โดยหลังจากนี้จะมีการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติสู่การปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการแปลงแผนสู่การปฏิบัติในระดับต่างๆกระจายสู่ทุกพื้นที่ ยึดหลักภารกิจและการมีส่วนร่วมโดยมีคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับกระทรวงและจังหวัด เป็นผู้ขับเคลื่อน กำกับติดตามเพื่อให้เข้าถึงประชาชน ทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผล

 

สพฐ.ยกย่องครู 305 คนเป็น “ครูดีไม่มีอบายมุข”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233457

ครูดีไม่มีอบายมุข ปี 2559, สพฐ, ยกย่อง, ครู, 305, เป็น, ไม่มี, อบายมุข, สพฐยกย่องครู, คนเป็น, ครูดีไม่มีอบายมุข, ครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2559, การุณ
ครูดีไม่มีอบายมุข ปี 2559, สพฐ, ยกย่อง, ครู, 305, เป็น, ไม่มี, อบายมุข, สพฐยกย่องครู, คนเป็น, ครูดีไม่มีอบายมุข, ครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2559, การุณ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ก.ค. 2559

สพฐ.ยกย่องครู 305 คนเป็น “ครูดีไม่มีอบายมุข”

สพฐ.มอบรางวัล “ครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2559” แก่ผู้บริหารและครู 305 คน “การุณ” หวังครูกลุ่มนี้เป็นต้นแบบที่ดีแก่นักเรียน ระบุการสูบบุหรี่ยังเป็นปัญหาที่พบบ่อย

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2559” ว่า กิจกรรม “ครูดีไม่มีอบายมุข” จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเครือข่ายครูโรงเรียนปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ด้วยคำพ่อสอน เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณ ให้กับ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ที่ลด ละ เลิก อบายมุข ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ มีศีล 5 ทำหน้าที่ป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ อบายมุข ในโรงเรียน และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม สำหรับปีนี้มีผู้ได้รับการคัดเลือกรางวัลประเภทโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 305 คน ประกอบด้วย บุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 49 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 97 คน และครู 159 คน

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า เยาวชนทุกวันนี้ยังคงต้องการ ผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี อบรมให้คำแนะนำ สร้างความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ “ผู้ที่เป็นครู จะต้องถือเป็นหน้าที่อันดับแรก ที่จะต้องให้การศึกษา คือสั่งสอนอบรมอนุชน ให้ได้ผลแท้จริง ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทั้งด้านจิตใจและความประพฤติ ทั้งต้องคิดว่า งานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่นี้ คือความเป็นความตายของประเทศเพราะอนุชนที่มีความรู้ ความดีเท่านั้น ที่จะรักษาบ้านเมืองไว้ได้ ”

“ปัจจุบันเรามีเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 7 ล้านคนที่อยู่ในมือของ ผู้บริหารและครูที่จะต้องดูแล ซึ่งผมหวังว่าการที่เด็กได้เห็น ได้สัมผัสและเรียนรู้แบบอย่างที่ดีจากผู้บริหารและครูต้นแบบเหล่านี้ จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เด็กห่างไกลจากอบายมุข  โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ถือเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกับเด็กวัยเรียน”นายการุณ กล่าว

 

สพฐ.ร่อนหนังสือสำรวจการเก็บเงินบำรุงการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233449


รายการ 5 กลุ่ม, สพท., เก็บข้อมูลเงินบำรุงการศึกษา, สพฐ, ร่อน, หนังสือ, สำรวจ, การ, เก็บ, เงินบำรุง, การศึกษา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ก.ค. 2559

สพฐ.ร่อนหนังสือสำรวจการเก็บเงินบำรุงการศึกษา

สพฐ.ส่งหนังสือถึงเขตพื้นที่ฯ สำรวจการเก็บเงินบำรุงการศึกษาที่ร.ร.เก็บเพิ่มจากผู้ปกครองใน 5 กลุ่มเพื่อวางแผนจัดสรรงบฯ ช่วยลดภาระผู้ปกครองให้ส่งข้อมูล 22 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตน สุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำข้อมูลการเก็บเงินบำรุงการศึกษาว่ามีรายการใดบ้างที่โรงเรียน ต้องเรียกเก็บเพิ่มจากผู้ปกครองนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ สพฐ.โดยสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สนผ.) ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขตให้สอบถามไปยังสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.ทุกแห่งว่ามีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากนักเรียน ในรายการใดบ้าง และที่ต้องเก็บเพิ่มเพราะอะไร เพื่อจะได้รับข้อมูลและความต้องการที่แท้จริงของสถานศึกษา และนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพิจารณา ขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ

“ปกติ การเก็บค่าบำรุงการศึกษาจากนักเรียน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และได้รับอนุมัติจากเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งอยากให้ทุกโรงเรียนรายงานตามความเป็นจริง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการและความเป็นของสถานศึกษา อย่างถูกต้องโดยให้ส่งข้อมูล การจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาในปีการศึกษา 2559 มาภายในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้และคาดว่าจะสามารถประมวลผลแล้วเสร็จภายในเดือน สิงหาคม 2559”นายการุณ กล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใน 5 กลุ่ม คือ 1.ค่าใช้จ่ายในกรณีโรงเรียนจัดทำเป็นลักษณะพิเศษ ได้แก่ ค่าคู่มือนักเรียน ค่าบัตรประจำตัวนักเรียน และค่าปฐมนิเทศนักเรียน  2.ค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน นอกเหนือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาทิ ค่าห้องเรียนพิเศษอิงลิชโปรแกรม,มินิอิงลิชโปรแกรม ห้องเรียนพิเศษด้านภาษา ฯลฯ 3.ค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถของนักเรียน อาทิ ค่าจ้างครูชาวต่างชาติ ค่าตอบแทนวิชาการครูภายนอก ฯลฯ 4.ค่าจัดการเรียนการสอนเสริมเพิ่มเติมให้กับนักเรียน นอกเหนือจากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป อาทิ ค่าสาธารณูปโภค ค่าสอนคอมพิวเตอร์กรณีเกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้ ฯลฯ และ5.ค่าใช้จ่ายในการดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพนักเรียน อาทิ ค่าจ้างบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา ค่าตรวจสุขภาพนักเรียน และค่าอาหารกลางวันนักเรียน