กปน.ลดกำลังการผลิตทำให้น้ำประปาไหลอ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225003

การประปานครหลวง,ลดกำลังการผลิต,น้ำไหลอ่อน,ผลิต,น้ำ,ประปา,ไหล

การศึกษา-สาธารณสุข  :  30 มี.ค. 2559

กปน.ลดกำลังการผลิตทำให้น้ำประปาไหลอ่อน

กปน.ลดกำลังการผลิต เลี่ยงน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำประปาไหลอ่อน ตั้งแต่ 10.00น-1600น. วันที่ 30 มีค – 1 เม.ย.59

          วันที่ 30 มี.ค.59  นายณรงค์ฤทธิ์ ศรีสถิตย์นรากูร รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะ ประธานศูนย์อำวยการเพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำ กองทัพเรือ และแบบจำลองการคาดการณ์น้ำทะเลหนุนของ กปน. พบว่า ตั้งแต่ 00.01 น. ของวันที่ 29 มี.ค. ที่ผานมา แนวโน้มค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี สูงเกินกว่าค่าเฝ้าระวังของ กปน. คือ 0.25  กรัมต่อลิตร และตั้งแต่เวลา 10.00 – 13.00 น.  มีค่าสูงเกิน 0.5 กรัมต่อลิตร กปน. จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามแผนบูรณาการวิกฤติภัยแล้ง คือหยุดการสูบน้ำดิบเพื่อหลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบที่มีค่าความเค็มสูงเข้ากระบวนการผลิตน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้โรงงานผลิตน้ำบางเขนและโรงงานผลิตน้ำสามเสน ต้องลดกำลังการผลิตลงจากเดิม

          จึงขอแจ้งผู้ใช้น้ำของการประปานครหลวงทราบว่า ในช่วงเวลาประมาณ 10.00-16.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค. – 1 เม.ย.2559 น้ำประปาจะไหลอ่อนลงจากเดิม เนื่องจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่สำนักงานประปาสุขุมวิท พระโขนง สมุทรปราการ ทุ่มหาเมฆ และสุขสวัสดิ์ การประปานครหลวงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ หากประสบข้อข้อข้อกรุณาแจ้ง “ศูนย์บริการประชาชน” โทร 1125 ตลอด 24 ชม. และขอให้ช่วยกันใชน้ำอย่าประหยัด เพื่อทุกภาคส่วนผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้วงด้วยการมีน้ำใช้อย่าไม่ขาดแคลน
กปน.ลดกำลังการผลิตทำให้น้ำประปาไหลอ่อน

เอกซเรย์‘หลักสูตรการบิน’ผลิตคน-ลดขาดแคลน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224993

การบิน,นกแอร์,เที่ยวบิน

การศึกษา-สาธารณสุข  :  30 มี.ค. 2559

เอกซเรย์‘หลักสูตรการบิน’ผลิตคน-ลดขาดแคลน?

เอกซเรย์‘หลักสูตรการบิน’ผลิตคน-ลดขาดแคลน? : ชุุลีพร อร่ามเนตร

             ความวุ่นวายปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับสายการบินของไทยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปัญหาหลักดูจะเกิดจากการขาดแคลนนักบิน บุคลากรด้านการบินที่จะรองรับความต้องการอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัว เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คงต้องย้อนกลับไปดูสถาบันอุดมศึกษาแหล่งผลิตบุคลากรสู่สังคม ผู้ผลิตและผู้ใช้งานผลิตสอดคล้องกันหรือไม่ ???

ปัจจุบัน มีสถาบันอุดมศึกษาเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรการบิน และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน 27 แห่ง ขณะที่สายการบินมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเครื่องบินมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการบุคลากรด้านนี้สูงขึ้น มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดการเรียนการสอนสถาบันการบิน ตั้งแต่ปี 2549 พล.อ.ท.ศุภกฤต อารยะปรีชา รองคณบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการบิน ม.รังสิต เล่าว่า สถาบันการบิน เปิดการเรียนการสอนเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานักบิน โดยนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัย 2 ปี และอีก 2 ปีเรียนกับโรงเรียนคู่สัญญา ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ โรงเรียนการบินกรุงเทพ สถาบันการบินพลเรือน โรงเรียนการบินGFT ประเทศแคนาดา และโรงเรียนการบิน AEROSIM ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาบัตรเทคโนโลยีบัณฑิต(นักบิน) Bachelor of Technology (Aviation Pilot Development) และประกาศนียบัตรนักบินพาณิชย์ ไปสอบนักบินพาณิชย์ได้ทันที

ขณะนี้ สถาบันการบิน ม.รังสิต ผลิตบุคลากรด้านการบิน นักบินพาณิชย์ ทั้งหมด 7 รุ่น 200 กว่าคน เนื่องจาก 4 ปีแรก รับได้เพียงปีละ 50 คน แต่ต่อมารับได้ปีละ 100 คน พล.อ.ท.ศุภกฤต เล่าต่อไปว่าไทยขาดแคลนนักบินจริง เพราะสถาบันผลิตและสายการบินที่เปิดใหม่ไม่สอดคล้องกัน หากไทยอยากเป็น “ศูนย์กลางทางการบินภูมิภาคอาเซียน” รัฐต้องสนับสนุน เพิ่มจำนวนโรงเรียนการบินให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่โรงเรียนการบินเป็นของเอกชน รัฐต้องยกเว้นภาษี เพื่อให้โรงเรียนการบินมีพอเพียง อีกทั้งควรลงทุนด้านนี้จริงจัง ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยผลิตนักบินต้องได้รับมาตรฐาน มีคุณภาพอยู่แล้ว เพราะนักบิน บุคลากรด้านการบินต้องเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สนใจติดต่อโทร.0-2997-2200-30 ต่อ 4104-7 หรือ http://www.rsu.ac.th/pilot

ต่อด้วย หลักสูตรการบิน ม.นครพนม รศ.พล.อ.ท.จิรศักดิ์ ชนะสิทธิ์ คณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาตินครพนม เล่าว่า เปิดวิทยาลัยการบินนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นโรงเรียนการบินของรัฐบาล สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี (CPL/IR/ME) เรียนเพียง 1 ปี 52 สัปดาห์ แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ต้องเรียน 4 ปี ม.นครพนม เป็นโรงเรียนการบินที่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และมีเครื่องบินจำลอง Airbus A320 ชนิด Fixed Base รวมถึงการเรียนการสอนวิธีแก้ไข Unusual Attitudes เพื่อให้มั่นใจในการบิน รวมถึง เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการบิน และหลักสูตรประกาศนียบัตรช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน และหลักสูตรปริญญาตรี การบริหารจัดการซ่อมบำรุงอากาศยาน

รศ.พล.อ.ท.จิรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลิตบุคลากรด้านการบิน 250 กว่าคน โดยแต่ละปีรับได้ 80 คน ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน เพราะการหมุนเวียนนักบินต้องใช้เวลา หลังจากเรียนจบการศึกษาแล้วต้องไปฝึกอีก 6-8 เดือนกว่าจะได้ขึ้นบินจริงๆ และต้องเป็นผู้ช่วยนักบิน 6-10 ปี ก่อนจะเป็นกัปตันได้ ดังนั้น ภาครัฐต้องสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ และความร่วมมือต่างๆ ให้โรงเรียนการบิน เพราะเป็นต้นน้ำในการผลิตบุคลากรด้านการบินรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย สนใจเรียนหลักสูตรการบินสอบถามได้ที่โทร.042-587-268 หรือ http://iac.npu.ac.th,http://www.npu.ac.th/bkk/

ปิดท้ายด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 23 ระดับปริญญาตรี 3 หลักสูตร คือ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ(ภาคปกติ), ปริญญาตรีร่วมนานาชาติ 2 ปริญญา IDDP ร่วมกับ The Royal Melbourne Institute of Technology Australia และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการเทคโนโลยีการบิน ส่วนปริญญาโท เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (http://ase.eng.ku.ac.th หรือ โทร.0-2797-0999 ต่อ 1702-4)

ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่ให้ปริญญาวิศวกรรมการบินและอวกาศ โดยผลิตบัณฑิตจบออกไปแล้ว 18 ปีรุ่น มากกว่า 1,000 คน หลักสูตรได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสภาวิศวกร โดยการเรียนการสอนเน้นทั้งทฤษฎีและภาคปฎิบัติ เป็นการเรียนบูรณาการหลายๆ ศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาจบออกไปสามารถทำงานได้หลายอาชีพ

“วิศวกรการบินตอนนี้ยังเพียงพอกับความต้องการ แต่อนาคตงานของพวกเขาไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศ ทั่วโลกต่างต้องการนักบิน วิศวกรการบิน หากรัฐบาลไม่สนับสนุน เอาจริงเอาจัง หรือมีแผนในการผลิตบุคลากรด้านนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต สถาบันการบินต่างๆ ถ้าไม่มีการกำหนดแผนความต้องการบุคลากร ความฝันที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการบินภูมิภาคนี้คงเป็นไปได้ยาก ส่วนบุคลากรด้านการบินที่ขาดแคลนพอๆ กับนักบิน คือบุคลากรสายช่าง อาชีวศึกษาต้องปรับตัวเพิ่มทักษะสายช่างด้านการบินเพื่อให้อนาคตอุตสาหกรรมการบินไทยไม่วิกฤติ และไม่เกิดภาวะสมองไหล” ดร.ไชยวัฒน์ กล่าว

27สถาบันที่เปิดหลักสูตรการบิน

1.ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต 2.ม.เกริก 3.ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน 4.ม.เกษมบัณฑิต 5.ม.เซนต์จอห์น 6.ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 7.มทร.ตะวันออก วิทยาเขตบางพระ 8.ม.นครพนม 9.ม.นอร์ทกรุงเทพ 10.ม.แม่ฟ้าหลวง 11.ม.รังสิต 12.ม.รัตนบัณฑิต 13.มรภ.ภูเก็ต 14.มรภ.วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ 15.มรภ.สวนสุนันทา 16.มรภ.สุราษฎร์ธานี 17.ม.ศรีปทุม 18.ม.สวนดุสิต 19.ม.หอการค้าไทย 20.ม.อัสสัมชัญ 21.ม.อีสเทิร์นเอเชีย 22.วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา 23.สถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ 24.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 25.สถาบันการบินพลเรือน 26.ม.มหาสารคาม(กำลังจะเปิด) และ 27.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 


คนไทยเจ๋งคว้า8รางวัลแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224991

พิการ,แข่งขัน,ทอง

การศึกษา-สาธารณสุข  :  30 มี.ค. 2559

คนไทยเจ๋งคว้า8รางวัลแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ

คนไทยเจ๋งคว้า8รางวัลแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ : ทีมประชาสัมพันธ์ กพร.เรื่อง/ภาพ

           ทีมคนพิการไทยกวาด 8 รางวัล 1 เหรียญทอง สาขาประดิษฐ์สิ่งของวัสดุเหลือใช้ 3 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง เวทีแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่ประเทศฝรั่งเศส กระทรวงแรงงานเตรียมเงินอัดฉีด เหรียญทอง 3 แสนบาท เหรียญเงิน 2 แสนบาท เหรียญทองแดง 1 แสนบาท รางวัลชมเชยรางวัลละ 5 หมื่นบาท “วิริยวัฒน์ ตุยรัมย์” เจ้าของเหรียญทองจากสาขาประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ เผยดีใจมากเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ สร้างประสบการณ์ให้คนพิการมีงานทำ เพิ่มศักดิ์ศรีมากขึ้น

“กรีฑา สพโชค” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงาน (กพร.) นำทีมพร้อมผู้บริหารระดับสูง “พล.อ.ศิริชัย  ดิษฐกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บินลัดฟ้ามาให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันถึงสนามแข่งตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลและส่งเสริมคนพิการไทย การแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนพิการจากทั่วโลกได้มาหาประสบการณ์และแสดงศักยภาพ จากการสังเกตการณ์การการแข่งขัน มีแนวคิดที่จะนำไปปรับใช้ในประเทศไทยหลายเรื่อง อาทิ รูปแบบการจัดงานแข่งขัน โดยเฉพาะการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนพิการ รวมทั้งการสร้างการยอมรับให้คนพิการสามารถก้าวมาสู่สังคมมากยิ่งขึ้น” พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กล่าว

พล.อ.ศิริชัย กล่าวด้วยว่า กระทรวงแรงงานยังเตรียมประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ในการค้นหาข้อมูลผู้พิการไทย เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการสร้างอาชีพที่ตรงกับความถนัด เนื่องจากคนพิการและผู้สูงอายุของไทยมีศักยภาพ สามารถทำงานได้ เชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการลดปัญหาขาดแคลนแรงงานไทยได้ ขณะเดียวกันภาคเอกชนก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันภารกิจของรัฐบาลให้บรรลุตามเป้าหมายอีกด้วย

“ปีนี้ 2559 เป็นปีของการจ้างงานคนพิการ เรื่องของคนพิการทั้ง 11 สาขาที่เข้าร่วมแข่งขัน จึงอยู่ในแผนงานอยู่แล้ว แต่ต่อไปจะต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นในสาขาอื่นๆ ที่สามารถประกอบอาชีพได้ เพราะมีอาชีพบางอย่างที่อยู่ในสายเลือดของคนไทย เช่น สาขาช่างเชื่อม สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ซึ่งเป็นความต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลก” พล.อ.ศิริชัย กล่าวด้วยรอยยิ้ม

2 วันของการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการนานาชาติ ทีมคนพิการไทยกวาดรางวัลได้อย่างน่าประทับใจ “กรีฑา สพโชค” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า ตลอดการแข่งขันตัวแทนคนพิการไทย มีความพร้อมทั้งด้านกำลังใจ และฝีมือ ซึ่งเมื่อประกาศผลการแข่งขัน ทีมไทยได้รางวัลรวม 8 รางวัล จากผู้เข้าแข่งขัน 12 คน ใน 11 สาขา ดังนี้ เหรียญทอง 1 เหรียญ จากนายวิริยวัฒน์ ตุยรัมย์ สาขาประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ เหรียญเงิน 3 เหรียญ จากนายอนิรุจน์ พันธ์จบสิงห์ สาขาเครื่องปั้นดินเผา, นายบรรเจิด โชติช่วง สาขาออกแบบสถาปัตยกรรมด้วยคอมพิวเตอร์, นายศราวุฒ พรมภักดิ์ ออกแบบโปสเตอร์

เหรียญทองแดง 4 เหรียญ จาก น.ส.ภัทรวดี วราฤทธิ์ดำรงกุล สาขาถักไหมพรม, น.ส.อนุษา ดวงเกิด สาขาประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้, น.ส.จุฑารัตน์ เจริญสุข สาขาวาดภาพ และ นายศตพล สุภณิดาเมธัส สาขาประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับพื้นฐาน

“ส่วนตัวผมพอใจกับผลงานของผู้เข้าแข่งขันจาก 8 รางวัลที่ได้รับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนพิการไทยมีฝีมือสู้ได้ในระดับโลก จากนี้ไปจะเร่งประสานหางานให้แก่ผู้แข่งขันที่ยังว่างงาน ตามนโยบายของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ส่วนผู้แข่งขันที่ไม่ได้รางวัล ก็ไม่ต้องเสียใจถือว่าเป็นประสบการณ์ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เตรียมเงินรางวัลอัดฉีด สำหรับเหรียญทอง 3 แสนบาท เหรียญเงิน 2 แสนบาท เหรียญทองแดง 1 แสนบาท และรางวัลชมเชยรางวัลละ 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ ในส่วนของเจ้าเหรียญทอง คว้าไปทั้งหมด 15 เหรียญ ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ขณะที่เจ้าภาพ สาธารณรัฐฝรั่งเศสได้ 9 เหรียญทอง” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว

ด้าน นายวิริยวัฒน์ ตุยรัมย์ เจ้าของเหรียญทองจากสาขาประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในครั้งนี้สมกับที่ตั้งใจ และฝึกฝนมากว่า 4 เดือน โดยจะนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขันครั้งนี้ไปต่อยอดในการนำวัสดุเหลือใช้มาประดิษฐ์สิ่งของ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนชาวไทย เพราะเหรียญนี้คือรางวัลสำหรับประเทศไทยและคนไทยทุกคน

“นอกจากนี้ยังได้เตรียมศึกษาแนวทางการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการของสมาพันธ์การแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ (IAF General Assembly) โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์การและสมาคมคนพิการต่างๆ ทั้งนี้ มองว่าการเข้าร่วมเป็นคณะทำงานของสมาพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ในการเผยแพร่งานการช่วยเหลือคนพิการของประเทศไทย ให้คนพิการมีงานทำและมีศักดิ์ศรีเพิ่มมากขึ้น” นายวิริยะวัฒน์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เหนืออื่นใด กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดย “กรีฑา สพโชค” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคณะผู้บริหาร ได้ต้อนรับทีมคนพิการจากการแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ ครั้งที่ 9 ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2559 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ กทม. พร้อมจัด “พิธีมอบรางวัลและเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือคนพิการนานาชาติ ครั้งที่ 9” งานนี้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เป็นประธานในพิธี ณ ห้องศาลาไทย โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพมหานคร

 


‘บุญประเสริฐ’เชฟเบเกอรี่@ร.ร.ดุสิตธานีการโรงแรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224990

ดุสิต,โรงแรม,เรียน

การศึกษา-สาธารณสุข  :  30 มี.ค. 2559

‘บุญประเสริฐ’เชฟเบเกอรี่@ร.ร.ดุสิตธานีการโรงแรม

‘บุญประเสริฐ ว่องประพิณกุล’เชฟเบเกอรี่@ร.ร.ดุสิตธานีการโรงแรม

             ถ้าพูดถึง อาจารย์เสริฐ หรือ “เชฟบุญประเสริฐ ว่องประพิณกุล” อาจารย์ประจำด้านขนมอบ ในหลักสูตรวิชาการผลิตอาหารและขนมอบ โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม ก็จะนึกถึงความอารมณ์ดีกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่เสมอ ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลักของความสุข คือ การทำในสิ่งที่รักและสนุกกับชีวิตที่เลือกเอง เชฟบุญประเสริฐก็เช่นกันที่เลือกเดินบนเส้นทางการเป็นเชฟ

“ผมชอบและหลงเสน่ห์ของกลิ่นและรสชาติแป้ง นม เนย ไข่ ส่วนผสมเหล่านี้ทำให้ศึกษาเรียนรู้บวกกับผมรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี เพราะผมพิสูจน์มาหลายปี กว่าจะคิดว่าใช่สำหรับเราแล้วจึงได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ อาชีพเชฟและอาจารย์สอนขนมอบถือว่าเป็นส่วนผสมของชีวิตที่ลงตัวมากที่สุดเช่นกัน”

เชฟบุญประเสริฐ  เล่าว่า  หลายคนถามว่า เรียนนิเทศศาสตร์แล้วทำไมถึงมาเป็นเชฟ และอาจารย์สอนขนมอบและเบเกอรี่ คือตอนเรียนจบมาก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนนี่แหละ แล้วก็ออกจากงานมาทำธุรกิจเล็กๆ พอมีเวลาว่างก็ไปเรียนทำขนมที่โรงเรียนฝึกอาชีพ พอได้เข้าไปสัมผัสและทำจริงๆ ก็รู้สึกว่าชอบ จึงเริ่มพัฒนาตัวเอง โดยการเข้าอบรมเรื่องการทำขนมอบและเบเกอรี่กับสถาบันที่มีชื่อเสียงต่างๆ ใช้เวลาฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ และได้ทำตามความฝัน เปิดร้านขนม ชื่อ Opera D’Sert House เป็นของตนเอง

“ปัจจุบันผมรับหน้าที่ผู้สอนด้านขนมอบ ในหลักสูตรวิชาการผลิตอาหารและขนมอบ ของโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม เครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล และอาจารย์พิเศษสถาบันต่างๆ รวมแล้วก็ประมาณ 9 ปีแล้วครับกับเส้นทางนี้ เพราะปัจจุบันนักเรียน-นักศึกษาและคนทั่วไปสนใจงานด้านวิชาชีพมากขึ้น อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือถ้าไม่มีทุนในการทำธุรกิจก็ทำงานด้านสายอาชีพต่างๆ เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ สร้างรายได้ และสร้างความสุข”

การเป็นเชฟและเป็นอาจารย์ควบคู่กันไปนั้น เชฟบุญประเสริฐบอกว่าถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเอง เพราะทุกที่ที่เราทำงานเราจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆเสมอ ที่โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรมก็เช่นกัน  ตนชอบระบบการเรียนการสอนตามมาตรฐานระดับโรงแรมชั้นนำ ซึ่งนำมาบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน ทำให้เราได้แนวคิดใหม่ๆ ที่เป็นมาตรฐานแบบสากลมากขึ้น

“ผมเชื่อว่าถ้าใครที่ชื่นชอบการทำขนมอบและเบเกอรี่จะทำให้คุณเป็นคนใจเย็นและอารมณ์ดีอยู่เสมอ เพราะคนที่จะทำได้ต้องมีความละเอียด รอบคอบ รู้จักการรอคอย มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการขนมแบบใหม่ๆ ออกมาเสมอ นี่แหละคือเสน่ห์ของเบเกอรี่”

“อยากให้มาลองชิมฝีมือผมที่โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม เพราะเมนูที่ผมชอบทำและชอบรับประทานมากๆ ก็คือ เค้กและมูสต่างๆ เพราะเวลาที่ทำผมเอาหัวใจใส่ลงไปด้วยทุกครั้ง ถึงแม้บางเมนูใช้เวลานานหรือยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่คุ้มค่ากับการรอคอย รับรองอร่อยจนอยากมาเรียนทำเองเลยล่ะครับ” เชฟบุญประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย

 


สนุกกับสื่อ-เทคโน-ภาษา’อุดมดรุณี’เน้นครู-นร.ต้องรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224915

สื่อ,เทคโน,การศึกษา

การศึกษา-สาธารณสุข  :  29 มี.ค. 2559

สนุกกับสื่อ-เทคโน-ภาษา’อุดมดรุณี’เน้นครู-นร.ต้องรู้

สนุกกับสื่อ-เทคโน-ภาษา“อุดมดรุณี”เน้นครู-นร.ต้องรู้ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

           “ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนใช้กันหมด เราต้องเลือกมาใช้เพื่อที่จะให้เด็กเกิดการพัฒนา และกระตุ้นความสนใจของเด็กให้เด็กสนใจที่จะเรียนในหลายๆ วิชา ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราต้องใช้สื่อในการสอนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเรียนมากขึ้น”

เป็นคำพูดของ “เกตุสุริยงค์ คงเจริญ” ครูรุ่นใหม่แห่งโรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทัย ที่เผยถึงความสำคัญในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงพัฒนาครู และบุคลากรเป็นผู้นำด้านการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของโรงเรียนแห่งนี้

“การเรียนแต่ในหนังสืออย่างเดียวอาจจะทำให้เด็กไม่เห็นภาพ ซึ่งส่งผลต่อความเข้าใจ แต่พอมีสื่อเข้ามาช่วย ทำให้สนุก หาข้อมูลง่ายขึ้น และเข้าใจมากยิ่งขึ้น” ครูเกตุขยายความให้เห็นภาพถึงความสำคัญของสื่อการเรียนการสอน ซึ่งนอกจากจะช่วยเด็กแล้วยังช่วยครูอีกด้วย

นอกจากนี้ ครูเกตุยังให้ความสำคัญกับ “ภาษาอังกฤษ” แม้ส่วนตัวจะเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์แต่ก็มักจะใช้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย

“อาเซียนเปิดแล้ว ภาษาอังกฤษมีความสำคัญจริงๆ นะ ส่วนตัวจะเน้นสอนเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น เช่น ใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในการสอน หรือเวลาเจอกันในคาบเรียนก็จะมีการสนทนากับเด็กเป็นภาษาอังกฤษ ทักทายบ้าง พูดคุยกันบ้าง ซึ่งก็สนุกสนานกันไป ประกอบกับทางโรงเรียนจะจัดครูชาวต่างชาติให้เด็กทุกชั้นเพื่อสร้างความคุ้นชิน มีความกล้า และมั่นใจที่จะสื่อสาร อีกทั้งยังมีแผนการเปิดภาษาที่สาม อาจจะเป็นภาษาเพื่อนบ้านอย่างพม่า เพราะประตูอาเซียนเปิดก็จะมีคนเข้ามาทำงานในบ้านเรามากขึ้น” ครูเกตุเผย

ไม่เพียงแต่กิจกรรมในชั้นเรียนเท่านั้น ทางโรงเรียนยังมีกิจกรรมนอกชั้นเรียนอีกมากมาย ทั้งกิจกรรมอาเซียน กิจกรรมมันเดย์ มอนิ่ง ในทุกๆ วันจันทร์ รวมไปถึงกิจกรรมย่อยๆ อย่างเช่น การร้องเพลง การแสดงละครเวที ละครสั้นภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จ.สุโขทัย, ศูนย์บริการแนะแนว จ.สุโขทัย, ศูนย์การเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส จ.สุโขทัย, ศูนย์การเรียนวิชาศิลปศึกษา จ.สุโขทัย, ศูนย์นักเรียน เอ เอฟ เอส เขตสุโขทัย และศูนย์บริการแนะแนว จ.สุโขทัย

“ครูต้องตื่นตัวไปพร้อมๆ กับเด็ก อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ถ้าครูกลัว ครูจะไม่ทันเด็กยุคใหม่ที่ก้าวไปไวในทุกๆ วัน ซึ่งครูต้องเป็นที่ปรึกษา และคนแนะแนวเด็กได้ อย่างเปิดอาเซียนแล้ว แน่นอนว่าภาษาสำคัญ แต่แนวทางในการประกอบอาชีพก็สำคัญเช่นกัน ครูต้องติดตามข่าวสาร รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมส่งเสริมทักษะความสามารถที่จำเป็นต้องส่งเด็กออกไปเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกชั้นเรียน”

ครูเกตุ ยกตัวอย่างโครงการ Thailand ICT Youth Challenge ซึ่งเป็นเวทีส่งเสริมการเข้าถึงไอซีทีของเด็กไทย รวมไปถึงการนำไอซีทีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น เกิดจากการร่วมมือกันของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อการ (MICT) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) โดยในปี 2014 โรงเรียนได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวดประเภทแผ่นพับ ชื่อผลงานว่า School in the future

“น้ำพริก” ธนัชพร พงษ์พิทักษ์ และ “สิตา” บุณสิตา เจริญบุญ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คือเจ้าของรางวัลชนะเลิศจากการประกวดประเภทแผ่นพับดังกล่าว โดยทั้งสองบอกว่า สื่อการเรียนการสอนเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยในการเรียนการสอน และเพิ่มบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนมากขึ้น ก่อนจะฝากไปถึงการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อเป็นหน้าต่างสู่โอกาสในการเป็นพลเมืองของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน

“ภาษาอังกฤษไม่ยาก สามารถฝึกทักษะได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านการดูหนัง ฟังเพลง หรือโปรแกรมสอนภาษาต่างๆ ถ้าเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ โอกาสต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะการทำงานในยุคที่ภาษามีความจำเป็นอย่างมาก อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาพัฒนาทักษะของตัวเองค่ะ”

โรงเรียนอุดมดรุณี ตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย สนใจเยี่ยมชมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-55-6112-71

 


ผจก.สสส.ส่งคำท้าวิ่งBogie99ไปยัง’ปลัด สธ.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224929

สสส.,สธ.,วิ่ง

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 มี.ค. 2559

ผจก.สสส.ส่งคำท้าวิ่งBOGIE99ไปยัง’ปลัด สธ.’

ผจก.สสส.ส่งคำท้าวิ่งBogie99ไปยัง’ปลัด สธ.’

            วันที่ 28 มี.ค. ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รับคำท้ากิจกรรม Bogie99 running challenge นายสถานีนำขบวนรถไฟแห่งน้ำใจ  สสส. Sook Station โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ภาคีเครือข่าย ชาวชุมชนโดยรอบศูนย์เรียนรู้สุขภาวะร่วมกิจกรรมจำนวน 229 คน เข้าร่วม ถือว่าทำตามคำท้าได้สำเร็จ และได้ท้าต่อไปยัง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมต่อไป ทั้งนี้กิจกรรม Bogie99 running challenge  เป็นการวิ่งขบวนรถไฟ ระยะทาง 5 กม.  จำนวน 99 คนขึ้นไป มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย และระดมทุนช่วยเหลือเด็กชาวไทยภูเขาที่วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

ทั้งนี้ กิจกรรม สสส. SookStation ได้รับการจุดประกายจาก คุณทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ และ คุณอิทธิพล สมุทรทอง ผู้ริเริ่มกิจกรรม ‪#‎ Bogie99_5KRunningChallenge หรือขบวนรถไฟสายสุขภาพนักวิ่ง ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ณ สวนลุมพินี โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้เกิดการวิ่งเป็นขบวนเหมือนรถไฟ ด้วยคน 99 คน และเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆยากไร้ ณ วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าวได้ถูกส่งต่อด้วยคำท้าทายไปยังบุคคลที่เป็นที่รู้จักจนได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น อาทิเช่น คุณชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ,คุณบอย AF พิษณุ นิ่มสกุล นักร้องและนักแสดง ,คุณสถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งทีมชาติไทยและกูรูด้านการวิ่งของไทย , ทันตแพทย์กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) และถูกส่งต่อมาที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในที่สุด

อย่างรก็ตาม กิจกรรม สสส. SookStation นอกจากเรื่องคำท้าที่ถูกส่งต่อมานั้น ยังเป็นโอกาสอันดีที่ ชาว สสส.จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขบวนรถไฟแห่งน้ำใจ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กชาวไทยภูเขาที่วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการแสดงความสามัคคีและแสดงความ Active ที่พร้อมทำงานเพื่อพัฒนาสังคมต่อไป


ม.3ภาคเหนือแห่เรียนต่อเตรียมมทร.ล้านนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224905

ล้านนา,สายอาชีพ,สายอาชีวะกับสายสามัญ

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 มี.ค. 2559

ม.3ภาคเหนือแห่เรียนต่อเตรียมมทร.ล้านนา

น.ร.ชั้นม.3ร.ร.ดังภาคเหนือแห่เรียนต่อร.ร.เตรียมมทร.ล้านนา ดอยสะเก็ด เชื่อมั่นการศึกษาแนวใหม่ ลงมือทำจริง ไม่อิงแค่ทฤษฏีในตำรา

           28มี.ค.2559 ผศ.ดร.นิวัตร มูลปา ผู้อำนวยวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ ซึ่งมีนโยบายให้เป็นต้นแบบการศึกษาวิชาชีพและเทคโนโลยี (ดอยสะเก็ดโมเดล : Doi – Saket Model) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เปิดเผยว่าวิทยาลัยมีรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่โดยจัดตั้งเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยีหรืออาจจะรู้จักในชื่อโรงเรียนเตรียมราชมงคลล้านนาดอยสะเก็ด ที่รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ามาเรียนที่โรงเรียน 3 ปีในระดับปวช.1-3 หรือเทียบเท่าม.4-6 ใน 3 หลักสูตรคือ เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ เตรียมสถาปัตยกรรมศาสตร์และเตรียมบริหารธุรกิจโดยการเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยีภายใต้การบริหารงานของวิทยาลัยฯนั้น ผู้เข้าเรียนจะไม่ได้เรียนแค่ทฤษฏีในตำราเพียงเท่านั้น

“การสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนที่นี่จะให้นักเรียนลงมือปฏิบัติงานจริง เราไม่ต้องการผู้เรียนที่เก่งทำโจทย์ คำนวณเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ทำงานไม่เป็น ดังนั้นการสอบเพื่อเข้าเรียนจึงดูเรื่องทักษะและความสนใจที่จะเข้าเรียนในสาขาต่างๆ วันสอบปฏิบัตินักเรียนจึงต้องลงมือทำงานจริงเพื่อให้เห็นว่ามีคุณสมบัติที่จะเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยี เมื่อนักเรียนเข้ามาเรียนปวช.1 (ม.4) จะต้องเริ่มคิดว่าจะทำโครงการอะไร ค้นหาข้อมูล คุยกับอาจารย์ จากนั้นปวช.2 (ม.5) วางแผนในการทำงาน ปวช.3 (ม.6) ลงมือทำโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรมก่อนสำเร็จการศึกษา เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความรู้ที่ตัวเองสนใจและต่อยอดเป็นงานวิจัยและนำไปใช้จริงได้ในอนาคต”  ผศ.ดร.นิวัตร  กล่าวและว่า

หลักสูตรเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยีได้เปิดสอนมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ 9 ได้รับความสนใจจากนักเรียน ครูผู้ปกครองจากโรงเรียนสายสามัญในจังหวัดภาคเหนืออย่างมากมาย นับเป็นเรื่องที่ดีที่นักเรียน ครูผู้ปกครองมองเห็นรูปแบบใหม่ของการศึกษาที่เน้นการฝึกทำงานจริง และนักเรียนเกิดการพัฒนาตัวเอง ทำงานเป็นทีมและรู้จักรับผิดชอบ เพราะโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคเทคโนโลยีที่นี่นักเรียนต้องมาอยู่หอพักและทำกิจกรรมเป็นเวลา นักเรียนในภาคเหนือจากโรงเรียนดังๆ ทั้งรัฐและเอกชน ให้ความสนใจมาสมัครสอบที่โรงเรียนเตรียมราชมงคล ล้านนาดอยสะเก็ดเป็นจำนวนมาก

“จากปวช3 นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มทร.ล้านนาโดยไม่ต้องสอบ เป็นหลักสูตร3+1ในชั้นปีที่3 ของภาคฤดูร้อนนักศึกษาจะต้องฝึกงานในโรงงาน จากนั้นเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4เข้าสู่การทำงานจริงในระบบอุตสาหกรรม เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บางคนอาจจะทำงานหรือถ้าไม่ทำงานก็เรียนต่อระดับปริญญาโทอีก 2 ปี การเรียนในระดับป.โทจะทำงานวิจัยอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการจริงๆ เพื่อช่วยเหลืองานด้านอุตสาหกรรมและแก้ปัญหาอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นให้ได้ รูปแบบการศึกษาแนวนี้ถือเป็นการศึกษาแนวใหม่ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในภาคอุตสาหกรรมได้ เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในระดับปวช.ต่อระดับป.ตรี-โทในปีการศึกษา 2559 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่053-266-518หรือ053-266-520 หรือ http://College-rmutl.ac.th


5ค่านิยมก่อโรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224885

การศึกษา,สาธารณสุข,จิตแพทย์,ฆ่าตัวตาย,โรคซึมเศร้า

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 มี.ค. 2559

5ค่านิยมก่อโรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

จิตแพทย์เผย 5 ค่านิยมนำสู่โรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย เน้นวัตถุ-แข่งขัน-เอาชนะ-กลัวเสียหน้า-สร้างภาพลักษณ์ สังคมซุบซิบ-นินทา ตัวเร่ง คนไทย 1 ใน 4 มีปัญหาสุขภาพจิต

                    28 มี.ค. 59  ที่สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ  นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กล่าวในงานเสวนา “ฆ่าตัวตาย สุขภาวะคนไทยบนปากเหว” ว่า ประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายเป็นอันดับ 57 ของโลก อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6 ต่อแสนประชากร หรือประมาณ 3,000 คนต่อปี แต่เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าตัวตายมากกว่าตัวเลขนี้ เนื่องจากยังมีการปกปิดข้อมูล เช่น กรณีคนที่ทำประกันชีวิตฆ่าตัวตายแล้วญาติจะปกปิดสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น สำหรับประเทศไทยข้อมูลที่เคยมีการสำรวจในกลุ่มคนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่า ทุก 1 ใน 4 คนจะมีโอกาสมีปัญหาทางสุขภาพจิต เนื่องจากครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีความทุกข์จนสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิต แต่ที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชจะพบประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น
                    “สิ่งที่เป็นปัญหาจนอาจทำให้นำไปสู่การป่วยโรคซึมเศร้า หรือป่วยจิตเวชของคนไทย มาจากค่านิยมที่เน้นวัตถุ การแข่งขัน การอยากเอาชนะ กลัวเสียหน้า ต้องการสร้างภาพลักษณ์ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเครียด  บวกกับการเกื้อกูลกันของคนไทยหายไป เมื่อมีปัญหาจะไม่ขอรับการช่วยเหลือ เพราะกลัวการเสียหน้า โดยเฉพาะหากเกิดในสังคมที่มีการซุบซิบ นินทา จะมีความเสี่ยงให้เกิดการฆ่าตัวตาย”
                    ด้าน นางพัชรี คำธิตา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (จิตเวช) โรงพยาบาลแม่ทา จังหวัดลำพูน กล่าวว่า การรักษาหน้า การซุบซิบ นินทา เป็นเหตุผลเร่งให้คนฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสุขมากที่สุดในประเทศ แต่เป็น 1 ใน 8 อำเภอที่มีสถิติการฆ่าตัวตายสูงสุดในจังหวัด และเคยสูงสุดระดับประเทศ โดยอัตราอยู่ที่ 34.51 ต่อแสนประชากร หรือปีละ 20 คน สาเหตุมาจากการกลัวเสียหน้า กับการซุบซิบ นินทา ใครที่เดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ เมื่อกลับมาจะถูกนินทา ถูกตีตรา ทำให้คนไม่เข้าสู่ระบบบริการ จนเมื่ออาการรุนแรง ปลีกตัว เก็บตัว ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ญาติจึงต้องส่งโรงพยาบาล แต่หลังกลับจากรักษามาอยู่ที่ชุมชน จะถูกตีตรากลายเป็นปัญหาไปเรื่อยๆ
                    “ที่ผ่านมาจึงมีการปรับทัศนคติของชุมชนใหม่ โดยใช้แกนนำชาวบ้านซึ่งนอกเหนือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว ยังมีกลุ่มพระสงฆ์ในพื้นที่มาร่วมให้ข้อมูลความรู้ เกิดเป็นโครงการบิณฑบาตความทุกข์ และขอความร่วมมือจากร้านค้าห้ามจำหน่ายสุราในวันพระ และงานศพ ล่าสุด อัตราการฆ่าตัวตายของพื้นที่ อ.แม่ทา ดีขึ้น อยู่ที่ 7 ต่อแสนประชากร”
                    นางรัชนี แมนเมธี กรรมการสมาคมสายใยครอบครัว กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะระดับประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จะมีปัญหาสุขภาพจิตแบ่งเป็น 2 กลุ่มอาการ คือ 1. อาการไม่คลุกคลีกับใคร ซึมเศร้า ไม่เข้าสังคม ไม่สดใส และ 2. อาการก้าวร้าว ไฮเปอร์ โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้เมื่อเติบโตไปเสี่ยงจะเป็นภาวะซึมเศร้า หรืออาจฆ่าตัวตาย แต่ปัญหาคือครูจะไม่ทราบอาการของเด็ก จึงเสนอว่า ควรจะมีการบรรจุการเรียนรู้เรื่องโรคทางจิตเวชอยู่ในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เด็กทุกคนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค รู้จักวิธีสังเกตโรคซึมเศร้า หรืออาการทางจิตเวชในเด็กเป็นอย่างไร สามารถเข้าสู่การรักษาได้โดยไม่ต้องอายใคร หรือกลัวว่าสังคมจะรังเกียจ
————————
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

 


เผย154รายชื่อปฏิบัติหน้าที่ศธจ.-รองศธจ.77จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224877

การศึกษา,กำจร ตติยกวี,ศธจ.

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 มี.ค. 2559

เผย154รายชื่อปฏิบัติหน้าที่ศธจ.-รองศธจ.77จังหวัด

ปลัดศธ.ลงนามตั้งปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.-รองศธจ. รวม 154 ราย ใน 77 จังหวัด

                    28 มี.ค. 59  รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือเวียน คำสั่ง ศธ.ที่ สป.406/2559 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 77 คน และ คำสั่ง ศธ.ที่ สป.407/2559 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการปฏิบัติหน้าที่รองศธจ. 77 คน ถึงหน่วยงานต่างๆ ใน ศธ. สำหรับรายชื่อปฏิบัติหน้าที่ ศธจ. ดังนี้
                    1. ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ สาโร ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กระบี่ ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.กระบี่ 2. นายสมยศ ศิริบรรณ ผอ.สพป.กรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.กรุงเทพมหานคร 3. นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.กาญจนบุรี 4. นายกิตติพศ พลพิลา ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.กาฬสินธุ์ 5. นายรมย์ พะโยม ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศจธ.กำแพงเพชร 6. นายเชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ขอนแก่น 7. นายมนตรี ทัดเทียม ผอ.สพป.จันทบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.จันทบุรี 8. นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ฉะเชิงเทรา 9. นายวสันต์ นาวเหนียว ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ชลบุรี 10. น.ส.ศศิธร วงษ์เมตตา ผอ.สพป.ชัยนาท ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ. ชัยนาท
                    11. นายธนชล มุทาพร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ชัยภูมิ 12. นายวัลลพ สงวนนาม ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ชุมพร 13. นายนพรัตน์ อู่ทอง ผอ.สพป.เชียงราย เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.เชียงราย 14. นายทวนทอง ศรีสวัสดิ์ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.เชียงใหม่ 15. นายฉลอง พูลสุทธิ์ ผอ.สพป.ตรัง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ตรัง 16. นายวัลลภ รองพล ผอ.สพป.ตราด เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ตราด 17. นายสมวุฒิ ศรีอำไพ ผอ.สพป.ตาก เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ตาก 18. นายไพจิต ไชยฤทธิ์ ผอ.สพป.นครนายก เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครนายก 19. นายอธิวัฒน์ พันธ์ประชา ผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครปฐม 20. นายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ผอ.สพป.นครพนม เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครพนม
                    21. นายไพศาล วุทฒิลานนท์ ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครราชสีมา 22. นายประหยัด อนุศิลป์ ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครศรีธรรมราช 23. นายเพชรรัตน์ นิ่มพันธ์ ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นครสวรรค์ 24. นายกำจัด คงหนู ผอ.สพป.นนทบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นนทบุรี 25. นายประหยัด สุขขี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.นราธิวาส 26. นายชูเกียรติ ด่านธนะทรัพย์ ผอ.สพป.น่าน เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.น่าน 27. นายสุพจน์ เจียมใจ ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.บุรีรัมย์ 28. นายพัฒนะ งามสูงเนิน ผอ.สพป.ปทุมธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ปทุมธานี 29. นายบุญเทียม อังสวัสดิ์ ผอ.สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ประจวบคีรีขันธ์ 30. นายดำเนิน เพียรค้า ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ปราจีนบุรี
                    31. นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ปัตตานี 32. นายอารักษ์ พัฒนถาวร ผอ.สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พระนครศรีอยุธยา 33. นายเอกชัย ผาบไชย ผอ.สพป.พะเยา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พะเยา 34. นายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์ ผอ.สพป.พังงา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พังงา 35. นายเจียร ทองนุ่น ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พัทลุง 36. นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พิจิตร 37. นายนิวัฒน์ อ้นน่วม ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พิษณุโลก 38. นายกนก ปิ่นตบแต่ง ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.เพชรบุรี 39. นายธวัช กงเติม ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.เพชรบูรณ์ 40. นายกิตติพงศ์ ราชสิกข์ ผอ.สพป.แพร่ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.แพร่
                    41. นายประจักษ์ ช่างเรือ ผอ.สพป.ภูเก็ต เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ภูเก็ต 42. ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์ จินดา ผอ.สพป.มหาสารคาม เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.มหาสารคาม 43. นายมารุต อุปนิสากร ผอ.สพป.มุกดาหาร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.มุกดาหาร 44. นายสมรักษ์ ถวาย ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.แม่ฮ่องสอน 45. นายชาญชัย รสจันทร์ ผอ.สพป.ยโสธร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ยโสธร 46. นายอาดุล พรมแสง ผอ.สพป.ยะลา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ยะลา 47. นายอธิปปรัชญ์ ภัควัฒน์ภักดี ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ร้อยเอ็ด 48. นายปรีชา บัวกิ่ง ผอ.สพป.ระนอง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ระนอง 49. นายธวัชชัย อุ่ยพานิช ผอ.สพป.ระยอง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ระยอง 50. นายรังสรรค์ อ้วนวิจิตร ผอ.สพป.ราชบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ราชบุรี
                    51. นายปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ลพบุรี 52. นายสุทิน แก้วพนา ผอ.สพป.ลำปาง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ลำปาง 53. นายวิญญู สันติภาพวิวัฒนา ผอ.สพป.ลำพูน เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ลำพูน 54. นายรอง ปัญสังกา ผอ.สพป.เลข เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.เลย 55. นายชอุ่ม กรไกร ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.ศรีสะเกษ 56. นายเทวรัฐ โตไทยะ ผอ.สพป.สกลนคร เขต 1 ปฏิบบัติหน้าที่ ศธจ.สกลนคร 57. นายสันติ แสงสระวี ผอ.สพป.สงขลา เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สงขลา 58. นายนิสิต ชายภักตร์ ผอ.สพป.สตูล เขต 1 ปฏิบติหน้าที่ ศธจ.สตูล 59. นายชลิต เพ็ชรรัตน์ ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สมุทรปราการ 60. นายวินัย ศรีเจริญ ผอ.สพป.สมุทรสงคราม เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สมุทรสงคราม
                    61. นายปรีดี ภูศรีน้ำ ผอ.สพป.สมุทรสาคร เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สมุทรสาคร 62. นายไสว สารีบท ผอ.สพป.สระแก้ว เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สระแก้ว 63. นายธันวา ดีช่วย ผอ.สพป.สระบุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สระบุรี 64. นายสุเมธี จันทร์หอง ผอ.สพป.สิงห์บุรี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สิงห์บุรี 65. นายพยอม วงษ์พูล ผอ.สพป.สุโขทัย เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สุโขทัย 66. นายจักรพรรดิ จิตมณี ผอ.สพป.สุพรรณ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สุพรรณบุรี 67. นายชุมพล ศรีสังข์ ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สุราษฎร์ธานี 68. นายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.สุรินทร์ 69. นายอำพร พินะสา ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.หนองคาย 70. นายธีรพงษ์ สารแสน ผอ.สพป.บึงกาฬ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.บึงกาฬ
                    71. นางละออตา พงษ์ฤทัศน์ ผอ.สพป.หนองบังลำภู เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.หนองบังลำภู 72. นายสุดใจ มอญรัต ผอ.สพป.อ่างทอง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อ่างทอง 73. นายอดุลย์ กองทอง ผอ.สพป.อำนาจเจริญ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อำนาจเจริญ 74. นายประเวศ รัตนวงศ์ ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อุดรธานี 75. นายอมรศักดิ์ ปิ่นทอง ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อุตรดิตถ์ 76. นายศักดิ์ดา แสงทอง ผอ.ศพป.อุทัยธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อุทัยธานี และ 77. นายวิชัย แสงศรี ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.อุบลราชธานี
                    สำหรับปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ. ดังนี้ 1. นายศังกร รักชูชื่น ผอ.สพม.เขต 13 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.กระบี่ 2. ว่าที่ ร.ต.อานนท์ สุขภาคกิจ ผอ.สพม.เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.กรุงเทพมหานคร 3. นายอภิชัย ทำมาน ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.กาญจนบุรี 4. นายครรชิต วรรณชา ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.กาฬสินธุ์ 5. นายเจริญ จำรัสกลาง ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 2 กำแพงเพชร ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.กำแพงเพชร 6. นายณฤทธิ์ วิเศษศักดิ์ ผอ.สพป.ขอนแก่น จันทบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ขอนแก่น 7. นางสุดา สุขอ่ำ ผอ.สพป.จันทบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.จันทบุรี 8. นายตั้ง อสิพงษ์ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ฉะเชิงเทรา 9. นายวิชัย พวงภาคีศิริ ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ชัยนาท
                    11. นายอุดมชัย ชัยจุฑาภัค ผอ.สพม.เขต 30 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ชัยภูมิ 12. นายวิรัตน์ สกุณา ผอ.สพป.ชุมพร ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ชุมพร 13. นายปะถม เชื้อหม ผอ.สพป.เชียงราย เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.เชียงราย 14. นายสิทธิชัย มูลเขียน ผอ.สพม.เขต 34 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.เชียงใหม่ 15. นายเชวง วัฒนธีรางกูร ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ตรัง 16. นายวรวิทย์ พรหมคช ผอ.สพม.เขต 17 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ตราด 17. นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผอ.สพป.ตาก เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ตาก 18. นายธนัญชัย สายสุด ผอ.สพม.เขต 7 ปฏิบัติหน้าที่รอง ศธจ.นครนายก 19. นายไพฑูรย์ อรุณศรีประดิษฐ์ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 4 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นครปฐม 20. นายวัชร์โรจน์ ไชยพิเดช ผอ.สพป.นครพนม เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นครพนม
                    21. นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นครราชสีมา 22. นายเสนอ ทองจีน ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นครศรีธรรมราช 23. นายทองสุข อยู่ศรี ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นครสวรรค์ 24. นายวีระพงศ์ เดชบุญ ผอ.สพม.เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นนทบุรี 25. นายธนู นูนน้อย ผอ.สพม.เขต 15 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.นราธิวาส 26. นายชัชชัย ทับทิมอ่อน ผอ.สพป.น่าน เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.น่าน 27. นายสมศักดิ์ ชอบทำดี ผอ.สพป.บุรีรัมมย์ เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.บุรีรัมย์ 28. นายนพพร พิพิธจันทร์ ผอ.สพม.เขต 4 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ปทุมธานี 29. นายสุนาจ แก้วสุข ผอ.สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ประจวบคีรีขันธ์ 30. นางพงษ์พิศาล ชิณสำราญ ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ปราจีนบุรี
                    31. นายณรงค์ ศรีละมุล ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ปัตตานี 32. นายดำหริ งิมสันเทียะ ผอ.สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พระนครศรีอยุธยา 33. น.ส.สายสวาท วิชัย ผอ.สพป.เชียงราย ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พะเยา 34. นายธัชชเวชว์ จันทร์สุขศรี ผอ.สพม.เขต 14 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พังงา 35. นางอนงค์ เชาวนะกิจ ผอ.สพป.พัทลุง เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พัทลุง 36. นายนวรัตน์ ต่วนชะเอม ผอ.สพป.พิจิตร เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พิจิตร 37. นายประพฤทธิ์ สุขใย ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.พิษณุโลก 38. นายวินัย คุณวุฒิ ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.เพชรบุรี 39. นายดิเรก ต่ายเมือง ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.เพชรบูรณ์ 40. นายศิริพันธ์ ขวัญอ่อน ผอ.สพม.เขต 37 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.แพร่
                    41. นายบำรุง ฤทธิรัตน์ ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ภูเก็ต 42. นางชนิสรา ดวงบุบผา ผอ.สพม.เขต 26 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.มหาสารคาม 43. นายปริญญา ธรเสนา ผอ.สพม.เขต 22 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.มุกดาหาร 44. นายบุญชู จันทร์ดำ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.แม่ฮ่องสอน 45. นายประสงค์ สุภา ผอ.สพป.ยโสธร เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ยโสธร 46. นายนิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผอ.สพป.ยะลา เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ยะลา 47. นายโกศล ฐานะ ผอ.สพม.เขต 27 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ร้อยเอ็ด 48. นายชูศักดิ์ ชูช่วย ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ระนอง 49. นายสมศักดิ์ ทองเนียม ผอ.สพม.เขต 18 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ระยอง 50. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผอ.สพป.ราชบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ราชบุรี
                    51. นายต่อศักดิ์ บุญเสือ ผอ.สพป.ลพบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ลพบุรี 52. นายวิบูลย์ ทานุชิต ผอ.สพป.ลำปาง เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ลำปาง 53. นายสุวิทย์ มุกดาภิรมย์ ผอ.สพป.ลำพูน เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ลำพูน 54. นายอดิศักดิ์ มุ่งชู ผอ.สพม.เขต 19 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.เลย 55. นายฤทธา นันทพันธ์ ผอ.สพม.เขต 28 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.ศรีสะเกษ 56. นายจุฬา ชิณวงศ์ ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สกลนคร 57. นายประสิทธ์ หนูกุ้ง ผอ.สพป.สงขลา เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สงขลา 58. นายปราโมทย์ ส่งสิงห์ ผอ.สพป.สงขลา เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สตูล 59. นายศักดิ์นิพน สว่างวงศ์ ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สมุทรปราการ 60. นายวีระ ทวีสุข ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สมุทรสงคราม
                    61. นายสมชาย รองเหลือ ผอ.สพม.เขต 8 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สมุทรสาคร 62. นายสิงห์ โพธิ์งาม ผอ.สพป.สระแก้ว เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สระแก้ว 63. นายปราโมทย์ แสนกล้า ผอ.สพป.สระบุรี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สระบุรี 64. นางมณฑ์ณัทอร วุฒิวิชญานันต์ ผอ.สพม.เขต 5 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สิงห์บุรี 65. นายมรกต กลัดสะอาด ผอ.สพม.เขต 38 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สุโขทัย 66. นายเกรียงพงค์ ภูมิราช ผอ.สพม.เขต 9 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สุพรรณบุรี 67. นายสมบูรณ์ เรืองแก้ว ผอ.สพม.เขต 11 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สุราษฎร์ธานี 68. นายพิทยา ไชยมงคล ผอ.สพม.เขต 33 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.สุรินทร์ 69. นายภัญญู ภูริศรี ผอ.สพป.หนองคาย เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.หนองคาย 70. นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.เขต 21 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.บึงกาฬ
                    71. นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.หนองบัวลำภู เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.หนองบัวลำภู 72. นายไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อ่างทอง 73. นายอดุลศักดิ์ บุญอเนก ผอ.สพม.เขต 29 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อำนาจเจริญ 74. นายประกอบ จันทรทิพย์ ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อุดรธานี 75. นายภูวนาท มูลเขียน ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อุตรดิตถ์ 76. นายสิทธิชัย กีรติคุณากร ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อุทัยธานี และ 77. นายถาวร คูณิรัตน์ ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต 4 ปฏิบัติหน้าที่ รองศธจ.อุบลราชธานี

ไทยว่างงานต่ำสุดในโลก ก.พ. 59 อยู่ที่ 0.87%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/224804

แวดวงแรงงาน,การศึกษา,ว่างงาน

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 มี.ค. 2559

ไทยว่างงานต่ำสุดในโลก ก.พ. 59 อยู่ที่ 0.87%

แวดวงแรงงาน : ไทยว่างงานต่ำสุดในโลก ก.พ. 59 อยู่ที่ 0.87%

                    นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เล่าถึงสถานการณ์การจ้างงานในเดือน กุมภาพันธ์ ว่าที่ผ่านมากระทรวงแรงงานโดย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ โดยเปิดสมาร์ทจ๊อบเซ็นเตอร์ และปัจจุบันเพิ่ม สมาร์ทเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์  พร้อมกันไปด้วย เพื่อให้คนไทยทุกคนมีงานทำอย่างมั่นคง โดยปี 2558 บรรจุงานได้ 446,618 คน สร้างรายได้แก่ครอบครัวกว่า 4,019 ล้านบาทต่อเดือน ในช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ 2559 บรรจุงานได้ 67,361 คน สร้างรายได้กว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน
                    จากข้อมูลสำนักงานประกันสังคมพบว่า ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีผู้ประกันตนทำงานในสถานประกอบการ (ม.33) จำนวน 10,348,753 คน เมื่อเปรียบเทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2558 จำนวน 10,057,328 คน) พบว่ามีผู้ใช้แรงงาน เข้าสู่การทำงานเพิ่มขึ้นถึง 291,425 คน และหากผู้ใช้แรงงานต้องการไปทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานมุ่งเน้นแรงงานกึ่งมีฝีมือที่มีรายได้สูงกว่าประเทศไทย โดยในปี 2558 สามารถส่งรายได้กลับประเทศผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า 82,000 ล้านบาท และในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 รายได้ส่งกลับอีกกว่า 14,400 ล้านบาท
                    ส่วนความต้องการแรงงานภาคอุตสาหกรรม ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีจำนวน 43,019 อัตรา โดยตำแหน่งงานที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ ตำแหน่งงานการผลิต 17,968 อัตรา นับว่าสถานการณ์ว่างงานของประเทศไทยต่ำที่สุดในโลก โดยมีอัตราว่างงานไม่เกิน 1% ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2559 อยู่ที่ 0.87% สำหรับประเทศอื่นๆ อาทิ ฝรั่งเศส อัตราการว่างงาน 10.4% สหรัฐอเมริกา 7.4% เยอรมนี 5.3% หรือญี่ปุ่น 4% และในกลุ่มประเทศกลุ่มอาเซียนเพื่อนบ้านเราก็จะมีอัตราการว่างงานที่แตกต่างกันไป เช่น สิงคโปร์ 2.8% มาเลเซีย 3.2% อินโดนีเซีย 6.3% หรือฟิลิปปินส์ 7.1% ทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความสุขเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลกในปี 2015 ด้วย