ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222878

การศึกษา-สาธารณสุข : 22 ก.พ. 2559
ผ่าหน้า ‘เฟซออฟ’ ลวงโลก ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222878

ผ่าหน้า ‘เฟซออฟ’ ลวงโลก ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222823

เปิดม่านการศึกษา : 22 ก.พ. 59
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222778

ได้7บอร์ดสสส.ใหม่ไร้เงาคนเดิมที่ถูกคสช.สั่งปลด
จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งมาตรา44ออกคำสั่งปลดกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(บอร์ด สสส.)7คน ประกอบด้วย 1.นพ.วิชัย โชควิวัฒน 2.นายสงกรานต์ ภาคโชคดี 3.นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ 4.นายสมพร ใช้บางยาง 5.รศ.ประภาภัทร นิยม 6.นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ และ7.นายวิเชียร พงศธร ให้ออกจากทุกตำแหน่งในบอร์ดสสส. ต่อมาบอร์ดสสส.ได้แต่งตั้งให้ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เป็นประธานกรรมการสรรหาบอร์ดสสส.ผู้ทรงคุณวุฒิแทน 7 คนเดิม
ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างปรับแก้กฎระเบียบการดำเนินการของ สสส.ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.)ทักท้วง และสั่งชะลอการอนุมัติงบโครงการเกิน5ล้านบาทให้แก่ภาคีเครือข่ายซึ่งมีโครงการเข้าข่าย 500 โครงการ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์ 2559 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดสสส.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ที่มี ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เป็นประธาน ได้ดำเนินการตามกระบวนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ทดแทน 7 คน ที่พ้นตำแหน่งไป โดยมีผู้สมัคร 124 คนได้สรรหาเหลือจำนวน14คน เพื่อเสนอให้บอร์ด สสส. คัดเลือกด้วยวิธีการลงคะแนนลับให้เหลือ7ท่าน ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว คัดเลือกให้ นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนการป้องกันอุบัติจราจรของจ.ขอนแก่น จนทำเป็นต้นแบบการจัดการอุบัติเหตุทางถนนของทั่วประเทศ ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการกองทุนฯ คนที่2ซึ่งโดยตำแหน่งจะได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ได้พิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ อีก 6 คน ได้แก่1.นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสร้างเสริมสุขภาพ2.นางสุวรรณี คำมั่น อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการพัฒนาชุมชน3.นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสื่อมวลชน4.รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการกีฬา5.นายสรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านศิลปวัฒนธรรม และ6.นายสัมพันธ์ ศิลปะนาฏ รองประธานผู้จัดการ บริษัท เอชจีเอชที(ประเทศไทย) จำกัด เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการบริหาร หลังจากนี้จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
“กรรมการที่ผ่านการสรรหาใหม่ทั้ง 7 คน กรรมการสรรหาได้พิจารณาแล้วว่าไม่มีตำแหน่งในมูลนิธิหรือองค์กรใดที่อาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งในระเบียบใหม่ที่มีการแก้ไขระบุชัดในเรื่องห้ามกรรมการมีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งทั้ง7ท่านไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ”พล.ร.อ.ณรงค์กล่าว
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวด้วยว่า ตนได้ลงนามแก้ไขระเบียบข้อบังคับของ สสส. ตามที่คณะกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองของ สสส. ที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้น ได้เสนอปรับแก้ไขทั้งสิ้น15ฉบับ และได้รายงานไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. รับทราบผ่านคตร.เพื่อพิจารณายกเลิกมาตรการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของ สสส. แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอ และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าหากท่านนายกฯ พิจารณาเห็นชอบ ก็จะส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณของ สสส.จะกลับเป็นปกติ สามารถเบิกจ่ายงบโครงการต่างๆ ที่มีวงเงินเกิน5ล้านบาทได้ทั้งหมด เพราะถือว่า สสส.ได้มีการแก้ไขข้อบังคับตามที่มีการท้วงติงเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไม่ต้องนำเสนอ คตร. พิจารณาก่อนอนุมัติงบฯโครงการ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบในส่วนนี้ได้ นอกจากนั้นได้มอบให้ ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ไปหารือร่วมกับกรมสรรพพากร ถึงสถานการณ์เรียกเก็บภาษีอากรจากการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อทำความเข้าใจหรือปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคีฯ 4,184 โครงการในปัจจุบัน และหลังจากนี้เมื่อมีบอร์ดสสส.ครบทั้งหมดแล้ว ก็จะมีการหารือเพื่อจัดทำแนวทางในการพิจารณาอนุมัติโครงการต่างๆที่ขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสสส. เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับใหม่ที่มีการแก้ไขแล้ว
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบรายงานการประเมินผลการดำเนินงานกองทุน สสส. ประจำปีงบประมาณ2558ที่ประเมินโดยคณะกรรมการประเมินผลกองทุนฯ ตามที่ ครม. แต่งตั้งขึ้น โดยมี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน พบว่า การประเมินผลตามตัวชี้วัดองค์กรทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ ด้านการเงิน ด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านปฏิบัติการ ด้านการบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียน มีผลการดำเนินงานอยู่ที่4.33คะแนน จากคะแนนเต็ม5คะแนน ซึ่งต้องยอมรับว่า สสส.มีผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดี มีจุดแข็งในเรื่องของการสื่อสารรณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพ แต่ยังขาดการสื่อสารให้สังคมได้รับรู้รูปแบบและกระบวนการทำงานขององค์กร เพื่อให้เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และผลสำเร็จของ สสส. ดังนั้นคณะกรรมการประเมินผลฯ จึงเสนอให้ สสส. หาแนวทางสื่อสารกระบวนการทำงานขององค์กรเพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม นอกจากนั้นควรขยายผลงาน หรือนวัตกรรมที่สำคัญของ สสส. ไปสู่หน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่หลักในการพัฒนาสุขภาวะเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
สำหรับประวัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.ทั้ง 7 คนที่ได้รับเลือกใหม่มีดังนี้ 1.นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ เคยเป็นผู้อำนวยการ รพ.ขอนแก่น และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข สมัยที่ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน เป็น รมว.สาธารณสุข 2.นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายกสมาคมระบาดวิทยา (ประเทศไทย) 3.นางสุวรรณี คำมั่น ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 ของ สสส. กรรมการมูลนิธิสถาบันและพัฒนาประเทศไทยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และอดีตเลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศไทยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
4.นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบริหารคณะที่ 1 ของ สสส. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน กระทรวงศึกษาธิการ และกรรมการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย 5.รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 ของ สสส. อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล และรอง ผอ.รพ.เทพธารินทร์ 6.นายสรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ ประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก รองประธนกรรมการมูลนิธิเพื่อนหญิง กรรมการเหรัญญิกมูลนิธิพัฒฯาคุ้มครองเด็ก และ7.นายสัมพันธ์ ศิลปนาฏ กรรมการคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 4 ของ สสส. รองประธานและกรรมการผู้จัดการบริษัท เอชจีเอชที (ประเทศไทย) จำกัด และอดีตรองประธานฝ่ายการผลิตบริษัทเวสเทิร์นดิจิตอล (ประเทศไทย และมาเลเซีย)
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222759

‘ธนู’ตั้งเป้าสะสาง’เอแบค’6เดือนคืนอำนาจ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222757

‘ดาว์พงษ์’ห้ามอาชีวะรัฐ-เอกชนแย่งเด็ก
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222755

เภสัชกรยื่นหมื่นชื่อค้านร่างพ.ร.บ.ยา
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222705

เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีนที่’มศว’
เสียงดนตรีไทยและเสียงดนตรีอย่าง กู่เจิง ช่างประสานได้ไพเราะจับใจ เสมอเหมือนได้ไปเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ไม่ผิด แต่แล้วเสียงปรบมือที่ดังขึ้นเมื่อการแสดงในแต่ละชุดจบลงก็บ่งบอกให้รู้ว่า ที่นี่คือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร และนิสิตจำนวนมากรวมไปถึงคณาจารย์ก็มารวมกันที่ อาคารนวัตกรรม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี
ผศ.ดร.ระวิวรรณ วรรณวิไชย คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว เล่าถึงที่มาที่ไปของงานว่า เป็นโครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย –จีน ครั้งที่ 3 ปีนี้เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเมืองปักกิ่ง มีศิลปินระดับมืออาชีพร่วมเดินทางมาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกือบร้อยชีวิต โดยผ่านศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ซึ่งมศว ได้มีข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและศิลปวัฒนธรรมระหว่างกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และได้ดำเนินภารกิจเพื่อพัฒนาความร่วมมืออันดีต่อกันมาโดยตลอด โครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย – จีน นี้เป็นโครงการบริการวิชาการแก่สังคมในด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานทางด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดถึง เป็นเวทีของการนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมความเข้มแข็งมรดกของวัฒนธรรม และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพผ่านศิลปะวัฒนธรรมที่ผู้คนเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ง่าย สนุก สวยงามและยังเป็นการผ่อนคลายได้อีกด้วย งานด้านศิลปวัฒนธรรมจึงสื่อที่ไม่หนัก แต่ทรงอิทธิพลกับมนุษย์อย่างยิ่ง
ด้านคุณหลาน ซุ่ หง จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ บอกว่า จากเวลา 3 ปีที่ทำงานร่วมกับมศว พบว่ามศวสามารถจัดการแสดงของประเทศไทยให้ผสมผสานอย่างลงตัวกับการแสดงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ไทยจีนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันทางประเทศจีนต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนให้นิสิตได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเพื่อจะได้กระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เราไม่ได้แค่จัดงานที่มศว ปีละครั้งเท่านั้น แต่ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ ยังสอนศิลปวัฒนธรรมจีน ไม่ว่าจะเป็นการสอนภาษาจีน สอนการเขียนพู่กันจีนและสอนกู่เจิงและเครื่องดนตรีจีนให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วยสนใจติดต่อได้ที่ 02-246-0694
ลองมาฟังน้องนิสิตมศว ที่มีโอกาสได้แสดงบนเวทีที่สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมอย่างมาก สามารถสะกดอารมณ์ผู้ดูกับท่านเคลื่อนไหวร่างกาย สะพัดผ้าพลิ้วในท่วงท่าที่มีความหมายอย่างชื่อชุด “The River of Friendship” จัดเป็นการแสดงร่วมสมัยที่นิสิตชั้นปีที่ 3 ทั้ง 15 คน ร่วมกันสร้างสรรค์ โดยมีอาจารย์ดาริณี ชำนาญหมอ เป็นที่ปรึกษา
นางสาวณัฐชนก บุตรน้ำเพชร “ดรีม” นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขานาฏศิลป์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว เธอยิ้มก่อนบอกว่ามีโอกาสร่วมกับศิลปินประเทศจีนเป็นครั้งแรก รู้สึกดีมากเพราะในส่วนของมศวจะเป็นนิสิตเป็นผู้แสดงโดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา แต่ของประเทศจีนนั้นเป็นศิลปินเสียส่วนใหญ่ ทำให้เราได้เห็นการทำงานของผู้ที่ทำงานด้านศิลปะถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน ชุดนาฏศิลป์ร่วมสมัยที่พวกเราใช้ชื่อว่า The River of Friendship หรือสายน้ำแห่งมิตรภาพนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากการตวัลพู่กันจีนสู่ลายเส้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยจีน ท่าเต้นแต่ละท่า การเคลื่อนไหวร่างกาย เสื้อผ้า หน้าผม แสง สี เสียง บนเวทีเราต้องการสื่อให้เห็นถึงตัวหนังสือจีนที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้ผู้คนรับรู้
ส่วนการแสดงของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น มาด้วยความสนุก แสนประทับใจ กับมายากลจีน ที่น้องๆ นิสิตชอบและสนใจอย่างมาก ศิลปินลงมายังที่นั่งของชมด้านล่าง เพื่อให้นิสิตได้มีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างใกล้ชิด ต่อด้วยงิ้ว การแสดงชุดเปลี่ยนหน้ากาก และที่ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจและปลาบปลื้มอย่างยิ่งคือ วาดทรายสายสัมพันธ์สองแผ่นดิน โดยให้น้องนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่นดนตรีไทย จากนั้นศิลปินก็วาดทราย เป็นภาพต่างๆ เพื่อเล่าเรื่องเริ่มจากมังกร กำแพงเมืองจีน สายน้ำและเรือสำเภา ล่องมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นชีวิตสองฝั่งน้ำ ก่อนจะมาเป็นรูปสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและมีอักษรพระนามย่อ “สธ” สร้างความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาบนผืนผืนแผ่นดินไทยยิ่งนักอีกทั้งผู้บอกเล่าเรื่องราว ยังเป็นศิลปินจากปักกิ่งอีกด้วย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222704

สสส.เผยไม่พบชื่อ’จ.ส.ต.ชาญชัย’รับทุน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวยืนยันว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลผู้รับทุนโครงการของ สสส. ทั้งที่เป็นผู้รับทุนโดยตรง หรือรับทุนผ่านแผนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายอีกทอดหนึ่ง(ผู้รับรายย่อย) ไม่ปรากฏชื่อของ จ.ส.ต.ชาญชัย สกุลรักษ์ อดีตข้าราชการทหารโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จ.ร้อยเอ็ด ที่เสียชีวิต เป็นผู้รับทุนของ สสส. แต่เคยร่วมงานกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในปี 2555 ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบเวลา และปิดโครงการเป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนั้นได้ตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายของ สสส. ไม่ปรากฏชื่อของ จ.ส.ต.ชาญชัย มีคดีฟ้องร้องหรือมีข้อผูกพันทางกฎหมายกับ สสส. อย่างไรก็ตามก็พร้อมจะประสานติดตามกรณีนี้ให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว ซึ่งระหว่างที่มีการตรวจสอบก็ไม่อยากให้มีการกล่าวโทษหรือตัดสินใครโดยปราศจากข้อเท็จจริง
“ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผมได้มอบหมายให้ผู้บริหาร สสส. ลงพื้นที่เพื่อประสานข้อมูลกับภาคีเครือข่ายและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอีกทางหนึ่ง ในส่วนการช่วยเหลือขณะนี้ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และ สสส. ได้ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จ.ส.ต.ชาญชัย เท่าที่สามารถช่วยเหลือได้ในเบื้องต้น ซึ่งในนามของ สสส. ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะถือว่าสังคมไทยสูญเสียคนทำงานด้านจิตอาสาไป เนื่องจากท่าน จ.ส.ต.ชาญชัย เป็นผู้ที่ทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่มาโดยตลอด” ดร.สุปรีดา กล่าว
‘ณรงค์’ชงนายกฯปลดล็อคโครงการแช่แข็งกว่า 1.9 พันล้าน
พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม ในฐานะประธานบอร์ด สสส. กล่าวว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามในระเบียบของ สสส. ฉบับใหม่ รวม 15 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานความคืบหน้าให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบแล้ว ทั้งนี้ ตามระเบียบ สสส. ฉบับใหม่กลุ่มดังกล่าว จะทำให้ สสส. ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณให้กับมูลนิธิหรือองค์กรที่มีบุคคลใน สสส. เข้าไปเกี่ยวข้องได้อีก ซึ่งหลังจากนี้จะมีการออกกฎหมายเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นการถาวรต่อไป
“หลังจากนี้ พล.อ. ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธานคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) จะเสนอให้ พล.อ. ประยุทธ์ ยกเลิกคำสั่งที่ให้ คตร. เข้าไปตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของ สสส. คาดว่าจะได้ข้อยุติภายในสัปดาห์หน้า ทำให้ สสส. สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามปกติ อันเป็นการปลดล็อกโครงการที่ถูกแช่แข็งอยู่กว่า 1.9 พันล้านบาท” พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าว
ส่วนการแก้ไขปัญหาการเรียกภาษีย้อนหลังกับมูลนิธิหรือองค์กรที่ได้รับงบประมาณจาก สสส.นั้น พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ สสส.จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเองในรายกรณี ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการสรรหาบอร์ด สสส. ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน แทนผู้ที่ถูกปลดโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 1/2559 พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าวว่า จะมีการประชุมบอร์ด สสส. ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อพิจารณารายชื่อผู้เหมาะสม เบื้องต้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบกลับมายัง สสส. แล้ว แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าอดีตบอร์ด สสส. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกปลดทั้งหมดจะกลับมาสมัครได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะทั้ง 7 คน ไม่ได้สมัครเข้ารับการสรรหาแต่อย่างใด
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222693

แพทยสภาเรียก’หมอกมล’แจงเฟซออฟ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222661

ท็อปเท็น – ข่าวฮอต