ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222655

การศึกษา-สาธารณสุข : 18 ก.พ. 2559
สัมพันธ์ร้าวลึกปมขัดแย้ง นพ.ชลธิศ VS ดร.เซปิง ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222655

สัมพันธ์ร้าวลึกปมขัดแย้ง นพ.ชลธิศ VS ดร.เซปิง ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222662

สามี’ดลฤดี’ชี้ฟ้องชนะก็ไม่มีจ่าย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222659
‘เฟซออฟ’…ใครผิด?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222647

สธ.ลุย’เฟซออฟ’ไม่รู้โฆษณาเกินจริง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222620

ดาว์พงษ์ย้ำควบรวมอาชีวะเกิดผลดี
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222579

แจ้งจับ’เซปิง’ลวงเฟซออฟ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222519

‘ธนู’อธิการบดีเอแบคปฏิบัติงาน16ก.พ.นี้
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222366

‘ราชมงคลพระนคร’มุ่งพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล
จากผลการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยทั่วโลก จำนวน 23,895 แห่ง โดยเว็บโบเมตริกส์ (Webometrics Ranking of World Universities) เพื่อวัดความสามารถในการเก็บและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการบนอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) เป็นที่ 1 ในกลุ่มของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และอยู่ในอันดับ 26 ของประเทศนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย ที่ติดอันดับมหาวิทยาลัยคุณภาพของประเทศ
รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดี มทร.พระนคร เปิดใจกับ “คม ชัด ลึก” ว่า CSIC หรือThe Consejo Superior de InvestigacionesCientificas อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เป็นองค์กรที่จัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยพิจารณาคุณภาพการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการผ่านทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก ด้วยเชื่อว่า เว็บไซต์จะเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเป็นคลังความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้มากกว่าสิ่งตีพิมพ์ โดยการจัดลำดับจะจัดทำขึ้นทุกเดือนมกราคมและกรกฎาคมของทุกปี ทั้งนี้ ในต้นปีที่ผ่านมามทร.พระนครได้รับการจัดลำดับที่ 1 ในกลุ่มมทร.อยู่ในอันดับ 2,439 ของโลก อันดับ 746 ของเอเชีย/แปซิฟิก อันดับ 71 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับ 26 ของประเทศไทย นอกจากนี้ตัวชี้วัด Presence ได้ลำดับที่ 380 ของโลกและเป็นลำดับที่ 1 ของประเทศ ซึ่ง “Ranking Web of Repositories” January 2016 อยู่ในอันดับ 1,284 ของโลก อันดับ 291ของเอเชีย/แปซิฟิก อันดับ 62 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 3 ของประเทศไทย
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกนี้ เป็นการวัดความสามารถและคุณสมบัติของมหาวิทยาลัยในการเป็น “มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่ง รศ.สุภัทรา ได้เผยถึงทิศทางการพัฒนามทร.พระนครไปสู่การจัดอันดับที่สูงขึ้นในอนาคตไว้ 3 แนวทาง เพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น สำหรับนำเสนอบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ต่อไป คือ แนวทางแรก จัดให้มีการประชุมวิชาการนานาชาติ ที่ผ่านมามทร.พระนครเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการนานาชาติอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากวารสารวิชาการนานาชาติ ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับ เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นแหล่งสนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานด้านการวิจัย
แนวทางที่สอง สนับสนุนส่งเสริมนักวิจัย โดยมอบสถาบันวิจัยและพัฒนา (สวพ.) จัดอบรมการเขียนผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ และ แนวทางที่สาม ได้มอบให้กองบริหารงานบุคคล จัดโครงการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ เชิญผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อเพิ่มผลงานทางวิชาการในระดับที่สูงขึ้นด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ สำคัญในการนำพามทร.พระนครสู่ “มหาวิทยาลัยดิจิทัล” หรือ DigitalUniversity ด้วยเห็นว่า การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการทำงานและการจัดการศึกษาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขันของนานาประเทศ และเป็นการขานรับนโยบายรัฐในโครงการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดิจิทัล อีโคโนมี) โดยมีเป้าหมายหลัก ได้แก่ ด้านพัฒนากำลังคน คือ การสร้างบุคลากรเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเพิ่มศักยภาพของบัณฑิตและบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมการจัดให้มีห้องเรียนแบบสมาร์ท คลาสรูม ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ทันสมัย เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ไอซีที อีกทั้งยังให้ความสำคัญด้านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มพูนทักษะการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21
ด้านการพัฒนาเนื้อหา เน้นการพัฒนาดิจิทัล คอนเทนต์แบบบูรณาการ โดยการบูรณาการเนื้อหา นโยบาย และแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัล ทั้งในด้านการศึกษา ด้านการวิจัยและการบริการทางวิชาการ ด้านศิลปะและวัฒนธรรม และด้านพัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่วน ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมีแผนพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการใช้สื่อดิจิทัลหลายรูปแบบมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เช่น สร้างหลักสูตรออนไลน์ระบบเปิดที่รองรับผู้เรียนจำนวนมากเข้ามาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างยืดหยุ่น ทุกสถานที่ ทุกเวลา
และ ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่องานวิจัยโดยใช้ระบบดิจิทัลและการบริการทางวิชาการอย่างครบวงจร สนับสนุนข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการและธุรกิจเอสเอ็มอีจากการแข่งขันเชิงราคา ไปสู่การแข่งขันเชิงการสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการ ส่งเสริมให้มีการจัดตั้ง Start up รวมทั้งมีคลังทรัพยากรสารสนเทศเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ในรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและเรียกข้อมูลมาใช้ รวมถึงนำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างสะดวก ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงไปของโลกและเป็นผู้ประกอบการที่ดีในโลกดิจิทัล
เหนืออื่นใด การพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร ไปสู่การเป็น “สังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ” ด้วยการรับข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ที่เอื้ออำนวยทุกระดับ เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลาเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร โดยใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีแก่บุคลากร และนักศึกษา นั้น รศ.สุภัทรา เผยว่า เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยที่ผ่านมาสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการจัดทำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการลาออนไลน์ ระบบการรายงานผลการประเมินตนเองออนไลน์ ระบบทรานสคริปกิจกรรม เป็นต้น
ไม่เพียงเท่านั้น อีกหนึ่งของการการันตีถึงการพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล คือ ในปี 2558 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศให้ราชมงคลพระนครเป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่พัฒนาศักยภาพการให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตพื้นฐานที่มีความเร็วสูงภายใต้ระบบ IPv6 Ready Pioneer Award ในอนาคตราชมงคลพระนครจะพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต พื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และให้ความสามารถเพียงพอกับการใช้งาน มีเสถียรภาพที่มั่นคง เพื่อนำไปสู่การต่อยอดกิจกรรมการพัฒนามหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
“ทั้งนี้สิ่งที่มทร.พระนครไม่ได้ละเลยก็คือ การปลูกฝังเรื่องทักษะชีวิตหรือ Soft Skills ที่นักศึกษาต้องเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง มีคุณธรรม มีภาวะความเป็นผู้นำ และรับผิดชอบต่อสังคม บัณฑิตของมทร.พระนครเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้” รศ.สุภัทรา กล่าวทิ้งทาย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222456

ลูกสาวสุรชัยรอพ่อปลูกผมเสร็จโชว์สื่อสิ้นเดือน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222446

นัดประชุมใหญ่แจงควบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชน19ก.พ.นี้
สืบเนื่องจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่8/2559เรื่อง การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้อำนาจตามมาตรา44ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลตั้งแต่วันที่13ก.พ.2559เป็นต้นไป เมื่อเร็วๆนี้จากการประชุมการบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นการประชุม4ฝ่าย ได้แก่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.)และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ข้อสรุปกำหนดแผนการทำงานเป็น4ระยะ ดังนี้ ระยะแรก ช่วง2สัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.พ. ที่ต้องเร่งดำเนินการโอนภารกิจต่างๆจาก สช.มายัง สอศ. ระยะที่2เดือนมี.ค.–เม.ย.2559เป็นระยะเวลาที่ผู้เรียนกำลังสำเร็จการศึกษาระยะที่3เดือนพ.ค.2559เป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้เรียนใหม่เริ่มต้นภาคเรียนใหม่อาชีวะรัฐและเอกชนจะเข้ามาร่วมกันทำงานเต็มที่ และ ระยะที่4เดือนตุลาคม2559การดำเนินการตามปีงบประมาณ2560
เมื่อวันที่14ก.พ.ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ยืนยันว่าในวันที่15ก.พ.นี้จะเสนอร่างประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ถ่ายโอนภารกิจ ทรัพย์สิน งบประมาณ บุคลากร ต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาและลงนาม เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้การทำงานต่างๆเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ จากการประชุมร่วมกัน4ฝ่ายเมื่อวันที่13ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่เพียงกำหนดแนวทางการทำงาน4ระยะร่วมกันเท่านั้น ยังได้ซักซ้อมความเข้าใจถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ในแต่ละข้ออย่างละเอียด รวมถึงให้ข้อเสนอแนะหรือสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้ สอศ.แก้ไข
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า มีข้อเสนอจากทาง สช.ว่าอยากสอศ.จัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนให้แก่ไปยังวิทยาลัยเป็นรายภาคเรียน เช่นเดียวกับที่จัดสรรให้แก่วิทยาลัยของรัฐ ซึ่งก็รับเรื่องไว้และต่อไปสอศ.จะจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัวให้แก่วิทยาลัยอาชีวะเอกชน ร้อยละ80ในแต่ละภาคเรียน โดยภาคเรียนที่1ภายในเดือนพ.ค.–มิ.ย.และภาคเรียนที่2ภายในเดือนต.ค.–พ.ย. แล้วจะมีการตรวจสอบการเพิ่ม–ลดของผู้เรียน เพื่อให้เพิ่มหรือคืนเงินอีกครั้งก่อนถึงภาคเรียนถัดไป อย่างไรก็ตาม สำหรับงบอุดหนุนรายหัวของปีงบประมาณ2559ที่เหลือ สช.จะดำเนินการโอนมายัง สอศ.เช่นเดียวกับปีงบประมาณ2560ที่ สช.ได้เตรียมตั้งวงเงินงบประมาณของอาชีวะเอกชนไว้แล้ว ประมาณ4,400ล้านบาทนั้นก็จะเป็นงานที่สอศ.ต้องมาดำเนินการต่อ
“นอกจากนี้ สช.เป็นห่วงกรณีของสถานศึกษาเอกชนที่เปิดสอนทั้งหลักสูตรสามัญแต่ขอขยายเปิดสอนหลักสูตรอาชีวศึกษา หรือเปิดสอนอาชีวะแต่ขอขยายเปิดสอนหลักสูตรสามัญ ซึ่งกลุ่มนี้มีอยู่จำนวน34แห่งในจำนวนนี้มี2-3แห่งที่ใช้ทรัพยากรร่วมกัน อาทิ ใช้อาคารเดียวกันจัดการเรียนการสอนทั้ง2หลักสูตร เป็นต้น แต่ในคำสั่งคสช.ได้ระบุไว้ว่าระยะแรกสามารถดำเนินกิจการไปตามปกติก่อน ดังนั้น ก็ให้ยึดตามคำสั่งดังกล่าว จากนั้นจึงค่อยมาพิจารณาแยกใบอนุญาต ตามระดับที่เปิดสอน ตามมาตรฐานการจัดตั้งสถานศึกษาทั้งของสอศ.และสช.ต่อไป ซึ่งจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานศึกษาหรือผู้เรียนแน่นอน”เลขาธิการ กอศ.กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากนี้ต้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงแนวทางการทำงาน ภายหลังการควบรวมการบริหารอาชีวะรัฐและเอกชนด้วย ดังนั้น ในวันที่19ก.พ.นี้ สอศ.จะจัดประชุมชี้แจงโดยเชิญผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวะเอกชนผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวะรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา183เขตเข้าร่วม ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี บางพูน ปทุมธานี โดยรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า900คน
รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช นายก สวทอ. กล่าวว่า ในภาพรวมหลังมีคำสั่งควบรวมและได้มีการพูดคุยถึงแนวทางร่วมกับ สอศ.นั้นก็เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นแต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่ผู้บริหารวิทยาลัยเอกชนยังกังวล โดยเฉพาะกลัวว่าการทำงานจะสะดุดซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจ ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมใหญ่ในวันที่19ก.พ.ทาง สวทอ.จะมีการประชุมร่วมกับผู้บริหารวิทยาลัยเอกชนทั้งหมดในวันที่17ก.พ.นี้ก่อนเพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจ รวมทั้งขอทราบประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ จากนั้นจะประมวลความเห็นและเสนอมายัง สอศ.รับทราบและได้ชี้แจงในการประชุมวันที่19ก.พ.ต่อไป