ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222410

การศึกษา-สาธารณสุข : 14 ก.พ. 2559
‘ควบรวม’ อาชีวะเอกชน เกิดปัญหา…ใครรับผิดชอบ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222410

‘ควบรวม’ อาชีวะเอกชน เกิดปัญหา…ใครรับผิดชอบ?
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222348

สัญญาณจากปารีสถึงประเทศไทย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222349

‘มะม่วง’ ทองบนดินเนินมะปราง สู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222414

ศธ.เปิด4แผนบริหารอาชีวะ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222385

ม.44ขับเคลื่อนอาชีวะโอนงานเอกชนได้สอศ.
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงาน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2559 เรื่อง การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน มีใจความว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เกิดประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบาย ศธ.ในการรวมการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มีคุณภาพมาตรฐาน และมีความคล่องตัวยิ่งขึ้นเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปด้านการศึกษา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2547 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานปลัด ศธ.ในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนและของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของ สช. ในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของ สอศ.แล้วแต่กรณี
2.ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของ สช.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษาเป็นไปของ สอศ. ทั้งนี้ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด 3.บรรดาอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) และพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สช.ในการอนุญาต การมอบหมาย หรือการปฏิบัติการอื่นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษาให้โอนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สอศ.แล้วแต่กรณี ในการมอบหมายตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการ กอศ.จะมอบหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นแทนการมอบหมายให้ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้
4.บรรดาบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่อ้างถึง สช.หรือข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของ สช.ที่เกี่ยวกับโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษา ให้ถือว่าอ้างถึง สอศ.หรือข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สอศ.แล้วแต่กรณี 5.บรรดาใบอนุญาตที่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษาและได้รับใบอนุญาตให้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอาชีวศึกษา หรือหลักสูตรสามัญศึกษา แล้วแต่กรณีด้วย ให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิดำเนินการต่อไปตามที่ได้รับอนุญาต และให้สอศ.หรือ สช.แล้วแต่กรณีดำเนินการออกใบอนุญาตให้ใหม่ตามจำเป็นโดยเร็ว
6.บรรดาคำขออนุญาตหรือคำขออื่นใดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษา ที่ยื่นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันใช้ได้และให้ สช.ส่งมอบให้เลขาธิการ กอศ.เพื่อดำเนินการต่อไป 7.ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ รมว.ศึกษาธิการ และ 8.คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.
ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทราบเรื่องคำสั่งดังกล่าวแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (13 ก.พ.) เวลา 10.00 น. จะได้เชิญนายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการ กช. และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือแนวทางการทำงานเบื้องต้น อาทิ การโอนภารกิจ บุคลากร สถานที่ และการส่งมอบงาน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สอศ.และสช.ได้มีการเตรียมการวางแผนทำงานร่วมกันไว้อยู่แล้ว
ขณะที่ นายอดินันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันการดูแลอาชีวศึกษาเอกชนนั้น เป็นหน้าที่ของ กลุ่มโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา ซึ่งมีข้าราชการอยู่จำนวน 20 คน ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องโอนไปอยู่สังกัด สอศ.ตามคำสั่งที่ปรากฏ ส่วนภารกิจอื่นๆ จะได้มีการหารือกับทาง สอศ.ต่อไป
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222347

กู้ลดหนี้กับออมสิน’ครู’ไม่ได้จับเงินสด
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222327

ชู8กลิ่นเครื่องหอมไทยแทนใจวาเลนไทน์
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222309

สวนสุนันทาแจงไม่เกี่ยวอ.จ.หนีทุนผู้ฟ้องคือสังกัดใหม่อุดร
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222287

เปิด5เมนูสุขภาพลดโรคเพิ่มสุขวัยรุ่นรับวาเลนไทน์59
ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่อยู่คู่กับสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ความรักรายล้อมและอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งดับจากโลกนี้ไป แต่ในโลกที่กว้างใหญ่นี้ความรักอาจจะไม่ได้สวยงามดั่งที่เราคิดเสมอไป ดังความรักที่เกิดจากความหลงของวัยรุ่นในปัจจุบัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมากมาย
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย และกรมควบคุมโรค จึงได้ร่วมจัดมหกรรมวาเลนไทน์ 2016 เผยสถานการณ์แม่วัยใสมีแนวโน้มดีขึ้น และยึดหลัก “5 เมนูสุภาพ” ลดโรค เพิ่มความสุขให้แก่วัยรุ่นไทย โดย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีมานี้ ปัญหาของวัยรุ่นเปลี่ยนไปจากเดิม ส่วนหนึ่งมาจากการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้เป้าหมายเดียวกัน เพื่อการลดโรคและเพิ่มความสุขให้แก่วัยรุ่นไทย
ทั้งการดำเนินงานอย่างเข้มข้นและจริงจังเพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นให้ได้ถึงร้อยละ 50 ภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็น One Goal One Plan to Better Prevention of Teenage Pregnancy ของ 15-19 ปี รายงานโดยธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปี พ.ศ.2557 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 12 ของเอเชีย จากเดิมอันดับที่ 11 และเป็นอันดับ 5 ของอาเซียน
นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมวัยรุ่นล่าสุด ปี พ.ศ.2554 โดยกรมสุขภาพจิตร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ก็ยังพบปัจจัยปกป้องวัยรุ่นว่า การที่พ่อแม่มีเวลาคุยกับลูกวัยรุ่นมากขึ้น ตลอดจนการมีกิจกรรมทางสังคมของวัยรุ่นยังช่วยสนับสนุนให้วัยรุ่นมีอนาคตเสมอ
เนื่องในวันวาเลนไทน์ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย และกรมควบคุมโรค ได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน จัดทำ “เมนูสุขภาพ” หรือ 5 มาตรการสำคัญ เพื่อเพิ่มความสุขให้แก่วัยรุ่นไทย ประกอบด้วย การบังคับใช้กฎหมาย การบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น การดูแลสุขภาพของวัยรุ่นในสถานศึกษา การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับวัยรุ่น และการสื่อสารของพ่อแม่กับวัยรุ่น
ปัจจุบันคุณแม่วัยใสของเราลดลงจากที่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ซึ่งในตอนนี้ได้ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 5 คุณแม่วัยใสในที่นี้คือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี ซึ่งค่อนข้างจะมีอายุน้อย เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ก็จะมีปัญหาตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงคลอดออกมา เด็กที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตามมาด้วยพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กจะช้าลง ซึ่งในอนาคตจะเป็นปัญหาอย่างมาก ทางกรมสุขจิต ทุกภาคส่วน พยายามที่จะลดคุณแม่วัยใสให้ได้มากที่สุด คาดว่า 10 ปีนี้จะพยายามลดให้ได้ 50% ที่มีอยู่
5 เมนูสุขภาพ ลดโรค เพิ่มความสุขให้แก่วัยรุ่นไทย เป็นเมนูที่นับมาปรับใช้ เพื่อให้มีคุณแม่วัยใสน้อยลง โดยมีการบูรณาการร่วมมือกับหลายกรม กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรมอนามัยสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสุขภาพจิตและบริษัทเอกชนต่างๆ ที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการที่จะเผยแพร่เมนูสุขภาพออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแอลกอฮอล์ที่ได้ยินอยู่ทุกวัน
“สิ่งเหล่านี้ก็มาจากการบังคับใช้กฎหมาย และการเพิ่มพื้นที่ให้วัยรุ่นได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้วัยรุ่นได้แสดงออก และที่สำคัญที่สุดคือ ความสุขในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่ต้องมีเวลาให้ลูก มีการพูดคุย ปฏิสัมพันธ์กัน มีการใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดเป็นความอบอุ่นในครอบครัว และสิ่งที่สร้างมานี้ คิดว่าเป็นผลให้คุณแม่วัยใสลดลงได้จำนวนมาก ซึ่งในอนาคตก็จะมีการขยายโครงการเมนูสุขภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” นพ.เจษฎา กล่าว
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเสริม “5 เมนูสุขภาพ” ลดโรค เพิ่มความสุขให้แก่วัยรุ่นไทย ว่า เมนูแรก การบังคับใช้กฎหมาย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำกฎหมายพร้อมใช้ ไม่ยากอย่างที่คิด ที่จัดทำขึ้นโดยคณะทำงานดูแลสุขภาพวัยรุ่นแบบบูรณาการ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต เพื่อเป็นคู่มือในการดำเนินการดูแลสุขภาพวัยรุ่น ประกอบด้วย เนื้อหากฎหมายในส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการมีอำนาจดำเนินการเรื่องอื่นๆ เช่น การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ แนวทางปฏิบัติการรับบริการคุมกำเนิดชนิดต่างๆ
เมนูที่สอง การบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้การสนับสนุนการให้บริการคุมกำเนิดกึ่งถาวร ด้วยการใส่ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดแก่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้แก่สถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ
เมนูที่สาม การดูแลสุขภาพวัยรุ่นในสถานศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการจัดระบบให้การช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน โดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพและรับส่งต่อ กรณีวัยรุ่นมีปัญหาสุขภาพตามระบบบริการสุขภาพ
เมนูที่สี่ การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับวัยรุ่น โดยกรมส่งเสริมให้มีการจัดพื้นที่เปิดกว้างสำหรับวัยรุ่น ให้พวกเขาได้มีโอกาสร่วมพูดคุยและทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ตามศักยภาพ ตลอดจนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนระบบสุขภาพระดับอำเภอและได้รับการรองรับมาตรฐานอำเภออนามัยเจริญพันธุ์จากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตั้งเป้าผ่านการรองรับ 878 แห่ง ในปี 2561
เมนูที่ห้า การสื่อสารของพ่อแม่กับวัยรุ่น โดยกระทรวงสาธารณสุข จัดโครงการคุยได้ในครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมการสื่อสารทางบวกระหว่างคนในครอบครัว แม้แต่การพูดคุยเรื่องเพศกับลูก เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจวัยรุ่นในสังคมปัจจุบันมากขึ้น
ดังนั้น การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับวัยรุ่นให้ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยและทำกิจกรรมตามศักยภาพและความถนัดของพวกเขา ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันภัยเสี่ยงจากปัญหาต่างๆ ของวัยรุ่นในปัจจุบัน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/222276

เตือน’10พืชพิษ’บางชนิดถึงตาย