‘แพทองธาร’ ยังชิ่ง บอก ‘นายกฯ’ ตอบแล้วปม ‘ตั๋วเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563973

23 พ.ย. 2566

‘แพทองธาร’ ยังชิ่ง บอก ‘นายกฯ’ ตอบแล้วปม ‘ตั๋วเพื่อไทย’

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฝ่าวงสื่อมวลชนเลี่ยงตอบปม ‘ตั๋วเพื่อไทย’ โยกย้ายตำรวจระดับ ผกก.​ อ้าง นายกฯ​ ได้ชี้แจงไปแล้ว

ควันหลงประชุมพรรคเพื่อไทย เกิดกระแสข่าว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พลั้งปากในที่ประชุมพรรคฯ ว่ามีสส.เพื่อไทยฝากตำแหน่งผู้กำกับ  จนเกิดไวรัล #ตั๋วเพื่อไทย ติดเทรนX(ทวิตเตอร์) ต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน รวมทั้งมีนักการเมือง เรียงหน้ากันออกมาตำหนินายกฯในเรื่องนี้  ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดยเมื่อวันนี้(23 พ.ย.2566)อุ๊งอิ๊ง – น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​ เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด คุณหญิงพจมาน​ ดามาพงศ์​ ครบ​ 66 ปี​ ว่า​ นายกฯแวะไปแป๊บเดียวเพียงแค่ 5 นาที

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตีความอย่างไรถึงกรณีนายเศรษฐาพูดกลางวงประชุม สส.พรรคเพื่อไทยถึงประเด็นการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับผู้กำกับการ​ ว่า​ “อ๋อ​ ​นายกฯได้ออกมาพูดแล้วนี่​” ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมที่ตึกบัญชาการในทันที

‘ประชาธิปัตย์’ แนะ ‘นายกรัฐมนตรี’ หยุดตลบตะแลง เรื่อง ‘แต่งตั้งผู้กำกับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563969

23 พ.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' แนะ 'นายกรัฐมนตรี' หยุดตลบตะแลง เรื่อง 'แต่งตั้งผู้กำกับ'

กล้าพูดไม่กล้ารับ ‘แต่งตั้งผู้กำกับ’ มีเด็กฝากหรือไม่ ‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ มีคำตอบทั้งภาพและเสียง แนะ ‘นายกรัฐมนตรี’ ยอมรับความจริง

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าคำให้สัมภาษณ์แก้ตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งผู้กำกับชัดเจนในสาระสำคัญหมายความว่าอย่างไร มีการวิ่งเต้นฝากในการแต่งตั้งผู้กำกับ จริงหรือไม่ ทั้งภาพและเสียงจะเป็นคำตอบทั้งหมด ว่าใครตำแหน่งไหนเป็นคนฝาก การออกให้สัมภาษณ์แก้ตัวแบบมั่ว ๆ น้ำขุ่น ๆ ประชาชนดูออกว่าตลบตะแลง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ในส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี มีตำแหน่งอีกตำแหน่งที่นั่งเป็นประธาน ก.ตร.ซึ่งนายเศรษฐาจะมีความเห็นในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายหรือมีแนวนโยบายอย่างไรสามารถทำได้ตามกรอบอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ที่บอกว่าเป็นเรื่องของ สตช. ยิ่งทำให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามอย่างผู้รู้ ที่บอกว่า พูดเรื่องความไม่ใช่เรื่องคน แต่ความจริงคือคนพูดเรื่องความ คือนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ความคือมีคนฝากโยกย้ายแต่งตั้งผู้กำกับ คนที่อยู่ในที่ประชุมมี สส. และความตามรัฐธรรมนูญห้าม สส. ก้าวก่าย แทรกแซงในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185(3) ทั้งประมวลจริยธรรมของ สส.ที่ระบุให้ สส.ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเมื่อนายกรัฐมนตรีรู้อยู่แล้วก็ต้องถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีที่จะต้องไม่กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญและมีประมวลจริยธรรมควบคุมอย่างเคร่งครัดอยู่ด้วย ที่ระบุให้กระทำการในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมในการแต่งตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงระบบคุณธรรม และต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดว่า ห้ามไม่ให้มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรม และมาตรา 186 ระบุไว้ชัดว่ารัฐมนตรี ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือประโยชน์ของพรรคการเมือง

เมื่อกระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรณีนี้ย่อมมีผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน นายกรัฐมนตรีควรตัดสินใจ ด้วยการรับผิดชอบในคำพูด รับผิดชอบในทางการเมือง อย่าตลบตะแลงชี้แจงกลับไปกลับมา ผู้นำกล้าพูดก็ต่องกล้ายอมรับ อย่าให้ใครมาตำหนินายกรัฐมนตรีได้ว่า ตัวใหญ่แต่ใจเล็ก

โทษ ‘เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง’ 10 ปี นายกฯ พูดเรื่อง ‘แต่งตั้งผู้กำกับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563955

23 พ.ย. 2566

โทษ 'เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง' 10 ปี  นายกฯ พูดเรื่อง 'แต่งตั้งผู้กำกับ'

‘แต่งตั้งผู้กำกับ’ พ่นพิษ สมชัย ชี้ นายกรัฐมนตรี เข้าข่ายกระทำผิด รัฐธรรมนูญหลายมาตรา โทษถึงขั้น ‘เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง’ 10 ปี

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่าการพูดของนายกเศรษฐา กลางที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับคำขอผู้กำกับใหม่ที่มีมามากและมีจำนวนน้อยที่สมหวัง  อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและ บรรดา สส. พ้นจากตำแหน่งได้ ด้วยผิดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา

รัฐธรรมนูญที่ระบุ ถึงความผิดของนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งผู้กำกับทั่วประเทศประกอบด้วย
 

มาตรา 185 (3) ห้าม สส. หรือ สว. ก้าวก่ายแทรกแซง ในการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง ข้าราชการ

มาตรา 186 ห้ามรัฐมนตรี (รวมนายกรัฐมนตรี) ก้าวก่าย การแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการ

มาตรา 234(1) ให้อำนาจ ป.ป.ช. ไต่สวน กรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ

มาตรา 235 (2) หาก ป.ป.ช. เห็นด้วยด้วยเสียงเกินครึ่ง ให้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ศาลรับฟ้อง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่  ศาลบอกผิด ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีก็ได้

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชี้ว่า ประชาชนแค่ 1 คน ก็ร้อง ป.ป.ช.ได้  และขณะนี้ นาย ศรีสุวรรณ จรรยา ได้เตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. วันศุกร์นี้

‘ศรีสุวรรณ’ ไม่ปล่อย นายกฯ ‘ฝ่าฝืนจริยธรรม’ ร้ายแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563946

23 พ.ย. 2566

'ศรีสุวรรณ' ไม่ปล่อย นายกฯ 'ฝ่าฝืนจริยธรรม' ร้ายแรง

เตรียมยื่น ‘ป.ป.ช.’ วันศุกร์นี้ ‘ศรีวรรณ’ ร้องนายกฯ ‘ฝ่าฝืนจริยธรรม’ ร้ายแรง ปมพูดเรื่องแต่งตั้งผู้กำกับทั่วประเทศ

นอกจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส อดีต ผบ.ตร. และ รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล จะเรียกร้องให้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลาออกเพื่อรับผิดชอบคำพูด เกี่ยวกับการโยกย้ายผู้กำกับทั่วประเทศแล้ว ยังมี ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

ศรีสุวรรณ  หยิบยกคำที่เศรษฐา พูดในที่ประชุมสส.พรรคเมื่อวันที่ 21พ.ย.ที่ผ่านมาที่ว่า “ผู้กำกับใหม่ ซึ่งผมมั่นใจว่าคงมีผู้ผิดหวังมากกว่าผู้สมหวังในห้องนี้ที่ขอตำแหน่งไป เพราะรู้สึกมันเยอะเหลือเกิน แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้สมหวัง แต่ก็เป็นผู้กำกับใหม่ซึ่งเราจะต้องพูดคุยเรื่องนี้กันให้เข้าใจถึงถ่องแท้ และต้องกำจัดปัญหานี้ออกไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ”

อาจบ่งบอกถึงพฤติการณ์ในการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กตร.ที่สามารถเข้าไปก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ ผกก.ได้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมืองไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมได้

อันถือเป็นข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.185(3) ประกอบ ม.186 วรรคสอง ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

วันศุกร์ที่ 24 พ.ย.66 เวลา 10.00 น. นี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนและมีความเห็นการกล่าวหานายกรัฐมนตรีฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นร้องเรียนใน ที่สำนักงาน ป.ป.ช.สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี

กรรมาธิการตำรวจ สบช่อง เชิญ นายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูล ใบสั่งขอตำแหน่งตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563931

22 พ.ย. 2566

กรรมาธิการตำรวจ สบช่อง เชิญ นายกรัฐมนตรี  ให้ข้อมูล ใบสั่งขอตำแหน่งตำรวจ

ประชุมสส.เพื่อไทย กลายเป็นประเด็นลามมาถึงวงนอก หลังมีประเด็นนายกรัฐมนตรีเปรยในที่ประชุมพรรคว่า มีผู้ฝากฝังในเรื่องของการขอตำแหน่งตำรวจ งานนี้เข้าทาง “กรรมาธิการตำรวจ” เตรียมเชิญนายกรัฐมนตรี เข้าให้ข้อมูล ระบุชัดสส. ไม่มีสิทธิเแทรกแซง การแต่งตั้งโยกย้าย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร   เปิดเผยว่า กรรมาธิการตำรวจฯ ให้ความสนใจต่อประเด็นที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย  ถึง
การขอตำแหน่งผู้กำกับ หรือ ขอตำแหน่งตำรวจ   ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 (3) บัญญัติว่า สส.และ สว. ห้ามมีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

ตามที่นายกรัฐมตรีระบุในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยว่า  “มีผู้ขอตำแหน่งผู้กำกับเข้ามามีทั้งคนผิดหวังและสมหวัง” ตนคิดว่าหากเรื่องนี้เป็นจริงตามนายกรัฐมนตรีพูด นายกรัฐมนตรีต้องบอกได้ว่า สส. คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง  เพราะหากขัดรัฐธรรมนูญ อาจพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการจะเชิญนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้าให้ข้อมูลในสิ่งที่กล่าว ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มั่นใจว่า สส.ทั้ง 500 คน ยึดหลักกฏหมายรัฐธรรมนูญไม่แทรกแซงในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ 

ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการสะท้อนว่าตั๋วตำรวจมียังอยู่หรือไม่   เรื่องนี้ต้องสอบถามนายกรัฐมนตรีถึงสิ่งที่พูด ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร นายกรัฐมนตรีมีเจตนาใดหรือ การพูดเป็นกลอนพาไปพ่วงต่อกับเรื่องอื่นๆที่พูดก่อนหน้า โดยคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ 

“เป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะห้าม สส.แทรกแซง การแต่งตั้งโยกย้าย เราไม่ใช่ผู้บริหารประเทศเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติห้ามแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดหากเป็นจริงเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเดือดร้อนทั้งพรรค เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 185
(3)”   ส่วนจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อหรือไม่  ต้องดูข้อเท็จจริงหากมีหลักฐานจริงก็นำสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ”  นายชัยชนะ ระบุ 

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดลงมติปม ‘ไอซ์ รัชนก’ ร้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดรธน.หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563929

22 พ.ย. 2566

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดลงมติปม ‘ไอซ์ รัชนก’ ร้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดรธน.หรือไม่

รอลุ้นได้เลย ศาลรัฐธรรมนูญ นัดลงมติปม ‘ไอซ์ รัชนก’ สส.ก้าวไกล ร้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 29 พ.ย. เวลา 9.30 น.

วันนี้(22 พ.ย.2566) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่ โดยศาลอาญาส่งคำโต้แย้งของจำเลย น.ส.รักชนก ศรีนอก ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 683/2565 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น.

ศาลรธน.นัด 20 ธ.ค. ไต่สวน ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ -25 ธ.ค.’ ก้าวไกล’ ปม ‘ม.112’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563925

22 พ.ย. 2566

ศาลรธน.นัด 20 ธ.ค. ไต่สวน 'พิธา' ถือหุ้นสื่อ  -25 ธ.ค.' ก้าวไกล' ปม 'ม.112' 

คดี”พิธา” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นสื่อไอทีวี เข้าข่ายขัดคุณสมบัติ ฝั่งผู้ถูกร้องยื่น ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมบัญชี ระบุพยานเอกสาร พยานบุคคล 2 รอบ ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนต่อ 20 ธ.ค.66 ส่วน การรณรงค์หาเสียง พันมาตรา 112 ศาลฯนัดไต่สวน 25 ธ.ค.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสาร ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบ
มาตรา 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากนายพิธา เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใดๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่


จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้อง ว่างลงนับแต่
วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) และศาลรัฐธรรมนูญ  มีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ต่อมาผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมบัญชี ระบุพยานเอกสาร พยานบุคคล  และพยานวัตถุ ฉบับลงวันที่ 2 ตุลาคม 2566 และบัญชีระบุพยานบุคคล  เพิ่มเติม ครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566  โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยการอภิปราย และเห็นควรไต่สวนพยานบุคคลต่อไป จึงกำหนด  วันนัดไต่สวนพยานบุคคล ในวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2566 เวลา 09.30 

พร้อมกันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ… มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยการอภิปราย และเห็นควรไต่สวนพยานบุคคลต่อไป จึงกำหนด  วันนัดไต่สวนพยานบุคคล ในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา09.30 นาฬิกา

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยการอภิปราย และเห็นควรไต่สวนพยานบุคคลต่อไป จึงกำหนด
วันนัดไต่สวนพยานบุคคล ในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา09.30 นาฬิกา

ปมบ่อขยะปราจีนบุรี หลักฐานสาวไปไม่ถึง ‘ผู้ช่วย สส.เบญจา’ ทุจริตหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563918

22 พ.ย. 2566

ปมบ่อขยะปราจีนบุรี หลักฐานสาวไปไม่ถึง ‘ผู้ช่วย สส.เบญจา’ ทุจริตหรือไม่

ก้าวไกล เข้าแจง กมธ.อุตสาหกรรม ปม สส.แจ้ ถูกขับออกจากพรรค ปูด ‘ผู้ช่วย สส.เบญจา’ เรียกรับผลประโยชน์จากการขายที่ดินให้บริษัทกำจัดขยะ ยัน ไม่มีการกลั่นแกล้งเพื่อกลบเกลื่อน

ที่รัฐสภา นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล แถลงภายหลังการประชุมกรรมาธิการ(กมธ.)อุตสาหกรรม กรณีโรงงานกำจัดขยะพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ตนในฐานะกรรมการสอบเรื่อง ที่นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ร้องเรียน ผู้ช่วยของน.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากการขายที่ดินให้กับบริษัทกำจัดขยะ ว่า ทางกมธ.ได้เชิญ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ น.ส.เบญจา มาให้ข้อมูล ซึ่งทางกมธ.ตั้งข้อสงสัยว่า ที่มีการพิจารณาเรื่องการคุกคามทางเพศมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ทางพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นคนละเรื่องกันอยู่แล้ว ต้องตัดสินทั้ง 2 เรื่องโดยกรรมการคนละชุด

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล

ส่วนเรื่องของผู้ช่วยสส.เรียกรับผลประโยชน์จริงหรือไม่ ขณะนี้กำลังพิจารณา สอบสวนกันอยู่ เป็นการตรวจสอบภายในจากข้อมูลหลักฐานยังไม่ใช่ความผิดที่จะเอาผิดทางกฎหมายได้ ซึ่งข้ออ้างของนายวุฒิพงศ์ คือทางผู้ช่วยสส.ไปเรียกค่าที่ดินของตัวเองให้สูงขึ้นกว่าปกติ จากบริษัทบ่อขยะ หากจะผิดจริงก็ผิดในเรื่องจริยธรรมตามที่พรรคได้ระบุไว้ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป 

ส่วนที่นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวก่อน จะมีปัญหาเรื่องการคุกคามทางเพศ อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งจนทำให้ถูกขับออกจากพรรคนั้นไม่เป็นความจริง เราอยากให้ความมั่นใจกับนายวุฒิพงศ์ว่า เราไม่มีการกลั่นแกล้งแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่ทางพรรคจะปกป้องผู้ช่วยสส. ด้วยการขับสส.ออกจากพรรค

“หากนส.เบญจา จะกลั่นแกล้ง นายวุฒิพงศ์ในเรื่องของการคุกคามทางเพศ เพื่อกลบเรื่องบ่อขยะ น.ส.เบญจาต้องรู้เรื่องการคุกคามทางเพศก่อน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆ อยากให้สบายใจว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้” นายจิรัฏฐ์กล่าว

นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ทางกมธ. มีการสอบในเรื่องของกฎหมายต่อ กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เรายินดีให้ความร่วมมือ และอยากฝากถึงกมธ.ว่า ให้ทำเรื่องนี้ต่อให้ถึงที่สุด เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนจริง และเราจะใช้พื้นที่กมธ.ในงานไปฟังผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เนื่องจากเราไม่มีอำนาจในการเรียกหน่วยงานต่างๆ

ประชุมสส.เพื่อไทย – เศรษฐา ลั่นเดินหน้าเต็มสูบแก้ ‘หนี้นอกระบบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563845

21 พ.ย. 2566

ประชุมสส.เพื่อไทย - เศรษฐา ลั่นเดินหน้าเต็มสูบแก้ 'หนี้นอกระบบ'

ประชุมสส.เพื่อไทย นายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคฯ แจ้งกับที่ประชุม ประกาศเดินหน้ากับการแก้ไขปัญหา “หนี้นอกระบบ” และ “หนี้ในระบบ” กรณีหนี้นอกระบบ ประกาศมาตรการแก้ไขปัญหา 28 พ.ย. ส่วน หนี้ในระบบครอบคลุมไปถึง หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ข้าราชการรับอานิสงส์ตามไปด้วย

ที่อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นที่ตั้ง พรรคเพื่อไทย   นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกเพื่อไทย  ได้เข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทย  ร่วมกับ น.ส.
แพทองธาร ชินวัตร   หัวหน้าพรรค  , นายสรวงศ์ เทียนทอง  เลขาธิการพรรค 
พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรค

นายเศรษฐา  กล่าวในที่ประชุมว่า การแก้ไขปัญหา “หนี้นอกระบบ” และ “หนี้ในระบบ ” โดยจะมีแถลงถึงแนวทาง  แก้ปัญหา “หนี้นอกระบบ”  ในวันอังคารที่  28 พ.ย.  โดยแนวทางที่วางไว้ จะให้นายอำเภอ  ผู้กำกับการ สภ.อ. รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด   เชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้แก้ไขปัญหาร่วมกัน และกำจัดปัญหานี้ออกไป โดยได้เห็นตัวเลขหนี้แล้วเห็นว่าน่าเป็นห่วง และหวังว่า  สส. จะช่วยในการกำกับการทำงาน  

สำหรับหนี้ในระบบรัฐบาลมีหลายนโยบาย ที่จะช่วยเหลือทั้งหนี้้ของครู   ,เอสเอ็มอี   ,ตำรวจ หลายภาคส่วน ที่ประสบปัญหามาตั้งแต่ช่วงโควิด รวมถึงหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ. )  ที่จะมีการแถลงข่าวในวันอังคารที่ 12 ธ.ค.  โดยคาดหวังจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการ 

“วันที่ 8 ธันวาคม จะมีการประชุมร่วมระหว่างผู้กำกับใหม่และนายอำเภอ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดประชุมกันที่อิมแพ็คอารีน่า หลายคนเสนอให้พูดเรื่องยาเสพติด แต่ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา ขอให้มีการพูดคุยกันเรื่องหนี้นอกระบบอย่างเดียวดีกว่า ส่วนเรื่องยาเสพติดหากมีนโยบายที่ชัดเจนจะนำมาพูดคุยกันต่อไปภายหลัง”  นายเศรษฐา ระบุ 

‘ชัยชนะ’ ฝากการบ้าน ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’ ต้องมาแก้จุดบกพร่องในพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563802

21 พ.ย. 2566

‘ชัยชนะ’ ฝากการบ้าน ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’ ต้องมาแก้จุดบกพร่องในพรรค

ยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ฝากการบ้าน ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’ ต้องมาแก้จุดบกพร่องภายในพรรค อะไรที่ยังไม่ใช่ ก็ต้องแก้ปรับให้ถูกต้อง ปัดลงชิงหัวหน้าพรรค

ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผู้ที่จะลงชิงตำแหน่ง หัวหน้า ปชป.คนใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ว่า ความชัดเจนจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องไปถามคนที่มีชื่อปรากฏตามสื่อ แต่เบื้องต้นที่ตนทราบ คือมีนายนราพัฒน์ แก้วทอง ซึ่งมีความประสงค์ที่จะลงชิงชัดเจน และได้ประกาศตัวมาตั้งแต่ต้น แต่บุคคลอื่นๆ นั้น เจ้าตัวยังไม่ออกมายืนยัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ประสงค์จะลงชิงหัวหน้าพรรคเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปี ในวันประชุมจะมีการขอยกเว้นข้อบังคับหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตามข้อบังคับพรรคระบุว่า บุคคลที่เป็นสมาชิกไม่ครบ 5 ปี ถ้าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค หรือ กก.บห. ก็ต้องมีเสียงยกเว้นข้อบังคับ 3 ใน 4 หากที่ประชุมในวันนั้นยกเว้นได้ ก็สามารถลงเลือกตั้งได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสมาชิกพรรค โหวตเตอร์ทุกคนว่าจะมีความเห็นอย่างไร แต่ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคประชาธิปไตย เมื่อถึงเวลาก็คงจะมีโอกาสเปิดทางได้

“วันนี้ต้องยอมรับว่าสังคมไทยคาดหวังกับคนรุ่นใหม่ ดังนั้นผมคิดว่าผู้ที่มีชื่อทั้ง 3 คน ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด ในการทำพรรคทุกวันนี้เป็นการแข่งขันด้านความคิด ว่าใครจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องกล้านำเสนอแก้ปัญหาประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของพี่น้องประชาชน ยาเสพติด การศึกษา ผมว่า 3 เรื่องนี้ถ้านำเสนอได้ดี และคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 กล้าทำเรื่องนี้ ผมก็เชื่อว่าประชาธิปัตย์จะกลับคืนมาได้” นายชัยชนะกล่าว

ส่วนที่ถามว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรค นอกจากมีชื่อนายเดชอิศม์ ขาวทองแล้ว ยังมีชื่อนายชัยชนะด้วยนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายชัยชนะ กล่าวตอบว่า ตนก็ไม่ทราบว่ามีชื่อไปลงชิงตำแหน่งได้อย่างไร แล้วก็เพิ่งทราบจากข่าว ซึ่งตัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีชื่อเป็นแคนดิเดท ชิงเลขาธิการพรรค และก็ไม่ทราบว่าชื่อตนมาได้อย่างไร แต่คิดว่าคงเป็นการประเมินของสื่อมวลชนต่างๆ แต่ในข้อเท็จจริงยังไม่มีอะไร

ส่วนเรื่องน้ำหนักคะแนน 70:30 นั้น ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสจะมีการแก้ไขข้อบังคับให้เป็น 1 คน 1 เสียงเพื่อใช้ในการเลือกหัวหน้าพรรคในสมัยหน้าหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมาดูกัน ซึ่งน้ำหนักคะแนน 70:30 นั้น ได้มีการแก้ข้อบังคับไว้ตั้งแต่สมัยหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การจะแก้ให้เป็น 1:1 คงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีโอกาสปรับลดทอนสัดส่วนลงมา เพราะการที่จะให้ สส. ของพรรคมีน้ำหนักคะแนนเท่ากันกับองค์ประชุมข้ออื่นๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะ สส. มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงานในสมัยประชุม หากจะลดเป็น 60:40 ก็เป็นไปได้ แต่ 1:1 นั้นเป็นไปไม่ได้

“การเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครอบนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ตาม เราต้องมาแก้ไขจุดบกพร่องของพรรค ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับ นโยบาย การทำงาน อะไรที่มันยังไม่ใช่ ก็ต้องแก้ปรับให้ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าคนที่ได้รับเลือกมาเป็นหัวหน้าพรรคก็มีธงอยู่แล้ว” นายชัยชนะ กล่าว