คู่แค้น ‘สว.อุปกิต’ โอดกระบวนการยึดอายัดทรัพย์ ไม่ทันใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562998

09 พ.ย. 2566

คู่แค้น 'สว.อุปกิต' โอดกระบวนการยึดอายัดทรัพย์ ไม่ทันใจ

ประธานคณะกรรมาธิการฯยาเสพติด ข้องใจ กระบวนการดำเนินคดี ‘สว.อุปกิต’ ล่าช้า ขู่ ใครให้การช่วยเหลือ อาจถูกตั้งกรรมการสอบ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. ชี้แจง รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน และการปฏิรูปประเทศ คดี สว.ทรงเอ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาชญากรข้ามชาติ ว่า

ขั้นตอนขณะนี้เหลือแค่การสืบทรัพย์ของ สว.อุปกิต ปาจรียางกูร ว่าส่วนใดบ้างที่มาจากการค้าขายยาเสพติด โดยคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีรายงานให้สาธารณชนทราบ แต่ส่วนตัวมองว่าการยึดอายัดทรัพย์ช้ามาก เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ

ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคง ฯ ชี้ว่า คดีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากฎหมายจะสามารถใช้กับผู้มีตำแหน่งสำคัญในบ้านเมืองได้หรือไม่ โดยเฉพาะช่วงนี้ไม่ได้อยู่ในสมัยประชุมสภาฯ ไม่มีเอกสิทธิ์ปกป้องบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ สว. ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำหน้าที่ให้จงได้

ส่วนผู้ที่ให้การช่วยเหลือ สว. อุปกิต ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา ก็มีแนวโน้มจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมถึงตำรวจ 12 นาย ซึ่งทราบชื่อเบื้องต้นหมดแล้ว มีผู้ที่เป็นอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ตัวย่อ ป. ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทางจเรตำรวจได้ชี้มูล และอาจมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป

รังสิมันต์ เชื่อว่าการถูก สว.อุปกิต ฟ้องกลับ เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท มีเจตนาหวังคำขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาล และต้องการให้ไม่พูดเรื่องนี้อีก ถึงตอนนี้ศาลยังไม่ได้สั่งอะไร แต่ในฐานะ สส. มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายให้เสมอภาค

แต่หากมีการใช้กลไกศาลปิดปากไม่ให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ ฝ่ายอื่นๆ ที่มีหน้าที่ก็ต้องทบทวนกัน ท้ายสุดท่านก็อาจมีภาระทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

‘เศรษฐา’ เผยดินเนอร์ปัดต่อรองการเมือง นัดสื่อแถลงดิจิทัลวอลเล็ตพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562985

09 พ.ย. 2566

‘เศรษฐา’ เผยดินเนอร์ปัดต่อรองการเมือง นัดสื่อแถลงดิจิทัลวอลเล็ตพรุ่งนี้

‘เศรษฐา’ ย้ำบรรยาการดินเนอร์พรรคร่วมคุยกันสบายๆ ไม่มีต่อรองการเมือง พร้อมเผยในวงสนทนาติงนายกฯพูดตรงเกินไป นัดสื่อแถลงดิจิทัลวอลเล็ตบ่ายสองพรุ่งนี้

วันที่ 9 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการรับประทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อคืนนี้ ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน หลังบริหารงานมา 2 เดือนแล้ว เราเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรค มีการเจอกันประจำอยู่แล้ว ซึ่งเวทีที่เป็นเวทีทางการ คือ เวทีที่เราประชุมคณะรัฐมนตรีทุกวันอังคาร นอกจากนั้นมีประชุมวงเล็ก ก็มีการพบปะเจอกันบ้าง แต่ก็เป็นลักษณะที่เป็นทางการมากกว่า ตนเองในฐานะที่เพิ่งเข้าสู่การเมือง ไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน ยังไม่มีความชำนาญในการที่จะใช้เวทีที่เป็นทางการมากนักเท่ากับพี่ ๆ น้อง ๆ หลายท่าน ที่ทานอาหารร่วมกันเมื่อคืนนี้ จึงมีการถอดหัวโขนการเป็นนายกฯ มาเป็นพี่ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ถือเป็นน้องพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ หรือนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งก็มีการดำรงตำแหน่งมาในหลายรัฐบาล จะมีการพัฒนาไปอย่างไร พูดคุยถึงวิธีการดำเนินการประชุม วิธีการพูดคุย วิธีการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ละคนก็มีข้อแนะนำ ซึ่งตนเองก็รับไปปฏิบัติ 

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า เป็นการพูดคุยที่เป็นกันเองบรรยากาศสบาย ๆ จากการที่เราได้มารับประทานอาหารอร่อย ๆ เช่น หมูแดงสไตล์ฮ่องกง ทุกท่านก็ชอบ บะหมี่ที่ใช้มือปั้นเองมาโชว์ให้ดู ก็อยู่กันถึงสี่ทุ่มกว่า เป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่ได้พูดคุยกันสบาย ๆ ไม่มีการพูดคุยเรื่องที่หนัก เป็นเรื่องของวิธีการทำงานพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า มีการพูดคุยตักเตือน ซึ่งผมก็แสดงตัวตนว่าเป็นคนยังไง ก็อธิบายให้ฟังว่าสไตล์การบริหารเป็นอย่างไรบ้าง หลายคนก็แนะนำควรจะเป็นอย่างไร เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย มีพรรษา มีวัยวุฒิการเมือง และเป็นคนที่ผมให้ความเคารพในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งในวงมีการสอนกลับมา ว่า ผมเป็นคนพูดตรง อยากให้ปรับปรุงบ้าง เพื่อให้การบริหารไปถึงจุดมุ่งหมาย ซึ่งก็น้อมรีบไปปฏิบัติ ส่วนพรรคร่วมก็ไม่มีข้อแนะนำอะไร

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ในวงได้มีการแนะนำว่า อยากให้เจอกันบ่อยขึ้น เดือนละ 1 ครั้ง มีการเสนอว่าให้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งหน้านายอนุทิน ชาญวีรกูล จะรับเป็นเจ้าภาพ ซึ่งนายวราวุธ แซวว่า ให้จัดที่กรุงเทพ อย่าไปไกลถึงเขาใหญ่ ย้ำว่าไม่มีการพูดคุยหรือการต่อรองหรือนโยบายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีการนัดคุยเป็นกลุ่มเล็กหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่เห็นสมควร ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ

ส่วนการขอคำแนะนำจากพรรคร่วมรัฐบาลในการบริหารนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้มี เชื่อว่าทุกคนรู้หน้าที่อยู่แล้ว ว่าเรามาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งทุกคนรู้หน้าที่ หากจะมีการคุยเรื่องเฉพาะเจาะจง ต้องไปคุยกันในวงอื่น แต่วงนี้พบปะสังสรรค์มากกว่า 

ส่วนที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปร่วมรับประทานอาหารด้วยนั้น นายเศรษฐา ระบุว่า ก็ไปในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่จะไปสอนงานการเมือง เพราะว่านางสาวแพทองธาร มีความคุ้นเคยกับหลายท่าน บางครั้งเห็นเดินตาม นายทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนายกฯ ย้ำว่าไม่มีนัยยะอะไร

สำหรับการแถลงความคืบหน้าโครงการเงินดิจิทัล วอลเล็ต นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เจอกันพรุ่งนี้ ในการแถลงดิจิทัล วอลเล็ต เวลา 14.00 น.

เมือถามย้ำว่า การแถลงวันพรุ่งนี้จะมีความชัดเจนเลยหรือไม่  นายเศรษฐา ปฎิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนให้ผู้สื่อข่าวเปลี่ยนคำถามเป็นคำถามต่อไป จากนั้นก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเดินกลับไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ได้กล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวว่า บอกแล้วว่า ให้พูดคนเดียว อย่าไปถามหลายคน

‘เศรษฐา’ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562981

09 พ.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

‘เศรษฐา’ ประสานคมนาคม กทม. กรมทางหลวง แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน มองปมส่วยเกิดขึ้นมานานแล้วแต่พยายามแก้ไขอย่างบูรณาการ

วันที่ 9 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยถึงกรณีรถบรรทุกที่ขับผ่าน ฝาท่อคอนกรีต หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 แล้วเกิดการทรุดตัว และพบสติกเกอร์รูปดาวสีเขียว อักษรย่อตัว B ที่คาดว่าจะเป็นส่วยสติกเกอร์ นายเศรษฐากล่าวว่า เมื่อคืนไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนี้ แต่ก็รับทราบปัญหา เรื่องน้ำหนักเกิน ซึ่งก็ต้องประสานงานกับกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และกรมทางหลวง 

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาไฟไหม้ฟาง  ที่เกิดปัญหาทีก็แก้ไขที นายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นที่รัฐบาลนี้เพียงอย่างเดียว เราให้ความสำคัญกับทุกๆ การปัญหา และพยายามแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วแก้ไข ให้มันผ่านๆ ไป ซึ่งก็ได้ตอกย้ำไปตลอดเวลา 

ประเมิน 5 ด้าน ‘ผลงานรัฐบาล’ เศรษฐา สอบไม่ผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562975

09 พ.ย. 2566

ประเมิน 5 ด้าน 'ผลงานรัฐบาล' เศรษฐา สอบไม่ผ่าน

2 เดือน ครม.เศรษฐา ถูกสมชัย ศรีสุทธิยากร ประเมินว่า ‘ผลงานรัฐบาล’ สอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนที่ยังไม่เป็นรูปธรรม

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคเสรีรวมไทย มองผลงานรัฐบาล เศรษฐา ผ่านมา สองเดือนว่า แม้มีความพยายามตั้งใจทำงานไม่น้อย ตัวนายกเองก็ทำงานไม่หยุด มีผลงานเป็นที่ชื่นชมได้ในระดับหนึ่ง  แต่ยังมีหลายเรื่องยังแคลงใจประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเงินดิจิทัล ที่เป็นนโยบายเร่งด่วนและการแก้รัฐธรรมนูญ

กำหนดการแถลงผลงาน รัฐบาลเศรษฐา

การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นนโยบายหลักที่ประชาชน รอคอย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะมีความพยายามหาทางดำเนินการให้เป็นผลงานรัฐบาลในช่วง 2 เดือน แต่ก็ยังกลับไปกลับมา  ไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนทราบ ทั้งแหล่งที่มาของงบประมาณและวิธีการแจกจ่ายให้ประชาชน ในส่วนนี้ให้ 3 จาก 10 คะแนน

การทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ตามสัญญาที่ว่าจะเสนอในที่ประชุม ครม.นัดแรก แต่กลับตั้งคณะกรรมการศึกษาแทน การแก้รัฐธรรมนูญ ผ่านไปสองเดือน ยังไม่มีคำตอบใด ๆ สักคำตอบ ว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง เมื่อใด คำถามควรเป็นอย่างไร  เปลืองเวลา เปลืองงบประมาณให้ 2 จาก 10 คะแนน

การลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน  ค่าโดยสารรถไฟฟ้า  แม้เป็นความตั้งใจในการช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ไฟฟ้า น้ำมัน เป็นวิธีการลดภาษีสรรพสามิต ส่วนรถไฟฟ้า เป็นเพิ่มการขาดทุนของรัฐวิสาหกิจ  และทุกอย่างเป็นการชั่วคราว ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่โครงสร้างราคาพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ  ให้ 7 จาก 10 คะแนน

การช่วยเหลือเกษตรกร  ยังวนเวียนกับการใช้วิธีการแบบเดิม คือ พักชำระหนี้  การให้เงินชดเชย การบอกให้ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าวช่วงราคาตก  การให้ ธกส. ออกเงินช่วยเหลือตามนโยบายกึ่งการคลัง แล้วรัฐตั้งงบประมาณใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย  ไม่เห็นมาตรการใหม่ ๆ ที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง ให้ปุ๋ยลดราคา ให้สามารถขายได้ราคาดีขึ้น ให้ 6 จาก 10 คะแนน

ส่วนการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับสิทธิออกมารักษาพยาบาลในห้องวีไอพี รร.ตำรวจ และไม่มีความชัดเจนถึงสาเหตุการป่วยที่สมควรใด ๆ โดยอ้างเป็นการเคารพสิทธิข้อมูลผู้ป่วย ไม่ให้แม้แต่คะแนนเดียว  รวม 5 ด้าน ได้ 18 จาก 50 คะแนน หรือเท่ากับ เต็ม 100 ได้ 36 คะแนน  ถือเป็นการตรวจแบบปล่อยเกรดสุด ๆ แล้ว

ฝ่ายค้านประเมิน ‘ผลงานรัฐบาล’ ให้คะแนน 3 เต็ม 10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562968

09 พ.ย. 2566

ฝ่ายค้านประเมิน 'ผลงานรัฐบาล' ให้คะแนน 3 เต็ม 10

‘ผลงานรัฐบาล’ เศรษฐา ทวีสิน มีรัฐมนตรี สอบผ่านเพียง 3 ราย หลังบริหารประเทศมา 2 เดือน หากคะแนนเต็ม 10 ฝ่ายค้าน ให้แค่ 3 คะแนน

ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มองการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายก​รัฐมนตรี ซึ่งเตรียมแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 2เดือน​ว่า มีรัฐมนตรีเพียง 3 คน ที่สอบผ่าน รายแรกคือ นายอนุทิน ชาญ​วี​ร​กูล​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องของสังคมหลายเรื่อง เช่นเปิดผับถึงตี 4

รายที่ 2 คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วางแผนแก้ไขปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลอย่างมีระบบ และ ร้อยเอกธรรมนัส พรหม​เผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชนและดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ผลงานรัฐบาลชุดนี้สิ่ง ที่น่าผิดหวัง คือ ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจของประเทศได้ ประชาชนยังอยู่ในยุคที่ข้าวของมีราคาแพง อีกทั้งปัญหาการพนันออนไลน์ ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวปัญหาอาชญากรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการพนันออนไลน์มากมาย และสุดท้ายการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ล้มเหลว

ผลงานรัฐบาลเรื่องการปรับลดราคาพลังงาน ก็เหมือนเป็นการปรับลดแบบไฟไหม้ฟาง ระยะสั้น แก้ปัญหาไม่ตรงจุด และการทำงานของนายกฯ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็เปรียบเสมือนนายกฯเป็นหัวหน้าทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในต่างประเทศมากกว่า และดูว่าการเดินทางต่างๆก็ไม่มีเป้าหมาย ชัดเจน

“การเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การเดินแบบแฟชั่นโชว์หรือเป็นไกด์ทัวร์ จุดสำคัญต้องมีวุฒิภาวะ ซึ่งนายกรัฐมนตรียังไม่มีโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่จูบมือ”อุ๊งอิ๊ง” ถือว่าขาดภาวะความเป็นผู้นำ และขอให้คะแนนนายกฯแค่ 3 คะแนนจากเต็ม 10 และ 3 คะแนนที่ให้คือ 1.นายกไหว้สวย 2.ไปเที่ยวทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้นและ 3 คือนายกแต่งตัวแฟชั่น”

‘เลขาฯกกต.’ ยืนยัน กกต. พร้อมทำประชามติ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562928

08 พ.ย. 2566

‘เลขาฯกกต.’ ยืนยัน กกต. พร้อมทำประชามติ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’

เลขาฯกกต. ยืนยัน กกต. พร้อมทำประชามติ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ส่วนจะกี่ครั้งขึ้นอยู่กับรัฐบาล ไม่ติดเงื่อนไข ทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต้องดูความพร้อม

ทำเนียบรัฐบาล 8 พ.ย.2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชี้แจงหลังหารือกับคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการทำประชามติ ว่า กกต. ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล แต่ยืนยันกกต.มีความพร้อม ส่วนงบประมาณ ยังไม่ได้พูดคุยกัน ว่าจะต้องใช้เท่าใดและจะอนุมัติช่วงไหน ซึ่งกกต.จะต้องส่งเรื่องมาของบประมาณจากรัฐบาล

ส่วนการจัดทำประชามติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เลขาฯกกต. กล่าวว่า ต้องรอดูรายละเอียดเพราะมีเงื่อนไข ทางเทคนิคบางส่วน ซึ่งสามารถทำได้ แต่กว่าจะถึงตรงนั้นก็ยังมีเรื่องอื่นให้พิจารณา โดยเฉพาะเรื่องความพร้อม ที่ไม่ใช่ความพร้อมของกกต. ซึ่งได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการฯ ทราบแล้ว

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เลขาฯกกต. ย้ำ 2 สส.ก้าวไกล ‘แจ้-ปูอัด’ ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 30 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562926

08 พ.ย. 2566

เลขาฯกกต. ย้ำ 2 สส.ก้าวไกล ‘แจ้-ปูอัด’ ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 30 วัน

แสวง บุญมี เลขาฯกกต. ย้ำ 2 สส.ก้าวไกล “แจ้-ปูอัด’ ต้องหาพรรคการเมืองสังกัด ภายใน 30 วัน ถ้าไม่มีพรรคการเมืองไหนรับต้องพ้นสภาพการเป็น สส. และจัดเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(เลขาฯกกต.) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลมีมติขับ 2 สส. แจ้ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี และ ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพมหานคร ออกจากพรรคก้าวไกล เนื่องจากปัญหาคุกคามทางเพศ ว่า จะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งพรรคการเมืองที่ไม่มีสส. ในปัจจุบันก็สามารถรับเข้าสังกัดได้ แต่หากไม่สามารถหาพรรคได้ จะต้องพ้นสภาพการเป็น สส. และต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยเรื่องการขับเป็นเรื่องภายในพรรค ที่ต้องชอบด้วยข้อกฎหมายและข้อบังคับพรรค

ส่วนกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทยไปยื่นกกต. ขอให้ยุบพรรคก้าวไกลจากกรณีที่ขับ 2 สส. ต่างจากกรณีของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ที่ เหมือน 2 มาตรฐานอาจเป็นการสมรู้ร่วมคิดและ สมประโยชน์เพื่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านนั้น นายแสวงกล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ที่ไปยื่นเรื่อง กกต. 

ทั้งนี้การขับนายปดิพัทธ์จะผิดข้อบังคับพรรคก้าวไกลหรือไม่ อยู่ที่กฎหมายและข้อเท็จจริง ซึ่งต้องดู เพราะทุกพรรคการเมือง ต้องทำตามกฎหมาย และข้อบังคับพรรคถ้าชอบด้วยกฎหมาย ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะความเห็นคนมีอยู่มากมาย ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นอย่างไร

สำหรับ การขับ หมออ่อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จากพรรคก้าวไกล จะถือเป็นการสมคบคิดหรือไม่นั้นกกต.ยังไม่ได้พิจารณา แต่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริง และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

‘กระทรวงต่างประเทศ’ ยันไม่มี ‘แรงงานไทย’ เป็น ‘ทหาร’ ใน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562913

08 พ.ย. 2566

'กระทรวงต่างประเทศ' ยันไม่มี 'แรงงานไทย' เป็น 'ทหาร' ใน 'อิสราเอล'

‘แรงงานไทย’ ไม่รับจ้างเป็น ‘ทหาร’ ไปสู้รบใน ‘อิสราเอล’ อย่างแน่นอน ‘กระทรวงต่างประเทศ’ ชี้แจง ยกเว้นเป็นลูกครึ่งต้องถูกเกณฑ์เป็นกองหนุน

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธกระแสข่าวในโลกโซเชียล มีแรงงานไทยไปเป็นทหารให้แก่ฝ่ายอิสราเอลในช่วงสถานการณ์อิสราเอล-กาซาว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่า มีคนไทย ที่เป็นลูกครึ่งไทย-อิสราเอล ไปเป็นทหารกองหนุนให้อิสราเอลจริง แต่ไม่ใช่แรงงานไทยแต่อย่างใด

นอกเหนือจากแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรมในอิสราเอลแล้ว ยังมีหญิงไทยจำนวนหนึ่ง ประมาณ 400 – 500 คน ที่แต่งงานกับคนอิสราเอล และมีบุตรซึ่งถือ 2 สัญชาติ คือทั้งสัญชาติไทย และอิสราเอล ซึ่งตามกฎหมายอิสราเอล บุคคลสัญชาติอิสราเอลทุกคนทั้งหญิงและชาย จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เมื่ออายุครบ 18 ปี

โดยผู้ชายมีระยะเวลารับราชการทหาร 32 เดือน และผู้หญิงมีระยะเวลารับราชการทหาร 24 เดือน และเมื่อเสร็จสิ้นระยะเวลาเกณฑ์ทหารดังกล่าวแล้ว ทุกคนจะถูกบรรจุเข้าเป็นทหารกองหนุน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ทหารหากถูกเรียกจากกองทัพอิสราเอล

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 กองทัพอิสราเอล ได้เรียกทหารกองหนุนจำนวนกว่า 350,000 คน หรือประมาณร้อยละ 4 ของประชากรอิสราเอลทั้งหมด เข้าปฏิบัติหน้าที่ถือได้ว่า

เป็นการเรียกทหารกองหนุนครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล จึงย่อมมีลูกครึ่งไทย-อิสราเอล ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ทหารกองหนุนตามกฎหมายอิสราเอล มิใช่แรงงานไทยที่แฝงตัวไปเป็นทหารรับจ้างให้แก่อิสราเอลตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ภูมิใจไทย จี้ กกต.ตรวจสอบปมขับสส. ‘ก้าวไกล’ อาจเข้าข่าย ‘ยุบพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562907

08 พ.ย. 2566

ภูมิใจไทย จี้ กกต.ตรวจสอบปมขับสส. 'ก้าวไกล' อาจเข้าข่าย 'ยุบพรรค'

ปมขับสส. ‘ก้าวไกล’ ลามไม่หยุด ภูมิใจไทย จี้ กกต. ตรวจสอบปมขับสส.ก้าวไกล ไม่มีมาตรฐาน จนอาจนำไปสู่การ ‘ยุบพรรค’ ได้

ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกพรรคภูมิใจไทย สงสัยว่ากรณีพรรคก้าวไกลขับ 2 สส. คือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. และนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี จากปมคุกคามทางเพศ ออกจากพรรค ซึ่งมีการดำเนินการเป็นขั้นตอนตามข้อบังคับพรรคและกฎหมาย เปิดเผยทุกกระบวนการ แตกต่างจากกรณีการขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่

ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกพรรคภูมิใจไทยศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกพรรคภูมิใจไทย

ศุภชัย บอกว่าได้ยื่นเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ของนายปดิพัทธ์  แล้ว โดยขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบว่า

พรรคก้าวไกลได้ดําเนินกระบวนการ ทางวินัยกับนายปดิพัทธ์  ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลข้อที่ 119 และตามกฎหมายถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ โดยส่งแถลงการณ์พรรคก้าวไกล ลงวันที่ 28 กันยายน 2566  ซึ่งไม่ได้ระบุความผิดวินัยข้อร้ายแรงและการดำเนินการทางวินัย ประกอบ

หากพรรคก้าวไกล ไม่ได้ดําเนินการตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และกฎหมาย การกระทําดังกล่าวเป็นการสมคบคิดหรือ แสดงเจตนาลวง ระหว่างพรรคก้าวไกลกับนายปดิพัทธ์ อันเข้าข่ายกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทําอันอาจเป็นปฏิปักษ์หรือไม่

หากนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบแล้ว พรรคก้าวไกลมิได้ ดําเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และกฎหมาย และเป็นการสมคบคิดหรือแสดงเจตนาลวง โดยหวังผลเพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้รับตําแหน่งผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ นายปดิพัทธ์ ยังคงดํารงตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

เรื่องดังกล่าวถือเป็นการสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นการกระทําอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกรณีเป็นความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ สั่งยุบพรรคก้าวไกลตามบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไป

นายกฯนัดถก ‘พรรคร่วม’ ก่อนแถลง ‘ผลงานรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562897

08 พ.ย. 2566

นายกฯนัดถก 'พรรคร่วม' ก่อนแถลง 'ผลงานรัฐบาล'

นัดถก ‘พรรคร่วม’ ค่ำนี้ ไม่เกี่ยวกับการแถลง ‘ผลงานรัฐบาล’ 2 เดือน นายกฯ หวังลดช่องว่างระหว่างกัน ไม่ให้สื่อเข้าไปสังเกตการณ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ยอมรับว่าในช่วงเวลา 19:00 น. วันนี้ ได้นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน  และแสดงความประหลากใจที่สื่อมวลชนรับรู้การนัดหมายดังกล่าว แม้ไม่อนุญาตให้สื่อตามไปทำข่าว แต่จะมาเล่าให้ฟังวันพรุ่งนี้

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล  เป็นไปด้วยดีไม่มีปัญหา  เข้าใจว่า รัฐบาลก่อนไม่ค่อยมี จึงอยากจัดขึ้น เดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้ง เป็นการรับประทานอาหารแบบสบายๆ พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่เกี่ยวกับการแถลงผลงานรัฐบาล

รวมเองถือเป็นภาคส่วนที่สำคัญในการบริหารขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ มีอะไรติชมหรือมีอะไรก็พูดคุยกันได้ โดยการรับประทานอาหารครั้งนี้จะเป็นวงเล็ก ไม่ต้องถึง 40 ถึง 50 คน  แค่ 10 คนก็พอแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าการรับประทานอาหารเย็น  นายกฯจะพบกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะทำงานเป็นรัฐบาลมา 2 เดือน ยังไม่มีเวลาเจอกัน  เป็นการนัดทานข้าวกัน พูดคุยทั่วไป ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ

มีรายงานว่าการรับประทานอาหารเย็นใน เวลา 19.00 -20.00 น.จัดที่ร้าน Spider Collection NW303 อาคารโครนอส ชั้น 26 ถ.สาทรเหนือ ก่อนช นายกรัฐมนตรีก็จะมีการแถลงผลงาน 2 เดือนของรัฐบาล ช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ย. 2566