ร่าง ‘กฎหมาย’ ค้างพิจารณาเยอะ ก้าวไกลหนุน ‘ประชุมสภา’ 3 วันต่อ สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559575

27 ก.ย. 2566

ร่าง 'กฎหมาย' ค้างพิจารณาเยอะ ก้าวไกลหนุน 'ประชุมสภา' 3 วันต่อ สัปดาห์

สภาไม่ใช่ตรายางของฝ่ายบริหาร ‘ก้าวไกล’ หนุนเร่งสะสางร่าง ‘กฎหมาย’ ค้างการพิจารณา ด้วยการ ‘ประชุมสภา’ 3 วันต่อสัปดาห์

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้าน สนับสนุน วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่จะเพิ่มวันประชุมสภาฯ จากเดิม 2 วันต่อสัปดาห์ คือทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ คือวันพุธถึงวันศุกร์ เพื่อเพิ่มเวลาพิจารณากฎหมายที่รอการพิจารณาอยู่หลายฉบับ

ปกรณ์วุฒิ ให้เหตุผลว่ามีร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดย สส. เป็นปัญหาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว ได้รับการพิจารณาน้อยมาก ในขณะที่ร่างกฎหมายของรัฐบาลจะเข้ามาเป็นเรื่องด่วน กลายเป็นว่า สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน เป็นเพียงแค่ตรายางให้ฝ่ายบริหาร หากฝ่ายบริหารเสนอร่างกฎหมายเข้ามา สภาฯ ก็ต้องพิจารณาทันทีว่าจะรับหลักการหรือไม่ ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. แทบไม่ได้รับการพิจารณาเลย

นอกจากเรื่องนี้ พรรคก้าวไกลยังผลักดันงานสภาฯ ด้วยการยื่นแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ชื่อ ข้อบังคับสภาก้าวหน้า โดยขอให้ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยภาคประชาชน จัดอยู่ในหมวดของเรื่องด่วน และถูกยกมาพิจารณาก่อนเรื่องอื่น ตนหวังว่าเมื่อร่างข้อบังคับนี้เข้าสภาฯ ที่ประชุมสภาฯ จะรับหลักการ เพื่อให้ร่างกฎหมายของประชาชนได้พิจารณาเร็วขึ้น และให้เป็นช่องทางพิเศษที่ด่วนกว่าเรื่องอื่น 

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลเคยมีการหารือตกลงร่วมกันไปแล้วว่า ให้การประชุมสภาฯ ชุดที่ 26 เป็น 2+1 คือ การประชุม 2 วันเป็นหลัก และ 1 วันในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ทั้งที่เสนอโดยภาคประชาชนและเสนอโดย สส. ตนจึงต้องการให้มีการนัดเพิ่มเช่นนี้ ต่อเนื่องไปตลอดวาระของสภาชุดนี้ เพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ 

ทั้งนี้ การถ่วงดุลกับฝ่ายบริหารไม่ใช่แค่การตรวจสอบติดตามและอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่เป็นการเห็นชอบกฎหมายที่สภาฯ เห็นว่ามีประโยชน์ เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำกฎหมายไปใช้ และเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

ประชุม ‘เพื่อไทย’ – เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559546

26 ก.ย. 2566

ประชุม 'เพื่อไทย'  - เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

ประชุมพรรคเพื่อไทยประจำสัปดาห์สุดชื่นมื่น เศรษฐา ร่ายยาว ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เดินหน้ากับภารกิจอย่างต่อเนื่อง จนคิวงานชุก ให้ความมั่นใจจากนี้ไปจะวางคิวงานเพื่อมาร่วมประชุมกับ สส.พรรค เพื่อถือโอกาสบอกเล่าความก้าวหน้าในการทำงาน ในฐานะรัฐบาลประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย   อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  มีการประชุม สส. พรรคเพื่อไทย  โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร   หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รวมถึงรัฐมนตรีที่อยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี  กล่าวในที่ประชุมว่า   ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ได้ไปบริหารประเทศ และพยามจะทำให้ดีที่สุด ตั้งแต่แถลงนโยบายไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา   ขอขอบคุณ สส. ที่เป็นกำลังใจ และตอบในสภาแทนคณะรัฐมนตรี     ตั้งแต่ตนเองไปอยู่ทำเนียบรัฐบาล ก็ไปต่างประเทศร่วมประชุมสมัชชา สหประชาชาติ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ถือเป็นภารกิจที่หนัก แต่ไม่ได้ลืมพรรค ยังคิดถึงเสมอ   หลังจากนี้ได้จัดตารางเข้าพรรคทุกวันอังคาร เพื่อพูดคุย กับ สส. ของพรรคว่า รัฐบาลได้ทำอะไรแล้วบ้าง ถือเป็นความตั้งใจของตนเอง เพื่อให้ทุกคนนำไปแจ้งกับประชาชน เพราะเป็นรัฐบาลของประชาชน  ที่ไม่ใช่แค่จังหวัดที่มี สส. ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น  แต่รวมไปถึงจังหวัดที่ไม่มีสส. เพื่อไทย อีกด้วย 

ตนเองพยามจะลงพื้นที่ให้บ่อยขึ้น ได้วางตารางแล้วว่าจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และได้เห็นตารางไปต่างประเทศ ก็ทำให้อีกฝ่าย เริ่มมีวาทกรรมว่า  “นายกฯ อินเตอร์”   แล้วลืมที่มาของเสียง สส. ซึ่งตนเองก็จะลงพื้นที่ให้ต่อเนื่อง และจะประสานกับรัฐมนตรีทุกคนในการเชื่อมต่อกับพรรคให้มากยิ่งขึ้น 


ด้านน.ส. แพทองธาร  ชินวัตร กล่าวว่า  จากการพูดคุยกับทีมงานเห็นผลงานของ สส. และรัฐมนตรี ที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ และรู้สึกภูมิใจ  จะโตไปพร้อมกัน เมื่อรัฐบาลเข้มแข็ง ก็อยากให้พรรคเข้มแข็งไปด้วยในทุกมิติ หลังจากนี้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ และสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

ประชุม 'เพื่อไทย'  - เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

ประชุม สส. พรรคเพื่อไทย  โดยมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   , แพทองธาร ชินวัตร   หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รวมถึงรัฐมนตรีที่อยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม

โรม ก้าวไกล จองกฐิน  กระทู้สด นายกรัฐมนตรี  ปมค้นบ้าน ‘ บิ๊กโจ๊ก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559542

26 ก.ย. 2566

โรม ก้าวไกล จองกฐิน  กระทู้สด นายกรัฐมนตรี  ปมค้นบ้าน ' บิ๊กโจ๊ก'

สส. ฝีปากกล้าแห่ง ก้าวไกล “รังสิมันต์  โรม”  เครื่องร้อน เตรียมชงกระทู้สด สอบถามนายกรัฐมนตรี  ที่มาที่ไปการเข้าค้นบ้าน  ” บิ๊กโจ๊ก”   พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  เรียกร้องผู้นำรัฐบาล ควรมาชี้แจงด้วยตัวเอง   ปักใจเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลงเอย มาจากการแย่งชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.

นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า  ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร วันพฤหัสนี้  ( 28 ก.ย.)   จะยื่นกระทู้สดสอบถามนายกรัฐมนตรี  ถึงความเป็นมาในการกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ของ    พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล   ( บิ๊กโจ๊ก)  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.)   และหวังว่า นายกรัฐมนตรีจะมาตอบในสภา ซึ่งที่ผ่านมากับ การตั้งกระทู้สดในสภา   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   ในขณะนั้นไม่มาตอบเลย และหวังว่ายุคนี้ที่เป็นยุคใหม่มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นพลเรือน  นายเศรษฐา จะมาตอบคำถามนี้

เพราะดูจากท่าทีแล้ว  นายเศรษฐา ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  ดังนั้นก็ขอเรียกร้องให้มา  ตอบคำถาม   ถือว่าเป็นการแจ้งล่วงหน้าไว้แล้ว 2 วัน   คิดว่านายเศรษฐา จะมีเวลาการเตรียมข้อมูลเพื่อจะตอบคำถามในสภา    ประเด็นการเข้าค้นบ้าน  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร   ระบุถึงความเกี่ยวโยงกับเว็บพนันออนไลน์   ซึ่งตนเองค่อนข้างปักใจไปว่า  มาจากเรื่องการแย่งชิงอำนาจใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ซึ่งเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากกระบวนการภายในของตำรวจ ที่ปะปนไปกับทุนสีเทา 

“ต้องยอมรับว่าองค์กรตำรวจเละเทะพอสมควร เมื่อประกอบกันกับการต้องแย่งชิงตำแหน่ง  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)   ผมคิดว่าการแข่งขันภายในค่อนข้างสูง ไม่ใช่การแข่งขันกันด้วยผลงาน สุดท้ายอาจจะเป็นการเตะตัดขา หรืออาจจะการทำทุกวิถีทางเพื่อจะแย่งชิงตำแหน่ง  ซึ่งกระบวนการแบบนี้จะทำให้ตำรวจอ่อนแอลง การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี    ที่ขอร้องว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การสังคายนา เพราะเป็นการไม่ให้เกียรติตำรวจ  ผมคิดว่าเป็นคนละเรื่อง   นายกรัฐมนตรี  ติดคำว่าเกียรติมากเกินไป จนบางครั้งอาจจะลืมนึกไปว่าถ้าทำเป็นแบบนี้ตำรวจดี ๆ จะมีที่ยืนอย่างไร  ควรยกระดับวาระตำรวจให้เป็นวาระ สำคัญของประเทศชาติ  เราต้องการตำรวจที่เป็นตำรวจของประชาชน ต้องการ ตำรวจที่ไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทุน สีเทาทุนสีดำ หรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ สิ่งที่เราต้องการวันนี้คือการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง” 

เขา กล่าวว่า   สนับสนุนให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนหรือสืบค้นข้อเท็จจริง  การตรวจค้นบ้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์  และจับกุมตํารวจที่เกี่ยวข้อง แต่วิธีการแบบนี้ก็ควรจะใช้กับกรณี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ  “กำนันนก”  กำนัน  ต. ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม  จากคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิตด้วย ควรขยายผล ว่าใครอยู่เบื้องหลัง “กำนันนก” อายุ 35 ปี   สร้างตัวเอง มาถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ขยายผลว่าให้เห็นว่ามีตำรวจที่ทุจริตเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้มีใครบ้าง ควรขยายผลให้หมด ใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสเอาตำรวจน้ำไม่ดีออกจากระบบ 

เปิดเส้นทาง ‘คารม พลพรกลาง’ อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ ‘รองโฆษกรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559539

26 ก.ย. 2566

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

‘คารม พลพรกลาง’ โด่งดังจากทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดอนาคตใหม่ ยุค ‘ธนาธร’ เมื่อพรรคถูกยุบ มัวแต่ยึกยัก นาทีสุดท้ายโหวตหนุน ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ ในศึกอภิปรายฯ กลายเป็นงูเห่าก้าวไกล ย้ายซบภูมิใจไทย

หายสาปสูญไปนาน ก่อนปรากฏชื่อ “คารม พลพรกลาง” อดีตผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ผงาดนั่งในตำแหน่ง “รองโฆษกรัฐบาล” ยุค เศรษฐา ทวีสิน เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบ ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ,รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเสนอในโควตาพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีสส. 71 เสียง

คารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาล คารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาล

ทำความรู้จัก ‘คารม พลกรกลาง’

“คารม พลพรกลาง” ทนายความฝีปากกล้า ขาลุย เมื่อ10 ปีก่อน เขาโด่งดังจากทนายความในคดี มาตรา112 ให้กับ เจ๋ง ดอกจิก นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ยุค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค เมื่ออนาคตใหม่ถูกยุบพรรค เกิดปรากฏการณ์ สส.อนาคตใหม่ ย้ายซบพรรคการเมืองอื่น

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

แต่ “คารม พลพรกลาง” มัวแต่ยึกยัก ไม่กล้าตัดสินใจ และเดินหน้าต่อกับพรรคก้าวไกล หลังศึกอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ปรากฏรายชื่อ’คารม พลพรกลาง‘ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เป็น 1 ใน 4 งูเห่า ที่โหวตสวนมติพรรคก้าวไกล ที่มีมติไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“คารม พลพรกลาง” โหวตไว้วางใจ อนุทิน-ศักดิ์สยาม แต่ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีในรัฐบาลลุงตู่ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2564

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

“ยืนยันว่าไม่มีข้อตกลง เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆกันทั้งสิ้น กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นการโหวตแบบอิสระตามรัฐธรรมนูญ เหมือนกับก่อนหน้านี้ ที่ได้ปฏิเสธการลงชื่อสนับสนุน การยื่นญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ร่วมกับพรรคก้าวไกล” คารม พลพรกลาง ให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนักข่าว

นาทีสุดท้ายหลังโหวตหนุน อนุทิน-ศักดิ์สยาม ในศึกอภิปรายฯ กลายเป็นงูเห่าก้าวไกลเต็ม 100 % พร้อมประกาศชัด เตรียมย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทย 

ก่อนเลือกตั้ง 2566 “คารม พลพรกลาง” ทนายฝีปากกล้า ได้ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย สวมเสื้อสีน้ำเงินบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ตามคำมั่นที่เคยแจ้งสื่อเอาไว้

ทำให้การเลือกตั้ง2566 พรรคภูมิใจไทย ส่ง “คารม พลพรกลาง” ลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง ในนามผู้สมัคร สส.เขต 6 จ.ร้อยเอ็ด สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่แพ้ กิตติ สมทรัพย์ คนรุ่นใหม่ พรรคเพื่อไทย จากนั้นข่าวความเคลื่อนไหว ของเขาเงียบหายไป จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 ครม.มีมติแต่งตั้ง คารม พลพรกลาง เป็นรองโฆษกรัฐบาล       

เปิดประวัติ‘คารม พลกรกลาง’

ข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า เป็นอดีตทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)

เกิดวันที่ 7 กันยายน 2506  

การศึกษา

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นทนายความ

  • ประสบการณที่สำคัญคือ ทนายความให้ความช่วยเหลือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 
  • โดยเฉพาะทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง
  • นักกฎหมายร่วมกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมในปี 2553 ณ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (I.C.C) ณ กรุงเฮ็ก ประเทศเนเธอแลนด์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ : จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. 2556

“คารม พลพรกลาง” ผู้โด่งดังจากทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล กลายเป็นงูเห่า ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย วันนี้ของเขาได้รับปูนบำเหน็จให้ดำรงตำแหน่งเป็น รองโฆษกรัฐบาล ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 

‘พรรคก้าวไกล’ เตรียมเสนอกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ ‘คดีการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559512

26 ก.ย. 2566

'พรรคก้าวไกล' เตรียมเสนอกฎหมาย 'นิรโทษกรรม' 'คดีการเมือง'

ฟางเส้นสุดท้าย จำคุก อานนท์ นำภา คดีแฮรี่ พอตเตอร์ ‘พรรคก้าวไกล’ เตรียมเสนอกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ ‘คดีการเมือง’ ยุติความขัดแย้งกว่าทศวรรษ

พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีการเมือง เพื่อชำระสะสางคดีความทางการเมืองทั้งหมดในห้วงความขัดแย้งตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการอันประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์การนิรโทษกรรมอย่างเป็นธรรม

ก้าวไกลเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองก้าวไกลเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง

หลังจาก ศาลอาญา รัชดาฯ ได้พิพากษาจำคุกอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมทางการเมือง เป็นเวลา 4 ปี ด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการปราศรัยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

พรรคก้าวไกลกังวลอย่างยิ่งต่อคำพิพากษานี้ เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่พลเมืองไทยถูกตัดสินจำคุกจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อันเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการปราศรัยของอานนท์ นำภา ก็เป็นการพูดหลักการและเหตุผล ไม่ควรถือเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และไม่ได้เป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระมหากษัตริย์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามไม่รับรู้ว่ากฎหมาย 112 มีปัญหา แต่นับวัน ปัญหานี้ยิ่งเด่นชัดขึ้น และการใช้ มาตรา112 ปิดปากผู้เห็นต่าง กำจัดศัตรูทางการเมือง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

จนมาถึงวันนี้ พรรคก้าวไกลเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากตระหนักดีว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง แม้ว่าผู้มีอำนาจจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม รัฐบาลชุดใหม่บอกว่าจะสร้างความปรองดองในสังคม ซึ่งพรรคก้าวไกลเชื่อว่า สังคมไทยไม่สามารถเดินหน้าไปสู่ความปรองดองได้โดยปราศจากการสร้างความยุติธรรมและทิ้งปมปัญหานี้ไว้ใต้พรม

การเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะยังคงเป็นภารกิจของผู้แทนราษฎรก้าวไกล เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตยและกลไกของระบบรัฐสภา และขอยืนยันว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่พรรคเสนอ จะไม่กระทบต่อพระราชสถานะขององค์พระประมุข แต่จะยังส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในประเทศไทยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะใช้เวลานาน และไม่ใช่ภารกิจที่จะสำเร็จโดยง่าย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่น และถึงแม้จะแก้ได้สำเร็จ ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้วจากกฎหมายนี้ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดและปิดปากผู้เห็นต่างกับอำนาจรัฐ เช่น กฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที เพื่อบรรเทาการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน คือการออกนโยบายสำหรับคดีการเมืองที่ยังไม่ขึ้นสู่ชั้นศาล ป้องกันไม่ให้มีการฟ้องคดีอย่างมิชอบด้วยกระบวนการและการบังคับใช้โดยใช้กฎหมายที่กลายเป็นการละเมิดเสรีภาพประชาชน

ที่ผ่านมา ตำรวจและอัยการมีอำนาจในการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดี หากเห็นว่าไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย แต่เมื่อเป็นคดีความมั่นคง มาตรา 112 หรือ มาตรา 116 ก็มักสั่งฟ้อง ทำให้กลายเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเสียทรัพยากรและเวลาต่อสู้ในชั้นศาล

นายกฯ ขีดเส้น 15 วัน สอบสวน ‘บิ๊กโจ๊ก’ – หนักใจ สังคมเฝ้ามอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559500

26 ก.ย. 2566

นายกฯ ขีดเส้น 15 วัน สอบสวน  'บิ๊กโจ๊ก' -  หนักใจ สังคมเฝ้ามอง

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึง  การตั้งคณะกรรมการสอบสวน   “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.  อ. สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากประเด็บค้นบ้านหาความเชื่อมโยงพนันออน าไลน์ ให้เวลาการทำงาน 15 วัน ทำความจริงให้กระจ่าง

นายเศรษฐา ทวีสิน   นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  การตั้งคณะกรรมการสอบสวน   พล.ต.  อ. สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   จากกรณีการค้นบ้าน  เพื่อหาความเชื่องโยงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์  กรณีการสอบสวนมีคณะกรรมการ ที่ตนลงแนามแต่งตั้งทั้งหมด 3 คน เป็นพลเรือน 2 คน และอดีตนายตำรวจ 1 คน โดยให้กรอบเวลาการทำงาน 15 วัน   ส่วนจะต้องให้ย้ายออกจากตำแหน่งหรือไม่หากพบว่ามีความผิด    เรื่องนี้หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการแล้วขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการในการชี้แจง

“มีความหนักใจในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ และสาธารณชนจับตามองอยู่ จึงต้องทำให้สบายใจ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง   ส่วนจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ที่จะประชุมเลือกในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) หรือไม่ อย่าพึ่งคิด ค่อยว่ากันทีหลัง  ยืนยันว่าในวันพรุ่งนี้จะยังคงพิจารณาอยู่ ไม่มีการเลื่อนวาระออกไป ส่วนวันพรุ่งนี้จะสามารถลงนามแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่ได้เลยหรือไม่นั้น ขอพูดคุยกันก่อน ” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะสังคายนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้คำว่า “สังคายนา”  แรงไป  เพราะเป็นสถาบันที่มีเกียรติ มีปัญหาก็ต้องแก้กันไปดี  ทุกองค์กรมีทั้งคนดี และคนไม่ดี ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เป็นปัญหาใหญ่ก็ต้องแก้ปัญหากันไป ต้องให้เกียรติทางสถาบันตำรวจด้วย  นายกรัฐมนตรี ระบุ

‘ประชาธิปัตย์’ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ จัดการ ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559494

26 ก.ย. 2566

‘ประชาธิปัตย์’ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ จัดการ ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง

‘องอาจ’ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ ต้องลงมาจัดการเรื่อง ค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก แก้ปัญหา ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง พร้อมตั้งข้อสังเกต 3 คำถาม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีตำรวจหลายหน่วย และคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือค้นบ้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ‘บิ๊กโจ๊ก’ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ในความสนใจของคนไทยทั้งประเทศ การที่ลูกน้องของนายตำรวจระดับสูงถูกกล่าวหาว่าอาจมีส่วนร่วมกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และอาจจะเกี่ยวพันไปถึงนายตำรวจระดับสูง 

 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ขอความดป็นธรรมถูกตำรวจค้นบ้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ขอความดป็นธรรมถูกตำรวจค้นบ้าน

ขณะเดียวกันในวันพุธที่ 27 ก.ย. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงทำให้มีข้อสังเกตว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ดังนี้

1. เป็นการขยายผลจับกุมตำรวจและพลเรือนที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ที่ตำรวจเคยจับมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ผู้ต้องสงสัยส่วนหนึ่งเป็นตำรวจที่ใกล้ชิดบิ๊กโจ๊กเป็นการดำเนินการตามปกติของการทลายเว็บพนันออนไลน์หรือไม่

2. เป็นความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของนายตำรวจระดับสูงหลายคนจากหลายหน่วยงานที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องจาก คดีเป้รักผู้การ คดีทุนจีนสีเทา คดีกำนันนก คดีเว็บพนันออนไลน์หลายเครือข่ายหรือไม่

3. เป็นการต่อสู้กันอย่างรุนแรง เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ที่กำลังจะพิจารณากันหรือไม่

นายตำรวจชั้นสูงที่ถูกกล่าวหาเอี่ยวพนันออนไลน์นายตำรวจชั้นสูงที่ถูกกล่าวหาเอี่ยวพนันออนไลน์

จากข้อสังเกตนี้ ชี้ให้เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน และสังคมต่อองค์กรตำรวจ กระบวนการยุติธรรม การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ

จึงขอเรียกร้องให้ นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ต้องลงมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญคือ 

1.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก 

2.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบทุกรูปแบบในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

3.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเว็บพนันออนไลน์ และการพนันอื่นๆ ทุกรูปแบบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

“นายกรัฐมนตี ควรใช้วิกฤตจากการค้นบ้านบิ๊กโจ๊กครั้งนี้ เป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง ให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐบาลต่อไปด้วย”นายองอาจ กล่าวสรุป

‘ชลน่าน’ มองโอกาสเหมาะสม ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559486

26 ก.ย. 2566

‘ชลน่าน’ มองโอกาสเหมาะสม ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค

‘ชลน่าน’ เผย 16 ต.ค.ประชุมเลือกหัวหน้าพรรค มองจังหวะเหมาะกับ ’อุ๊งอิ๊ง‘ ไม่มีอะไรน่ากังวล โยนเจ้าตัวตัดสินใจ

 วันที่ 27 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ถึงกรณีคุณสมบัติของคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า ในวันที่ 16 ต.ค. จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ในส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ต้องเป็นคนที่พรรคมีความมั่นใจว่าจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนพรรค ให้เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นที่ไว้ใจของประชาชน 

เมื่อถามว่าได้เห็นรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคบ้างแล้วหรือยัง นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนยังไม่ได้เข้าไปดูในรายละเอียดเพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง 

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจาก ส.ส.หลายคนต้องการให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่าเหมาะอยู่แล้ว แต่น.ส.แพทองธารจะยอมรับในมุมมองนี้หรือไม่ และถ้าถามความต้องการของ ส.ส.ส่วนใหญ่ว่ามีความเห็นอย่างไร 

เมื่อถามต่อว่า น.ส.แพทองธาร ควรขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคตอนนี้เลยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้น่าจะเป็นช่วงที่มีโอกาสเหมาะสมพอสมควร ไม่น่ามีความกังวลมาก 

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ แล้วขอให้รอดูประกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559464

26 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ แล้วขอให้รอดูประกาศ

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ปมเอี่ยวพนันออนไลน์แล้ว ปัดตอบใครนั่งประธานขอให้รอดูประกาศ ส่วนปมเครื่องยนต์เรือดำน้ำเยอรมันยังไม่ชัดเจน

วันที่ 26 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  ในเวลา 08.06 น. จากนั้นในเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มายังห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำสัปดาห์ 

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการตั้งคณะกรรมการสอบกรณี พล.ต.อ.เอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อมโยงพนันออนไลน์เรียบร้อยว่าแล้วหรือไม่ โดยนายกฯ ตอบสั้นๆ ว่า “ครับ ตั้งเรียบร้อยแล้วครับ ลงนามแล้ว” พร้อมชู 3 นิ้วโบกไปมา เมื่อถามว่าเปิดรายชื่อได้หรือไม่ใครเป็นประธาน นายกฯ กล่าวว่า “รอดูประกาศนะครับ ตั้งเรียบร้อยแล้ว”

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการหารือกับเยอรมันเกี่ยวกับเครื่องยนต์เรือดำน้ำ นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้คุยกันแล้วแต่ยังไม่มีความชัดเจน 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการประชุมวันนี้มี ครม.แจ้งลาประชุม  1 คน คือนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

ส่อง 5 รายชื่อ ทีมที่ปรึกษา ‘มท.1’ ใครเป็นใคร ในยุค ‘อนุทิน’

26 ก.ย. 2566

ส่อง 5 รายชื่อ ทีมที่ปรึกษา 'มท.1' ใครเป็นใคร ในยุค 'อนุทิน'

‘อนุทิน’ เซ็นแต่งตั้ง ทีมที่ปรึกษา ‘มท.1’ มี ‘เอกภพ เหลืองประเสริฐ’ ผู้ก่อตั้ง เพจสายไหมต้องรอด เป็นหนึ่งในนั้น

หลังมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี “รัฐบาลเศรษฐา 1” หลังจากนั้นในแต่ละกระทรวง เริ่มมีการแต่งตั้งทีมทำงาน รวมทั้งคณะที่ปรึกษา โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี นายอนุทิน นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จึงได้เซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1 จำนวน 5 คน

อนุทิน-ชาดาอนุทิน-ชาดา

ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ลงวันที่ 1 ก.ย. 2566 แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) นั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้

  1. พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข
  2. นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ
  3. นายชัยวัฒน์ ศรีวิภาสถิตย์
  4. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ
  5. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ

หนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1

หนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1

สำหรับนาย “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. 2566 นายเอกภพ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในนามพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 11 เขตสายไหม ซึ่งภายหลังมีหนังสือแต่งตั้ง นายเอกภพ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณนายอนุทิน ที่ไว้วางใจ แต่งตั้งให้เป็นทีมที่ปรึกษา มท.1

เอกภพ เหลืองประเสริฐ

เอกภพ เหลืองประเสริฐ