รู้จักตัวตน ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ จาก ลูกสาวกำนัน สู่ ตัวตึง ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559050

20 ก.ย. 2566

รู้จักตัวตน 'เจี๊ยบ อมรัตน์' จาก ลูกสาวกำนัน สู่ ตัวตึง ก้าวไกล

พาไปรู้จักตัวตนของ ‘เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล’ ตัวตึง ก้าวไกล จาก มรดกพ่อ ลูกสาวกำนัน ผู้สร้าง มีม บทใหม่ ในสภา

ด้วยสีสันการแต่งกาย ที่จัดจ้าน พร้อมดอกไม้ทัดหู กลายเป็นภาพจำของ “เจี๊ยบ อมรัตน์” หรือ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล และที่ปรึกษารองประธานสภาฯ คนที่ 1 แต่ความจัดจ้านนั้น ก็ไม่ได้แสดงออกมาเพียงการแต่งตัวเท่านั้น แต่ยังผ่านคาแรกเตอร์ ที่ทั้งเป็น “ตัวฟาด” “ตัวตึง” และล่าสุด กับการสร้าง Toxic บนโลกโซเชียล หลังโผล่ไปหา “ปีใหม่” ผู้สนับสนุนเพื่อไทย ถึงที่ทำงาน คมชัดลึก พาไปรู้จักตัวตนของ “เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ที่เรียกได้ว่า เป็น ตัวตึงของพรรคก้าวไกล

เจี๊ยบ อมรัตน์

ลูกสาวกำนัน

“เจี๊ยบ อมรัตน์” ปัจจุบัน อายุ 59 ปี เป็นลูกสาวของ กำนันสมพันธ์ หรือ กำนันหัวโต กับ ยุพรัตน์ โชคปมิตต์กุล มีพี่น้องร่วมกัน 3 คน เธอเป็นพี่คนโต จบชั้นประถม จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยหลักสูตรก้าวหน้า นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเป็นคนคิดนอกกรอบ ก่อนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนเตรียมอุดม และศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (บัญชีบัณฑิต)

ด้วยความเป็นลูกสาวกำนัน เธอจึงโตมาแบบมีชีวิตที่โลดโผน เพราะพ่อทำธุรกิจรถเมล์ เคยเป็นนายกสมาคมรถร่วม บขส. 2 สมัย และมีความชื่นชอบทางการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เพราะตั้งแต่อายุ 10-11 ขวบ พ่อพาไปดูสถานที่ใน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519

เจี๊ยบ อมรัตน์เจี๊ยบ อมรัตน์

“เจี๊ยบ อมรัตน์” เริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเต็มตัว เมื่อครั้งรัฐประหาร 2557 มีเตนท์ “แดงนครปฐม” เป็นของตัวเองในการชุมนุมที่ ถ.อักษะ เริ่มทำกิจกรรมทวงคืนสัญญาเลือกตั้ง คัดค้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ รวมถึงงานจุดเทียนในนครปฐม จนโดนคดี ม.44 ไป 2 คดี

จนเมื่อปี 2561 เริ่มเข้าสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ตามคำเชื้อเชิญของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เพราะแนวทางของพรรค ตรงใจเธอ แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ก็ได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563

เจี๊ยบ อมรัตน์ มอบกระจกให้ พล.อ.ประยุทธ์เจี๊ยบ อมรัตน์ มอบกระจกให้ พล.อ.ประยุทธ์

“เจี๊ยบ อมรัตน์” นับเป็นตัวตึงในสภาผู้แทนราษฎร ที่กล่าวได้ว่า มีภาพเป็น “คู่ปรับ” คนหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยลีลาการอภิปรายที่ฟาดฟัน โดยเฉพาะที่กลายเป็น “มีม” คือการมอบกระจก ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่จากคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ส่องมอง สะท้อนตัวเอง หลังจากที่ลุกขึ้นอภิปรายถึงการทุจริตในกองทัพ และเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่เธอกลายมาเป็นกองหน้าตอบโต้เก่งแบบนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากการเถียงคุณพ่อ

แต่ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 “เจี๊ยบ อมรัตน์” ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและเขต โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าไม่ชอบงานการเมือง แต่เธอก็ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ติดตาม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปตลอดเช่นกัน โดยจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน พบว่า เธอมีทรัพย์สินรวม 71 ล้านบาท เป็นบ้าน 8 หลัง รถ 3 คัน หนี้สินมีเฉพาะสามี แค่เกือบ 3 ล้านเท่านั้นเอง

เจี๊ยบ อมรัตน์-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์เจี๊ยบ อมรัตน์-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

และล่าสุด ที่เธอได้สร้างตำนานบทใหม่ ของความเป็น “ตัวตึง” เธอได้บุกไปหา น.ส.ปีใหม่ กองเชียร์ และแฟนคลับของเพื่อไทย ถึงที่ทำงาน ทำให้เกิดการวิพากษ์ วิจารณ์ เป็นอย่างมากในสังคม ซึ่งเธอก็ได้ออกมาขอโทษ ที่ทำให้คนในสังคม และในโลกโซเชียล เกิด Toxic หรือการเป็นพิษ และพร้อมน้อมรับผลที่จะตามมาในทางกฏหมาย รวมทั้งการปลดออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารองประธานสภาฯคนที่ 1 ด้วย

อนาคตการเมืองดับ ‘ช่อพรรณิการ์’ เหลือเพียงสิทธิไปเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559046

20 ก.ย. 2566

อนาคตการเมืองดับ 'ช่อพรรณิการ์' เหลือเพียงสิทธิไปเลือกตั้ง

ศาลฎีกา สั่งห้าม ‘ช่อพรรณิการ์’ สมัคร สส. และดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตลอดไป เหลือไว้เพียงการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ศาลฎีกา ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ช่อพรรณการ์ วาณิช รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ แต่ไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพราะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีใช้สื่อสังคมออนไลน์มีภาพถ่ายหรือข้อความพาดพิงหรือแสดงออกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือมิบังควร

ช่อ พรรณิการ์ วาณิช คณะก้าวหน้าช่อ พรรณิการ์ วาณิช คณะก้าวหน้า

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาคดี ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง   ช่อพรรณิการ์ วานิช ผู้คัดค้าน โดยผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านโพสต์ภาพถ่าย

และในลักษณะเป็นการกระทำอันมิบังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “Pannika Chor Wanich” ของผู้คัดค้าน ต่อมาผู้คัดค้านได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาพถ่ายและข้อความดังกล่าวยังคงปรากฎอยู่ในบัญชีการใช้งานเฟซบุ๊กของผู้คัดค้าน
ในลักษณะเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปดูได้อย่างต่อเนื่อง

โดยผู้คัดค้านมิได้กระทำการใด ๆ หรือลบภาพ
และข้อความดังกล่าวออกจากบัญชีเฟซบุ๊กของผู้คัดค้าน เป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพและเทิดทูนต่อสถาบัน
พระมหากษัตริย์ อันเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข และเป็นการไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

ขอให้พิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี

ศาลพิจารณาเห็นว่า ผู้คัดค้านยังคงปล่อยให้ภาพถ่ายและข้อความดังกล่าวปรากฎอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์บัญชีการใช้งาน
เฟซบุ๊กของผู้คัดค้านในลักษณะเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปสามารถข้าถึงได้

พฤติการณ์ของผู้คัดค้านเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพ และเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยการที่ผู้คัดค้านไม่ลบหรือนำภาพถ่ายและข้อความดังกล่าวทั้งหมดออกจากระบบคอมพิวเตอร์ทั้งที่สามารถกระทำได้เพื่อไม่ให้ปรากฎอยู่และเพื่อไม่ให้บุคคลใดสามารถเข้าถึงภาพถ่ายและข้อความทั้งหกกรณีดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย


การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย มาตรา 234ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87

และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 6 ประกอบ ข้อ 29 วรรคหนึ่ง  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 234 วรรคสามและวรรคสี่ แต่ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 

ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย มาตรา 235วรรคสามและวรรคสี่  แต่ยังไม่เห็นสมควรเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน.

เอกสารข่าว ศาลฎีกาเอกสารข่าว ศาลฎีกา

เอกสารข่าว ศาลฎีกาเอกสารข่าว ศาลฎีกา

‘เจ๊เจี๊ยบ’ ขอโทษสร้าง TOXIC บอกเหลืออดถูกตัดต่อภาพ เมินหากโดนปลดที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559034

20 ก.ย. 2566

'เจ๊เจี๊ยบ' ขอโทษสร้าง TOXIC  บอกเหลืออดถูกตัดต่อภาพ เมินหากโดนปลดที่ปรึกษา

“เจ๊เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปรมิตรกุล กก.บริหาร พรรคก้าวไกล ขอโทษที่สร้าง TOXIC บนโลกโซเชียล บอกเหลืออดโดนเกรียนคีย์บอร์ดตัดต่อทำคนเข้าใจผิด น้อมรับทุกคำวิจารณ์ เมินหาก “หมออ๋อง” จะปลดพ้นตำแหน่งที่ปรึกษารองประธานสภาฯ

20 ก.ย. 2566 นางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษานายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  แจงกรณีที่ตนเองเขียนข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กหนึ่งที่ไม่ทราบตัวตนที่ชัดเจน เขียนข้อความกล่าวหาตนเอง แต่ไม่มีใครสามารถเอาผิดได้ จนมีการบุกไปถึงสถานที่ทำงาน และบ้านพักส่วนตัว

นางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลนางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล

ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบจริยธรรมของนางอมรัตน์ว่า ตนเองต้องขออภัยที่ทำให้สังคมในโลกออนไลน์เป็นพิษ และพร้อมยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งทางสังคม และกฎหมาย แต่ยืนยันว่า ตนเอง จะดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เนื่องจาก เหลือทนกับการถูกกระทำต่อเนื่องยาวนานในการใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์สร้างข่าวปลอม โจมตี ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น เป็นระยะเวลามากว่า 2-3 ปี รวมถึงการนำรูปตนเองไปตัดต่อใส่บนใบหน้าของ “กำนันนก” จนทำให้ถูกตีความมีความเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล

ตนเองทนไม่ไหว จึงต้องปกป้องตนเอง และทราบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นใคร จึงได้ติดต่อไปยังสถานประกอบการที่บุคคลรายนี้ทำงานอยู่ และสอบถามผู้จัดการทรัพยากรฝ่ายบุคคล พร้อมส่งพยานหลักฐานให้ ประกอบกับ ระหว่างเดินทางกลับบ้านของตนเองนั้น ก็เป็นทางผ่านของบริษัทดังกล่าว จึงได้เข้าไปพูดคุยกับผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และกรรมการบริหารของบริษัท 

ซึ่งผู้บริหารองค์กร ยอมรับว่า บุคคลดังกล่าว เป็นพนักงานของบริษัทนี้จริง แต่พนักงานได้อ้างสิทธิการใช้พื้นที่ส่วนตัวในการสื่อสาร ผู้บริหารจึงตักเตือนว่า แม้จะเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่มีการสร้างข่าวปลอมก็ไม่สมควรทำ จึงได้ออกหนังสือตักเตือน พร้อมให้พนักงานลงนามรับทราบ และติดทัณฑ์บน 1 ปี หรือสุดท้ายหากบริษัทจะพิจารณาแล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิด ตนเองก็ไม่ได้ค้างคาใจ 

เจ๊เจี๊ยบ อมรัตน์ โพสต์ขอโทษที่สร้าง TOXIC บนโลกโเซเชียล เจ๊เจี๊ยบ อมรัตน์ โพสต์ขอโทษที่สร้าง TOXIC บนโลกโเซเชียล

นางอมรัตน์ ยังมั่นใจว่า การติดตามหาบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่การคุกคาม เพราะดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ถูกต้อง และเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะจบลงเท่านั้น พร้อมชี้แจงสาเหตุการโพสต์ข้อความดังกล่าวบนโลกออนไลน์ เพราะเชื่อว่า จะต้องใช้มาตรการทางสังคมกับบุคลที่ไม่มีตัวตน และสร้างสิ่งมีผลกระทบต่อสังคม จนถูกขยายผลสร้างความเสียหายต่อ ซึ่งหากเป็นคนอื่น คงไม่สามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่หากหลังจากนี้ ตนเองจะถูกดำเนินคดีโดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการตามกฎหมาย 

ส่วนกรณีดังกล่าว อาจกระทบต่อนายปดิพัทธ์ ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นคณะทำงานของนายปดิพัทธ์หรือไม่นั้น นางอมรัตน์ ยอมรับว่า ไม่เป็นไร ซึ่งหากจะกระทบใดๆ ตนเองก็พร้อมน้อมรับการพิจารณาของนายปดิพัทธ์ กับมาตรการตอบโต้ปกป้องของตนเอง ที่ทำไปอย่างมีสติ และมั่นใจว่าคุ้มค่า แต่ยืนยันพร้อมยอมรับ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็สามารถทำงานได้

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559025

20 ก.ย. 2566

'ศาลรัฐธรรมนูญ' ให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้น

‘ศักดิ์สยาม’ ชิดชอบ ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ให้ส่งเอกสารชี้แจงคดีถือหุ้นบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือหุ้น บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เมื่อ09.30 น.ที่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา

ให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงและจัดส่งพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และกำหนดนัดพิจารณาคดีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

กรณีร้องเรียนนี้ เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

‘สมชัย’ ชี้ ตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน แนะมาคุยกับตนพร้อมสรุปจบใน 3 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559020

20 ก.ย. 2566

‘สมชัย’ ชี้ ตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน แนะมาคุยกับตนพร้อมสรุปจบใน 3 ชม.

‘สมชัย’ ชี้ รัฐบาลตั้ง คกก.ศึกษาแก้ รธน.ซ้ำซ้อน ชี้ชุดเก่าทำละเอียดยิบมีเอกสาร 663 หน้า แนะ ‘ภูมิธรรม’ มาคุยกับตนพร้อมสรุปให้จบใน 3 ชม.

วันที่ 20 ก.ย. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตั้งคณะกรรมการแล้วตั้งคณะกรรมการอีก

สมัยคุณประยุทธ์  ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  มีคุณพีรพันธุ์ เป็นประธาน  มีกรรมาธิการรวม 49 คน ล้วนคนมีชื่อเสียง เช่น  รศ. ชูศักดิ์ ศิรินิล  ศ. วุฒิสาร ตันไชย ศ. อุดม รัฐอมฤต  นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา  นายสุทิน คลังแสง

คณะกรรมาธิการ ใช้เวลาไป 8 เดือนเศษ  ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึงเดือนสิงหาคม 2563 ได้เอกสารละเอียดยิบถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงขนาดรายมาตรา เป็นเอกสารยาวถึง 663 หน้า

เรื่องการทำประชามติ  ก็มีกรรมาธิการพิจารณา พรบ.ประชามติ  ประชุมกัน 2-3 เดือน ดูแง่มุมทุกแง่มุมของกม.ประชามติ ก่อนที่รัฐสภา จะผ่านเพื่อประกาศใช้เป็น พรบ.

พี่อ้วน ภูมิธรรม ก็จะตั้งกรรมการใหม่มาศึกษาอีก  ใช้เวลา 3-4 เดือน

เอางี้ไหม คุยกับผม 3 ชม. ผมจะเล่าให้ฟังโดยสรุปถึงทั้งสองเรื่อง เพราะผมเป็นกรรมาธิการทั้งสองคณะ

‘ภูมิธรรม’ ปัดประวิงเวลาดึงทุกภาคส่วนหารือ ปัดตอบยุบสภาหลังแก้ รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559011

20 ก.ย. 2566

‘ภูมิธรรม’ ปัดประวิงเวลาดึงทุกภาคส่วนหารือ ปัดตอบยุบสภาหลังแก้ รธน.

‘ภูมิธรรม’ แจงหลังถูกมองดึงทุกฝ่ายมีส่วนร่วมหารือแก้ รธน.เป็นการประวิงเวลา ปัดตอบแก้เสร็จยุบสภาฯ หรือไม่ เชื่อทันเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอน

วันที่ 20 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนได้พยายามติดต่อคนที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ โดยได้คุยถึงหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราอยากแก้ไขให้สำเร็จและเสร็จสิ้นภายใน 4 ปีที่เป็นรัฐบาล จะเร่งให้เร็วที่สุด ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้อยากให้ปมขัดแย้งเดิมๆ หายไป และไม่อยากให้สร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา โดยจะใช้วิธีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ทำประชามติ คณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้หารือถึงแนวทางว่าจะใช้เวลาเท่าไร คาดว่าจะใช้เวลาในเร็ววัน หรือ 3-4 เดือน หรืออาจจะเร็วกว่านั้นในการทำประชามติ เพราะถ้า ครม.มีมติก็มีกระบวนการต่างๆ รองรับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมีการหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ทราบถึงเหตุและผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้ช่วยกัน ไม่อยากให้ทำประชามติและร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วไม่ผ่าน ก็จะเป็นปัญหา

เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทำทั้งฉบับ หรือแก้ไขเป็นรายมาตรา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลได้พูดชัดเจนแล้วว่าเราจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังคงหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ เราจะไม่แตะเรื่องพระราชอำนาจในมาตราต่างๆ นอกนั้นทำได้หมด  ทำอย่างไรให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปดูแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือหลายๆ อย่างที่เขียนมา ที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาธิปไตยหรือการบริหารราชการแผ่นดิน เราชัดเจนว่าต้องเปิดให้มีการพูดคุย หากได้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ตัวแทนวิชาชีพ สมาคมทนายความ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ ด้าน รวมถึงเชิญตัวแทนสมาคมนักข่าวด้วย 1 คน แต่ต้องหารือนายกสมาคมนักข่าวก่อน อย่างไรก็ตาม บางคนได้ตอบรับมาแล้ว ถ้าทำได้เร็วที่สุด คาดว่าวันอังคารที่ 26 ก.ย.นี้ จะเอาเข้าที่ประชุม ครม. แต่ถ้าช้าหน่อย อาจจะใช้เวลาอีก1 สัปดาห์ โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อและพูดคุยกับทุกฝ่ายให้เข้าใจถึงความต้องการ 

เมื่อถามต่อว่า รายชื่อคณะกรรมการมีประมาณกี่คน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ดูตามวิชาชีพต่างๆ ก็เกือบ 20-30 คน ไม่อยากให้เป็นคณะที่ใหญ่เกินไป อยากให้ทำงานคล่องตัว โดยหลังจากนี้คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ น่าจะมีรายชื่อคณะกรรมการเสนอให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนามแต่งตั้ง หลังจากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการ โดยจะมีตนเป็นประธานคณะกรรมการตามมติ ครม.ที่ผ่านมา ส่วนตัวเลขานุการคณะกรรมการขอดูคนที่เราทาบทามมาทั้งหมดก่อน คิดว่ารอไม่นาน ภายในสัปดาห์หน้าน่าจะมีรายชื่อออกมา 

เมื่อถามต่อว่า กรอบระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการที่วางไว้นานหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่คาดไว้ไม่เกิน 3-4 เดือน ไม่ได้คิดที่จะยืดเวลา แต่ขอดูรายละเอียดและพูดคุยกันในยกแรกก่อน คิดว่าถ้าตั้งคณะกรรมการกันเรียบร้อยแล้วก็จะวางไทม์ไลน์ให้เกิดขึ้น คิดว่าจะต้องดำเนินการในทันที และต้องมีขั้นตอนที่จะต้องยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และต้องเข้าสภาเพื่อไปแก้ไขมาตรา 256 รวมถึงอะไรอีกหลายๆอย่าง ซึ่งเราจะดำเนินการในทันที แต่ยืนยันว่าหลังจากแก้รัฐธรรมนูญและมีกฎหมายลูกแล้ว คิดว่าภายในไม่เกิน 3 ปี 3 ปีครึ่ง หรือ 4 ปี ถ้ามันจบได้ก็จะจบ และจะให้ทันการเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะเกิดขึ้น  

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยุบสภาทันทีเลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวดูรายละเอียด แต่คิดว่าเราจะพยายามให้เข้าสู่กระบวนการปกติให้เร็วที่สุด เบื้องต้นขอคุยกับคณะกรรมการก่อน เพราะคณะกรรมการชุดนี้ได้รับมอบหมายให้มาศึกษาและวางรายละเอียดต่างๆ ถ้าตอบไปตอนนี้ก็จะเป็นความเห็นตนคนเดียว อยากให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ฉะนั้น การพูดคุย การวางไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และโปร่งใส ซึ่งตนมีความคิดที่จะเชิญกลุ่มไอลอว์ และภาคประชาสังคมทุกภาคมาร่วมคณะกรรมการด้วย พยายามจะดึงเข้ามาให้หมด

เมื่อถามว่า กระบวนการต่างๆ จะเป็นการประวิงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ประวิงเวลาหรอก ยืนยันได้เลย การที่เราให้ ครม.ออกมติให้ทำประชามติ ถือเป็นการสะท้อนที่ชัดเจน ถ้าเราอยากประวิงเวลาก็โยนเข้ารัฐสภา ซึ่งจะไปถกกันอีกยาวนานและจะมีปัญหา หรือถ้าให้ประชาชนใช้เสียงเพื่อยื่นเสนอเข้ามาก็จะต้องมาตรวจสอบประวัติกันอีกนาน เราแสดงเจตจำนงชัด กำหนดไว้ในนโยบายของรัฐบาล สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในรัฐบาลเราแน่นอน ให้ได้ผลเพื่อให้มีความประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนได้สามารถตัดสินใจเลือกรัฐบาลที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด 

บิ๊กบี๋อำลา ‘กองทัพบก’ และส่งมอบหน้าที่ ‘ผบ.ทบ.’คนใหม่แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559009

20 ก.ย. 2566

บิ๊กบี๋อำลา 'กองทัพบก' และส่งมอบหน้าที่ 'ผบ.ทบ.'คนใหม่แล้ว

อำลา ‘กองทัพบก’ ไปแบบเงียบๆ สำหรับ พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ส่งมอบงาน.ให้ ‘ผบ.ทบ.’ ใหม่โดยไม่มีการสวนสนาม

เพจวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร รายงานว่า พล.อ. ณรงค์พันธุ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. ได้ส่งมอบ หน้าที่ ผบ.ทบ.  ให้ บิ๊กต่อ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์  และอำลากองทัพบกแล้ว  นับเป็นครั้งในประวัติศาสตร์ กองทัพบก ที่การส่งมอบหน้าที่ผบ.ทบ. กระทำแบบเงียบๆ เป็นการภายใน ไม่มีพิธีสวนสนาม แค่ลงนาม ส่งมอบการบังคับบัญชา และส่งมอบธง ผบ.ทบ. งดสื่อ งดถ่ายภาพ ให้กรมกำลังพล ทบ. ถ่ายหน่วยเดียว

สำหรับพิธีส่งมอบหน้าที่โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่ในส่วนของกองทัพบกเลื่อนมาเร็วขึ้น เนื่องจาก พลเอก ณรงค์พันธ์ ได้รับการปรับโอนไป สังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) ตั้งแต่ 12 กันยายน 2566

โดยในวันที่ 26 กันยายนนี้ จะมีพิธีเทิดเกียรตินายพลที่จะเกษียณอายุราชการ หลังมีการซักซ้อมไปแล้ว ที่กองทัพบก

ส่วนเหล่าทัพอื่นจัดพิธีส่งมอบหน้าที่ในวันที่ 29 ก.ย. โดยกองทัพไทย จัดในช่วงเช้า  พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ กับ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี
ส่วนกองทัพเรือ จัดพิธีที่พระราชวังเดิม เวลา 15.00 น. ระหว่าง พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ กับ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม

ขณะที่ กองทัพอากาศจัดพิธีที่อุทยานการบิน โรงเรียนนายเรืออากาศเดิม เวลา 14:00 น. ระหว่าง พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ กับ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล หลังประชาสัมพันธ์ปิดน่านฟ้า ในช่วงวันที่ 25 และ 27 กันยายน เพื่อซักซ้อมการบิน

พาณิชย์ จ่อปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการหลังดีเซลปรับลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558995

20 ก.ย. 2566

พาณิชย์ จ่อปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการหลังดีเซลปรับลง

‘ภูมิธรรม’ เผย กระทรวงพาณิชย์เตรียมปรับลดราคาเนื้อสัตว์-ไข่และสินค้าอีก 20 รายการ หลังน้ำมันดีเซลปรับลดราคา จ่อคุยผู้ประกอบการรายใหญ่ต้นสัปดาห์หน้า

วันที่ 20 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือในการลดราคาสินค้าประเภทต่างๆเพิ่มเติม ภายหลังจากที่รัฐบาลลดราคาน้ำมันดีเซล  ว่าตนได้พูดคุยกับทางกรมการค้าภายในและปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้ว ว่าเรื่องราคาน้ำมันของรัฐบาล นอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องค่าครองชีพของประชาชน ยังส่งผลกระทบต่อเรื่องต้นทุนของสินค้าด้วย  โดยเฉพาะในเรื่องต้นทุนราคาสินค้า และค่าขนส่ง ที่ใช้เชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นก็คาดว่าจะสามารถลดได้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในดำเนินการภายใน 15 วัน ให้ไปดูสินค้าประเภทต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนดูว่าสินค้าประเภทไหนมีต้นทุนอย่างไรและจะสามารถแก้ไขลดได้แค่ไหนอย่างไรบ้าง คาดว่าต้นเดือนตุลาคมจะมีความชัดเจน 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาก็ได้ทยอยพูดคุยกับผู้ประกอบการบางส่วนไปบ้างแล้ว และในช่วงสัปดาห์หน้า ตนจะพูดคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งในส่วนผู้ผลิต ซึ่งก็ได้พูดคุยตามกรอบนโยบายที่ตนเคยให้ไว้ ที่คนตัวใหญ่ต้องช่วยดึงคนตัวเล็ก ให้ขึ้นไปด้วยกัน เพื่อสร้างความสมดุลให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค และไม่ส่งผลกับประชาชน หาจุดที่ประนีประนอมกันได้ 

โดยคาดว่าตัวสินค้าที่จะได้รับการพิจารณา ก็จะเป็นสินค้าประเภทข้าว เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ และจะดูเพิ่มเติมอีกประมาณ 20 รายการ ว่าสินค้าตัวไหนที่เป็นปัญหา โดยจะดำเนินการลดราคาต้นทุน ให้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายใต้นโยบายของตน ในเรื่องการสร้างความสมดุลให้กับทุกฝ่ายน่าจะมีทางออกได้ในการแก้ไขปัญหานี้ 

‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558987

20 ก.ย. 2566

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

รู้จัก ‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใครตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา แถมยังเป็น Man Behide อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา เปิดจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมือง

กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอีกครั้ง หลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง (รมว.คลัง) เดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ระหว่างวันที่ 19 – 23 ก.ย. ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  โดย 1 ใน 19 คนแรกที่มีการเปิดเผยชื่อ พบว่ามี นาย “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  ที่มีรายชื่อในเที่ยวเดินทางครั้งนี้ ทำให้คนตั้งคำถามว่า “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นใคร และไม่มีตำแหน่งข้าราชการ หรือ ข้าราชการเมืองและร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะอะไร

คณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณาพจน์ โจมฤทธิ์

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” คือใคร 

สำหรับ “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” หรือ ดร.เอิง ถูกพูดถึงในฐานะ เพื่อนสนิท อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร โดยรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนปี 1 รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยเรียนกฎหมายกับการทูตจนจบปริญญาเอก ส่วน อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เรียนเรื่องธุรกิจโรงแรม 

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เรียนจบที่ คณะรัฐศาสตร์ รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศ Soas University of London ปริญญาโทการต่างประเทศและการทูต Soas University of London ปริญญาเอก นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (กฎหมายระหว่างประเทศ) Soas University of London

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เริ่มรับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง 2562 ไม่นาน และเมื่อเพื่อไทยเริ่มการแยกตัวเอง แตกตัวออกเป็นพรรคไทยรักษาชาติ คณาพจน์ก็เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่ต่อมาพรรคเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถูกสั่งยุบและกรรมการถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี 

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

ส่วนบทบาทในพรรคการเมือง “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เรื่องมีบทบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ในฐานะผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย และโครงการ The Change Maker หลายคนจะเห็นคณาพจน์ ติดตามแพทองธารไปหาเสียงอยู่ตลอด เรียกว่าเป็นกุนซือส่วนตัวก็ว่าได้ 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็จะมี “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” ติดตามอยู่ข้างกายเสมอในฐานะผู้ติดตามเลขาฯ ส่วนตัว, ผู้ช่วยฯ ส่วนตัว และคณะทำงานของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558985

20 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'ชัยธวัช ตุลาธน' จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาธิการพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่ รอเคาะชื่ออย่างเป็นทางการ 23 ก.ย.นี้

ล่าสุดพรรคก้าวไกล มีการเคลื่อนไหวปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา จากการประชุมแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้พูดคุยกันก่อนจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า

“ชัยธวัช ตุลาธน” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, อภิชาติ ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค, หรือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

รู้จัก “ชัยธวัช ตุลาธน” 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ชื่อเล่นว่า ต๋อม ไม่ได้เป็นเพียงเลขาธิการพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็นคนคอยประสานกับพรรคต่างๆ เป็นเหมือนดั่งโฆษกของพรรค ปัจจบุันอายุ 44 ปี เป็นคนสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521

จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

จุดเริ่มต้น “ชัยธวัช ตุลาธน” เข้าสู่สนามการเมือง

“ชัยธวัช ตุลาธน” กล่าวว่า ที่ตนสนใจการเมือง เริ่มจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปี 1 ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์ม็อบสมัชชาคนจน รอบทำเนียบรัฐบาลที่มีการชุมนุม 99 วัน จึงลงพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยกับคนที่อยู่ในม็อบสมัชชาคนจน ว่ามีปัญหาอะไรถึงได้ออกมาชุมนุม

จุดนั้นถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” ตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เขาได้ไปกินนอนอยู่กับม็อบจนชุมนุมครบ 99 วัน หลังจากนั้นในปี 2540 จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)

จนกระทั่งปี 2541 ได้เป็นเลขาธิการ สหพันฑ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ในปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ที่ส่งต่อมรดกทางความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

รวมถึงเป็นผู้ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมกรณี เมษายน – พฤษภาคม 2553 และยังได้เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

ช่วงกลางปี 2560 “ชัยธวัช ตุลาธน” เริ่มคุยกับธนาธร ว่าต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงเริ่มชวนคนที่ความคิดเห็นคล้ายกันมาร่วมด้วย เริ่มจากกลุ่มคนไม่กี่คน หลังจากนั้นจึงหารือว่ากระทั่งมาในช่วงปี 2560 ก็ตัดสินใจร่วมกับธนาธรตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

“ชัยธวัช ตุลาธน” ผู้วางยุทธศาสตร์ก้าวไกล 

“ชัยธวัช ตุลาธน” เผยว่า การเมืองแบบสองขาไม่ใช่ความตั้งใจของก้าวไกลแต่แรก แต่จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นจริง เพราะแกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าสภาไม่ได้ ก็ต้องหาแนวทางทำงานทางการเมือง เพื่อการผลักดันข้อเสนอ จึงจำเป็นต้องทำงานนอกสภา ดังนั้นการเดินการเมืองแบบสองขา จึงไม่ใช่เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ 

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถทำพรรคการเมืองได้ แต่สิทธิทางการเมืองอื่นๆ ยังเป็นของเขาอยู่ สามารถรณรงค์ทางการเมือง แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ สำหรับพรรคก้าวไกลวันนี้อยู่ในสภาก็ต้องทำงานในสภา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน