‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558987

20 ก.ย. 2566

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

รู้จัก ‘คณาพจน์ โจมฤทธิ์’ คือใครตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา แถมยังเป็น Man Behide อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา เปิดจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมือง

กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอีกครั้ง หลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง (รมว.คลัง) เดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ระหว่างวันที่ 19 – 23 ก.ย. ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  โดย 1 ใน 19 คนแรกที่มีการเปิดเผยชื่อ พบว่ามี นาย “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  ที่มีรายชื่อในเที่ยวเดินทางครั้งนี้ ทำให้คนตั้งคำถามว่า “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นใคร และไม่มีตำแหน่งข้าราชการ หรือ ข้าราชการเมืองและร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะอะไร

คณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณาพจน์ โจมฤทธิ์

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” คือใคร 

สำหรับ “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” หรือ ดร.เอิง ถูกพูดถึงในฐานะ เพื่อนสนิท อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร โดยรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนปี 1 รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยเรียนกฎหมายกับการทูตจนจบปริญญาเอก ส่วน อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เรียนเรื่องธุรกิจโรงแรม 

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เรียนจบที่ คณะรัฐศาสตร์ รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศ Soas University of London ปริญญาโทการต่างประเทศและการทูต Soas University of London ปริญญาเอก นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (กฎหมายระหว่างประเทศ) Soas University of London

“คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เริ่มรับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง 2562 ไม่นาน และเมื่อเพื่อไทยเริ่มการแยกตัวเอง แตกตัวออกเป็นพรรคไทยรักษาชาติ คณาพจน์ก็เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่ต่อมาพรรคเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถูกสั่งยุบและกรรมการถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี 

'คณาพจน์ โจมฤทธิ์' คือใคร ตามติด เศรษฐา ทวีสิน เป็นเงา โปร์ไฟล์เริ่ดอยู่นะ

ส่วนบทบาทในพรรคการเมือง “คณาพจน์ โจมฤทธิ์”  เรื่องมีบทบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ในฐานะผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย และโครงการ The Change Maker หลายคนจะเห็นคณาพจน์ ติดตามแพทองธารไปหาเสียงอยู่ตลอด เรียกว่าเป็นกุนซือส่วนตัวก็ว่าได้ 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็จะมี “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” ติดตามอยู่ข้างกายเสมอในฐานะผู้ติดตามเลขาฯ ส่วนตัว, ผู้ช่วยฯ ส่วนตัว และคณะทำงานของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558985

20 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'ชัยธวัช ตุลาธน' จากเลขาพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ จากเลขาธิการพรรคก้าวไกล ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่ รอเคาะชื่ออย่างเป็นทางการ 23 ก.ย.นี้

ล่าสุดพรรคก้าวไกล มีการเคลื่อนไหวปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา จากการประชุมแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้พูดคุยกันก่อนจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า

“ชัยธวัช ตุลาธน” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, อภิชาติ ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค, หรือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

รู้จัก “ชัยธวัช ตุลาธน” 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ชื่อเล่นว่า ต๋อม ไม่ได้เป็นเพียงเลขาธิการพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็นคนคอยประสานกับพรรคต่างๆ เป็นเหมือนดั่งโฆษกของพรรค ปัจจบุันอายุ 44 ปี เป็นคนสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521

จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

จุดเริ่มต้น “ชัยธวัช ตุลาธน” เข้าสู่สนามการเมือง

“ชัยธวัช ตุลาธน” กล่าวว่า ที่ตนสนใจการเมือง เริ่มจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปี 1 ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์ม็อบสมัชชาคนจน รอบทำเนียบรัฐบาลที่มีการชุมนุม 99 วัน จึงลงพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยกับคนที่อยู่ในม็อบสมัชชาคนจน ว่ามีปัญหาอะไรถึงได้ออกมาชุมนุม

จุดนั้นถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” ตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เขาได้ไปกินนอนอยู่กับม็อบจนชุมนุมครบ 99 วัน หลังจากนั้นในปี 2540 จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)

จนกระทั่งปี 2541 ได้เป็นเลขาธิการ สหพันฑ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ในปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ที่ส่งต่อมรดกทางความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

รวมถึงเป็นผู้ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมกรณี เมษายน – พฤษภาคม 2553 และยังได้เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

ช่วงกลางปี 2560 “ชัยธวัช ตุลาธน” เริ่มคุยกับธนาธร ว่าต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงเริ่มชวนคนที่ความคิดเห็นคล้ายกันมาร่วมด้วย เริ่มจากกลุ่มคนไม่กี่คน หลังจากนั้นจึงหารือว่ากระทั่งมาในช่วงปี 2560 ก็ตัดสินใจร่วมกับธนาธรตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

“ชัยธวัช ตุลาธน” ผู้วางยุทธศาสตร์ก้าวไกล 

“ชัยธวัช ตุลาธน” เผยว่า การเมืองแบบสองขาไม่ใช่ความตั้งใจของก้าวไกลแต่แรก แต่จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นจริง เพราะแกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าสภาไม่ได้ ก็ต้องหาแนวทางทำงานทางการเมือง เพื่อการผลักดันข้อเสนอ จึงจำเป็นต้องทำงานนอกสภา ดังนั้นการเดินการเมืองแบบสองขา จึงไม่ใช่เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ 

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถทำพรรคการเมืองได้ แต่สิทธิทางการเมืองอื่นๆ ยังเป็นของเขาอยู่ สามารถรณรงค์ทางการเมือง แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ สำหรับพรรคก้าวไกลวันนี้อยู่ในสภาก็ต้องทำงานในสภา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

‘อดิศร’ รับเชียร์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรคแบบออกหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558986

20 ก.ย. 2566

'อดิศร' รับเชียร์ 'อุ๊งอิ๊ง' นั่งหัวหน้าพรรคแบบออกหน้า

‘อดิศร’ รับเชียร์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค เผยยังมอง ‘พิธา’ เป็นน้อง แต่การเมืองเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป มองกรณีฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุมถือเป็นหมัดเมา

วันที่ 20 ก.ย.  นายอดิศร เพียงเกษ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เผยว่า การนัดประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ เวลา13:30 น. โดยจะใช้สถานที่ที่รัฐสภาเป็นหลัก แต่ไม่ปฏิเสธที่จะประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เผื่อบางครั้งนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะเข้ามาร่วมประชุมวิปรัฐบาล เพื่อสร้างความเคลื่อนไหว  ภายในวิปจะกำชับเน้นย้ำเรื่องการรักษาองค์ประชุมไม่ให้มีสภาล่มอีกต่อไป 

นายอดิศร ระบุว่า สำหรับการแต่งตั้งวิป ทางฝั่งรัฐบาลมีตัวเองเป็นประธานและมี นายศรัณย์ ทิมสุวรรณสส.เลย พรรคเพื่อไทย จากพรรคเพื่อไทยเป็นเลขานุการวิป ร่วมกับตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนวิปฝ่ายค้าน ก็ต้องรอความสำเร็จในการดำเนินกิจการของท่านเพื่อจะได้มีวิปทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจะได้ดำเนินระเบียบวาระ ตามครรลองของข้อบังคับต่อไป และทั้งสองฝ่ายอยากจะเป็นวิปที่เปิดเผยต่อประชาชน ว่าเราทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร ใกล้ชิดกับประชาชนยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีองค์ประชุมล่มในครั้งแรก เพราะ สส.ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม ขณะที่ สส.รัฐบาลมีจำนวนน้อยโดยนายอดิศรระบุว่า ถือเป็นเรื่องหมัดเมา เราไม่ว่าฝ่ายใด ถือเป็นบทเรียนซึ่งกันและกัน องค์ประชุมเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ สส.ทุกคน เพราะไปหาเสียงมาบอกว่าจะมาประชุมแทนพี่น้องประชาชน 

ขณะที่การนับองค์ประชุมก็เป็นเรื่องธรรมดาของสมาชิกฝ่ายค้านที่จะใช้อาวุธ ทั้งการนับองค์ประชุมหรือการวอล์กเอาต์ในการต่อสู้กับรัฐบาลที่เป็นฝ่ายเสียงข้างมาก หากฝั่งรัฐบาลมาประชุมก็จะไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมล่มอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าจะรับมือกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร นายอดิศร กล่าวว่า ที่เอ่ยชื่อมาทั้ง 2 พรรค มีประสบการณ์ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ คงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะใช้อาวุธในการทำประชุมหรือวอล์กเอาต์เมื่อไหร่ ตามควรแก่สถานการณ์ไม่ใช่จะนับองค์ประชุมทุกญัตติ ก็จะทำให้การประชุมไม่ราบรื่น หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากวิปทั้งสองฝ่าย

สำหรับคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่นั้น นายอดิศร กล่างว่า หากตามชื่อบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวหากมารับตำแหน่งก็จะมีความภูมิใจ นำพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง เชื่อว่าจะนำพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จในทุกด้าน

“โดยปกติผมก็เป็นคนที่เชียร์คุณอุ๊งอิ๊งค์ (แพทองธาร ชินวัตร) ออกหน้าออกตาอยู่แล้ว ที่จะมานั่งหัวหน้าพรรคและเป็นเรื่องที่เราชาวเพื่อไทยมีความภาคภูมิใจ”

ส่วนหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่นั้น อดิศร กล่าวว่า ด้วยความเคารพ คงจะไม่ไปออกความเห็น แต่ยินดีที่จะมีผู้นำฝ่ายค้านและสภาผู้แทนราษฎร ใครก็ได้ มาทำให้องค์ประกอบครบ เพื่อขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยไปสู่ความสง่างามต่อไป ขออนุญาตแสดงความยินดีล่วงหน้า ใครก็ได้

เมื่อถามว่าเสียดาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า “คุณพิธาเป็นน้องชายผม ผมยังยืนยันการอภิปราย 11 นาที 7 วินาที ของผมอยู่ แต่เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องธรรมดาเกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไป ตามหลักพุทธธรรม”

นอกจากนี้ นายอดิศร ยังเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นตัวแทนวิปรัฐบาลในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีเข้ามา  ก็พยายามเร่งให้บรรจุกฏหมายในระเบียบวาระเพื่อให้เว็บได้ทำหน้าที่

นายอดิศร ยังให้ความเห็นว่า รัฐมนตรีควรต้องเตรียมพร้อมมาตอบกระทู้สดทุกกระทู้ ไม่อยากให้มีการมอบหมายตัวแทน เพราะศักยภาพของรัฐมนตรีแสดงออกผ่านทางการตอบกระทู้ ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้ความร่วมมือ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี 

ที่เคยปรารภว่าอยากจะมารัฐสภา

ลุ้นวันนี้ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีถือหุ้น ‘บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558980

20 ก.ย. 2566

ลุ้นวันนี้ 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีถือหุ้น 'บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น' หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา คดี ถือหุ้น ‘บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น’ ของ ‘ศักดิ์สยาม’ วันนี้หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่เดือนมีนาคม

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และกำหนดนัดพิจารณาคดีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

กรณีร้องเรียนนี้ เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง

ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5)หรือไม่

ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170วรรคสามประกอบมาตรา 82 และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ส่องโปรไฟล์ ‘ไอติม พริษฐ์’ ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค ‘ก้าวไกล’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554141

20 ก.ย. 2566

ส่องโปรไฟล์ 'ไอติม พริษฐ์' ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค 'ก้าวไกล' คนใหม่

ส่องโปรไฟล์ ‘ไอติม พริษฐ์’ หลานชาย อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ผู้ผลักดันปฏิรูปกองทัพ ขึ้นเต็งหนึ่งโฆษกพรรค ‘ก้าวไกล’ คนใหม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุด จากพรรคก้าวไกล (กก.) เกี่ยวกับการคัดเลือกหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ชุดใหม่ หลังจากที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศลาออก ขณะนี้ตำแหน่งสำคัญต่างๆ จะมีการเคาะอย่างเป็นทางการตามกำหนดการ ในวันที่ 23 ก.ย.นี้

โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ อภิชาต ศิริสุนทร รักษาการเป็นเลขาธิการพรรค และ “ไอติม พริษฐ์” ขึ้นนั่งเป็นโฆษกพรรคก้าวไกล

เมื่อพูดถึงชื่อ สส. “ไอติม พริษฐ์” หรือ “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” หลายๆ คนคงคุ้นหูกับชื่อนี้หรือเคยเห็นผ่านตาจากในสื่อโซเชียล “ไอติม พริษฐ์” เป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรค “ก้าวไกล”  ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และยังเป็นหลานชายอดีตนายกฯ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ปัจจุบัน “ไอติม พริษฐ์” เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทใน “พรรคก้าวไกล” ที่มุ่งเน้นย้ำชูโรงนโยบาย “ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร” 

ประวัติ “ไอติม พริษฐ์”  

“ไอติม พริษฐ์” อดีตเคยเป็นนิวเจนของพรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุับนคือหัวแรงหลักของก้าวไกล ไอติม เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 31 ปี มีศักดิ์เป็นหลานชายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 27 และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ไอติม พริษฐ์” มีบิดาเป็นนายแพทย์ชื่อว่า ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมารดาชื่อว่า ศาสตราจารย์แพทย์หญิง อลิสา วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

หลังจากไอติม มีอายุได้ 9 ปี ได้เข้ารับการศึกษาที่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงได้ศึกษาต่อที่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ และโรงเรียนเตรียมมัธยมศึกษาและวิทยาลัยอีตันที่ประเทศอังกฤษ

จากนั้น “ไอติม พริษฐ์” ได้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics หรือ PPE) เกียรตินิยมเหรียญทอง ระดับปริญญาตรีควบปริญญาโท จากวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

ผลงาน “ไอติม พริษฐ์”

หลังจากจบการศึกษา “ไอติม พริษฐ์” ได้ฝึกงานในแวดวงการเมืองไทย ช่วงรัฐบาลของคุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ณ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2552 และเริ่มกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

หลังจากประเทศไทยเข้าสู่ยุคการปกครอง โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) “ไอติม พริษฐ์” ได้ตัดสินใจ เข้าทำงานให้บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company ส่งผลให้เขามีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์ทำงานในหลากหลายประเทศ รวมถึงการรับโจทย์คิดแก้ปัญหานโยบายทางการเมืองต่างๆ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

ต่อมา “ไอติม พริษฐ์” ได้เริ่มต้นทำงานเป็นโปรดิวเซอร์รายการและพิธีกรรายการสารคดีเกี่ยวกับอาชีพที่น่าสนใจ ชื่อรายการ “เห็นกับตา” ของช่อง PPTV และในปี พ.ศ. 2561 “ไอติม พริษฐ์” เริ่มต้นทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมก่อตั้งกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ โดยตั้งชื่อกลุ่มว่า “NewDem”

จากนั้น “ไอติม พริษฐ์” กลับมาอีกครั้งในฐานะซีอีโอของบริษัท EdTech ที่มีชื่อว่า StartDee สตาร์ทอัพด้านการศึกษา ซึ่งชื่อ StartDee มาจากคำว่า จุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตที่ดี แอปพลิเคชั่น StartDee มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนและเด็กไทยทุกคน เข้าถึงเนื้อหาวิการศีกษาได้อย่างครบถ้วน ด้วยไม่แบ่งแยกระดับการศึกษา เริ่มตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

แรงบันดาลใจของ “ไอติม พริษฐ์” ในการสร้างแอปฯ StartDee เริ่มต้นมาจากการที่เขามองเห็นปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่อยู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่ส่งผลให้เกิดสังคมได้เรียนเพราะมีเงิน ในขณะที่บางคนไม่มีเงินก็หมดสิทธิ์รับการศึกษา โดย “ไอติม พริษฐ์” ตั้งเป้าหมายว่าแอปฯ StartDee จะสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้กับเด็กไทยมากกว่า 8 ล้านคน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

“ไอติม พริษฐ์” เริ่มงานทางการเมืองกับ “พรรคก้าวไกล”

ในปี พ.ศ. 2565 “ไอติม พริษฐ์” ได้กลับมาสู่แวดวงการการเมืองไทย ในฐานะตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบปาร์ตี้ลิสต์บัญชีรายชื่อ และฐานะผู้จัดการการรณรงค์สื่อสารนโยบายพรรคของพรรคก้าวไกล ที่มีหัวหน้าพรรคคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

“ไอติม พริษฐ์” มีบทบาทสำคัญด้วยแนวคิดการเปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญ, การกระจายอำนาจ และการศึกษา พร้อมทั้งยังเน้นย้ำเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หวังปฏิรูปกองทัพไทย ให้เน้นที่ประสิทธิภาพ เป็นอาชีพที่มีระบบระเบียบมาตราฐานสากล จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ล่าสุด “ไอติม พริษฐ์” ได้เข้าร่วมการประชุมสภา ในฐานะ สส. ของ “ก้าวไกล” เพื่อโหวตนายก คนที่ 30 ของประเทศไทย 

ไอติม พริษฐ์ไอติม พริษฐ์

เหตุผล ‘ก้าวไกล’ ต้องรักษา ‘รองปธ.สภา-ผู้นำฝ่ายค้าน’ ขอแค่ 1 ใน 3 ปากเสียง ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558960

19 ก.ย. 2566

เหตุผล 'ก้าวไกล' ต้องรักษา 'รองปธ.สภา-ผู้นำฝ่ายค้าน' ขอแค่ 1 ใน 3 ปากเสียง ปชช.

‘ศิธา’ มอง ‘ก้าวไกล’ ต้องรักษาทั้ง ‘รองปธ.สภา-ผู้นำฝ่ายค้าน’ ถ่วงดุลอำนาจในสภา ขอแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น ย้อนกลับ ‘เพื่อไทย’ มองการละคร สุดท้ายใครได้ปย.

น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยถึงการหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลว่า ให้เขาเลือกกันในพรรค เพื่อที่จะได้ตัวแทนที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูด สิ่งที่พรรคก้าวไกลมีอยู่ตอนนี้คือ เป็นพรรคที่ไม่ร่วมรัฐบาลมีจำนวน สส. มากที่สุด สามารถเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้

โดยตำแหน่งดังกล่าวควรที่จะเป็นคนที่ประชาชนสามารถให้ความคาดหวังและเป็นที่พึ่งได้ เพราะระบบรัฐสภาไม่ได้เป็นระบบที่ต้องเอื้อกับรัฐบาลอย่างเดียวต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลด้วย ควรจะมีคนที่น่าเชื่อถือได้ และพรรคก้าวไกลก็มีบุคลากรที่เหมาะสมกับประกอบกับตัวพรรคของเขาด้วยอยู่ แล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรจะดำรงไว้

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ ในภาวะการเมือง ปัจจุบันผมยืนยันว่า รองประธานสภาฯมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ประธาน 1 คน และรอง 2 คน ก็จะสลับกันทำหน้าที่กันเป็นประธานในที่ประชุม คิดง่ายๆว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% ของการประชุมสภาทั้งหมด จะต้องมาลงที่รองประธานสภาคนที่ 1 อยู่แล้ว ที่ตอนนี้คือนายปดิพัทธ์ สันติภาดา

ที่ผ่านมาเราเคยได้ยินเผด็จการรัฐสภา พวกมากลากไป ประธานปิดประชุม หรืออะไรต่างๆ พอถึงเวลามีนโยบายเขาต้องทำแบบนั้น ทุกๆ 1 ใน 3 เราจะสามารถตอบโต้ การกระทำแบบนั้นได้ ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม ใจก็อยากให้เขารักษาไว้ทั้งสองอย่าง หากคืนไปรองประธานสภาก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

ในภาวะปัจจุบันตนคิดว่า รองประธานสภาที่อยู่ในฝ่ายค้าน 1 คน ก็น่าจะทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลบาลานซ์ ไม่เป็นเผด็จการรัฐสภามากเกินไป ไม่เป็นเสียงข้างมากไป

น.ต.ศิธา ยอมรับว่า สิ่งที่ตนพูดกลไกการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ดูงงทั้งเรื่องการวางตัวบุคคลกับงานต่างๆ มองไม่เห็นเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนตรงไหน แต่พอเอาไปดูสมการการเมืองเพราะเอาคนนี้ไปนั่งตรงนี้แล้วจบเรื่องเงียบสามารถเคลียร์กันได้ มันเป็นการแก้ปัญหาให้กับการเมืองมากกว่า

เมื่อถามว่าถ้าพรรคก้าวไกลขับนายปดิพัทธ์ออกถึงเป็นการกระทำโดยชอบธรรมหรือไม่ น.ต.ศิธา กล่าวว่า 

ถ้าเราเห็นจะมีการขับออก-รับเข้าของพรรคอื่น มีอยู่เยอะ และคนพยายามเปรียยบเทียบว่า นี่หรือตรงไปตรงมา แต่ถ้าเราดูการเมืองปัจจุบัน อย่างที่นายวิโรจน์ เคยพูดว่า “แรงสู้กับคนหน้าด้าน” จริงๆคือไม่ใช่การหน้าด้านไม่หน้าด้าน แต่เป็นสิ่งที่เขาโดนกระทำ ถ้าถามว่าทำเพื่อตัวเองหรือไม่ ก็เพื่อเป็นการตรวจสอบ และประชาชนก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

แต่สิ่งที่พรรคก้าวไกลควรจะได้ไปไกลอีกเยอะ ตอนนี้ถอยมา คือ รองประธานสภาและผู้นำฝ่ายค้าน น้อยกว่าไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

เมื่อถามว่าสุดท้ายจะได้ตำแหน่งรองประธานสภาหรือไม่ น.ต.ศิธา บอกว่า แล้วแต่พรรคเขา แต่ถ้าบอกว่า ขับออก แล้วมีคนมาบอกว่า เกิดรู้สึกไม่ดี แล้วไม่เอา ถ้าตามความรู้สึกของเราก็เสียดาย กลายเป็นว่า 100% ของรองประธานสภา ก็จะไปเป็นฟากฝั่งของรัฐบาลก็จะไปจับมือกับคณะรัฐบาลเดิม ขอสัก 1 ใน 3 เพื่อถ่วงดุลจะดี

หากบอกนายปดิพัทธ์ ว่า พรรคก้าวไกลอยากได้ผู้นำฝ่ายค้าน แต่มีรองประธานสภา จึงขอให้ออก ก็เป็นเอกสิทธิ์ของเขา เพราะสภาก็เลือกเขามาและมีการโปรดเกล้าฯด้วย ถ้าเขาบอกไม่ลาออก แล้วขัดมติพรรคก็ขับออก

เมื่อถามว่าฝั่งพรรคเพื่อไทยมองเป็นการละคร น.ต.ศิธา กล่าวว่า สุดท้ายแล้วจะพูดยังไงก็แล้วแต่ กลับมาก็รองประธานคืนไปคนนึง แล้วเขาจะให้พรรคฝ่ายค้านเป็นหรือไม่ หรือพรรคอื่น คนที่จะได้ก็คือเพื่อไทยซึ่งให้ดูคำพูดว่าใครจะมีผลได้ 

ตนมองว่า ผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นสิทธิ์ของพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของพรรคที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลและในส่วนของรองประธานสภา ซึ่งก็อยู่ในที่ของฝ่ายค้านอยู่แล้วถ้าเกิดยังยึดไม่ได้ ก็จะมี 1 ใน 3 ของการประชุมสภาที่สามารถเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน เพราะรัฐบาลนี้ตั้งแต่ตอนจัดตั้งรัฐบาล ยังไม่ทันเข้าไปทำงานแม้แต่วันเดียว ก็มีประเด็นที่ขัดต่อความรู้สึกของประชาชน ฉะนั้นขอ 1 ใน 3 ที่จะดึงให้เกิดความเป็นธรรมไม่สามารถไปครอบคลุม อะไรก็ได้แค่เกิดให้ความเป็นธรรมเฉยๆ

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยบอกไม่สง่างามคนหนึ่งนั่งรองประธานสภา คนหนึ่งนั่งผู้นำฝ่ายค้าน น.ต.มองว่า “ไอ้ที่ไม่สง่างาม เป็นตำแหน่งใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ และเป็นตำแหน่งที่สำคัญกว่านี้ตั้งเยอะ ยิ่งโคตรไม่สง่างาม”

ช่วงท้ายผู้สื่อข่าว สอบถามว่า น.ต.ศิธา เป็นนายแบกเพื่อไทยหรือไม่ น.ต.ศิธา กล่าวว่า ตนพูดไปตามหลักการ ถ้าผิดหลักการแล้วตอบโต้แทนเรียกว่าแบก ตนลูก 4 คนแล้ว ไม่ได้แบกแล้ว

‘ชลน่าน’ ลงนามแต่งตั้ง ‘หมอก้อย’ ภรรยา เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558956

19 ก.ย. 2566

‘ชลน่าน’ ลงนามแต่งตั้ง ‘หมอก้อย’ ภรรยา เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เซ็นแต่งตั้ง ‘หมอก้อย’ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ ภรรยา เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

วันที่ 19 กันยายน 2566 มีรายงานว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ลงนามแต่งตั้ง ‘หมอก้อย’ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งน.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ หรือหมอก้อยก็คือภรรยาของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

‘ชลน่าน’ ลงนามแต่งตั้ง ‘หมอก้อย’ ภรรยา เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามในหนังสือคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ ลงวันที่ 14 ก.ย. 2566 คือ คำสั่งที่ 1290/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เพื่อให้การบริหารราชการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ด้านสุขภาพอนามัย จึงแต่งตั้งน.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

อีกฉบับคือคำสั่งที่ 1291/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เพื่อให้การบริหารราชการในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลดีแก่ทางราชการ จึงแต่งตั้ง นายมงคล สมคำ เป็นคณะทำงาน รมว.สธ. โดยทั้งสองฉบับมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา

นพ.ชลน่าน และ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.นพ.ชลน่าน และ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.

‘โย พงศธร’ กกต.รับรอง ‘สส.ก้าวไกล’ ระยอง เขต 3 แล้ว-20 ก.ย.รับหนังสือรับรองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558948

19 ก.ย. 2566

'โย พงศธร' กกต.รับรอง ‘สส.ก้าวไกล’ ระยอง เขต 3 แล้ว-20 ก.ย.รับหนังสือรับรองได้

‘โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์’ กกต.รับรอง สส.ก้าวไกล ระยอง เขต 3 เรียบร้อยแล้ว สามารถรับหนังสือรับรอง สส. ได้ตั้งแต่ 20 ก.ย. เป็นต้นไป

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้แก่ นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง

'โย พงศธร' กกต.รับรอง ‘สส.ก้าวไกล’ ระยอง เขต 3 แล้ว-20 ก.ย.รับหนังสือรับรองได้

โดยสามารถเข้ารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 เป็นต้นไป เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์

ในกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ มาในวันดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งซ่อมระยองเขต 3เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2566มีดังนี้

  • นายพงศธร ศรเพรนรินทร์ จากพรรคก้าวไกล ได้คะแนน  39,296 คะแนน
  • นพ. บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ได้   26,466 คะแนน
  • ร.ต.ต. เรืองชัย สมบัติภูธร พรรคแรงงานสร้างไทย 881 คะแนน

 โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์

ทั้งนี้ ก่อนเลือกตั้งซ่อมระยองเขต 3 โย พงศธร ศรเพชร ได้ชี้แจงกรณีประกาศ กกต.ระยอง ที่ระบุว่าเขาไม่ได้เสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเวลารับสมัครมีการให้กรอกอาชีพของผู้สมัคร สส. จะมีให้แนบ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นของบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ต้องแสดงเอกสารเสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง กับแบบที่สอง บุคคลที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี จะเป็นแบบ สส. 4/7 คือ เป็นใบรับรองตัวเองว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี   

สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย พบ ‘รมช.ศธ.’ หวังนำความรู้อดีต สส. สว. ยกระดับการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558946

19 ก.ย. 2566

สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย พบ 'รมช.ศธ.' หวังนำความรู้อดีต สส. สว. ยกระดับการศึกษา

‘นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ นำคณะเข้าพบ ‘รมช.สุรศักดิ์’ หวังนำความรู้อดีต สส.-สว. ต่อยอดภารกิจกระทรวง ศธ. ยกระดับการศึกษาไทย

นายอนันตชัย คุณานันทุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย นำคณะกรรมการสมาคมฯ ประกอบด้วย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล นายสามารถ รัตนประทีปพร นพ.ประสิทธิ์ พิทูรกิจจา นายเอกชัย เอกหาญกระมล นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ นายวิชัย โถสุวรรณจินดา นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล นายปรพล อดิเรกสาร นายบุญเลิศ อัญชณี คชายุทธเดช เพ็ญศรี ชยุธพงศ์ สุขเจริญผล นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง และนายนิรัตน์ อยู่ภักดี เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นด้านการศึกษาของไทยในมุมมองมิติต่างๆ ซึ่งทางสมาคมฯ มีผู้ทรงคุณวุฒิมากประสบการณ์ ทั้งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อหาแนวทางถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์นำไปต่อยอดภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับพัฒนาการศึกษาของไทยในอนาคตต่อไป

สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย พบ 'รมช.ศธ.' หวังนำความรู้อดีต สส. สว. ยกระดับการศึกษา

ยื้อมา 9 ปี ‘เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร’ ประกาศลั่นปัญหา ‘วัดบางคลาน’ ให้จบในรัฐบาลนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558944

19 ก.ย. 2566

ยื้อมา 9 ปี ‘เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร’ ประกาศลั่นปัญหา ‘วัดบางคลาน’ ให้จบในรัฐบาลนี้

ยื้อมานาน 9 ปี นาทีนี้ ‘เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร’ มาดามเมืองหลวง รมต.สำนักนายกฯ ประกาศลั่น เตรียมถกวงเล็ก หาทางออกปัญหา ‘วัดบางคลาน’ จ.พิจิตร อาจมี ‘สว.กิตติศักดิ์’ ร่วมด้วย ลั่นต้องจบในรัฐบาลนี้

ที่พรรคเพื่อไทย ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เปิดเผย ถึงปัญหาข้อพิพาทวัดบางคลาน จ.พิจิตรว่า ตั้งแต่รับทราบข่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา 9 ปี จนทำให้วัดต้องปิดไป 

 ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา มองว่า วัดบางคลานเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์ มีชื่อเสียง จึงอยากให้วัดกลับมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะบูชา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนต่อไป”

ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา วัดนี้ขึ้นกับเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด การมีเรื่องระหว่างพระกับฆราวาสที่มีความไม่เข้าใจกัน และเรายังไม่ทราบถึงเหตุผลว่าเกิดจากอะไร ทำไมถึงยาวนานมา 9 ปี ซึ่งเจ้าอาวาสเก่ามรณะไปแล้ว และเจ้าอาวาสใหม่ก็เข้าวัดไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ 

โดยวันจันทร์ ที่ 25 กันยายน 2566 นี้ จะประชุมกันในวงเล็ก ที่มีสำนักงานพระพุทธศาสนา ตำรวจ และอาจจะมีนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ร่วมด้วย เพื่อรับเรื่องทั้งหมดมาพิจารณา โดยเจ้าคณะจังหวัดจะเป็นผู้รับเรื่อง และตัดสินใจ ซึ่งเจ้าคณะหนเหนือจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยว่าจะทำอะไรได้บ้าง

“ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักพุทธศาสนาก็อยากจะทำให้ดีที่สุด ทำให้วัดวัดบางคลานนี้กลับมาเปิดได้อีกครั้ง โดยความจริงแล้วส่วนตัวอยากจะทำให้จบเลย แต่เนื่องจากติดภารกิจเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2566 จึงต้องเลื่อนออกไปในสัปดาห์หน้า จึงอยากให้กำลังใจทั้งวัด และประชาชน อยากให้ทุกอย่างราบรื่น”

ดร.พวงเพ็ชร ยอมรับว่า เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสิน แต่ในฐานะที่ดูแลเรื่องนี้ ถ้าสามารถเชิญคนมาให้ข้อมูล ทำความเข้าใจกันได้ ก็อยากจะให้จบด้วยดี พร้อมย้ำว่า จะพยายามทำให้เรื่องนี้จบในสมัยที่ตนเองเป็นรัฐมนตรี เพราะเรื่องยืดเยื้อยาวนานมาถึง 9 ปี

ยื้อมา 9 ปี ‘เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร’ ประกาศลั่นปัญหา ‘วัดบางคลาน’ ให้จบในรัฐบาลนี้