‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557121

15 ก.ย. 2566

'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา 'ตระกูลชิดชอบ' สยายปีก

เปิดเส้นทาง ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ติดโผ ครม. เศรษฐา จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก

ครม.เศรษฐา มีชื่อของ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หนึ่งใน “ตระกูลชิดชอบ” ติดอยู่ในโผเสมา 1 คุมกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว เพราะเขามีศักดิ์เป็นลูกของ “ชัย ชิดชอบ” และเป็นน้องชายของ “เนวิน และเป็นพี่ชายของ ศักดิ์สยาม”

ตระกูลชิดชอบตระกูลชิดชอบ

ครั้งหนึ่ง ปู่ชัย เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เมื่อนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น สส.บ้าง” ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น สส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ใครจะรู้ว่า นายพลตำรวจ ที่พ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่น่าจะมีใครแล้ว กลับปรากฎชื่อติดโผ ครม.เศรษฐา ในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวพันกันเลยแม้แต่น้อย

หากจะไล่เรียงประวัติ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ ช่วงที่เนวิน บารมีเบ่งบาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

  • ยุครัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ)
  • ยุครัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง กทม. (ตม.)
  • ยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์” ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
  • ยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นจเรตำรวจ (สบ.8) ก่อนขยับมารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้าย 2562
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564

พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อครั้งคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นผู้ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการไม่เห็นแย้ง สรุปเป็นอันคดียุติ และเขาเป็นคนเดียวที่รอดพ้นข้อครหา หลังมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบ 

ครั้งนั้น “พล.ต.อ.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”

เนวิน ชิดชอบเนวิน ชิดชอบ

เส้นทางการเมือง ตระกูลชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีกการเมือง ถึงแม้ว่า เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจน 2 ของตระกูล จะยุติบทบาท และหันไปลุยการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ศักดิ์สยาม ก็ถูกศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จากปมซุกหุ้น ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเนวิน กลายมาเป็นเจน 3 ของ ตระกูลชิดชอบ ที่กระโดดลงเล่นการเมือง สานต่อปู่ และ พ่อ ได้เป็น สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แถมคราแรก มีชื่อติด “โผ ครม.” เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์การเป็นรัฐมนตรี ชื่อของ เพิ่มพูน เลยปรากฎแทน

ศักดิ์สยาม ชิดชอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ เริ่มเข้ามาสู่การเมือง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2512 รุ่นแรกก็คือชัย ชิดชอบ มาถึงเจเนอเรชั่น 2 คือ เนวิน, ศักดิ์สยาม และ ไชยชนก ชิดชอบนับเป็นเจเนอเรชั่น 3 รวมทั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นหมายความว่า ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก สนามการเมือง ไปง่ายๆ แน่นอน

‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายถุงขนม ได้เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558621

15 ก.ย. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' ทนายถุงขนม ได้เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

‘ที่ปรึกษานายกฯ’ 9 คน มีกิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่งแท่นเป็นประธาน ‘พิชิต ชื่นบาน’ หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีมาเร่วมทีมด้วย

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งที่ปรึกษานายกฯเพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย  เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิดังต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

  1. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษา
  2. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
  3. นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษา
  4. นาย ศุภนิจ จัยวัฒน์ ที่ปรึกษา
  5. นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ที่ปรึกษา
  6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษา
  7. นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษา
  8. นายชลธิศ สุรัสวดี ที่ปรึกษา
  9. นายชัย วัชรงค์ ที่ปรึกษา

ให้ส่วนราชการสนับสนุนการตำเนินงานของที่ปรึกษานายกฯตามที่ได้รับการร้องขอและให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวช้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเสขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

คำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ด่วน ‘พิธา’ ลาออกจาก ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ เปิดทางหาคนเป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558613

15 ก.ย. 2566

ด่วน 'พิธา' ลาออกจาก 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' เปิดทางหาคนเป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ด่วน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล” เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป

15 ก.ย.2566  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล”  ระบุ เปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน และยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป 

พิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล

โดยนายพิธา ระบุถึงเหตุผลในการลาออกจาตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดังนี้ 

เรียนสมาชิกพรรคก้าวไกลทุกท่าน และพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศ

แม้วันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคก้าวไกลต้องเดินหน้าสู่การทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในฐานะ “ฝ่ายค้าน” ที่มีเสียงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จำเป็นต้องเป็น สส. ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 และปัจจุบันผมยังอยู่ภายใต้คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ผมจึงยังไม่สามารถเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษราษฎร และไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ในระยะเวลาอันใกล้
 

ขณะเดียวกัน ผมได้หารือกับคณะกรรมการบริหารและ สส. ของพรรคก้าวไกลแล้วเห็นว่า บทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อระบบรัฐสภา และสมควรเป็นบทบาทที่รับผิดชอบโดยหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านหลักในสภาฯ ซึ่งตอนนี้คือพรรคก้าวไกล “ผู้นำฝ่ายค้าน” จะเปรียบเสมือนหัวเรือที่กำกับทิศทางการทำหน้าที่ในสภาฯ ของฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลและผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงที่ยังตกหล่นจากนโยบายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
 

ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ณ ขณะนี้ เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนที่ผม

ผมขอยืนยันกับทุกท่านว่า ไม่ว่าสถานะของผมจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้หายไปไหน แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลและพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังและสุดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนาร่วมกัน
 

แล้วในวันที่ 24 กันยายนนี้ ผมขอเชิญสมาชิกพรรคก้าวไกลมาพบกันอีกครั้งครับ ในงาน “ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่การสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งของพวกเราไปด้วยกัน
 

ด้วยความเคารพในอำนาจของประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
พรรคก้าวไกล

พิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล

‘นายกรัฐมนตรี’ เสี่ยงขัดจริยธรรม คุม ‘กระทรวงการคลัง ‘ทั้งที่มีข้อกล่าวหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558598

15 ก.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' เสี่ยงขัดจริยธรรม คุม 'กระทรวงการคลัง 'ทั้งที่มีข้อกล่าวหา

การกำกับดูแล ‘กระทรวงการคลัง’ของ ‘นายกรัฐมนตรี’ เสี่ยงขัดจริยธรรม เพราะถูกกล่าวเรื่องหุ้น ที่ต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานในกำกับ

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เตือนว่าอาจมีเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณีถูก ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ กล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องพัวพันกับการดำเนินการบางประการในบริษัทจดทะเบียนที่อาจเข้าข่ายเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย

เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกของนาย ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาลอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่าการที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย่อมทำให้เกิดความเคลือบแคลงในสายตาของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาความโปร่งใสตรงไปตรงมา

กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แสดงข้อสงสัยในที่สาธารณะ ว่าท่าน อันอาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535ซึ่งการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวจะต้องดำเนินการโดยหน่วยงานในกระทรวงการคลังเป็นจุดเริ่มต้น การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมกันอาจจะมีความเสี่ยงเกิดการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ในการกำกับดูแลการทำงานของกระทรวงการคลังได้

เพราะมีหน้าที่ในการสั่งการสำหรับงานของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งอาจจะได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายชูวิทย์แล้ว ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบบางส่วนอาจจะต้องมีการสอบทานเส้นทางการโอนเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

การที่นายกรัฐมนตรีควบคุมหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินการในอดีตได้แบบรวมศูนย์จึงย่อมไม่สามารถขจัดความเคลือบแคลงในประชาชนว่าท่านอาจจะมีอิทธิพลต่อการทำงานที่เกี่ยวข้องกับตัวท่านได้โดยทางตรงหรือทางอ้อม

มีความเสี่ยงว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจมีการดำเนินการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 9 เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ประกอบมาตรา 160 (5) ซึ่งบัญญัติว่ารัฐมนตรีจะต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

‘รมว.ยุติธรรม’ ลุยสอบคดีฮั้วประมูลทั่วประเทศ ลั่นไม่ควรจบที่ ‘กำนันนก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558582

14 ก.ย. 2566

'รมว.ยุติธรรม' ลุยสอบคดีฮั้วประมูลทั่วประเทศ ลั่นไม่ควรจบที่ 'กำนันนก'

‘รมว.ยุติธรรม’ เตรียมปราบผู้มีอิทธิพล ลุยคดีฮั้วประมูลทั่วประเทศ หากพบ ขรก. เอี่ยวใช้ กม. จัดการ ยืนยันรักษา ‘ทักษิณ’ ต้องดูคำวินิจฉัย​แพทย์

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าทำงานวันแรก เตรียมลุยนโยบายตามข้อสั่งการของรัฐบาล โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพราะพวกนี้ต้องการเงิน ต้องการทุจริตคอรัปชั่น หลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกับกรมบัญชีกลาง รวมถึงใช้มาตรการทางภาษีเข้ามาตรวจสอบด้วย ส่วนการฮั้วประมูล ก็จะดูว่า ผู้ที่ชนะการประมูลได้ราคาใกล้เคียงกับราคากลางหรือไม่ ได้งานซ้ำอีกหรือไม่ ก็จะทำอย่างจริงจัง ซึ่งหากผู้มีอิทธิพลไม่มีเงิน ไม่มีข้าราชการหนุนค้ำยัน ทำผิดต้องได้รับผิดจะใช้กฎหมายจัดการ และไม่ได้ทำเฉพาะ จ.นครปฐม (คดีกำนันนก) แต่จะดูทั้งหมด


“คดีฮั้วประมูลของกำนันนก ต้องทำตรงไปตรงมา อาจต้องขยายตรวจสอบทั่วประเทศ ไม่ควรจบที่กำนันนก ถ้าเราขยายป้องกันคอรัปชั่นจะสามารถนำงบประมาณมาใช้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ ดีเอสไอต้องทำเรื่องนี้ และไม่ใช่มีเหตุแล้วทำ ใครมีพฤติกรรมก็ต้องทำ” รมว.ยุติธรรมกล่าว
 

ส่วนกรณีการรักษาตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ แก้ไข 2560 ก็ต้องทำให้สอดคล้องกับสหประชาชาติ จะไม่มีใครอยู่นอกเหนือ ขั้นตอนยังอยู่ในกรมราชทัณฑ์ โดยหลักการพักรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นตามขั้นตอน การรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาการเรือนจำ แต่หากครบ 30 วัน ต้องขออนุญาตอธิบดีกรมราชทัณฑ์​ หากเกิน 60 วันต้องขออนุญาติปลัดกระทรวงยุติธรรม​ แต่หากเกิน 120 วันต้องขออนุญาต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม​ แต่หลักสำคัญที่สุดนั้นคือคำวินิจฉัย​ของแพทย์ และควบคุมไม่ให้หลบหนี หรือก่อเหตุร้าย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎระเบียบ 


สำหรับแผนการทำงาน 100 วันแรกจะนำความยุติธรรมให้ประชาชนและต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ยึดหลักกฎหมายเป็นใหญ่ในกระบวนการยุติธรรม 
 

ส่วนนโยบายเร่งด่วนตามข้อสั่งการของรัฐบาล เช่น ปัญหาหนี้สินครัวเรือน ลูกหนี้ SME อยากให้มีการฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ต้องแก้ปัญหาจากโครงสร้าง ไม่ใช่กู้เงินใหม่มาแก้ปัญหา และมันจะไม่จบ ซึ่งหนี้ครัวเรือนมี 80-90% ของ GDP ถือเป็นเรื่องท้าทาย รวมทั้งอยากให้ผลักดันแก้ปัญหาล้มละลาย รวมถึงนโยบายต้องสร้างความเชื่อมันให้ประชาชนในกระบวนการยุติธรรม เช่น งานตำรวจบางครั้งอาจต้องดีเอสไอเข้าไปถ่วงดุล สนับสนุนไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดเป็นใหญ่ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคดี รวมทั้ง แก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในรอบ 50 ปี เพราะมีประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ ทั้งเรื่อง ป้องกัน ปราบปราม ฟื้นฟู ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ตอนนี้อยู่ในการดูแลคุมประพฤติ 2 แสนคน และอยู่นอกระบบกว่า 1.9 ล้านคน เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำ 

อีกนโยบายเรื่องของคุ้มครองสิทธิผู้ด้อยโอกาส คนไม่มีปากเสียง เช่น บุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาคนไม่สามารถเข้าศึกษาได้ ที่ผ่านมาดีเอสไอกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าช่วยเหลือได้เพียงปีละหลักพันคนจ จากที่มีอยยู่หลักล้านคน ซึ่งต้องพิสูจน์สัญชาติเพราะมีบุคคลตกสำรวจ ไม่มีสถานะตามบัตรประชาชน

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558577

14 ก.ย. 2566

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลสนับสนุนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ วปอ.รุ่น 65 หวังใช้ความรู้ ความสามารถ คอนเนคชัน ให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นอภิสิทธิ์ชน Top 1% ต้องช่วยคนตัวเล็ก-สังคม ไม่ใช่แค่ตัวเอง หรือ องค์กร

ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการแถลงผลการศึกษา เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.รุ่น 65) วิทยาลัยเสนาธิการทหารรุ่นที่ 64 วิทยาลัยการทหารบก รุ่นที่ 68 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 55 วิทยาลัยการทัพอากาศรุ่นที่ 57 และหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 4 ภายใต้หัวข้อ สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน 

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

โดยมี นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ,พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ,ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งผู้แทนจากส่วนร่วมราชการต่างๆ เข้าร่วม

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

ภายหลังรับฟังการแถลงผลการศึกษา เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่การบรรยายในวันนี้มาช้ากว่าวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา ซึ่งการบรรยายและการนำเสนอนี้น่าสนใจ ซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศที่สภา และรู้สึกดีใจ และภูมิใจที่ได้เดินทางมารับฟังบรรยายสรุปเรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ที่ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่จบการศึกษา จากสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงเกียรติ ล้วนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ บางคนประสบความสำเร็จ เป็นผู้บริหาร เป็นผู้นำองค์กร ทั้งในภาครัฐและเอกชน และเป็นไปได้ว่า บางคนในที่นี้อาจจะได้มายืนอยู่ในจุดที่ตนเองยืนอยู่ตรงนี้ในอนาคต และหวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากหลักสูตรที่จบลงไป สามารถนำความรู้จากที่นี่ไปสร้างประโยชน์ต่อไปในอนาคต ซึ่งตนเองไม่ได้มีโอกาสเข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้

นายกรัฐมนตรี ยังฝากข้อคิดว่า นอกจากเนื้อหาวิชาความรู้แล้ว สถาบัน วปอ. ยังพาทุกคนมาทำความรู้จักกันและกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดเป็นสมาคม สร้างสังคม และกลายมาเป็นคอนเนคชั่น ซึ่งความแข็งแกร่งของเหล่าศิษย์เก่าเป็นที่ประจักษ์ในสังคมไทย เส้นสายสัมพันธ์คอนเนคชั่นในประเทศ ทำให้พวกท่านเป็นบุคคลพิเศษ หรือเรียกว่าผู้มีอภิสิทธิ์ เป็น Top 1% ของประเทศนี้ เป็นสถาบันที่หลายคนอยากเข้ามา และคอนเนคชั่นจะสามารถประโยชน์ต่ออาชีพการงานของทุกท่าน ต่อธุรกิจของทุกคนได้มหาศาล 

“แต่ขอฝาก ขอวิงวอน ขออ้อนวอน ให้ทุกท่านใช้ความรู้ ความสามารถ และสายสัมพันธ์จากที่นี่ให้เกิดประโยชน์ คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐ ไม่ใช่ใช้แค่ตัวเอง หรือองค์กรของตัวเองเพียงเท่านั้น แต่ให้เผื่อแผ่ครอบคลุมไปถึงคนอื่นๆในสังคมด้วย ซึ่งหลายสายตาจับจ้องอยู่ เพราะว่าถือเป็นบุคคลพิเศษ เป็นบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำของประเทศนี้ในทุกๆ ด้าน การกระทำของทุกท่านเป็นที่จับตาดูอยู่ของทุกชนชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน”

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล
‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ถือเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่จะต้องช่วยเหลือคนตัวเล็ก ช่วยเหลือสังคม ให้พวกเขายืนอยู่ในสังคมได้ ความสามารถของพวกท่าน หากนำมาช่วยเหลือประเทศชาติ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาค ความยากจน ความยากลำบาก ที่เพื่อนร่วมชาติของพวกเราอีกหลายคนกำลังเผชิญอยู่ และทุกท่านจะได้ขึ้นชื่อว่า เป็นสถาบันที่ร่วมกันส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกเราทุกคน

‘นายกฯ’ ร่วม วปอ. บ่นเสียดาย มาเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเอาใช้ แถลงนโยบายรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ขอเวลา 1 เดือนแจงที่มางบทำดิจิทัลวอลเล็ตเพราะมีหลายออฟชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558567

14 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ขอเวลา 1 เดือนแจงที่มางบทำดิจิทัลวอลเล็ตเพราะมีหลายออฟชั่น

‘เศรษฐา’ ขอเวลา 1 เดือนแจงงบทำดิจิทัลวอลเล็ตเหตุมีหลายออฟชั่น ให้คะแนน 11 เต็ม 10 เชื่อมีประโยชน์กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 14 ก.ย.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมในสังกัด ผู้บริหารของกระทรวงว่า ได้เน้นย้ำให้กระทรวงการคลัง ต้องสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ดังนั้น จึงจะต้องให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลังด้วย เพื่อให้สามารถชี้แจงประชาชนได้ พร้อมยืนยันว่า จะให้ความสำคัญกับการทำงาน ความเป็นธรรม และการปูนบำเหน็ดข้าราชการ โดยยอมรับเห็นใจข้าราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นความสามารถของข้าราชการ ที่หากมีผลงานที่ดี ก็ควรได้รับการปูนบำเหน็ด ดังนั้น หากมีการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม มีผู้มีอำนาจใช้อิทธิพลใด ๆ ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็จะเป็นเกราะกำบังให้ข้าราชการ ทำงานด้วยความสบายใจ มีประสิทธิภาพและได้รับปูนบำเหน็ดตามความเหมาะสม รวมถึงยังมีการพูดคุยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไป และการเตรียมความพร้อมในนโยบายรัฐบาล 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงความมั่นคงทางการคลังระยะยาวของประเทศ ที่มีผู้กังวลนโยบายของรัฐบาลอาจจำเป็นต้องมีการกู้เงินเพิ่ม โดยยืนยันว่า นโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท จะไม่มีการกู้เงินแน่นอน และย้ำความจำเป็นในการการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP ของประเทศสูงขึ้นโดยยืนยันว่า รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เช่น การพักหนี้เกษตร ที่จะต้องควบคู่กับมาตรการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งการพักหนี้ เป็นมาตรการแรกของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร และหวังว่า ในระยะเวลาอันใกล้ จะมีมาตรการใหม่ ๆ มาช่วยบรรเทาภาระของเกษตรกรอีก เช่นเดียวกับ สถาบันการเงิน และธนาคารของภาครัฐ พี่จะต้องมีส่วนช่วยในการดูแลประชาชน โดยจะต้องไม่กระทบต่อวินัยการเงินและการคลัง

นายเศรษฐา ยังย้ำถึงนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทว่า จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และสามารถทำได้ โดยขอเวลาไม่เกิน 1 เดือน ในการชี้แจงแหล่งงบประมาณที่จะนำมาใช้ ซึ่งตนเองไม่อยากชี้แจงแหล่งงบประมาณก่อนว่าจะมาจากแหล่งใด เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เนื่องจากยังมีตัวเลือกหลายตัวเลือก โดยจะเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด และจะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ นำข้อมูลจากแอพลิเคชั่นเป๋าตังค์มาต่อยอด พร้อมให้คะแนนความสำเร็จของนโยบายนี้ล่วงหน้า 11 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน 

(คลิป) ‘รองแต้ม’ ยุติเล่นการเมือง ขอทำงานสื่อสารช่วยสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558565

14 ก.ย. 2566

(คลิป) 'รองแต้ม' ยุติเล่นการเมือง ขอทำงานสื่อสารช่วยสังคม

(คลิป) ‘รองแต้ม’ ถอดใจยุติบทบาททางการเมือง เดินหน้าทำสื่อโทรทัศน์ นำประสบการณ์มาช่วยชาวบ้าน เตรียมแถลงเปิดตัว 25 ก.ย.นี้

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขอหยุดบทบาททางการเมืองเพื่อไปทำหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน 

โดยได้ยื่นใบลาออกจากตัวแทนพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 9 ต่อเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แล้ววันนี้ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา

หลังจากนี้จะแถลงข่าวเปิดตัวรายการในสื่อโทรทัศน์ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยการทำงานเพื่อประชาชน สามารถทำได้ในหลายบทบาท ขณะที่การให้ความรู้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชนในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง และแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้สังคมสามารถนำไปคิดและต่อยอด

ภารกิจแรก ‘พัชรวาท’ เตรียมรับมือ ‘ไฟป่า-PM2.5-เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558563

14 ก.ย. 2566

ภารกิจแรก 'พัชรวาท' เตรียมรับมือ 'ไฟป่า-PM2.5-เอลนีโญ'

‘พัชรวาท’ มอบแนวทางทำงาน ‘ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย’ กำชับเตรียมรับมือ ‘ไฟป่า-PM2.5-เอลนีโญ’ ขอทุกหน่วยงานทำงานรักษาชื่อกระทรวง อย่าให้ใครตำหนิ

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายการทำงานยึดหลัก “ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย” ตั้งแต่รับราชการตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี อยากให้ทุกท่านนำไปใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานด้วยเช่นกัน 

ขยัน คือ การมาทำงานตรงเวลา ไม่เกียจคร้าน 

ซื่อสัตย์ คือ การทำงานตรงไปตรงมา โปร่งใส อดทน แม้งานจะหนักแต่ต้องสู้ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง 

มีวินัย คือ ทำตามหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาสั่งงานต้องยึดปฏิบัติ

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวอีกว่า ส่วนเนื้องาน ทุกท่านทราบกันอยู่แล้ว เพราะรับราชการกันมานาน ก็ทำตามลำดับ แต่อยากให้ช่วยกันเร่งรัดดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใกล้จะฤดูหนาว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ เรื่องไฟป่า PM2.5 ขอให้ทุกท่านเตรียมรับมือให้พร้อม จะทำกันอย่างไร ให้ทุกคนช่วยกันคิด แนะนำ และแสดงความคิดเห็นในส่วนที่จะทำให้กระทรวงของเราพัฒนาดียิ่งขึ้น รวมถึงทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาชื่อเสียงหน่วยงาน อย่าให้ใครมาตำหนิการทำงานของกระทรวงของเราได้ และหากมีปัญหาก็ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ 

ภารกิจแรก 'พัชรวาท' เตรียมรับมือ 'ไฟป่า-PM2.5-เอลนีโญ'

“สุดท้ายนี้ผมขอยกพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2521 ในเรื่องรักษาทรัพยากร พระบรมราโชวาทในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา ดังความตอนหนึ่งว่า ‘ …ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล และอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่งสวยๆ งามๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย…’ ดังนั้น ผมขอให้กระทรวงช่วยกันทำงานให้ราบรื่นต่อไป ซึ่งเป็นคำสั้นๆง่ายๆแต่ขอให้ทำจริง” พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว 

ขณะที่ นายจตุพร กำชับส่วนราชการทั้งหมดรับไปปรับใช้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเพื่อรักษาชื่อเสียงของกระทรวงต่อไป 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัจฉราวาสกล่าวถึงภารกิจแรก คือ แก้ไขเรื่องไฟป่า และ PM 2.5 เพราะตอนนี้ใกล้เข้าสู่หน้าหนาว ส่วนปัญหาภัยแล้ง ก็ได้รับรายงานว่า ทางปลัดกระทรวง ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเรื่องการรับมือเอลนีโญ ทางกระทรวงก็ได้รับทราบแนวทางการควบคุมทั้งหมดแล้ว แต่ก็เป็นสิ่งธรรมชาติ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เราก็จะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป 

เมื่อถามว่า จะผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำร่างพ.ร.บ.ไว้เสนอครม.เรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเสนอเข้าสู่สภาฯต่อไป

เมื่อถามต่อว่า โครงการ คทช.จะดำเนินการต่ออย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า คทช.ก็กำลังดำเนินการต่อ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับแนวทางการแก้ปัญหาสิทธิที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งก็มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว 

จากนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท ประชุมเตรียมความพร้อม ก่อนลงพื้นที่คณะนายกรัฐมนตรีฯ ในวันที่ 15-17 กันยายน นี้ ที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

ภารกิจแรก 'พัชรวาท' เตรียมรับมือ 'ไฟป่า-PM2.5-เอลนีโญ'

‘อนุทิน’ กำชับ ‘ผู้ว่าฯ’ เร่งจัดการปัญหากลุ่ม ‘ผู้มีอิทธิพล’ 16 ประเภท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558558

14 ก.ย. 2566

‘อนุทิน’  กำชับ ‘ผู้ว่าฯ’ เร่งจัดการปัญหากลุ่ม ‘ผู้มีอิทธิพล’ 16 ประเภท

‘อนุทิน’ มท.1 กำชับ ‘ผู้ว่าฯ’ เร่งจัดการปัญหา กลุ่ม ‘ผู้มีอิทธิพล’ 16 ประเภท ขณะที่มหาดไทย ต้องจำกัดการครอบครองอาวุธปืน ให้อยู่ในมือคนที่ใช้อย่างเหมาะสม ไม่คุกคามชีวิตประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการของกระทรวงมหาดไทย ในการกำราบกลุ่มผู้นำชุมชน ที่ผันตัวไปเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ว่า เราต้องทำให้คนเหล่านั้นไม่ไปคุกคามกลั่นแกล้งประชาชน ต้องไม่ปล่อยให้ทำร้ายชีวิตคนอื่น ใช้ความเป็นผู้มีอิทธิพลทำลายประชาชน แบบนี้ไม่ถูกต้อง อะไรไม่พอใจก็ไปยิงเขา ไปทำร้ายเขา ต้องจัดการ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย

วันนี้ท่านนายกฯ บอกแล้วว่าจริงจังกับเรื่องนี้ รวมไปถึงเรื่องการพกพาอาวุธปืนด้วย ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยต้องจำกัดการครอบครอง ต้องอยู่ในมือของคนที่ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น ต้องดูข้อห้ามและเร่งรัดดำเนินการ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

“คำจำกัดความของผู้มีอิทธิพล ดั้งเดิมมีอยู่ 16 ประเภท ต้องมาดูว่าจะมีการเพิ่มเติมอะไรเข้าไปหรือไม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจริงๆ ในหลายๆ เรื่องตำรวจดูแลอยู่แล้ว แต่ทางฝ่ายกระทรวงมหาดไทยก็ต้องเข้าไปช่วยด้วยในขอบเขตหน้าที่”

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องกำชับฝ่ายปกครอง อะไรที่ผิดกฎหมายก็ต้องไปบังคับใช้อย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องวางตัวให้ดี เราจะให้ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งห้องไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดีๆ ก็มาก เราก็เน้นจัดการที่คนพาล 

โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ประสานงานจัดการแล้ว ไม่อยากให้มีผู้นำชุมชนที่มีอิทธิพลไปข่มขู่คุกคามประชาชน ไปทำเรื่องเสียหายผิดกฎหมาย มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง ต้องเร่งจัดการให้เร็วที่สุด