ประธานวุฒิสภา นัด 18 ก.ย. ถก ร้องเรียนจริยธรรม ‘ สว.กิตติศักดิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558544

14 ก.ย. 2566

ประธานวุฒิสภา นัด 18  ก.ย. ถก ร้องเรียนจริยธรรม  ' สว.กิตติศักดิ์'

ปัญหาความขัดแย้งกรณี “วัดบางคลาน” โดยมี สว.จังหวัดพิจิตร กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เข้าไปร่วมด้วย ในฟากของวุฒิสภา โดยประธานวุฒิสภา พรเพชร วิชิตชลชัย นัดสมาชิกวุฒิสภา ประชุมวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. พิจารณาในประเด็น ‘สว.กิตติศักดิ์’ ถูกร้องเรียนว่าแสดงตัวเป็นผู้มีอิทธิพล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 15  วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญคือ รายงานผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม ของ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. จังหวัดพิจิตร    “สว.กิตติศักดิ์”  ซึ่งคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานจริยธรรม ตรวจสอบแล้วเสร็จ  และจะมีการลงมติของ สว. ว่าจะเห็นด้วยกับรายงานของกรรมการจริยธรรมหรือไม่

สำหรับเรื่องของเรียนนายกิตติศักดิ์  “สว.กิตติศักดิ์” ว่าเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมของ สว. และ  กรรมาธิการ พ.ศ.2563 หรือไม่  เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่วัดบางคลาน  อ.โพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งนายกิตติศักดิ์  เข้าไปเกี่ยวข้องและถูกร้องเรียนว่าทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล และไม่ยอมให้เจ้าอาวาสวัดบางคลานที่ถูกแต่งตั้งอย่างถูกต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ดีแม้ วุฒิสภาจะมีประเด็นพิจารณา รายงานเรื่องร้องเรียนนายกิตติศักดิ์ ว่าผิดจริยธรรมหรือไม่   แต่ล่าสุดพบว่า นายกิตติศักดิ์   ยังคงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ประเด็นความขัดแย้งวัดบางคลาน และมีคลิปปรากฎว่าได้ปะทะคารมกับประชาชน และ พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสปัจจุบัน ทั้งนี้ต้องจับตาการพิจารณาของวุฒิสภา ว่าจะมีมติอย่างไร   โดยตามข้อบังคับต้องใช้การลงมติ ด้วยเสียงข้างมาก 2 ใน 3 จากสว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 149 คน เพื่อใหัความเห็นชอบรายงานสอบจริยธรรม 

ประธานวุฒิสภา นัด 18  ก.ย. ถก ร้องเรียนจริยธรรม  ' สว.กิตติศักดิ์'

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิภา ( สว.) จังหวัดพิจิตร 

‘หนุ่ม กรรชัย’ ถาม ‘ชาดา’ กลาง โหนกระแส เจอตอบกลับแบบนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558539

14 ก.ย. 2566

'หนุ่ม กรรชัย' ถาม 'ชาดา' กลาง โหนกระแส เจอตอบกลับแบบนี้

‘ชาดา’ ตอบชัด ‘หนุ่ม กรรชัย’ อุทัยธานี ใครเป็น ผู้มีอิทธิพล หากจะกวาดล้าง ต้องเริ่มที่บ้านตัวเองก่อน ใครมีปัญหาเจอกัน

หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” และได้รับการมอบหมายให้ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมาเฟีย พร้อมจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพล จึงเป็นที่จับตา และคาดหวังของสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้ นายชาดา เคยตอบคำถามผู้สื่อข่าว และยืนยันว่า ไม่หนักใจที่ได้รับมอบหมายให้ปราบปรามผู้มีอิทธิพล

ภาพจากรายการโหนกระแสภาพจากรายการโหนกระแส

ในรายการโหนกระแส วันที่ 14 ก.ย. 2566 ได้มีการเชิญ “ชาดา” มาร่วมพูดคุย โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์บางช่วงบางตอน พิธีกร “หนุ่ม กรรชัย” ได้ถามว่าเรื่องของผู้มีอิทธิพล มีจังหวัดไหนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งนายชาดา ตอบว่า คงไม่สามารถตอบได้ว่า จังหวัดไหนจับตาเป็นพิเศษ แต่ถ้าหากจะถามว่า จ.อุทัยธานี มีผู้มีอิทธิพลหรือไม่

นายชาดา ตอบว่า มีแน่นอน คือตนเอง (พร้อมกับหัวเราะ) แต่ตนถูกตรวจสอบแล้ว เคยถูกค้นบ้านมาแล้ว แต่ปัจจุบัน ตนเข้ามาทำงานให้ประชาชน มันจบแล้ว ดังนั้น หากจะเริ่มปราบผู้มีอิทธิพล ก็ต้องเริ่มกวาดล้างที่จังหวัดของตัวเองก่อน ตนจะเริ่มปราบผู้มีอิทธิพลที่ จ.อุทัยธานีก่อน

“ผมจะเริ่มต้นที่อุทัยฯก่อน ต้องเรียกมาคุยก่อน เพราะมันไม่ได้มีใครผิดกฎหมายชัดเจน ก็ต้องเรียกมาคุยกัน 70-80 กว่าคน อยู่นิ่งๆ นะ ทำตัวให้สะอาดนะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ลูกน้องผมทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นต้องเรียกมาคุยก่อน วันนี้ถ้ามีปัญหาก็เจอกัน” นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อตรวจสอบภายในจังหวัดแล้ว หลังจากนั้นจึงจะมีระบบ มีวิธีการ ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ เราอย่าไปมองว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเลวร้าย แต่วันนี้เป็นวันที่เราจะสร้างสังคมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้สะอาด ให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน

ชาดา…จังหวัดอุทัยผมนี่แหละเป็นผู้มีอิทธิพล…🤷🙅🙅🙎🙍🤦#ชาดาไทยเศรษฐ์#ชาดา#โหนกระแส pic.twitter.com/Mwl1FdOwUA— ฮ.นกฮูก(สีส้ม) (@skongki2000) September 14, 2023

ขอบคุณ รายการโหนกระแส, ทวิตเตอร์ X ฮ.นกฮูก(สีส้ม)

‘ชัยชนะ’ สส.ปชป. ขอบคุณ ‘รัฐบาลเศรฐา’ ลดค่าไฟเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558533

14 ก.ย. 2566

‘ชัยชนะ' สส.ปชป. ขอบคุณ 'รัฐบาลเศรฐา' ลดค่าไฟเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย

‘ชัยชนะ’ สส.ปชป. ขอบคุณ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ที่ลดค่าไฟเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย แนะถ้าอยากลดค่าไฟอย่างแท้จริง ต้องยกเลิกค่าเอฟที เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟ จี้ ก.พลังงานตอบให้ชัดปม ‘บ.พลังงานลม’ขอใช้พื้นที่ทำธุรกิจ ‘บ.พลังงานลม’ขอใช้พื้นที่ทำธุรกิจ

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรก ใน ‘รัฐบาลเศรษฐา’ หรือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีการลดค่าไฟฟ้า เป็น 4.10 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จาก 4.45 บาท เริ่มรอบบิลเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป และลดราคาน้ำมันดีเซล ให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไปว่า ถือเป็นมติ ครม. ที่ออกมาแล้วโดนใจประชาชนมาก

เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ประเด็นเรื่องค่าไฟแพง ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่พรรคการเมืองแทบทุกพรรคต่างมีนโยบายที่จะแก้ไขเรื่องดังกล่าว ดังนั้น การที่รัฐบาลของนายเศรษฐา ตัดสินใจที่ลดค่าไฟฟ้าเหลือมาหน่วยละ 4.10 บาท รวมทั้ง การลดน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาท นั้น ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนในสภาวการณ์ขณะนี้ 

ทั้งนี้ผ่านมา ประชาชนต่างแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเกินความเป็นจริง จนทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ได้ประกาศว่า มาตรการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าที่สำคัญก็คือ การยกเลิกค่า FT เพื่อจะทำให้ราคาไฟฟ้าตรงกับต้นทุนจริง เนื่องจากเห็นว่า การคิดคำนวณค่า FT เป็นสมมติฐานทั้งสิ้น และเป็นช่องโหว่ของการกำหนดค่าไฟฟ้า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่มเท่านั้น 

“เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากเสนอให้รัฐบาลดำเนินการยกเลิกค่า FT ไปเลย เพื่อที่จะได้ค่าไฟที่สะท้อนกับความเป็นจริง และเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ” นายชัยชนะ สส.ปชป.ระบุ
 

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าลด และมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนนั้นก็คือ การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดที่ได้รับจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ตนได้อภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า รัฐบาลควรเร่งสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ด้วยการติดตั้งระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน หรือการติดโซล่าร์เซลล์ หรือแม้กระทั่งขณะนี้ที่มีนายทุนด้านพลังงานได้ลงทุนทางด้านพลังงานลม ในหลายพื้นที่ของประเทศ 

ซึ่งตนยังมีข้อสงสัยว่า ได้มีการดำเนินการอย่างไรในการขอใช้พื้นที่กับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพราะการลงทุนเกี่ยวกับพลังงานลมนั้น จำเป็นต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ทั้งการติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่หลายสิบต้น การตั้งระบบความคุมกำลังไฟที่ได้ เป็นต้น รวมทั้ง การเสียภาษีบำรุง อปท. ของบริษัทพลังงานลมเหล่านี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะฉะนั้น ตนจึงอยากให้ทางกระทรวงพลังงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่บริษัทพลังงานลมต่างๆ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อข้อสงสัยดังกล่าว เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน เพื่อให้พลังงานลมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการฝ่าวิกฤตปัญหาราคาพลังงานด้วย

“ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ที่ได้ดำเนินการลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน ตั้งแต่การประชุม ครม. ครั้งแรก แต่ผมเห็นว่า การลดค่าไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ดำเนินการยกเลิกค่าเอฟทีออกไปนั้น เป็นการสร้างความหวาดระแวงให้ประชาชนว่า ค่าไฟฟ้าอาจจะไม่ได้มีการลดจริง เพราะอาจจะมีสูตรที่จะทำให้ค่าเอฟที ไปทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ได้ลดลงตามที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือ ดังนั้น การดำเนินการยกเลิกค่าเอฟที พร้อมกับดำเนินการส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน” นายชัยชนะกล่าว

ไทม์ ยก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผู้นำแห่งอนาคต 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก ปี66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558532

14 ก.ย. 2566

ไทม์ ยก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผู้นำแห่งอนาคต 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก ปี66

นิตยสารไทม์ ยก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้นำแห่งอนาคต ‘Times 100 Next’ 1 ในผู้ทรงอิทธิพล 100 คนของโลก ประจำปี2566 เจ้าตัวโพสต์เป็นเกียรติอย่างยิ่ง

นิตยสารไทม์ (Times) เปิดเผยรายชื่อ 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต Times 100 Next โดยแบ่งแยกออกเป็น 5 หมวดหมู่ ประกอบด้วย ศิลปิน (Artists), ผู้สร้างปรากฏการณ์ (Phenoms), ผู้สร้างนวัตกรรม (Innovators), ผู้นำ (Leaders) และผู้ให้การสนับสนุน (Advocates)

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

โดยมีชื่อของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ติดโผเป็น 1 ใน 100 รายชื่อของ Times 100 Next ซึ่งนายพิธา ถูกคัดเลือกให้อยู่ในหมวดหมู่ผู้นำ (Leaders)

นิตยสารไทม์ ระบุถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่า “สิ่งเดียวที่น่าทึ่งยิ่งกว่าชัยชนะในการเลือกตั้งของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คือวาระอันสุดโต่งที่เขาพยายามดิ้นรน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พรรคก้าวไกล ของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้รับคะแนนเสียง 38% ในเลือกตั้งของประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม”

“แต่เส้นทางสู่อำนาจของพิธา ถูกขัดขวาง โดยวุฒิสภาที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และความท้าทายทางกฎหมายมากมาย”

โดยมีช่วงหนึ่งที่นายพิธา เคยพูดไว้ว่า “ผมภูมิใจกับความสำเร็จของเรา และ เราสามารถทำอะไรได้อีกมากมายเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลในรัฐสภาและพูดในนามของประชาชน”

ขณะที่นายพิธา ก็ได้โพสต์ข้อความและภาพผ่านอินสตาแกรม(ไอจี) ระบุว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็น @time 100 next จากนิตยสารไทม์ ร่วมกับ President of EU parliament, รัฐมนตรีสกอตแลนด์ เซียรผืราลีโอน, ผู้ว่าไทเป มอนนาเรย์ กาฐมาณฑุ, นักการเมืองญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกาอาจจะเดินทางไปนิวยอร์ค งานกาล่า ของ TIME 2023 แล้วแวะเจอพี่น้องคนไทยที่สหรัฐไปในตัวด้วยครับ ซึ่งมีคนมาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

‘พ.ต.อ.ทวี’ เข้าทำงานวันแรกที่ ‘กระทรวงยุติธรรม’ เตรียมมอบนโยบายข้าราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558525

14 ก.ย. 2566

'พ.ต.อ.ทวี' เข้าทำงานวันแรกที่ 'กระทรวงยุติธรรม' เตรียมมอบนโยบายข้าราชการ

‘พ.ต.อ.ทวี’ ถือฤกษ์งานยามดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ‘กระทรวงยุติธรรม’ เตรียมมอบนโยบายทำงานแก่ข้าราชการ

เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าทำงานวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงยุติธรรม ศาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ศาลตายาย และพระพุทธยุติธรรมโลกนาถ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอย่างเป็นทางการ

โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ และร่วมแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่งใหม่ ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ทวี เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และแถลงมอบนโยบายในเวลา 15.00 น.

‘เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ’ เศรษฐา ย้ำ เป็น Option เลือกได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558519

14 ก.ย. 2566

'เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ' เศรษฐา ย้ำ เป็น Option เลือกได้

‘เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ’ เศรษฐา ยืนยันศึกษามาแล้ว คุยกับสถาบันการเงินได้ เรื่องจ่ายหนี้ ย้ำ เป็น Option ที่ดีสามารถเลือกได้

วาระร้อน “ครม.เศรษฐา” นัดแรก เคาะจ่าย “เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ” กลายเป็นประเด็นดราม่า แม้จะมีบางส่วนที่เห็นด้วย แต่ก็มีหลายเสียงคัดค้าน เพราะ “เงินเดือนข้าราชการ” ขั้นต่ำก็ไม่มาก หากแบ่งจ่าย อาจมีปัญหารายจ่ายเกินรายรับ ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็น Option ที่ดีสามารถเลือกได้ ยืนยันศึกษามาแล้ว คุยกับสถาบันการเงินได้

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงมติคณะรัฐมนตรีถึงการจ่าย “เงินเดือนข้าราชการ” กรณี “เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ” ว่า ปัจจุบันการจ่ายเงินเดือน เดือนละครั้ง แต่การแบ่งจ่าย 2 ครั้ง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ สำหรับคนที่มีหนี้สิน สามารถชำระหนี้สินคืนได้เร็วขึ้น ส่วนคนที่เป็นหนี้ สามารถแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดได้ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มีปัญหากระแสเงินสดอย่างที่บางคนอ้าง เพราะการจ่าย จะเร็วขึ้น

“เราจ่ายตั้งแต่วันที่ 15 จ่ายทุกครึ่งเดือน และจ่ายปลายเดือน คนที่มีหนี้สามารถนำเงินไปใช้ทำอย่างอื่น ทั้งลงทุนและฝากธนาคารได้ ทำไว้ให้เป็นทางเลือก จัดแบ่งจ่าย 2 หนหรือจ่ายหนเดียวก็ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่เสนอทางเลือกใหม่ ก็มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ แต่รัฐบาลบริหารจัดการประเทศโดยมีขีดงบประมาณจำกัด คำนึงถึงทุกๆ มิติของการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อะไรที่ไม่เป็นภาระงบประมาณ เพราะตรงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เป็นแค่โปรแกรมใหม่ในการจ่ายเงิน เมื่อไหร่ อย่างไร โดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ชอบ ก็เลือกแบบเก่า ถ้าอยากได้จ่าย 2 รอบ ก็สามารถทำได้

ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เพิ่งเข้ามา อาจมีภาระทางด้านการเงิน จะต้องมีการแบ่งจ่าย ชักหน้าไม่ถึงหลัง กรมบัญชีกลางจะทำเป็น Option ให้เลือก ว่าจะเลือกแบบใด ขอให้ทุกคนใจเย็น ยืนยันว่า มีการหารือในทุกระดับ และหวังว่าหลายบริษัท จะลองนำวิธีนี้ไปเป็นทางเลือก ขอใช้คำว่า เป็นทางเลือกที่ดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องจ่ายหนี้ครู ก็สามารถแบ่งจ่าย 2 งวดได้ สามารถพูดคุยกับสถาบันการเงินได้ เพราะสถาบันการเงินต้องการแค่หนี้คืน จะแบ่งจ่ายอย่างไร ทุกคนทราบดีว่า ประชาชนประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านกระแสเงินสด เราคิดมาให้ ทำมาให้ ส่วนเรื่องผลตอบแทนที่สูงขึ้น เป็นแผนระยะยาวที่หักพร้อมเราจะแถลงอีกครั้ง ซึ่งจะต้องดูองค์รวมข้าราชการเกษียณทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ถือว่า อยู่ในแผนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรารับไปปรับปรุง ถ้าไม่ครบทั้งหมด อาจจะไม่รีบแถลง เข้าใจว่าพี่น้องประชาชนอยากทราบในแต่ละเรื่องที่เรากำลังคิดอยู่ ทำอยู่ ภายหลังถ้าเกิดอะไร ไม่ครบ 100% เราอาจจะไม่แถลง

วิจารณ์กันแซ่ด ‘โฆษกรัฐบาล’ พลาดอย่างแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558511

14 ก.ย. 2566

วิจารณ์กันแซ่ด 'โฆษกรัฐบาล' พลาดอย่างแรง

การแถลงข่าวครั้งแรกของ ‘โฆษกรัฐบาล’ เมื่อวานนี้ ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องความเหมาะสมในการทำหน้าที่กระบอกเสียง

กลายเป็นประเด็นร้อนของโฆษกรัฐบาลสดๆซิงๆ อย่าง นสพ. ชัย วัชรงค์ เรื่องความเหมาะสมในการทำหน้าที่กระบอกเสียง หลังแถลงข่าว เตรียมยกเลิกคำสั่งคสช.ด้วยคำสั่งนายกฯ และ ประเด็นรัฐบาลมีอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้น คือ นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง

เจ้าตัวโพสเฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า เห็นข่าวท่านโฆษกรัฐบาลแล้ว สงสารรัฐบาลทันทีที่บอกว่า คำสั่งนายกฯเทียบเท่า มติ ครม.  และ มติ ครม. สามารถ เหนือ คำสั่ง คสช. แม้ใจจริงก็อยากจะเชียร์ให้ทำเช่นนั้นได้  จะได้ใช้คำสั่งนายกรัฐมนตรี ล้างคำสั่ง คสช. ที่แย่ ๆ ให้หมด

แต่ในทางกฎหมาย คำสั่ง คสช. มีฐานะเทียบเท่า พรบ.  การจะแก้หรือยกเลิกคำสั่ง คสช. ต้องเสนอเป็นกฎหมายเข้าสภา  ไม่สามารถใช้มติ ครม.ได้ นอกจากนี้ คำสั่ง หรือ การสั่งการของนายกรัฐมนตรี  ก็ไม่เท่า มติ ครม. ไม่เช่นนั้น จะเสียเวลาประชุม ครม.ทำไม  หากนายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการได้เอง 

ส่วนเรื่องที่กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์  ก็เป็นความเข้าใจผิด  เพราะรัฏฐาธิปัตย์ หรือการเป็นผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่สุดในรัฐ นั้น คือ คณะรัฐประหาร ที่รวมอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการไว้ที่เดียว  สถานะปัจจุบันของรัฐบาล  เป็นแค่หนึ่งในสามของอำนาจอธิปไตย  หาใช่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ไม่

ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลว่า ทำไมเราจึง ต้องมีรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย  และไม่ควรมีสัตวแพทย์เป็นโฆษกรัฐบาล

สุทิน เมิน สส.ก้าวไกล พาดพิง ดีที่สุดก็แค่ โฆษกกลาโหม – ลั่นขอให้ดูการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558499

13 ก.ย. 2566

สุทิน  เมิน สส.ก้าวไกล พาดพิง ดีที่สุดก็แค่ โฆษกกลาโหม - ลั่นขอให้ดูการทำงาน

สุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม ไม่ถือสาอภิปรายในสภา มีควันหลง สส.ก้าวไกล เปรียบเปรยลงเอยเป็นได้แค่ “โฆษกกลาโหม” ระบุขอให้ดูจากการทำงาน ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนเรื่องปฏิรูปกองทัพวางใจได้เลย เดินหน้าแน่นอน คาดภายใน 2 ปี เห็นผลเป็นรูปธรรม

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า  การที่สส.ก้าวไกล อภิปรายในสภาพาดพิงว่า ตนทำงานเหมือนเป็นเพียงแค่โฆษกกลาโหม ไม่หนักใจ เป็นธรรมชาติของฝ่ายค้าน ที่จะวิจารณ์
แต่เชื่อว่าการนำเสนอและการทำงานต่อไปนี้พิสูจน์ได้ คำกล่าวของสส.พรรคก้าวไกล เป็นวาทกรรม   ย้ำว่าต้องดูการทำงาน


สำหรับการปฏิรูปกองทัพที่เป็นประเด็นสังคม  การปฏิรูปทุกองค์กร  มาจาก 3 ปัจจัย ปัจจัยที่ 1 คือ ปัจจัยภายในที่ผู้นำองค์กรนั้น ขึ้นมาปฏิรูปเอง ปัจจัยที่ 2 บางองค์กรคนภายในเรียกร้องให้ปฏิรูป    และปัจจัยที่ 3 คนภายในนิ่ง แต่คนภายนอกให้ปฏิรูป ซึ่งกองทัพ   มี 3 สาเหตุ โดยตัวผู้นำกองทัพก็ได้พูดเรื่องนี้มานานแล้ว ตัวคนในกองทัพก็มีแผนหลายเรื่อง และสังคมวันนี้ก็เรียกร้อง 3 ปัจจัยนี้ ก็ดำเนินการไป สิ่งที่ตนพูดไม่ว่าจะเป็นการลดกำลังพล การปรับภารกิจกองทัพ การพัฒนาเทคโนโลยี และนโยบายสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้  อันนี้ก็คือการสะท้อนว่าได้ปฏิรูปแล้ว และเชื่อว่าภายใน 2 ปี สิ่งที่สังคมต้องการเห็น จะได้พิสูจน์กัน

นายสุทิน    กล่าวว่า  กรณีการกู้เรือหลวงสุโขทัย ที่ถูกอภิปรายในสภา    โดยระบุว่าผู้ได้ยื่นประมูล มีนามสกุลเดียวกับว่าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเรื่องนี้    จะต้องรีบหาความชัดเจน   ”    เรื่องนี้ไม่มีคำว่าเกรงใจ  เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องทำให้กองทัพโปร่งใส ลดการทุจริตให้เหลือน้อยที่สุด  ” นายสุทิน  กล่าว 

ครม.นัดแรก แต่งตั้ง ‘ข้าราชการการรเมือง’ หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558496

13 ก.ย. 2566

ครม.นัดแรก แต่งตั้ง 'ข้าราชการการรเมือง' หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง

ครม. อนุมัติแต่งตั้ง ‘ข้าราชการการเมือง’ ทั้งเลขา-ที่ปรึกษารัฐมนตรี หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง มีผล 13 ก.ย. เป็นต้นไป

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 13 กันยายน 2566 ในเรื่องแต่งตั้ง ดังนี้

1. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 

2. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการต่างประเทศ) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้  

   1. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

   2. นายธนรัช จงสุทธนามณี ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  

   3. นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566เป็นต้นไป 

3. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงคมนาคม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

4. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย ดังนี้  

   1. นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

   2. นายวัลลภ รุจิรากร ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

5. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพาณิชย์) 

    คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

  1. นายกองตรี พิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  

   2. นายปัญญา ชวนบุญ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)    

  3. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   

   4. นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ [รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)]   

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

6. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงมหาดไทย) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 

   1. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  

   2. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

7. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงแรงงาน) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอการแต่งตั้ง นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

8. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงสาธารณสุข) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้  

   1. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

  2. นาวาอากาศตรี พลเทพ สุนทโร ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

9. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

   1. นายสมคิด เชื้อคง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง  

   2. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   

  3. นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   

   4. นายชัย วัชรงค์ ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

10. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการคลัง) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ดังนี้ 

  1. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 

   2. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

    3. นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

11. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง คือ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

12. การแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง  

13. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการคลัง) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเลื่อน นายลวรณ แสงสนิท อธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 

14. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงพลังงาน) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้ง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดี (ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 

15. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

16. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงกลาโหม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้ง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

17. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 

  1. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  

   2. นายกิตติ เชาวน์ดี ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

18. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

   1. นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  

   2. นายวิศรุต ปู่เพ็ง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

  3. นายนพ ชีวานันท์ ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  

  4. นายพิษณุ พลธี ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

19. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้  

   1. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้   

    1.1 นายภูมิธรรม เวชยชัย  

   1.2 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 

   1.3 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร 

   1.4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล  

   1.5 พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 

   1.6 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  

  2. ในระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ผู้รักษาราชการแทนข้างต้น จะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเสียก่อน 

‘นายกฯ’ ไฟเขียว ‘ยกเลิก ม.44’ หากไม่เสนอครม. ทบทวนก่อน 9 ต.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558495

13 ก.ย. 2566

‘นายกฯ’ ไฟเขียว ‘ยกเลิก ม.44’ หากไม่เสนอครม. ทบทวนก่อน 9 ต.ค.

หมอชัย โฆษกรัฐบาล ลั่นรัฐบาลนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ คำสั่งนายกฯ เทียบเท่ามติครม. เผย ‘นายกฯ’ ไฟเขียวทุกกระทรวง ทบวง กรม เสนอคำสั่งคสช.กลับมาให้ ครม.ทบทวน 25 ก.ย.นี้ หากไม่เสนอมาก่อน 9 ต.ค. ถือว่า ‘ยกเลิก ม.44 ’

ที่ทำเนียบรัฐบาล ‘หมอชัย’ นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดแรกของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมครม.วันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐ จากการเป็นผู้กำกับดูแลหรือคุณพ่อที่รู้ดี เดี๋ยวก็ออกกฎระเบียบออก

ให้ไปดูในทุกกระทรวงที่ผ่านมา ว่ามีมติ ครม.อะไรบ้าง ที่ตั้งคณะกรรมการต่างๆ ซึ่งเลขาฯ ครม.ระบุว่า มี 178 ชุด จึงมีคำสั่งให้ไปดูว่า คณะกรรมการทุกชุดที่ถูกตั้งขึ้นมา มีอะไรบ้างที่ควรให้มีต่อ พร้อมด้วยเหตุผล และส่งกลับมาในวันที่ 25 กันยายน 2566 ถ้าไม่มีเหตุผลและข้อเสนอที่ดีพอ ก็ให้ยกเลิกทั้งหมด

นายเศรษฐา ทวีสิืน นายกฯ ประชุมครม.นัดแรก เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิืน นายกฯ ประชุมครม.นัดแรก เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566

รวมถึงให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ในอดีตรับคำสั่งหรืออำนาจจาก คสช. แล้วยังต้องปฏิบัติการตามนั้น ให้ไปทบทวนว่า คําสั่ง คสช.อันไหนที่ยังมีความจำเป็นต้องคงไว้หรือไม่ หากไม่เสนอมาในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ให้ถือว่ายกเลิก

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการจะยกเลิกคำสั่ง คสช. จะใช้วิธีการใดในการดำเนินการ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า “มติคณะรัฐมนตรีก็ยกเลิกได้ ตอนนี้รัฐบาลนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ยกเลิกได้อยู่แล้วครับ”

เมื่อถามย้ำว่า มติ ครม.สามารถ ยกเลิก ม.44 ได้หรือไม่ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า คำสั่งอะไรก็ตามของ คสช. ภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ถ้าไม่มีเสนอเข้ามาว่าจะขอใช้ต่อ ให้มีผลยกเลิกทันที ซึ่งเป็นกลไกที่มีคำสั่งออกมาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่เสนอเข้ามายกเลิกเลย

เมื่อถามว่า ข้อสั่งการนายกฯ ศักดิ์ของกฎหมายเทียบเท่าคำสั่ง คสช.ได้หรือไม่ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า ไม่ว่าจะศักดิ์เทียบเท่าหรือไม่แล้วแต่คนมอง แต่จะมีผลทันที เพราะเป็นคำสั่งที่ออกเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อสั่งการนายกฯ หรือเป็นมติ ครม. นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า เป็นข้อสั่งการ