ครม.นัดแรก แต่งตั้ง ‘ข้าราชการการรเมือง’ หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558496

13 ก.ย. 2566

ครม.นัดแรก แต่งตั้ง 'ข้าราชการการรเมือง' หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง

ครม. อนุมัติแต่งตั้ง ‘ข้าราชการการเมือง’ ทั้งเลขา-ที่ปรึกษารัฐมนตรี หลายตำแหน่ง หลายกระทรวง มีผล 13 ก.ย. เป็นต้นไป

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 13 กันยายน 2566 ในเรื่องแต่งตั้ง ดังนี้

1. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 

2. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการต่างประเทศ) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้  

   1. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

   2. นายธนรัช จงสุทธนามณี ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  

   3. นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566เป็นต้นไป 

3. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงคมนาคม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

4. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย ดังนี้  

   1. นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

   2. นายวัลลภ รุจิรากร ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

5. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพาณิชย์) 

    คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

  1. นายกองตรี พิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  

   2. นายปัญญา ชวนบุญ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)    

  3. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   

   4. นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ [รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)]   

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

6. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงมหาดไทย) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 

   1. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  

   2. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

7. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงแรงงาน) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอการแต่งตั้ง นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

8. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงสาธารณสุข) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้  

   1. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

  2. นาวาอากาศตรี พลเทพ สุนทโร ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

9. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

   1. นายสมคิด เชื้อคง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง  

   2. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   

  3. นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   

   4. นายชัย วัชรงค์ ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

10. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการคลัง) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ดังนี้ 

  1. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 

   2. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

    3. นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

11. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง คือ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

12. การแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง  

13. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการคลัง) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเลื่อน นายลวรณ แสงสนิท อธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 

14. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงพลังงาน) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้ง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดี (ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 

15. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

16. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงกลาโหม) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้ง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

17. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 

  1. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  

   2. นายกิตติ เชาวน์ดี ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

18. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ) 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 

   1. นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  

   2. นายวิศรุต ปู่เพ็ง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

  3. นายนพ ชีวานันท์ ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  

  4. นายพิษณุ พลธี ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป 

19. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี 

  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้  

   1. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้   

    1.1 นายภูมิธรรม เวชยชัย  

   1.2 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 

   1.3 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร 

   1.4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล  

   1.5 พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 

   1.6 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  

  2. ในระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ผู้รักษาราชการแทนข้างต้น จะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเสียก่อน 

‘นายกฯ’ ไฟเขียว ‘ยกเลิก ม.44’ หากไม่เสนอครม. ทบทวนก่อน 9 ต.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558495

13 ก.ย. 2566

‘นายกฯ’ ไฟเขียว ‘ยกเลิก ม.44’ หากไม่เสนอครม. ทบทวนก่อน 9 ต.ค.

หมอชัย โฆษกรัฐบาล ลั่นรัฐบาลนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ คำสั่งนายกฯ เทียบเท่ามติครม. เผย ‘นายกฯ’ ไฟเขียวทุกกระทรวง ทบวง กรม เสนอคำสั่งคสช.กลับมาให้ ครม.ทบทวน 25 ก.ย.นี้ หากไม่เสนอมาก่อน 9 ต.ค. ถือว่า ‘ยกเลิก ม.44 ’

ที่ทำเนียบรัฐบาล ‘หมอชัย’ นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดแรกของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมครม.วันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐ จากการเป็นผู้กำกับดูแลหรือคุณพ่อที่รู้ดี เดี๋ยวก็ออกกฎระเบียบออก

ให้ไปดูในทุกกระทรวงที่ผ่านมา ว่ามีมติ ครม.อะไรบ้าง ที่ตั้งคณะกรรมการต่างๆ ซึ่งเลขาฯ ครม.ระบุว่า มี 178 ชุด จึงมีคำสั่งให้ไปดูว่า คณะกรรมการทุกชุดที่ถูกตั้งขึ้นมา มีอะไรบ้างที่ควรให้มีต่อ พร้อมด้วยเหตุผล และส่งกลับมาในวันที่ 25 กันยายน 2566 ถ้าไม่มีเหตุผลและข้อเสนอที่ดีพอ ก็ให้ยกเลิกทั้งหมด

นายเศรษฐา ทวีสิืน นายกฯ ประชุมครม.นัดแรก เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิืน นายกฯ ประชุมครม.นัดแรก เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566

รวมถึงให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ในอดีตรับคำสั่งหรืออำนาจจาก คสช. แล้วยังต้องปฏิบัติการตามนั้น ให้ไปทบทวนว่า คําสั่ง คสช.อันไหนที่ยังมีความจำเป็นต้องคงไว้หรือไม่ หากไม่เสนอมาในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ให้ถือว่ายกเลิก

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการจะยกเลิกคำสั่ง คสช. จะใช้วิธีการใดในการดำเนินการ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า “มติคณะรัฐมนตรีก็ยกเลิกได้ ตอนนี้รัฐบาลนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ยกเลิกได้อยู่แล้วครับ”

เมื่อถามย้ำว่า มติ ครม.สามารถ ยกเลิก ม.44 ได้หรือไม่ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า คำสั่งอะไรก็ตามของ คสช. ภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ถ้าไม่มีเสนอเข้ามาว่าจะขอใช้ต่อ ให้มีผลยกเลิกทันที ซึ่งเป็นกลไกที่มีคำสั่งออกมาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่เสนอเข้ามายกเลิกเลย

เมื่อถามว่า ข้อสั่งการนายกฯ ศักดิ์ของกฎหมายเทียบเท่าคำสั่ง คสช.ได้หรือไม่ นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า ไม่ว่าจะศักดิ์เทียบเท่าหรือไม่แล้วแต่คนมอง แต่จะมีผลทันที เพราะเป็นคำสั่งที่ออกเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อสั่งการนายกฯ หรือเป็นมติ ครม. นายสัตวแพทย์ชัยกล่าวว่า เป็นข้อสั่งการ

รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558492

13 ก.ย. 2566

รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

กระทรวงกลาโหม เวอร์ชั่นพลเรือนทำหน้าที่เจ้ากระทรวง สุทิน คลังแสง เครื่องร้อน ประชุมหน่วยขึ้นต้นมอบหมายภารกิจสานต่อ มองภัยความยากจน เป็นเรื่องที่ ” กองทัพ” ต้องนำเข้าไปเป็นส่วนร่วมกับภารกิจ พร้อมเปิดทางให้นำที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้กับประชาชน

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    เปิดเผยว่า  ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม  ได้แจ้งให้ กองทัพ ทราบว่ารัฐบาลมอบหมายภารกิจใดบ้าง  แนวทางที่ตนวางไว้   คือทำให้กองทัพมีความทันสมัย มีขีดความสามารถ มีสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ไม่แพ้ประเทศอื่น และมีขนาดที่พอเหมาะ แต่ศักยภาพไม่ลด เพราะสังคมเรียกร้อง   ทั้งจะให้กองทัพทบทวนภารกิจให้สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งปัจจุบันทราบว่ามีภัยคุกคามหลายรูปแบบ มีเรื่องภัยความยากจนที่รัฐบาลอยากให้กองทัพตระหนัก และเพิ่มเข้าไปเป็นภารกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะกองทัพมีศักยภาพที่ทำได้ 
 


สำหรับการนำที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของ กองทัพ ไปให้ประชาชนใช้ประโยชน์นั้น  ที่ดินของกองทัพมี 2 ส่วนคือ ที่ดินที่เป็นขอบเขตทางยุทธศาสตร์ หรือเป็นที่ตั้งชัดเจน เช่นค่ายฝึก อีกส่วนคือที่ดินว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งรัฐบาลจะให้ไปสำรวจและนำไปแบ่งสรรให้ประชาชนใช้ทำมาหากิน ขณะที่รัฐบาลต้องไปพูดคุยกับกรมธนารักษ์  ขณะเดียวกันโรงพยาบาลในค่ายทหารต่างๆ   ให้เปิดให้ประชาชนมาใช้บริการ เว้นมีภัยสงคราม กองทัพก็สามารถสงวนไว้เองได้

ส่วนเรื่องกองทัพทันสมัยด้วยเทคโนโลยี ต้องนำเทคโนโลยี นำความก้าวหน้าใหม่ๆ มาใช้ทางยุทธการไว้เสริมกำลังรบ  หรือมีเรื่องของไซเบอร์ ซึ่งวันหนึ่งอาจพัฒนาเป็นกองทัพที่ 5 โดยให้ไปศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่ และจะเป็นรูปธรรมในปีไหน โดยอาจขยายกำลังไปปกป้องนักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทย


“กรณีหากมีทหารถูกพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังธุรกิจสีเทาและผู้มีอิทธิพล เป็นเรื่องที่ต้องให้กองทัพกวดขันกำลังพลของตัวเองให้อยู่ในแถว ถ้าพบทหารหน่วยใดออกไปทำการแบบนั้น ผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ   ในฐานะที่มาจากพลเรือนเราต้องฟังเสียงจากสังคม สังคมเรียกร้อง ไม่มีทางอื่น ก็ต้องดำเนินการ”  นายสุทิน  ระบุ

รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ในการเข้ารับตำแหน่งที่กระทรวงฯ 

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง รักษาการรมว. ต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558485

13 ก.ย. 2566

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง  รักษาการรมว. ต่างประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ “ภูมิธรรม เวชยชัย ” ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีคนที่ 1  ทั้งยังพ่วง รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามลำดับดังนี้

.

1 นายภูมิธรรม เวชยชัย
2 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
3.นายปานปรีย์ พหิทธานุดร 
4.นายอนุทิน ชาญวีรกูล
5.พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ
6.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 

.

ทั้งนี้ระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีผู้รักษาราชการแทนข้างต้น จะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีได้ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเสียก่อน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง  รักษาการรมว. ต่างประเทศ

.

ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

.

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเลื่อน นายลวรณ แสงสนิท อธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 


นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้ง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง


ขณะเดียวกัน​ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 
  1. นายสมคิด เชื้อคง     ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง  
  2. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม     ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   
  3. นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ   ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   
  4. นายชัย วัชรงค์    ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้ง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

‘ศาลรธน.’ ตีตก ปม ‘ณฐพร’ ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558472

13 ก.ย. 2566

'ศาลรธน.' ตีตก ปม 'ณฐพร' ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ไม่รับคำร้อง ปม ‘ณฐพร’ ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง แก้หมวด 1 หมวด 2 และร่วมกิจกรรมแนวคิดแบ่งแยกดินแดน

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ และพรรคเป็นธรรม ที่มีความพยายามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในหมวด 1 และหมวด 2 

และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของบุคคลและกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์หรือแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐโดยสนับสนุนให้ดินแดนอันเป็นเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรมีสิทธิปกครองตัวเองหรือแยกตัวเป็นเอกราชในลักษณะของการแบ่งแยกดินแดน เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของผู้ถูกร้องทั้ง 3 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏในคำร้อง หากเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เป็นการใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพที่ไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 อีกทั้งข้อกล่าวอ้างเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารคำร้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอื่นใดที่แสดงให้เห็นว่า  ผู้ถูกร้องทั้ง 3 มีพฤติการณ์หรือกระทำการเกี่ยวข้องเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย 

เอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558461

13 ก.ย. 2566

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

‘สุทิน คลังแสง’ ถือฤกษ์ดีเลข 13 มงคลชีวิต เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’ พลเรือนคนแรกที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี รับการตรวจแถวกองเกียรติยศ นิมนต์เกจิชื่อดัง บ้านเกิดมหาสารคาม ทำพิธีเจิมเล็กเจิมน้อย ส่วนนั่งเก้าอี้ยาว อยู่ที่เจ้าตัว ขณะที่ผบ.เหล่าทัพร่วมต้อนรับพรึบ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 ที่ศาลหลักเมือง นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) สักการะศาลหลักเมือง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นายรัฐ คลังแสง บุตรชาย และ สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ถวายพวงมาลัยบูชา พระพุทธรัตนศรีนครบพิตร ที่อาคารหอพระพุทธรูป ก่อนที่จะผูกผ้าสามสีศาลหลักเมืองจำลอง บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ว่าที่ ผบ.ทหารสูงสุด ,พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบัน , พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

พร้อมด้วยฝ่ายข้าราชการการเมือง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ว่าที่ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่เลขานุการ รมว.กลาโหม ตลอดจนคณะทำงานของรมว.กลาโหม

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

จากนั้นได้ถือฤกษ์ วันที่ 13 เวลา 13.13 น.เข้ากระทรวงกลาโหม ได้สักการะ เจ้าพ่อหอกลอง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม ก่อนที่จะเข้าพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ณ ลานอเนกประสงค์ ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นพลเรือนคนแรกไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับการตรวจแถวกองเกียรติยศก่อนประชุมมอบนโนบายการทำงานให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ

และ ในเวลา 13:23 น. ระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม ละได้มีการนิมนต์เชิญ พระวชิรญาณวิศิฎ์ หรือ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พรอาจารย์ชื่อดังจาก วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม เข้าไปทำพิธีที่ห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ ว่าวันนี้เป็นฤกษ์ดีใช่หรือไม่ ซึ่งพระอาจารย์สุริยันต์ กล่าวว่า ฤกษ์ดีมีทุกเวลา ขอแต่มีความพร้อม ถ้าไม่มีความพร้อม ฤกษ์ก็ไม่ดีสักอย่าง เพราะฉะนั้นขอให้อยู่กับความพร้อม

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

เมื่อถามว่ามีการเจิม หรือนั่งเก้าอี้ หรือทำพิธีหรือไม่ พระอาจารย์สุริยันต์ กล่าวว่า ได้เจิมเล็กเจิมน้อยตามปกติ

ส่วนได้มีการเจิมเก้าอี้ เพื่อให้นายสุทินได้อยู่ในตำแหน่งยาวๆ ทำงานราบรื่น หรือไม่นั้น พระอาจารย์สุริยันต์ บอกว่า อันนี้ตอบไม่ได้ แต่เจิมให้เป็นประเพณี ให้อยู่เย็นเป็นสุข ส่วนจะอยู่ยาวหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำงานของเจ้าตัว

ทำไม ‘สุทิน’ ต้องถือฤกษ์เลข13

มีรายงานที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ถือฤกษ์เลข 13 ถือเป็นเลขมงคลชีวิตของนายสุทิน ซึ่งเมื่อครั้งเข้ารับราชการครูวันแรกในวันที่ 13 เป็น , เป็นสส.สมัยแรก ในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ในวันที่ 13 และหลายเหตุการณ์ในชีวิตของนายสุทิน ที่ตรงกับเลข 13 จึงถือฤกษ์วันที่ 13 ก.ย. 2566 เวลา 13.13 น.เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วันแรก เช่นเดียวกัน

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

‘แบ่งงาน’ ‘กระทรวงมหาดไทย’ ภูมิใจไทยคุม 5 กรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558462

13 ก.ย. 2566

'แบ่งงาน' 'กระทรวงมหาดไทย' ภูมิใจไทยคุม 5 กรม

รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คุม 5 กรม ของ ‘กระทรวงมหาดไทย’ ยกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ดูแล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามคำสั่งแบ่งงาน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทยอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมโยธาธิการและผังเมือง การประสานงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกำกับดูแลการประปานครหลวง

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน และกำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และกำกับดูแลองค์การตลาด และองค์การจัดการน้ำเสีย

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดที่ทำงานใกล้ชิดพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 2566 นี้

‘เพื่อไทย’ ยกขบวนรวบ คกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558456

13 ก.ย. 2566

'เพื่อไทย' ยกขบวนรวบ คกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์

‘เศรษฐา’ นั่งปธ. ‘อุ๊งอิ๊ง’ รองปธ. ในคกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ตามนโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเราได้ประกาศตั้งแต่ตอนหาเสียงไปว่า ซอฟต์พาวเวอร์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เล็งไว้ว่า 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ รายได้สัก 20,000 บาทต่อเดือน มี 20 ล้านตำแหน่ง เป็นเรื่องใหญ่มาก

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่าด้วย เพื่อกำหนดคซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย ประกอบด้วย

นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธาน 

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน 

นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษา 

นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นกรรมการ เป็นชุดใหญ่

นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขานุการ 

คิดได้ไง ‘จ่ายเงินเดือน’ ‘ข้าราชการ’ สองงวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558457

13 ก.ย. 2566

คิดได้ไง 'จ่ายเงินเดือน' 'ข้าราชการ' สองงวด

สมชัย ศรีสุทธิยากร ท้วงมติครม. ‘จ่ายเงินเดือน’ ‘ข้าราชการ’ สองงวดต่อเดือน มีปัญหาตามมาอย่างมาก หากไม่ศึกษาอย่างรอบคอบ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งโพสเฟซบุ๊ก ท้วงติงมติครม. เศรษฐา เรื่องการเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็นทุกครึ่งเดือน  โดยมีเหตุผลว่า เพื่อให้ข้าราชการมีเงินเดือนใช้เพียงพอกระจายทั้งเดือน ลดการกู้  ไม่ต้องเป็นหนี้ว่า

เป็นการคิดแบบเร็ว ๆ หรือมีการศึกษาวิจัยอยู่เบื้องหลัง และสอบถามความเห็นจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หรือยัง เพราะระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง ต้องมีการปรับใหม่และ ทำเพิ่มเป็นสองรอบต่อเดือน เป็นภาระทางธุรการแก่ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง  เช่น คลังจังหวัด  กองคลังของทุกหน่วยงานหรือไม่

ระบบจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ยังผูกกับเงินหักหนี้สินต่าง ๆ  เช่น เงินกู้สหกรณ์  เงินหักส่งสวัสดิการต่าง ๆ  ซึ่งหักเป็นรายเดือน  ระบบดังกล่าวต้องแบ่งเป็นสองงวดตามด้วย  หากแบ่งไม่ได้ จะเป็นการสร้างภาระแก่ข้าราชการในครึ่งเดือนแรก นอกจากนี้ยังมีค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เงินกู้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต ทั้งหมดชำระเป็นรายเดือน และเป็นของเอกชน ที่อาจไม่สามารถขอผ่อนผันจ่ายเป็น 2 งวดต่อเดือนได้

อดีตกกต.แนะว่าการ คิดใหม่ ทำเร็ว ควรมีการศึกษาวิจัย และถามความเห็นจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก่อน  เพราะที่นี่ ไม่ใช่แสนสิริ  และใครผ่อนคอนโดแสนสิริ  อย่าลืมขอใช้สิทธิผ่อนเป็น 2 งวดต่อเดือนด้วย

‘สมศักดิ์’ เผย ยังไม่มีแบ่งงาน ‘รองนายกรัฐมนตรี’ ลั่นทำงานได้ทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558453

13 ก.ย. 2566

'สมศักดิ์' เผย ยังไม่มีแบ่งงาน 'รองนายกรัฐมนตรี' ลั่นทำงานได้ทุกด้าน

‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ เผย ครม.ยังไม่มีการแบ่งงาน ‘รองนายกรัฐมนตรี’ หากได้รับมอบหมายดูกระทรวงอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องน้ำและเกษตรที่เคยดูแล ก็ไม่มีปัญหา พร้อมทำงานได้ทุกด้าน เป็นการรับผิดชอบเพื่อนำเรื่องเข้าสู่ ครม.เป็นหลัก

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า มี 2 ระเบียบวาระ อาจมีวาระจรเข้ามาบ้าง แต่การแบ่งงานของรองนายกรัฐมนตรี นั้นยังไม่มี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า อยากทำงานในด้านไหน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทำได้ทุกด้าน คงไม่ต้องคำนึงถึงว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ มันต้องทำ เนื่องจากคณะกรรมการที่มีอยู่นั้นมีจำนวนมาก ควรต้องแบ่ง ซึ่งแบ่งให้ทุกรองนายกรัฐมนตรี มีคณะทำงานที่มองเห็นอยู่เกือบ 200 ชุดที่มีคณะกรรมการอยู่

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า นายสมศักดิ์ จะกำกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวง ยธ. พร้อมรับงานด้านนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนกำกับไม่ยาก แต่คนที่ถูกกำกับเขาจะสบายใจหรือไม่

เมื่อถามว่า เรื่องน้ำและเรื่องเกษตรที่เคยดูมาก่อนหน้านี้หากได้ทำต่อจะถือเป็นความต่อเนื่องและทำให้นโยบายของรัฐบาลสานต่อไปหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ให้เห็นก่อนว่าทำตรงนี้หรือไม่ ถ้าเราไปบอกว่าเหมาะ หรือไม่เหมาะ หากไม่ได้รับการแบ่งอย่างที่ถามไปจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าผิดหวังต่างๆ ซึ่งไม่มี เนื่องจากเป็นมาหลายครั้งแล้ว ไม่มีปัญหา ทำได้

เมื่อถามว่า ถ้าได้รับมอบหมายให้ดูกระทรวงอื่นรับได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นงานประจำ คงไม่ต้องรับผิดชอบในรายละเอียด แต่เป็นการรับผิดชอบเพื่อให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหลักมากกว่า