รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558492

13 ก.ย. 2566

รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

กระทรวงกลาโหม เวอร์ชั่นพลเรือนทำหน้าที่เจ้ากระทรวง สุทิน คลังแสง เครื่องร้อน ประชุมหน่วยขึ้นต้นมอบหมายภารกิจสานต่อ มองภัยความยากจน เป็นเรื่องที่ ” กองทัพ” ต้องนำเข้าไปเป็นส่วนร่วมกับภารกิจ พร้อมเปิดทางให้นำที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้กับประชาชน

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    เปิดเผยว่า  ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม  ได้แจ้งให้ กองทัพ ทราบว่ารัฐบาลมอบหมายภารกิจใดบ้าง  แนวทางที่ตนวางไว้   คือทำให้กองทัพมีความทันสมัย มีขีดความสามารถ มีสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ไม่แพ้ประเทศอื่น และมีขนาดที่พอเหมาะ แต่ศักยภาพไม่ลด เพราะสังคมเรียกร้อง   ทั้งจะให้กองทัพทบทวนภารกิจให้สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งปัจจุบันทราบว่ามีภัยคุกคามหลายรูปแบบ มีเรื่องภัยความยากจนที่รัฐบาลอยากให้กองทัพตระหนัก และเพิ่มเข้าไปเป็นภารกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะกองทัพมีศักยภาพที่ทำได้ 
 


สำหรับการนำที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของ กองทัพ ไปให้ประชาชนใช้ประโยชน์นั้น  ที่ดินของกองทัพมี 2 ส่วนคือ ที่ดินที่เป็นขอบเขตทางยุทธศาสตร์ หรือเป็นที่ตั้งชัดเจน เช่นค่ายฝึก อีกส่วนคือที่ดินว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งรัฐบาลจะให้ไปสำรวจและนำไปแบ่งสรรให้ประชาชนใช้ทำมาหากิน ขณะที่รัฐบาลต้องไปพูดคุยกับกรมธนารักษ์  ขณะเดียวกันโรงพยาบาลในค่ายทหารต่างๆ   ให้เปิดให้ประชาชนมาใช้บริการ เว้นมีภัยสงคราม กองทัพก็สามารถสงวนไว้เองได้

ส่วนเรื่องกองทัพทันสมัยด้วยเทคโนโลยี ต้องนำเทคโนโลยี นำความก้าวหน้าใหม่ๆ มาใช้ทางยุทธการไว้เสริมกำลังรบ  หรือมีเรื่องของไซเบอร์ ซึ่งวันหนึ่งอาจพัฒนาเป็นกองทัพที่ 5 โดยให้ไปศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่ และจะเป็นรูปธรรมในปีไหน โดยอาจขยายกำลังไปปกป้องนักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทย


“กรณีหากมีทหารถูกพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังธุรกิจสีเทาและผู้มีอิทธิพล เป็นเรื่องที่ต้องให้กองทัพกวดขันกำลังพลของตัวเองให้อยู่ในแถว ถ้าพบทหารหน่วยใดออกไปทำการแบบนั้น ผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ   ในฐานะที่มาจากพลเรือนเราต้องฟังเสียงจากสังคม สังคมเรียกร้อง ไม่มีทางอื่น ก็ต้องดำเนินการ”  นายสุทิน  ระบุ

รมว.กลาโหม สุดฟิต มอบภารกิจ กองทัพ ร่วมดับความยากจน

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ในการเข้ารับตำแหน่งที่กระทรวงฯ 

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง รักษาการรมว. ต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558485

13 ก.ย. 2566

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง  รักษาการรมว. ต่างประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ “ภูมิธรรม เวชยชัย ” ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีคนที่ 1  ทั้งยังพ่วง รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามลำดับดังนี้

.

1 นายภูมิธรรม เวชยชัย
2 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
3.นายปานปรีย์ พหิทธานุดร 
4.นายอนุทิน ชาญวีรกูล
5.พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ
6.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 

.

ทั้งนี้ระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีผู้รักษาราชการแทนข้างต้น จะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีได้ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเสียก่อน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 

ภูมิธรรม ขึ้นอันดับ 1 รักษาราชการนายกฯ  พ่วง  รักษาการรมว. ต่างประเทศ

.

ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

.

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเลื่อน นายลวรณ แสงสนิท อธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 


นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้ง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง


ขณะเดียวกัน​ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 
  1. นายสมคิด เชื้อคง     ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง  
  2. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม     ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   
  3. นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ   ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   
  4. นายชัย วัชรงค์    ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้ง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

‘ศาลรธน.’ ตีตก ปม ‘ณฐพร’ ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558472

13 ก.ย. 2566

'ศาลรธน.' ตีตก ปม 'ณฐพร' ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ไม่รับคำร้อง ปม ‘ณฐพร’ ร้อง ก้าวไกล-เป็นธรรม-ประชาชาติ ล้มล้างการปกครอง แก้หมวด 1 หมวด 2 และร่วมกิจกรรมแนวคิดแบ่งแยกดินแดน

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ และพรรคเป็นธรรม ที่มีความพยายามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในหมวด 1 และหมวด 2 

และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของบุคคลและกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์หรือแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐโดยสนับสนุนให้ดินแดนอันเป็นเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรมีสิทธิปกครองตัวเองหรือแยกตัวเป็นเอกราชในลักษณะของการแบ่งแยกดินแดน เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของผู้ถูกร้องทั้ง 3 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏในคำร้อง หากเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เป็นการใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพที่ไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 อีกทั้งข้อกล่าวอ้างเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารคำร้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอื่นใดที่แสดงให้เห็นว่า  ผู้ถูกร้องทั้ง 3 มีพฤติการณ์หรือกระทำการเกี่ยวข้องเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย 

เอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558461

13 ก.ย. 2566

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

‘สุทิน คลังแสง’ ถือฤกษ์ดีเลข 13 มงคลชีวิต เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’ พลเรือนคนแรกที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี รับการตรวจแถวกองเกียรติยศ นิมนต์เกจิชื่อดัง บ้านเกิดมหาสารคาม ทำพิธีเจิมเล็กเจิมน้อย ส่วนนั่งเก้าอี้ยาว อยู่ที่เจ้าตัว ขณะที่ผบ.เหล่าทัพร่วมต้อนรับพรึบ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 ที่ศาลหลักเมือง นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) สักการะศาลหลักเมือง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นายรัฐ คลังแสง บุตรชาย และ สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ถวายพวงมาลัยบูชา พระพุทธรัตนศรีนครบพิตร ที่อาคารหอพระพุทธรูป ก่อนที่จะผูกผ้าสามสีศาลหลักเมืองจำลอง บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ว่าที่ ผบ.ทหารสูงสุด ,พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบัน , พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

พร้อมด้วยฝ่ายข้าราชการการเมือง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ว่าที่ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่เลขานุการ รมว.กลาโหม ตลอดจนคณะทำงานของรมว.กลาโหม

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

จากนั้นได้ถือฤกษ์ วันที่ 13 เวลา 13.13 น.เข้ากระทรวงกลาโหม ได้สักการะ เจ้าพ่อหอกลอง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม ก่อนที่จะเข้าพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ณ ลานอเนกประสงค์ ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นพลเรือนคนแรกไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับการตรวจแถวกองเกียรติยศก่อนประชุมมอบนโนบายการทำงานให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ

และ ในเวลา 13:23 น. ระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม ละได้มีการนิมนต์เชิญ พระวชิรญาณวิศิฎ์ หรือ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พรอาจารย์ชื่อดังจาก วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม เข้าไปทำพิธีที่ห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ ว่าวันนี้เป็นฤกษ์ดีใช่หรือไม่ ซึ่งพระอาจารย์สุริยันต์ กล่าวว่า ฤกษ์ดีมีทุกเวลา ขอแต่มีความพร้อม ถ้าไม่มีความพร้อม ฤกษ์ก็ไม่ดีสักอย่าง เพราะฉะนั้นขอให้อยู่กับความพร้อม

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

เมื่อถามว่ามีการเจิม หรือนั่งเก้าอี้ หรือทำพิธีหรือไม่ พระอาจารย์สุริยันต์ กล่าวว่า ได้เจิมเล็กเจิมน้อยตามปกติ

ส่วนได้มีการเจิมเก้าอี้ เพื่อให้นายสุทินได้อยู่ในตำแหน่งยาวๆ ทำงานราบรื่น หรือไม่นั้น พระอาจารย์สุริยันต์ บอกว่า อันนี้ตอบไม่ได้ แต่เจิมให้เป็นประเพณี ให้อยู่เย็นเป็นสุข ส่วนจะอยู่ยาวหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำงานของเจ้าตัว

ทำไม ‘สุทิน’ ต้องถือฤกษ์เลข13

มีรายงานที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ถือฤกษ์เลข 13 ถือเป็นเลขมงคลชีวิตของนายสุทิน ซึ่งเมื่อครั้งเข้ารับราชการครูวันแรกในวันที่ 13 เป็น , เป็นสส.สมัยแรก ในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ในวันที่ 13 และหลายเหตุการณ์ในชีวิตของนายสุทิน ที่ตรงกับเลข 13 จึงถือฤกษ์วันที่ 13 ก.ย. 2566 เวลา 13.13 น.เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วันแรก เช่นเดียวกัน

‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’
‘สุทิน’ มากับพระ ถือฤกษ์ดีเลข 13-13-13 เข้าปฏิบัติหน้าที่ ‘รมว.กลาโหม’

‘แบ่งงาน’ ‘กระทรวงมหาดไทย’ ภูมิใจไทยคุม 5 กรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558462

13 ก.ย. 2566

'แบ่งงาน' 'กระทรวงมหาดไทย' ภูมิใจไทยคุม 5 กรม

รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คุม 5 กรม ของ ‘กระทรวงมหาดไทย’ ยกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ดูแล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามคำสั่งแบ่งงาน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทยอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมโยธาธิการและผังเมือง การประสานงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกำกับดูแลการประปานครหลวง

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน และกำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งและปฏิบัติราชการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และกำกับดูแลองค์การตลาด และองค์การจัดการน้ำเสีย

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดที่ทำงานใกล้ชิดพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 2566 นี้

‘เพื่อไทย’ ยกขบวนรวบ คกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558456

13 ก.ย. 2566

'เพื่อไทย' ยกขบวนรวบ คกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์

‘เศรษฐา’ นั่งปธ. ‘อุ๊งอิ๊ง’ รองปธ. ในคกก.ยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ตามนโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเราได้ประกาศตั้งแต่ตอนหาเสียงไปว่า ซอฟต์พาวเวอร์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เล็งไว้ว่า 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ รายได้สัก 20,000 บาทต่อเดือน มี 20 ล้านตำแหน่ง เป็นเรื่องใหญ่มาก

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่าด้วย เพื่อกำหนดคซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย ประกอบด้วย

นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธาน 

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน 

นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษา 

นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นกรรมการ เป็นชุดใหญ่

นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขานุการ 

คิดได้ไง ‘จ่ายเงินเดือน’ ‘ข้าราชการ’ สองงวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558457

13 ก.ย. 2566

คิดได้ไง 'จ่ายเงินเดือน' 'ข้าราชการ' สองงวด

สมชัย ศรีสุทธิยากร ท้วงมติครม. ‘จ่ายเงินเดือน’ ‘ข้าราชการ’ สองงวดต่อเดือน มีปัญหาตามมาอย่างมาก หากไม่ศึกษาอย่างรอบคอบ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งโพสเฟซบุ๊ก ท้วงติงมติครม. เศรษฐา เรื่องการเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็นทุกครึ่งเดือน  โดยมีเหตุผลว่า เพื่อให้ข้าราชการมีเงินเดือนใช้เพียงพอกระจายทั้งเดือน ลดการกู้  ไม่ต้องเป็นหนี้ว่า

เป็นการคิดแบบเร็ว ๆ หรือมีการศึกษาวิจัยอยู่เบื้องหลัง และสอบถามความเห็นจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หรือยัง เพราะระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง ต้องมีการปรับใหม่และ ทำเพิ่มเป็นสองรอบต่อเดือน เป็นภาระทางธุรการแก่ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง  เช่น คลังจังหวัด  กองคลังของทุกหน่วยงานหรือไม่

ระบบจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ยังผูกกับเงินหักหนี้สินต่าง ๆ  เช่น เงินกู้สหกรณ์  เงินหักส่งสวัสดิการต่าง ๆ  ซึ่งหักเป็นรายเดือน  ระบบดังกล่าวต้องแบ่งเป็นสองงวดตามด้วย  หากแบ่งไม่ได้ จะเป็นการสร้างภาระแก่ข้าราชการในครึ่งเดือนแรก นอกจากนี้ยังมีค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เงินกู้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต ทั้งหมดชำระเป็นรายเดือน และเป็นของเอกชน ที่อาจไม่สามารถขอผ่อนผันจ่ายเป็น 2 งวดต่อเดือนได้

อดีตกกต.แนะว่าการ คิดใหม่ ทำเร็ว ควรมีการศึกษาวิจัย และถามความเห็นจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก่อน  เพราะที่นี่ ไม่ใช่แสนสิริ  และใครผ่อนคอนโดแสนสิริ  อย่าลืมขอใช้สิทธิผ่อนเป็น 2 งวดต่อเดือนด้วย

‘สมศักดิ์’ เผย ยังไม่มีแบ่งงาน ‘รองนายกรัฐมนตรี’ ลั่นทำงานได้ทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558453

13 ก.ย. 2566

'สมศักดิ์' เผย ยังไม่มีแบ่งงาน 'รองนายกรัฐมนตรี' ลั่นทำงานได้ทุกด้าน

‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ เผย ครม.ยังไม่มีการแบ่งงาน ‘รองนายกรัฐมนตรี’ หากได้รับมอบหมายดูกระทรวงอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องน้ำและเกษตรที่เคยดูแล ก็ไม่มีปัญหา พร้อมทำงานได้ทุกด้าน เป็นการรับผิดชอบเพื่อนำเรื่องเข้าสู่ ครม.เป็นหลัก

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า มี 2 ระเบียบวาระ อาจมีวาระจรเข้ามาบ้าง แต่การแบ่งงานของรองนายกรัฐมนตรี นั้นยังไม่มี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า อยากทำงานในด้านไหน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทำได้ทุกด้าน คงไม่ต้องคำนึงถึงว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ มันต้องทำ เนื่องจากคณะกรรมการที่มีอยู่นั้นมีจำนวนมาก ควรต้องแบ่ง ซึ่งแบ่งให้ทุกรองนายกรัฐมนตรี มีคณะทำงานที่มองเห็นอยู่เกือบ 200 ชุดที่มีคณะกรรมการอยู่

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า นายสมศักดิ์ จะกำกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวง ยธ. พร้อมรับงานด้านนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนกำกับไม่ยาก แต่คนที่ถูกกำกับเขาจะสบายใจหรือไม่

เมื่อถามว่า เรื่องน้ำและเรื่องเกษตรที่เคยดูมาก่อนหน้านี้หากได้ทำต่อจะถือเป็นความต่อเนื่องและทำให้นโยบายของรัฐบาลสานต่อไปหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ให้เห็นก่อนว่าทำตรงนี้หรือไม่ ถ้าเราไปบอกว่าเหมาะ หรือไม่เหมาะ หากไม่ได้รับการแบ่งอย่างที่ถามไปจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าผิดหวังต่างๆ ซึ่งไม่มี เนื่องจากเป็นมาหลายครั้งแล้ว ไม่มีปัญหา ทำได้

เมื่อถามว่า ถ้าได้รับมอบหมายให้ดูกระทรวงอื่นรับได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นงานประจำ คงไม่ต้องรับผิดชอบในรายละเอียด แต่เป็นการรับผิดชอบเพื่อให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหลักมากกว่า

รู้จัก ‘หมอชัย วัชรงค์’ จากนักวิชาการเกษตร สู่ ‘โฆษกรัฐบาล’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558452

13 ก.ย. 2566

รู้จัก 'หมอชัย วัชรงค์' จากนักวิชาการเกษตร สู่ 'โฆษกรัฐบาล' คนใหม่

ไม่พลิก มติ ครม. เห็นชอบตั้ง “นสพ.ชัย วัชรงค์” หรือ หมอชัย จากคณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาล” แบบไร้คู่แข่ง

13 ก.ย. 2566 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ในวันนี้มีวาระที่สำคัญหลายวาระด้วยกัน รวมถึงการวาระเห็นชอบแต่งตั้ง “นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์” หรือ หมอชัย คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย  ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า โฆษกรัฐบาล คนใหม่ แบบไร้คู่แข่ง หลัง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย (พท.) นำชื่อ หมอชัย เสนอต่อที่ประชุม ครม. พิจารณา ส่วนตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกมนตรี ยังไม่มีการเสนอ 

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์


ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังการประชุม ครม.นัดแรกในวันนี้  กองงานโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ “หมอชัย” เข้ากลุ่มไลน์ “รังนกกระจอก” ซึ่งเป็นห้องสื่อสารของทีมโฆษกรัฐบาลกับสื่อมวลชน

สำหรับ นสพ.ชัย วัชรงค์ หรือ หมอชัย เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 91  และเป็นนักวิชาการด้านการเกษตรสมัยใหม่ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเกษตร พรรคเพื่อไทย 

หมอชัย จบการศึกษาจากสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

มติ ครม. เห็นชอบ นสพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกรัฐบาล มติ ครม. เห็นชอบ นสพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกรัฐบาล

มีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่ง Managing Director ที่  บริษัท แนคโคห์แลน จำกัด (Knack Kohlan) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านขายปลีกสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง  

และยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แนคเนเจอร์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการค้าเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตรทุกชนิดทุกประเภท รวมทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตร โดยบริษัท แนคเนเจอร์ จำกัด เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ “ยาสีฟันแนคเนเจอร์” ยาสีฟันสมุนไพร

นอกจากนี้ หมอชัย ยังเป็นนายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย, อุปนายกสมาคมนกพิราบแข่งนานาชาติ และเป็นผู้ดำเนินรายการคุยจริงใจสไตล์หมอชัย  ที่มีเกษตรกรติตตามรายการจำนวนมาก 
 

หมอชัย นั่งโฆษกรัฐบาล หมอชัย นั่งโฆษกรัฐบาล

สำหรับเส้นทางในงานการเมือง หมอชัย 


ย้อนไปในรัฐบาลยุคของ นายทักษิณ ชินวัตร หมอชัย และ แอ๊ด คาราบาว เคยเคลื่อนไหวให้มีการแก้กฎกระทรวงมหาดไทย เรื่องการใบอนุญาตชนไก่ จนเป็นผลสำเร็จ และต่อมาในช่วงไข้หวัดนกระบาด ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนผันให้มีการใช้วัคซีนในสัตว์ปีก

ต่อมาในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หมอชัย ในบทบาทนักวิชาการอิสระ ได้ลุกขึ้นโต้ นพ.วรงค์ เดชวิกรม อดีต สส.ปชป. เกี่ยวกับประเด็นนโยบายจำนำข้าว 


อย่างไรก็ตาม หมอชัย นับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ต้น โดยเน้นหนักที่นโยบายด้านการเกษตร

‘จุลพันธ์’ เผย ครม.เห็นชอบปรับลด น้ำมันดีเซล-ค่าไฟฟ้า ขยาย VAT 7 %ต่ออีก 1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558450

13 ก.ย. 2566

'จุลพันธ์' เผย ครม.เห็นชอบปรับลด น้ำมันดีเซล-ค่าไฟฟ้า ขยาย VAT 7 %ต่ออีก 1 ปี

‘จุลพันธ์’ เผย ครม.เห็นชอบปรับลดน้ำมันดีเซล 2.50 บาท ค่าไฟฟ้าเหลือ 4.10 บาท ขยาย VAT 7 % ต่ออีก 1 ปี พร้อมเร่งอนุมัตินโยบายพักหนี้เกษตรกร

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยถึงการพิจารณาปรับลดน้ำมันดีเซลว่า ล่าสุด ครม. เห็นชอบ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงอีก 2.50 บาท เหลือประมาณ 30 บาทต่อลิตร โดยต้องรอราชกิจจานุเบกษาประกาศและมีผลบังคับใช้ครั้งแรกวันที่ 20 ก.ย. 

โดยในส่วนของค่าไฟฟ้า จะมีการปรับลดเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ 4.45 บาท และยืนยันจะใช้ทันรอบบิลเดือนกันยายน

ทั้งนี้ ครม. ได้เห็นชอบปรับมูลค่าภาษี VAT 7% ไปจนถึง 30 ก.ย. ปี 67 ซึ่งเป็นเรื่องภาษีปีต่อปี ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง เพราะภาระของประชาชน ค่าใช้จ่ายต่างๆยังสูงอยู่ ทาง ครม.ก็เห็นชอบการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไปอีก 1 ปี

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้มีโอกาสปรับลดได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องค่าไฟฟ้า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนำเรื่องนี้ไปพิจารณาต่อ มั่นใจว่าจะหากลไก เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป 

ส่วนนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท หรือ Digital wallet นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อหารือและวางกรอบระยะเวลาให้เหมาะสม ยืนยันการใช้เงินจะต้องไม่ให้เป็นภาระหนี้สาธารณะ เลือกใช้เงินงบประมาณเป็นหลักและจะไม่มีการกู้เงินเพิ่ม

ส่วนเรื่องการพักหนี้เกษตรกรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ทั้งเรื่องเกษตรกร ธุรกิจ SME ซึ่งตรงนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้ทำงานไปเยอะแล้ว แต่ในเรื่องของกลไกที่จะต้องใช้ ต้องเริ่มด้วย มติครม.ในวันนี้ จึงจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นไปดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงต้องผ่านบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่มีความเกี่ยวข้องและส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงการคลัง เพื่อส่งเข้าที่ประชุม ครม.อนุมัติ โดยนายกรัฐมนตรีให้กรอบระยะเวลาดำเนินการ 2 สัปดาห์ โดยตนจะเร่งให้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้า ครม.อีกครั้งเมื่อไร แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ   

ขณะที่นโยบายเกษตรกรให้ความเห็นชอบพักหนี้ทั้งต้นและดอก เป็นหน้าที่และภาระของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปสนับสนุน เบื้องต้นอยู่ระหว่างหารือกับ ธกส. แต่การพักหนี้แล้ว ต้องนึกถึงเรื่องความสภาพความเป็นอยู่ เพราะขณะนี้เข้าไปถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้ ทำให้ต่อยอดไม่ได้ เบื้องต้นจะมีนโยบายประกอบกับการพักหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้สินต่างๆเพื่อให้มีช่วงพักหนี้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น นำไปหักลบเงินต้นและดอกเบี้ย หลังจากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แล้ว จะทำให้มีหนี้สินลดน้อยลง และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อจะประกอบอาชีพต่อไป 

ส่วนนโยบายอื่นๆ อย่างภาคการเกษตร ที่กระทรวงอื่นรับผิดชอบ ก็จะเข้ามาสนับสนุนในเรื่องการเพิ่มมูลค่าต่อไร่และดูแลเรื่องการขายสินค้า เชื่อว่า จะทำให้ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นอย่างแน่นอน