‘รองประธานสภาฯ’ นัดถก ‘ประธาน กมธ.’ อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558448

13 ก.ย. 2566

'รองประธานสภาฯ' นัดถก 'ประธาน กมธ.' อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ‘รองประธานสภาฯ’ นัดถก ‘ประธาน กมธ.’ อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ หากตกลงกันไม่ได้เตรียมให้จับสลากโยนเข้า กมธ.ลงมติ ยืนยันหาก กกต.รับรอง สส.ระยอง ‘ก้าวไกล’ ได้โควตาอีก 1 เก้าอี้

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้รับผิดชอบแบ่งสรรโควตากรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (ประธาน กมธ.)ว่า จะต้องได้ข้อยุติในสัปดาห์หน้า โดยในวันนี้ (13 ก.ย.) ได้ออกหนังสือเชิญพรรคการเมือง ประชุมในวันที่ 21 กันยายน 2566 นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อพูดคุยตกลงกันอีกครั้ง
 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

“และหากไม่สามารถตกลงกันได้อีก ก็จะต้องจับสลาก และหากไม่ยินยอมกัน ก็ต้องใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้กรรมาธิการแต่ละคณะไปตกลงกันเองในที่ประชุมในทุกคณะเพราะไม่สามารถรอได้แล้ว เนื่องจากมีปัญหาของประชาชน ที่รอการพิจารณาดำเนินการแก้ไข และตามความเป็นจริง จะต้องมีกรรมาธิการ และมีประธานมาทำงานแล้ว ไม่ใช่ทอดเวลาให้เนิ่นนานขนาดนี้ จึงขอให้พรรคที่มีปัญหาคิดให้ดี ไม่เช่นนั้น สิ่งที่อยากจะได้ ก็จะไม่ได้สักอย่าง”

นายพิเชษฐ์ ยังยอมรับด้วยว่า หากให้มีการลงมติเลือกกันเองในกรรมาธิการ รัฐบาลก็จะได้เปรียบ ดังนั้น ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ก็จะประชุมตกลงกัน เพื่อให้เสร็จสิ้น พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจนี้ เป็นการทำตามหน้าที่ เพื่อหาข้อยุติ มิเช่นนั้น ก็จะไม่สามารถเดินหน้าทำงานได้ ดังนั้น พรรคการเมือง จะทำตามใจตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาของส่วนรวม

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลได้ สส.เพิ่มมาอีก 1 คนจากการเลือกตั้งซ่อมระยองเขต3 จะได้สัดส่วนประธานกรรมาธิการเพิ่มอีก 1 คนหรือไม่นั้น นายพิเชษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีประกาศรับรองการเป็น สส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. 

หากจนถึงวันที่ 21 กันยายน ยังไม่มีการรับรอง ก็จะต้องเดินหน้าตกลงเรื่องตำแหน่งประธาน กมธ. เพราะไม่สามารถรอได้ แต่หากมีการรับรองก่อนวันดังกล่าว พรรคก้าวไกล ก็จะได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งตามหลักการ

มติ ครม. เคาะ ‘พักหนี้’ เกษตรกร-ธุรกิจขนาดเล็ก 3 ปี ไฟเขียวลด ‘ค่าไฟฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558446

13 ก.ย. 2566

มติ ครม. เคาะ 'พักหนี้' เกษตรกร-ธุรกิจขนาดเล็ก 3 ปี ไฟเขียวลด 'ค่าไฟฟ้า'

ที่ประชุม ครม. เคาะ ‘พักหนี้’ เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก เป็นเวลา 3 ปี พร้อม ไฟเขียวลด ‘ค่าไฟฟ้า’ เหลือ 4.10 บาท เริ่มบิล เดือน ก.ย. นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุม ครม. ได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติ ครบ 6 รอบ 72 พรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีหน้า เพื่อให้สมพระเกียรติและขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม 

โดย ครม. มีมติลด ‘ค่าไฟฟ้า’ จาก 4.45 บาท เหลือ 4.10 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะกว่าที่ประชาชนได้คาดไว้ ซึ่งจะเริ่มในรอบบินเดือน ก.ย. นี้เป็นต้นไป

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ส่วนการแก้ไขปัญหาความเห็นต่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 เห็นชอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยยึดตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยจะใช้เวทีรัฐสภาในการหารือรูปแบบแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เรื่องวีซ่าฟรีชั่วคราว ในการเดินทางเข้าประเทศไทยของประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน ซึ่งคาซัคสถานอยู่ในยุโรปซึ่งมีภาวะฤดูหนาวที่รุนแรง และดูจากสถิติ เป็นประเทศที่มีผู้อยากเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดย ฟรีวีซ่า จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2566 ถึง 29 ก.พ. 2567 เป็นการยกเว้นชั่วคราว หลังจากวานนี้ พูดคุยกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง ททท. ฝ่ายความมั่นคง และการท่าอากาศยาน ให้แน่ใจว่าทุกภาคส่วนพร้อมรองรับ 

นอกจากนี้ มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งสอดคล้อง กับนโยบายที่ได้หาเสียงไป และเป็นการดึงศักยภาพของประชาชนชาวไทย ออกมาเพื่อเสริมสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้กับประชาชน ส่วนเรื่องการ ‘พักหนี้’ เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก ได้พักหนี้เป็นเวลาสามปี 

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากเดือนละหนึ่งรอบ เป็นเดือนละสองรอบ โดยบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป โดยต้องมีการแก้ไขระบบหลายอย่าง เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย และจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน โดยไม่ต้องคอยจนถึงสิ้นเดือน 


เช่นเดียวกับ ราคาน้ำมัน ดีเซล ลดให้ราคาต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยจะเริ่มได้ในวันที่ 20 ก.ย. นี้ ในส่วนของ น้ำมันเบนซินได้มีการพูดคุยกัน แต่ต้องดูรายละเอียดให้ดีในกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ซึ่งจะมีมาตรการตามมาภายหลัง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล เปิดเผยข้อมูลผู้มีอิทธิพล เกี่ยวกับ สว. ทรงเอ ว่า เรื่องนี้ต้องส่งคลิปเสียงไปที่ฝ่ายความมั่นคง และตำรวจ ซึ่งจะข้ามขั้นตอนไม่ได้ ถ้าเป็นประโยชน์ และมีข้อมูลหลักฐาน สามารถยื่นข้อมูลได้ทันที เรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วยกับ การใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนได้ย้ำไปหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะในกรณีของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตที่ จ.ครปฐม ก็ได้สั่งการไปในทันที ซึ่งเรื่องนี้มีการติดตามสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558442

13 ก.ย. 2566

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ศรีสุวรรณยื่นหนังสือร้องเรียนต่อป.ป.ช.ขอให้สอบจริยธรรมนายกรัฐมนตรีปอมลงพื้นที่ซื้อหวยแพงกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี  นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีควักเงินซื้อหวยชุดงวดที่ผ่านมาตกใบละ 120 บาทซึ่งเป็นราคาที่เกินไปกว่าที่สำนักงานสลากฯกำหนด อันถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้แม่ค้าขายหวยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งอาญาและจริยธรรม

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้เดินทางพร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนพ่อค้า แม่ค้า และภาคเอกชน โดยเดินเท้าออกจากพรรคไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ไปลงสถานีสุทธิสาร ซึ่งระหว่างเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทรย่านสุทธิสารนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้แวะดูแผงลอตเตอรี่ และได้ควักเงินซื้อลอตเตอรี่ชุดละ 5 ใบ รวม 13 ชุด 65 ใบ ราคา 7,800 บาท ตกใบละ 120 บาท โดยนายกรัฐมนตรีเป็นคนเลือกเอง ไม่ได้เปิดเผยว่า เลือกเลขอะไรบ้าง แต่แม่ค้าลอตเตอรี่ เผยภาพลอตเตอรี่บางส่วนที่ถ่ายไว้ก่อนที่ นายเศรษฐา จะมาเลือกซื้อ พบว่ามีเลขเด็ด 3 ตัวท้าย ทั้งหมด 7 ชุด ประกอบด้วยเลขท้าย 3 ตัว 397, 491, 086, 077, 174, 747 และ 025

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

 การซื้อหวยที่เกินราคาดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีให้การส่งเสริมสนับสนุนการขายหวยที่เกินราคากว่าที่สำนักงานสลากฯกำหนด

เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ขัดหรือแย้งต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการควบคุมราคาให้ไม่เกิน 80 บาทมาโดยตลอด

 นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า การกระทำดังกล่าว แม่ค้าขายหวยย่อมมีความผิดตาม ม.39 แห่ง พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ในส่วนของผู้ซื้อนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา ม.83 และ ม.86 ถือว่าเป็นตัวการร่วมและหรือเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด อีกทั้งนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอาจมีความผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ด้วยเหตุดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดตามคนรรลองของกฎหมาย ป.ป.ช.ในวันนี้ และหลังจากยื่น ป.ป.ช.แล้วได้เดินทางไปร้องให้ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่อยู่ตึกใกล้ๆ กับ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการสอบสวนและแจ้งความเอาผิดทางอาญาต่อผู้ขายสลากฯเกินราคาทั้งผู้ขายและผู้สนับสนุนต่อไปด้วย 

ภายหลังจากการยื่นหนังสือที่ฝั่งสำนักงานป.ป.ช.แล้ว นายศรีสุวรรณ ได้นำเอกสารเดินทางไปยื่นเรื่องเพิ่มเติมที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อยู่ติดกันทันที

‘สุริยะ’ ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558432

13 ก.ย. 2566

'สุริยะ' ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

‘สุริยะ’ ยันปม ป.ป.ช.ชี้มูลรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย มั่นใจเริ่มสายสีม่วง-แดงได้ใน 3 เดือน

วันที่ 13 ก.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา ในคดีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 3 เส้นทาง ไปจนถึงปี 2585 ไปแล้วจะส่งผลต่อการเจรจาราคารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระบุว่า ตนทราบจากข่าวหนังสือพิมพ์ และยังไม่ได้รับการรายงาน อย่างไรก็แล้วแต่ หากผู้บริหารของบีทีเอสถูกชี้มูล ก็จะมีการแต่งตั้งผู้บริหารมารักษาการแทน ซึ่งสามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไปพูดคุยกันได้

เมื่อถามว่า เมื่อมีการชี้มูลผู้กระทำผิด จะกระทบต่อการจ้างงานของบีทีเอสหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงไปศึกษาในแง่กฎหมายอีกที แต่ในเบื้องต้นไม่น่าเป็นอะไร และสามารถดำเนินการต่อได้

เมื่อถามต่อว่า ยังมั่นใจในการทำรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต่อหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลอย่าง รฟท. เราจะลดเหลือ 20 บาททันที ตามที่ประกาศไปไม่เกิน 3 เดือน

นายกฯ ยิ้มแย้มยกนิ้งโป้งก่อนเข้าประชุม ครม.นัดแรก เผยได้นอน 4 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558427

13 ก.ย. 2566

นายกฯ ยิ้มแย้มยกนิ้งโป้งก่อนเข้าประชุม ครม.นัดแรก เผยได้นอน 4 ชม.

‘เศรษฐา’ สวมชุดผ้าไทยยิ้มแย้ม-ยกนิ้วโป้ง เผยง่วงนิดหน่อยเพราะได้นอน 4 ชม. เตรียมเคาะมาตรการลดค่าไฟ-แก้ รธน.-ตั้ง ขรก.การเมืองและโฆษกรัฐบาล

วันที่ 13 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก โดยเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาลในเวลา 08.22 น. มีนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ ว่าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมารอต้อนรับ 

นายเศรษฐา สวมชุดผ้าไทย สีน้ำเงินเข้ม สวมถุงเท้าแดง ซึ่งเป็นสีที่ชอบใส่เป็นประจำ ลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน พร้อมบอกว่าได้พักผ่อนไป 4 ชั่วโมง ก่อนยกมือชูนิ้วโป้ง ให้สื่อ เป็นสัญลักษณ์ว่าพร้อมเข้าประชุม ก่อนเดินเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุม

สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจ เรื่องมาตรการด้านราคาพลังงาน เช่น มาตราการลดค่าไฟฟ้า รวมถึงการออกมาตรการ อนุญาตชั่วคราวให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องเสียค่าทำเนียมเข้าประเทศ

 นอกจากนี้ยังมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง  อาทิ น.สพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ,นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ,นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ,นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกฯ 

ทั้งนี้ การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองสามารถทยอยนำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งในการประชุมครั้งถัดไป  ในส่วนของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการพิจารณาในการประชุม ครม.ครั้งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อบุคคลที่เหมาะสม

“ภูมิธรรม” ชง ครม.ถกแก้ รธน.วาระแรก ยึดหลักเลี่ยงขัดแย้งในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558425

13 ก.ย. 2566

"ภูมิธรรม" ชง ครม.ถกแก้ รธน.วาระแรก ยึดหลักเลี่ยงขัดแย้งในอนาคต

‘ภูมิธรรม’ ชง ครม.แก้รัฐธรรมนูญวาระแรก ย้ำต้องไม่ขัดกฎหมาย-หลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคต ไม่ใช้งบประมาณมากเกินไป

วันที่ 13 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรี ระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าเป็นวาระแรกในการประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ซึ่งมีความคิดที่แตกต่างกันหลายส่วน อยากให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ให้มีการติดขัดและแก้ไปด้วยดี โดยจะทำกระบวนการต่างๆให้เร็วที่สุดในเรื่องการทำประชามติ แต่การทำประชามติจะเกิดขึ้นตามกระบวนการที่เราจะขจัดความขัดแย้ง ทั้งนี้จะมีการคุยจะทำแบบไหนอย่างไร ซึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะยังมีเรื่องของความขัดแย้ง และจะต้องทำแบบไหนแม้การเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ก็ยังมีการเสนอที่แตกต่างกันในสมัยก่อน 

อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม ย้ำว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่ขัดกฎหมายและทำโดย ไม่ใช้ค่าใช้จ่ายงบประมาณมากไป วันนี้จะคุยในเรื่องของรายละเอียด 

ส่วนจะตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็ต้องมีการหารือกันทำอย่างไรก็ได้ ทำให้มีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคตให้มากที่สุด

ลุ้น ‘วราวุธ’ ชงเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท เข้าครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558423

13 ก.ย. 2566

ลุ้น 'วราวุธ' ชงเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท เข้าครม.

‘วราวุธ’ นำโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง6ปี 600 บาท เข้าที่ประชุมครม. นัดแรก คาดภายใน 18 ก.ย.นี้ ส่วน ‘เบี้ยผู้สูงอายุ’ ได้เหมือน ยังไม่ลด-ไม่เพิ่ม

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้จะมีการเซ็นเอกสารด่วน เรื่องเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจะเป็น 1 ในโครงการวาระจรเข้าครม. 

ซึ่งได้กำชับปลัด พม. และทุกฝ่ายเร่งประสานงานกับเลขาฯ ครม. กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ เร่งมือภายใน 24 ชั่วโมง เพราะถือเป็นหัวใจที่จะทำให้เงิน 600 บาท เข้าถึงกระเป๋าประชาชนกว่า 2,254,000 ราย ในวันที่ 18 กันยายนนี้ และในปีหน้าได้กำชับกรมกิจการเด็กและเยาวชนเร่งดูงบประมาณ เพื่อที่จะไม่มีความล่าช้าเกิดขึ้นแบบนี้อีก และคาดว่า มติครม.จะออกมาในช่วงบ่ายนี้ จากนั้นสำนักเลขาฯ ครม. รีบส่งเรื่องไปที่ พม. 

ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นายวราวุธ ระบุว่า วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม และไม่ได้แปลว่าอนาคตจะลดลง ส่วนโอกาสที่จะปรับขึ้นเป็น 3,000 บาทต่อเดือนหรือไม่นั้น หากเป็นไปตามขั้นตอนคงต้องดูถึงความเป็นไปได้กับงบประมาณประเทศ 

การปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ใช่ปรับจาก 1,000 บาท ไปเป็น 3,000 บาทเลย เรามีผู้สูงอายุอยู่ประมาณ 2,200,000 ราย ภายในปี 2570 คาดว่าจะมีสูงถึง 2,550,000 ราย 

หากจ่าย 3,000 บาทต่อคน จะใช้งบกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งต้องดูสัดส่วนงบประมาณว่าพอถึงปี 2570 แล้วจะมีรายได้จัดเก็บเท่าไหร่ 

นายวราวุธยังมั่นใจว่า ประชาชนคนไทยอยากได้รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า แต่คงไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นเหมือนบางเมืองในทวีปยุโรป ที่มีสถานะล้มละลาย เนื่องจากมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ทำให้ไม่สามารถมีงบมาพัฒนาเมืองได้ ซึ่งประเทศไทยมีความละเอียดอ่อน วันนี้ผู้เสียภาษีในประเทศไทยยังมีไม่ถึง 50% ดังนั้นก็ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดที่จะใช้จ่าย และรายรับ โดยปัจจุบันเบื้องต้นใช้งบกลางก่อน เนื่องจากงบปี 2567 ที่ยังไม่อนุมัติจากสภา

เปิดประวัติ ‘บิ๊กเล็ก’ เลขาฯ ‘รมว.กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557735

13 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'บิ๊กเล็ก'  เลขาฯ 'รมว.กลาโหม'

‘บิ๊กเล็ก’พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จากแคนดิเดต สนามไชย 1 นั่งเก้าอี้เลขานุการรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือ บิ๊กเล็กจะเข้ารับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังสุทิน เสนอ ครม.วันนี้  บิ๊กเล็ก จบเตรียมทหารรุ่น 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) เคยรับราชการทหารเป็นผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531

ต่อมาเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก อาจารย์วิทยาลัยการทัพบก เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในปี พ.ศ. 2558 เป็นรองเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2559 และหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2559

ในปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. 2561 – 2563 จากนั้นจึงโอนย้ายมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ในระหว่างนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  กรรมการในคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ภายหลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) และเคยมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาล เศรษฐา มาก่อน สุทิน คลังแสง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวในนาทีสุดท้าย จะว่าไปแล้ว หากเปรียบเทียบกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตำแหน่งนี้ ก็มีบทบาทไม่ต่างกัน

ตั้ง ‘บิ๊กเล็ก’ อดีตสมช.เป็น เลขาฯ’รมว.กลาโหม’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558417

13 ก.ย. 2566

ตั้ง 'บิ๊กเล็ก' อดีตสมช.เป็น เลขาฯ'รมว.กลาโหม' วันนี้

สุทิน สยบข่าวปลอม เสนอ ครม. ตั้ง ‘บิ๊กเล็ก’ อดีตเลขาฯสมช.เป็นเลขาฯ ‘รมว.กลาโหม’ ยืนยัน ไม่มีคนในตระกูลชินวัตรร่วมเป็นคณะทำงาน

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมยืนยันจะเสนอครม. ตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นที่ปรึกษาฯ เพราะมีคุณสมบัติและรู้เรื่องกองทัพ

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

ทั้ง 2 คน มีความรู้ และมีความสามารถ เข้าใจเรื่องระบบการบริหารของกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าไม่ใช่เด็กฝากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะท่านพักผ่อนแล้ว ไม่ควรมองว่าทุกคนที่ทุกคนที่ช่วยงานกองทัพเป็นลูกน้องพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ ไปเสียหมด ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคงจะเข้ามาอีกล็อต พร้อมกับของทุกกระทรวง

สำหรับความชัดเจนกรณีการแต่งตั้งนายพายัพ ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ดูแลภาคอีสาน ซึ่งเป็นน้องชาย อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และนายพอพงษ์ ชินวัตร  บุตรชาย นายพายัพ เป็น เลขานุการประจำตัว รมว.กลาโหมนั้น

เป็นเอกสารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และตัวนายพายัพก็ไม่ทราบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทำกันง่ายมากในปัจจุบัน ใครจะพิมพ์ก็ได้แล้วนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่าไม่มีคนนามสกุลชินวัตร อยู่ในคณะทำงาน

รมว.กลาโหมบอกว่าช่วงบ่ายวันนี้จะมีการพูดคุยกันนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับกองทัพได้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งจะต้องไปดูรายละเอียดที่กระทรวงกลาโหม เพราะนโยบายของรัฐบาลต้องเขียนกว้างโดยจะต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพรวมถึงรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าสิ่งที่เราคิดว่าใช่อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ก็อาจจะไม่ใช่ ดังนั้นต้องฟังข้อมูลและนำเหตุผลมาประกอบกับสิ่งที่เรารับรู้ แล้วค่อยผลักดันเป็นนโยบายที่ถูกต้อง

‘เศรษฐา’ ขอบคุณรัฐสภา น้อมรับทุกคำติชม คำดูถูก ต่อ รัฐบาล จะทำงานให้คุ้มภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558415

13 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ขอบคุณรัฐสภา น้อมรับทุกคำติชม คำดูถูก ต่อ รัฐบาล จะทำงานให้คุ้มภาษี

‘เศรษฐา’ น้อมรับทุกคำติชม-คำดูถูกต่อรัฐบาล พร้อมสั่งทุกกระทรวงทำแผนปฏิบัติการ ระบุตัวชี้วัด-แหล่งงบให้ชัดเจน – ย้ำ 4 ปีหลังจากนี้ จะทำงานให้คุ้มภาษี-ความไว้วางใจจากประชาชน

‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังเสร็จสิ้นการ แถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา ตลอดระยะเวลาระหว่าง 11-12 ก.ย. 2566 ตลอด 2 วันที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า รัฐบาล พร้อมรับฟังทุกความเห็น และทุกข้อแนะนำ รวมถึงทุกคำติชมและทุกคำดูถูก ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทำงาน และแต่งเติมนโยบายของรัฐบาลในอนาคต พร้อมระบุว่า ประเทศไทย ประสบปัญหามายาวนาน และ สส. ยังมีการนำตนเอง ไปเปรียบเทียบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ยุคของตนเองนั้น เพิ่งเริ่มต้นเมื่อการแถลงนโยบาย 11 ก.ย. ที่ผ่านมา จึงขอให้ สส. และ สว. เห็นใจความมือใหม่ของตนเอง พร้อมยืนยันว่า ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความทะเยอทะยาน และพร้อมรับฟังทุกคำติชมจาก สส. และ สว. 

เศรษฐาเศรษฐา

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า คำ แถลงนโยบายรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะดำเนินการ และคาดหวังผลลัพธ์การบริหารประเทศ โดยรวบรวมนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน แก้ปัญหาเร่งด่วนที่มีอยู่จำนวนมาก และ สส.ฝ่ายค้าน และ สว.ต้องการให้มีรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้ง ตัวเลข และตัวชี้วัดอื่น ๆ รวมถึงระยะเวลาการดำเนินการ ดังนั้น ยืนยันว่า รัฐบาล จะจัดทำรายละเอียดต่างๆ ใน “แผนปฏิบัติการของแต่ละกระทรวง” ให้ครบถ้วน ทั้งที่มางบประมาณ ตัวชี้วัด แผนดำเนินการ และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และย้ำว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญการบริหารทุกนโยบายอย่างระมัดระวัง ไม่ให้กระทบกับส่วนหนี้สินสาธารณะไม่มีเหตุอันควร

นายกรัฐมนตรี ยังให้คำมั่นสัญญาต่อรัฐสภาด้วยว่า 4 ปีจากนี้ไป จะเป็น 4 ปีที่รัฐบาลจะทำงานหนัก ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คุ้มค่าเงินภาษี และความไว้วางใจประชาชนที่ได้มอบให้ สามารถวัดเป้าหมาย ความสำเร็จของนโยบายที่แถลงไป ผ่านการเจริญเติบโตของประเทศ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ทางด้านเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ความมั่นคง การศึกษา สิทธิเสรีภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และอีกหลายประการ พร้อมเชิญชวน สส. และ สว. ร่วมกับประชาชนทุกคน ติดตามการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับรัฐบาล

เศรษฐาเศรษฐา