เศรษฐา ส่งทนายฟ้อง ชูวิทย์ 500 ล้าน ชี้หวังผลการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555403

07 ส.ค. 2566

เศรษฐา ส่งทนายฟ้อง ชูวิทย์ 500 ล้าน ชี้หวังผลการเมือง

‘เศรษฐา ทวีสิน ’ มอบ ‘ทนายวิญญัติ’ ยื่นฟ้อง ‘ชูวิทย์’ ใส่ความ มีวาระซ่อนเร้น-หวังผลการเมืองปมซื้อขายที่ดิน พร้อมเรียกค่าเสียหาย 500 ล้าน

 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.)  ได้กล่าวถึงกรณียื่นฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองดัง ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาในกรณีที่นายชูวิทย์กล่าวหาว่า บริษัทแสนสิริโดยนายเศรษฐาซื้อที่ดินและมีการหลีกเลี่ยงภาษี

เศรษฐา ส่งทนายฟ้อง ชูวิทย์ 500 ล้าน ชี้หวังผลการเมือง

ว่า นายเศรษฐา ได้มอบอำนาจให้ตนฟ้องและดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ โดยมีสาระสำคัญว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. จำเลยทราบอยู่แล้วว่า ในวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และในวันประชุมรัฐสภาดังกล่าว คาดหมายว่าจะมีการเสนอชื่อ ในฐานะเป็นบุคคลที่สมควรจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

ต่อที่ประชุมรัฐสภาทั้งนี้ จำเลยจัดแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนและสาธารณชน ที่ โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 โดยใช้ชื่อว่า “แฉเพื่อชาติ EP 1” ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยการป่าวประกาศ ใส่ความโจทก์ต่อหน้าสื่อมวลชวนที่ไปทำข่าว และมีการถ่ายทอดสดเผยแพร่ต่อสื่อออนไลน์ ทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ ในลักษณะใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม เพื่อให้ประชาชนบุคคลทั่วไป รวมทั้งสมาชิกรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ที่จะต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้โจทก์เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งบุคคลทั่วไป ที่ได้รับฟังรับชมการแถลงข่าวของจำเลย หลงเชื่อและเข้าใจว่า โจทก์เป็นบุคคลไม่ดี เป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่สมควรที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี 

ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าว บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ต่อสาธารณะ หัวข้อ “แสนสิริ ชี้แจงซื้อที่ดินถูกต้องตามหลักกฎหมายและธรรมาภิบาล” ยืนยันว่าบริษัทฯยืนยันได้ดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใสและตรอจสอบได้ จำเลยสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงตามความจริงที่ถูกต้องได้ ทั้งต้องใช้ความระมัดระวังในการเสนอข้อเท็จจริง แต่จำเลยกลับไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนมีการแถลงดังกล่าว  แต่ยืนยันข้อเท็จจริงและมีเจตนาที่จะไม่ให้สมาชิกรัฐสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่จะต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้โจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น และจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนบุคคลทั่วไปที่ได้รับชมรับฟังการแถลงข่าวของจำเลยดังกล่าว หลงเชื่อ และเข้าใจทันทีว่า โจทก์เป็นบุคคลไม่ดี โกงภาษี ไม่มีธรรมาภิบาล เป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

นายวิญญัติ กล่าวว่า ความจริงผู้ขายได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการโอนแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้นคนละวันกัน จึงไม่ถือว่าบุคคลดังกล่าวได้กรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพร้อมกัน ต่อมาเมื่อมีการขายให้บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทเดียวโดยต่างคนต่างขายคนละวัน หรือแม้ว่าจะขายในวันเดียวกัน ผู้ขายทั้งหมดก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในฐานะห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 100/2543 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ข้อ 4 (2) เนื่องจากข้อเท็จจริงกรณีนี้ไม่ได้มีการเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมกัน จึงให้บุคคลแต่ละคนที่ถือกรรมสิทธิ์รวม เสียภาษีเงินได้ในฐานะบุคคลธรรมดา โดยแยกเงินได้ตามส่วนของแต่ละคนที่มีส่วนอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ถือกรรมสิทธิ์รวม จำเลยยังเป็นการทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจ เป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายข้อความ ซึ่งฝ่าฝืนความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของโจทก์  ทำให้โจทก์ขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชน เนื่องจากโจทก์เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นบุคคลที่พรรคเพื่อไทย มีมติให้ส่งชื่อกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 


ทั้งนี้ ทนายของนายเศรษฐา กล่าวว่า ทางโจทก์ได้ยื่นฟ้องพร้อมเรียกค่าเสียหายจากนายชูวิทย์จากการกระทำละเมิดต่อโจทก์ดังกล่าวเป็นเงินจำนวน500 ล้านบาทถ้วน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าตำเลยจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า  ตนทราบว่านายชูวิทย์กำลังป่วย  ตนจึงให้กำลังใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ แต่ที่ต้องฟ้องไม่ใช่การรังแกคนป่วย เป็นคนละเรื่อง เพราะการกระทำของคุณชูวิทย์ เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย จะใช้สิทธิละเมิดผู้อื่นมิได้  เราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน หากโดนละเมิดสิทธิ คุณเศรษฐาก็ต้องปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่เช่นนั้น คนทั่วไปและสมาชิกรัฐสภาหรือวิญญูชนย่อมเข้าใจในทางไม่ดีต่อคุณเศรษฐา และยังมีการกล่าวหรือกระทำการให้ร้ายอยู่ต่อไป แม้คุณชูวิทย์จะบอกว่าตัวเองป่วย ใกล้ตาย มีเวลาไม่นาน แต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่พูดจะต้องจริง ทางกฎหมายคือเจตนาใส่ความนั่นเอง เมื่อตนยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลอาญาแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรนำไปขยายประเด็นหรือใส่ความอีก เพราะจำเป็นต้องมีการฟ้องดำเนินคดีตามสิทธิ์ กล่าวโดยสรุป คุณเศรษฐา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ย่อมอาจถูกตรวจสอบได้ แต่ประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสารต้องพึงระวังว่าในข้อมูลนั้น และต้องรอบด้าน ไม่ใช่รีบตัดสินเพื่อเชื่อเลยทีเดียว เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องภาษีและเป็นการดำเนินการตามมาตรการการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรไม่ใช่เรื่องเลี่ยงภาษีหรือทำให้รัฐเสียหาย

‘ชูวิทย์’ ขนลุก ‘เศรษฐา’ ฟ้องหมิ่น เดินหน้าแฉ EP2 สกัดนั่ง นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555402

07 ส.ค. 2566

'ชูวิทย์' ขนลุก 'เศรษฐา' ฟ้องหมิ่น เดินหน้าแฉ EP2 สกัดนั่ง นายกฯ

‘ชูวิทย์’ ถึงกับขนลุก ‘เศรษฐา’ ฟ้องหมิ่นประมาท เตรียมพิจารณาฟ้องกลับ เดินหน้าแฉ EP 2 สกัดนั่ง นายกฯ สัปดาห์นี้

“ชูวิทย์” เดินหน้าแฉต่อ “เศรษฐา ทวีสิน” กับ “ที่ดินสารสิน” อีพี 2 สกัดการเป็นนายกฯ หลังทราบข่าว “เศรษฐา” ส่งทนายความ ฟ้องหมิ่นประมาท 

นายชูวิทย์ กล่าวว่า รู้สึกขนลุก หลังจากนายเศรษฐา จะยื่นฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท เพราะตอนนี้ตนมี 21 คดีแล้ว และคดีนี้เป็นคดีที่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ซึ่งตนเองก็เตรียมปรึกษาทนายความว่า จะฟ้องกลับ นายเศรษฐา ดีหรือไม่ เพราะนายเศรษฐา สามารถชี้แจง และออกมาตอบได้ แต่กลับเงียบ และใช้การฟ้องปิดปากแทน

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

นายชูวิทย์ กล่าวว่า การที่ นายเศรษฐา เสนอตัวเองเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นนายทุน แต่นายกรัฐมนตรีต้องมีความสื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เมื่อมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น ก็เป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถตรวจสอบได้ 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวของนายเศรษฐา ภายในสัปดานี้ ตนจะเปิดอีพี 2 วันนี้ช่วงบ่าย ตนจะเดินทางไป ป.ป.ช. เปิดหลักฐานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และยื่นกล่าวโทษเจ้าพนักงานที่ดินเขตพระนคร ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยการสนับสนุนจาก บมจ.แสนสิริ และผู้ขายที่ดิน

ทั้งนี้ เรื่องจริยธรรม เอาแค่เป็น สส. ไม่เป็นนายกฯ เสียบบัตรแทนกันก็ติดคุกแล้ว ทั้งที่เป็นเรื่องจริยธรรม ดังนั้น คนเป็นนายกฯ ต้องมีจริยธรรม 100%

ส่วนที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ออกมาบอกว่า กฎหมายสามารถเลี่ยงได้ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจคำว่าวางแผนภาษี กับการโกงภาษี การวางแผนจะไม่จ่ายภาษี 500 ล้าน โดยมาตกลงกัน ไม่ต้องจ่าย และมีอะไรมาตอบแทนกัน ใช้วิธีโอนทีละวัน วันละคน เรื่องนี้ทำนิติกรรมคนเดียวไม่ได้ ต้องทำหลายคน ยืนยันแบบนี้ผิดกฎหมาย “ถ้ามีสมองหลบเลี่ยงภาษีแบบนี้ แล้วจะเป็นนายกรัฐมนตรีเหรอ ผมกลัวตายเลย” นายชูวิทย์กล่าว

นายชูวิทย์ กล่าวว่า อยากให้รอดูหลักฐานของตน เพราะไม่ใช่แค่แสนสิริ ที่ทำเป็นครั้งแรก ศาลอาญาคดีชำนัญพิเศษ เคยตัดสินกรณีลักษณะนี้มาก่อนแล้ว ในคดีคล้ายคลึงกัน การทำหนังสือจากสรรพากร ที่ดิน ห้ามทำ โดยโทษที่กรมสรรพากรเคยฟันดาบ มีโทษถึง 7 เดือนขึ้นไป ต่อ 1 กรรม กรณีนายเศรษฐา 12 กรรม ก็บวกไป 

“คนใส่สูท เวลาจะปล้นไม่ชักปืน แต่ใช้กฎหมายเว้นวรรค เป็นศรีธนญชัย  ภาษี 500 ล้าน ไม่ได้จ่ายแม้แต่บาทเดียว แล้วเชิดหน้าชูตา บอกว่าไม่รู้เรื่อง แบบนี้เหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่” นายชูวิทย์กล่าว

ด้าน ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า วิธีการโอนที่ทำให้ภาษีลดลง มันมีช่องของมัน ตนอยากบอกว่า การซื้อขายที่ดิน มีการเจรจาตกลงกัน รู้อยู่แล้วว่า ต้องโอนครบทุกคน โอนเพื่อจ่ายภาษีน้อยลง ต้องมาดูเจตนา ตอนนี้ยังตอบไม่ได้

‘เรืองไกร’ จี้สอบซื้อที่ดินแสนสิริ ‘เศรษฐา’ มีเอี่ยวหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555399

07 ส.ค. 2566

'เรืองไกร' จี้สอบซื้อที่ดินแสนสิริ 'เศรษฐา' มีเอี่ยวหรือไม่

‘เรืองไกร’ ร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา สอบซื้อที่ดินแสนสิริ ‘เศรษฐา’ มีเอี่ยวหรือไม่ ชี้อาจส่งผลต่อโหวตเลือก ‘นายกรัฐมนตรี’ ปมซื่อสัตย์สุจริต ย้ำหากได้นายกฯ เดินหน้าสอบคุณสมบัติต่อ

7 ส.ค. 2566  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางมายื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้ตรวจสอบกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย 

หลังจากที่นายเศรษฐา ถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ หลังนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉปมการซื้อขายที่ดินแห่งหนึ่ง และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี่ยงภาษี จนอาจไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 160 (4) ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ ในฝั่งของสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่เกิดขึ้น จึงนำเรื่องมาให้ทางวุฒิสภาตรวจสอบรอบด้าน ทั้งผู้ร้อง ผู้กล่าวอ้าง คนแก้ต่าง บริษัทแสนสิริ หรือฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เพราะทั้งหมดยังไม่มีข้อยุติ จึงต้องมายื่นให้กรรมาธิการสอบหาข้อเท็จจริงจากหน่วยงานหลัก 

โดยการขอเอกสารจากนายชูวิทย์ ขอเอกสารจากบริษัทแสนสิริ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินทั้งหมด ตั้งแต่สัญญาจะซื้อจะขาย รูปเล่มการลงบัญชี การจ่ายแคชเชียร์เช็ค การจ่ายค่ามัดจำสัญญา ค่าธรรมเนียม รวมไปถึงเชิญเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ที่รับจดนิติกรรมต่างๆ เจ้าหน้าที่สรรพากร เพื่อให้ข้อมูลว่าเป็นการวางแผนภาษี หรือหลบเลี่ยงภาษี หรือหนีภาษีหรือไม่ ส่วนที่นายเศรษฐา ชี้แจงว่าซื้อถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล ก็ต้องฟังความทั้งหมด จึงคิดว่า 10 กว่าวันที่ยังมีเวลา ก็ควรให้กรรมาธิการได้ดำเนินการ

ด้าน นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา และรองคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ซึ่งเป็นผู้รับเรื่อง กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการให้พิจารณา โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาการทำหน้าที่ของวุฒิสภาในการโหวตเลือกนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งกรรมาธิการฯจะเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการชุดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป ย้ำว่า สว. มีหน้าที่โดยตรง ในการร่วมเลือกนายกฯ 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยืนหนังสือตรวจสอบการซื้อที่ดินแสนสิรินายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยืนหนังสือตรวจสอบการซื้อที่ดินแสนสิริ

เมื่อถามว่า อีก 10 กว่าวันที่จะเลือกนายกฯ กรรมาธิการจะ พิจารณาแล้วเสร็จ ทันหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า เงื่อนเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุดโดยเร็ว โดยจะมีการทำหนังสือคู่ขนานไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเชิญบุคคลมาชี้แจงโดยเร็ว

ส่วนการแสวงหาข้อเท็จจริงจากภาคเอกชน ขอบเขตของกรรมาธิการมีแค่ไหน นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ก็ต้องขอข้อเท็จจริงจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย และเป็นประโยชน์กับเขาเอง ก็ควรจะต้องให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน แต่ไม่มีกฎหมายเชิงบังคับว่าให้ทำ แต่นี่คือผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ถูกกล่าวหา สว.ที่จะมีข้อมูลในการพิจารณา และเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนในกระบวนการคัดเลือกนายกฯ ที่มีความสมบูรณ์

ส่วนที่เบื้องต้นบริษัทแสนสิริ ชี้แจงว่านายเศรษฐา อาจไม่เกี่ยวข้องกลับการซื้อขายที่ดิน เพราะเป็นแค่ผู้ลงนาม พอจะรับฟังได้หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ข้อเท็จจริงทุกฝ่ายรับฟังได้อยู่แล้ว แต่เราอยากฟังความเห็นจากทุกฝ่ายให้ครบถ้วน ซึ่งดีกว่าการไม่รับฟัง ซึ่งการที่นายเรืองไกรนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และเสนอแนะให้ติดตามขอข้อมูลจาหน่วยงาน ประโยชน์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นประโยชน์ และเชื่อว่าจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่สุด

ขณะที่ นายเรืองไกร ยังตั้งข้อสังเกตกรณีสัญญาซื้อขายที่ดิน 12 ฉบับ ว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากผู้ขายทั้ง 12 คน ลงเหมือนกันว่าทั้งสองฝ่ายไม่ทราบขอบเขตที่ดินและเนื้อที่มีเพียงใด ซึ่งเอกชนทั้ง 12 ราย ที่รับที่ดินมาปี 2561 แล้วขายในปี 2562 โดยการได้มาไม่เกิน 5 ปีจะต้องมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เสียภาษีเงินได้เป็นรายบุคคล เมื่อเสียภาษีเงินได้ ค่าธรรมเนียยมร้อยละ 2 และภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะไม่เสียอากรแสตมป์ 

ดังนั้นมองว่าสิ่งที่กรรมาธิการควรจะได้รับจากบริษัทแสนสิริ คือรายงานการประชุมของบริษัทที่จัดทำโดยคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2562 ที่ระบุชัดเจน ถึงการดำเนินงานของบริษัท และโดยเฉพาะข้อ 6 การกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งบริษัทเข้าเป็นแนวร่วมการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น (CAC)
 

และในปี 2562 ที่นายเศรษฐา อาจไม่ได้รับรู้เรื่องการทำทุรกรรม แต่เมื่อดูจากงบการเงินปี 2562 ระบุไว้อย่างชัดเจน นายเศรษฐาถือหุ้นร้อยละ 4.66 ซึ่งสอดรับกับรายงานการประชุมที่บอกว่าทำไมต้องมอบและแบ่งเป็น 12 ครั้ง ซึ่งจะต้องมีการชี้แจง หากเห็นว่าถูกต้องตามหลักกฏหมายและธรรมาภิบาล ตามที่แสนสิริชี้แจง 

นอกจากนี้ยังเห็นว่าที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นที่ดินรอการพัฒนา มูลค่าที่ดิน 1,600 ล้านบาท เป็นที่ดินที่เพิ่มขึ้นจากปี 2561 อย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะในหมายเหตุของงบการเงิน ที่ดินรอการพัฒนาน่าจะอยู่ในรายการนี้ปี 2561 มี 13,000 กว่าล้านบาท ส่วนปี 2562 มี 18,000 ล้านบาท เพิ่มมา 5,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องให้กรรมาธิการเรียกเอกสารทางบัญชี ซึ่งจะได้รับคำตอบว่าผู้รับเงินทั้ง 12 รายรับเงินไปแล้วเป็นแคชเชียร์เช็คส่วนหนึ่ง หรือรับเงินสุทธิหรือไม่ รวมถึงภาษีค่าธรรมเนียบร้อยละ 3 ซึ่งต้องดูว่ามีการจ่ายภาษีอีกทอดหนึ่งหรือไม่ รวมถึงมูลค่าที่ดินรอการพัฒนา ทางบริษัทแสนสิริ บันทึกราคาที่ดินบวกค่าธรรมเนียมภาษีหรือไม่ ถ้าค่าธรรมเนียมรวมลงได้ แต่ถ้าภาษีเงินได้ธุรกิจเฉพาะออกให้ ต้องถือเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ สรรพากรต้องตอบ

นายเรืองไกร กล่าวว่า คนที่จะเป็นนายกฯ จะต้องชี้แจงเรื่องเหล่านี้ ว่าตอนที่เป็นผู้บริหารปี 2562 เรื่องที่ถูกกล่าวหาเหล่านี้ชี้แจงอย่างไร ซึ่งข้อมูลคงได้แค่เบื้องต้นในการวินิจฉัย แต่สมมติว่านายเศรษฐา ได้เป็นนายกฯ มาตรา 160 จะถูกหยิบขึ้นมาว่ารัฐมนตรีเคยมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ถ้านายเศรษฐา ได้เป็นนายกฯ ตนจะช่วยเข้ามาตรวจสอบ และมีความจำเป็นต้องดูว่านายกฯ ก่อนที่จะเข้ามามีสถานะมีเหตุหรือไม่อย่างไร จะไม่สามารถไปยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายเศรษฐา ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามเลยคงไม่ใช่ ไม่งั้นจะเป็นการชี้นำสมาชิกรัฐสภามากเกินไป

‘ไทยสร้างไทย’ ชูธงปิดสวิตช์สว. – สับเลื่อนประชุมสภาฯส่งผลสูญงบใช่เหตุ 8 ล.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555360

06 ส.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย' ชูธงปิดสวิตช์สว. - สับเลื่อนประชุมสภาฯส่งผลสูญงบใช่เหตุ 8 ล.

กรรมการบริหาร พรรคไทยสร้างไทย แถลงจุดยืน “ไทยสร้างไทย” สนับสนุนแนวทาง “ก้าวไกล” ที่เสนอยกเลิกมาตรา 272 ” ปิดสวิตช์สว.” ย้ำ 250 คน ไม่ควรมีอำนาจเหนือประชาชนทั้งประเทศที่มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สับการประชุมรัฐสภา ที่เลื่อนออกไปผลาญงบคราวละ 8 ล้านบาท

นายรณกาจ ชินสำราญ กรรมการบริหาร พรรคไทยสร้างไทย    เปิดเผยว่า จุดยืนของ “ไทยสร้างไทย” 
 สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. ที่เสนอโดย นายชัยธวัช ตุลาธน  พรรคก้าวไกล  เพื่อยกเลิกมาตรา 272 ที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา( สว.) ที่มาจากการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลคสช. จำนวน 250 คน มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( สส.) จำนวน 500 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งขัดต่อหลักการประชาธิปไตยที่ให้คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศ และนำมาสู่การกำหนดทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ตามผลการเลือกตั้งที่พรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดและรวมเสียงได้มากที่สุด ต้องมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล ดังเช่นที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

จะเห็นว่าเมื่อปี 2562 เพราะรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับคะแนนโหวตมากกว่ากึ่งหนึ่งคือ 375 เสียงในรัฐสภาที่ประกอบไปด้วย สว. และ สส. ทั้งที่ในรัฐธรรมนูญฉบับอื่นก่อนหน้านี้ กำหนดให้ได้คะแนนเพียงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น (หรือหากเทียบกับจำนวน ส.ส. ในปัจจุบันคือ ใช้เพียง 250 เสียงขึ้นไปเท่านั้น)  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาหลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่คนที่มาจากการแต่งตั้งจำนวน 250 คน มีอำนาจเหนือประชาชนทั้งประเทศที่มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง และเพื่อเป็นการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง  สส. ของ “ไทยสร้างไทย” ทั้งหมด 6 คน

จึงยืนยันที่จะยกมือโหวตเห็นชอบให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรา 272 ที่บรรจุอยู่ในวาระเรื่องด่วน ในการประชุมร่วมรัฐสภา แม้การประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ส.ค.  จะถูกเลื่อนการประชุมออกไปก็ตาม
ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยเล็งเห็นว่า ในการเลื่อนประชุมรัฐสภาแต่ละครั้ง ประเทศชาติต้องสูญเสียงบประมาณไปกว่า 8 ล้านบาท จึงขอเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา  ช่วยกันทำเพื่อประเทศชาติ ร่วมประชุมกันให้ลุล่วงตามวาระการประชุม เพื่อเห็นแก่ประชาชนที่เสียภาษีและรอคอยความหวังจากฝ่ายนิติบัญญัติ  ที่จะผ่านกฎหมายที่ส่งผลต่อประชาชน

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 เพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชน แก้ไขกฎหมายที่ทำให้ประเทศไทยติดล็อกอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่ตรงกับหลายพรรคการเมืองที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยสร้างไทยจึงขอเชิญชวนสมาชิกรัฐสภา  ไม่ว่าจะเป็น สว. หรือพรรคการเมือง ร่วมมือกันแก้ไข ม.272 และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนและสร้างรากฐานยั่งยืนให้กับประเทศชาติ

'ไทยสร้างไทย' ชูธงปิดสวิตช์สว. - สับเลื่อนประชุมสภาฯส่งผลสูญงบใช่เหตุ 8 ล.

รณกาจ ชินสำราญ กรรมการบริหาร พรรคไทยสร้างไทย

ชวน ติงมือมืด ‘ประชาธิปัตย์’ ดอดเจรจาร่วมรัฐบาล – เตือนรอมติพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555355

06 ส.ค. 2566

ชวน  ติงมือมืด 'ประชาธิปัตย์' ดอดเจรจาร่วมรัฐบาล - เตือนรอมติพรรค

ผู้อาวุโสแห่ง “ประชาธิปัตย์” ชวน หลีกภัย ไล่ถามกลางที่ประชุมสส.พรรค ใครรู้เห็นเรื่องคนของประชาธิปัตย์ไปเจรจาร่วมรัฐบาล กลายเป็นว่าทุกคนเงียบหมดไม่มีใครรับรู้ เตือนใครที่คิดทำแบบนั้น ไม่เหมาะสมเพราะควรรอมติพรรต ซึ่งถือเป็นจุดยืนของพรรค

นายชวน หลีกภัย  สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์   อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า  ประเด็นที่ “ประชาธิปัตย์”   ถูกโยงถึงการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย   ได้สอบถามในที่ประชุมสส. เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า  “จริงไหมและมีไหม ที่มีคนไปขอแบ่งกระทรวง ต่างๆ ” ซึ่งที่ประชุมสส.ก็ได้ปฏิเสธ มองว่าเรื่องนี้เร็วไป รัฐบาลก็ยังไม่มี นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มี ที่พูดกันไปเพราะมีข่าว ว่ามีคนไปพบคนนั้นคนนี้ มีการแบ่งเอากระทรวงนั้นกระทรวงนี้   ขอเตือนว่าอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับพรรค ผูกพันกับพรรค ก็ต้องเป็นมติพรรคและคนใดคนหนึ่งก็ไม่ควรไปทำอะไรส่วนตัวนอกเหนือจากมติพรรค 

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า  “ประชาธิปัตย์” เป็นพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค เมื่อสมาชิกพูดอะไรผู้บริหารก็จะรับฟัง เมื่อนำมาวิเคราะห์และมีเหตุผล ก็น่าที่จะคล้อยตาม ความคิดที่ไม่อยากให้พรรคไปร่วมรัฐบาลเป็นความคิดของสมาชิกจากหลายภาค ซึ่งที่สุดหากที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เข้าร่วมรัฐบาล ก็คงเป็นเรื่องของมติพรรค  ที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริง ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคมักจะฟังเสียงสมาชิกเป็นสิ่งสำคัญ

“ที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านระบอบทักษิณ ค่อนข้างจริงจังรุนแรง  ส่วนวันนี้ระบอบดังกล่าวยังอยู่หรือไม่ควรจะต้องพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องพิจารณา”  นายบัญญัติ  ระบุ

‘เสี่ยต่อ’ แถลงเดือดประณามพวกทำประชุม ปชป.ล่ม โวมี สส.ในมือ 21 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555353

06 ส.ค. 2566

'เสี่ยต่อ' แถลงเดือดประณามพวกทำประชุม ปชป.ล่ม โวมี สส.ในมือ 21 คน

‘เฉลิมชัย’ ซัดพวกทำประชุม ปชป.ล่มซ้ำ ชี้ทำกันเป็นขบวนการ กร้าวพร้อมลาออกหากพรรคมองว่าเป็นตัวปัญหา โวมีอย่างน้อง 21 สส.ในมือ

วันที่ 6 ส.ค.  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สีมภาษณ์กับสื่อมวลชน กล่าวประณามพฤติกรรมของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำให้องค์ประชุมล่มเป็นรอบที่สองที่มีผู้แสดงตนเพียง 223 คน ซึ่งขาดอีก 27 คนจึงจะครบองค์ประชุม ระบุว่า เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายไม่เคยเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ผลที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมาก ตนได้แถลงเป็นครั้งแรกว่าเกิดอะไรขึ้นในพรรค องค์ประชุมไม่ครบทั้ง 2 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ และครั้งนี้ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่เกิดจากพฤติกรรมของบางกลุ่มในพรรค  ตนขอโทษสมาชิกทุกคนที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ 

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า การให้องค์ประชุมออกจากห้อง ไม่ลงชื่อเข้าประชุม ไปเที่ยวประเทศลาว พฤติกรรมเหล่านี้เลวทราม ไม่ควรจะเกิดขึ้นในพรรค อยากจะฝากอีกครั้งว่า พวกเขารู้ตัวว่าทำพฤติกรรมอะไรไว้ หากจิตสำนึกกลับคืนมา ประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้าได้ เรามีระเบียบและข้อบังคับ ไม่สามารถทำโดยส่วนตัวได้แต่ครั้งนี้ทุกคนฉีกข้อบังคับพรรค ตนขอประนามพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ถ้ามีจิตสำนึกต้องมาช่วยให้พรรคเดินไปข้างหน้าไม่ใช่เล่นเกมการเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการของใครบางคน

นอกจากนี้ นายเฉลิมชัย ยังกล่าวว่า ตนพร้อมวางมือทางการเมือง และเคยยื่นข้อเสนอว่า หากตนเป็นอุปสรรคกับพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะลาออกเพื่อให้ทุกคนสบายใจ วันนี้ตนทำทุกอย่าง และขอให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องแสดงความคิดเห็น

อีกทั้งการประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ใช้งบประมาณครั้งละ 3-4 ล้านบาท นี่คือเงินที่ประชาชนตั้งใจจะให้เรามาทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่ผลาญเล่น ขอให้ทุกคนกลับไปคิดตรึกตรองว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาถูกต้องหรือไม่ คงไม่ต้องบอกว่าใครน่าจะรู้ตัวเอง และรักษาการยังมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ แม้แต่ นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ก็อยากให้เดินหน้า

“ยืนยันไม่ใช่เป็นการล่มโดยธรรมชาติ แต่ล่มด้วยเจตนา และการประชุมล่ม ตนก็ทราบล่วงหน้าก่อนทุกครั้งโดยเหตุในวันนี้ก็เพิ่งทราบเมื่อวานนี้”นายเฉลิมชัย กล่าว

สำหรับไทม์ไลน์ต่อจากนี้ นายเฉลิมชัย เผยว่า จะต้องเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ครั้ง ประชุมรอบหน้าอาจจะต้องเช่าเต็นท์ เลี้ยงข้าวกระเพราะไก่ ไข่ดาว แทนกับข้าวดีๆ เพราะคงไม่มีเงินจัดในโรงแรมแล้ว ประชุมครั้งหนึ่งก็ต้องใช้เงินเยอะ

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า มี สส.ของพรรคอย่างน้อย 21 คน เห็นด้วยกับแนวทางนี้ พร้อมให้ สส.ที่มีจุดยืนเดียวกัน เรียงแถวให้ผู้สื่อข่าวเก็บภาพ

ล่มรอบ 2 เลือกหัวหน้าพรรค กก.บริหาร ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ไม่ครบองค์ประชุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555349

06 ส.ค. 2566

ล่มรอบ 2  เลือกหัวหน้าพรรค กก.บริหาร 'พรรคประชาธิปัตย์' ไม่ครบองค์ประชุม

การประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหาร “พรรคประชาธิปัตย์” ล่มซ้ำรอบ 2 หลังสมาชิกพรรคเดินทางมาไม่ครงองค์ประชุม

6 สิงหาคม 2566  ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เขตหลักสี่  กทม. ซึ่งมีการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2/2566 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ชุดใหม่ โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมกันอย่างต่อเนื่อง  

ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรค ประชาธิปัตย์ ล่มรอบ2ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรค ประชาธิปัตย์ ล่มรอบ2

แต่ปรากฎว่า การประชุมต้องถูกเลื่อนออกไปอีก หลังจากที่เลยเวลานัดหมายมาเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาไม่ถึง 250 คน ส่งผลให้ไม่ครบองค์ประชุม ต้องเลื่อนวันเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทำให้สมาชิกพรรคต่างพากันแยกย้ายเดินทางกลับ

ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรค ประชาธิปัตย์ ล่มรอบ2ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรค ประชาธิปัตย์ ล่มรอบ2

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา นายไชยวัฒน์ ไตรสุนันท์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ นำรายชื่อสมาชิกพรรคกว่า 100 คน มายื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติการประชุมวิสามัญและมติกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2566 

และขอให้สั่งเลื่อนการประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ออกไปก่อน และให้กกต.สั่งให้พรรคแก้ไขข้อบังคับพรรคให้ถูกต้อง 

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ โผล่พนมเปญฉลองวันเกิด ‘ฮุนเซน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555347

06 ส.ค. 2566

'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' โผล่พนมเปญฉลองวันเกิด 'ฮุนเซน'

“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” 2 อดีตนายกฯ โผล่พนมเปญ เพื่อร่วมมฉลองวันเกิด ครบ 71 ปี “ฮุนเซน” นายกฯ กัมพูชา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ “ทักษิณ” ขึ้นทวิตเตอร์ ขอเลื่อนกลับไทย

6 ส.ค. 2566  สื่อกัมพูชา รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  2 อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เดินทาง มายังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 71 ปี ของสมเด็จเตโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา 

ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

โดยสมเด็จฯฮุน เซน เปิดเผยว่า นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าพักที่บ้านพักของตนเป็นเวลาหนึ่งคืน โดยหลังรับประทานอาหารเช้าร่วมกับสมเด็จฯ ฮุนเซนแล้ว ทั้ง 2 คน ก็ขึ้นเครื่องบินเดินทางออกกัมพูชา  

ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์  ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

สมเด็จฯฮุน เซน และนายทักษิณ มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับราวกับพี่น้อง ทั้งคู่สนิทตั้งแต่ปี 2535 ก่อนที่นายทักษิณจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทย

ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์  ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com


ทั้งนี้ สมเด็จฮุนเซนเตรียมประกาศสถาปนา “ฮุน มาเนต” ลูกชายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกัมพูชามนสัปดาห์นี้เลือกการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์  ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์  ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน  ภาพจาก Freshnewsasia.com ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ร่วมฉลองวันเกิด ฮุนเซน ภาพจาก Freshnewsasia.com

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  https://www.freshnewsasia.com/

‘มาดามเดียร์’ ชี้เลือก ‘หัวหน้าปชป.’ ต้องตอบสังคมได้ชัดจุดยืนการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555332

05 ส.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ชี้เลือก 'หัวหน้าปชป.' ต้องตอบสังคมได้ชัดจุดยืนการเมือง

‘มาดามเดียร์’ โพสต์เฟซบุ๊ก เลือก ‘หัวหน้าปชป.’ อุดมการณ์และจุดยืนการเมือง ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องชัดเจน หากตอบคำถามเหล่านี้กับสังคมไม่ได้ ก็ไร้ความหมายและความหวัง

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 

ไม่ว่าการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้ผลจะออกมาเป็นอย่างไรหากพรรคไม่สามารถตอบคำถามสังคมถึงความคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในสังคมที่ต้องเผชิญความท้าทายของโลกอนาคต

พร้อมประกาศอุดมการณ์ และจุดยืนการเมืองที่ชัดเจน

พรรคจะเดินไปข้างหน้ายังไง?

พรรคจะเดินไปหาใคร?

พรรคจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

พรรคพร้อมชัดเจนกับสังคมและประชาชนรึเปล่า?

อุดมการณ์ ชุดความคิดที่จะถูกกลั่นออกมาเป็นนโยบาย หลังจากนี้คืออะไร?

หากพรรคไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้กับสังคมได้

ก็คงไร้ซึ่งความหมาย และความหวัง

#โลกเปลี่ยนพรรคต้องเปลี่ยน

#ประชาธิปัตย์เปลี่ยนได้ถ้ามีจุดยืน

ขอบคุณที่มา: เพจ เดียร์ วทันยา บุนนาค

ธนกร แจงสยบย้ายค่าย ยืนยัน ‘สุชาติ’ ยังอยู่ รวมไทยสร้างชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555330

05 ส.ค. 2566

ธนกร แจงสยบย้ายค่าย ยืนยัน 'สุชาติ' ยังอยู่ รวมไทยสร้างชาติ

“ธนกร” สยบข่าวลือ ยัน “เสี่ยเฮ้ง – สุชาติ” ยังอยู่ รทสช.ไม่ทิ้งพรรค ชี้ สส.36 คนเป็นเอกภาพ พร้อมโหวตนายกฯทิศทางเดียวกัน

สยบข่าวย้ายค่าย นายธนกร  วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีหลายกลุ่มในพรรคที่อาจจะเสียงแตกในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน ว่า ต้องยอมรับว่าในพรรครวมไทยสร้างชาติ มาจากการเมืองหลายกลุ่มและมีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่เรื่องการทำหน้าที่ในสภา

นายธนกร  วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) นายธนกร  วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)

โดยเฉพาะการลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีนั้นสส.ทั้ง 36 คนของพรรค มีความเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยยึดตามมติของพรรคมาโดยตลอดรวมทั้งการเลือกประธานสภาด้วย  ซึ่งยอมรับว่า อาจมีการประสานงานและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในบางประเด็น แต่รวมไทยสร้างชาติ พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายของทุกกลุ่ม
 

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายสุชาติ  ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าอาจจะย้ายพรรค  นายธนกร กล่าวว่า  ส่วนตัวได้พูดคุยกับนายสุชาติแล้วและพูดคุยกันมาตลอด

นายสุชาติ  ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาตินายสุชาติ  ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

และเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น นายสุชาติ ยืนยันกับตนว่ายังอยู่กับรวมไทยสร้างชาติ และยังมีแนวคิดอุดมการเดียวกันตั้งแต่แรกที่พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม อดีตประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคฯ ที่เคยให้ไว้ว่าให้ช่วยกันสร้างพรรคให้เข้มแข็ง เป็นพรรคที่พร้อมดูแลประชาชนและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  ถึงแม้วันนี้พลเอกประยุทธ์จะวางมือทางการเมืองแล้ว แต่ตนและนายสุชาติก็ยังคงรักษาอุดมการณ์และความตั้งใจเดิมที่ตามพลเอกประยุทธ์มา

“เป็นธรรมดาของทุกพรรค ที่ต่างคนก็ต่างความคิด และอาจมีการสื่อสารประสานงานที่ไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันไป  แต่เมื่อได้มีการพูดคุยกันแล้ว ยืนยันว่าทุกคนในพรรคมีความเป็นเอกภาพ มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ผมมั่นใจว่าทุกคนยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก มาก่อนความคิดเห็นส่วนตัว” นายธนกร กล่าวย้ำ