เดือด ‘สามารถ’ ลั่นถ้า ‘เศรษฐา’ เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ จะ ‘โกนหัว’ ไว้อาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555131

03 ส.ค. 2566

เดือด ‘สามารถ’ ลั่นถ้า ‘เศรษฐา’ เป็น 'นายกรัฐมนตรี' จะ ‘โกนหัว’ ไว้อาลัย

อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์เดือด รับไม่ได้ นักการเมืองพ่นน้ำลายหลอกลวงประชาชน ระบุเคยบอกไม่เอากัญชา-จะแก้มาตรา 112 ลั่น เลือกนายกฯ ที่ไม่ตระบัดสัตย์เท่านั้น ย้ำถ้า ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกฯ จะโกนหัว ไว้อาลัย กับสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เชื่อในสภามีคนดี

นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟสบุ๊ค ส่วนตัว ‘ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช’ ว่า

ผมไม่เชื่อ ว่า พรุ่งนี้เศรษฐา จะได้เป็นนายกฯ เพราะเคยบอก ไม่เอากัญชา และ จะแก้ มาตรา 112 ถ้าพรรคบางพรรคไปร่วม ผมว่าคนทั้งประเทศจะงงเป็นไก่ตาแตกแน่นอน

ดังนั้นทั้งพรรคการเมือง หลายพรรคที่บอกจะปกป้องมาตรา112 พรรคบางพรรคโดนถล่มว่า จะไล่หนูตีงูเห่า ถึงขนาดผีไม่เผาเหงาไม่เหยียบ

สว. ที่ออกมาต่อต้านคนแก้ มาตรา112 จำนวนมาก ผมจึงเชื่อมั่นว่า ในสภา มีคนดี มากกว่า คนไม่ดี

ดังนั้น ถ้าพรุ่งนี้ เศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกฯ..

ผมจะโกนผมบนหัว…. ไว้อาลัยให้กับ จุดยืนทางการเมือง ของนักการเมืองในประเทศนี้….

เพราะ นักการเมือง ต้อง ซื่อสัตย์ ต่อ ประชาชน…

ถ้า พ่น น้ำลาย แล้วหลอกประชาชน

ผมก็ต้อง ขอเสียสละ ผมบนหัว… แทน

ดังนั้น สว. และ พรรคการเมือง ที่เป็นตัวแทนของประชาชน จะนำคลิปนี้ไปเปิดใน สภา ก็ทำได้

ผมนึกถึง อมตะวาจาของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่ชื่อ..พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ…ยังใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย.ท่านพูดไว้ว่า.

“..เมื่อเรายังไม่พูด..เราเป็นนายคำพูด…แต่เมื่อพูดไปแล้ว..คำพูดเป็นนายเรา…”

ดังนั้น ความเป็นคนจึงสำคัญที่คำพูดว่าพูดอย่างไร..พูดแล้วทำให้เรามีคุณค่าอย่างไร..???

พูดแล้วตนเองดูมีประโยชน์ หรือพูดแล้วตนเองไร้ประโยชน์…???

ท่านจึงบอกเสมอๆว่า..คุณค่าของคนนอกจากดูที่การกระทำแล้วยังต้องดูที่คำพูดด้วย…???

สุภาษิตไทยโบราณจึงสรุปเรื่องคำพูดไว้ว่า..ปากเป็นเอก..เลขเป็นโท…

ดังนั้น คนที่จะเป็นนายกฯ ถ้าวันแรกก็ตระบัดสัตย์แล้ว เราจะไว้วางใจให้บริหารประเทศได้อย่างไร ??

ผมจึงมั่นใจเสมอว่า ในสภา จะมีคนดีมากกว่าคนไม่ดี

น่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ถ้าสภา ไม่ทำตาม ผมก็จะโกนผม เปรียบเสมือน ผมได้ตัดผมแทนหัว…

ตัวผมเองเป็นคนเชื้อสายจีน โดยคนจีนยุคโบราณถือหลักจารีตขงจื่อที่จะต้องกตัญญูโดยการรักษาทุกส่วนของร่างกายรวมทั้ง “ผม” ด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งที่บิดา มารดาให้มา คนโบราณจึงไม่ตัดผม และให้รักษาอย่างดี

ดังนั้นการตัดผมจึงถือเป็นเรื่องใหญ่เหมือนถูกประหารชีวิต

ดังนั้น ผมเองก็จะโกนหัว ไว้อาลัยให้กับ สิ่งที่ไม่ชอบธรรมและไม่ถูกต้อง

พรุ่งนี้ สี่ทุ่ม จะมาไลฟ์ ว่าปลอดภัย หรือ ต้องโกน ถ้าโกนจะนัดหมายโกนผม ในวันเสาร์ที่ 5 ก.ค. 66 นี้

มาลุ้นไปด้วยกันนะครับ

พรรค ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ยังไม่ปิดประตู ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ กับ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555129

03 ส.ค. 2566

พรรค 'รวมไทยสร้างชาติ' ยังไม่ปิดประตู ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' กับ 'เพื่อไทย'

พรรค ‘เพื่อไทย’ ยังไม่ติดต่อ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ พีระพันธุ์ ยัน ไม่ได้พูดคุยกัน แต่ประตูยังเปิดอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนนำแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี ครบรอบ 1 ปี ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ

พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ

พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปีของการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติโดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมแกนนำพรรคร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมีพิธีทางศาสนาอิสลาม และพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล

หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมพิธีทำบุญพรรคครบรอบ1 ปีว่า พรรคยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใดและพรรคยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติสามารถทำงานกับพรรคเพื่อไทยได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หากมีแนวทางเดียวกันก็สามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าคนละทาง ก็ทำด้วยกันไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่ทราบต้องรอพูดคุยกันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังไม่ปิดประตูที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ประตูเปิดอยู่

สายตรงนายใหญ่ ‘ภูมิธรรม’ ประกาศ แถลงพรรคร่วมรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ บ่าย 3 วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555125

03 ส.ค. 2566

สายตรงนายใหญ่ 'ภูมิธรรม' ประกาศ แถลงพรรคร่วมรัฐบาล 'เพื่อไทย' บ่าย 3 วันนี้

สายตรงนายใหญ่ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศ บ่าย 3 นี้ ตั้งโต๊ะแถลงพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ที่รัฐสภา อุบพรรค 2 ลุงร่วมหรือไม่ บอกรอฟังแถลงทีเดียว ยัน กำหนดการทักษิณกลับบ้านตามเดิม ล่าสุดเลื่อนจัดตั้งรัฐบาลออกไปก่อน

หลังพรรคเพื่อไทย ฉีก MOU 8 พรรค สลัดพรรคก้าวไกลพ้นการร่วมจัดตั้งรัฐบาล ไปเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย 

ที่รัฐสภา รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย สายตรงนายใหญ่ กล่าวถึงกระแสข่าว ที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร จะเลื่อนวันกลับประเทศไทยภายหลังเสร็จสิ้นการจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ทราบอะไร ขณะนี้ยังยืนยันเหมือนเดิม

ส่วนวันนี้จะมีพรรคไหนมาร่วมรัฐบาลใหม่นั้น ขอให้รอฟังการแถลงข่าวเวลา 15.00 น.ที่รัฐสภา ทั้งนี้ความคืบหน้าการดีลจัดตั้งรัฐบาลราบรื่นด้วยดีและเป็นไปตามกำหนดเดิม

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีพรรค 2 ลุง (พรรคพลังประชารัฐ-พรรครวมไทยสร้างชาติ) มาร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรม ระบุว่า วันนี้จะทราบ

ทั้งนี้หากไม่มีพรรค 2 ลุงเสียงสนับสนุนจะเพียงพอหรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่า วันนี้จะแถลงทีเดียวจบ

‘ภูมิธรรม’ เผยเลื่อนจัดตั้งรัฐบาลออกไปก่อน

ในเวลาต่อมา นายภูมิธรรม  เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในช่วงบ่าย 3 วันนี้  ต้องเลื่อนออกไปก่อนหลัง นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา  ประธานรัฐสภามีคำสั่งให้เลื่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจาก วันที่ 4 ส.ค. 2566 ออกไปโดยไม่มีกำหนด รอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย หรือมีคำสั่งอย่างไรในวันที่ 16 ส.ค. 2566 

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนสั่งคำร้อง เสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็น นายกฯ นัดถก 16 ส.ค. 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555123

03 ส.ค. 2566

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนสั่งคำร้อง เสนอชื่อ 'พิธา' เป็น นายกฯ นัดถก 16 ส.ค. 66

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เลื่อนสั่งคำร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมเสนอชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ โหวตนายกฯ รอบ 2 แต่ไม่สั่งชะลอ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 3 นัดพิจารณา 16 ส.ค. 2566

ภายหลัง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการนัดประชุม เพื่อพิจารณาว่า จะรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ไว้วินิจฉัยหรือไม่ หลังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ รอบสอง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญให้เลื่อนการพิจารณาสั่ง คำร้องและให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป โดยนัดพิจารณาในวันที่ 16 ส.ค. 2566

โดยก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น จะออกได้ 3 แนวทาง คือ

  1. ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง
  2. ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง แต่ไม่มีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกฯ
  3. ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกฯ ไว้ก่อน

ทั้งนี้ หากศาลมีการรับคำร้องไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน ก็จะส่งผลให้การนัดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 ส.ค. นี้ ถูกเลื่อนออกไป และประธานรัฐสภา ก็จะต้องกำหนดวันประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้ง

ขณะที่ บรรยากาศบริเวณด้านนอก หน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พบว่า มีการรักษาความปลอดภัยปกติ แต่เพิ่มมาตรการฐานรักษาความปลอดภัย นำแผงรั้วเหล็กมากั้นบริเวณหน้าประตูทางเข้าศาล พร้อมตำรวจตั้งจุดคัดกรองรถเข้า-ออก พร้อมปิดป้ายระบุสิ่งต้องห้ามนำเข้ามาบริเวณศาล ประกอบด้วยอาวุธทุกชนิด รถขยายเสียง เครื่องขยาย รวมถึงป้ายข้อความหรือสัญลักษณ์อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ

เช่นเดียวกับบริเวณด้านใน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้า-ออก บริเวณพื้นที่ ส่วนสื่อมวลชนทุกคนต้องแลกบัตรสื่อ หรือบัตรประจำตัวจากต้นสังกัดเพื่อแสดงตัว และอนุญาตให้นั่งรอภายในห้องพักสื่อมวลชนเพื่อความเรียบร้อย

‘ปชป.’ เข้าร่วมรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ หรือไม่ ‘จุรินทร์’ โยน กก.บห. พรรคชี้ชาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555120

03 ส.ค. 2566

'ปชป.' เข้าร่วมรัฐบาล 'เพื่อไทย' หรือไม่ 'จุรินทร์' โยน กก.บห. พรรค ิชี้ชาด

‘จุรินทร์’ โยน กก.บห. พรรค ตัดสินใจร่วมรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ หรือไม่ ลั่น ปชป. ไม่ทิ้งอุดมการณ์ ไม่เคยส่งคนเจรจา มอง ‘เศรษฐา’ เป็นนักธุรกิจ ส่วนรายละเอียดอื่นรอดูหน้างาน

ที่รัฐสภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวถึงแนวทางการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ผ่านมติที่ประชุม สส. ของพรรค ขณะนี้ยังไม่ได้ประชุมกัน และพรรคก็ยังไม่ได้ใครไปเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ส่วนกระแสข่าวว่าจะมี สส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย นายจุรินทร์ บอกยังไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้น

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคเห็นด้วยหรือไม่ จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นคู่แข่งกัน นายจุรินทร์ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งจะมีการเลือกในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ส่วนตอนนี้ชุดเก่ายังคงทำหน้าที่ไปก่อน พร้อมมองว่าขณะนี้ยังไม่ถือเป็นการเสียอุดมการณ์ของพรรค เพราะยังไม่ถือว่าร่วมหรือไม่ร่วม แต่เชื่อว่า สส. ของพรรค จะคำนึงถึงอุดมการณ์ ก่อนจะดำเนินการใดๆได้

นายจุรินทร์ ยังย้ำว่า ตนขอไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้เพียงคนเดียว ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคพิจารณาว่าปัจจัยหลักตัดสินใจร่วมรัฐบาลคืออะไร แต่เบื้องต้นมีเสนอเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และหลักการอื่นๆ ซึ่งที่ประชุมต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ

เมื่อถามว่า สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ มองคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน อย่างไร นายจุรินทร์ บอกว่าท่านเป็นนักธุรกิจ ก่อนนิ่งคิดครู่หนึ่งและพูดต่อว่า ส่วนรายละเอียดเรื่องอื่นๆ จะไปตอบแทน สส. ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะซักถามอย่างไร หากเสนอชื่อนายเศรษฐาจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุม สส.ทั้ง 25 คน เพื่อหาข้อสรุปโหวตนายกรอบ3 และการเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เวลา 10:30น. ที่ ห้อง ประชุมกรรมาธิการ N 409 อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร

‘เพื่อไทย’ เรือรั่ว ทักษิณ ไม่กลับบ้าน ชูวิทย์ เตรียม แฉเพื่อชาติ ว่าที่นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555106

03 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' เรือรั่ว ทักษิณ ไม่กลับบ้าน ชูวิทย์ เตรียม แฉเพื่อชาติ ว่าที่นายกฯ

‘ชูวิทย์’ อ่านเกม ‘เพื่อไทย’ เรือรั่ว ส่งผลทำ ‘ทักษิณ’ ไม่กลับบ้าน 2 ลุง มาแน่ แต่มาทีหลัง พร้อมเตรียม แฉเพื่อชาติ ว่าที่นายกฯ

เรียกได้ว่าเคลื่อนไหวเมื่อไร เป็นที่จับตา สำหรับ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” โดยเฉพาะในช่วง การจับขั้ว สลับข้าง “จัดตั้งรัฐบาล” ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ผ่านมา มักเป็นไปตามที่ “ชูวิทย์” เคยทำนายไว้เสมอ

ล่าสุด หลังจากมีการประกาศว่า “ทักษิณ ชินวัตร” จะไม่เดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 10 ส.ค. 2566 ตามที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ “ชูวิทย์” เคยคาดการณ์ไว้ว่า ทักษิณ จะไม่ได้กลับประเทศไทย

ชูวิทย์ โพสต์ ทักษิณไม่กลับชูวิทย์ โพสต์ ทักษิณไม่กลับ

โดย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ทักษิณไม่กลับ” ระบุว่า เมื่อคืนโทรศัพท์ดังไม่หยุด ท้ายสุดต้องปิดเครื่อง ในที่สุดทักษิณเลื่อนกลับจริงๆ สัมพันธ์กับการโหวตนายกฯ วันที่ 4 การประกาศจับขั้วใหม่ของเพื่อไทย รีบตีปี๊บชูธงนำ “นายกฯ เจ้าสัว” นายเศรษฐา ทวีสิน บอสเก่าแสนสิริ เจ้าพ่อคอนโดฯประเทศไทย พร้อมพรรคที่โดดข้ามขั้วมาแทนก้าวไกล ได้แก่ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ประชาชาติ ชาติพัฒนากล้า ประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กอื่นๆ รวมได้ 264 เสียง มีก้าวไกล พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ไทยสร้างไทย เป็นฝ่ายค้าน

ประเด็นสำคัญที่ชูวิทย์ ระบุคือ วันนี้แถลงข่าวที่สภาฯ เวลาบ่าย 3 โมง ไม่มีผิดจากนี้ พรรค 2 ลุง ไม่มาตอนนี้ แต่มาทีหลัง สว. ผ่านด้วยเงื่อนไขพิเศษสุด จากไฟกระพริบของลุง

นอกจากนี้ ชูวิทย์ ยังระบุอีกว่า เหลือ “ภารกิจ” แฉเพื่อชาติ ที่เขาเตรียมจะแฉ ให้ดูว่า “ว่าที่นายกฯ ตัวสูง เจ้าสัวนายทุน จะซ้ำรอยทักษิณไหม?” ที่ไปกระซิบบอกทักษิณว่า “ชี้แจงได้” แต่นี่ไม่ใช่การโหวต “ไม่ไว้วางใจ” แต่ในการเมือง อย่างทักษิณขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ยังกลายเป็นผิด กลับบ้านไม่ได้จนป่านนี้

“แล้วอย่าง “ว่าที่นายกฯ ตัวสูง” ที่หนีภาษี พายเรือให้โจรนั่ง มีหลักฐาน จะถูกได้ยังไง? ยิ่งภาวะการณ์เพื่อไทยขณะนี้เหมือนเรือรั่ว ส่งผลถึงทำไมทักษิณไม่กลับวันที่ 10 ส.ค.” ชูวิทย์โพสต์ร่ายยาว

ก่อนทิ้งท้ายว่า ผมมีคำตอบ โปรดติดตาม “พวกไม่มาวันนี้ จะมาร่วมกันทีหลัง โหวตนายกฯ ตามดีลลับ เพื่อไทยเดินเกมใต้ดิน อ้าปากเห็นลิ้นไก่กันหมด”

ชูวิทย์โพสต์ชูวิทย์โพสต์

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ของสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ที่มาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาล ซึ่งอ้างว่า เป็นข้อมูลของนายกฯคนถัดไป โดยโชว์เอกสาร อาทิ โฉนดที่ดิน, รายงานการประชุมซื้อที่ดิน ฯลฯ “พูดง่ายๆ ชีวิตของนายกฯคนถัดไป อยู่ในซองนี้”

‘เป็นธรรม’ ลั่น ไม่ขอเป็นนั่งร้านโหวต ‘เพื่อไทย ‘ผนึกขั้วเผด็จการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555098

02 ส.ค. 2566

'เป็นธรรม' ลั่น ไม่ขอเป็นนั่งร้านโหวต 'เพื่อไทย 'ผนึกขั้วเผด็จการ

เปิดหน้าแลกแม้ว่าจะมี 1 เสียง ในสภา ผ่านสส.บัญชีรายชื่อ กัณวีร์ สืบแสง จากพรรค “เป็นธรรม” ยืนยันหาก “เพื่อไทย” สร้างขั้วใหม่ทางการเมือง ด้วยการผนึกกับ พรรคที่สืบทอดเผด็จการ สิ่งที่ตัดสินใจได้ง่ายที่สุดคือไม่โหวตให้ ย้ำหากต้องเปลี่ยนสีไปหนุนเผด็จการทำไม่ได้

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม  เปิดเผยว่า  ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทย ประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคก้าวไกล  อันเป็นผลให้ความร่วมมือระหว่าง 8 พรรค ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต้องสิ้นสุดไปโดยปริยาย   จุดยืนพรรคเป็นธรรม แม้ว่าจะมีเพียง 1 เสียง คือ  ตนในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ  ในแง่ของการทำงานการเมือง ก็ขอยึดมั่นในอุดมการณ์และคำสัตย์ที่ให้ไว้กับประชาชน  ไม่สามารถจะตระบัดสัตย์ได้  อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้า แต่ต้องยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ที่ให้ไว้กับประชาชน 

ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกับพรรคอื่น ที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ พรรคเป็นธรรมยืนยันว่า คงไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยได้   “เรายังยึดมั่นมติมหาชน เป็นแหล่งที่มาที่เดียว ในการสถาปนาอำนาจรัฐ เมื่อมติมหาชนผ่านการเลือกตั้งส่วนใหญ่มอบให้พรรคก้าวไกล ถ้าต้องคืนอำนาจให้กับเผด็จการเราไม่สามารถเข้าร่วมได้ จะให้เราไปร่วมสืบทอดอำนาจให้เผด็จการเราคงไม่ทำ”

เขา กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้าน พรรคเป็นธรรม  ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านตามที่เคยประกาศไว้  สมการของพรรคเป็นธรรม ง่าย ตรงชัด สั้นกระชับ  เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง เอาประชาชนเป็นใหญ่ ให้ประชาชนเดินหน้า  จะไม่ร่วมกับพรรคที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ   “ผมจะขอใช้เอกสิทธิ์ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 1 เสียง ของ สส.พรรคเป็นธรรม มาจากประชาชน ก็จะโหวตตามมติของประชาชน ”  เขา กล่าว

ย้อนวลีเด็ด ‘มันจบแล้วครับนาย’ ตำนานที่มีลมหายใจ เพราะเจ้าของคำพูดยังอยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555096

02 ส.ค. 2566

ย้อนวลีเด็ด 'มันจบแล้วครับนาย' ตำนานที่มีลมหายใจ เพราะเจ้าของคำพูดยังอยู่

ย้อนวลีเด็ด ‘มันจบแล้วครับนาย’ ตำนานที่ยังมีลมหายใจ เพราะเจ้าของคำพูดยังอยู่ คำพูดตัดจบเอาไว้บอกว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว

การเมืองสุดร้อนระอุหลังจากที่ พรรคเพื่อไทย ประกาศฉีก MOU การจัดรัฐบาลของ 8 พรรคร่วมที่เคยทำร่วมกันไว้ โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ เพื่อให้สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำได้ ดังนั้นเกมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จึงไม่มี พรรคก้าวไกล อยู่ในลิสต์ และ เพื่อไทย ก็ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมีพรรคใดบ้าง

แต่ที่ร้อนไปกว่าการเมืองคงหนี้ไม่พ้นประชาชน และโหวตเตอร์ทั้งหลายที่ดูเหมือนว่าจะไม่พอใจกับสูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่ประกาศตัดพรรคก้าวไกลทิ้งสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมีการจับตาท่าทีว่า เพื่อไทย จะหันไปจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิม ที่มีทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ อีก จนทำให้วลีเด็ดอย่างคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” กลายขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์แบบร้อนแรงสุดๆ

สำหรับวลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย” เป็นคีย์เวิร์ดทางการเมืองที่ไม่ว่าจะผ่านไปแล้ว กว่า 10 ปี ก็ยังถูกหยิบเอามาพูดซ้ำๆ ทั้งในหมู่วัยรุ่น หรือในสถานการณ์ที่เราไม่สามารถทำอะไรต่อได้อีกแล้ว สื่ออารมณ์เหมือนกับว่า มันจบสิ้นแล้ว บางสถานการณ์คนอาจจะมีการเอามาล้อกันเล่นจนทำให้วลีสุดเด็ด “มันจบแล้วครับนาย” กลายเป็นคำที่อยู่มาทุกยุค และสามารถใช้ได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะในเวลาที่เราอยากจะตัดจบเรื่องราว ข้อตกลง หรือความสัมพันธุ์กับใครสักคน

สำหรับที่ไปที่มาของคำว่า “มันจบแล้วครับนาย”  หากมองในมุมการเมืองความหมายอาจจะไม่ดีนัก เพราะเป็นเหมือนกับการหักหลัง และเป็นคำบอกลาว่า ‘ฉันจะไปเริ่มต้นจับมือกับพรรคใหม่’  โดยเจ้าของคำพูดนี้คือ นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าพ่อแห่งเมืองบุรีรัมย์ ที่พูดคำนี้ไว้กับ นายทักษิณ ชินวัตร  หลังจากเกิดการรัฐประหารในปี 2549  ในยุคที่เพื่อไทยต้องยุบสภาไป เพราะการชุมนุมอย่างหนัก

เนวิน ชิดชอบ เนวิน ชิดชอบ

เหตุการณ์ที่ทำให้นายเนวิน ซึ่งเรียกว่ามีความสนิทสนม ใกล้ชิดกับ ทักษิณ ชินวัตร ณ ช่วงเวลานั้นต้องเอ่ยคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” ออกมานั้นเป็นวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ของประเทซไทย เมื่อ เนวิน ชิดชอบ ประเมินแล้วว่า เพื่อไทย ไม่น่าจะสามารถกลับไปจัดตั้งรัฐบาลได้อีก เขาจึงบอกกับ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยที่ต่างประเทศว่า “มันจบแล้วครับนาย”  ซึ่งมีการตีความว่า เส้นทางการเป็นรัฐบาลของเพื่อไทย ได้จบลงแล้ว จากนั้น เนวิน ชิดชอบ ก็หันไปจับมือกับพรรคประชาธิปปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ต่อมาเมื่อปี 2562 หลังจากการเลือกตั้งจบไป เพื่อไทย ได้เสียงข้างมาก แต่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีน้องชายของ เนวิน ชิดชอบ คือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั่งเป็นสมาชิกพรรค ก็ไม่ได้หันกลับมาจับมือ เพื่อไทย ในการตั้งรัฐบาลอยู่ดี แต่กลับไปหนุนพรรคพลังประชารัฐ ในการจัดรัฐบาล

และท้ายที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ก็เป็นไปได้ว่าพรรคภูมิใจไทย ก็มีโอกาสที่จะเข้าร่วมกับพรรคอันดับสองอย่าง เพื่อไทย ในการตั้งรัฐบาล แม้ว่าก่อนหน้านี้เลยบอกไว้ว่า “มันจบแล้วครับนาย”  ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งโดยที่ไร้ชื่อ พรรคก้าวไกล ส่งผลให้วลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย” กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หรือเป็นการบอกกรายๆ ด้วยว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่มี พรรคก้าวไกล เป็นพรรคร่วม มันจบแล้วครับนาย

วลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย” ที่ถูกหยิบมาเอาใช้ได้ทุกสถานการณ์โดยเฉพาะสถานการณ์ของการเมืองไทย ณ ตอนนี้อาจบอกได้ว่า แม้ว่า เนวิน ชิดชอบ จะไม่ได้โลดแล่นในสนามการเมืองแล้ว แต่เขายังมีอิทธิ และเป็นตัวแปรสำคัญกับการจัดตั้งรัฐบาลมาแล้วทุกยุค ดังนั้นที่มีของคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” ในวันนั้นคงไม่ได้ใช่คำพูดเล่นๆ แน่นอน

‘ก้าวไกล’ ขอโทษประชาชน ตั้งรัฐบาลในฝันไม่สำเร็จ – เต็มร้อยทำงานในสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555082

02 ส.ค. 2566

'ก้าวไกล' ขอโทษประชาชน ตั้งรัฐบาลในฝันไม่สำเร็จ - เต็มร้อยทำงานในสภา

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล ” อธิบายบรรยากาศหารือกับ “เพื่อไทย” ก่อนที่จะลงเอย สองพรรคต่างฝ่ายต่างแยกย้าย ฝั่ง เพื่อไทย ไม่ได้นำข้อเสนอ มาตรา 112 มาพูดคุยด้วย แจ้งอย่างเดียวว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ ต่างปฏิเสธ ก้าวไกล ระบุถึงจะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ก็จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

นายชัยธวัช ตุลาธน  เลขาธิการพรรคก้าวไกล  แถลง ณ ที่ทำการพรรคก้าวไกลว่า   ในนามของพรรค”ก้าวไกล ” ขอโทษไปถึงประชาชน ที่ความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาล  ภายใต้พรรคก้าวไกล ทำไม่สำเร็จ    โดยขณะนี้การดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลไปอยู่ในความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย   ทั้งนี้การหารือระหว่างเพื่อไทย และ ก้าวไกล วันนี้ สาระสำคัญคือ เพื่อไทย แสดงเจตจำนง ขอยุติความร่วมมือระหว่างพรรคผ่านบันทึกข้อตกลงที่เคยทำไว้ คือบันทึกข้อตกลงฉบับ 8 พรรคร่วม   และ บันทึกข้อตกลงฉบับก้าวไกล –  เพื่อไทย   เมื่อครั้งสองพรรคพิจารณาต่อการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฏร 

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย  ไม่ได้นำเสนอที่จะให้พรรคก้าวไกล ถอยเรื่องมาตรา 112   ระบุเพียงว่า พรรคการเมืองอื่น ไม่ต้องการพรรคก้าวไกล   ขณะเดียวกันทางพรรคเพื่อไทย ไม่แสดงความกังวล ต่อประเด็นที่ก้าวไกล จะไม่โหวตให่กับนายเศรษฐา ทวีสิน ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะเห็นว่าหากพรรคก้าวไกล มาโหวตให้กับพรรคเพื่อไทย จะทำให้เป็นปัญหาว่า สมาชิกวุฒิสภา( สว. ) เกิดความเคลือบแคลง และจะไม่โหวตให้กับเพื่อไทย 

“ไม่ว่าเราจะอยูในสถานะไหนหลังจากนี้   เราจะทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด   เราจะทำงานอย่างเต็ม ที่สร้างรัฐที่โปร่งใส  ที่พูดเรื่อง 112 ถึงเราแท้จริงเป็นข้ออ้าง   ฝ่ายการเมืองเขาไม่ต้องการให้เราเป็นรัฐบาล  ขณะนี้ถือว่าไม่มีเอ็มโอยูอีกต่อไปแล้ว   ก้าวไกล เคยเป็นฝ่ายค้าน และเราก็พร้อมที่จะทำงานในส่วนนี้ ” นายชัยธวัช  ระบุ

รองเลขาธิการ ‘ก้าวไกล’ ไม่มีอะไรจะเสีย เสนอพรรคโนโหวต ‘เศรษฐา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555064

02 ส.ค. 2566

รองเลขาธิการ 'ก้าวไกล' ไม่มีอะไรจะเสีย   เสนอพรรคโนโหวต 'เศรษฐา'

รองเลขาธิการ ‘ก้าวไกล’ ออกอาการเดือด เล็งเสนอเข้าที่ประชุมพรรค ให้ใช้แนวทาง “โนโหวต” เอาคืนฝั่ง” เพื่อไทย” ด้วยการไม่โหวตให้กับการเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ขึ้นนายกรัฐมนตรี ระบุที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างก้าวไกล – เพื่อไทย ไม่ต่างกับการถูกข้ามหัวทั้งที่มี 151 เสียง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ดำเนินรายการโดย  ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์  โดย เขา ระบุว่า ในการประชุมพรรค “ก้าวไกล ” ที่คาดว่าจะมีขึ้นอย่างช้าที่สุดคือ วันพฤหัสที่ 3  ส.ค. ตนจะเสนอในที่ประชุมพรรคก้าวไกล  ด้วยการขอให้พรรคไม่โหวต  ( โนโหวต) ให้กับพรรคเพื่อไทย ต่อการเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา

แนวคิดดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาพรรคก้าวไกล  ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อันเป็นการแสดงออกในเชิงท่าทีที่มาจากพรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทย  กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเสียงอันดับหนึ่งและพรรคเสียงอันดับสองถดถอยลงไปในที่สุด ดังนั้นเมื่อพรรคที่มีเสียงข้างมากคือ 151  เสียง ไม่ได้รับเกียรติจากพรรคเพื่อไทย  ก็เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ใด ๆ ที่ ก้าวไกล จะต้องสนับสนุนการดำเนินการใด ๆ ของ เพื่อไทย ต่อไปอีก 

” ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าเราถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว  มีการปล่อยข่าวต่าง ๆ  มีการแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะกดดันเราอยู่ฝ่ายเดียว เช่น ปล่อยข่าวว่า ก้าวไกล  พร้อมเป็นฝ่ายค้าน  ยินดีที่จะโหวตให้นายกรัฐมนตรีเพื่อไทย แลกกับการที่รัฐบาลเพื่อไทย ไม่มีพรรคลุง  สิ่งเหล่านี้ผมมองว่านั่นคือสิ่งที่ ก้าวไกล ถูกกระทำ ดังนั้นเมื่อการเป็นเพื่อน การที่ได้รับเกียรติ ไม่ได้รับการตอบสนอง ดังนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอดทน รักษาความสัมพันธ์กันต่อไป”  เขา  กล่าว   

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก พรรคก้าวไกล