‘เพื่อไทย’ ย้ำตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ เสนอหลักการเดิม ที่เคยเจรจาไว้ในครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552258

28 มิ.ย. 2566

'เพื่อไทย' ย้ำตำแหน่ง 'ประธานสภา' เสนอหลักการเดิม ที่เคยเจรจาไว้ในครั้งแรก

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ เสนอหลักการเดิมที่เคยเจรจาไว้ในครั้งแรก เพื่อเป็นแนวทางให้ทั้งสองพรรค ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ หาข้อสรุปร่วมกัน หากเห็นตรงกันก็พร้อมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย

ผลพวงจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมายืนยันในหลักการจะเสนอใช้ สูตร 14+1 คือ พรรคก้าวไกลได้รัฐมนตรี 14 ตำแหน่ง และนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 14 รัฐมนตรี และตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ นำไปสู่การเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ล่าสุดเมื่อ 28 มิ.ย. 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงการเจรจากับพรรคก้าวไกล ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่อง ประธานสภา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

การเจรจาพูดคุยกันเพิ่งเริ่มต้นไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเป็นเพียงการรับข้อเสนอของแต่ละพรรคไปพิจารณา หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก เพราะเป็นกระบวนการพูดกันภายในของแต่ละพรรค สิ่งการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและการประชุม สส.ของพรรคเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา

แล้วเรามีข้อสรุปออกมาก็เป็นเพียงการให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนว่าพรรคยืนยันหลักการในสิ่งที่เราได้เสนอไปในการเจรจาครั้งแรกซึ่งได้มีการพิจารณาการทำงาน และเฉลี่ยออกมาตามสัดส่วนว่าแต่ละพรรคจะต้องทำอะไร 

ออกมาเป็น 14+1 คือ พรรคก้าวไกลเป็นรัฐมนตรี 14 ตำแหน่งกับนายกรัฐมนตรีดูแลฝ่ายบริหาร และพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรี 14 และจะรับหน้าที่ในการเป็น ประธานสภา ซึ่งในส่วนนี้เป็นการสิ่งที่ได้เสนอไปในการเจรจาครั้งแรก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน ระบุว่า ที่ผ่านมาที่มีการพูดและนำเสนอความคิดเห็นต่างๆ เป็นเพียงความเห็นต่างภายในของแต่ละพรรค ซึ่งการนำเสนอบางมุมก็สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคบางส่วนไม่เห็นด้วย แต่พรรคเห็นว่าเมื่อเกิดกระแสความคิดเห็นที่แตกต่างก็ควรมีความชัดเจนไปเจรจากับพรรคก้าวไกล 

จึงเป็นที่มาของที่ประชุมของพรรคได้ยืนยันหลักการเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลก็ยังไม่ได้มีคำตอบกลับมา ซึ่งการจะมีคำตอบอย่างไรก็ยังเป็นกระบวนการภายในของพรรคก้าวไกล

“พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคและมีผู้สนับสนุน ซึ่งเราก็ต้องคำนึงถึง เราก็ยืนยันหลักการให้นำขอเสนอเดิมไปพูดคุยเท่านั้น และไม่ใช่เป็นมติใดๆ เป็นเพียงแนวทางที่ทุกคนเห็นว่าเมื่อมีการวางหลักการเจรจาไว้อย่างนั้นก็ยืนยันไปตามหลักการนั้น ไม่ได้เพิ่มหลักการใหม่ใดๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับการเจรจา” นพ.ชลน่านกล่าว 

นพ.ชลน่าน ย้ำว่า สิ่งที่ 8 พรรค และพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยึดถือโดยตลอด ได้ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจคือเราจะมัดกันแน่นและทำงานด้วยกัน โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ ยังเป็นประเด็นหลัก

นพ.ชลน่าน ยืนยันว่าประเด็นตำแหน่งประธานสภา จะไม่นำไปสู่ปัญหาความแตกแยกของพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค อีกทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลนั้นได้รับฉันทามติมาจากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งว่าต้องการรัฐบาลประชาธิปไตย หากเพียงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมาทำให้แตกแยกพี่น้องประชาชนจะรับไม่ได้

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า หากไม่ได้ข้อสรุปอาจเกิดการฟรีโหวตหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวย้ำว่า พรรคเพื่อไทยระมัดระวังไม่ให้เกิดการฟรีโหวตขึ้นอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นประโยชน์กับทั้งสองพรรคแล้วยังจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มที่สามที่รอโอกาสอยู่ 

สำหรับการเจราจาเรื่องประธานสภานั้นพรรคเพื่อไทยได้ยืนยันหลักการเดิมที่ได้เสนอไปในการเจรจาครั้งแรก หากมีการนำเสนอแล้วทั้งสองพรรคได้ข้อสรุปตรงกันก็พร้อมเดินหน้าต่อทันที

แต่หากยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ละพรรคก็จะต้องนำข้อหารือไปพูดคุยภายในพรรคตัวเองเพื่อหาแนวทางไปหารือเพื่อให้ได้สรุปร่วมกันให้ได้อย่างไร สิ่งที่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นและประกาศตลอดเวลาเมื่อจับมือกับพรรคก้าวไกลคือเราจะทำอย่างไรให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ เรามัดกันแน่นมาตลอดและต้องทำงานให้ได้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมสส.ก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมสส.ก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเสนอสูตร 14+1 ของพรรคเพื่อไทยว่าไม่น่ารัก ขณะเดียวกันมีกระแสพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่แตกแยก และอาจจะเกิดการสลับขั้ว ‘พรรคอันดับ2’ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล  เปิดทางคนแดนไกลกลับบ้าน ท่ามกลางเสียงพลังของคนรุ่นใหม่ลั่นโซเชีลยไม่พอใจการเมืองในแบบเดิมๆ  

ท่าทีพรรค’เพื่อไทย’ ในตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ ไม่น่ารัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552253

28 มิ.ย. 2566

ท่าทีพรรค'เพื่อไทย' ในตำแหน่ง 'ประธานสภา' ไม่น่ารัก

อย่าให้ต้องเลือก ‘เพื่อไทย’ เป็นครั้งสุดท้าย เสียงจากนักวิชาการหัวก้าวหน้า กรณีแย่งชิงตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ จากพรรคก้าวไกล

นักวิชาการหัวก้าวหน้า ตำหนิท่าทีตำแหน่งประธานสภา ของพรรคเพื่อไทย ถึงกับเอ่ยปาก ไม่อยากต้องเลือกเป็นครั้งสุดท้าย

เฟซบุ๊ก ศ. เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ “ด้วยความเคารพยิ่งครับ” มีเนื้อหาว่า

ลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบเมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาหลักการของระบบรัฐสภา  เมื่อพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง  ก็คือประชาชนให้ความไว้วางใจแก่พรรคนี้ไปทำงานนำฝ่ายประชาธิปไตย ไปรื้อฟื้นระบอบประชาธิปไตยเพื่อรับใช้ประชาชนและนำพาประเทศชาติสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ตำแหน่งการนำทั้งประธานสภาและฝ่ายบริหารจึงควรตกเป็นของพรรคก้าวไกล จะมาอ้างคณิตศาสตร์อะไรครับว่าใครได้มากน้อยกว่ากันเท่าไหร่จึงต้องมาแบ่งอะไรกันแบบเด็กเล่นขายของ  คนนี้ได้นี่  เราต้องได้นั่น ก็เขาชนะที่  1  ไปแล้ว เห็นชัดเจน   จะต้องมาจุกจิกทำไม การนำ  ควรให้พรรคได้ที่ 1 ส่วนกระทรวงต่างๆ ก็ได้ไปมากโขแล้ว

เพื่อไทยต้องรู้จักการนำอย่างมีเอกภาพไปสร้างความเข้มแข็งของประชาธิปไตยเพื่ออนาคตของประเทศและลูกหลานอย่างเป็นเอกภาพหรือไหม ต้องรู้จักยอมรับว่าคุณได้ที่ 2  ก็ขอให้ที่ 1  ได้นำงานและทำงานสำคัญครั้งนี้ทั้งประธานสภาและฝ่ายบริหาร

เมื่อแพ้เขาแล้ว  ก็ยืดอก  เป็นลูกนักสู้ตามรอยนักสู้คนสันกำแพง  เป็นนักกีฬา ต้องยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น  ปรับปรุงตัวเองแล้วกลับมาที่ 1 ในวันหน้า  จะนี่กว่าเพราะนี่คือกติกาของนักสู้  กติกาของระบบ     ประชาธิปไตยแบบอารยะ เขาชนะที่  1  ก็คือชนะที่ 1   มากกว่ากี่แต้ม  ก็คือชนะที่  1  ทำใจให้ใหญ่ๆๆๆ   มองความผิดพลาดเป็นครู  ยอมรับ  และก้าวต่อไปอย่างทระนง………….ผมเลือกพวกคุณมาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวตลอดมา ขออย่าให้ต้องเลือกพวกคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

‘หมอวรงค์’ เฮ ศาลยกฟ้อง คดีหมิ่น ‘ก้าวไกล’ ทำหน้าที่โดยสุจริตปกป้องสถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552246

28 มิ.ย. 2566

‘หมอวรงค์’ เฮ ศาลยกฟ้อง คดีหมิ่น ‘ก้าวไกล’ ทำหน้าที่โดยสุจริตปกป้องสถาบัน

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ‘หมอวรงค์’ ไม่ผิดคดี ‘ก้าวไกล’ ฟ้องหมิ่นประมาทกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการล้มล้างสถาบัน เรียกค่าเสียหาย 24 ล้านบาท ศาลชี้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและทำหน้าที่ปกป้องสถาบัน เชื่อคดี ‘ธนาธร’ ฟ้องหมิ่นคาดรอด

วันนี้ (28 มิ.ย.) เวลา 09.00 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่พรรคก้าวไกล เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328

คดีนี้โจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 ม.ค. 2564 ถึง วันที่ 3 ก.พ. 2564 จำเลยได้บังอาจกระทำผิดกฎหมายหลายกรรม โดยกล่าวในเฟซบุ๊กชื่อ “Warong Decgitvigrom ” ไลฟ์สด ในการแถลงข่าวการจัดตั้งพรรคไทยภักดี ใส่ร้ายโจทก์ทำนองว่า ปัญหาของประเทศขณะนี้มีกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีจงใจ จาบจ้วง สถาบันฯอย่างต่อเนื่อง แม้แต่สถานการณ์ล่าสุดในช่วงการระบาดโควิด

ศาลยกฟ้องหมอวรงค์ ศาลยกฟ้องหมอวรงค์

‘หมอวรงค์’ เฮ ศาลยกฟ้อง คดีหมิ่น ‘ก้าวไกล’ ทำหน้าที่โดยสุจริตปกป้องสถาบัน

 โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งโรงงานวัคซีน กลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามโยงใยทำลายความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีทั้งกลุ่มเยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์ และการชุมนุม กลุ่มราษฎร กลุ่มนักเรียนเลว ร่วมมือกันโดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ปรึกษาคณะก้าวหน้า เป็นผู้สนับสนุน และเคยพูดจาบจ้วงรัชกาลที่ 9 

และกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล อยู่เบื้องหลังการล้มล้างสถาบันเบื้องสูง และยกเลิกมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญาโดยมีความร่วมมือกับม็อบ3 กีบคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล และข้อความอื่นซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด พร้อมกับชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 24 ล้านบาทเศษด้วย

คดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยแสดงแสดงความคิดเห็นหลังจากที่นายพิธา และสมาชิกพรรคก้าวไกล รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีการแสดงออกว่าต้องการยกเลิกและแก้ไขมาตรา112 จึงเห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง จึงไม่ผิดฐานละเมิดตามกฎหมายแพ่ง ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้อง

นพ.วรงค์ กล่าวหลังศาลพิพากษา ว่า ดีใจมากที่ศาลพิพากษายกฟ้องคดีหมิ่นพรรคก้าวไกล ด้วยเห็นเจตนาบริสุทธิ์ที่ตนทำเพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และตนเชื่อว่าคดีที่นายธนาธร ฟ้องหมิ่นศาลจะยกฟ้องเช่นกัน

‘หมอวรงค์’ เฮ ศาลยกฟ้อง คดีหมิ่น ‘ก้าวไกล’ ทำหน้าที่โดยสุจริตปกป้องสถาบัน

ฉีก ‘MOU’ ทางเลือก ‘ก้าวไกล’ ต้องไปเป็น ‘ฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552248

28 มิ.ย. 2566

ฉีก 'MOU' ทางเลือก 'ก้าวไกล' ต้องไปเป็น 'ฝ่ายค้าน'

ไม่มีรัฐบาลประชาธิไตย พรรค ‘ก้าวไกล’ ต้องฉีก ‘MOU’ ทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ เพราะแพ้เกมสภาเพื่อที่จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

รศ.ดร. โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ม.บูรพา วิเคราะห์ท่าทีเรื่องเก้าอี้ประธานสภาระหว่างพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล กับคมชัดลึกว่า ทำให้ก้าวไกล ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ช่วงเวลาไหนในการยอมรับสภาพทางการเมือง จะยอมให้กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี เดินต่อไปจนสุดทาง ที่แคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกล ไม่ใช่คำตอบ หรือ จะชิงฉีก MOU ตั้งแต่รู้ว่า เส้นทางรัฐบาลประชาธิปไตยไปไม่รอดแล้ว

สมมติฐานรัฐบาลใหม่ หลังฉีก MOU อาจจะทำให้เกิดกรณี สส.เพื่อไทย ถูกขับออกจากพรรคการเมืองใหญ่ เป็นสส.แบบแบ่งเขตที่เอาตัวรอดได้ในการเลือกตั้ง เพราะฝืนมติไปโหวตให้นายกรัฐมนตรี ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นไปตามเกมที่ตกลงกันไว้  ทำให้รัฐบาลใหม่มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาล่าง  ขณะที่อีกทางก็คงสถานะพรรคเอาไว้ รอการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะไม่นาน เพราะรัฐบาลจะถูกตรวจสอบอย่างหนักจนไม่สามารถรักษาสถานะไว้ได้

รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ – คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่าถ้าตำแหน่งประธานสภาตกเป็นของเพื่อไทย  มาตรา 112 จะไม่มีโอกาสได้ถกเถียงในสภา  ณ ปัจุบันยังไม่ต้องพูดเรื่องผ่าน ขอแค่ได้อภิปรายถกเถียงเกี่ยวกับร่างใหม่อย่างละเอียด ก็ยากจะเกิดขึ้น

การแก้ไข-ยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจของกองทัพและ กอ.รมน. ก็จะถูกขัดขวางด้วย การปฏิรูปกองทัพจะทำเรื่องยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเท่านั้น แต่เรื่องอื่นจะไม่ถูกแตะ เพื่อตอบแทนการสนับสนุนของพลังฝ่ายขวาที่ให้เพื่อไทย ได้เป็นนายกฯและรัฐบาล  เชื่อว่านี่คือดีลสำคัญนอกเหนือจากตำแหน่งในรัฐบาล ส่วนก้าวไกลก็ไปเป็นฝ่ายค้าน , พิธาถูกตัดสิน, พรรคถูกยุบ 4 ปีข้างหน้าก็ไม่มีคู่แข่ง แต่ประชาชนจะไม่ลืม เราอาจจะผิดก็ได้ ให้เวลาพิสูจน์กันไป

กลางดึกที่ผ่านมา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคก้าวไกล แจ้งต่อสื่อมวลชนพรรคก้าวไกล กรณีการนัดหารือกันระหว่างแกนนำพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับข้อสรุปประธานสภาขอเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด ทั้งนี้ หากมีกำหนดการใหม่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบภายหลัง

ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกลภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกล

โดยการยกเลิกประชุมครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังพรรคเพื่อไทยแถลงไม่ยอมถอยกรณีเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคก้าวไกลก็ได้เปิดตัวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เป็นแคนดิเดตในนามพรรคก้าวไกล

‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ จาก สัตวแพทย์ สู่ นักการเมือง ตัวเต็ง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552230

28 มิ.ย. 2566

'ปดิพัทธ์ สันติภาดา' จาก สัตวแพทย์ สู่ นักการเมือง ตัวเต็ง 'ประธานสภา'

ส่องเส้นทางชีวิต หมออ๋อง ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ จาก สัตวแพทย์ สู่ นักการเมือง ตัวเต็ง ‘ประธานสภา’ จาก พรรคก้าวไกล

ชื่อของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถูกค้นหามากเป็นอันดับหนึ่งในระยะนี้ หลังมีชื่อเป็นแคนดิเดต ชิงเก้าอี้ “ประธานสภา” จากพรรคก้าวไกล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีรายชื่อที่เป็นตัวเต็งปรากฎออกมาหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย, ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. เขต 18, พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรค

แต่สุดท้าย ชื่อของ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ก็ถูกผลักดันขึ้นมา โดยระดับแกนนำของพรรคไม่มีใครคัดค้าน พรรคก้าวไกล และไม่มีการโหวตแข่งขันกันภายในแต่อย่างใด คมชัดลึก พาไปทำความรู้จักกับ “หมออ๋อง” เป็นใครมาจากไหน ทำไมสุดท้ายจึงได้เป็นตัวเต็งในการชิงเก้าอี้ “ประธานสภา” ตำแหน่งที่หอมหวาน ที่ถูกหมายปองจากพรรคการเมือง

ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

เส้นทางชีวิต “หมออ๋อง”

หมออ๋อง หรือ ปดิพัทธ์ สันติภาดา เกิดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2524 ปัจจุบันอายุ 42 ปี เป็นคน จ.พิษณุโลก จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ก่อนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยศาสนศาสตร์ทรีนีตี้ ประเทศสิงคโปร์


ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

สมัยเป็นนักศึกษา หมออ๋อง เคยเขียนบทความไว้ว่า ตอนผมอายุ 21 เรียนอยู่ปี 4 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยรณรงค์ให้คณะ ยกเลิกการรับน้องแบบโซตัส ห้องเชียร์ เปลี่ยนเป็นรับน้องสร้างสรรค์ผ่านกีฬา ค่าย กิจกรรมออกหน่วย และอื่นๆ แต่ตอนนั้น เขาแพ้โหวต

“มาวันนี้ ผมสู้กับอำนาจนิยมต่อไป บ้านใหญ่ การเมืองเก่า หัวคะแนน การซื้อเสียง อันเป็นจุดเริ่มต้นของอำนาจนิยมและการคอรัปชั่นทั้งหลาย ที่ทำลายประเทศไทยจนถึงวันนี้”

ปดิพัทธ์ สันติภาดา

เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นหมอ

จากการที่จบคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เขาจึงเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นนายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เป็นเวลา 2 ปี และทำงานด้านการพัฒนาเยาวชนและแก้ไขปัญหาสังคมกับสมาคมนักศึกษาคริสเตียนไทย ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี  2561

ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

จากสัตวแพทย์สู่นักการเมือง

หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา เริ่มเบนเข็มลงสนามการเมือง โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ครั้งแรกในปี 2562 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.พิษณุโลก โดยได้หมายเลข 2 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้รับคะแนนเสียง 35,579 คะแนน ชนะ เศรษฐา กิตติจารุรักษ์ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้คะแนน 23,682 คะแนน และชนะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส. 3 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้คะแนน 18,613 คะแนน

จากนั้น หมออ๋อง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ครั้งที่ 2 ในปี 2566 สังกัดพรรคก้าวไกล เขต 1 จ.พิษณุโลก โดยได้หมายเลข 9 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ได้รับคะแนนเสียง 40,842 คะแนน มากเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้เป็น สส. สมัยที่สอง

ปัจจุบัน นายสัตวแพทย์ ปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นทั้งสัตวแพทย์และนักการเมืองชาวไทย สังกัดพรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลสัดส่วนภาคเหนือ รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อปี 2562 มีทรัพย์สิน รวม 8,081,878 บาท และหนี้สิน รวม 1,355,588 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 6,726,290 บาท

ขอบคุณภาพ : Padipat Suntiphada – ปดิพัทธ์ สันติภาดา

คำต่อคำ ‘พิธา’ ปราศรัย :น้ำขึ้นให้รีบตัก , โอ่เสียงโหวต 376 ขึ้นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552219

27 มิ.ย. 2566

คำต่อคำ 'พิธา' ปราศรัย :น้ำขึ้นให้รีบตัก , โอ่เสียงโหวต 376 ขึ้นนายกรัฐมนตรี

หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อม 3 สส. เขต ขอบคุณชาวสมุทรสาคร เป็นแรงใจเลือกสส.ยกจังหวัด “พิธา” ปราศรัยสถานการณ์ที่เอื้อให้ก้าวไกล เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เหมือนน้ำขึ้นให้รีบตักปล่อยไปไม่ได้ ยอมรับสถานการณ์ขณะนี้เรียกว่าน้ำกลิ้งอยู่บนใบบอน แต่เมื่อประชาชนเลือกแล้วขวางไม่ได้

อโนทัย สกุลทอง ผู้ประกาศภาคสนาม เนชั่นทีวี ช่อง 22  รายงานว่า  17.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเคตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม.   , น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. และสส.สมุทรสาครทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย   เขต 1 นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม , เขต 2  นายศิริโรจน์ ธนิกกุล และ  เขต 3 นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย    ได้ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน  ในเขต อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยคณะของ    นายพิธา   ได้ขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณประชาชน ที่ริมน้ำหน้าศาลหลักเมืองสมุทรสาคร 


 นายพิธา กล่าวทักทายว่า  ” วันนี้ต้องขอบคุณพ่อ แม่พี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร ที่มาให้การต้อนรับพวกเรา เพิ่งหายจากโควิดหายปุ๊บ ก็มาสมุทรสาครปั๊บเลย ก่อนเลือกตั้งมากันอย่างไร หลังเลือกตั้งก็มากันอย่างนั้น พวกคุณสุดยอดมาก  ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงและความไว้วางใจ ที่พี่น้องมีให้กับพรรคก้าวไกล ชนะครั้งนี้ถล่มทลาย และการจัดตั้งรัฐบาลของเรา เป็นไปได้ด้วยดี วันนี้พาพร้อมกับ สส. ทั้ง 3 เขต ที่รับรองตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “

จังหวะมาปล่อยหลุดมือไม่ได้ 

“จังหวะประวัติศาสตร์แบบนี้ ถ้าเป็นลูกหลานชาวประมง ภาษาคนอยู่ใกล้น้ำ เขาบอกว่าน้ำขึ้นให้รีบตักใช่หรือไม่ จังหวะดี ๆ ที่ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำจัดตั้งรัฐบาล เราจะให้จังหวะแบบนี้หลุดลอยไปไม่ได้ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ขอใบ้หวยไว้ก่อนเลย คราวนี้ หวยออก 376 แน่นอน     ว่าต้องรีบจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาประชาชนโดยเร็ว พี่น้องประชาชนที่มาในวันนี้อาจดีใจที่ได้เจอผม  แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะกังวลใจไปด้วย เพราะสถานการณ์ขณะนี้เรียกว่าน้ำกลิ้งอยู่บนใบบอน เกิดความไม่แน่นอน เพราะมีบางคนไม่ฟังมติประชาชน ทำน้ำลอดใต้ทราย มีความลี้ลับ ตัวไปแล้วทำให้บริษัทสื่อที่ปิดตัวไปแล้วเมื่อ 17 ปีก่อน มาขัดขวางการเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกเรา ขอเรียนพี่น้องว่า ไม่ต้องกังวลใจ “


“เมื่อมีน้ำเชี่ยวมีคลื่นใต้น้ำ   ขอให้ความมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเลือกมาแล้ว รวมถึงผู้แทนได้เข้า
เข้าทำเนียบและสภาแน่นอน       บางคนบอกว่าอยู่ใกล้สื่อมวลชน ให้สัมภาษณ์บ่อย ๆ ทำให้ฟังดูแล้วมีกับดักทางการเมืองเต็มไปหมด มีอุปสรรคขวากหนามจำนวนมาก จะปล่อยให้ลอยเข้าทำเนียบไปเลย นายกมาเหนือเมฆ   ขอเรียนกับประชาชนว่าครั้งสุดท้ายที่ผม  ประชาชนก็กังวลใจ ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะอำนาจมืด อำนาจการเมืองแบบเก่า  ผมบอกแล้วว่าพวกเราคือการเมืองแห่งความเป็นไปได้ สุดท้ายได้ สส.มา 3 คน 3 เขต คะแนนบัญชีรายชื่อได้ชนะยกจังหวัด  ไม่ปฏิเสธว่ามีอุปสรรคขวากหนาม มีความยากลำบาก”

ให้คำมั่นเข้าทำเนียบจะดูแลให้ลืมตาอ้าปากได้

“เรารู้อยู่แล้วว่าอิสรภาพไม่ได้ได้มาด้วยความบังเอิญ ขอให้จำความรู้สึกเอาไว้ว่าเมื่อเจออะไรยาก ๆ ที่ทำให้เราท้อแท้ ขอให้จำความรู้สึกวันนี้ไว้ ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ถ้าพวกเราร่วมมือกัน และเมื่อถึงวันนั้นเหลือเวลาอีกสองสัปดาห์ เมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ จะเข้าไปซับน้ำตาพี่น้องชาวประมง ดูแลเกษตรกร พี่น้องแรงงานชาว 3 สมุทร เราต้องดูแลให้ลืมตาอ้าปากได้  ยังปล่อยมือไม่ได้ ท่านต้องจับมือพวกผมไว้ ชูมือกันให้แน่น เดินหน้าแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน “

มั่นใจสว.พลิกขั้วร่วมโหวตขึ้นนายกฯสูตร 376


” หวยออกรอบนี้ 376 แน่นอน เพราะจากที่คุยกับ สว. ทาง สว.เลือกที่จะลงคะแนนไปสู่อนาคตเช่นเดียวกัน   ปรบมือดังดัง ให้กับวุฒิสภา ที่ยึดมั่นในหลักกันหน่อยเร็ว พวกเรากำลังบอกพวกเขาว่า วุฒิสภาทั้งหลาย รับใช้บ้านเมืองมานาน ท่านเป็นอดีตข้าราชการ เป็นอดีตทหารที่ทำงานให้บ้านเมืองมานาน ถึงแม้จะไม่เลือกพิธาคนนี้ จะไม่เลือกพรรคก้าวไกล จะไม่เลือกพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8   พรรค แต่เขาจะเลือก ที่จะพาประเทศไปสู่อนาคต ผมเชื่อแบบนั้นและทุกคนก็ควรเชื่อแบบนั้นเช่นเดียวกัน เราเชื่อว่าวุฒิสภาจะเลือกตามหลักการเดิม เมื่อปี 62 เค้าบอกว่าสภาล่าง คุยกันเอง ให้ได้ 251 เสียง เขาก็จะไม่ขัดมติประชาชน ปีนี้ 2566 ผมก็ยังเชื่อว่าเค้าจะเลือกตามหลักการเดิม  หวยจะไม่ออก 251 จะไม่ออก 312 แต่จะออก 376 “นายพิธา ระบุ

‘พิธา’ ปัดตอบสูตร 14+1 เพื่อไทย ขอ ‘ประธานสภา’ รอลุ้นข่าวดี 29 มิ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552215

27 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ ปัดตอบสูตร 14+1 เพื่อไทย ขอ ‘ประธานสภา’ รอลุ้นข่าวดี 29 มิ.ย.

‘พิธา’ ปัดตอบสูตร 14+1 หลังเพื่อไทยแถลงมติพรรค ขอเก้าอี้ ‘ประธานสภาฯ’ ขอฟังรายละเอียดก่อน เชื่อได้คำตอบชัดเจน ผลออกมาด้วยดี 29 มิ.ย. นี้

เมื่อเวลา 18.00น.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค บอกภายหลังการปราศรัยที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สมุทรสาคร หลังคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนใน สูตร 14+1 ขอตำแหน่งประธานสภา ให้พรรคเพื่อไทย

และสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้สื่อข่าวทราบว่า นายพิธา ยังไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เนื่องจากการแถลงข่าวเกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนที่จังหวัดสมุทรสาคร

โดยนายพิธา กล่าวว่า “อ่อ ผมว่าเดี๋ยวขอฟังรายละเอียดก่อนดีกว่า ยังไม่เห็นในรายละเอียด ยังไม่อยากคอมเมนต์”

ทั้งนี้ นายพิธา ได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะมีการแถลงข่าวด้วยว่า การพูดคุยของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งประธานสภา จะมีการพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้ 28 มิ.ย. 

และมีการประชุมหัวหน้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 29 มิ.ย. เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้การตั้งรัฐบาล 8 พรรคจะเป็นไปไม่ได้

ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯ จะเป็นของพรรคก้าวไกลหรือไม่ ขอให้รอคำตอบในวันที่ 29 เชื่อว่าผลจะออกมาด้วยดี

ไม่จบ ‘เพื่อไทย’ เสนอสูตร 14+1 ‘ก้าวไกล’ ได้นายกฯ ขอ ‘ประธานสภา’ ไว้เอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552212

27 มิ.ย. 2566

ไม่จบ ‘เพื่อไทย’ เสนอสูตร 14+1 ‘ก้าวไกล’ ได้นายกฯ ขอ ‘ประธานสภา’ ไว้เอง

‘เพื่อไทย’ เสนอสูตร 14+1 รัฐมนตรีฯ-ประธานสภา ชี้ ไม่ใช่การแก่งแย่งตำแหน่ง แต่ให้สภาเดินหน้าไปได้ มั่นใจ ประมุขนิติบัญญัติจากเพื่อไทย ทำสภาราบรื่น ด้าน ‘ภูมิธรรม’ เชื่อ การกลับหลักการไม่ทำให้เสียหาย

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ,รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล และเลขาธิการพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และการประชุม สส.

โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีความเห็นว่า ยืนในหลักการ 14+1 คือ พรรคก้าวไกลได้รัฐมนตรี 14 ตำแหน่ง และนายกรัฐมนตรี

ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 14 รัฐมนตรี และตำแหน่งประธานสภา จากนั้นได้นำข้อหารือเสนอต่อที่ประชุม สส. ซึ่ง สส. เห็นตรงกัน และต้องการให้คณะทำงานไปเจรจากับพรรคก้าวไกลตามข้อเสนอของพรรค

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุม สส. เห็นร่วมกันว่า ตำแหน่งประธานสภา เป็นตำแหน่งสำคัญที่ต้องควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการของรัฐสภาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประธานสภาต้องวางตนเป็นกลาง ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิกและพรรคการเมืองทุกพรรค 

ไม่จบ ‘เพื่อไทย’ เสนอสูตร 14+1 ‘ก้าวไกล’ ได้นายกฯ ขอ ‘ประธานสภา’ ไว้เอง

เพื่อำทย ชูสูตร 14+1 เป็นธรรม 

อีกทั้ง ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีวุฒิภาวะ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค รับทราบว่า คณะเจรจาของพรรคเพื่อไทยได้เสนอต่อพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคแกนนำไปแล้ว ว่าขอเสนอ สูตร 14+1 เพราะเห็นว่ามีความเป็นธรรม คำนึงถึงความเสมอภาค ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะพรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยควรจะได้ตำแหน่งประธานสภา 

พิธา นายกฯ เพื่อไทย นั่งประธานสภาฯ

ดังนั้น ที่ประชุมเห็นว่า ควรยืนยันความคิดในสูตร 14+1 ต่อพรรคก้าวไกล ทั้งนี้ไม่ใช่การแก่งแย่งตำแหน่ง แต่พรรคเพื่อไทยเห็นถึงความจำเป็นและการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ การมีประธานสภาจากพรรคเพื่อไทย จะทำให้สภาเดินหน้าทำหน้าที่ในสภาได้ราบรื่น เรียบร้อย ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ

ขณะที่นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะเจรจาจะนำข้อเสนอไปคุยกับพรรคก้าวไกลในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) และขอให้รอผลการหารือ เพราะอาจจะจบด้วยดี หากไม่มีการยอมรับข้อคิดเห็นต่างฝ่ายก็ต้องต่างไปทบทวน เพราะยังมีเวลาก่อนเปิดประชุมสภา ส่วนรายชื่อต้องรอคุยกับพรรคก้าวไกลให้ชัดเจนก่อน ขอให้เป็นไปทีละขั้นตอน

ไม่จบ ‘เพื่อไทย’ เสนอสูตร 14+1 ‘ก้าวไกล’ ได้นายกฯ ขอ ‘ประธานสภา’ ไว้เอง

ส่วนที่ไม่การกลับหลักการจากที่เคยยืนยันว่า พรรคอันดับหนึ่งควรได้ตำแหน่งประธานสภาจะเสียหายหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เสียหาย เพราะนี่คือการร่วมมือกัน เพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยเดินหน้าตั้งรัฐบาลได้ และรีบแก้ปัญหาให้ประชาชน

‘ก้าวไกล’ รับปาก ‘ถนนพระราม2’ ถนนเจ็ดชั่วโครต เสร็จแน่ใน ‘รัฐบาลพิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552203

27 มิ.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ รับปาก 'ถนนพระราม2' ถนนเจ็ดชั่วโครต เสร็จแน่ใน ‘รัฐบาลพิธา’

สส.กทม.บางขุนเทียน-บางบอน พรรคก้าวไกล เตรียมผลักดันงานในพื้นที่รอยต่อ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ลั่น ถนนพระราม2 ‘ถนนเจ็ดชั่วโครต’ เสร็จแน่ใน ‘รัฐบาลพิธา’

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม.บางขุนเทียน-บางบอน พรรคก้าวไกล เปิดเผย ถึงการทำงานในพื้นที่หลังจากได้รับเลือกเป็น สส.จะมีการประสานงานกับพื้นที่จังหวัดรอยต่ออย่างไร ว่า พื้นที่สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร ตน ก็เป็น สส.ชายแดนกรุงเทพมหานคร

มีหลายนโยบายที่หากเข้าไปเป็นรัฐบาลในครั้งนี้ เตรียมเข้าไปผลักดันและแก้กัญหาที่คาราคาซัง อย่างเช่นเรื่อง ถนนพระราม2 ซึ่งมีชื่อเรียกว่าชื่อจริงว่า ‘ถนนเจ็ดชั่วโครต’ ชื่อเล่นว่า ‘ถนนพระราม2’ โดยจะต้องยุติลงในรัฐบาลพิธา 

โดยจะต้องเร่งงานเก่าและยุติงานใหม่ เนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา มีการอนุมัติงานใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ถนนพระราม2 เป็นถนนที่ทำให้ประชาชนเผชิญกับความเสี่ยงมากที่สุด

และถนนพระราม2 เป็นถนนที่ประชาชนต้องลุ้นเรื่องความปลอดภัย ลุ้นว่าถ้าจะใช้ถนนเส้นนี้โชคชะตาจะพาไปสู่โชคดีหรือโชคร้ายในแต่ละวัน ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น

‘เพื่อไทย’ เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร – นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552200

27 มิ.ย. 2566

'เพื่อไทย' เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร - นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมพรรคเพื่อไทย เปิดวงหารือ เพื่อให้ได้ข้อสรุป กับตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ว่า ควรจะเลือกคนจากพรรคก้าวไกล หรือ ส่งตัวแทนจากฝั่ง “เพื่อไทย” เข้าชิง โดยวันนี้ต้องมีข้อสรุป เพื่อนำสู่การหารือระหว่างสองพรรคใหญ่

ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง    เลขาธิการพรรค  ,นายภูมิธรรม เวชยชัย   รองหัวหน้าพรรค   นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ  ประธานสส.พรรค  และ  นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรค  เป็นผู้นำประชุมสส.เพื่อไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม  ทั้งสส. และแกนนำ  “เพื่อไทย ”  รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  นายเศรษฐา ทวีสิน


การประชุมคณะกรรมการบริหาร และประชุม สส.ของพรรค  “เพื่อไทย” วันนี้ มีวาระสำคัญคือการหารือประเด็นการเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสนับสนุนให้บุคคลจากพรรคอันดับหนึ่งคือก้าวไกลหรือไม่   เนื่องจากยังมี สส.และสมาชิกพรรคหลายคนมองต่าง ว่าอยากให้บุคคลภายในพรรคเพื่อไทยได้รับตำแหน่งประธานสภามากกว่า โดยการประชุมวันนี้จะต้องได้ข้อสรุปก่อนนำไปเจรจากับพรรคก้าวไกล ซึ่งทั้งสองพรรคจะนัดหารือเรื่องดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย และเมื่อได้ข้อสรุปจะนำเอาผลการหารือแจ้งต่อที่ประชุม 8 พรรคร่วม ก่อนที่จะเปิดประชุมสภาสัปดาห์หน้า 

ทั้งนี้หัวหน้าพรรคได้นำที่ประชุมเข้าสู่วาระหารือ โดยเฉพาะเรื่องการเสนอรายชื่อบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภา ซึ่งมีการเปิดให้สมาชิกในที่ประชุมออกความเห็นการอย่างทั่วถึงและตรงไปตรงมา เพื่อที่จะหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว  แลัเมื่อเข้าสู่วาระดังกล่าว นายประเสริฐ ได้ขอให้สื่อมวลชน ออกจากห้องประชุมเพื่อที่จะเป็นการประชุมภายในของพรรค โดยเมื่อได้ข้อสรุปจะมีการแถลงข่าว


ผู้สื่อข่าวระบุว่า นายสุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ได้เข้าร่วมประชุมวันนี้ด้วย โดยชื่อนายสุชาติ ได้ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าอาจถูกพรรคอีกขั้วเสนอชื่อแข่งกับพรรคก้าวไกล เพื่อชิงตำแหน่งประธานสภา ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่าที่ประชุมขอความร่วมมือให้สมาชิกทุกคนงดใช้เครื่องมือสื่อสาร

'เพื่อไทย' เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร - นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล
'เพื่อไทย' เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร - นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล
'เพื่อไทย' เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร - นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล
'เพื่อไทย' เปิดวงถกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร - นำข้อสรุปหารือ ก้าวไกล

การประชุมคณะกรรมการบริหาร และประชุม สส.ของพรรค  “เพื่อไทย”   โดยมีวาระสำคัญคือการหารือประเด็นการเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร