‘หุ้น itv’ พ่นพิษ บันทึกการประชุมเท็จมีโทษ ‘จำคุก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550892

12 มิ.ย. 2566

'หุ้น itv' พ่นพิษ บันทึกการประชุมเท็จมีโทษ 'จำคุก'

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปิดโทษ ‘จำคุก’ บันทึกการประชุม ผู้ถือ ‘หุ้น itv’ เท็จ หลังข่าว 3 มิติ แย้งด้วยวีดีโอผู้เข้าร่วมประชุม

หลังข่าว 3มิติ เปิดวีดีโอบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้น itvไม่มีข้อความตามที่ปรากฎในบันทึกการประชุมไอทีวี เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ทวิตข้อความ
คนที่สั่งให้คุณทำความผิด ถึงเวลาเขาไม่ช่วยคุณหรอก มีแต่จะถีบหัวส่ง ให้ความผิดไม่พันมาถึงตัวเอง พร้อมระบุ เพิ่งจะเตือนไปหยกๆ ก็ไม่ฟังกันบ้าง

ก่อนหน้านั้น วิโรจน์ทวิตข้อความ เกี่ยวกับกรณี หุ้น itv อ้างถึง มาตรา 216 ในพ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด มีเนื้อหาว่า การเปลี่ยนแปลง ตัดทอน เอกสารของบริษัท หรือลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในเอกสารของบริษัท หรือที่เกี่ยวกับบริษัท

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 94 กรรมการต้องรับผิดร่วมกันเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วน

(1) การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความอันควรต้องแจ้ง
(2) การแสดงข้อความเท็จ หรือไม่ตรง
(3) การจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอันเป็นเท็จ

นับใหม่แปดริ้วปม ‘บัตรไม่เลือกใคร’ นับคะแนนใหม่ ให้เป็น ‘บัตรเสีย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550886

11 มิ.ย. 2566

นับใหม่แปดริ้วปม ‘บัตรไม่เลือกใคร’ นับคะแนนใหม่ ให้เป็น ‘บัตรเสีย’

ไม่คลายสงสัย นับคะแนนใหม่ แปดริ้ว ผลขัดแย้งกับการนับคะแนนครั้งแรก หลังจำนวน ‘บัตรไม่เลือกใคร’ เป็น บัตรเสีย ‘ผอ.กกต.แปดริ้ว’ แจง กปน.ชุดเดิมวินิจฉัยผิดพลาด ผู้ใช้สิทธิเลือกเกิน 2 ช่อง ทำให้เป็นบัตรเสีย

นายธนกฤต นาคจารุพงษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา ได้กล่าวถึงผลการนับคะแนนใหม่ ระบบเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ฉะเชิงเทรา ตามคำสั่งของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ในหน่วยเลือกตั้งที่ 4 ภายในโรงอาหารโรงเรียนก้อนแก้ววิทยา ม.4 ต.ก้อนแก้ว อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ผลการนับคะแนนใหม่ออกมาตั้งแต่ช่วงเช้า

ปรากฏว่า ยังคงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในสังคมเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง “ไม่ประสงค์เลือกพรรคการเมืองใด” ที่มีจำนวนลดลงจากเดิม 10 บัตรเหลือเพียง 2 บัตรว่า การนับคะแนนในครั้งนี้เป็นการนับกันไปอย่างช้าๆ และละเอียดที่สุดแล้ว และทางตนเองพร้อมด้วยผู้สังเกตการณ์หลายฝ่าย รวมทั้งสื่อมวลชน ได้มานั่งเฝ้าสังเกตุการณ์ด้วยตนเองตั้งแต่ต้น

บัตรสีเขียว เป็นบัตรเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์บัตรสีเขียว เป็นบัตรเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

ส่วนข้อผิดพลาดนั้น ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา อธิบายว่า อาจเป็นไปได้ว่า กปน.อาจวินิจฉัยผิดพลาด ระหว่างการนับคะแนนในครั้งแรก ที่มีบัตรเลือกตั้งที่กาลงในช่องไม่ประสงค์เลือกพรรคการเมืองใด และยังไปกาลงในช่องเลือกพรรคการเมืองอีกแห่งหนึ่งด้วย

การนับคะแนนใหม่ การนับคะแนนใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องทำการนับคะแนนและทำการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วในวันนับคะแนนหลังการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมาอย่างเร่งรีบ ภายใต้ความกดดันของผู้ที่มายืนเฝ้ารอคอยดูผลคะแนน หรืออาจมีความเหนื่อยล้าจนมองพลาดไปไม่ทั่วทั้ง 2 ช่อง

นับคะแนนใหม่ พบผู้ใช้สิทธิกากบาทเกิน 2 ช่อง

เมื่อเห็นกากบาทที่กาลงในช่องไม่ประสงค์เลือกพรรคการเมืองใดเพียงช่องเดียวจึงได้ขานไปตามนั้น แต่ข้อเท็จจริงแล้วมีการกากบาทเกินเป็น 2 ช่อง ซึ่งบัตรลงคะแนนใบนี้จะต้องเป็นบัตรเสีย และเมื่อนำกลับมานับคะแนนใหม่อย่างละเอียด บัตรดังกล่าวจึงกลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งถือว่าถูกต้องแล้ว 

นายธนกฤต นาคจารุพงษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา เฝ้าสังเกตการณ์นับคะแนนใหม่ ตลอดเวลานายธนกฤต นาคจารุพงษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา เฝ้าสังเกตการณ์นับคะแนนใหม่ ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังพบว่ามีบัตรว่างเปล่าที่ไม่ได้มีการกากบาทลงในช่องใดเลย จึงอาจทำให้เจ้าหน้าที่ขานผิดออกไปว่าไม่ประสงค์ที่จะเลือกพรรคการเมืองใด 

นายธนกฤต นาคจารุพงษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา นายธนกฤต นาคจารุพงษ์ ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา

ทั้งที่บัตรดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นบัตรเสีย จึงอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เมื่อมีการนำมานับคะแนนใหม่อย่างละเอียด และมีการวินิจฉัยใหม่แล้วจึงพบว่าบัตรไม่ประสงค์เลือกพรรคการเมืองใด จึงมีจำนวนเปลี่ยนไป เพราะได้กลายไปเป็นบัตรเสียแล้ว 

ขณะเดียวกันในวันนับคะแนนหลังการปิดหีบเลือกตั้ง66 เมื่อเกิดมีข้อสงสัยแล้ว ไม่สามารถนำกลับมานับซ้ำหรือนับใหม่ได้ เนื่องจากการนับคะแนนสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเท่าเดิม คือ 427 คนจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเท่าเดิม คือ 427 คน

“จากการนับคะแนนรวมทั้งสองครั้ง ยังคงมีจำนวนผู้ออกมาแสดงตนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จำนวนเท่าเดิม คือ 427 คน จึงไม่มีเหตุอันส่อไปในทางที่จะมีการทุจริตการเลือกตั้งแต่อย่างใด” ผอ.กกต.ฉะเชิงเทรา กล่าวสรุป

โดยสนทะนาพร อินจันทร์ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ฉะเชิงเทรา

ธนกร โต้แทน ‘กกต.’ ปม พิธา ขาดคุณสมบัติ – ปัดเตะตัดขาสกัดหัวหน้าพรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550883

11 มิ.ย. 2566

ธนกร  โต้แทน 'กกต.'  ปม พิธา ขาดคุณสมบัติ - ปัดเตะตัดขาสกัดหัวหน้าพรรคก้าวไกล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ธนกร วังบุญคงชนะ ทำหน้าที่แทนกระบอกเสียง “กกต.” ชี้แจงการดำเนินการกับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ” พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้สู้กันด้วยข้อเท็จจริง ไม่มีเตะตัดขา ท่องบทสวด ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

นายธนกร  วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. )ได้สั่งให้สืบสวนไต่สวนประเด็นที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ขาดคุณสมบัติ แต่ยังลงสมัครสส.   ตามมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.   ส่วนตัวมั่นใจว่า “กกต.”  ยึดถือปฏิบัติตามหลักกฎหมาย ตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม  มั่นใจว่าไม่มีการเล่นเกมการเมือง หรือกระบวนการเตะตัดขาอย่างที่หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์

 หากผลวินิจฉัยของ “กกต.” และศาล ออกมาเป็นที่สุดอย่างไร ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และที่สำคัญหาก กกต. ไม่ดำเนินการเมื่อพบความผิด ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องถูกฟ้องร้องเอาผิดด้วยเช่นกัน ดังนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทุกคน  การที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล รวมถึงคนในพรรคก้าวไกล ออกมาเคลื่อนไหวกดดันไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) เห็นว่าไม่ถูกต้อง 

“อย่าเอากฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ การปลุกระดมมวลชนออกมาบนท้องถนนเพื่อกดดันการตรวจสอบนั้น จะยิ่งทำให้สถานการณ์เพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่า 14 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคก้าวไกลมานั้นคาดหวังอยากให้นายพิธาได้เป็นนายกฯ ขอส่งกำลังใจให้พรรคอันดับหนึ่ง  และว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะคนไทยทั้ง 70 ล้านคน อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องยอมรับ” นายธนกร  ระบุ 

‘ชวลิต’ เผยงานวิจัยคนชายแดนใต้เห็นด้วย ‘น้อยที่สุด’ ปกครองแบบอิสระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550879

11 มิ.ย. 2566

'ชวลิต' เผยงานวิจัยคนชายแดนใต้เห็นด้วย 'น้อยที่สุด' ปกครองแบบอิสระ

‘ชวลิต’ เผยงานวิจัย ‘สถาบันพระปกเกล้า’ พบคนชายแดนใต้เห็นด้วย ‘น้อยที่สุด’ ปกครองแบบอิสระ อยากเห็นปกครองแบบกระจายอำนาจ ‘พรรคไทยสร้างไทย’ เสนอเพิ่มความกระชับมิตรต่างประเทศเพื่อสันติภาพ

เป็นประเด็นกันอย่างมากหลังสัมมนาทางวิชาการที่ มอ.ปัตตานี มีการเสนอทำประชามติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน ล่าสุดนายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทย 1 ในคณะทำงานย่อยแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ เปิดผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า พบว่า ชาวบ้าน “เห็นด้วยน้อยที่สุด” กับการปกครองที่เป็นอิสระจากประเทศไทย 

นายชวลิต เห็นว่า การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกภาคส่วนควรอดทน ละเอียด รอบคอบต่อการแก้ไขปัญหา ระวังอย่าเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวส่งผลให้ปัญหาบานปลายเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต จึงมีข้อสังเกตต่อแนวทางการแก้ไข 2 ประการ 


1. สถาบันพระปกเกล้า โดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า  เคยทำงานวิจัยแนวทางแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้ชื่องานวิจัยนั้นว่า  PEACE SURVEY ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ถึง 5 ครั้ง ในครั้งที่ 5 สำรวจความเห็นระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2562


ความเห็นประชาชนถึง “รูปแบบการปกครองที่ต้องการ” พบว่า รูปแบบการปกครองที่เป็นอิสระจากประเทศไทย เป็นรูปแบบที่ประชาชนต้องการ “น้อยที่สุด”

ส่วนรูปแบบการปกครองที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ รูปแบบการปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น ด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย (เอกสารงานวิจัย หน้าที่ 68)

ข้อสังเกตในประเด็นนี้ คือ ความคิดเห็นของประชาชนในการเป็นอิสระจากประเทศไทยนั้น “มี แต่น้อย” ดังนั้นถ้าไม่ปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา ปล่อยให้ปัญหาความไม่สงบ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความยากจนและความอยุติธรรม เป็นปัญหาที่จมลึกอย่างต่อเนื่องยาวนานไปมากกว่านี้ ก็จะกระทบและสร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศโดยภาพรวมมากขึ้น ๆ

2. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำการศึกษาเรื่อง แนวทางสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อการพัฒนาสร้างสันติสุขและประชาธิปไตย ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่การพิจารณาไม่ถึง ระเบียบวาระหมดสมัยประชุมไปก่อน

บทสรุปของคณะกรรมาธิการฯต่อการแก้ไข คือ ปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจ การเมืองนำการทหาร และน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาปรับใช้อย่างจริงจัง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์นายชวลิต วิชยสุทธิ์

นายชวลิต กล่าวต่อว่า ประการสำคัญเวลาของความขัดแย้ง ความไม่สงบยืดเยื้อยาวนานเกือบ 20 ปีติดต่อกัน สร้างความเสียหายต่อชีวิต จิตใจ ทรัพย์สิน ทั้งของประชาชนและทางราชการมากมาย ถึงเวลาที่จะให้ “อภัย” ต่อกัน โดยหลักศาสนาทั้งพุทธและมุสลิม นำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนครี ที่ 66/2523 มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

พรรคไทยสร้างไทยได้นำงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าและรายงานของคณะกรรมาธิการดังกล่าวมาปรับใช้มีไทม์ไลน์ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว โดยระยะยาวเป็นขั้นตอนการกระจายอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรค และ ดร.โภคิน พลกุล ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ขั้นตอนดังกล่าวและยังแนะนำให้เพิ่มมิติด้านการต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับการประสานกับมิตรประเทศที่จะร่วมกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาค ซึ่งจนได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะทำงานย่อย ฯ ในการประชุมครั้งแรกที่พรรคก้าวไกล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว และจะติดตามในการประชุมครั้งที่สอง ในวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2566 ณ พรรคประชาชาติต่อไป 

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550877

11 มิ.ย. 2566

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 18 แขวงแสนแสบมีนบุรีใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผลคะแนนตรงกันทั้งหมดพบ 2 คะแนนที่หายไป อยู่ในส่วน 2 ใบไม่ประสงค์ลงคะแนน

จากกรณี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ หลัง กกต.ได้รับรายงาน ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง  แล้วปรากฏว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง เนื่องจากผลคะแนนไม่ตรงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ จึงสั่งให้นับคะแนนใหม่ ใน 47 หน่วยเลือกตั้ง ใน 16 จังหวัด  โดยให้นับคะแนนใหม่ในวันอาทิตย์ที่  11  มิ.ย.

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 หน่วย แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย

โดยหนึ่งในหน่วยแบบแบ่งเขตที่ต้องนับคะแนนใหม่ คือหน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงแสนแสบ  เขตมีนบุรี   เขตเลือกตั้งที่ 18  นับคะแนนที่ศาลาประชาคมเมืองมีนถิ่นทอง สำนักงานเขตมีนบุรี เวลา 15.00 น.

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

สำหรับ หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 18 เฉพาะแขวงแสนแสบเขตมีนบุรีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 895 คนมาใช้สิทธิ์ 668  จำนวนบัตรดี 628 ใบบัตรเสีย 9 ใบไม่ประสงค์ลงคะแนนเดิมจำนวน 29 ใบ

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

การนับคะแนนครั้งแรกวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ลงคะแนนไว้จำนวน 666 คะแนน หลังจากทำการนับคะแนนใหม่ในรอบที่ 2 พบบัตรไม่ลงคะแนนเพิ่มเติม 2 ใบเท่ากับจำนวนที่หายไป 2 คะแนน

สำหรับผลการนับคะแนนใหม่ของหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ปรากฏว่า จำนวนคะแนนของผู้สมัครที่ได้ในรอบแรกมีจำนวนตรงกัน 

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

โดยนายธีรชัยชัย พันธุมาศ เบอร์ 8 พรรคก้าวไกล ได้คะแนน 315 คะแนน

นายวุฒิภัทร คำประกอบ เบอร์ 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนน 121 คะแนน

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ เบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 105 คะแนน 

นายพีระพงษ์ รัสมี พรรคพลังประชารัฐ ได้ 35 คะแนน

ผลการนับคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 มีนบุรี ก้าวไกลยังยืนหนึ่ง 315 คะแนน

นายอนันต์ ฤกษ์ดี เบอร์ 9 พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 18 คะแนน

นายธีรวิทย์ วงศ์เพชร พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 7 ได้ 9 คะแนน 

นายชาย มาลี พรรคเพื่อชาติ เบอร์ 10 ได้ 3 คะแนน


ขณะที่ น.ส.วริณดา คงตาละนันท์ พรรคชาติพัฒนากล้า เบอร์ 2 พ.ต.ท. วาทิศ ธนกิจกาศมณี พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 12 และ นายสมเกียรติ์ ขุนบุญจันทร์ พรรคไทยภักดี เบอร์ 13 ได้คนละ 5 คะแนน


ด้าน นางพรวิไล รักชลธี พรรคแนวทางใหม่ เบอร์ 11 นายสำคัญต่อชาติ เอี่ยมอ่ำ พรคเสรีรวมไทยเบอร์ 14 และนายสุรชาติ โต๊ะเฮ พรรคทางเลือกใหม่เบอร์ 6 ได้คนละ 2 คะแนน

และนายพันธุ์ปิติ โพธิ์วิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 1 คะแนน

‘เพื่อไทย’ ได้เฮ ‘นับคะแนนใหม่’ เลือกตั้ง66 กาญจน์เขต 2 ได้เพิ่ม 3 คะแนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550874

11 มิ.ย. 2566

'เพื่อไทย' ได้เฮ ‘นับคะแนนใหม่’ เลือกตั้ง66 กาญจน์เขต 2 ได้เพิ่ม 3 คะแนน

เลือกตั้ง66 ผลนับคะแนนใหม่ จ.กาญจน์ เขต 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ผล ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้เพิ่มอีก 3 คะแนน.พรรคพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้เพิ่ม 1 ส่วนเขต 5 หน่วยที่ 2 คะแนนเท่าเดิม

กาญจนบุรี เป็น 1 ใน 16 จังหวัด ที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่1096/2566 เรื่อง ให้มีการนับคะแนนใหม่ สส.ระบบบัญชีรายชื่อใหม่ จำนวน 2 หน่วยเลือกตั้ง

ประกอบด้วยหน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 8 ตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย เขตเลือกตั้งที่ 2 และ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ เขตเลือกตั้งที่ 5 นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ 11 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่อาคารสโมสรอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สถานที่นับคะแนนที่ กกต. มีคำสั่งให้นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 8 ตำบลด่านมะขามเตี้ย เขตเลือกตั้งที่ 2 

เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ได้จัดเตรียมสถานที่รวมทั้งนำหีบบัตรและกระดานเขียนคะแนนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีนายฑรัท เหลืองสอาด นายอำเภอท่าม่วง ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.กาญจนบุรี นายนิรันดร์ บุญราช หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กาญจนบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ท่าม่วง มาคอยสังเกตการณ์ 

จนกระทั่งเวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ประกาศเปิดหีบเพื่อนำบัตรออกมานับคะแนนใหม่ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็แล้วเสร็จ

กาญจนบุรี เขต 2 นับคะแนนใหม่ กาญจนบุรี เขต 2 นับคะแนนใหม่

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 8 ตำบลด่านมะขามเตี้ย เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 358 คน โดยวันที่ 14 พ.ค. 2566 มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 275 คน 

จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับการจัดสรร จำนวน 360 บัตร บัตรดี 245 บัตร ส่วน บัตรเสีย จำนวน 29 บัตร และบัตรที่ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง จำนวน 1 บัตร จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ จำนวน 85 บัตร

ส่วนเหตุผลที่ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น เป็นเพราะว่าตัวเลขจำนวนบัตร และจำนวนคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตรงกัน แต่ปรากฎว่า คะแนนนั้นหายไป จำนวน 3 คะแนน

หลังจากการนำบัตร จำนวน 275 บัตรขึ้นมานับคะแนนใหม่ ในวันนี้นั้น ผลปรากฏว่า มีบัตรดี จำนวน 246 บัตร จาก 245 บัตร บัตรเสีย จำนวน 28 บัตร จาก 29 บัตร ส่วนบัตรที่ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ยังคงเท่าเดิมคือ จำนวน 1 บัตร

โดยพรรคเพื่อไทย ได้เพิ่มมาอีก จำนวน 3 คะแนน จาก 74 คะแนน รวมเป็น 77 คะแนน และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน (ค.พ.ช.)ได้เพิ่มมาอีก 1 คะแนน จาก 5 คะแนน เป็น 6 คะแนน

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ ของเขตเลือกตั้งที่ 5 นับคะแนนใหม่ เนื่องจากคะแนนหายไป จำนวน 2 คะแนน โดยนับคะแนนใหม่ที่บริเวณอาคารหอประชุม ที่ว่าการอำเภอไทรโยค

มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,062 คน ได้รับการจัดสรรบัตร เลือกตั้ง จำนวน 1,080 บัตร มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 จำนวน 743 คน บัตรดี จำนวน 682 บัตร บัตรเสีย จำนวน 56 บัตร บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด จำนวน 5 บัตร จำนวนบัตรเลือกตั้งเหลือ จำนวน 337 บัตร

ส่วนเหตุผลของการนับใหม่เนื่องจาก คะแนนที่เขียนลงในกระดานในวันนับคะแนนหายไป จำนวน 2 คะแนน

ผลการนับคะแนนใหม่ จำนวน 743 บัตรมานับใหม่ในวันนี้ (11 มิ.ย.66 )ปรากฏว่า บัตรดี จำนวน 673 บัตร บัตรเสีย จำนวน 65 ใบ และบัตรที่ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด มี จำนวน 5 ใบ ซึ่งยอดคะแนนตรงกันกับการนับคะแนนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 คือ 743 คะแนน 

'เพื่อไทย' ได้เฮ ‘นับคะแนนใหม่’ เลือกตั้ง66 กาญจน์เขต 2 ได้เพิ่ม 3 คะแนน

5 เขตกาญจนบุรี ‘เพื่อไทย’กวาดยก 4 เขต

สรุปหลังนับคะแนนใหม่ ว่าที่ สส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ หรือ กอล์ฟ พรรคเพื่อไทย .เขต 2 นายชูศักดิ์ แม้นทิม พรรคเพื่อไทย.เขต 3 นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน พรรคภูมิใจไทย.เขต 4 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ พรรคเพื่อไทย และเขต 5 นายพนม โพธิ์แก้ว พรรคเพื่อไทย

5 เขตกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย กวาด สส. ยก 4 เขต

โดยสุพจน์ แก้วสี ผู้สื่อข่าวประจำจ.กาญจนบุรี

อัปเดตผลนับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม. ‘ก้าวไกล’ อันดับ 1 ทุกหน่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550871

11 มิ.ย. 2566

อัปเดตผลนับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม. 'ก้าวไกล' อันดับ 1 ทุกหน่วย

กกต. สั่งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่พื้นที่ กทม. 6 หน่วย จาก 47 หน่วย 16 จังหวัด นับเสร็จแล้วบางหน่วย ‘พรรคก้าวไกล’ ยังอันดับ 1 ทุกหน่วย

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย พื้นที่ กทม. แบ่งเป็น แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 หน่วย และ แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย


แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 หน่วย 

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 40 แขวงบางซื่อ  เขตบางซื่อ  เขตเลือกตั้งที่ 7 

ผู้มาใช้สิทธิ 678 คน บัตรดี 654 ใบ บัตรเสีย 6 ใบ และบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้สมัคร 18 ใบ 

ผลนับคะแนนใหม่
พรรคก้าวไกล 325 คะแนน (เดิม 326 คะแนน)
พรรครวมไทยสร้างชาติ 187 คะแนน (เดิม 186 คะแนน)
พรรคเพื่อไทย 89 คะแนน (เดิม 88 คะแนน)

สาเหตุนับใหม่ : ผลคะแนนขาดหายไป 1 
 

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม เขตเลือกตั้งที่ 15

ผู้มาใช้สิทธิ 559 คน บัตรดี 529 ใบ บัตรเสีย 17 ใบ บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้สมัคร13 ใบ 

ผลนับคะแนนใหม่
พรรคก้าวไกล 180 คะแนน
พรรคเพื่อไทย 138 คะแนน (เพิ่มมา 1 คะแนน จากรอบก่อนที่ตกหล่นไป)
พรรคไทยสร้างไทย 137 คะแนน

สาเหตุนับใหม่ : ผลคะแนนหายไป 1

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงแสนแสบ  เขตมีนบุรี   เขตเลือกตั้งที่ 18  (รอผล)

แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 3 แขวงบ้านบาตร  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตเลือกตั้งที่ 1 

ผู้มาใช้สิทธิ 538 คน บัตรดี 512 ใบ บัตรเสีย 14 ใบ บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้สมัคร 12 ใบ

ผลนับคะแนนใหม่

พรรคก้าวไกล 211 คะแนน (เดิม 230 คะแนน)
พรรครวมไทยสร้างชาติ 154 คะแนน (เดิม 165 คะแนน)
พรรคเพื่อไทย 73 เสียง (เดิม 78 คะแนน )

สาเหตุนับใหม่ : พบคะแนนเขย่ง 37 เสียง จำนวนผู้มาใช้สิทธิและคะแนนเลือกตั้งไม่ตรงกัน

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง เขตเลือกตั้งที่ 5 

ผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 342 คน บัตรดี 326 ใบ บัตรเสีย 10 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 6 ใบ 

ผลนับคะแนนใหม่
พรรคก้าวไกล 122 คะแนน (เดิม 121 คะแนน)
พรรครวมไทยสร้างชาติ 85 คะแนน (เดิม 84 คะแนน)
พรรคเพื่อไทย 72 คะแนน (เดิม 72 คะแนน)

สาเหตุนับใหม่ :  ผลคะแนนหายไป 2

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เขตเลือกตั้งที่ 24 (รอผล)

เลือกตั้ง66 กกต.สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ สุโขทัย ‘เพื่อไทย’ ได้เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550868

11 มิ.ย. 2566

เลือกตั้ง66 กกต.สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ สุโขทัย ‘เพื่อไทย’ ได้เพิ่ม

เลือกตั้ง66 กกต. สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ เขตเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 3 เทศบาลตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ผล ‘พรรคเพื่อไทย’ได้เพิ่มมา 1 คะแนน

คืบหน้าหลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.สุโขทัยใหม่ จากการได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง66 ปรากฏว่า การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 3 เทศบาลตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อ.เสลี่ยม เขตเลือกตั้งที่ 3 ไม่ถูกต้อง จึงให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยมีการให้ดำเนินการนับคะแนนใหม่ ในวันนี้(11 มิ.ย. 2566)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ มณีเลิศ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ได้กำหนดสถานที่นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ณ บริเวณโดม หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม ตำบลทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ในวันที่ 11 มิ.ย. 2566 เวลา 9:00 น เป็นต้นไป

เลือกตั้ง66 จ.สุโขทัย นับคะแนนใหม่  เลือกตั้ง66 จ.สุโขทัย นับคะแนนใหม่

ก่อนนับคะแนนใหม่ มีทั้งผู้สังเกตการณ์เข้ามาสังเกตการณ์ในการนับคะแนนใหม่ครั้งนี้จำนวนหนึ่ง และ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 พร้อมด้วย พ.ท.สยามรัฐ สุทธรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.สุโขทัย 

เลือกตั้ง66 จ.สุโขทัย นับคะแนนใหม่  เลือกตั้ง66 จ.สุโขทัย นับคะแนนใหม่

การนับคะแนนใหม่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายหลังจากการนับคะแนนเสร็จ พ.ท.สยามรัฐ สุทธรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.สุโขทัย กล่าวว่า การนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ ตรงตามจำนวนบัตรผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 3 ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 304 คนแต่ผลของการนับคะแนนออกมาเป็น 303 คนเป็นเหตุให้ต้องนับคะแนนใหม่ 

เลือกตั้ง66 กกต.สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ สุโขทัย ‘เพื่อไทย’ ได้เพิ่ม

ภายหลังจากการนับคะแนนใหม่ เสร็จสิ้นแล้ว ผลปรากฏว่านับคะแนนจาก 304 บัตรเลือกตั้ง ครบทั้ง 304 ใบและคะแนนที่ได้เพิ่มมา 1 คะแนนที่หายไปคือผู้สมัครหมายเลข 5 น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ พรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเพิ่มมาอีก 1 คะแนนจากเดิมได้ 95 คะแนนได้เพิ่มมาอีก 1 คะแนนเป็น 96 คะแนน

เลือกตั้ง66 กกต.สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ สุโขทัย ‘เพื่อไทย’ ได้เพิ่ม
เลือกตั้ง66 กกต.สั่ง ‘นับคะแนนใหม่’ สุโขทัย ‘เพื่อไทย’ ได้เพิ่ม

โดย พิเชษฐ เนตรบุตร  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุโขทัย

ด้อมส้มเฮ ‘เลือกตั้ง66’ นายทะเบียนพรรคการเมือง ตีตก 4 คำร้อง ‘ยุบก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550863

11 มิ.ย. 2566

ด้อมส้มเฮ 'เลือกตั้ง66' นายทะเบียนพรรคการเมือง ตีตก 4 คำร้อง ‘ยุบก้าวไกล’

ด้อมส้มเฮ ‘เลือกตั้ง66’ นายทะเบียนพรรคการเมือง ตีตก 4 คำร้อง ‘ยุบก้าวไกล’ ทั้งปราศรัยหาเสียงพาดพิงสถาบัน ยกเลิกม.112 และ ‘ธนาธร-พรรณิการ์’ ครอบงำพรรค

มีรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เมื่อเร็วๆนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นสั่งยุติเรื่องกรณีมีการยื่นร้องขอให้กกต.พิจารณาเสนอเรื่องความพร้อมเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกลตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีมูล

โดยทั้ง 4 คำร้องประกอบด้วย กรณีกล่าวหานายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรค ในขณะนั้นปราศรัยหาเสียงที่จ.พิษณุโลกเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2566 กล่าวร้ายโครงการพระราชดำริ พาดพิงสถาบันเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 17 ระเบียบกกต.ว่าด้วยการเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. 2561

กรณีร้องว่าพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ซึ่งมีเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย กรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึง จุดยืนของตนเองและจุดยืนของพรรคก้าวไกล เรื่องมาตรา 112 การระบุ #ยกเลิก 112 “112 เป็นกฎหมายหรือเปล่า ถ้าเป็น..ต้องแก้ไขให้เหมาะสมกับยุคสมัยได้ ไปจนถึงต้องยกเลิกได้ ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าสังคมมีฉันทามติร่วมกัน หยุดลิดรอนเสรีภาพในการรณรงค์แสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย”

รวมถึงกรณีกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลยินยอมให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช เป็นผู้นำในการหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นตัวแทนในการดิเบตกับพรรคการเมืองอื่นแทนพรรคก้าวไกล เป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคขาดอิสระ โดยสำนักงานฯได้มีการแจ้งผู้ร้องทราบแล้ว

ทั้งนี้การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นให้ยุติเรื่องเป็นการใช้อำนาจตามข้อ 7 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง 2564 ที่กำหนดว่าในกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานพร้อมความเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่องแล้วแต่กรณีและแจ้งให้ผู้ร้องทราบและรายงานให้กกต.ทราบ

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการรายงานข้อมูลว่าจากจำนวนเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2566 มีคำร้องยุบพรรคการเมืองรวม 83 เรื่องร้องเรียน และมี 61 เรื่องที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่าไม่มีมูลจึงให้ยุติเรื่อง

 เหลือเพียง 19 เรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการอยู่ และการดำเนินการจนถึงขณะนี้พบว่าเหลือคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานฯ 5- 6 คำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ กกต. เปิดผลคะแนน  5 อันดับ แต่ 6 จังหวัดที่มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566 มากที่สุด แต่จนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง แต่วันที่ 11 ม.ย. 2566จัดให้มีการ นับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง66 ใหม่ 47 หน่วยเลือกตั้ง ใน 16 จังหวัด

‘พรรคก้าวไกล’ ครองแชมป์ต่อ หน่วย 3 ป้อมปราบฯ เขต 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550860

11 มิ.ย. 2566

'พรรคก้าวไกล' ครองแชมป์ต่อ หน่วย 3 ป้อมปราบฯ เขต 1

ผลนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ หน่วยที่ 3 เขตป้อมปราบฯ เลือกตั้งที่ 1 ‘ก้าวไกล’ อันดับ 1 ขณะที่ ‘ผอ.เขตป้อมปราบฯ’ คาดครั้งแรกผิดพลาดจาก จนท. ยืนยันจำนวนผู้มาใช้สิทธิและบัตรตรงกันแล้ว ไม่ต้องนับใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.00น. เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ แบบ สส.บัญชีรายชื่อ ของหน่วยเลือกตั้งที่ 3 แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตเลือกตั้งที่ 1 ตามคำสั่งของ กกต.หลังพบจำนวนผู้มาใช้สิทธิและคะแนนเสียงไม่ตรงกัน คือ มีผู้มาใช้สิทธิ 538 คน แต่การนับคะแนนออกมารวมได้ 549 คะแนน และคะแนนทเขย่งเกิน 37 เสียง มีบัตรเสีย 14 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 12 ใบ 

ผลการนับคะแนนใหม่เสร็จสิ้นช่วงเวลา 10.45 น. ผู้มาใช้สิทธิและคะแนนตรงกัน 538 เสียง
3 อันดับแรก คือ พรรคก้าวไกล 211 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ  154 เสียง พรรคเพื่อไทย 73 เสียง 
มีบัตรเสีย 14 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 12  ใบ

เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์ นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์

นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์ ผอ.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวภายหลังนับคะแนนว่า วันนี้ บัตรเสีย​ บัตรดี​ บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน​ ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิแล้ว​ ไม่ต้องนับใหม่อีกรอบ มีความกระจ่างโปร่งใส ส่วนเรื่องบัตรเขย่ง คาดว่าเกิดจากการความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติ อาจจะมาจากการได้ยินหมายเลขพรรค​คลาดเคลื่อนและขีดคะแนนเกิน​ แต่วันนี้ตนและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว​ โดยคะแนนเขย่ง 37 เสียง กระจายใน 4 พรรค คือ 

เดิมพรรคก้าวไกลได้ 230  เสียง นับใหม่ได้ 211 เสียง 
เดิมพรรครวมไทยสร้างชาติ 165 คะแนน นับใหม่ได้ 154 คะแนน 
เดิมพรรคเพื่อไทย 78 เสียง นับใหม่ 73 เสียง 
เดิมพรรคประชาธิปัตย์ 30 เสียง นับใหม่ 28 เสียง

สำหรับพื้นที่ กทม. กกต.มีคำสั่งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่จำนวน 6 หน่วย ประกอบด้วย

แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 หน่วย 

-หน่วยเลือกตั้งที่ 40 แขวงบางซื่อ  เขตบางซื่อ  เขตเลือกตั้งที่ 7 
-หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม เขตเลือกตั้งที่ 15
-หน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงแสนแสบ  เขตมีนบุรี   เขตเลือกตั้งที่ 18  

แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย
-หน่วยเลือกตั้งที่ 3 แขวงบ้านบาตร  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตเลือกตั้งที่ 1 
-หน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง เขตเลือกตั้งที่ 5 
-หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เขตเลือกตั้งที่ 24

นับคะแนนหน่วยที่ 3 เขตป้อมปราบฯ เลือกตั้งที่ 1นับคะแนนหน่วยที่ 3 เขตป้อมปราบฯ เลือกตั้งที่ 1

แสดงตัวอย่างบัตรเสียแสดงตัวอย่างบัตรเสีย