‘ก้าวไกล’ ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด ‘พิธา’ ประกาศดัน ‘ภูเก็ต’ เป็นไข่มุกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550784

09 มิ.ย. 2566

'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 'พิธา' ประกาศดัน 'ภูเก็ต' เป็นไข่มุกของโลก

เลือกตั้ง66 ก้าวไกลกวาดสส.ยกเกาะภูเก็ต ‘พิธา’ แท็กทีม ‘รังสิมันต์ โรม’ ลงพื้นที่ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศพร้อมดันภูเก็ต ได้รับโหวตเป็นพื้นที่จัดงาน Expo 2028 ลั่นเมื่อรับตำแหน่ง จะบูมท่องเที่ยว แก้ปัญหายาเสพติด-คอรัปชั่น ต้องหมดไป

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค และ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอบคุณชาวภูเก็ต ที่เทคะแนนเลือกผู้สมัคร สส. ของพรรคก้าวไกลทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง

โดยจุดแรก ได้ลงพื้นที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกะทู้ ท่ามกลางเสียงตะโกน “นายกฯ คนที่ 30” เสียงดังกระหึ่ม โดยด้อมส้มมาให้กำลังใจ ประมาณ 700 คน ส่วนใหญ่จะมีการสวมเสื้อสีส้ม และมีพร้อพต่างๆ ที่เป็นสีส้มด้วย

โดยทันทีที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงได้เดินมาที่เวทีซึ่งอยู่ริมสนามฟุตบอล โดยนายรังสิมันต์ กล่าวสวัสดีชาวภูเก็ต พร้อมระบุว่า ขอขอบคุณพี่น้องภูเก็ตทุกคน ที่มาส่งเสียงให้กำลังใจให้กับพรรคก้าวไกล ตนก็เป็นลูกหลานของคนภูเก็ต เติบโตและมีความทรงจำที่นี่ พร้อมถามว่า สำหรับการเมืองที่จังหวัดภูเก็ตเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ และได้ตอบว่า ตนรู้ว่าที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะอยากได้ยินเสียงนายกรัฐมนตรี คนที่ 30


ชาวภูเก็ตต้อนรับ พิธา-รังสิมันต์ โรม และว่าที่สส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขตชาวภูเก็ตต้อนรับ พิธา-รังสิมันต์ โรม และว่าที่สส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต

จากนั้นได้ส่งไม้ต่อให้นายพิธา ซึ่งเมื่อขึ้นบนเวที กล่าวกับด้อมส้มที่มารอต้อนรับว่า “Phuket , are you ready ? พี่น้องชาวภูเก็ต ที่เคารพรักทั้งหลาย พวกเราชนะแล้ว คราวที่แล้วลงมา ผมบอกเขาว่าทั่วทั้งประเทศไทย “ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ เด็ดไม่เด็ดไม่รู้ ก็แค่ส้มยกจังหวัด” จึงต้องลงมาขอขอบคุณความไว้วางใจจากพี่น้องชาวภูเก็ต ที่มอบคะแนนเสียงให้กับพวกเรา 

'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 'พิธา' ประกาศดัน 'ภูเก็ต' เป็นไข่มุกของโลก

ซึ่งในปี 2566 นี้ทำให้ได้คะแนนเสียงมากกว่าการเลือกตั้งปี 2562 จำนวน 1 เท่าตัวเต็ม วันนี้ภูเก็ตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และสำหรับตน มาในฐานะ Ambassador การท่องเที่ยว และคนที่เคยขับเคลื่อนเรื่องสุราก้าวหน้า รวมถึงหัวหน้าพรรคการเมืองที่มี สส. 3 คน 3 เขต คอยรับใช้ประชาชนชาวภูเก็ต 

‘ก้าวไกล’ พรรคการเมืองของประชาชน

และสุดท้ายมาในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย

“คะแนนของพวกท่านมีความหมายกับตัวผมมากตอนก่อนเลือกตั้งเขาบอกคราวนี้จะได้กี่เสียงกัน ตอนอนาคตใหม่ ส้มหล่น ผมบอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้หัวหน้ามีเป้าหมาย ต้องได้ สส.เยอะกว่าครั้งที่แล้ว และเขตต้องมากกว่าบัญชีรายชื่อ 

เพราะเราต้องการเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ของมวลชน และจะเป็นภาคระดับชาติได้ไม่ใช่แค่พรรคท้องถิ่นหรือพรรคภูมิภาค จึงต้องมี สส. ให้ครบทุกภูมิภาค

อันที่หนึ่ง คราวที่แล้วได้มา 6 ล้านเสียง คราวนี้ได้มา 14 ล้านเสียง มากกว่าเดิม 2 เท่า 

อันที่สอง ได้ สส.เขตมา 100 กว่าคน บัญชีรายชื่อได้มา 40 กว่าคน เป้าที่ 2 สำเร็จเรียบร้อย

ส่วนเป้าที่สามจะเอาให้ครบทุกภูมิภาค หาเสียงอย่างถล่มทลาย คิดถึงพี่น้องที่สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช ซึ่งคราวนี้ไม่เป็นไร คราวหน้าผมไม่ปล่อยไว้แน่นอน แต่เดชะบุญนั่งอยู่ที่พรรค นั่งไล่ดูแต่ภาคใต้นี่แหละ 

'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 'พิธา' ประกาศดัน 'ภูเก็ต' เป็นไข่มุกของโลก
'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 'พิธา' ประกาศดัน 'ภูเก็ต' เป็นไข่มุกของโลก

“ภาคเหนือแตกแล้ว ภาคอีสานแตกแล้ว ภาคกลางแตกแล้ว ภาคตะวันตกก็แตกแล้ว ภาคใต้ จะแตกไม่แตกเนี่ย สรุปภูเก็ตไม่เคยทำให้ผิดหวัง แตกหมดทั้ง 3 เขต จังหวัดภูเก็ตนอกจากเป็นไข่มุก อันดามันแล้วยังเป็นไข่มุกในใจผมด้วย” 


นายพิธา กล่าวอีกว่าในจำนวนคะแนนเสียง 40 % ของพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตที่ให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกล ขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้ไข่มุกเม็ดนี้ผิดหวังแน่นอน นอกจากจะมาขอบคุณทุกคน มาให้ความมั่นใจว่าจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี 

ขณะเดียวกันยังมีอีก 60% ของพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตที่ยังไม่ให้ความไว้วางใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่เป็นไร ตนรับใช้ทุกคน

นอกจากนี้

นายพิธา กล่าวย้ำว่า อีกเป้าหมายหนึ่งที่เร่งด่วนมาก คือ ต้องการเอาภูเก็ต ไข่มุกในใจตนและไข่มุกอันดามัน ให้เป็นไข่มุกของโลกให้ได้เร็วที่สุด ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ (เล่นมุกว่ามิถุนายน ไม่ใช่มิถุนาคม) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะมีการตัดสินใจว่าจะใช้เมืองไหนจัดงาน World Expo ซึ่งประเทศไทยส่งภูเก็ตเข้าประกวด อเมริกาจะส่ง Minnesota ประเทศสเปนจัดส่งเมืองของเขา เซอร์เบียร์ก็จะส่งเมืองของเขา

เราลงทุนประมาณ 5,000 กว่าล้าน หากได้รับเลือกเศรษฐกิจหมุนขึ้น 10 กว่าเท่า ชาวภูเก็ตจะได้รวย รวย รวยและรวย ดูเวลาขณะนี้ เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน ทั่วโลกจะมีการโหวตกันว่าจะเอาภูเก็ตเป็นเมืองจัดงาน World Expo หรือไม่ คราวนี้จึงได้เริ่มต้นทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ถามว่า Phuket , are you ready ? แล้วส่งเสียงไปถึงปารีสแล้ว


หลังจากนั้นนายพิธา ได้นัดแนะทำโควท เพื่อส่งเสียงไปทั่วโลกว่าจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ World Expo โดยนายพิธานำพูดว่า Phuket , Are you ready ? จากนั้นประชาชนตอบ Yes นายพิธาจะต่อว่า Phuket is save. และ Phuket is strong. จากนั้นประชาชนร่วมกันปรบมือให้ 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายพิธา ยังกล่าวต่อด้วยว่า จากที่ทำการบ้านมาแล้วทราบว่า ปกติจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวภูเก็ตประมาณ 8 ล้านคน แต่ปีที่ผ่านมาเหลือประมาณ 4 แสนคน และปีนี้มี 1.7 ล้านคน ยังหายไป 4 เท่าตัว เมื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่จะจัดการ 

1.เศรษฐกิจ 2.สุขภาพ  3.แรงงานหมอพยาบาล 4.สิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะแก้ปัญหา อีก 2 ค.ควาย คือค้ายาเสพติด ต้องหมดไปจากภูเก็ต และคอรัปชันต้องหมดไป

'ก้าวไกล' ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 'พิธา' ประกาศดัน 'ภูเก็ต' เป็นไข่มุกของโลก


จากนั้น ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ลงจากเวทีมาขอบคุณประชาชนด้านล่างเวที ก่อนจะเดินทางไปประชุมร่วมกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

‘สมศักดิ์’ ปัดออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ใหม่ รอวัน ‘ทักษิณกลับบ้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550775

09 มิ.ย. 2566

'สมศักดิ์' ปัดออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ใหม่ รอวัน 'ทักษิณกลับบ้าน'

‘สมศักดิ์’ ยืนยันระเบียบราชทัณฑ์ใหม่ ไม่ได้เอื้อ ‘ทักษิณกลับบ้าน’ แจงไม่เข้าเงื่อนไข ‘ผู้ถูกกักกัน’ วอนหยุดบิดเบือนสร้างความขัดแย้ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันไม่ได้เอื้อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน หลังประจวบเหมาะเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ประกาศราชกิจจานุเบกษาระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฎิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566


โดยชี้แจงเหตุผล ทำไมนายทักษิณไม่เข้าเงื่อนไข “ผู้ถูกกักกัน” หรือ ไม่ต้องจำคุกในเรือนจำ หรือ สามารถจำคุกนอนเรือนจำได้ เพราะ ผู้ถูกกักกัน คือ ผู้กระทำผิดติดนิสัย เกี่ยวกับคดีที่ศาลเคยลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง จะต้องถูกควบคุมตัวไว้ภายในสถานที่กักกัน เพื่อป้องกันทำผิด และปรับนิสัย พร้อมฝึกหัดอาชีพ แต่หากผู้ถูกกักกันมีโทษจำคุก ก็ให้รับโทษจำคุกให้ครบก่อน ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นายทักษิณไม่ได้เข้าเงื่อนไขระเบียบใหม่นี้เลย จึงเป็นการบิดเบือน เพื่อให้สังคมเข้าใจตนผิด 

กักกันแตกต่างกักขัง 
นักโทษเข้าใหม่ต้องเข้ารับการ “กักขัง” ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ก่อนทุกคน 
ส่วนการ “กักกัน” เมื่อรับโทษครบแล้ว แต่เป็นนักโทษคดีร้ายแรงและกระทำผิดซ้ำ จะต้องเป็น “ผู้ถูกกักกัน” ตามกฎหมาย JSOC หรือ ใส่กำไร EM ต่ออีกไม่เกิน 8 ปี

สำหรับระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฎิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 จะช่วยเฝ้าระวังกับคนที่ทำผิดซ้ำๆ อย่าง คดีฆ่าข่มขืน หรือ ฆาตกรต่อเนื่อง อย่าง นายสมคิด พุ่มพวง หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองเลย นายสมศักดิ์พยายามช่วยผลักดันเพื่อเฝ้าระวังบุคคลอันตราย ที่ชอบก่อเหตุซ้ำๆ ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ ก็กำหนดให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบในการบังคับตามคำสั่งคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือ คำสั่งคุมขังฉุกเฉินตามที่ศาลกำหนด โดยให้นำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2510 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ด้วยเหตุนี้จึงต้องออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ. 2566 เพื่อให้มีมาตรการในการดูแลสวัสดิภาพของผู้ถูกกักกันและบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือคำสั่งคุมขังฉุกเฉินให้เกิดความเหมาะสมและอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
 

“ระเบียบใหม่ จะเห็นได้ว่า ทำให้กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการจะช่วยผู้ต้องขังหรือผู้ที่กำลังจะรับโทษ ให้ถูกกักกันสถานที่อื่นแทน ดังนั้น ผมขอให้คนบางกลุ่ม ที่พยายามบิดเบือนว่า การออกระเบียบราชทัณฑ์ฉบับใหม่ เพื่อรองรับอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ต้องคิดคุกในเรือนจำนั้น เลิกสร้างความเข้าใจผิด หรือ ดึงเป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่พี่น้องข้าราชการในกระทรวงยุติธรรม พยายามสร้างกฎหมาย ออกระเบียบ เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม ซึ่งมองว่า พฤติกรรมที่พยายามสร้างความขัดแย้ง ควรยุติลงได้แล้ว เพราะประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และกำลังจะเดินหน้าแล้ว ก็ควรช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี” นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ด่วนที่สุด ด้อมส้ม จุดประทัด กกต. มีมติไม่รับ 3 คำร้อง ปม ‘พิธา’ ถือหุ้นไอทีวี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550767

09 มิ.ย. 2566

ด่วนที่สุด ด้อมส้ม จุดประทัด กกต. มีมติไม่รับ 3 คำร้อง ปม 'พิธา' ถือหุ้นไอทีวี

กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ถอนหายใจโล่งไปหนึ่งเปลาะ “กกต. ” มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้อง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถือหุ้นไอทีวี เนื่องจากเป็นคำร้องที่ยื่นเกินระยะเวลา แต่ยังต้องลุ้นต่อกับประเด็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งรอสอบสวน

ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวีรายงานว่า  คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 เสียง ไม่รับคำร้องกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล   มีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ในการสมัครรับเลือกตั้ง  เหตุการถือ หุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น  แต่ให้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นความปรากฏ 

ทั้งนี้คำร้องที่มีผู้ยื่นมาทั้ง 3  ราย  กรณี หุ้นไอทีวี เป็นคำร้องที่ยื่นเกินระยะเวลาที่จะสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ในกรณีที่ร้องว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จึงเห็นควรพิจารณาสั่งไม่รับคำร้องไว้ตามระเบียบ  แต่เนื่องจากกรณีคำร้องดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์และมีหลักฐานพอสมควร และมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนไต่สวนต่อไปว่า

นายพิธา เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามแต่ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42(3) และมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง  สส.  จึงเห็นควรพิจารณาสั่งให้ดำเนินการไต่สวนเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฎ โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนที่ได้รับแต่งตั้ง จะดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบต่อไป

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550760

09 มิ.ย. 2566

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

คณะทำงาน 8 พรรคร่วม ประชุมหารือนัดแรก แนวทางสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ เห็นพ้องไม่สนับสนุนแนวคิด นักศึกษาเสนอแบ่งแยกรัฐปัตตานี ทำตามรธน. ใช้กลไกพลเรือนนำทหาร

เริ่มต้นคณะทำงาน ที่ทำการพรรคก้าวไกล คณะทำงานย่อยพรรคร่วมรัฐบาล ว่าด้วยสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ได้ประชุมนัดแรก เมื่อ 14.00 น. 

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

มีตัวแทนจาก 8 พรรคร่วมการประชุมครั้งนี้ อาทิ  นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย 

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ และนายมุข สุไลมาน รองหัวหน้าพรรค  นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม  นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

ภายหลังการประชุมก็ว่า 2 ชั่วโมง คณะทำงานได้แถลงข่าวปลการหารือการทำงาน นายรอมฎอน เป็นตัวแทนการตอบคำถามของคณะทำงาน

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

โดยเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการวางกรอบการทำงาน ระดมความเห็นแต่ละพรรคในเบื้องต้น การตั้งสมมุติฐานของปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสันติภาพ การแสดงความเห็นทางการเมืองที่ยังมีความขับข้องหมองใจ รวมถึงการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

 ดังนั้นวันนี้เราคุยกรอบกว้างที่แต่ละพรรคให้สัญญาประชาชนไว้ แต่ครั้งหน้าถ้าจะลงลึกรายละเอียดว่าจะวางกรอบสร้างสันติภาพ ตอบสนองแนวนโยบายอย่างไรให้กับประชาชน โดยนัดหารือที่พรรคประชาชาติ ในวันที่ 19มิ.ย.นี้

สำหรับความเห็นที่ประชุมเห็นว่า แนวทางการแก้ปัญหา วันนี้ อาจต้องลดบทบาท วิธีคิด และกลไกทางทหารลง แต่เพิ่มบทบาทพลเรือน โดยเฉพาะตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน นั่นคือบทบาทรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

นายรอมฎอน ยังบอกด้วยว่า ที่ประชุมยังได้พูดถึงกรณีเปิดตัวขององค์กรนักศึกษาสามจังหวัดชายแดนใต้ ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ โดยสัมผัสได้ว่ามีความกังวลของผู้คนที่มองปรากฏการณ์ทำกิจกรรมของนักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งในนามของว่าที่รัฐบาลใหม่ กรอบที่เรายังยืนอยู่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เรากำลังพูดถึงสถานภาพของรัฐเดี่ยวที่มองไปข้างหน้าและจะกระจายอำนาจ ให้อำนาจให้กับประชาชนท้องถิ่นมากขึ้น พร้อมยืนนันว่าไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวออกไปของรัฐปัตตานี  เพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแต่ต้องมีพื้นที่ให้แสดงความเห็น ซึ่งการพูดคุย รับฟังความเห็นต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาฯ เป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของคณะทำงาน 

ทั้งนี้ ไม่ห่วงว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่ความแตกแยก แต่ส่วนตัวมองว่านี่คือหน้าตาที่แท้จริงของความขัดแย้ง และต้องการความกล้าหาญทางการเมืองภายใต้การนำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ไปเผชิญปัญหา แต่สิ่งที่กังวลคือเรื่องของความรุนแรง เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะครบรอบ 20 ปีของเหตุการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่าภายใต้รัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นการกล้าเผชิญ คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา

ส่วนการพูดคุยกับหน่วยงานความมั่นคงนั้น นายรอมฎอน บอกว่า หน่วยงานความมั่นคงก็เป็นระบบราชการภายใต้รัฐบาลอยู่แล้ว ก็จะต้องมีการพูดคุย แต่ระหว่างนี้ผู้รับผิดชอบของ 8 พรรคการเมือง ก็ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อม

ส่วนแนวคิดการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนที่รัฐบาลเดิมได้ทำมานั้น วันนี้ในวงประชุมยังมีความเห็นต่างกันอยู่ ถึงแนวทางดังกล่าวแต่ในภาพใหญ่ก็มองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 
คือการสนทนากับคู่ขัดแย้ง ซึ่งวิธีการของรัฐบาลใหม่ เราจะสร้างความแตกต่างจากก่อนหน้านี้

ส่วนความชัดเจนในการยุบ กอ.รมน. นั้น นายรอมฎอน บอกว่า เรื่องนี้ยังต้องมีการพูดคุยในคณะทำงาน และต้องเป็นฉันทามติร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

ขณะที่ นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงการแสดงึวามเห็นผ่านรายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนักศึกษา 


เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า  ถ้าเป็นการทำประชามติ เพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน เราไม่สนับสนุน เพราะอยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญ แต่เราเปิดเสรีในการแสดงออกของประชาชน และไม่กังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญ

เศรษฐา เพื่อไทย ถ่อมตัว เชียร์ ‘พิธา’ ก้าวไกล ฝ่าพายุจัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550762

09 มิ.ย. 2566

เศรษฐา  เพื่อไทย ถ่อมตัว เชียร์ 'พิธา' ก้าวไกล ฝ่าพายุจัดตั้งรัฐบาล

ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” ยืนยันนาทีนี้ มีทางเดียวเชียร์ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แห่ง “ก้าวไกล” จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ในฐานะคนคอเดียวกันพรรคฝั่งประชาธิปไตย ส่วนอนาคตหากจะเป็น “แพทองธาร ชินวัตร” ก็ถือว่าโหงวเฮ้งเหมาะ

นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย  และคณะกรรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า  ได้ติดตามการทำงานในการจัดตั้งรัฐบาล  และขอเป็นกำลังใจให้นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล “จัดตั้งรัฐบาล” ให้สำเร็จ เพราะเป็นฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน  การจัดตั้งรัฐบาลมีขั้นตอนการทำงานอยู่ว่า ต้องเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนลำดับหนึ่ง ต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกลในการจัดการ 

ส่วนที่ครอบครัวชินวัตร  ระบุว่า น.ส แพทองธาร  ชินวัตร  ยังไม่เหมาะสมนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ และสนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี  ประเด็นนี้มองว่า  น.ส.แพทองธาร มีความเหมาะสม เป็นผู้หญิงที่เก่ง ซึ่งจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาทุกคนก็เห็นผลงานแล้ว และเชื่อว่ามีวุฒิภาวะมากพอ ไม่เช่นนั้นไม่ได้การรับรองจากคณะกรรมการบริหารพรรค ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย “หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  ผมพร้อมที่จะไปทำหน้าที่หรือไม่  เรื่องนี้ไม่เคยคิด เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลที่ต้องเดินหน้า  พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 ต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกล ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล   ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล หรือเป็นคณะทำงานแต่อย่างใด  ภารกิจในเวลานี้  คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ”  นายเศรษฐา กล่าว 

‘พิธา’ ยืนยัน แนวทางก้าวไกล ‘ประเทศไทย’ ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550754

09 มิ.ย. 2566

'พิธา' ยืนยัน แนวทางก้าวไกล 'ประเทศไทย' ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ยืนยัน แนวทางก้าวไกลต้องเป็น ‘รัฐเดียว’ การปกครอง 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ ‘ประเทศไทย’ ต้องสอดคล้องกัน

กลายเป็นปมเขย่าขวัญการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้ง2566 เมื่อขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การกำหนดอนาคตตนเอง” และหนึ่งในประเด็นสำคัญขอแยกดินแดนปลายด้ามขวานของประเทศไทย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จาก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย

โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคตดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล กล่าวถึงขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การกำหนดอนาคตตนเอง” และให้มีการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราช โดยยืนยันว่า แนวทางของพรรคก้าวไกลยังไงก็ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมแกนนำพรรคก้าวไกล

อีกทั้งการปกครองของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศไทยต้องสอดคล้องกัน ต้องสร้างการลดความขัดแย้ง และลดความรุนแรงได้แน่นอน

และเท่าที่ตรวจสอบไป นายรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคนของพรรคก้าวไกลไม่ได้อยู่ในสถานที่ดังกล่าว และขณะนี่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่ม

ด่วน ‘สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย’ ของ ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ถูกยุบแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550745

09 มิ.ย. 2566

ด่วน  'สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย' ของ 'ศรีสุวรรณ จรรยา' ถูกยุบแล้ว

นายทะเบียนกรุงเทพมหานครมีคำสั่ง เพิกถอน’สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย’ มีผลตั้งแต่วันนี้ แต่ยังสามารถโต้แย้งคำสั่งได้ภายใน 15 วัน

นายณพลเดช มณีลังกา อดีตเลขานุการกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า  มีคำสั่งนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร เพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนและใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2566 แล้ว

มีเนื้อหาว่า ตามที่ นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทะเบียนเลขที่ จ.4785/2552 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 15 ชอยปทุมคงคา ถนนทรงสวัสดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร นั้น

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ข้อเท็จจริงปรากฎว่า มีบุคคลผู้จะเป็นสมาชิกของสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ร่วมกันยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นท้องที่สำนักงานแห่งใหญ่ของสมาคมจะตั้งขึ้น พร้อมกับแนบข้อบังคับของสมาคม รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิก จำนวน 11 คน

ข้อเท็จจริงปรากฎภายหลังการจดทะเบียนสมาคมว่า บุคคลที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในบัญชีรายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะสมัครสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำนวน 3 คน ให้ถ้อยคำยืนยันสอดคล้องต้องไม่เคยเป็นสมาชิกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแต่อย่างใด

ผู้มีรายชื่อในบัญชีจำนวน 2 รายให้ถ้อยคำยืนยันสอดคล้องกันว่า ไม่เคยเข้าร่วมประชุมคณะผู้เริ่มก่อตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 66 พฤษภาคม 2551 การที่นำรายงานการประชุมดังกล่าวแนบยื่นเป็นเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานครนั้น

บุคคลดังกล่าวมิได้รู้เห็นด้วยแต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงมีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า การยื่นคำขอจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 81 กล่าวคือ มีจำนวนสมาชิกไม่ครบ 10 คน

คำสั่งเพิกถอนการรับจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยคำสั่งเพิกถอนการรับจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 ประกอบมาตรา 52แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนและใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทะเบียนเลขที่ จ.4785/2552 ลงวันที่ 13พฤษภาคม 2552

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มีนายศรีสุวรรณ จรรยา เป็นเลขาธิการ ที่ผ่านมามีบทบาทในการร้องเรียนนักการเมืองและหน่วยงานต่างๆต่อองค์กรอิสระต่างๆ จนได้สมยาว่า นักร้อง

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

คำสั่งเพิกถอนสมาคมฯของศรีสุวรรณ ในครั้งนี้ เป็นไปตามคำร้องของ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 

ป.ป.ช. รับ ‘พิธา’ยื่นบัญชี หุ้นไอทีวี ฉลุย – ส่วนตีความคุณสมบัติขึ้นกับ กกต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550743

09 มิ.ย. 2566

ป.ป.ช. รับ 'พิธา'ยื่นบัญชี หุ้นไอทีวี ฉลุย - ส่วนตีความคุณสมบัติขึ้นกับ กกต.

เลขาธิการ “ป.ป.ช.” สรุปข้อมูล กรณีการถือหุ้นบริษัทไอทีวี “หุ้นไอทีวี ” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ”  เป็นการยื่นมาในชื่อของเจ้าตัว ระบุจำนวน 42,000 หุ้น ย้ำภารกิจของ ป.ป.ช. คือตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามขึ้นกับ กกต.

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ เลขาธิการ ป.ป.ช.  เปิดเผยว่า  การยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีการถือหุ้นบริษัทไอทีวีจำกัด(มหาชน)  หุ้นไอทีวี  ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เป็นการยื่นมาในชื่อของนายพิธา โดยระบุจำนวนหุ้น  42,000 หุ้น   ไม่มั่นใจว่ายื่นมาในฐานะอะไร ต้องรอการตรวจสอบก่อน ส่วนหุ้นที่ยื่นมาเป็นหุ้นของสื่อมวลชนหรือไม่นั้น  ภารกิจกิจของ ป.ป.ช.มีหน้าที่อย่างเดียว คือการตรวจสอบความถูกต้องการมีอยู่จริงของทรัพย์สิน    เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช.

ดังนั้นเมื่อมีอยู่แล้วยื่นไม่ได้ปกปิดก็ถือว่าเรียบร้อย   แต่ถ้าไม่ยื่นทั้ง ๆ ที่เป็นของตัวเอง อันนี้จะเข้าข่ายจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินนั้นจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ป.ป.ช. แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  สามารถขอข้อมูลมาเป็นหลักฐาน ประกอบการพิจารณาได้ เอกสารที่ยื่นมาเป็นใบหุ้น “หุ้นไอทีวี”  ซึ่งระบุประเภทกิจการอยู่แล้ว แต่ไม่มั่นใจในเรื่องของวัตถุประสงค์ ของบริษัทที่ถือหุ้นว่าได้ระบุไว้หรือไม่ ซึ่งกกต.สามารถขอเอกสารมาเป็นหลักฐานในการพิจารณา  จาก “ป.ป.ช.” ได้ 

นายนิวัติไชย  กล่าวว่า  การยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมเข้ามาภายหลังรับตำแหน่ง ต้องดูข้อเท็จจริง ว่ามีเจตนาอย่างไร ยังไม่สามารถตอบได้ว่า การไม่ยื่นช่วงรับตำแหน่งมีความผิดหรือไม่ แต่กรณีพ้นจากสส.ล่าสุดได้ยื่นแล้ว และยืนยันว่า กรณีที่นายพิธายื่นเพิ่มเติม เข้ามา เป็นการเกิดขึ้นก่อน ไม่ได้มายื่นในช่วงที่มีประเด็น    ” การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน นายพิธา กรณีพ้นจากตำแหน่งสส.เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ของสส.ที่พ้นจากตำแหน่ง  คาดว่าจะมีการเปิดเผยได้เร็ว ๆ นี้   “


เขา  กล่าวว่า  ที่มีกระแสข่าวว่า นายพิธา  ได้ค้ำประกันการกู้ยืมเงินภายในบริษัทของธุรกิจในครอบครัว กว่า 117 ล้านบาท ว่า ยังไม่แน่ใจว่านายพิธาได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในส่วนนี้มาหรือไม่ แต่พบว่ามี 1 รายการ เป็นเรื่องของการค้ำประกันเงินกู้  ขอเวลาไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่    ทั้งนี้หากมีการค้ำประกันเงินกู้ แล้วไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่  

 ขอชี้แจงว่าการค้ำประกันไม่ถือเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงสิทธิที่ลูกหนี้หากผิดนัดเจ้าหนี้ก็จะไปเรียกร้องกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งอาจจะเกิดหนี้ในตอนนั้น และผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงแค่การค้ำประกัน โดยในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่าการค้ำประกัน เป็นประเด็นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ ซึ่งกรณีการค้ำประกันที่ยื่นเข้ามานี้ อาจจะเป็นกรณี ยื่นเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง แต่ต้องขอเวลาไปตรวจสอบอีกครั้ง 

ส่วนจะต้องเชิญนายพิธา มาชี้แจงหรือไม่   เรื่องนี้เป็นเรื่อง การตรวจสอบบัญชีตามปกติที่ยื่นเข้ามา ซึ่งป.ป.ช.มีการตรวจสอบอยู่แล้ว  และที่สำคัญขนาดนี้ยังไม่เห็นคำร้องที่ยื่นมาให้ตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายพิธา 

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก พรรคก้าวไกล

โบกมือลา ‘เสรีรวมไทย’ ‘สมชัย’ สนใจ สสร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550725

09 มิ.ย. 2566

โบกมือลา 'เสรีรวมไทย' 'สมชัย' สนใจ สสร.

ประธานยุทธศาสตร์เสรีรวมไทย โบกมือลา เสรีพิสุทธิ์ เดินหน้าวิจารณ์การเมือง ยอมรับสนใจทำหน้าที่ สสร. แก้กติกาการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทยยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทยแล้ว ให้เหตุผลว่าหลังเลือกตั้งแล้วภารกิจเกี่ยวกับพรรคเสรีรวมไทยก็เสร็จสิ้นลง อีกทั้งการลาออกก็จะทำให้สามารถให้ความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองของทุกฝ่ายได้อย่างเต็มที่

สมชัยบอกว่าที่ผ่านมาเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลการให้ความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองตรงไปตรงมาก็อาจจะส่งผลกระทบกับพรรคได้ ทั้งนี้หลังจากลาออกแล้วก็ดำรงตำแหน่งทางวิชาการและให้ความเห็นทางการเมืองได้อย่างเต็มที่ ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ

หากเห็นว่ามีความสามารถและอยากให้ช่วยงานหรือปรึกษาหารืออะไร โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายก็ยินดีให้ความร่วมมือ ให้คำปรึกษาได้

เมื่อถามว่าการลาออกนั้นเป็นเพราะน้อยใจหรือไม่สบายใจกรณีมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้เชิญเราเข้าร่วมหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เกรงว่าผู้สื่อข่าวจะไปตีความในเชิงการเมืองซึ่งความจริงไม่มีอะไร  เป็นสิ่งที่ประสงค์ให้ตัวเองปลอดจากการเมือง เพราะเวลาไปออกรายการต่างๆ ก็อึดอัดพอสมควร

การเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย และบางครั้งพูดตามตรงที่เราวิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันหลายเรื่อง หรือพูดข้อกฎหมายซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ตอนนี้อาจจะกลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดกัน การลาออกจึงเป็นการแสดงจุดยืนที่ดีที่สุดแล้ว

ถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นนักการเมืองอีกหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ในโอกาสอันใกล้นี้คงไม่มี เพราะว่าทำหน้าที่วิชาการเป็นหลัก แต่ถ้าถามเรื่องความสนใจ คือ สนใจเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาเยอะพอสมควร

หลายมาตรา หลายเรื่อง ถ้ามีโอกาสเข้าไปเป็นสสร. ก็อาจจะสนใจตรงส่วนนั้น ก็จะทำให้อย่างน้อยที่สุดกติกาของบ้านเมืองจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

‘กกต.’ จ่อประกาศรับรองผลเลือกตั้งสส. – กรณี พิธา ถูกร้องหากผิดจริงตามสอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550716

09 มิ.ย. 2566

'กกต.'  จ่อประกาศรับรองผลเลือกตั้งสส. - กรณี พิธา ถูกร้องหากผิดจริงตามสอย

ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง เผยสัปดาห์หน้า “กกต.” จะมีข้อสรุป ประกาศวันเวลาที่ชัดเจน “รับรองผลเลือกตั้ง” การันตีประกาศรับรองรองได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับเลือกตั้งปี 62 ส่วนหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา” ถูกยื่่นร้องใน 3 เรื่อง จะให้การรับรองรับไปก่อน แล้วมาว่ากันภายหลัง


นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)  เปิดเผยว่า ในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส. ” รับรองผลเลือกตั้ง”  คาดว่าในสัปดาห์หน้า  “กกต.”  จะสามารถประกาศวันเวลาที่แน่นอนของการรับรองผลการเลือกตั้ง  และเป็นการชี้ให้เห็นว่ารับรองผลก่อนครบ 60  วัน  และเป็นการดำเนินการที่มีความคืบหน้า   เมื่อเทีบกับกระบวนการรับรองที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2562  ย้ำว่าที่มีข้อเรียกร้องให้ทยอยประกาศรับรองสส.ในขั้นตอนทำไม่ได้ ซึ่งตามกฎหมายการประกาศรับรองสส.  ต้องรับรองทั้งหมดอย่างน้อยร้อยละ 95  เพราะฉะนั้นจะทยอยประกาศเป็นรายบุคคลไม่ได้

สำหรับจำนวนสส.ที่ถูกร้องเรียน เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มีคนใดที่เข้าข่ายที่จะมีความผิดหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ เพราะเป็นคำร้องที่ต้องดูว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ถ้าไม่รับต้องให้ “กกต.” ตัดสินใจ แต่ถ้ารับแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่ส่วนตามระเบียบ  ขณะนี้การตรวจสอบคำร้องมีความคืบหน้า จะเห็นได้จากในการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้น กกต.ต้องให้รับฟังรายงานผู้ตรวจการเลือกตั้ง ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งอื่น ๆ รวมถึงกระบวนการคำร้องด้วยถ้ากระบวนการเหล่านี้เสร็จก็สามารถประกาศผล   หรือ ” รับรองผลเลือกตั้ง”   ได้เลย

นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า กรณีมีคำร้องของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ  ขณะนี้มีทั้งหมด 3 คำร้อง   ซึ่งได้มีการเชิญผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ และยื่นหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง  เสนอให้กกต.พิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หากเป็นคดีความปรากฏ ถ้าไม่รับเรื่องจะจบไป แต่ถ้ารับจะเข้ากระบวนการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แล้วค่อยเรียกผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำ

“คดีหุ้นจะทำให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล   ถูกแขวนจนไม่ได้รับรอง เป็นสสในสัดส่วน 95% แรกหรือไม่  ยังพูดอย่างนั้นไม่ได้   ยังไม่ถึงจุดที่ว่ารับคำร้องไว้พิจารณา ถ้ารับแล้วกระบวนการสืบสวนไต่สวนต้องใช้เวลา อยู่เหมือนกัน เพราะในกระบวนการยุติธรรมต้องให้ความเป็นธรรม ถ้ากระบวนการยุติธรรมต้องให้ความเป็นธรรมต้องใช้เวลายังไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่มีประเด็นอะไรที่มาขวางการประกาศผล   กกต.ทำงานตามกฎหมาย และรับทราบสิ่งที่ประชาชนส่วนหนึ่งมีความเห็น  เรามีหน้าที่ ๆ จะต้องปฏิบัติไม่สามารถที่จะละเว้นได้ ยืนยันว่าจะมีการประกาศผลตามกรอบภายใน 60 วัน และมั่นใจว่าจะเร็วกว่าครั้งที่ผ่านมา และไม่ได้กังวล หรือกดดัน เพราะกกต.เป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย”  เขา กล่าว