‘พิธา’ เผยมี 2 เพลง ที่กำลังซ้อมกีตาร์ เตรียมร้องกับ ‘หมอชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550226

02 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ เผยมี 2 เพลง ที่กำลังซ้อมกีตาร์ เตรียมร้องกับ ‘หมอชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง’

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล’ เผยเตรียมซ้อมกีตาร์ ร้อง 2 เพลง กับ ‘หมอชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง’ 

เพลง ‘เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ’ และ เพลง ‘ขอให้เหมือนเดิม’ เป็น 2 เพลงที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล เตรียมร้องให้กับหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย


โดย นายพิธาให้สัมภาษณ์หลังออกรายการ ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’ และบอกว่าถ้ามีโอกาสจะร้องเพลงคู่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจากถูกแซวภาพการแถลงข่าวที่พรรคประชาชาติ 

โดยนายพิธา บอกว่า  “เพลงเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ถ้าเป็นรุ่นผมต้องเรียกว่า ของ SCRUBB และหลังจากนี้จะไปซ้อมมา และแกะคอร์ดกีตาร์พอได้แล้ว  เพื่อจะมาร้องกับหมอชลน่าน”

นายพิธา ยังแซวอีกว่า “หรือจะร้องเพลง ขอให้เหมือนเดิม กับ คุณอุ๊งอิ๊งดี เพราะเพลงนั้นก็เล่นได้ ขอให้เหมือนเดิมไม่น่ายาก”

นักข่าวแซวว่า ให้ร้องวันที่ 6 มิ.ย. ที่จะมีการประชุม8พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทย นายพิธา ยิ้มพร้อมพยักษ์หน้า

รู้จักทนาย ‘อานนท์ นำภา’ เปิดหน้าท้าชน ‘รัฐบาลแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550217

02 มิ.ย. 2566

รู้จักทนาย 'อานนท์ นำภา' เปิดหน้าท้าชน 'รัฐบาลแห่งชาติ'

เปิดหน้าชน’รัฐบาลแห่งชาติ’ ด้วยโพสต์ดุเดือด ‘อานนท์ นำภา’ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แนวต้านจเด็จ อินสว่าง บุคคลต้นคิด

อานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มอาชีพทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนในปี พ.ศ. 2551 ชื่อว่า ทนายเสื้อแดง

เพราะรับว่าความให้จำเลยนักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ทั้งอำพล ตั้งนพกุล และ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ระหว่างการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553

อานนท์ เริ่มดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเองด้วย เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและดูแลกองทุนราษฎรประสงค์ในปี 2558 เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นับแต่นั้นเขาถูกทางการตั้งข้อหาว่าละเมิดกฎหมายหลายข้อหา

ในการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ถูกมองเป็นหนึ่งในแกนนำของผู้ประท้วง เป็นผู้ปราศรัยในการชุมนุมหลายครั้ง วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563 อานนท์เริ่มเป็นที่รู้จักอีกครั้งจากการชุมนุม เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มมอกะเสด และมีการพูดถึงข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เป็นครั้งแรก

อานนท์ นำภา ปราศรัยในม็อบแฮรี่พ๊อตเตอร์ อานนท์ นำภา ปราศรัยในม็อบแฮรี่พ๊อตเตอร์

เคยถูกคุมขังอยู่ระยะหนึ่ง จากคดีอาญามาตรา 112  และติดเชื้อโควิด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดระหว่างถูกคุมขัง

หลังได้รับการประกันตัวโดยคำสั่งของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ในคดีม็อบแฮรี่พอตเตอร์บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนาธรรมกรุงเทพฯ และคดีการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 บริเวณแแยกราชประสงค์ 

ต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลEM และต้องรายงานตัวต่อศาลทุก 30 วันและกำหนดเงื่อนไข 7 ข้อ ห้ามปลุกระดม ห้ามก่อความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามออกนอกราชอาณาจักร ห้ามออกนอกบ้านพักยามวิกาล

ได้รับรางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำปี ค.ศ. 2021 เมื่อ18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 จากมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก หรือ May 18 Memorial Foundation องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ประเทศเกาหลีใต้

รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2563 โดย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2563

รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน ประเทศเกาหลีใต้ หรือ 518기념재단 May 18 Memorial Foundation พ.ศ. 2564

1 ใน 100 บุคคลสร้างแรงกระเพื่อมในสังคม Time 100 Next นิตยสาร TIME ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2564

รางวัล Person of The Year สาขา Social Movement โดย Thailand Zocial Awards 2021 พ.ศ. 2564

ข้อมูลจาก วีกิพีเดีย

‘ทักษิณ’ ยืนยันผ่าน ‘มดดำ’ ก.ค.นี้กลับไทยแน่นอน รอให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ บอกวันเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550205

02 มิ.ย. 2566

‘ทักษิณ’ ยืนยันผ่าน 'มดดำ' ก.ค.นี้กลับไทยแน่นอน รอให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ บอกวันเวลา

ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ คุยแหลก แดกดึก ของ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ ยืนยันกลับไทยแน่นอน ก.ค.นี้ รายละเอียด อุ๊งอิ๊งจะเป็นคนบอกว่าวันไหน เวลาเท่าไร ยันไม่กลับมาเป็นนายกฯอีกเพราะแก่แล้ว

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ คุยแหลก แดกดึก ของ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ ถึงกระแสกลับบ้าน แต่ถ้ากลับมาต้องติดคุก

โดยนายทักษิณ กล่าวตอบยืนยันทันทีว่า “ยังไงก็ได้ ยังไงก็กลับ”

ถามว่ากรกฎาคมนี้ นายทักษิณตอบว่า พูดไปแล้ว ยืนยันไปแล้ว รอน้องอิ๊ง(นส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว) เป็นคนบอก วันที่เท่าไหร่ เวลาเท่าไหร่

‘ทักษิณ’ ยืนยันผ่าน 'มดดำ' ก.ค.นี้กลับไทยแน่นอน รอให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ บอกวันเวลา

นอกจากนี้มดดำได้ถามอีกว่า เพราะอะไร เหตุผลถึงอยากกลับ นายทักษิณ กล่าวว่า หลาน 7 คนแล้ว ถึงเวลาต้องไปเลี้ยงหลานแล้ว พ่อแม่ เป็นวัยต้องไปทำงาน ปู่ย่าตายาย มีหน้าที่ต้องเลี้ยงหลาน เพื่อให้พ่อแม่ ได้ทำงานได้เต็มที่

ถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ อีกหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า แก่แล้ว หมดสมัย วันนี้เป็นยุคคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ยุคคนแก่ คนแก่บางทีแนะนำก็อย่าไปบังคับ เพราะเราไม่ทันเด็ก คนแก่แม้เข้าใจเด็ก แต่เข้าใจแบบคนเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทย มันสู้คนโตเมืองนอก ที่รู้ภาษาอังกฤษ แล้วพูดภาษาอังกฤษแตกฉานไม่ได้ คล้ายๆอย่างนั้น ไม่ใช่เอาคนแก่ มาบอกเข้าใจคนรุ่นใหม่ แล้วบอกเข้าใจ แต่เข้าใจไม่ลึกซึ้ง

ถามว่าน้องอิ๊งบอกว่า พ่อไม่ต้องมายุ่งแล้ว นายทักษิณ ตอบทันทีว่า ใช่ พ่อแก่แล้ว ให้คนรุ่นใหม่เขาคิด เราให้คำแนะนำจากประสบการณ์ ให้ไปมีสติเอาเอง แต่อย่าไปบังคับ สมัยพ่อทำอย่างนี้ ลูกต้องทำอย่างนี้ ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ๊งเลย เพราะมันไม่เหมือนกัน วิธีคิด ภาษาพูด อยากเห็นอนาคตแบบไหนของคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าไม่เหมือนกัน

“เราประวัติเยอะ อดีตเยอะ อนาคตสั่นจุ๊ดจู๋ คนรุ่นใหม่อดีตน้อย แต่อนาคตยาวนาน เขาจะมองอนาคตเขา ได้ดีกว่าที่เรามอง เพราะอนาคตเรามันสั้น” นายทักษิณ กล่าว

ขอบคุณคลิปจากรายการ คุยแหลกแดกดึก

‘พิธา’ ชนสว.รายวันเจอเขย่าขวัญขึ้นนายกฯ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ – ไทยฆ่าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550188

01 มิ.ย. 2566

'พิธา' ชนสว.รายวันเจอเขย่าขวัญขึ้นนายกฯ  บ้านเมืองลุกเป็นไฟ - ไทยฆ่าไทย

ต้องชี้แจงแบบรายวัน คราวนี้ว่าที่นายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เจอคำขู่รับน้อง จากสว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เตือนขึ้นสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” สุดท้าย บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ หนักข้อถึงขั้น “ไทยฆ่าไทย” ด้าน”พิธา” ระบุขึ้นผู้นำจะมีแต่สิ่งดีเกิดขึ้น

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า  การที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ระบุว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ  และขณะนี้กระแสจงรักภักดีสถาบันพร้อมมากที่จะเข้ากรุงเทพฯ และจะนำไปสู่การนองเลือดของคนไทยด้วยกันคือ “ไทยฆ่าไทย”   โดยนายพิธา ระบุว่า ไม่เป็นความจริง ถ้าเคารพมติ เคารพประชาชน และมีทางออกร่วมกัน ก็น่าจะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองมากกว่า มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น และควรร่วมกันทำงาน ท่ามกลางความท้าทายของโลกในขณะนี้   ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อตนแต่เพื่อเป็นการรักษาระบบให้กับประเทศไทย 


ส่วนกระแสโจมตีที่ว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกล นายพิธา   กล่าวว่าไม่เป็นความจริง คนที่อยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกลคือประชาเท่านั้น  ในเรื่องของต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องหาสมดุล ระหว่างมหาประเทศ ระหว่างความเชี่ยวกราก และเอาผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง ถ้าอิงกับชาติใดชาติหนึ่ง หรือไม่คิดถึงนโยบายการต่างประเทศ  ปัญหาจะตกกับประชาชน ทั้งหมดต้องวางบริบทของประเทศที่อยู่ในพื้นที่ตามกฎกติกาของโลก และยึดผลประโยชน์ของชาติ ประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นตัวตั้ง 

อดีตพระพุทธะอิสระ ชี้ แฟนคลับด้อมส้มควรใจใหญ่ ย้ำมีสิทธิวิจารณ์ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550184

01 มิ.ย. 2566

อดีตพระพุทธะอิสระ ชี้ แฟนคลับด้อมส้มควรใจใหญ่ ย้ำมีสิทธิวิจารณ์ ก้าวไกล

อดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์ร่ายยาว ขอแฟนคลับพรรค ก้าวไกล ใจกว้าง ระบุตนเป็นประชาชน มีสิทธิวิจารณ์นโยบายพรรค เหตุเป็นประชาธิปไตย

การเมืองร้อนแรง การตอบโต้ของการแตกต่างทางความคิดเป็ดร้อนไม่ต่างกัน ล่าสุด อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส. ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ผื้ที่มีความเห็นทางการเมือง ผ่านทางแฟนเพจ พุทธะอิสระ ได้แสดงความเห็นต่อคอมเม้นต์ที่เข้ามาพาดพิงว่า ไหนว่า ผู้ก่อตั้งพรรคก้าวไกลและหัวหน้าพรรครวมทั้งลิ่วล้อของพรรคคุยนักคุยหนาว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในทุกนโยบายของพรรค แล้วสลิ่มอย่างพวกเราไม่ใช่ประชาชนหรือ ?  หรือเป็นได้แค่ประชาชนชั้น 2 ?

อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส. อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส.
อดีตพระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปในข้อความว่า พุทธะอิสระไม่ใช่ประชาชนหละหรือ การนำนโยบายที่ว่าของรัฐบาลก้าวไกลจะนำมาใช้บริหารบ้านเมือง และบริการประชาชนทุกคนในแผ่นดินนี้ ซึ่งต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาชนทุกคนจึงควรที่จะมีสิทธิ์ออกความคิดเห็นไม่ใช่หรือ ?
 

 หรือรัฐบาลของพวกด้อมส้ม จะให้บริการแต่เฉพาะ ๑๔ ล้านเสียงเท่านั้นหรือ นอกนั้นไม่ยุ่งเกี่ยว จะเอาอย่างนั้นหรือ ?
 พุทธะอิสระก็แค่ใช้สิทธิ์และหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่เห็นว่า มันมีผลดี ผลเสีย ทำไมพวกลิ่วล้อส้มเช้ง ถึงได้เดือดร้อนนัก  ไหนคุยนักคุยหนาว่าเป็นประชาธิปไตยไง

 ประชาธิปไตยแบบไหนกันที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะวิพากษ์วิจารณ์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้  พุทธะอิสระ ก็ไม่ได้คัดค้าน ตะบี้ตะบัน หลายข้อก็เห็นด้วย หลายข้อก็เห็นต่าง และอีกหลายข้อก็ยังมีการเสนอแนะให้ด้วยซ้ำ  จายยย…น่ะกว้างๆ หน่อย ทำเป็นพวกใจมดไปได้ รู้จักฟังผู้เห็นต่างเขาบ้าง
 

 นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นรัฐบาลเลยนะ ยังมีขบวนการเฟคนิวส์ เฟสปลอม ออกมาถล่มคนเห็นต่าง  หากอยากให้เกิดความวุ่นวายในขณะที่รัฐบาลส้มเช้งเป็นนายก ก็ได้เลยเดี๋ยวจะจัดให้แบบจุกๆ จะได้รู้ว่าตอนตนเองมีอำนาจ แล้วเกิดความวุ่นวายจะทำท่าไหน วิธีใด จะเหมือนกับที่ด่ารัฐบาลคุณประยุทธ์เขาไว้หรือเปล่า และขอบอกว่า หากกล้าจริงก็อย่าทำตัวเป็นอีแอบ หลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าปรากฏตัวจริง

 แบบนี้คนโบราณเขาเรียกว่า อะไรน้า….ดูเหมือนจะมีคำว่าเมียอยู่หลังนี่แหละ ใครรู้ช่วยเติมให้ที

‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ในกงล้อการเมืองแบบไทยๆ เคยเกิดขึ้นจริงหรือ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550181

01 มิ.ย. 2566

‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ในกงล้อการเมืองแบบไทยๆ เคยเกิดขึ้นจริงหรือ?

‘รัฐบาลแห่งชาติ’ กระชากความรู้สึก ‘พลังส้ม-แดงเดือด’ เรียงหน้าซัด สว.ขวาจัดชนิดไม่ไว้หน้า แล้วรัฐบาลแห่งชาติ คืออะไร? ส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร? ทำไมมีการพูดถึงในช่วงที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล

‘รัฐบาลแห่งชาติ’ หรือ National Unity Government มีความหมาย เป็น ‘รัฐบาลผสม’ ประกอบด้วยทุกพรรคการเมือง ในสภานิติบัญญัติ ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ปกติรัฐบาลแห่งชาติ จะถูกตั้งในยามบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม หรือเมื่อเกิดภัยพิบัติของชาติ

รัฐบาลแห่งชาติ สไตล์การเมืองแบบไทยๆ หมายถึงการจัดตั้ง ‘รัฐบาลชั่วคราว’ หรือ ‘รัฐบาลเฉพาะกิจ’ ที่ไม่มีฝ่ายค้าน มีเพียงฝ่ายรัฐบาล เป้าหมายเพื่อความสงบสุขของประเทศ และยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ

ย้อนไทม์ไลน์ปลุกกระแส ‘รัฐบาลแห่งชาติ’

ย้อนอดีต ปี2549 ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ในวงวนการเมืองไทยถูกพูดถึงอยู่หลายครั้ง ไล่มาตั้งแต่ ‘บิ๊กจิ๋ว’ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ขงเบ้งเมืองไทย ที่เสนอให้มี ‘นายกฯคนกลาง’ ที่มาพร้อมกับ‘รัฐบาลสมานฉันท์’ เพื่อลดความขัดแย้งในสังคมหลังพรรคไทยรักไทยลงสนามเลือกตั้งเพียงพรรคการเมืองเดียว และเกิดมีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ปี2553 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น เรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วจัดตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติเพื่อความปรองดอง’ ใช้เวลา 3 เดือนตกลงกรอบกติกาเลือกตั้งให้เป็นธรรม ก่อนยุบสภา หลังเกิดเหตุนองเลือดจากปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุม นปช. บริเวณสี่แยกคอกวัว กรุงเทพมหานคร(กทม.)

ปี2556-2557 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางจัดตั้ง ‘รัฐบาลเฉพาะกาลคนกลางที่เกิดขึ้นบนความยอมรับของทุกฝ่าย’ เพื่อบริหารการจัดทำข้อเสนอเรื่องการทำประชามติ การปฏิรูป และการเลือกตั้ง หลังเกิดการชุมนุมของมวลชน กปปส.

ปี2559 เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีการเสนอตั้งคำถามพ่วงในการทำประชามติ ในปี 2559 เพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการตั้ง“รัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูป”แต่ข้อเสนอตกไปในชั้น สปช. เสียก่อน

ปี2562 เทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีวาระเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะ เทพไท มองว่า การเมืองเสี่ยงจะถึงทางตัน เนื่องจากแต่ละฝ่ายที่อยากจะจัดตั้งรัฐบาลมีเสียงแบบ ‘ปริ่มน้ำ’ จัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ไม่มีความมั่นคง หากต้องอาศัยเสียงสภาโหวตรับรอง

ครั้งล่าสุด ปี2566 จเด็จ อินสว่าง  สว.ปีกขวาจัด สิงห์แดงรุ่น 17 ผู้มากคอนเนกชั่นการเมือง ทายาทกำนันวิภาส บ้านใหญ่แห่งบ้านกร่าง เมืองสุพรรณบุรี ชูแนวคิดในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ในฐานะรองประธาน กมธ. ว่า สิ่งที่ตอบโจทย์การเมืองได้ตอนนี้คือรัฐบาลแห่งชาติ โดยแต่ละพรรคนำข้อดีของตนเองร่วมทำงานเพื่อบ้านเมือง สร้างความแข็งแกร่งของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้ทุกพรรคนำส่วนที่ดีมาทำงานร่วมกัน ประสานประโยชน์ พุ่งเป้าที่ความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลแห่งชาติไม่เคยเกิดขึ้นจริง

แนวคิดตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง แม้ถูกเสนอมาแล้ว 5 ครั้ง และในครั้งที่ 6 สถานการณ์ทางการเมืองไทย เพิ่งผ่านการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566 ยังไม่ถึงเดือน ‘ก้าวไกล’ เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคการเมือง 312 เสียง แต่ทุกอย่างเป็นเพียงการเตรียมการเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังไม่รับรองผลเลือกตั้ง สส. 500 คน

ทว่า ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ อาจเป็นได้เพียงการโยนหินถามทาง ถึงความเป็นไปได้ กับอนาคตการเมืองแบบไทยๆ แต่สำหรับแนวคิดนี้กระแสสังคมไทยไม่ตอบรับเหมือนในอดีต

…กมลทิพย์ ใบเงิน…เรียบเรียง

ว่าที่นายกฯ พบผู้นำท้องถิ่น ‘พิธา’ ดัน ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ’ ภายใน 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550176

01 มิ.ย. 2566

ว่าที่นายกฯ พบผู้นำท้องถิ่น ‘พิธา’ ดัน ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ’ ภายใน 4 ปี

‘พิธา’ นำก้าวไกล พบ ส่วนท้องถิ่น ดันการ ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ’ ภายใน 4 ปี เตรียมเวิร์คช็อปร่วมกับ 3 สมาคมปกครองท้องถิ่น 15-16 มิ.ย.นี้ มั่นใจกระจายอำนาจได้แน่ แม้ไม่ได้คุมมหาดไทย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยกรรมการบริหาร และว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล เรียนเชิญนายกสมาคมองค์กรบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยประชุมร่วมกัน ที่สมาคมสันติบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพฯ เพื่อรับฟัง และเสนอข้อเสนอแนะในการกระจายอำนาจ

ภายหลังที่พรรคก้าวไกล ได้รับการเลือกตั้ง เมื่อ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา และพรรคก้าวไกล ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ และต้องการปลดล็อคให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อให้สามารถเป็นหน่วยงานในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยพรรคก้าวไกล ยืนยันจะดำเนินการกระจายอำนาจทันทีภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ เพื่อกระจายอำนาจ และกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น ดังนั้น การประชุมในวันนี้ (1 มิ.ย. 2566) จึงจะเป็นการรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายต่อไป

นายพิธา ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับผู้นำท้องถิ่นว่า เป็นการหารือร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ 3 สมาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือในการอำนวยความสะดวกกับผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เป็นการกระจายความเจริญไปสู่แต่ละท้องที่ภายในประเทศไทย มีพูดคุยเรื่องแผนงานในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลว่า ภายใน 100 วันแรกหลังมีรัฐบาลใหม่จะทำอย่างไรทั้งคำสั่งที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นทำตามศักยภาพและนำปัญหาของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง และมีสิ่งใดที่พรรคก้าวไกลจะสามารถช่วยปลดล็อคการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้

นายพิธา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกันว่าในช่วง 1 ปี และ 4 ปีจะมีเรื่องใดที่สามารถร่วมกันทำได้ รวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านประชามติของประชาชน หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันและทำเวิร์คช็อปในวันที่ 15-16 มิ.ย. 2566 โดยสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพพูดคุยเรื่องรายละเอียดกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอใดที่สมาคมฯเสนอมา หากไม่สามารถทำได้ใน 1 ปีแรก นายพิธา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรท้าทายเกินความต้องการของประชาชนที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งอะไรที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม หากแบ่งได้แบบนั้นจะทำให้รู้ว่าอะไรที่สามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และเรื่องใดต้องทำประชามติก่อนหรือต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน แบบนี้ถ้าเราแบ่งเป็นระยะๆแบบนี้ใครที่กังวลว่าการกระจายอำนาจการเลือกตั้งผู้ว่าเป็นเรื่องที่สุดโต่งจะได้เข้าใจและสบายใจ ว่าการทำทั้งหมดนี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ประชาชนได้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทางพรรคก้าวไกลจะดำเนินการอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของการทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งหากฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณการจัดการในแต่ะะพื้นที่ ก็คงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

เมื่อถามอีกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะวางกรอบให้ท้องถิ่นเป็นอิสระจากส่วนกลางหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจต้องมีงบประมาณ มีภารกิจ การกระจายบุคลากร ดังนั้นต้องรอบคอบ ยกตัวอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)ที่มีการกระจายภารกิจกับบุคลากร แต่ทรัพยากรกับงบประมาณไม่ได้ตามลงมาด้วยซึ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร 

“แต่ทั้งนี้การบริหารจัดการเรื่องการกระจายอำนาจต้องมีอิสระในการทำงานมากขึ้น มีอิสระในการบริหารการเงินมากขึ้น ถึงจะทำให้การบริการประชาชนดีมากขึ้น”

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ได้คุมกระทรวงมหาดไทย การกระจายอำนาจจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่าการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลผลักดันมาโดยตลอด และจะทำให้เกิดขึ้นจนสำเร็จ พร้อมคิดว่าการทำงานร่วมกับ 3 สมาคม จะทำให้เป้าหมายและการวางตัวบุคคลสำเร็จ

พิธา สงสัย ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ คืออะไร รู้จักแต่ รัฐบาลแห่งประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550168

01 มิ.ย. 2566

พิธา สงสัย 'รัฐบาลแห่งชาติ' คืออะไร รู้จักแต่  รัฐบาลแห่งประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีฯ ไม่เอาด้วยกับแนวคิด ” รัฐบาลแห่งชาติ” นาทีนี้มีแต่ “รัฐบาลแห่งประชาชน” ย้ำจุดยืน  พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทุกคน พร้อมที่จะเป็นรัฐบาลแห่งประชาชน ไม่ได้เป็นแค่ “รัฐบาลแห่งชาติ”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีฯ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า  ข้อเสนอ  นายจเด็จ อินสว่าง สว. เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ   คำถามสำคัญในตอนนี้คือ การที่จะออกจากความขัดแย้ง คือต้องการ “รัฐบาลแห่งชาติ หรือ “รัฐบาลแห่งประชาชน”   ซึ่ง 8 พรรคที่ร่วมตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ก็มาจากเสียงของประชาชนจำนวนมาก เกินครึ่งอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าเคารพในเสียงประชาชน และช่วยกันเตือนว่า ทุกครั้งที่มีการไม่เคารพ มติของประชาชน และเลือกระบบที่ไม่ตรงกับเจตจำนงของ อันนั้นคือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

ส่วนตัวเข้าใจที่แสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว เพราะไม่มีใครอยากจะมีความขัดแย้งต่อไป  แต่ต้องรักษาระบบมิใช่รักษามติของประชาชนไม่ใช่หรือ  หากทำตรงกันข้ามเมื่อไหร่ นั่นคือสิ่งที่ประวัติศาสตร์สอนมา 20 ปี เป็นอย่างน้อย เรื่องดังกล่าวคือต้นเหตุคือความขัดแย้ง  “ผมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทุกคน พร้อมที่จะเป็นรัฐบาลแห่งประชาชน ไม่ได้เป็นแค่ “รัฐบาลแห่งชาติ” เพียงอย่างเดียว”

นายพิธา กล่าวว่า     การมีชื่อของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้ามาในเงื่อนไข “รัฐบาลแห่งชาติ” มองว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์   และ พล.อ.ประวิตร และไม่ใช่ชื่อที่ประชาชนจำนวนมากแสดงเจตจำนง น่าจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง

‘เลขาฯก้าวไกล’ ชี้ตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ไม่ใช่ทางเลือกการเมืองขณะนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550166

01 มิ.ย. 2566

‘เลขาฯก้าวไกล’ ชี้ตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ไม่ใช่ทางเลือกการเมืองขณะนี้

ชัยธวัช ‘เลขาฯก้าวไกล’ คาด ได้ข้อสรุปตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ กลางเดือน มิ.ย.นี้ หลัง กกต.รับรอง สส. ชี้ ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ไม่ใช่ทางเลือกการเมืองขณะนี้

แนวคิดตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ของสว.ขวาจัดกลายเป็นประเด็นร้อนที่นักการเมืองทุกพรรคเรียงหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางล่าสุด นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

‘รัฐบาลแห่งชาติ’ไม่ใช่ทางออกที่ดี

เลขาฯก้าวไกล ระบุว่า ข้อเสนอจาก สว.ท่านหนึ่ง เรื่องการตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ถือเป็น สิทธิ์ของ สว. แต่พรรคก้าวไกลมองว่าไม่ใช่ทางออกที่ดี พร้อมยก รัฐบาลที่ดีไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคไหนที่เป็นแกนนำ แต่ควรจะมีฝ่ายค้านไว้คอยตรวจสอบถ่วงดุล เพราะหากรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้าน ก็สุ่มเสี่ยงกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ

และเชื่อว่าข้อเสนอของ สว. ไม่น่าจะหมายถึงการประเมินว่า ไม่สามารถที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ พร้อมย้ำว่า การเจรจากับ สว. อย่างเป็นไปในทิศทางที่ดี ขณะที่ ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ไม่น่าจะเป็นทางเลือกในทางการเมืองหลังจากนี้ และเท่าที่ได้ยินก็มีเพียง สว.เพียงคนเดียวเท่านั้น

สว.ส่งสัญญาณดี โหวตพิธานายกฯ

เลขาฯก้าวไกล ยังกล่าวถึงการพูดคุยกับ สว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เท่าที่พูดคุยกับ สว. เป็นไปในทิศทางที่ดี และเมื่อได้พูดคุยกันก็เป็นการลดกำแพงลง รวมถึงยังได้ ตอบข้อซักถามหลายเรื่องที่ สว.มีความกังวล ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่พรรคก้าวไกลและมีโอกาสชี้แจง

ใครนั่ง ‘ประธานสภา’ 2 สัปดาห์ได้ข้อยุติ

เลขาฯก้าวไกล ระบุว่า ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่พรรคก้าวไกลตั้งเป้าไว้ว่า ภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้จะได้ข้อยุติ เนื่องจากเป็นไปได้ที่ กกต. จะรับรองผลการเลือกตั้งได้เร็ว ส่วนกระแสข่าวว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะนั่งตำแหน่งประธานสภาฯยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ทั้งนี้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยต่างมีเหตุผลของแต่ละพรรค ที่จะเสนอคนของตัวเองเพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ เชื่อว่าการพูดคุยกันในรายละเอียดในการทำงานร่วมกันน่าจะได้ข้อยุติภายใน 2 สัปดาห์นี้

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง อาจทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ ว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะไปไกลขนาดนั้น และจนถึงขณะนี้ยังมีความมั่นใจว่า จะสามารถต่อสู้คดีได้

ส่วนการฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน จะนำไปสู่กระบวนการการแบ่งงาน จนนำไปสู่การจัดสรรบทบาทของแต่ละพรรคว่า จะบริหารกระทรวงไหนอย่างไรบ้าง คาดว่าในช่วงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีน่าจะมีความชัดเจนเรื่อง คณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ส่วนตัวคาดว่าแต่ละพรรคจะมีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคล หลังการโหวตเลือกนายกฯ

‘ไทยสร้างไทย ‘ ขย่ม ประยุทธ์ จี้ลาออกเซ่นเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ อุ้มหายฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550161

01 มิ.ย. 2566

'ไทยสร้างไทย ' ขย่ม  ประยุทธ์  จี้ลาออกเซ่นเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ อุ้มหายฯ

กรรมการยุทธศาสตร์พรรค “ไทยสร้างไทย”  กดดัน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ควรแสดงสปิริตลาออกหลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้  พ.ร.บ.อุ้มหาย  ขัดรัฐธรรมนูญ  ย้ำชัดเมื่อเหตุผลในการออก พ.ร.ก. สำคัญของรัฐบาล ศาลชี้ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ควรลาออก

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรค “ไทยสร้างไทย”  อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565   และ พ.ศ.2566   “พรบ.อุ้มหาย”  ให้ความเห็นกรณี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่แสดงสปิริตลาออกกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ.อุ้มหาย  ขัดรัฐธรรมนูญ  เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้ยุบสภา  ไปแล้ว 

กรรมการยุทธศาสตร์พรรค “ไทยสร้างไทย”  กล่าวว่า ตนมีความเห็นต่างที่อยากจะเรียกร้องให้  พล.อ. ประยุทธ์  แสดงสปิริตลาออก  เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  ได้ใช้เทคนิคทางการเมืองอยู่จนใกล้จะครบวาระ 4 ปี จึงยุบสภา ซึ่งเหตุผลในการยุบสภาก็เป็นที่ทราบกันดีว่า เพื่อให้นักการเมืองได้ไปสังกัดพรรคการเมือง ในเวลาที่เข้าเงื่อนไขคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. เฉพาะอย่างยิ่ง พรรคการเมืองที่ พล.อ. ประยุทธ์  ไปเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี จำเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกจะต้องมีคุณสมบัติการเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ในเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้เข้าเงื่อนไขตามคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ได้ ทันกำหนดเวลา

ดังนั้นเหตุผลในการยุบสภาของ พล.อ.ประยุทธ์  ไม่เกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่า การออก พ.ร.ก. ของรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด ความจริงถ้า พล.อ. ประยุทธ์  ไม่แสดงท่าทีให้ความเห็นในเชิงเหน็บแนม การเตรียมงานในระยะเปลี่ยนผ่านของคณะ ที่เตรียมการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ตนคงไม่ย้อนไปกระตุกความคิดว่า ใครควรแสดงสปิริตมากกว่ากัน  ตนอยากจะเสนอแนะในทางการเมืองเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ปรากฎไว้ว่า เมื่อเหตุผลในการออก พ.ร.ก. สำคัญของรัฐบาล ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ ฯ ก็ควรแสดงสปิริตลาออก

” ไม่ควรหาเหตุผลแบบข้าง ๆ คูๆ ที่ไม่ตรงประเด็น เฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรกังวลว่าใครจะรักษาการ เพราะพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฯ ได้วางบรรทัดฐานไว้อยู่แล้วเพื่อไม่ให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดสูญญากาศ ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงสปิริต”  เขา กล่าว 

'ไทยสร้างไทย ' ขย่ม  ประยุทธ์  จี้ลาออกเซ่นเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ อุ้มหายฯ

ชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรค “ไทยสร้างไทย”  อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย