‘เพื่อไทย’ รับฟังท่าทีคนเสื้อแดง – ย้ำจุดยืน หนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549904

29 พ.ค. 2566

'เพื่อไทย'  รับฟังท่าทีคนเสื้อแดง - ย้ำจุดยืน หนุน 'พิธา'  นั่งนายกฯ

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรรวงทอง แจงความเคลื่อไหวกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องที่รับฟัง แต่แนวทางของพรรคชัดเจนคือการเดินหน้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน “พิธา ลิิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกฯ ปัดข่าวดีลลับทุกอย่าง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง   เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย  เรียกร้องให้ “เพื่อไทย”  ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลว่า   ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดง เป็นกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์  ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้  ทางกลุ่มก็มีสิทธิที่เสนอความเห็นต่างต่อพรรคได้ แต่พรรคเพื่อไทยก็มีหน้าที่ที่บริหารความต่างให้เป็นความเห็นร่วมกัน ตามที่หัวหน้าพรรคได้ให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนจะหยิบยกเข้ามาพูดคุยหรือไม่นั้น ทุกความเห็นจะนำไปสู่การหารืออยู่แล้ว  อย่างไรก็ตามพรรคยังยืนยันว่า จะดำเนินตามเจตนารมณ์ในที่ลงไว้ในบันทึกความร่วมมือ   MOU ที่จะสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนเรื่องตำแหน่งประธานสภา และการตำแหน่งคณะรัฐมนตรีนั้น  ในวันพรุ่งนี้ ( อังคารที่ 30 ) ทั้ง  8 
 พรรค   จะหารือร่วมกัน ณ ที่ทำการพรรคประชาชาติ   ขณะเดียวกันจะมีการพูดคุยกันในตำแหน่งประธานสภา เป็นเรื่องที่  “เพื่อไทย” กับพรรคก้าวไกล  จะหารือกัน  2 พรรคเท่านั้น และจะไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมอื่น ๆ   “เรื่องตำแหน่งประธานสภา ขอเวลาอีก 2-3 วัน จะได้ความชัดเจนและจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้ก็อยากให้เอาเหตุผลมาคุยกันว่า ในเมื่อพรรคก้าวไกล ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ประธานสภาก็น่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทยมาทำหน้าที่ได้หรือไม่” 

นายประเสริฐ กล่าวว่า  กรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ออกมาปฏิเสธเรื่องดีลลับ อดีตนักการเมืองพยายามหารือสกัดพรรคก้าวไกล   โดยนายชูวิทย์ กลมวิศิษฎ์ โพสต์ถึงดีลลับดับก้าวไกลตั้งรัฐบาล เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้พูดมาหลายรอบแล้วในกรณีนี้ว่า ไม่มีดีลลับอย่างแน่นอน และยังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่เคยให้ไว้ตั้งแต่หลังผลการเลือกตั้งออกมา ไม่มีดีลไม่มีอะไรทั้งสิ้น   สำหรับข่าวที่ออกมาในช่วงเวลาต่อเนื่องนั้น ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงออกมา และมีวัตถุประสงค์อะไร และขอให้ดูการกระทำมากกว่าคำพูด 

'เพื่อไทย'  รับฟังท่าทีคนเสื้อแดง - ย้ำจุดยืน หนุน 'พิธา'  นั่งนายกฯ

“กลุ่มคนเสื้อแดง FC พรรคเพื่อไทย”  เข้าไปยื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทย เสนอให้พรรคถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล  โดยระบุถึงการที่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้รับเกียรติจากพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

.

ภาพ โดย  NATION PHOTO

ลุ้น กกต.เรียกชี้แจงคำร้อง ‘พิธา’ ถือ ‘หุ้นสื่อ’ วันนี้

29 พ.ค. 2566

ลุ้น กกต.เรียกชี้แจงคำร้อง 'พิธา' ถือ 'หุ้นสื่อ' วันนี้

รุกคืบคดีถือ ‘หุ้นสื่อ’ กกต. เรียกผู้ร้อง ชี้แจงเพิ่มเติมวันนี้ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ‘พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ สะดุด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เชิญผู้ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล กรณีการถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น ว่าเป็นการกระทำผิดขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไปให้ข้อมูลวันนี้

โดยในช่วงเช้า กกต.เชิญนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  มาให้การยืนยันคำร้อง และให้ถ้อยคำเพิ่มเติม พร้อมกับนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบในกรณี หุ้นสื่อเช่นเดียวกัน

ช่วงบ่าย เป็นคิวของนายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน มาให้ถ้อยคำในการยื่นเรื่องร้องเรียนเดียวกัน

ส่วนกรณีของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย คาดว่าสำนักงาน กกต.จะเชิญมาให้ถ้อยคำภายในสัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน

นายเรืองไกร ระบุว่าจะถือโอกาสนี้ยื่นหลักฐานอ้างอิงจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2563 จำนวน 1 เรื่อง และคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อปี 2564 จำนวน 4 เรื่อง และจะขอให้วินิจฉัยย้อนหลังไปว่า

นายพิธาจะพ้นสมาชิกภาพตั้งแต่ปี 2562 หรือไม่ และจะต้องดำเนินคดีอาญา ตามแนวคำวินิจฉัย กกต. หรือไม่ เทียบเคียงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2563 กรณีของนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่ศาลวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 

กรณีถือหุ้นสื่อของนายพิธา จะแตกต่างจากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้สิ้นสมาชิกภาพมีผลเฉพาะตัว  แต่ในกรณีนายพิธา เป็นผู้เซ็นรับรองผู้สมัคร สส. 400 เขต

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขาดสมาชิกภาพ ตั้งแต่วันยื่นสมัครรับเลือกตั้ง มีผลทำให้ไม่สามารถรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ของพรรคก้าวไกล

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า กกต.ได้นัดหมายไปให้การยืนยันคำร้องที่ยื่นต่อ กกต.โดยตามขั้นตอน ถ้า กกต.มีคำวินิจฉัยว่าให้ส่งเรื่องของนายพิธาไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้น

หาก กกต.รับรอง สส. ครบร้อยละ 95 จะเป็นขั้นตอนเปิดประชุมสภาฯ และเลือกประธานสภาฯ ก่อนจะเเข้าสู่วาระเสนอชื่อและเลือกนายกฯ  หากมีการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ  ทั้ง สส. และ สว. จะเล็งเห็นปัญหาการโหวตเลือกนายพิธา ที่จะตามมาภายหลัง

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า นายพิธา มีปัญหาคุณสมบัติใดๆ ที่กระทบต่อการสมัครรับเลือกตั้งเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ผู้ที่เป็นประธานสภาฯ จะเสนอชื่อนายพิธา ให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ นั้น จะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่

ดีลลับ รัฐบาล 5 พรรค ผลัก ‘ก้าวไกล’ ไปเป็น ‘ฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549877

28 พ.ค. 2566

ดีลลับ รัฐบาล 5 พรรค ผลัก 'ก้าวไกล' ไปเป็น 'ฝ่ายค้าน'

ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ปูดดีลลับ เพื่อไทย นำจัดตั้งรัฐบาล ร่วม 5 พรรคการเมืองผลัก ‘ก้าวไกล’ ไปเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ แถมบางคนได้กลับบ้านด้วย

ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ปูดดีลลับรัฐบาลใหม่ ไม่มีก้าวไกล แต่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ ร่วมกับภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา มีการเจรจาลับผลัก ก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้าน  หลังรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้เกิน  250 เสียง

ชูวิทย์ อ้างในเฟซบุ๊กว่าสูตรลับนี้ เจรจาตกลงไฟเขียวผ่านตลอด แถม ดีลพิเศษแพ็คเกจ กลับบ้าน รายงานไปถึง ทักษิณที่รออยู่สิงคโปร์ ให้ติดตามกันต่อไป รายงานนี้ยืนยันถึงตัวตนคนเจรจา แต่ขอปิดแหล่งข่าว เพราะเมื่อใช้วิชา โจรการเมือง จรรยาโจรต้องมี ไม่ขอเอ่ยชื่อผู้ร่วมวงเจรจา

ชุวิทย์ ยังตั้งคำถามว่า นักการเมืองทำอะไรกันอยู่ตอนหาเสียง ทำให้มีข่าวกันทุกวี่ทุกวัน กรอกใส่หูให้คนจำได้ แต่พอเลือกตั้งเสร็จ ดันไปทำอะไรลับๆ ล่อๆ ไม่ให้คนเห็น เจรจาดีลลับตลบหลังประชาชน ลืมที่หาเสียง


กลิ่นเหม็นเน่า ประชาธิปไตยจอมปลอม เริ่มโชยมาแต่ไกล

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์

‘คนเสื้อแดง’ ยื่นข้อเสนอ ‘เพื่อไทย’ ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549870

28 พ.ค. 2566

'คนเสื้อแดง' ยื่นข้อเสนอ 'เพื่อไทย' ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

ข้อเสนอ ‘คนเสื้อแดง’ ให้พรรค ‘เพื่อไทย’ ถอนตัวร่วมรัฐบาล แค่โหวตให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เหลือเป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล

พรรคเพื่อไทย มอบหมาย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง และนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย รับหนังสือจากคนเสื้อแดง แฟนคลับ เพื่อไทย ที่ทยอยรวมตัวกันที่พรรคเมื่อเวลา  14:00 น.

เพื่อให้กำลังใจและยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวออกมาจากการร่วมรัฐบาล

คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ ยังได้นำป้ายข้อความสนับสนุนและให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยเช่น พรรคเพื่อไทยสู้ๆ  พวกเราไม่หน้าไหว้หลังหลอก เหลี่ยมทุกดอกบอกเพื่อนกัน  ยืนให้ถูกที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรี   เพื่อนกันไม่เอามีดจ่อหลังเพื่อน  โชว์ระหว่างยื่นหนังสือด้วย 

'คนเสื้อแดง' ยื่นข้อเสนอ 'เพื่อไทย' ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอถึงพรรคเพื่อไทยเพื่อพิจารณาประกอบด้วย

  1. ให้ทบทวนถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้
  2. ให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่งได้รวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลตามมารยาททางการเมือง
  3. ให้โหวตสนับสนุนแคนดิแดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคที่ได้อันดับ 1
  4. ให้โหวตสนับสนุนกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน
  5. ถ้าพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ ให้พรรคเพื่อไทยใช้สิทธิในการเป็นพรรคอันดับ 2 รวบรวมเสียงข้างมาก เพื่อจัดตั้งรัฐบาล และ นำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนมาผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป หรือ แล้วแต่พรรคจะใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น

ข้อความให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยข้อความให้กำลังใจพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้หากพรรคตัดสินใจอย่างใดก็ตาม ทางกลุ่มขอน้อมรับ การตัดสินใจ และ ยืนยันว่าจะเคียงข้างพรรคด้วยความเชื่อมั่น

‘สวนดุสิตโพล’ กังวล ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549859

28 พ.ค. 2566

'สวนดุสิตโพล' กังวล 'จัดตั้งรัฐบาล' ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน

ชาวบ้านกังวล ที่ประชุมสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ไม่ตรงตามเจตนารมย์ ผลสำรวจจาก ‘สวนดุสิตโพล’ ล่าสุด

ผลการสำรวจสวนดุสิตโพลสะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาทำให้คนไทยติดตามข่าวการเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง รวมไปถึงกังวลกับการเลือกนายกรัฐมนตรีว่าอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการ

เพราะกลไกของการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นมีเงื่อนไขของการโหวตจาก สว. ร่วมด้วย กอปรกับภาพความขัดแย้งของพรรคฝั่งประชาธิปไตยที่มีข่าวให้เห็นรายวัน จึงทำให้ประชาชนยังไม่แน่ใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความราบรื่น

เมื่อสอบถามว่าประชาชนมีความกังวลกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่ พบว่า กังวล ร้อยละ 67.83 เนื่องจากกลัวว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะไม่เป็นไปตามเจตพารมณ์ของประชาชน


จากการเลือกตั้งใหญ่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนสนใจติดตามข่าวการเมืองมากขึ้น ร้อยละ 72.63 /ประชาชนรู้สึก เครียดกับเรื่องปากท้อง/ค่าใช้จ่ายมากที่สุด ร้อยละ 52.14 ประชาชนเครียดกับการจัดตั้งรัฐบาล ร้อยละ 51.90

พรรคที่ได้เสียงข้างมากอาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน มีการเล่นเกมการเมืองมากเกินไป และกังวลการโหวตของ สส. และ สว. ส่วนความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเป็นไปด้วยความราบรื่น พบว่า ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 58.33 และเชื่อมั่น ร้อยละ 41.67

กราฟฟิคประกอบจากสวนดุสิตโพลกราฟฟิคประกอบจากสวนดุสิตโพล

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ทางออนไลน์ กรณี คนไทยกับการจัดตั้ง
รัฐบาลใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 1,352 คน  ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2566

‘โควิด’ ยังวางใจไม่ได้ ‘นายกฯ’ กำชับมาตรการรับมือระลอกใหม่หลังเปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549854

28 พ.ค. 2566

'โควิด' ยังวางใจไม่ได้ 'นายกฯ' กำชับมาตรการรับมือระลอกใหม่หลังเปิดเทอม

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังโควิด–19 ในโรงเรียน แนะกลุ่มเสี่ยง 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นประจำปี ป้องกันป่วยหนักหรือเสียชีวิต

กรมควบคุมโรค แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด–19 ในลักษณะเป็นเข็มกระตุ้นประจำปี ในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ห่างจากเข็มสุดท้ายหรือประวัติการติดเชื้อ อย่างน้อย 3 เดือน โดยจัดเตรียมวัคซีนโควิด-19 ให้กับทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

และได้มีการจัดหาวัคซีนรุ่นใหม่สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่อายุ 12 ปีขึ้นไป

ประชาชนสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ที่หน่วยบริการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

โดยรัฐบาลได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคในโรงเรียน ภายหลังการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด–19 ในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยขอความร่วมมือให้ครูประจำสถานศึกษาเข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังฯ ในโรงเรียนตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

หากพบเด็กนักเรียนป่วยจำนวนมาก อาจให้มีการหยุดเรียนเป็นรายห้องเรียน หรือชั้นเรียน โดยไม่จำเป็นต้องปิดโรงเรียน และแจ้งสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคโดยเร่งด่วน

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า ปัจจุบันผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดย 7 วัน ระหว่างวันที่ 14 – 20 พฤษภาคม 2566 พบจำนวนผู้เสียชีวิต 64 ราย เฉลี่ยวันละ 9 ราย ส่วนใหญ่อายุมาก 70 ปีขึ้นไป และไม่ยอมรับวัคซีน

กลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 401 ราย ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 226 ราย ซึ่งมักไม่ได้รับวัคซีนและยังพบการระบาดลักษณะเป็นกลุ่มก้อนในกลุ่มวัยทำงาน นักเรียน และในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น มีการกระจายของผู้ป่วยในหลายจังหวัด ส่วนกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรง พบว่า

เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี และส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือบางรายพบฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็ม แต่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันหมู่ในประชากรลดลงมาก สายพันธุ์ที่พบการระบาดเป็นสายพันธุ์ใหม่/สายพันธุ์ย่อยอื่นจากต่างประเทศ มีการระบาดเพิ่มทั้งในเมืองและชนบท ตามมาด้วยจำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่เพิ่มมากขึ้น

‘นิด้าโพล’ ไม่เชื่อ ต่างชาติแทรกแซง ‘เลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549848

28 พ.ค. 2566

'นิด้าโพล' ไม่เชื่อ ต่างชาติแทรกแซง 'เลือกตั้ง'

‘เลือกตั้ง’ ที่ผ่านมา ‘นิด้าโพล’ สะท้อนว่าพรรคการเมืองมีปฏิบัติการสร้างข่าวโจมตีกันแต่ไม่ถูกแทรกแซงจากต่างชาติ

นิด้าโพล ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า  เรื่อง ข่าวลือหรือข่าวจริง ช่วงเลือกตั้ง 2566 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่าง กำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
 

จากการสำรวจความเชื่อของประชาชนต่อข่าวพรรคการเมืองมีการใช้ปฏิบัติการสร้างข่าว ปั่นกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เพื่อโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง พบว่า
ร้อยละ 31.22 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
ร้อยละ 25.27 ระบุว่า เชื่อมาก
ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย
ร้อยละ 19.31 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

กราฟฟิคประกอบจากนิด้าโพลกราฟฟิคประกอบจากนิด้าโพล

ด้านความเชื่อของประชาชนต่อข่าวพรรคการเมืองมีการใช้ปฏิบัติการสร้างข่าว ปั่นกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพรรคตนเอง พบว่า
ร้อยละ 30.08 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
ร้อยละ 27.40 ระบุว่า เชื่อมาก
ร้อยละ 22.06 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย
ร้อยละ 19.54 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ  



 กราฟฟิคประกอบจากนิด้าโพลกราฟฟิคประกอบจากนิด้าโพล

สำหรับความเชื่อของประชาชนต่อข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแทรกแซงจากต่างชาติ พบว่า
ร้อยละ 56.56 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย
ร้อยละ 22.21 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
ร้อยละ 8.17 ระบุว่า เชื่อมาก
ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

เมื่อถามถึงการได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประชาชน ในช่วง 6 สัปดาห์ของการหาเสียง พบว่า
ร้อยละ 30.92 ระบุว่า จำนวนมากกว่า 20 ข่าว
ร้อยละ 22.29 ระบุว่า จำนวน 1-5 ข่าว
ร้อยละ 16.26 ระบุว่า จำนวน 6-10 ข่าว
ร้อยละ 13.66 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินเลย
ร้อยละ 10.15 ระบุว่า จำนวน 11-15 ข่าว
ร้อยละ 6.72 ระบุว่า จำนวน 16-20 ข่าว

 

กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือมากที่สุดเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มอายุระหว่าง 18-45 ปี และกลุ่มอายุ 46 ปี ขึ้นไป  ส่วนใหญ่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 10,001-20,000 ต่อเดือน

‘ก้าวไกล’เปิดวงเล็กถกเก้าอี้ ประธานสภา -ดึงคนนอกเสียบรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549834

27 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล'เปิดวงเล็กถกเก้าอี้ ประธานสภา -ดึงคนนอกเสียบรัฐมนตรี

เลขาธิการพรรคก้าวไกลสรุปความคืบหน้า สางปัญหาเก้าอี้ในตำแหน่งประธานสภา นัดอังคารที่ 30 พ.ค. เปิดวงถก ในระดับชุดเล็กเพื่อให้เป็นตามแนวทางที่หัวหน้าพรรค “ก้าวไกล”ให้แนวทาง ส่วนโควตารัฐมนตรีพร้อมดึงคนนอก ที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า  วันอังคารที่ 30 พ.ค.  จะมีการหารือวงเล็ก 
ระหว่าง 8  พรรค ณ ที่ทำการพรรคประชาชาติ   เพื่อพิจารณาในตำแหน่ง ประธานสภา ถือเป็นการหารือหารือเป็นการภายใน ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค “ก้าวไกล” และแคนดิเดตนายกฯได้ย้ำไว้ว่าขอให้พรรคร่วมรัฐบาล ไปหารือกันในการวงเจรจาวงเล็ก 


ส่วนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ที่จะมีการหารือกันหลังจากนี้ในโอกาสต่อไป  ในส่วนของพรรค “ก้าวไกล” จะมีการทาบทามคนนอก เข้ามารับตำแหน่งฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นปกติในทุกรัฐบาล ที่จะเชิญบุคคลคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการบริหาร โดยไม่ได้มีปัจจัยเรื่องของอายุเพียงอย่างเดียว  “ตอนนี้ภายในพรรคก้าวไกลยังไม่ได้คุยกันว่าใครจะดำรงตำแหน่งอะไร ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ในพรรคการเมืองอื่นอีก 7 พรรค ก็จะยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ เพราะว่าอาจจะเร็วเกินไป”  นายชัยธวัช  ระบุ

ปชป.ปัดข่าววางแผนจัดตั้งรัฐบาลแข่ง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์   เปิดเผยว่า  ที่มีข่าวพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์  มีการไปร่วมวางแผน พูดคุยที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง โดยให้พรรคก้าวไกลและรวมไทยสร้างชาติเป็นฝ่ายค้าน  ยืนยันว่าทุกคนในพรรคไม่มีใคร ร่วมขบวนการคิด หรือมีการเจรจากับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น  ข่าวดังกล่าวบิดเบือนทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกิดความเสียหาย พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขอก้าวล่วงพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล    ส่วนกระแสข่าวที่มีการดีลโหวต เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยืนยันไม่มีการพูดคุยกัน ไม่มีใครประสานมาในการโหวตเลือกประธานสภา ทั้งนี้ไม่ว่าจะกระทำการใด  ๆ ต้องผ่านที่ประชุมของพรรคก่อน

เลขาธิการเพื่อไทย โต้ข้อหาใช้ตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ ต่อรองโควตา รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549824

27 พ.ค. 2566

เลขาธิการเพื่อไทย โต้ข้อหาใช้ตำแหน่ง 'ประธานสภา' ต่อรองโควตา รมต.

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  ออกมาเคลื่อนไหวหลัง ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย สมชัย ศรีสุทธิยากร  แสดงความเห็นพาดพิง “เพื่อไทย” ใช้ตำแหน่ง “ประธานสภา” เพื่อกดดันโควตารัฐมนตรี ย้ำคนละเรื่องกรณีรัฐมนตรีเป็นการพิจารณาร่วมกันของ 8 พรรค

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย    เปิดเผยว่า    การที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร 
ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ออกมาระบุว่าประเด็นตำแหน่ง  “ประธานสภา”
 เป็นเกมที่พรรคเพื่อไทยต้องการใช้ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี หรือตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยไม่คิดเอาตำแหน่งประธานสภา มาเป็นเงื่อนไขต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะเป็นคนละส่วนกัน   ตำแหน่งรัฐมนตรีถือเป็นฝ่ายบริหารที่พรรคร่วมทั้ง 8 พรรค ต้องมาหารือตกลงร่วมกัน โดยมีธรรมเนียม เรื่องการนำเก้าอี้ สส.ที่แต่ละพรรคได้มาเกลี่ยกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของตัวบุคคลในภารกิจนั้น ๆ ด้วย 


ไม่ใช่จะเอาตำแหน่งมาเป็นตัวชี้วัดอย่างเดียว  เรื่องนี้ทางพรรคร่วมคงต้องมีการหารือเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลจะได้เดินหน้าอย่างราบรื่น พรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ ไม่คิดจะเอาตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ  หรือตำแหน่ง  “ประธานสภา”  มาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองจนกระทบการทำงานของฝ่ายบริหาร เพราะบ้านเมืองประสบปัญหามานาน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทย ไม่คิดที่จะเป็นคนสร้างเงื่อนไขให้เการขับเคลื่อนรัฐบาลติดขัดแน่นอน 

สุชาติ ตันเจริญ  ย้อนไม่จำเป็นพรรคเสียงมากที่สุดได้เก้าอี้ ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549822

27 พ.ค. 2566

สุชาติ  ตันเจริญ  ย้อนไม่จำเป็นพรรคเสียงมากที่สุดได้เก้าอี้ 'ประธานสภา'

อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย “สุชาติ ตันเจริญ” ย้อนความเป็นมาเก้าอี้ “ประธานสภา” ระบุตำแหน่งนี้ใช่ว่าจะมาจากพรรคที่ได้เสียงสส. มากที่สุด ย้ำการทำที่ของผู้ดำรงตำแหน่ง ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด 

นายสุชาติ ตันเจริญ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า  การอ้างว่าเป็นประเพณีที่พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ในสภา จะได้รับตำแหน่ง “ประธานสภา”  ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงเสียทีเดียว   ในประวัติศาสตร์มีหลายครั้งที่ประธานสภา ก็ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองที่มี สส. มากที่สุด ที่ผ่านมาทุกสมัย ประธานสภาจะมาจากการเลือกของเพื่อน สส.ในสภา ไม่ใช่พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นผู้เลือก 

ขณะเดียวกันการปฏิบัติหน้าที่ของ “ประธานสภา” จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญ  สำหรับการบรรจุวาการประชุมสภา รวมไปถึงวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่าง ๆ ประธานสภา ไม่มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภา การจะบรรจุร่าง พ.ร.บ.ของพรรคที่ตนเองสังกัด ก็ต้องบรรจุตามลำดับ ประธานสภา ไม่มีสิทธิที่จะเลือกบรรจุตามอำเภอใจ และไม่มีสิทธิที่จะเลื่อนร่าง พ.ร.บ.ที่บรรจุไปแล้วขึ้นมาพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องของที่ประชุมสภาต้องตกลงกัน 

” ขณะนี้มีความพยายามในการแย่งชิงตำแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ซึ่งเป็นเรื่องการเจรจาต่อรองกันทางการเมือง ที่เจรจากันเป็นการภายใน และพรรคก้าวไกล เองก็มีอดีต สส.ร่วมทำหน้าที่ในสภาชุดที่แล้วหลายท่าน การกล่าวหาสภาในทางเสียหาย ก็เหมือนกับตำหนิการทำหน้าที่ของตัวเองด้วย จึงอยากให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสภา หรืออำนาจหน้าที่ของประธานสภา ส่วนตัวผมก็มีคนเชียร์ว่า จะถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาในสภาชุดนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพรรคที่จะเสนอชื่อใคร และก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาด้วยว่า จะลงมติเลือกหรือไม่ แต่สาระสำคัญไม่ใช่อยู่ใครได้เป็นประธานสภา เพราะความสำคัญอยู่ที่การที่สภา ได้เริ่มทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมาได้เมื่อใดมากกว่า” 


นายสุชาติ   กล่าวว่า  แนวทางของพรรคก้าวไกล ที่ต้องการทำให้สภามีความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้นสภาชุดที่ผ่านมา การประชุมสภา จะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทุกครั้งทางสถานีวิทยุรัฐสภาคลื่น FM 87.5 เมกกะเฮิร์ต และถ่ายทอดทางโทรทัศน์รัฐสภา TPTV ช่อง 10 รวมทั้งผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆตลอด 4 ปี ส่วนการประชุมของคณะกรรมาธิการนั้น จะมีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้ การประชุมใดจะเป็นการลับ หรือเป็นการเปิดเผยจึงขึ้นอยู่กับมติของสมาชิกคณะกรรมาธิการนั้น  ๆ 

สุชาติ  ตันเจริญ  ย้อนไม่จำเป็นพรรคเสียงมากที่สุดได้เก้าอี้ 'ประธานสภา'