‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำจุดยืน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549239

18 พ.ค. 2566

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำจุดยืน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

‘สุดารัตน์’ ย้ำจุดยืนไทยสร้างไทย ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จ่อคุยรายละเอียด เพื่อไม่ให้ใครใช้เป็นอำนาจกลั่นแกล้ง-ทำลายคนอื่น ยืนยันโหวตหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

ที่โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ภายหลังการแถลงข่าว “จัดตั้งรัฐบาล2566” ของ 8 พรรคการเมืองนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวยืนยัน ว่า พรรคไทยสร้างไทย ได้พูดเป็นสัญญาประชาคม ว่า สนับสนุนให้ทุกฝ่ายเดิมตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อ พรรคก้าวไกล ได้ฉันทามติจากประชาชน พรรคไทยสร้างไทย ยังย้ำว่า ยืนยันตั้งแต่วันแรก ว่าจะยกมือสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตนน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนข้อตกลงเรื่องนโยบาย ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่ง หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยขอยืนยันว่า การทำนโยบายจะทำเพื่อประชาชนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญกว่าการแบ่งกระทรวง

เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่มองว่า หากเป็นรัฐบาล เพื่อแบ่งกระทรวงในการทำมาหากิน ก็ไม่จะเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แต่มุ่งหมายทำเพื่อประชาชน ต้องการให้ประเทศไทยไปยืนอยู่บนแผนที่โลกให้ได้

ไทยสร้างไทย เป็นหนึ่งใน 8 พรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล2566 ไทยสร้างไทย เป็นหนึ่งใน 8 พรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล2566

สำหรับจุดยืน ม.112 นั้น พรรคไทยสร้างไทยชัดเจน ว่า ต้องรักษาชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ดังนั้น การจะทำอะไรให้สถาบันเสื่อมเสียนั้น ต้องปกป้อง 

ส่วนการที่มีผู้มีอำนาจ มาใช้ ม.112 กลั่นแกล้ง ทำลายบุคคล ต้องนำมาพิจารณา เพื่อปกป้องสถาบันไม่ให้ใครนำไปเป็นอำนาจทำร้ายคนอื่น

สุดารันต์ ย้ำโหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งนายกฯ คนที่ 30สุดารันต์ ย้ำโหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งนายกฯ คนที่ 30

ส่วนการจะลงรายละเอียด ของจุดยืนแต่ละพรรคต้องคุยกัน ไม่ใช่เพียง ม.122 แต่ทุกนโยบาย

เตือน ‘ผู้สมัคร สส.’ เร่งเก็บ ‘ป้ายหาเสียง’ ก่อนฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549224

18 พ.ค. 2566

เตือน 'ผู้สมัคร สส.' เร่งเก็บ 'ป้ายหาเสียง' ก่อนฤดูฝน

จี้ ‘ผู้สมัคร สส.’ 50 เขต เร่งจัดเก็บ ‘ป้ายหาเสียง’ ขีดเส้นถึงวันที่ 19 พ.ค. 66 นี้ ก่อนมอบหมายสำนักรักษาความสะอาด เก็บกวาดแทน

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสถานที่ติดแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจนที่ผู้สมัคร ฯต้องดำเนินการ จัดเก็บให้แล้วเสร็จ  แต่ประชาชาชนทั่วไป จะเก็บเอาไปใช้ตามใจไม่ได้  เพราะเข้าข่ายลักทรัพย์

การเก็บป้ายหาเสียงถือเป็นหน้าที่ของผู้สมัคร สส. ต้องตามเก็บป้ายของตัวเอง ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการทำสัญญากับร้านที่ติดตั้งว่า รวมค่าจ้างถอดป้ายด้วย ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นต้น  แต่หากผู้สมัครไม่เก็บป้าย เจ้าของพื้นที่คือ กทม. หรือเทศบาล หรือหน่วยราชการที่ดูแลในพื้นที่จะเป็นผู้จัดเก็บเรียกค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ พร้อมดำเนินคดี ตามกฎหมายรักษาความสะอาด

โดยปลัดกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการ 50 เขต แจ้งผู้สมัคร สส.ส่งทีมงาน เร่งจัดเก็บป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ออกจากต้นไม้ริมทาง และตามท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ ภายในวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ ให้เวลา 3 วันดำเนินการให้เสร็จสิ้น ก่อนที่ กรุงเทพมหานคร จะให้เจ้าหน้าที่เขต ออกไปจัดเก็บป้ายออกเอง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยแก่ประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง สส. ที่ยังตกต้างอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ประชาชนไม่สามารถเก็บได้ เพราะถือเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร สส. หรือ เจ้าของป้ายหาเสียง หากผู้ใดมีพฤติกรรมการทำลายป้ายหาเสียง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งก็มีโทษในอัตราเดียวกัน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงการเก็บป้ายหาเสียง ว่า ป้ายหาเสียงเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร  ซาเล้ง หรือคนทั่วไปไปเก็บแทน มีข้อหาลักทรัพย์ ยกเว้นเจ้าของป้ายไม่ติดใจเอาความ

แต่หากประชาชน จะนำป้ายหาเสียงไปทำประโยชน์อื่น  เช่น ทำฝาบ้าน บังแดดร้าน หรือเอาไปตัดเย็บกระเป๋า  หากเจ้าของป้ายไม่ได้เป็นการสัญญาว่าจะให้ก็ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ดีลสำเร็จ ‘สมศักดิ์’ เจรจา ‘สว.’ เพิ่ม 1 เสียง ‘เลือกนายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549205

17 พ.ค. 2566

ดีลสำเร็จ 'สมศักดิ์' เจรจา 'สว.' เพิ่ม 1 เสียง 'เลือกนายกฯ'

‘สมศักดิ์’ เจรจา ‘ทรงเดช เสมอคำ’ หนุน ‘ก้าวไกล-พิธา’ ไม่ง้อ สว.ทั้งหมด ขอเพียง 30 เสียง ซัดคนปล่อยข่าวปลอมยุแยง ‘ตั้งรัฐบาล’ แข่ง

เข้าคูหาเลือกตั้งผ่านพ้นไป แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นประเด็นร้อน เมื่อหลายฝ่ายกังวลอำนาจ สว.โหวตเลือก “นายกรัฐมนตรี” จะเป็นไปตามเสียงข้างมากของประชาชนหรือของ สส. หรือไม่ 

ล่าสุดนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สามารถเจรจากับ สว. เพื่อเคารพเสียงประชาชนได้มาเพิ่ม 1 คน คือ นายทรงเดช เสมอคำ ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน จ.สุโขทัย ยืนยันว่า พร้อมที่จะสนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

แม้ก่อนหน้านี้เริ่มเห็นทิศทางของ สว. บางคนหันมาสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมาก มีประกาศผ่านสื่อมวลชนมาแล้ว จำนวน 5 คน คือ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม , นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ , นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ , นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน และนายอำพน จินดาวัฒนะ ตนจึงมั่นใจว่า นายกฯคนที่ 30 คือ “นายพิธา” อย่างแน่นอน
 

นายสมศักดิ์ ยอมรับ สว. คือ ตัวขัดขวางการตั้งรัฐบาล เพราะประชาชนเลือกพรรคการเมืองมา แต่ติด 250 สว. เมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด แต่การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ขอเพียง 30 เสียงของ สว. ก็น่าจะตั้งรัฐบาลได้แล้ว ขณะเดียวกันเรียกร้อง กกต. เร่งรับรอง สส. เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ทดแทนสิ่งที่อาจจะผิดพลาดในการเลือกตั้งด้วย
 

ส่วนกระแสข่าวนายสมศักดิ์เตรียมจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแข่งกับพรรคก้าวไกล นายสมศักดิ์ ยืนยัน ไม่เป็นความจริง เป็นเฟคนิวส์ คนปล่อยข่าว มีวัตถุประสงค์ไม่ดี ทั้งกับตนและบ้านเมือง เพราะขณะนี้ตนทำสิ่งตรงข้าม คือ ทำให้มีการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ มีพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยทั้งหมดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น “ตนไม่มีความคิดจะตั้งรัฐบาลเอง แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว” 

ชื่นมื่น ‘พิธา’ หารือตั้งรัฐบาล เตรียมแถลงรวม 8 พรรค 313 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549203

17 พ.ค. 2566

ชื่นมื่น 'พิธา' หารือตั้งรัฐบาล เตรียมแถลงรวม 8 พรรค 313 เสียง

‘พิธา’ หารือจัดตั้งรัฐบาล เตรียมแถลงพรุ่งนี้ 10.00 น. ย้ำไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ขออย่าวิตก ด้าน ‘หมอชลน่าน’ เผย ล่าสุดดีลเพิ่ม 2 พรรค รวมเสียงได้ 313 เสียง

ภายหลังจากหารือพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค ก่อนเดินทางกลับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพุดคุยวันนี้เป็นที่พอใจและชื่นมื่น พอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ทุกคนต้องการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจน แสดงถึงเอกภาพของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการทำ MOU ให้รอฟังรายละเอียดรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ จะมีการชี้แจงความชัดเจนถึงกระบวนการและโรดแมพ

นายพิธา กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายกังวลเรื่องการออกเสียงของ สว.เลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้มั่นใจในเอกภาพและความชัดเจนในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตนคิดว่า จะมีข่าวดีมาเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนและภาคเอกชนสบายใจได้  ไม่มีความไม่แน่นอนอะไรที่น่าวิตกกังวล ซึ่งจะพยายามให้มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด ย้ำว่าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองแน่นอน

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีอีก 2 พรรคจะเข้าร่วม คือ พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทยรวมพลัง 2 ที่นั่ง โดยประสานตรงไปยังนายพิธา เพื่อขอเข้าพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีเพิ่มมาอีก 2 พรรค รวมเป็น 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นรวมมีทั้ง 313 ที่นั่ง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (ซ้าย) และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ขวา)นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (ซ้าย) และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ขวา)

ต่อมานายพิธาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “วันนี้การพูดคุยเบื้องต้นเพื่อเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ด้วยดี #รัฐบาลก้าวไกล จะมีเอกภาพ ชัดเจน และมีแผนงานเป็นรูปเป็นร่าง
.
เพื่อจบปัญหาเก่าในอดีต
เผชิญปัญหาใหม่ในปัจจุบันอย่างมีวุฒิภาวะ
แล้วพาสังคมไทยไปสู่อนาคตที่เราไม่เคยไปถึงมาก่อน
.
และที่สำคัญที่สุด
ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผม
ผมก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีของท่าน
ไม่ว่าท่านจะกาหรือไม่กาให้ผม
ผมก็จะรับใช้ท่าน…
.
—-
พรุ่งนี้(18 พฤษภาคม 2566) เวลา 10.00 น. ขอเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมติดตามการแถลงข่าว MOU จัดตั้งรัฐบาล
และ 17.00 น. ผมจะไปขอบคุณพี่น้องพี่ประชาชนด้วยตัวเองในพื้นที่ จ.นนทบุรี ครับ
.

นายพิธาโพสต์เฟซบุ๊กนายพิธาโพสต์เฟซบุ๊ก

‘ภูมิใจไทย’ ไม่สังฆกรรม พรรคการเมืองที่แตะ ‘มาตรา112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549201

17 พ.ค. 2566

'ภูมิใจไทย' ไม่สังฆกรรม พรรคการเมืองที่แตะ 'มาตรา112'

พรรคก้าวไกล สบายใจได้ พรรค ‘ภูมิใจไทย’ ขอเป็นฝ่ายค้าน ดีกว่าสนับสนุน พรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไข กฎหมายอาญา ‘มาตรา112’

พรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ ล่าสุด ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112


การเรียกร้อง ข่มขู่ กดดัน ต่อพรรคภูมิใจไทย ให้สนับสนุนแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของ พรรคการเมืองที่มีนโยบายดังกล่าว  จะไม่มีผลให้พรรคภูมิใจไทย และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ และจุดยืนได้

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่าจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย คือ ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ตามที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยแถลงต่อสื่อมวลชนก่อนหน้านี้



จุดยืนนี้เป็นหลักการสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือต่อรองได้  พรรคภูมิใจไทย จึงไม่สามารถลงมติสนับสนุนแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี  ของพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียกร้องให้ฝ่ายเสียงข้างมาก เคารพและรับฟังเสียงข้างน้อย ตามหลักการประชาธิปไตย มิใช่ข่มขู่ และกดดันให้ต้องทำตามที่เสียงข้างมาก ต้องการ หรือกำหนด

และขอเรียกร้องให้ พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองที่กดดันให้พรรคภูมิใจไทย สนับสนุนแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีจาก พรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 ได้แสดงจุดยืนต่อกรณีการเสนอแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ของท่านให้ประชาชนทราบด้วย

หากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ประสบผลสำเร็จ  พรรคภูมิใจไทย พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติอย่างสุดความสามารถ

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549199

17 พ.ค. 2566

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

‘พิธา’ ปิดร้าน CHEZ MILINE ถก “จัดตั้งรัฐบาล” นัดแรก แกนนำ 8 พรรค ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย-ไทยสร้างไทย-เสรีรวมไทย-ประชาชาติ-เป็นธรรม-พลังสังคมใหม่-เพื่อไทยรวมพลัง’ ร่วมวงดินเนอร์ จิบไวน์พื้นบ้าน บรรยากาศสุดชื่นมื่น ขอให้รอฟังแถลง พรุ่งนี้ 10.00 น คาดยอดรวมเสียง 313 เสียง

จับตาอนาคตประเทศไทย เมื่อวงดินเนอร์  8  พรรค “ก้าวไกล-เพื่อไทย-ไทยสร้างไทย-เสรีรวมไทย-ประชาชาติ-เป็นธรรม-พรรคพลังสังคมใหม่-เพื่อไทยรวมพลัง  ” ถก “จัดตั้งรัฐบาล” นัดแรก ที่ร้านอาหาร CHEZ MILINE สุดหรู สไตล์บ้านไทย สมัยรัชกาลที่ 6 ย่านถนนสุโขทัย กรุงเทพมหานคร

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล นัดพูดคุยกับ 8  พรรคการเมืองเพื่อร่วม“จัดตั้งรัฐบาล” ที่ร้าน Chez Miline ย่านถนนสุโขทัย เขตดุสิต  กทม. ซึ่งประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม  พรรคพลังสังคมใหม่ และ เพื่อไทยรวมพลัง

นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ,นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย,นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 

ชื่นมื่นถกจัดตั้งรัฐบาลนัดแรกชื่นมื่นถกจัดตั้งรัฐบาลนัดแรก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย,นายโภคิน พลกุลประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย,น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย,นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม,นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม และนายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รวมทั้งตัวแทนจากพรรค เพื่อไทยรวมพลัง 

8  พรรคการเมืองถกจัดตั้งรัฐบาล ที่ร้านอาหาร CHEZ MILINE สุดหรู สไตล์บ้านไทย สมัยรัชกาลที่ 6 ย่านถนนสุโขทัย กรุงเทพมหานคร8 พรรคการเมืองถกจัดตั้งรัฐบาล ที่ร้านอาหาร CHEZ MILINE สุดหรู สไตล์บ้านไทย สมัยรัชกาลที่ 6 ย่านถนนสุโขทัย กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายในห้องหารือ ได้มีการจัดเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นั่งตรงกลาง ไม่ได้นั่งหัวโต๊ะ ลักษณะพูดคุยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง การพูดคุยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

พิธา นั่งตรงกลางโต๊ะดินเนอร์สุดหรูพิธา นั่งตรงกลางโต๊ะดินเนอร์สุดหรู

จากนั้น นายพิธา พร้อมแกนนำ 7  พรรคการเมือง ได้ลงมาจากห้องพูดคุย เพื่อร่วมถ่ายภาพบริเวณหน้าทางเข้าร้านอาหาร Chez Miline

นพ.ชลน่าน-พิธา จับมือโชว์สยบข่าวลือ พรรคเพื่อไทยชิงจัดตั้งรัฐบาล

โดยได้ถ่ายรูปจับมือกันอย่างพร้อมเพรียง และชูมือให้กับสื่อมวลชน บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น แกนนำแต่ละพรรคการเมืองต่างก็มีรอยยิ้ม มีการพูดคุยหยอกล้อและโอบกอดกันอย่างเป็นกันเอง

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

โดยผู้สื่อข่าวพยายามหยอกล้อมว่า เป็นการสู่ขอกันโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นเจ้าสาว ไปสู่ขอพรรคร่วม ซึ่งเป็นเจ้าสาว ขณะที่ นพ.ชลน่าน ตอบกลับอย่างเขินอายว่า “เจ้าสาวเขินจนแก้มแดงหมดแล้ว” และนายปิติพงศ์ ได้พูดหยอกล้ออีกว่า “ผมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว” 

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

ก่อนถ่ายรูปคู่กับนายพิธา และนพ.ชลน่าน สยบข่าวลือพรรคเพื่อไทยชิงแข้ง“จัดตั้งรัฐบาล”

นายพิธา กล่าวว่า ทุกอย่างราบรื่นดี และพรุ่งนี้(18 พ.ค.) จะมีการแถลงผลการพูดคุยให้ทราบอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นกลับไปรับประทานอาหารเย็น 9 เมนู อาหารฟิวชันฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นร่วมกันและปิดท้ายด้วยไวน์มะม่วง และไวน์ข้าวเหนียวดำจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ จากวิสาหกิจชุมชน สุรินทร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสุราก้าวหน้า ของคณะก้าวหน้า

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.
ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

มีรายงานว่า จะแถลงข่าวรายละเอียดให้ทราบอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ 10.00 น.ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ ย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ  สำหรับจำนวนเสียงจาก 8 พรรคดังกล่าว  รวมทั้งสิ้น 313  เสียง 

จากนั้นเวลา 18.10 น. แกนนำคณะก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เดินทางมาถึงร้านอาหาร โดยนายปิยบุตร บอกสั้น ๆว่า มาร่วมรับประทานอาหารเท่านั้น ส่วนนายธนาธร บอกว่า ขอบคุณประชาชนทุกคน

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.
ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.
ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.
ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

ทั้งนี้ นอกจากแกนนำพรรคการเมืองที่จัดตั้งรัฐบาลแล้ว สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ เดินทางมาเกาะติดและให้ความสนใจกับการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกันเป็นจำนวนมากด้วย

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

แกนนำก้าวไกลร่วมดินเนอร์ เดินเครื่องจัดตั้งรัฐบาล

ร้านอาหาร CHEZ MILINE เป็นสถานที่ในการพูดคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และ หารือเรื่อง MOU โดยแกนนำพรรคก้าวไกลเข้าร่วมดินเนอร์ดังนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล, นางสาวพรรณิการ์ วานิช, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และทำหน้าที่ได้นำต้อนรับ 7  พรรคร่วมรัฐบาล

ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.
ชื่นมื่น! ถก 8 พรรค ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แถลง 18 พ.ค.

‘เพื่อไทย’ ประกาศจุดยืนปกป้อง ‘ก้าวไกล’ ให้พยายามจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549193

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

17 พ.ค. 2566

'เพื่อไทย' ประกาศจุดยืนปกป้อง 'ก้าวไกล' ให้พยายามจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

“เพื่อไทย” ย้ำชัดเรื่อง “จัดตั้งรัฐบาล” จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ “ก้าวไกล” (กก.) หากมีเงื่อนไขอะไรไม่ได้เราก็ต้องมาช่วยกันแก้ พร้อมร้องขอให้ สว.ได้โปรดยอมรับเสียงข้างมาก เพื่อสามารถจัดตั้งรัฐบาล

“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้า “พรรคเพื่อไทย” บอกว่า ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้คะแนนเสียงมาเกิน 300 เสียง เห็นชัดว่ามุ่งหวังให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นรัฐบาล และที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีก็ควรจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน 
 

รัฐบาลที่เข้มแข็งมีแค่ 300-310 คนได้ ทำให้นโยบายขับเคลื่อนราบรื่นได้ แต่ด้วยกลไกรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ทำให้มีตัวเลข 376 คือ ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนด้วยเสียง 376 เสียงขึ้นไปก่อน จากนั้นนายกรัฐมนตรีถึงจะมา “จัดตั้งรัฐบาล” 

อีกทั้ง เมื่อประชาชนได้ลงฉันทามติ เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมาแล้ว สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ควรดำเนินการตามฉันทามติประชาชน เพราะแม้ สว.มาจากการแต่งตั้ง แต่ก็ต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย

“เราให้เกียรติพรรคแกนนำ “จัดตั้งรัฐบาล” เขาเป็นผู้กำหนดหารือ ฝ่ายพรรคแกนนำต้องจัดมาเราเป็นแค่ผู้สนับสนุนเท่านั้น จากนั้นเลขาธิการพรรคจะเป็นผู้ประสานคุยเบื้องต้นก่อนที่จะนำไปสู่บนโต๊ะเจรจาทางการในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะเราเป็นเจ้าสาว เราไม่อยากลับล่อๆ ขั้นตอนนี้จะยังไม่เริ่ม พรรคแกนนำต้องเริ่มก่อน และส่วนเงื่อนไขเราให้สิทธิก้าวไกลก่อน โดยผมเชื่อบริสุทธ์ใจว่าเราจะทำเพื่อประชาชน ทำให้รัฐบาลประชาธิปไตยเกิดให้ได้” “นพ.ชลน่าน” ระบุ

“นพ.ชลน่าน” บอกอีกว่า วันนี้ “เพื่อไทย” ยืดมั่นหลักการชัดเจนว่า สนับสนุนพรรคอันดับ 1 ในการ “จัดตั้งรัฐบาล” เพื่อไทยจะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้เขาพยายามถึงที่สุด หากมีเงื่อนไขอะไรที่ “พรรคก้าวไกล” เสนอมา แต่ “พรรคเพื่อไทย” ทำไม่ได้ ต้องมาช่วยกันแก้ไข 


ส่วนกรณี สว.250 เสียง “นพ.ชลน่าน” บอกว่า สว.ได้โปรดยอมรับเสียงข้างมาก เพื่อสามารถจัดตั้งรัฐบาลและไม่นำไปสู่จุดอับทางการเมือง

แถลงการจากพรรคเพื่อไทยแถลงการจากพรรคเพื่อไทย


และเพื่อยืนยันจุดยืน “พรรคเพื่อไทย” ได้ออกแถลงการ ว่า “เรื่องผลการเลือกตั้ง และการ “จัดตั้งรัฐบาล” ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฎแล้วว่า “พรรคก้าวไกล” เป็นพรรคอันดับ 1 พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 2 พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และร่วมสนับสนุนเลือกพรรคเพื่อไทยและฝ่ายประชาธิปไตยอย่างท่วมท้น อันแสดงถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ในโอกาสนี้ พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกลที่เป็นพรรคอันดับ 1 

โดยกติกาประชาธิปไตย และโดยสัญญาประชาคมที่ “พรรคเพื่อไทย” ได้เคยแถลงต่อพี่น้องประชาชนไว้ พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดี และยอมรับที่ “พรรคก้าวไกล” เสนอตัวเป็นแกนนำในการ “จัดตั้งรัฐบาล” และเห็นด้วยที่พรรคก้าวไกลจะเชิญพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลตามที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้แถลงไว้ พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า ไม่มีแนวความคิดที่จะ “จัดตั้งรัฐบาล” แข่งกับพรรคก้าวไกล


“พรรคเพื่อไทย” เห็นว่า ในการ “จัดตั้งรัฐบาล” ประเด็นในการหารือ และกระบวนการต่างๆ ให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายดำเนินการ”

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ซ้าย) ร่วมหารือกับพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ซ้าย) ร่วมหารือกับพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566

ทั้งนี้ วันนี้ “พรรคก้าวไกล” ได้นัดหารือ 6 พรรคการเมืองเพื่อความชัดเจนในการ “จัดตั้งรัฐบาล” ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนสุโขทัย กรุงเทพฯ 

‘250 สว.’ ใครเป็นใคร เช็กสัญญาณ โหวตเลือกนายกฯ-ปิดสวิตช์ สว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549176

17 พ.ค. 2566

'250 สว.' ใครเป็นใคร เช็กสัญญาณ โหวตเลือกนายกฯ-ปิดสวิตช์ สว.

เปิดรายชื่อ ‘250 สว.’ ใครเป็นใคร ส่งสัญญาณ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี – ปิดสวิตช์ สว. ลุ้น ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

แม้ผลการเลือกตั้ง จะปรากฎเห็นเด่นชัดว่า พรรคก้าวไกล ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และดูเหมือนว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรี ก็น่าจะหนีไม่พ้น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล แต่ตัวแปรสำคัญ ในการ “โหวตเลือกนายกฯ” คือ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.

สว. มีทั้งหมดกี่คน แล้ว สว. มีความสำคัญอย่างไร ในการชี้ชะตาผู้ที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซึ่งนับจากการเลือกตั้ง 2566 เสร็จสิ้นลง สว. จึงเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะการรวมเสียงของพรรคก้าวไกล จะเพียงพอต่อการ ปิดสวิตซ์ สว. หรือไม่

ที่มาของ สว. 250 คน

  1. คณะกรรมการสรรหา สว. เลือกมา 400 คน
  2. กกต.รับสมัครทั่วประเทศ เลือกกันเอง เหลือ 200 คน

ทั้งนี้ ในรอบการคัดเลือก สว.ครั้งที่ผ่านมา มาจากการแต่งตั้ง 194 คน คัดเลือก 50 คน เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน รวม 250 คน

สว. เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน ประกอบด้วย

  1. ปลัดกระทรวงกลาโหม
  2. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
  3. ผู้บัญชาการทหารบก
  4. ผู้บัญชาการทหารเรือ
  5. ผู้บัญชาการทหารอากาศ
  6. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

อำนาจ สว.

ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ให้อำนาจ สว. พิจารณาบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงเห็นชอบเกิน 376 เสียงขึ้นไป นอกจากนี้ สว.ยังมีอำนาจพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน

แต่ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2559 พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการ คสช.ในขณะนั้น เคยส่งหนังสือถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า “ไม่มีอำนาจเลือก หรือกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี แต่มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” และ “อย่าได้หวาดระแวงว่าจะมีการสืบทอดอำนาจ คสช. ยินดีจะพ้นจากตำแหน่ง และยุติอำนาจหน้าที่ทั้งปวง ตามกำหนดเวลาในโรดแมป และในร่างรัฐธรรมนูญ และจะไม่เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่”

ใครเป็นใครใน 250 สว.

  1. พล.อ. กนิษฐ์ ชาญปรีชญา
  2. กรรณภว์ ธนภรรคภวิน
  3. พล.ต. กลชัย สุวรรณบูรณ์
  4. กล้านรงค์ จันทิก
  5. กษิดิศ อาชวคุณ
  6. กอบกุล อาภากร ณ อยุธยา
  7. กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์
  8. กำพล เลิศเกียรติดำรงค์
  9. กิตติ วะสีนนท์
  10. กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ
  11. กูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา
  12. เกียว แก้วสุทอ
  13. ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์
  14. ขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์
  15. คำนูณ สิทธิสมาน
  16. จเด็จ อินสว่าง
  17. จรินทร์ จักกะพาก
  18. พล.ท.จเรศักณ์ อานุภาพ
  19. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง
  20. จินตนา ชัยยวรรณาการ
  21. จิรชัย มูลทองโร่ย
  22. จิรดา สงฆ์ประชา
  23. พล.อ.จิรพงศ์ วรรณรัตน์
  24. พล.อ.จีระศักดิ์ ชมประสพ
  25. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์
  26. เจน นำชัยศิริ
  27. ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร
  28. พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข
  29. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
  30. เฉลา พวงมาลัย
  31. พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม
  32. ผู้ช่วย ศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ
  33. เฉลิมชัย เฟื่องคอน
  34. เฉลียว เกาะแก้ว
  35. ชยุต สืบตระกูล   ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกระหว่างดำรงตำแหน่ง
  36. พล.อ.ชยุติ สุวรรณมาศ
  37. ชลิต แก้วจินดา
  38. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์
  39. พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร
  40. ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน
  41. พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ
  42. พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์  ถึงแก่อนิจกรรม 8 ส.ค. พ.ศ. 2565
  43. พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสลวย
  44. ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ
  45. เชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ
  46. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล
  47. พล.ร.อ.ฐนิฐ กิตติอำพน
  48. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย
  49. ณรงค์ รัตนานุกูล
  50. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์
  51. ณรงค์ อ่อนสอาด
  52. พล.อ.ดนัย มีชูเวท
  53. ดวงพร รอดพยาธิ์
  54. ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์
  55. ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม
  56. ดุสิต เขมะศักดิ์ชัย
  57. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา
  58. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย
  59. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง
  60. ตวง อันทะไชย
  61. พล.อ.ไตรโรจน์ ครุธเวโช
  62. ถนัด มานะพันธุ์นิยม
  63. ถวิล เปลี่ยนศรี
  64. ถาวร เทพวิมลเพชรกุล
  65. พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์
  66. ทรงเดช เสมอคา
  67. พลเอก ทวีป เนตรนิยม
  68. ทวีวงษ์ จุลกมนตรี
  69. ทัศนา ยุวานนท์
  70. ศ.ดร. ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ
  71. พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์
  72. พล.อ.ธงชัย สาระสุข
  73. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
  74. พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร
  75. ธานี สุโชดายน
  76. ธานี อ่อนละเอียด
  77. พล.อ.ธีรเดช มีเพียร
  78. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
  79. พล.ร.อ.นพดล โชคระดา
  80. พล.อ.นพดล อินทปัญญา
  81. พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์
  82. นิพนธ์ นาคสมภพ
  83. พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน
  84. ศ.นิสดารก์ เวชยานนท์
  85. นิอาแซ ซีอุเซ็ง
  86. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
  87. บรรชา พงศ์อายุกูล
  88. พล.อ.บุญธรรม โอริส
  89. ผู้ช่วย ศ.บุญส่ง ไข่เกษ
  90. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์
  91. ร.อ. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล
  92. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง
  93. ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม
  94. ประภาศรี สุฉันทบุตร
  95. ประมนต์ สุธีวงศ์
  96. ประมาณ สว่างญาติ
  97. ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์
  98. ประยูร เหล่าสายเชื้อ
  99. พล.อ.ประสาท สุขเกษตร
  100. ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ
  101. พล.ต.ต.ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ
  102. พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา
  103. ปรีชา บัววิรัตน์เลิศ
  104. ปัญญา งานเลิศ
  105. พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ
  106. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
  107. ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม
  108. ปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์
  109. พล.อ.โปฎก บุนนาค
  110. ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ
  111. พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์
  112. ศ.(พิเศษ) พรเพชร วิชิตชลชัย
  113. นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
  114. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป
  115. พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์
  116. พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์
  117. พิทักษ์ ไชยเจริญ
  118. พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์
  119. พิศาล มาณวพัฒน์
  120. พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก
  121. พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร
  122. พีระศักดิ์ พอจิต
  123. เพ็ญพักตร์ ศรีทอง
  124. พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ
  125. ไพฑูรย์ หลิมวัฒนา
  126. ไพโรจน์ พ่วงทอง
  127. พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย
  128. ภัทรา วรามิตร
  129. นายกองเอก ภาณุ อุทัยรัตน์
  130. มณเฑียร บุญตัน
  131. พล.อ.อ.มนัส รูปขจร ลาออก 1 พ.ย. 2564
  132. มหรรณพ เดชวิทักษ์
  133. พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์  
  134. พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ        
  135. พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ            
  136. พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน                        
  137. ยุทธนา ทัพเจริญ  
  138. รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล                 
  139. ระวี รุ่งเรือง     พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
  140. เรณู ตังคจิวางกูร              
  141. ลักษณ์ วจนานวัช 
  142. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช   
  143. พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์  
  144. วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี                
  145. พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร     
  146. วรารัตน์ อติแพทย์ 
  147. พล.อ.วราห์ บุญญะสิทธิ์    
  148. พล.อ.วลิต โรจนภักดี         
  149. พล.อ.วสันต์ สุริยมงคล                  
  150. พล.อ.วัฒนา สรรพานิช                 
  151. วันชัย สอนศิริ                   
  152. วัลลภ ตังคณานุรักษ์                       
  153. พล.อ.วิชิต ยาทิพย์                        
  154. วิทยา ผิวผ่อง                    
  155. พล.อ.วินัย สร้างสุขดี                     
  156. พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้                         
  157. วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์                     
  158. วิรัตน์ เกสสมบูรณ์ 
  159. วิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์                 
  160. วิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร                     
  161. วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ                ลาออก 16 พ.ค. 2565
  162. วีระศักดิ์ ฟูตระกูล             
  163. วีระศักดิ์ โควสุรัตน์            
  164. วีระศักดิ์ ภูครองหิน                         
  165. พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล                       
  166. วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์              
  167. ศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล                     
  168. ศักดิ์ชัย ธนบุญชัย             
  169. ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร
  170. พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง                  
  171. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร                        
  172. ศิรินา ปวโรฬารวิทยา                       
  173. พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ                     
  174. ศุภชัย สมเจริญ     
  175. พล.อ.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์            
  176. พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์                 
  177. พล.อ.สกล ชื่นตระกูล        ถึงแก่อนิจกรรม 25 พ.ย. 2565
  178. มล.สกุล มาลากุล               
  179. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์
  180. พล.ร.ท.สนธยา น้อยฉายา            
  181. พล.อ.สนธยา ศรีเจริญ                  
  182. พล.อ.สนั่น มะเริงสิทธิ์                   
  183. ศ.สม จาตุศรีพิทักษ์         
  184. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม  
  185. สมชาย ชาญณรงค์กุล                     
  186. สมชาย เสียงหลาย            
  187. สมชาย แสวงการ              
  188. ผู้ช่วย ศ.(พิเศษ) สมชาย หาญหิรัญ             
  189. สมเดช นิลพันธุ์                 
  190. พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา        
  191. สมบูรณ์ งามลักษณ์                        
  192. สมพล เกียรติไพบูลย์                       
  193. สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ                       
  194. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข     
  195. พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ                 
  196. พล.อ.สราวุฒิ ชลออยู่       
  197. สวัสดิ์ สมัครพงศ์   
  198. พล.อ.สสิน ทองภักดี                     
  199. รอง ศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์
  200. สัญชัย จุลมนต์                 
  201. สาธิต เหล่าสุวรรณ
  202. สำราญ ครรชิต     
  203. พล.อ.สำเริง ศิวาดารงค์                
  204. พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร                   
  205. พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย           
  206. สุชัย บุตรสาระ                  
  207. นายกองเอก สุธี มากบุญ                 
  208. สุนี จึงวิโรจน์         
  209. สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล                          
  210. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย                     
  211. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์       
  212. สุรเดช จิรัฐิติเจริญ
  213. พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์             
  214. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
  215. สุรสิทธิ์ ตรีทอง                  
  216. สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ           
  217. สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์                  
  218. สุวรรณี สิริเวชชะพันธ์                      
  219. เสรี สุวรรณภานนท์            
  220. พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์              
  221. พล.อ.อ.อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ                 
  222. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว                    
  223. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์                        
  224. อนุมัติ อาหมัด                   ลาออก 3 พ.ย. 2564
  225. อนุศักดิ์ คงมาลัย              
  226. อนุศาสน์ สุวรรณมงคล                    
  227. อภิรดี ตันตราภรณ์            
  228. อมร นิลเปรม                    
  229. ออน กาจกระโทก              
  230. พล.อ. อักษรา เกิดผล                     
  231. อับดุลฮาลิม มินซาร์                         
  232. พล.อ.อาชาไนย ศรีสุข                   
  233. พล.อ.อำพน ชูประทุม                     
  234. นพ.อำพล จินดาวัฒนะ                       
  235. พล.ร.อ.อิทธิคมน์ ภมรสูต            
  236. ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร   ลาออก 21 ก.พ. 2563
  237. อุดม วรัญญูรัฐ                  
  238. พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์                        
  239. อุปกิต ปาจรียางกูร
  240. พล.อ.อู้ด เบื้องบน                         
  241. พล.ต.โอสถ ภาวิไล             
  242. ดอน ปรมัตถ์วินัย                  ข้าม
  243. อภิชาติ โตดิลกเวชช์          แทน นพ.ธีระเกียรติ เริ่มดำรงตำแหน่ง 30 ต.ค. 2562
  244. จัตุรงค์ เสริมสุข                  เริ่มดำรงตำแหน่ง 19 พ.ย. 2562 (แทนนายชยุต)
  245. ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์              เริ่มดำรงตำแหน่ง 15 มิ.ย. 2563 (แทน ศ.เกียรติคุณ นพ.อุดม)
  246. วิวัฒน์ ศัลยกำธร                  ข้าม
  247. วิชัย ทิตตภักดี                   เริ่มดำรงตำแหน่ง 5 ก.ย. 2563 (แทนนายระวี)
  248. สุวัฒน์ จิราพันธุ์                 เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 23 ก.พ. 2565 (แทนพล.อ.อ.มนัส)
  249. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล                  ข้าม
  250. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา              เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 23 ก.พ. 2565 (แทนนายอนุมัติ)
  251. ลือชา การณ์เมือง                 ข้าม
  252. อนุสิษฐ คุณากร                 เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 18 ก.ค. 2565 (แทนนายวิสุทธิ์)

ทั้งนี้ การฟอร์มทีมรัฐบาลด้วย 310 เสียง ยังไม่เพียงพอปิดสวิตช์ สว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะต้องมีเสียงสนับสนุน 376 เสียง ขณะที่ มี สว. หลายคน เตรียมโหวตไม่เลือกนายกรัฐมนตรี หากเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกล ด้วยเหตุผลการแก้ไขมาตรา 112 และการสนับสนุนทางทหาร

สว.แสดงท่าทีปิดสวิตซ์

สว. ที่แสดงท่าทีอย่างชัดเจน ที่จะไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มาจากพรรคก้าวไกล อาทิ วันชัย สอนศิริ, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, เสรี สุวรรณภานนท์, กิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, พรเพชร วิชิตชลชัย, เจด็จ อินสว่าง, มณเฑียร บุญตัน รวมทั้ง สว.โดยตำแหน่ง 6 คน ที่ระบุว่า เพื่อป้องกันข้อครหา วางตัวไม่เป็นกลาง 

  1. พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม
  2. พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)
  3. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
  4. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)
  5. พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)
  6. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

สว. รอดูท่าที

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, สมชาย แสวงการ

สว.โหวตนายกฯ พรรคก้าวไกล

สว. ที่แสดงท่าที ที่คาดว่า จะมีการโหวตให้ “พิธา” นั่งนายกรัฐมนตรี อาทิ สว.วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สว.เฉลิมชัย เฟื่องคอน, สว.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล, สว.วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์, สว.อำพล จินดาวัฒนะ, สว.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม, ภัทรา วรามิตร เป็นต้น

‘ก้าวไกล’ พร้อมแจง สว. ช่วยโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549172

17 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' พร้อมแจง สว. ช่วยโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

‘พริษฐ์’ ก้าวไกล พร้อมแจง สว. ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เชื่อหากได้รับข้อมูลครบถ้วนจะเข้าใจ ช่วยโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

ปมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ยังเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนไทย ล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 ของพรรคก้าวไกล เป็น 1 ในคนที่ออกมาอธิบายในเรื่องนี้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มี สว. จำนวนกว่า 60 คนที่ลงมติเห็นชอบให้ปิดสวิตช์ สว. จึงเห็นว่า ไม่ควรใช้อำนาจนี้ แทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล ที่ได้เสียงข้างมากจาก สส.จึงฝากไปยัง สว.ที่ยังไม่เคยลงมติ ยกเลิกอำนาจตัวเอง ว่า หากอยากเห็นประเทศไปต่อได้ โดยไม่เจอทางตัน หรือความขัดแย้งในบ้านเมือง ก็ต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากรัฐบาลเสียงข้างมาก เพราะการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากเสียงข้างน้อย ท้ายที่สุดก็จะไม่สามารถบริหารประเทศได้ และไม่สามารถผ่านงบประมาณหรือกฎหมายได้

งดออกเสียงไม่เท่ากับปิดสวิตช์ สว.

ส่วนที่ สว.บางคนเลือกจะปิดสวิตช์ตัวเองเหมือนกันแต่ก็เลือกจะไม่โหวตพิธาเป็นนายกฯนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า การปิดสวิตช์ สว.คือ สว.ไม่ควรมาจากการแต่งตั้ง รวมถึงแทรกแซงกระบวนการเลือกนายกฯและจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกฯ ควรจะมาจาก สส.

ดังนั้นการใช้คำว่า ปิดสวิตช์ สว.ต้องเป็น 2 ส่วน คือ ทำให้ สว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯเลย แต่ในเมื่อเสนอแก้ไขกฎหมายไปเท่าไรก็ไม่เคยผ่าน ทำให้ปิดสวิตช์ สว.ในความหมายของวันนี้ที่ยังมี ม.272 อยู่ คือ การที่ สว.โหวตให้นายกฯ และรัฐบาลที่ครองเสียงข้างมาก

“การงดออกเสียงไม่เท่ากับการปิดสวิตช์ สว. เพราะรัฐธรรมนูญไปกำหนดว่า ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาที่ลงมติ มันเป็นการขัดขวางทำให้นายกฯที่มาจากเสียงข้างมาก มีอุปสรรคได้”

ส่วนการโน้มน้าว สว. อาจจะง่ายกว่าการหาเสียง สส.มาเติมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทำทั้งสองส่วนและหากพูดถึงตัวเลขที่พรรคกำลังพูดคุยกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่ 310 เสียง แต่หากมองว่า ต้องมาจาก 376 เสียง กึ่งหนึ่งของสภา ตัวเลขจะมาจาก 2 ส่วน คือ สว. และ สส. ซึ่ง สว. 60 กว่าคน ที่เคยปิดสวิตช์ ถือว่า เพียงพอ ที่จะโหวตได้ และจากการฟังคำสัมภาษณ์ของ สว.หลายคน ก็มีเพียงไม่กี่คนที่แสดงความเห็นไม่โหวตเลือกนายพิธา รวมถึงท่าทีของสมาชิกพรรคอื่นที่แม้จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล แต่ก็ยังจะโหวตให้นายพิธา

ก้าวไกลยินดีตอบคำถามสว.

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรายินดีที่จะพูดคุยกับ สว. เรื่องนโยบายเพื่อให้คลายข้อกังวล และพรรคยินดีที่จะเข้าไปตอบคำถาม สว. ในวันที่ 23 พ.ค. 2566 ที่จะมีการประชุม และไม่จำเป็นต้องใช้ สว. เชื่อว่าก้าวไกลตอบโจทย์ประเทศมากที่สุด แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ การไม่ขัดขวางเจตนารมย์ของประชาชน

นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ที่ตนเองพูดว่า สว.โหวตเลือกนายกฯที่ไม่ใช่เสียงข้างมากแล้วจะเกิดทางตันนั้น ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการพูดข้อเท็จจริง ทางพรรคยินดีพูดคุยเปิดวงสนทนา และเคยมีคนบอกว่า เมื่อปี 2562 เคยให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภา สว.บางคนออกมาพูดด้วยซ้ำว่า ไม่มีทางที่จะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ เพราะฉะนั้นเป็นแนวคิดที่อยากจะนำกลับมาอธิบาย และอย่านำตรรกะนี้มาใช้กับประชาชน

ส่วนกรณีที่กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบนายพิธา ทั้งเรื่องการถือหุ้นสื่อ และ ม.112 จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรายินดีเข้าไปพูดคุย ทั้งในกรรมการที่ตั้งขึ้นมาและในที่ประชุมใหญ่ ตนเข้าใจว่า มีข้อเท็จจริงบางส่วน ที่ สว. เข้าใจคลาดเคลื่อน หาก สว. ได้รับข้อมูลครบถ้วน เชื่อว่าจะเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม คำให้สัมภาษณ์ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 ของพรรคก้าวไกล ยังมีฝ่ายที่เห็นต่าง เนื่องจากคะแนนสียงจากการเลือกตั้ง2566 มีประชาชนเลือกลงคะแนนให้กับพรรคการมืองอื่นๆ ด้วย

ดังนั้นเสียงข้างมากที่เลือกพรรคก้าวไกล ไม่ได้หมายความว่าเป็นฉันทามติของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้

ผลการเลือกตั้ง2566 จากการนับคะแนน อย่างไม่เป็นทางการของกกต. ปรากฏว่าลงคะแนนเลือก

  • พรรคก้าวไกล 14,136,838 คะแนน
  • พรรคเพื่อไทย 10,795,470 คะแนน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 4,671,202 คะแนน 
  • พรรคภูมิใจไทย 1,120,406 คะแนน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 905,546 คะแนน
  • พรรคประชาชาติ 571,138 คะแนน
  • พรรคพลังประชารัฐ 528,387 คะแนน
  • พรรคเสรีรวมไทย 344,979 คะแนน,
  • พรรคไทยสร้างไทย 339,960 คะแนน 
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 269,279 คะแนน
  • พรรคใหม่ 245,161 คะแนน
  • พรรคชาติพัฒนากล้า 207,743 คะแนน
  • พรรคท้องที่ไทย 198,068 คะแนน
  • พรรคเป็นธรรม 181,323 คะแนน
  • พรรคพลังสังคมใหม่ 176,256 คะแนน

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39,293,867 คน หรือคิดเป็น 75.22% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,238,594 คน

‘มัลลิกา’ ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องเปลี่ยน ยอมรับฉันทามติของประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549157

17 พ.ค. 2566

'มัลลิกา' ลั่น 'ประชาธิปัตย์' ต้องเปลี่ยน ยอมรับฉันทามติของประชาชน

‘มัลลิกา’ ยินดีกับว่าที่ สส.ที่ไม่ถูกดิสรัปชั่น ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องเปลี่ยน เดินหน้าปฏิรูปพรรค รับคนรุ่นใหม่ ดำรงไว้หลักการต้องซื่อสัตย์สุจริต บนจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่องทะลุกระจกให้เห็นอนาคต ชี้ถ้าผิดจากนี้พร้อมโบกมือลา

ปิดฉากการเลือกตั้ง2566 แม้กกต.ยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ แต่ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคการเมืองเก่าแก่อายุ 77 ปี ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำประชาธิปัตย์

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ระหว่างที่พรรคการเมืองผู้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ1 กำลังพยายาม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสมการนี้ โดยส่วนตัวเห็นว่านี่เป็นบททดสอบของว่าที่นายกรัฐมนตรี ผู้จะบริหารประเทศจะต้องผ่านให้ได้นั้นคือทักษะการเจรจาและทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

ปชป.ต้องเปลี่ยน-ปฏิรูปพรรครัคนรุ่นใหม่

ขอให้กำลังใจนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และพรรคก้าวไกล และเป็นเรื่องของผู้นำพรรคก้าวไกลที่เขาจะได้แสดงศักยภาพนั้นให้ประชาชนได้เห็น แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์โดยส่วนตัวเห็นว่าควรให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส.25 คนที่ประชาชนเลือกมาและรอดพ้นจากสถานการณ์ยุค Disruption ครั้งนี้

“ดิฉันนับถือคนที่รอดเข้ามาเป็นผู้แทนจากเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง หรือปรากฏการณ์ Disruption ครั้งนี้เหลือเกิน วันนี้ถ้าเขาเทียบพรรคเราเป็นเหมือนฟิล์ม Kodak ในยุคที่กล้องฟิล์มนั้นโดดเด่นและแม้จะมีจุดเด่นหรือคงจุดเด่นคือความคมชัดและละเอียดไว้ แต่ยุคสมัยคนเขาก็ใช้กล้องดิจิทัลและกลัองมือถือมากที่สุดอยู่ดี ดิฉันไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจนล้มละลายไปเหมือนแบรนด์ Kodak” ดร.มัลลิกา กล่าว

ประชาธิปัตย์ต้อง Change หรือการเปลี่ยนแปลง มี Innovation นวัตกรรม มี Idealist หรือความคิดใหม่ และมี Freedom หรือเสรีภาพ ซึ่งผู้นำของแต่ละประเทศและผู้นำของโลกจะต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อเป็นหลักที่สมเด็จธงชัยเคยให้ไว้แต่ในทางปฏิบัติคนยึดหลักนี้ไม่ได้ทำแล้วคนที่ทำก็ไม่ได้ยึดหลักนี้ เพราะโลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีกติกาใหม่ๆ ระเบียบใหม่ๆมากขึ้น

เพราะฉะนั้นทางเลือกสำหรับการทำงานการเมืองของดิฉันและหลายคนนับจากนี้ต่อไปคือ 

1. เว้นวรรคทางการเมืองเพราะก็มีเรื่องอื่นที่จะต้องไปทำ หรือ 

2. เดินหน้ากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์โดยระดมพลปฏิรูปพรรคเคียงข้างประชาชน 

และถ้าจะเลือกทางเลือกที่2 ก็ต้องเริ่มใหม่หารือคนรุ่นใหม่ที่ยังสนใจทำงานการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์ใครคิดคนนั้นลงมือทำและแบ่งหมวดการทำงาน 3 ขาในรูปแบบบุคลากรไม่ต้องทับซ้อนกันคือ

ทำงาน 3 ขาไม่ทับซ้อนกัน

  1. ที่ยืนในสภาให้เสรีภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำงานในสภานิติบัญญัติได้อย่างเต็มที่ 
  2. ที่ยืนในรัฐบาล(ถ้ามี)ให้อำนาจการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารในรัฐบาลอย่างเต็มที่ 
  3. ที่ยืนในพรรค ให้บุคลากรมีอำนาจและเสรีภาพในการบริหารจัดการและตัดสินใจเพื่อสร้างศรัทธาความนิยมและผลักดันนโยบายอย่างเต็มที่

เราต้องพร้อมหันส่องทะลุกระจกให้เห็นอนาคตให้ได้ และขณะนี้ในส่วนที่สำคัญที่สุดคือข้อ3. ซึ่งจะเป็นฝ่ายที่ทำงานหนักอย่างมากในสถานการณ์หลังจากนี้เพราะจะต้องสร้างความนิยมความศรัทธาให้เข้ากับยุคสมัยและไปกับคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่มได้อย่างมีศิลปะทันโลกและไม่อคติ ไม่นำอัตตามาเป็นตัวตั้งลดความยึดมั่นถือมั่นเพื่อสร้างความร่วมมือและสามัคคีและจะต้องเป็นการทำงานเป็นทีมแบ่งงานแบ่งหน้าที่กันทำอย่างบูรณาการที่สุดและนี่จะเป็นทางเลือกและเป็นทางรอดของพรรคประชาธิปัตย์

“ทั้งนี้จะดำรงไว้ซึ่งหลักการแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนเป็นใหญ่และดำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งถ้าไม่ใช่ทิศทางนี้ดิฉันก็จะไม่เอาด้วยแต่ถ้าจะเดินหน้าปฏิรูปและยอมรับสิ่งที่ประชาชนให้ฉันทามติมาก็จะต้องร่วมมือร่วมใจกันใครเห็นด้วยเราจะแลกเปลี่ยนกัน” ดร.มัลลิกา ประกาศจุดยืน