‘พงศ์ศรัณย์’ ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548349

06 พ.ค. 2566

'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ

‘พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ’ ผู้สมัคร สส.เขต 2ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย แจงข้อเท็จจริง ปมโดนเทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา แจ้งความดำเนินคดีรุกที่สาธารณะ ชี้ เป็นการแจ้งความเท็จ

นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส. เขต 2 ฉะเชิงเทรา  พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้รับความเสียหาย กระทบต่อความเชื่อมั่นในช่วงการเลือกตั้งที่จะมาถึง หลังจากโดน นายคมสันต์ ชูชื่น รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา รับมอบอำนาจจากนายกิตติ เก่งการพานิช นายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา เข้าแจ้งความที่ สภ.ฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา ว่า นายพงศ์ศรัณย์ “บุกรุกที่ดินสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตนนั้น”


นายพงศ์ศรัณย์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ‘คมชัดลึก’ ว่า ขอชี้แจงกรณี “ผมถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่สาธารณะ เป็นการแจ้งความเท็จ”เนื่องจาก “ที่ดินแปลงนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นข้อยุติว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์” พร้อมกับขอชี้แจงเป็นประเด็น ดังนี้

1) กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีการพิพาทกันเมื่อปี 2562 ระหว่าง เทศบาลตำบลดอนเกาะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กับ เจ้าของที่ดิน โดยมีนายพงศ์ศรัณย์ฯ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม แต่การหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาแจ้งความดำเนินคดีในช่วงเวลานี้ ปี 2566 เป็นลักษณะ “จงใจให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง”

2) การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 9007 9008 9009 เป็นการได้มาโดยสุจริตจากการซื้อขายและเสียค่าตอบแทน จากนายสุจิตร หวังงาม และผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 โดยปรากฏรายละเอียดตามโฉนดที่ดิน “ที่ออกโดยถูกต้องตามกฎหมายของทางราชการ”

3) กรมที่ดิน โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีหนังสือตอบกลับอำเภอบางน้ำเปรี้ยวแล้ว ตามหนังสือจังหวัดฉะเชิงเทราที่ ฉช 0020(4)/10089 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ชี้แจงในกรณีดังกล่าวแล้ว ว่า

  • ตำแหน่งที่เทศบาลอ้างว่าเป็นบึงขุนรักษ์ที่พิพาทอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ ของโฉนดที่ดินเลขที่9007 9008 9009 ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันมีชื่อ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสกณ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
  • กรมที่ดินตรวจสอบทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์อำเภอบางน้ำเปรี้ยวแล้ว “ไม่ปรากฎว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวอยู่ในทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์แต่อย่างใด”
  • ซึ่งโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ได้จดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมแยกมาจากโฉนดที่ดินเดิม เลขที่2589 ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2528 
  • ปัจจุบันมีชื่อ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งได้มาโดยการซื้อขายจากนายสุจิตร หวังงาม และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 (ซึ่งมีการซื้อต่อกันมาหลายทอดแล้ว)
  • โฉนดฉบับดังกล่าวถูกออกโดยชอบด้วยกฎหมาย สุจริต ซึ่งโฉนดออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 (สมัยรัชกาลที่ 5 โดยบริษัท ขุด คลอง แล คูนา สยาม เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ร.ศ. 122) เดิมโฉนดที่ดินเลขที่ 2589 หน้าสำรวจ 89 ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ประมาณ 229 ไร่ ซึ่งมีที่มาโดยการโอนการเช่าซื้อมาจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2553 ซึ่งตามรูปในโฉนดที่ดินเมื่อครั้งออกโฉนดที่ดินและจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ไม่ได้ระบุว่ามีคลองขุนรักษ์ตัดผ่านแต่อย่างใด (เจ้าของเดิมมีการรังวัดแล้ว ปรากฏว่าอำเภอ และ อปท. ก็ไม่ได้คัดค้านว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์)
  • อีกทั้งในระวางศูนย์กำเนิด หมายเลข 4 น 6 ฎ มาตราส่วน 1 : 4000 และระวางแผนที่ ยู ที เอ็ม หมายเลข 5236 IV 1840 มาตราส่วน 1 : 5000 “ก็ไม่ได้ระบุว่ามีคลองขุนรักษ์ตัดผ่านเช่นเดียวกัน”

4. การแจ้งความโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นข้อยุติว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะ ซึ่งการเป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่นั้น ต้องมีข้อยุติชัดแจ้งแล้วจากคณะกรรมการฯ หรือ คำพิพากษาของศาลว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ดังนั้น “ถือเป็นการกระทำโดยมีเจตนาแจ้งความอันเป็นเท็จ”

5. ดังนั้น จากข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวข้างต้น เป็นข้อพิพาทกันตั้งแต่ปี 2562 ระหว่างเทศบาลตำบลดอนเกาะกา และ เจ้าของที่ดิน ซึ่งมีนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย แต่การหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาแจ้งความดำเนินคดีในช่วงเวลานี้ ปี 2566 และมีการเผยแพร่ข่าวสารการกระทำดังกล่าวของผู้กล่าวหา “เป็นการกระทำโดยมีเจตนาให้งดเว้นการลงคะแนนและเป็นการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการกระทำการใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร

ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ซึ่งทางผมจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองต่อไป” 

พร้อมกันนี้ นายพงศ์ศรัณย์ ได้โพสต์หลักฐานและข้อความชี้แจงผ่าน เฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า ‘จั๋ง พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ’ (คลิก อ่านรายละเอียด)

'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ
'พงศ์ศรัณย์' ผู้สมัครสส.แปดริ้วเพื่อไทย โต้ปมโดนแจ้งความบุกรุกที่สาธารณะ

จับตา ‘อภิสิทธิ์’ ควง ‘องอาจ-มาดามเดียร์’ ปราศรัยใหญ่เย็นนี้ ลุยปักธงกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548332

06 พ.ค. 2566

จับตา 'อภิสิทธิ์' ควง 'องอาจ-มาดามเดียร์' ปราศรัยใหญ่เย็นนี้ ลุยปักธงกทม.

เลือกตั้ง66 : พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ องอาจ คล้ามไพบูลย์ และมาดามเดียร์ นำปราศรัยใหญ่ในกทม. ณ อุทยานเบญจสิริ เย็นวันนี้

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่ แม้ว่าหลายผลสำรวจจากโพลสำนักต่างๆ ประเมินเก้าอี้สส.ของปชป.รอบนี้อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าที่พรรควางไว้ โดยเฉพาะพื้นที่กทม. 

ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยโปรแกรมการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กทม. วันเสาร์ที่ 6 พ.ค. 2566 ที่อุทยานเบญจสิริ (ข้างห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม) ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

โดยการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ เป็นความพยามในการปักธงสส.กทม. ของพรรคพรรคประชาธิปัตย์เขต 4 กทม. เพื่อช่วยโกยคะแนนเสียงให้นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัครสส.เขตคลองเตย-วัฒนา ซึ่งเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.อัศวัน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่ากทม.

การปราศรัยครั้งนี้ เป็นที่จับตาเพราะนำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม. นางวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมเมือง กทม.

จับตา 'อภิสิทธิ์' ควง 'องอาจ-มาดามเดียร์' ปราศรัยใหญ่เย็นนี้ ลุยปักธงกทม.

รวมทั้งทีมสก.ในพื้นที่ของพรรค อย่างนายสุชัย พงษ์เพียรชอบ สก.เขตคลองเตย นายประสิทธิ์ รักสลาม อดีต สก.เขตวัฒนา  ร่วมเวทีปราศรัยครั้งนี้ด้วย

‘ประยุทธ์’ เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548315

05 พ.ค. 2566

‘ประยุทธ์’ เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต

‘ประยุทธ์’ ปราศรัย เปรียบ รทสช. เหมือนสะพานพระราม8 ให้ทุกคนเดินข้ามไปข้างหน้า อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต ลั่น 14 พ.ค. วันตัดสินชะตาประเทศ ช้างป่วยจะกลายเป็นช้างศึก เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์ มั่นใจพื้นที่ กทม.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการปราศรัย โดยขอบคุณชาว กทม. ทั้ง 33 เขต วันนี้ตนได้นำผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ มาพูดคุยกับประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และเป็นกำลังใจที่จะให้ตนทำงานต่อไป

ทั้งนี้ มั่นใจว่าตัวแทนจากพรรคจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.กทม. และจะพยายามทำให้ได้มากที่สุด ขอให้ช่วยกันบอกปากต่อปาก

เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายในการหาเสียงพรรคจะมีการปรับกลยุทธ์อะไรหรือไม่ เพราะกระแสพรรคก้าวไกลมาแรง พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวเขาก็คงมีการคุยกัน ส่วนโพลก็เป็นเรื่องของโพล”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22

ในวันเดียวกันนั้น ที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 วันนี้มีการจัดกิจกรรมปราศรัย ของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยถือแคมเปญ วันที่ 5 พ.ค. รวมพลคนเบอร์ 5 ของพรรค ปราศรัยนำเสนอนโยบายต่างๆของพรรค อาทิ ประเด็นการศึกษากับชุมชน นโยบายดูแลทั่วถึงและเท่าเทียม นโยบายหาเงินได้ ใช้เงินเป็น นำโดยแกนนำคนสำคัญของพรรค

ทั้งนี้ เมื่อ 18.40 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ขึ้นเวทีปราศรัย ขอให้คน กทม. ช่วยกันเลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 33 เขต เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่ทำมาแล้วทำอยู่ ทำต่อ และจะทำใหม่อีกด้วย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปต่ออย่างมั่นคง สิ่งที่ตนได้ทำไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาหลายปี จึงขอให้ทุกคนช่วยกันตัดสินใจด้วยหัวใจ หัวใจแห่งความรักชาติบ้านเมือง 

พร้อมย้ำว่าตนไม่เคยเกลียดใครไม่เคยทะเลาะกับใคร เพราะหลายคนที่มาในวันนี้มีหลายช่วงวัย ตนพร้อมที่จะเป็นทั้งน้องตู่ ลูกตู่ พี่ตู่ ลุงตู่ หรือปู่ตู่ ดังนั้นจะเรียกอะไรก็ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าตนมุ่งมั่นแต่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง อย่าลืมว่าในช่วงรัฐบาล 4 ปีที่ผ่านมา เจอกับสถานการณ์โควิด ถึง 3 ปี แต่หลายอย่างก็ดีขึ้น แม้จะไม่สามารถพลิกจากฝ่ามือเป็นหลังมือได้ภายในวันเดียว เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เพื่ออนาคตของทุกคน

วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติจึงได้รวมทีมคนรักชาติรักแผ่นดินมาอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ และขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ เพราะหลายอย่างเราต้องกล้าเดินหน้าที่จะเผชิญไปด้วยกัน

‘ประยุทธ์’ เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเปรียบพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นเหมือนสะพานพระราม 8 ที่ก่อสร้างและให้ประชาชนใช้มายาวนาน ตั้งแต่ปี2542 ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นแบบสะพานพระราม8 เป็นสะพานให้คนไทยทุกคนเดินไปข้างหน้า ก้าวข้ามความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำให้ได้ ถ้าทุกคนร่วมมือกับตน รับรองว่าสามารถทำได้แน่ โดยเฉพาะการหาเงินเข้าประเทศ

วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะเป็นการตัดสินใจชะตาของประเทศ ห้ามใครนอนหลับทับสิทธ์ ขอให้ช่วยกันปลุกคนข้างบ้านไปเลือกตั้งด้วย วันนั้นช้างป่วยจะกลายเป็นช้างศึก

‘ประยุทธ์’ เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต
‘ประยุทธ์’ เมิน ผลโพลก้าวไกลฟีเวอร์อ้อนคน กทม. เทคะแนนให้ทั้ง 33 เขต

“มีคนเรียกเราว่าช้างป่วย เราต้องทำให้เป็นช้างศึกให้ได้ จากแรงสนับสนุนของเราทุกคน ใครที่พูดไม่จริงอย่าไปฟัง อย่าไปเชื่อ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

‘ชาวคลองเตย’ ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ลั่นเลือกตั้ง66 ต้องการ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548318

05 พ.ค. 2566

'ชาวคลองเตย' ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ลั่นเลือกตั้ง66 ต้องการ 'เพื่อไทย'

‘สมศักดิ์’ ปิ้งหมูโชว์ ขอเลือกตั้งหมูๆ ‘เพื่อไทย’ เข้ามาแก้ปัญหาให้ผู้ค้าตลาดคลองเตยได้แน่สมัย ‘ทักษิณ’ มีผลงานให้เห็น

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา กทม. พรรคเพื่อไทย เบอร์ 11 นายนิกร ซัจเดว ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดชุมชนคลองเตย กทม. เพื่อพบปะกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย ระหว่างเดินสุดชิวช่วยปิ้งหมูย่าง ก่อนที่จะชิมแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “วันนี้กินหมูแล้ว การเลือกตั้ง ก็ขอให้หมูตามไปด้วย

สมศักดิ์ เทพสุทิน หาเสียงย่านคลองเตยสมศักดิ์ เทพสุทิน หาเสียงย่านคลองเตย

โดยมีการนำเสนอนโยบายและรับฟังปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลโดยตรง เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการขายพืชผักอาหารต่างๆ

ส่วนใหญ่สะท้อนอยากให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับมาแก้ปัญหา เพราะปัจจุบันขายของไม่ดี อยากขอให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งชาวคลองเตยพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว 


นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจดีขณะนี้ทุกคนเจอปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนออกมาซื้อของน้อยลง พรรคเพื่อไทยได้คิดนโยบายมาช่วยแก้ปัญหานี้แล้ว ด้วยการเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท เพื่อให้เกิดกำลังการจับจ่ายซื้อของ รวมถึงมีนโยบายทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นด้วย ขอให้เชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้ เพราะมีตัวอย่างสมัยรัฐบาล อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เคยทำให้มาแล้ว ดังนั้นขอโอกาสเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 และผู้สมัคร เบอร์ 11 เข้าไปขับเคลื่อนทุกนโยบาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเข้าใจบ้านเมืองแล้ว จึงเอาเรื่องเศรษฐกิจนำหน้า ส่วนเรื่องอื่นก็ให้ปรับเปลี่ยนตามบริบทของสังคม ซึ่งจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

สมศักดิ์ เทพสุทิน หาเสียงย่านคลองเตยสมศักดิ์ เทพสุทิน หาเสียงย่านคลองเตย

ขณะที่ นายนวธันย์ กล่าวว่า ขอให้ชาวคลองเตยช่วยเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เพราะตนเข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รับฟังเสียงสะท้อนตลอดว่า 8 ปีที่ผ่านมา ชีวิตแย่ลง จึงต้องการเกิดความเปลี่ยนแปลงแล้ว จึงขอเน้นย้ำเรื่องบัตรลงคะแนนสีม่วงแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่จะมีแต่หมายเลขเท่านั้น โดยไม่มีชื่อและโลโก้พรรค จึงขอให้พี่น้องประชาชน จำเบอร์ของตนให้แม่นคือ เบอร์ 11 และพรรคเพื่อไทย บัตรสีเขียว เบอร์ 29

เนชั่นโพลรอบสอง เลือกตั้ง66 คะแนนสูสี โอกาสพลิก 65 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548316

05 พ.ค. 2566

เนชั่นโพลรอบสอง เลือกตั้ง66 คะแนนสูสี โอกาสพลิก 65 เขต

เจาะผลโพลเนชั่นรอบสอง เลือกตั้ง66 คะแนนสูสีมีถึง 65 เขต ส่อพลิกผัน แชมป์เก่า-บ้านใหญ่ ส่อสอบตกในหลายพื้นที่

ผลสำรวจของเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 พบว่า ในการเลือกตั้ง66 มีเขตเลือกตั้งที่สู้กันดุเดือดและมีโอกาสพลิกผันสูงถึง 65 เขต โดยแชมป์เก่า-บ้านใหญ่ในหลายจังหวัดอาจจะสอบตก อาทิ ปราจีนบุรี ที่อาจถูกพรรคก้าวไกลเจาะได้ 2 เขต เชียงราย เขต 1 พรรคเพื่อไทยอาจเสียเก้าอี้ให้กับก้าวไกล

ด้าน เขต 5 อ.เทิง รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ อดีต สส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสจะแพ้ให้กับ เทอดชาติ ชัยพงษ์ พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเพื่อไทย และกระแสไม่เอาพรรคกัญชา

ยกตัวอย่าง เช่น ปราจีนบุรี เขต 2 อ.ศรีมหาโพธิ์ ชยุต กุมมะกาญจนะ อดีต สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสแพ้ วุฒิพงศ์ ทองเหลา พรรคก้าวไกล เนื่องจากเขตเลือกตั้งนี้อยู่ในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม 304 ซึ่งกระแสก้าวไกลกำลังมาแรง

เขต 3 อ.กบินทร์บุรี สฤษดิ์ บุตรเนียร อดีต สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสแพ้ สุนทร คมคาย พรรคก้าวไกล เนื่องจากเขตนี้อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม อย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งกระแสก้าวไกล มาแรงเช่นเดียวกัน

สมุทรสาคร เขต 1 อ.เมือง เขตนี้เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ชนะเลือกตั้ง ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม พรรคก้าวไกล สูสีกับ อุดม กันม่วง พรรคเพื่อไทย สำหรับเขต อ.บ้านแพ้ว จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ อดีต สส.สมุทรสาคร พรรคพลังประชารัฐ อาจพ่ายให้ ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย พรรคก้าวไกล เพราะกระแสพิธา (พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯ) ที่กำลังพุ่ง

สมุทรปราการ เขต 3 อ.เมือง ภริม พูลเจริญ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ แชมป์เก่าอาจพ่าย ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ส่วนเขต 7 อ.พระสมุทรเจดีย์ ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรครวมไทยสร้างชาติ แชมป์เก่าสูสีกับประชา ประสพดี อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย

เนชั่นโพลรอบสอง เลือกตั้ง66 คะแนนสูสี โอกาสพลิก 65 เขต

ราชบุรี เขต 1 อ.เมือง กุลวลี นพอมรบดี อดีต สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ อาจพ่ายให้กับ นพพล ภู่แย้ม พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเพื่อไทยบวกกระแสเบื่อ 2 ลุง ด้าน เขต 3 อ.จอมบึง อ.โพธาราม จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ อดีตรองนายก อบจ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ สูสีกับ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชาย เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์ เขตนี้วัดกันที่พลังฐานหัวคะแนนจัดตั้ง

ขณะที่ เขต 4 อ.บ้านโป่ง อัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ อดีต สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ แชมป์เก่า อาจพ่าย ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร อดีต สส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย เพราะเขตนี้กระแสไม่เอาลุงตู่มาแรงเช่นเดียวกับเขต 1

นครสวรรค์ เขต 1 อ.เมือง ภัทราวดี นิโรจน์ พรรคภูมิใจไทย ลูกสาว ภิญโญ นิโรจน์ อดีต สส.นครสวรรค์ มีโอกาสแพ้ กวี อัศวรัตน์ พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเบื่อขั้วรัฐบาลเดิม ส่วนเขต 2 อ.เมือง วีระกร คำประกอบ อดีต สส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย อาจแพ้ ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย จากพรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเบื่อขั้วรัฐบาลเดิมเช่นเดียวกัน

กำแพงเพชร เขต 2 อ.พรานกระต่าย เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ อดีต สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ อาจแพ้ เรวัตร์ อินทพงษ์ พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสไม่เอา 2 ลุง สำหรับเขต 4 ปริญญา ฤกษ์หร่าย อดีต สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ สูสี ธานันท์ หล่าวเจริญ พรรคเพื่อไทย จากกระแสไม่เอาลุงเช่นกัน

เชียงราย เขต 1 อ.เมือง ธนรัช จงสุทธานามณี พรรคเพื่อไทย ลูกชาย รัตนา จงสุทธานามณี จะแพ้ ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ พรรคก้าวไกล  เนื่องจากสมัยที่แล้วพรรคอนาคตใหม่ได้รับชัยชนะ ขณะเดียวกัน ชิตวันยังเป็น ผอ.สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ที่มี ยงยุทธ ติยะไพรัช ให้การสนับสนุน

ด้าน เขต 5 อ.เทิง รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ อดีต สส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสจะแพ้ให้กับ เทอดชาติ ชัยพงษ์ พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเพื่อไทย และกระแสไม่เอาพรรคกัญชา

บุรีรัมย์ เขต 4 : อ.สตึก รังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อาจพ่าย สุรศักดิ์ นาคดี พรรคเพื่อไทย เพราะกระแสเสื้อแดง และไม่เอากัญชาเสรี สำหรับเขต 10 อ.ประโคนชัย จักรกฤษณ์ ทองศรี อดีต สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อาจพ่าย จำรัส เวียงสงค์ จากพรรคเพื่อไทย เพราะกระแสไม่เอากัญชาเสรีเช่นเดียวกัน

นครพนม เขต 2 อ.เมือง มนพร เจริญศรี อดีต สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย สูสีกับ “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย โดยเจ้าตัวชูกลยุทธ์ให้เลือกคนไว้ใช้ ไม่ต้องเลือกพรรคก็ได้ ขณะที่ เขต 4 ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ พรรคเพื่อไทย อาจจะแพ้ ชูกัน กุลวงษา อดีต สส.นครพนม จากภูมิใจไทยเช่นกัน

สำหรับ 65 เขตเลือกตั้งที่แข่งกันดุเดือด ตัวเต็งมีโอกาสสอบตก และคู่แข่งมีโอกาสพลิกมาชนะ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี เขต 4 มี 3 พรรคที่โอกาสสอดแทรก เขต 5 มี 2 พรรคที่โอกาสเบียดชนะ เขต 7 มี 3 พรรคที่โอกาสชนะ ตรัง เขต 3 และเขต 4 มี 3 พรรคที่มีโอกาส สงขลา เขต 4 และเขต 9 มี 2 พรรคมีโอกาสเบียด นราธิวาส เขต 2 มีโอกาสที่อีก 2 พรรคจะเบียดได้ นครศรีธรรมราช เขต 10 ยังไม่แน่นอนและคู่แข่งจ้องเสียบอีก 2 พรรค ชุมพร เขต 1 ไม่ง่ายเหมือนคิด เพราะ 2 พรรคก็ไม่ยอม

กำแพงเพชร เขต 3 อีก 2 พรรครอเสียบ พิจิตร เขต 1 มี 3 พรรคมีโอกาสสอด และเขต 3 มี 2 พรรคที่มีโอกาส เชียงราย เขต 1 อาจเสียท่าให้กับอีก 2 พรรค นครสวรรค์ เขต 6 มี 2 พรรครอเบียด สุโขทัย เขต 2 มี 2 พรรคมีโอกาสสอดแทรก เพชรบูรณ์ เขต 6 มี 2 พรรคได้ลุ้น พิษณุโลก เขต 4 คู่ชิง 2 พรรคได้ลุ้น

ปราจีนบุรี เขต 1 และเขต 2 มี 2 พรรคจ้องเสียบ สระแก้ว เขต 2 มี 2 พรรคได้ลุ้น ลพบุรี เขต 2, 3 และ 4 มีอีก 2 พรรคจ้องเบียดเก้าอี้ตัวเต็ง ระยอง เขต 2 ยังเหนื่อยจากคู่แข่ง 2 พรรคไม่ยอมง่ายๆ สมุทรสาคร เขต 2 และเขต 3 มี 2 พรรครอลุ้น ราชบุรี เขต 4 มี 3 พรรคโอกาสสอดแทรก

กทม. มี 2 เขต คือเขต 31 และเขต 33 ที่ตัวเต็งอาจจะสอบตกโดยเก้าอี้ไปอยู่กับอีก 2 พรรค นนทบุรี เขต 2 และเขต 4 ยังพลิกผันได้จาก 2 พรรคคู่แข่ง สมุทรปราการ ตัวเต็งเขต 2 เขต 4 และเขต 8 มี 2 พรรคคู่แข่งมีโอกาสได้ลุ้นเก้าอี้

นครราชสีมา เขต 1 และเขต 10 ที่คู่แข่งจาก 2 พรรคมีโอกาส สุรินทร์ เขต 2 ที่ 2 พรรครอลุ้น นครพนม เขต 4 ตัวเต็งอาจเพลี่ยงพล้ำให้คู่แข่งอีก 2 พรรค ร้อยเอ็ด เขต 3 มี 2 พรรครอลุ้น สกลนคร เขต 5 มี 2 พรรคได้ลุ้นเช่นกัน

บุรีรัมย์ที่ถูกคาดการณ์ว่าบ้านใหญ่จะยกจังหวัด แต่เขต 4 และเขต 5 อาจเสียท่า ศรีสะเกษ เขต 5 ต้องพยามทิ้งห่างอีก 2 พรรค ชัยภูมิ เขต 2 และเขต 4 ยังต้องพยามหนีอีก 2 พรรค อุบลราชธานี เขต 2 และเขต 7 ยังต้องหนี 2 พรรค

กาญจนบุรี เขต 3 ยังไม่ชัวร์เพราะ 2 พรรคไม่แผ่ว สุพรรณบุรีเป็นอีกจังหวัดที่คาดว่าเจ้าถิ่นจะยึดครองแต่เขต 4 ก็ไม่แน่ เพราะอีก 2 พรรคยังสู้ นครปฐม เขต 5 มี 2 พรรครอเบียด เพชรบุรี เขต 1 และเขต 3 ยังต้องดิ้นหนีจาก 2 พรรคเช่นกัน อุทัยธานี เขต 2 ยังต้องหนี 2 พรรค นครนายก เขต 1 ไม่ใช่จะนอนมา ต้องลุ้นโค้งสุดท้ายจากแรงฮึด 2 พรรคคู่แข่งด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ประกาศ ณ วันที่ 5 พ.ค. 2566 สำรวจใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 115,399 ตัวอย่าง แบ่งเป็น กทม.จำนวน 35,969 ตัวอย่าง และภูมิภาค 79,430 ตัวอย่าง

[…การสำรวจในต่างจังหวัด 367 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 24 เม.ย. – 3 พ.ค. และใน กทม. 33 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 28 เม.ย. – 3 พ.ค. มีค่าความคลาดเคลื่อน (error) ดังนี้ กทม.33 เขต = 3% เขตเมืองสำคัญต่างจังหวัด 8 เขต = 5% เขตเลือกตั้ง 359 เขต = 7% ]

อ้างอิงข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจ

‘มาดามเดียร์’ ฝาก กกต. โหมประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง สส. หวั่นคนสับสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548313

05 พ.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ฝาก กกต. โหมประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง สส. หวั่นคนสับสน

ความไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดความสับสน ‘มาดามเดียร์’ ฝาก กกต. โหมประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง สส. ระบุ ประชาธิปัตย์ ชู นโยบาย 3 ส. สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เคลื่อนประเทศ ไม่เน้นเหวี่ยงแหแจก แต่จะเน้นการสร้างคน ให้การศึกษา ทำชีวิตไม่ยั่งยืน

นับถอยหลังใกล้วันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม นี้ พรรคการเมืองต่างเร่งลุยหาเสียงสู้ศึกเลือกตั้ง2566บางพรรคต้องปรับกลยุทธ์ทิ้งทวนหวังคว้าสส.เข้าสู่สภาให้ได้มากที่สุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)

มาดามเดียร์ – วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ระบุว่า กลยุทธ์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวยืนยันเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นการหาเสียงช่วงไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำงานอย่างต่อเนื่องบนความสม่ำเสมอ

และยังเชื่อมั่นว่าประชาชนจะเลือกคนจากความตั้งใจ แม้กระแสจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม “คนไม่ได้เลือก สส. ที่จะใช้เพียงแค่กระแส หรือเข้ามาด้วยความฉาบฉวย”

ทั้งนี้ น.ส.วทันยา น้อมรับผลโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชน แต่ไม่ใช่จะเอามาตัดสินใจการทำงานของเราทั้งหมด เพราะการลงพื้นที่จริง พบประชาชนจริง ตรงนี้จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนมากกว่า

ส่วนกระแสของการรับเงินของประชาชน แต่จะไม่กาให้ผู้สมัครคนนั้นๆ น.ส.วทันยา มองว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ตอนเข้าคูหา ขอให้เลือก สส. ที่จะมาเป็นปากเป็นเสียงให้เรา

“อย่าไปเลือก สส. เพียงแค่เขาสัญญาว่าจะให้ หรือ เอาเงินมาให้ ต้องเลือกคนที่ไม่ได้เอาผลประโยชน์ และอำนาจมาเป็นที่ตั้ง ซึ่งเท่ากับไม่เคยนึกถึงประชาชนเลย”

น.ส.วทันยา ยังฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ช่วยเร่งประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง เพราะยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่อาจยังมีความสับสนอยู่ อาจจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด จนนำมาสู่การตั้งศูนย์ต้านเฟคนิวส์ แต่มองว่าคงไม่มีใครเจตนาอยากจะสร้างข่าวเท็จในการเลือกตั้ง ประชาชนสูญเสียประโยชน์ ความไม่ชัดเจนต่างหากที่ทำให้เกิดความสับสน

ทั้งนี้ จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์กับนโยบายกัญชา น.ส.วทันยา ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี อีกทั้งตนลงพื้นที่พบปัญหากัญชาเพื่อสันทนาการ ลูกหลานเข้าถึงอย่างง่ายดาย จนทำให้มีผลกระทบต่อการเรียน รวมถึงสังคมในปัจจุบันด้วย

ส่วนโค้งสุดท้ายก่อนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง น.ส.วทันยา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นย้ำถึงนโยบาย 3 สร้าง คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ที่เราเล็งเห็นถึงการใช้งบประมาณ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ไม่เน้นทำประชานิยม เพราะรู้ว่าวันนี้ประเทศแบกรับภาระมากมายแค่ไหน และการที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้นั้น ต้องไม่เน้นเหวี่ยงแหแจก แต่จะเน้นการสร้างคน ให้การศึกษา เน้นสร้างเงินให้แหล่งทุนเข้าถึงประชาชนต่อยอดอนาคตได้อย่างยั่งยืน” น.ส.วทันยา กล่าว

‘ธนกร’ วอนพลังเงียบ ฝ่าโพล เลือก ‘รทสช.เบอร์ 22’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548312

05 พ.ค. 2566

‘ธนกร’ วอนพลังเงียบ ฝ่าโพล เลือก ‘รทสช.เบอร์ 22’

‘ธนกร’ เชื่อผลโพลเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ปรับกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้าย เลือกตั้ง66วอนพลังเงียบ ฝ่าโพล เลือก รทสช.เบอร์ 22 หนุน ‘ลุงตู่’ เป็นนายกฯอีกสมัย

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุ ถึงผลสำรวจของโพลสำนักต่างๆที่ออกมาในช่วงนี้ ว่า วันนี้โพลต่างๆออกมามากมาย ทำให้พรรคการเมืองบางพรรค มีกระแสความนิยมสูง ตนเชื่อว่าผลโพลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องมีการปรับกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้าย 

วอนพลังเงียบฝ่าโพลเลือกรทสช.เบอร์ 22

แต่เชื่อในการลงพื้นที่ต่างๆของพล.อ.ประยุทธ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก เช่น ในพื้นที่ภาคใต้ที่เราขึ้นรถแห่ไป 10 บ้าน ก็มี 9 บ้านที่ออกมาเชียร์ ส่วนใหญ่เป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นไป วันนี้อยากให้พี่น้องคนไทยที่มีความรักชาติรักประเทศ แสดงพลังออกมา ช่วยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ต่อไป 

เชื่อว่าหากสถานการณ์การเมือง เป็นแบบผลโพลที่ออกมา บ้านเมืองจะไปต่อได้ยาก และถ้ามีบางพรรคการเมืองเป็นรัฐบาลก็จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะโครงสร้างในการบริหารประเทศ เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก จึงอยากขอให้พี่น้องคนไทยได้แสดงพลัง สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง เพื่อที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศไปต่อ เลือก รทสช.เบอร์ 22

โค้งสุดท้าย ปรับกลยุทธ์สู้เลือกตั้ง66

นายธนกร กล่าวว่า สิ่งต่างๆในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มีความเจริญเกิดขึ้นมากมายบ้านเมืองมีความสงบ พัฒนาในทุกด้าน ตน ไม่อยากให้สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ทำมานั้นไปต่อไม่ได้ บ้านเมืองจะกลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีต จึงอยากขอประชาชน ช่วยประเทศเดินหน้าและสนับสนุน พรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง

ถ้าเราลงพื้นที่จะรู้ว่าคะแนนดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่เข้าใจผลโพลว่ามีไอโอหรือเปล่า หรือมีอะไรอย่างที่เป็นข่าว โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่มีการสวิงอย่างผิดปกติ สิ่งที่เราลงพื้นที่เราสัมผัสได้ในความรักของพี่น้องประชาชน อยากให้คนไทยแสดงพลังฝ่าผลโพลไปให้ได้ เชื่อมั่น ในความรู้ความสามารถของพล.อ.ประยุทธ์ ความรักชาติ ความซื่อสัตย์สุจริต ของท่าน ในการที่จะพาประเทศเดินไปข้างหน้า

โดยในโค้งสุดท้ายได้คุยกับหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติว่าจะมีการปรับ ยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้ง2566 บ้าง จะมีการปราศรัยในพื้นที่ภาคใต้ และกทม.ซึ่งโค้งสุดท้ายเชื่อว่าเราก็ยังมีโอกาสอยู่

‘พปชร.’ ชูนโยบาย ‘บ้านประชารัฐ’ เพื่อคนกรุงมีบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548309

05 พ.ค. 2566

'พปชร.' ชูนโยบาย 'บ้านประชารัฐ' เพื่อคนกรุงมีบ้าน

‘พปชร.’ จัดปราศรัย สส.กทม. ชูนโยบาย ‘บ้านประรัฐ’ เพื่อคนกรุงมีบ้านไม่เกิน 500,000 บาท กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ด้านผู้สมัคร ‘เขตราชเทวี’ กราบบนเวทีขอโอกาสทำงานเพื่อชาติ ส่วน ‘สกลธี’ ขอให้เลือกนโยบายเพื่อปชช.และไม่ทำลายชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (4 พ.ค.66) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดเวทีปราศรัยย่อย โซนกรุงเทพกลางและตะวันออก นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และหัวหน้าทีมผู้สมัคร กทม. นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร กทม. พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส.กทม. 10 เขต

นางนฤมล กล่าวถึงนโยบายที่จะลดค่าครองชีพให้กับชาวกทม.และประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการแถลงนโยบายเศรษฐกิจของพรรค ซึ่งพื้นที่ กทม. เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ทำไว้ โดยเฉพาะ “โครงการบ้านมั่นคง” ต้นแบบที่คลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร เพื่อให้ประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

โดยผู้สมัครได้เสนอให้พรรคทำนโยบายให้ทุกชุมชน เพื่อที่จะได้มีบ้านเป็นของตนเอง ในโครงการ “บ้านประชารัฐ” ซึ่งการทำโครงการนี้ไม่มีการใช้งบประมาณของรัฐ เนื่องจากมีความซ้ำซ้อนของพื้นที่ เพราะบางแห่งเป็น ที่ดินราชพัสดุ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือเป็นของเอกชน ดังนั้นจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนดำเนินโครงการ ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาไม่เกิน 500,000 บาท และมีสถาบันการเงินเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเปลี่ยนเงินค่าเช่าบ้านเป็นเงินผ่อนได้บ้าน มีความมั่นมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีนโยบายการเสริมทักษะอาชีพและเพิ่มช่องทางการค้าผ่านมือถือ มีช่องทางการค้าขายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญของ พปชร. ขอฝากพี่น้องเลือก พล.อ.ประวิตร เบอร์ 37 ในบัตรสีเขียวให้เป็นนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครทุกคน

ทั้งนี้มีผู้สมัคร กทม. สลับขึ้นเวทีเพื่อปราศรัย นำเสนอนโยบายในการดูแลพื้นที่ กทม. ยกตัวอย่าง

นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 2 เบอร์ 11 กล่าวว่า ไม่เคยทิ้งพื้นที่มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลักดันนโยบาย 7 ป. เช่น

ป.ที่ 1 ประสาน ประชาชนกับหน่วยงานรัฐ เช่นการประสานไฟฟ้า เนื่องจาก มีไฟฟ้าดับ ทางเราก็ดำเนินการช่วยประสานงานให้ดำเนินการเร็วขึ้น   

ป.ที่ 2 ปลอดภัย พื้นที่ชุมชน มีจุดอับและมีความมืด ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย แก้ปัญหาช่วยติดตั้งไฟโซลาเซลล์ ที่เป็นจุดมืด จุดอับ ทำชาวบ้านรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น จึงได้ดำเนินชวนเพื่อนๆ มาร่วมช่วยกันทำ ทุกชุมชนในเขตราชเทวี มีหมดทุกเขต

ป. ที่ 3 ป้องปราม ปลอดยาเสพติด

ป.ที่ 4 ปักหมุด ผลักดันสถานที่สำคัญในเขตเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และ พร้อมผลักดันตลาดอาหารฮาลาลให้เกิดขึ้น เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดกรุงเทพฯ  

ป. ที่5 ปราดเปรียว ลงพื้นที่ตลอด3ปี ทั้งเงินและเวลาที่ใช่ไป เวลาพื้นที่จะใช้คนลงพื้นที่น้อยมาก เพื่อความคล่องตัว   

ป. ที่ 6 ลุงป้อม ถ้าไม่มีพล.อ.ประวิตร ไม่มีพลังประชารัฐในวันนี้ ขอโอกาสให้ลุงป้อม เป็นนายกรัฐมนตรี กาบัตรสีเขียว เบอร์ 37  

ป. ที่7 ป.แป๊บ ขออาสาวันนี้เติบโตขอขอบคุณพ่อแม่ ขอนำความรู้ความสามารถ ตอบแทนสังคม กราบขอบคุณประเทศชาติ ทั้ง 3 เสาหลักที่มีวันนี้ สัญญาจะนำความ ความสามารถที่มีมาช่วยบ้านเมืองประเทศชาติ บริหารอย่างซื่อสัตย์ สุจริต แก่เขต ราชเทวี ปทุมวัน สาธร ที่รัก 14 พ.ค. เข้าคูหา กาเบอร์ 11  

นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ก้มกราบบนเวทีนายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ก้มกราบบนเวที

นายพณิชย์ วิทยาภัทร์นายพณิชย์ วิทยาภัทร์

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตที่ 13 เบอร์ 8 กล่าวว่า ในชุมชนยังขาดเรื่องการส่งเสริมด้านสุขภาพ โดยเฉพาะหาพื้นที่ออกกำลังกายของคนในชุมชน เป็นเรื่องที่ควรผลักดัน ซึ่งได้มีการดำเนินการทำโครงการต้นแบบ เพราะมีพื้นที่ว่างอีกเป็นจำนวนมาก แต่เป็นของหน่วยราชการ ซึ่งตนได้ประสานหน่วยงานทำลานกีฬาแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้สุขภาพของคนในชุมชนดีขึ้น และเรื่องความปลอดภัย การติดไฟส่องสว่างมีความจำเป็น เพราะพบว่าในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ยังเป็นจุดเสี่ยงภัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งไฟส่องสว่าง จะเป็นการป้องปรามอาชญากรรมที่ได้ผล 

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ

ปิดท้ายด้วยนายสกลธี กล่าวว่า การก้าวข้ามมันก็มีเส้นแบ่งที่ก็คงไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ เช่นการไปรวมกับพรรคที่ไม่เอาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือพรรคที่ทำให้เศรษฐกิจของชาติล่มจม ด้วยการแจกหว่าน เพราะนักวิชาการก็บอกชัดว่า นโยบายเช่นนี้ จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศพังทลายอย่างแน่นอน พรรคการเมืองควรที่จะคิดนโยบายช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่นโยบายที่ไม่สร้างประโยชน์ และทำลายประเทศชาติ ด้วยการบอกว่าจะยกเลิกม.112 ตนไม่มั่นใจว่าการยกเลิกไปแล้วจะทำให้ประชาชนรวยขึ้นอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ทุกคนเลือกด้วยหัวใจ เลือกในสิ่งที่เราต้องการและเราอยากได้

นายสกลธี ภัททิยกุลนายสกลธี ภัททิยกุล

Exclusive : ‘ประชาธิปัตย์’ ปลื้มปชช.ตอบรับดี ฮึดสู้ มั่นใจ แหกทุกโพลได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548302

05 พ.ค. 2566

Exclusive : ‘ประชาธิปัตย์’ ปลื้มปชช.ตอบรับดี ฮึดสู้ มั่นใจ แหกทุกโพลได้

‘ผมอยู่ตรงนั้น ผมบอกได้เลย ว่าคนยังรักประชาธิปัตย์’ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยกศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ผลโพลรั้งท้าย แต่คะแนนมาเป็นอันดับ 2 เลือกตั้ง2566 ขอโอกาส ‘ปชป.เบอร์ 26’ ลั่นทุกคนสู้สุดชีวิต หวังแหกทุกผลโพล

“ผมอยู่ตรงนั้น ผมบอกได้เลยว่าคนยังรักประชาธิปัตย์ ไม่มีท้อ ขวัญกำลังใจดีทุกคน ทั้งหัวหน้าพรรค ท่านชวน หลีกภัย ท่านนิพนธ์ มาดามเดียร์ รวมถึงผู้สมัคร สส. ของปชป.ทุกคน” 

ดร.เอ้ ศ.ดร.สุชชัวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กรุงเทพมหานคร เปิดใจกับ “คมชัดลึก” ระหว่างที่ลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ ท่ามกลางผลโพลหลายสำนักฟันธงพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเป็นรอง และเสี่ยงจะไม่ได้สส.ในบางพื้นที่

ไม่ท้อ คนยังรักประชาธิปัตย์

ทีมประชาธิปัตย์ทุกคนผนึกกำลังกันเหนียวแน่น ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนกันหามรุ่งหามค่ำ ขึ้นเหนือล่องภาคใต้ แต่ละพื้นที่ประชาชนให้การตอบรับดีมาก

ประชาชนแห่มารอต้อนรับเมื่อรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมาปราศรัย ชาวบ้านบางคนมายืนดักรอขวางหน้ารถเพื่อขอถ่ายภาพ บ้างก็เข้ามาสวมกอด มาให้กำลังใจ เป็นภาพที่พวกเราชาวประชาธิปัตย์ตื่นตันใจมาก และมีกำลังใจที่จะลุยหาเสียงบอกเล่านโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่อาสามารับใช้พี่น้องประชาชน

“ส่วนตัวผมเมื่อผลโพลแต่ละสำนักออกมา ก็รับฟังเอาไว้ ไม่เสียกำลังใจ แต่ขยันให้มากขึ้น ซึ่งแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ก็เป็นเช่นนั้น ทั้งท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวน หลีกภัย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี มาดามเดียร์ และผู้สมัคร สส. ของเราทุกคน ขยันกันลงพื้นที่ แต่ละคนมีความสุขที่ได้พบกับประชาชน”

ประชาชนมารอพบทีมประชาธิปัตย์ประชาชนมารอพบทีมประชาธิปัตย์

ดร.เอ้ สุชัชวีร์  และนายนิพนธ์ บุญญามณี  ยิ้มร่าลุยพื้นที่พบประชาชนดร.เอ้ สุชัชวีร์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี ยิ้มร่าลุยพื้นที่พบประชาชน

ปชป.ขอเสียงหนุน-แหกทุกผลโพล

ทีมประชาธิปัตย์คิวแน่นลงพื้นที่กันทุกคน เมื่อลงพื้นที่กลับมาก็มาประชุมหารือประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน ไม่มีใครกลัวกับผลการเลือกตั้ง 2566 ที่ยังไม่เกิดขึ้น

นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงพร้อมทีมผู้สมัคร สส.นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงพร้อมทีมผู้สมัคร สส.

“ทีมประชาธิปัตย์ทุกคนสู้นะครับ ผมสู้นะ ผมเคยสู้กับกระแส และผลโพลในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ทั้งที่มีคะแนนเพียง 1% เมื่อผลเลือกตั้งผู้ว่าฯกกทม.ออกมา ประชาธิปัตย์มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 แหกทุกโพล เลือกตั้ง 2566 นี้ก็เช่นกันพรรคประชาธิปัตย์ พวกเราไม่ประมาท สู้สุดใจ สู้สุดชีวิต ประชาชนเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือกใครหรือเลือกพรรคการเมืองไหน แต่ปชป. ขอกำลังใจและขอโอกาสเลือกเบอร์ 26 ”

 อินโฟกราฟิก ดร.เอ้ สุชัชวีร์ บอกปชป.รั้งท้ายศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แต่ผลคะแนนมาเป้นอันดับ 2อินโฟกราฟิก ดร.เอ้ สุชัชวีร์ บอกปชป.รั้งท้ายศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แต่ผลคะแนนมาเป้นอันดับ 2

ภาคใต้ปชป.หวัง 35-40 เสียง

จนถึงนาทีนี้ ประเทศไทยเข้าสู่โหมดเลือกตั้งวันที่ 14พฤษภาคม นี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ตามที่ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เคยประเมินเอาไว้ ภาคใต้ปชป.หวัง 35-40 เสียงจาก 60 เสียง มีความหวังและโอกาสสูงจากการลงพื้นที่เสียงตอบรับดีมาก ทั้ง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สตูล พังงา ฯลฯ

ประชาชนมายืนขวางรถทีมประชาธิปัตย์ หวังให้กำลังใจ ถ่ายภาพคู่ ประชาชนมายืนขวางรถทีมประชาธิปัตย์ หวังให้กำลังใจ ถ่ายภาพคู่

ส่วนสนามกทม.ประชาธิปัตย์ก็มีหวัง รวมถึงสนามเลือกตั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวัน ประชาธิปัตย์มีคนลงสนามในพื้นที่มาต่อเนื่อง และเรามีผลงานเด่นชัดในช่วง 4 ปีผ่านมา

ประชาชนรอต้อนรับทีมประชาธิปัตย์ประชาชนรอต้อนรับทีมประชาธิปัตย์

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ดร.เอ้ สุชัชวีร์

…กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง

เตือนใช้สิทธิ ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ 7 พ.ค.นี้ ห้ามทำ 5 ข้อ ระวังผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548296

05 พ.ค. 2566

เตือนใช้สิทธิ 'เลือกตั้งล่วงหน้า' 7 พ.ค.นี้ ห้ามทำ 5 ข้อ ระวังผิดกฎหมาย

เตือนประชาชนใช้สิทธิ ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ 7 พ.ค.นี้ ห้ามทำ 5 ข้อ ระวังผิดกฎหมาย พร้อมห้ามจำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 6 พ.ค. เวลา 18.00 น. – 7 พ.ค. เวลา 18.00 น.

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศลต.ตร. ร่วมในภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ในด้านการรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะการดูแลความเรียบร้อยในการ “เลือกตั้งล่วงหน้า” 

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่ โฆษก ศลต.ตร. ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่จะไปใช้สิทธิ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 2566 ให้ระมัดระวังการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 5 ข้อ ดังนี้

1. นำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

2. ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองลงคะแนนแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

4. จงใจทำบัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือจงใจทำบัตรเสียให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

5.นําบัตรที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ทราบว่าตนได้เลือกหรือไม่เลือกผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษ จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

พล.ต.ท. นิธิธร กล่าวต่อว่า เชิญชวนให้ประชาชนไปใช้ “สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า” ตามวัน และเวลา ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยหลีกเลี่ยงการกระทำที่สุ่มเสี่ยง หรือมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ในวันดังกล่าว ห้ามจำหน่าย จ่าย แจก หรือจัดเลี้ยงสุรา ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ถึง 18.00 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2666

อย่างไรก็ตามหากท่านพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้งตำรวจได้ที่สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง หรือ โทร.191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ แจ้งสายด่วน กกต. 1444