ปิยบุตร อัด ตั้งรัฐบาลเสียงน้อย ถ้าอยากทำก็ลองดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548289

05 พ.ค. 2566

ปิยบุตร อัด ตั้งรัฐบาลเสียงน้อย ถ้าอยากทำก็ลองดู

ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ขึ้นปราศรัยเมืองนนทบุรี อัด วิษณุ ปมตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ลั่น ถ้าอยากทำก็ลองดู มองทำไมต้องเลือกอยู่พรรคการเมืองเดียว

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ขึ้นปราศรัยบนเวทีตลาดนกฮูก นนทบุรี  โดยกล่าวว่า พรรคก้าวไกลได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความพร้อมในการเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ไม่ใช่เพียงมีแผนงานโรดแมปในการขับเคลื่อนนโยบาย แต่ยังเป็นพรรคของมวลชนที่ไม่ต้องเกรงใจใคร เกรงใจคนเดียวคือประชาชน ถึงเวลาก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นตอได้ ทั้ง 300 นโยบายของพรรคก้าวไกลจะเปลี่ยนประเทศไทย โดยเห็นได้ว่าข้อเสนอการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต เป็นเรื่องยากๆ ทั้งนั้น เพราะต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ กระจายอำนาจปลดล็อกท้องถิ่นซึ่งเป็นการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ ลบล้างผลพวงรัฐประหาร เอานายพลคนทำรัฐประหารมาเข้าคุก ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปที่ดิน ทลายทุนผูกขาด เรื่องเหล่านี้แม้เป็นเรื่องยาก แต่ไม่ทำไม่ได้ ต้องทำวันนี้เดี๋ยวนี้

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล
“จึงจำเป็นที่พรรคก้าวไกลต้องมี ส.ส. มากเป็นอันดับหนึ่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เลือกกระทรวงสำคัญเพื่อเข้าไปบริหารเรื่องเหล่านี้ ถ้าเราไม่ได้ที่หนึ่ง เราได้ ส.ส. น้อย ไปร่วมกับคนอื่น สวัสดิการพื้นฐานอาจไม่ได้ทำ กระจายอำนาจอาจไม่ได้ทำ ดังนั้นต้องกาก้าวไกลให้ถล่มทลาย” รศ.ปิยบุตรกล่าว

รศ.ปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า เหลืออีก 10 วันก่อนหย่อนบัตร แต่ละพรรคก็มีกลยุทธ์มาแข่งขันกัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ยินวิษณุ เครืองาม รักษาการรองนายกรัฐมนตรีพูดว่า โดยทั่วไปจะไม่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ถ้าถึงเวลาจำเป็นอาจจะมีได้ และอีกสักพักจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะค่อยๆ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง

“นี่มันอะไรกัน พอใกล้หย่อนบัตรก็ส่งสัญญาณกันแล้วหรือ ตกลงว่าจะฝืนมติเสียงสวรรค์ของประชาชนไปตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เอา ส.ว. มาหนุนใช่ไหม ถ้าอยากทำก็ลองดู เดี๋ยวจะรู้ว่านรกมีจริง รอบนี้ไม่มีใครยอมแล้ว 4 ปีที่แล้วก็ทำแบบนี้ รอบนี้พอกันที เราจะไม่ให้ ส.ว. 250 คนทำงานอีกต่อไป เราจะตั้งรัฐบาลก้าวไกล รัฐบาลเสียงข้างมากถล่มทลาย” ปิยบุตรกล่าว

ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลกล่าวต่อว่า พอรักษาการรองนายกฯ พูดแบบนี้ บางพรรคการเมืองก็เกิดตระหนกขึ้นมา เอามารณรงค์ผ่านแคมเปญโหวตยุทธศาสตร์ แคมเปญคะแนนตกน้ำ ด้วยการบอกว่าถ้าพรรคฝ่ายค้านเดิมหรือพรรคที่แสดงจุดยืนต่อต้านรัฐประหาร มาแข่งกันเองมากๆ ตาอยู่จะคว้าพุงปลาไปกิน เราจะแพ้กันหมด สาธยายเต็มไปหมดเพื่อนำไปสู่บทสรุปว่าต้องโหวตยุทธศาสตร์ อย่าให้คะแนนตกน้ำ โดยโหวตพรรคเขาพรรคเดียว ผมอ่านแล้วรู้สึกคุ้นๆ 4 ปีที่แล้วก็เจอแบบนี้ สงสัยว่าเลือกตั้ง 2570 จะทำแบบนี้อีกหรือไม่ สรุปว่าต่อไปนี้ ประเทศนี้จะเป็นประชาธิปไตยได้ ต้องเลือกพรรคคุณแค่พรรคเดียวอย่างนั้นหรือ


รศ.ปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า เราต้องกลับมาทบทวนการโหวตเชิงยุทธศาสตร์ หรือเรื่องคะแนนตกน้ำ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ตอนนี้ลองดูผลสำรวจคะแนนเสียงของกลุ่มพรรคฝ่ายค้านเดิมทั้งหมด ออกมาเกิน 70% ไปแล้ว และสำหรับพรรคก้าวไกล เรามีลุ้นทุกเขต ดังนั้น อย่าไปกลัว อย่าไปเชื่อ ถ้ารักถ้าชอบก็กาให้ถล่มทลาย เลือกพรรคก้าวไกลไม่มีวันคะแนนตกน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลพุ่งขึ้นแบบนี้ ทุกคะแนนที่พี่น้องมอบให้มีคุณค่ามหาศาล เพราะเวลาที่คะแนนเบียดกันวิ่งเข้าเส้นชัย ทุกคะแนนมีความหมาย ครั้งที่แล้วพรรคอนาคตใหม่ก็แพ้ไปเพียงนิดเดียวในหลายเขต


รศ.ปิยบุตร กล่าวอีกว่า ถึงตอนนี้ ต้องลบเรื่องโหวตเชิงยุทธศาสตร์ เรื่องคะแนนตกน้ำออกไปจากสมอง อย่าให้ใครเอาโครงสร้างรัฐธรรมนูญแบบนี้มาข่มขู่เราจนไม่สามารถแสดงเจตจำนงแบบที่ต้องการได้ เพราะการเลือกตั้งคือการแสดงเจตจำนง เป็นอำนาจสูงสุดที่ติดตัวเรา 4 ปีจึงได้แสดงหนึ่งครั้ง ดังนั้น อย่ากังวลว่าต้องคิดเยอะ ยุทธศาสตร์อะไรเต็มไปหมด เลือกก้าวไกลไม่มีคะแนนตกน้ำ ยิ่งกายิ่งเติม


รศ.ปิยบุตรทิ้งท้ายว่า จังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่สำคัญ เลือกตั้ง 2562 คะแนนรวมของอดีตพรรคอนาคตใหม่ทั้งจังหวัดสูงมาก ครั้งนี้พวกเราขอการสนับสนุนให้พรรคก้าวไกล ถ้าเลือกยกจังหวัดทั้ง 8 เขต ก็มีโอกาสตั้งรัฐบาลก้าวไกล มีโอกาสทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม

Exclusive : ‘ปชป.’ เดินหน้าจัดเวทีปราศรัยใหญ่ 12 พ.ค.นี้ ที่ลานคนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548287

05 พ.ค. 2566

Exclusive : 'ปชป.' เดินหน้าจัดเวทีปราศรัยใหญ่ 12 พ.ค.นี้ ที่ลานคนเมือง

‘ประชาธิปัตย์’ ขอเสียงคนไทยเลือกเบอร์ 26 เดินหน้าจัดเวทีปราศรัยใหญ่ 12 พ.ค.นี้ ที่ลานคนเมือง ทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่หวั่นแม้โพลเป็นรอง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) ของพรรค เปิดใจกับ “คมชัดลึก” หลังผลโพลแต่ละสำนักยังเป็นรองคู่แข่งในสนามเลือกตั้งว่า เคารพในผลโพลทุกสำนักที่ออกมา เตือนให้พวกเราประชาธิปัตย์ ต้องทำงานกันมากขึ้น พบปะพี่น้องประชาชนกันมากขึ้น

“ผู้สมัคร สส. กทม. ของประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 คน พวกเรามีความหวัง ทำงานหนักกันอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรมาทำให้หวั่นไหวในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร หรือพรรคการเมืองไหน เราเคารพในสิทธิ์ของประชาชนเสมอ”

เลือกตั้ง 2566 พรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนไม่มีเสียขวัญหรือหมดกำลังใจ เมื่ออาสาประชาชนมาแล้วก็สู้ตามกติกาประชาธิปไตย ไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนทำงานตามปกติ ลงพื้นที่กันหนัก และวันที่ 12 พฤษภาคม นี้ ประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนก่อนเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม นี้

“เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ จะจัดขึ้นที่บริเวณ ลานคนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อย่าลืมเลือกผู้สมัคร สส. พรรคและปชป.เบอร์ 26 ครับ” นายองอาจ กล่าว

เปิด Top 5 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ เปรียบเทียบเนชั่นโพลรอบ 1 vs รอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548288

05 พ.ค. 2566

เปิด Top 5 'แคนดิเดตนายกฯ' เปรียบเทียบเนชั่นโพลรอบ 1 vs รอบ 2

เลือกตั้ง 66 : เทียบผลสำรวจ เนชั่นโพล ครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 ล่าสุด ‘เลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนไหน’ ดูชัดๆว่าคะแนนใครขึ้น คะแนนใครลง

คมชัดลึก เปรียบเทียบให้เห็นชัด ผลสำรวจ ‘เนชั่นโพล’ ครั้งที่ 1 เมื่อ 18 เม.ย. 66 กับ ครั้งล่าสุด ครั้งที่ 2 วันที่ 5 พ.ค. 66 ในส่วนคำถามที่ถามว่า เลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป 

ผลปรากฏว่าผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 1 ระบุว่า 

  1. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร 33.81%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.58%
  3. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 16.87%
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.13%
  5. นายเศรษฐาทวีสิน 7.45%
  6. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.70%
  7. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 2.59%
  8. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.67%
  9. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.42%
  10. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 1.22%
  11. นายกรณ์ จาติกวณิช 1.09%
  12. นายชัยเกษม นิติสิริ 0.14%
  13. นายวราวุธ ศิลปอาชา 0.09%
  14. น.ต.ศิธา ทิวารี 0.09%
  15. นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา 0.08%

ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 1 ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 1

ซึ่งเนชั่นโพลรอบแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 15 เม.ย.66 และแถลงเปิดผลวันที่ 18 เม.ย. 66 มีข้อมูลและข้อสังเกตจากการสำรวจแบบ 8 ภูมิภาค และ กทม. 33 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 7-12 เมษายน 2566  รวมทั้งหมด 39,687 ตัวอย่าง 

กรุงเทพมหานคร 35,411 ตัวอย่าง (33 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1,072 ตัวอย่าง) ภาคเหนือตอนบน 406 ตัวอย่าง ภาคเหนือตอนล่าง 417 ตัวอย่าง ภาคกลางและภาคตะวันตก 723 ตัวอย่าง ภาคตะวันออก 420 ตัวอย่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 722 ตัวอย่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 726 ตัวอย่าง ภาคใต้ 11 จังหวัด 461 ตัวอย่าง และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 401 ตัวอย่าง

ต่อมาวันที่ 5 พ.ค. มีการเปิดเผยผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 2 ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ค.66 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นต่างจากการสำรวจในรอบแรก

โดยเป็นการเปิดเผยผลสำรวจภายหลังจากตรวจสอบจำนวนตัวอย่างมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จำนวน 114,457 ตัวอย่าง แบ่งเป็น กทม.จำนวน 36,243 ตัวอย่าง และภูมิภาค 78,214 ตัวอย่าง การสำรวจในต่างจังหวัด 367 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 24 เม.ย. – 3 พ.ค. และการสำรวจใน กทม. 33 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 28 เม.ย. – 3 พ.ค. มีค่าความคลาดเคลื่อน (error) ดังนี้ กทม.33 เขต = 3% , เขตเมืองสำคัญต่างจังหวัด 8 เขต = 5% , เขตเลือกตั้ง 359 เขต = 7% 

ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ออกมาดังนี้

  1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  29.37% 
  2. แพทองธาร ชินวัตร  27.55%
  3. เศรษฐา ทวีสิน 13.28 %
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.85%
  5. ยังไม่ตัดสินใจ 5.35 %
  6. อนุทิน ชาญวีรกูล 4.05%
  7. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ 2.49%
  8. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.38 %
  9. ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 1.66 %
  10. วันมูหะมัดนอร์ มะทา 1.56 % 
  11. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.23%
  12. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.11 %
  13. วราวุธ ศิลปอาชา 0.5%
  14. กรณ์ จาติกวณิช 0.38%

ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่2ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่2

และเมื่อนำผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 มาเปรียบเทียบความต่างๆใน 5 อันดับแรกของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีดังนี้

  1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ความนิยมเพิ่มขึ้น 12.5%
  2. แพทองธาร ชินวิตร ความนิยมลดลง 6.25%
  3. เศรษฐา ทวีสิน ความนิยมเพิ่มขึ้น 5.83%
  4. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความนิยมเพิ่มขึ้น 0.72%
  5. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ ลดลง 17.23%

เปรียบเทียบ เนชั่นโพลครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2 เปรียบเทียบ เนชั่นโพลครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม

มีหลายเขตจำนวนมากในต่างจังหวัดที่คะแนนอันดับหนึ่งและสองหรือสามห่างกันไม่เกิน 7% ตามค่าความคลาดเคลื่อน (error) ในการสำรวจโพลรอบนี้

นั่นหมายความถึงช่วงโค้งสุดท้ายในอีก 11 วันที่เหลือ สามารถพลิกผันได้ทุกเมื่อในเขตเหล่านี้

วันสิ้นสุดในการสำรวจโพลจนถึงวันเลือกตั้งมีช่วงเวลามากถึง 11 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานเพียงพอที่พรรคการเมืองต่าง ๆ จะวางยุทธศาสตร์แก้เกมส์เพื่อดึงคะแนนเสียงสู่พรรคตนและเปลี่ยนผลคะแนนได้ จึงขึ้นกับว่าพรรคใดจะทำได้ดีกว่ากันในช่วงสัปดาห์สุดท้าย 

และเมื่อสังเกตจากกระแสพรรคก้าวไกลช่วงก่อนสงกรานต์และหลังสงกรานต์ยังสามารถเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือ โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์

ดังนั้น ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งจึงมีช่วงเวลายาวนานเพียงพอในการปรับกลยุทธ์งัดทีเด็ดในการหาเสียงของพรรคต่าง ๆ

‘องอาจ’ ลั่น รัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดขึ้นได้ยาก-อยู่ไม่นาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548282

05 พ.ค. 2566

'องอาจ' ลั่น รัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดขึ้นได้ยาก-อยู่ไม่นาน

‘องอาจ’ เห็นต่างแนวคิด ‘วิษณุ เครืองาม’ เผยแนวทางปฏิบัติหลังเลือกตั้ง66 ทุกพรรครวมเสียงข้างมากกว่า 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก รัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้นได้ยาก-อยู่ไม่นาน

ใกล้วันเลือกตั้ง 2566 ทุกพรรคการเมืองลุยพื้นที่หาเสียงกันคึกคัก ท่ามกลาง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กลับปลุกกระแสเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งในเรื่องนี้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ว่าความเห็นของอาจารย์วิษณุ น่าจะเป็นในทางทฤษฎีมากกว่า แต่ในทางปฏิบัติจริงหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ คงพยายามรวบรวมเสียง สส. ให้ได้เสียงข้างมาก คือมากกว่า 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ส่วนพรรคที่เหลือก็ต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร

รัฐบาลเสียงข้ามน้อยเกิดยาก-อยู่ไม่นาน

ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรพยายามจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยหวังให้ สว. ช่วยออกเสียงให้เสียงข้างน้อยได้เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลได้

แต่ก็อาจจะทำหน้าที่รัฐบาลได้ไม่นาน เพราะเมื่อมีการลงมติกฎหมายงบประมาณ หรือการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็จะแพ้โหวตในสภาทำให้ไม่สามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้

'องอาจ' ลั่น รัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดขึ้นได้ยาก-อยู่ไม่นาน

นอกจากนั้นพรรคการเมืองที่พยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยควรคำนึงถึงความชอบธรรมทางการเมือง และกระแสสังคมที่อาจไม่ยอมรับการกระทำของพรรคการเมืองที่ฝืนความรู้สึกของสังคมจนอาจก่อให้เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นมาได้

“เพราะฉะนั้นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยจึงเป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังเกิดขึ้นเร็วๆ นี้” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

'องอาจ' ลั่น รัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดขึ้นได้ยาก-อยู่ไม่นาน

พิธา นำทีมก้าวไกล ปราศรัยที่ นนทบุรี ชูนโยบาย 4 ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548279

05 พ.ค. 2566

พิธา นำทีมก้าวไกล ปราศรัยที่ นนทบุรี ชูนโยบาย 4 ค.

พิธา ร่วมเวทีปราศรัย ตลาดนกฮูก นนทบุรี ประชาชนแห่ฟังคึกคัก ชู นโยบาย 4 ค.เปลี่ยนแปลงจังหวัด ขอเลือก ก้าวไกล ให้ชนะ

เวทีหาเสียงคึกคัก ที่ตลาดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พรรคก้าวไกลจัดเวทีปราศรัย เพื่อแนะนำผู้สมัครทั้ง 8 เขต พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ โดยบรรยากาศคึกคักจากบรรดา ประชาชน ที่สนใจ รวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล มารอการปราศรัยตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น.

ประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลรอฟังการปราศรัยประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลรอฟังการปราศรัย

 ทั้งนี้ ในเวทีปราศรัยนี้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, วรรณวิภา ไม้สน, วาโย อัศวรุ่งเรือง, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, สุเทพ อู่อ้น และ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ร่วมขึ้นปราศรัยบนเวทีดังกล่าว 


เวลา 20.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาถึงบริเวณตลาดนกฮูก โดยทำการปั่นจักรยาน เข้ามาด้านหลังเวทีปราศรัย ประชาชนที่ดักรอต่างรุมล้อมให้กำลังใจ พร้อมส่งพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้นายพิธา คล้องคอ จากนั้น นายพิธา เดินเข้าไปพบกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่มารณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรี และนายพิธา ยืนยันว่า พรรคก้าวไกล ไม่สนับสนุนนโยบายกัญชาเสรี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

จากนั้น นายพิธาขึ้นเวทีปิดท้ายการปราศรัย โดยได้กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนมั่นใจกว่าโพลทุกสำนัก คือการได้เห็นประชาชนมารวมตัวกันจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่านนทบุรีแตกแล้ว เมื่อก้าวไกลทั้งแผ่นดินแบบนี้ คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทางเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล จึงขอใช้เวทีนี้ประกาศต่อประชาชนว่าพรรคก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เรามีทั้งความชัดเจนและความพร้อม กล่าวคือ ‘ชัด’ ในจุดยืน ‘มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง’ และ ‘พร้อม’ สร้างการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาการเมืองและปัญหาปากท้องไปพร้อมกัน เพราะทั้ง 2 อย่างคือเรื่องเดียวกัน

พิธา นำทีมก้าวไกล ปราศรัยที่ นนทบุรี ชูนโยบาย 4 ค.

นายพิธากล่าวต่อว่า ครั้งที่แล้วชาวนนทบุรีให้คะแนนพรรคอนาคตใหม่ถึง 160,000 คะแนน แพ้อันดับหนึ่งเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้มีคนรุ่นใหม่กว่า 500,000 คน เมื่อรวมกันแล้ว และเห็นบรรยากาศที่คนมาเยอะขนาดนี้ ก็ยังมีคนบอกว่าเลือกพรรคก้าวไกลแล้วคะแนนจะตกน้ำ จะเป็นไปได้อย่างไร ตนยืนยันว่าพรรคก้าวไกลมีความพร้อมทั้งเรื่องบุคลากรและนโยบาย หากเป็นรัฐบาล จะเปลี่ยน 8 ปีที่มืด 8 ด้าน ปิดสวิตช์ 3ป ให้สำเร็จ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สร้างการเมืองแห่งความหวัง
 

นอกจากนี้ นายพิธา ยังได้กล่าวต่อไปว่า สำหรับพี่น้องชาวนนทบุรีที่ยังลังเลใจ พรรคก้าวไกลมีนโยบาย 4ค. เพื่อการเปลี่ยนแปลงนนทบุรี ประกอบด้วย (1) คราฟต์เบียร์ นนทบุรีจะกลายเป็นเมืองหลวงของคราฟต์เบียร์ ภายใน 100 วันแรก ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล จะแก้กฎกระทรวงการคลัง ทำให้สุราก้าวหน้าเป็นจริง (2) คมนาคม แก้ไข พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ให้มีรถเมล์ไฟฟ้าทั่วทั้งนนทบุรี ราคาถูกเข้าถึงได้ 8-45 บาท (3) ค่าแรง ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ขึ้นค่าแรงทันที 450 บาทต่อวัน มีระบบปรับขึ้นอัตโนมัติ พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ และ (4) คอร์รัปชัน นนทบุรีเป็นที่ตั้งของราชการหลายหน่วยงาน ภายใน 100 วันแรก รัฐบาลก้าวไกลทำรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ใช้ระบบ AI จับโกง


“เหลืออีก 10 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เรามาไกลเกินกว่าจะแพ้แล้ว ขอสื่อสารไปถึงพรรคก้าวไกลทุกคน ถึงด้อมส้ม ถึงหัวคะแนนธรรมชาติว่าอย่าแผ่ว อย่ากระพริบตา และอย่าประมาท เราต้องเร่งและเร่งเท่านั้นเพื่อไปถึงเป้าหมายเส้นชัย ใครสาดโคลนมาเราเช็ดออก เพราะโคลนสาดโคลนไม่ช่วยอะไร ความมืดไล่ความมืดไม่ได้ ความสว่างเท่านั้นที่จะไล่ความมืดได้ เราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี และมีอนาคต” นายพิธากล่าว
.
สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล ทั้ง 8 เขต ประกอบด้วย
เขต 1 สุรพันธ์ ไวยากรณ์ เบอร์ 5
เขต 2 ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ เบอร์ 7
เขต 3 อนุสรณ์ แก้ววิเชียร์ เบอร์ 3
เขต 4 นพดล ทิพยชล เบอร์ 2
เขต 5 ปรีติ เจริญศิลป์ เบอร์ 1
เขต 6 คุณากร มั่นนทีรัย เบอร์ 1
เขต 7 เกียรติคุณ ต้นยาง เบอร์ 7
เขต 8 นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เบอร์ 3

เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 ‘พิธา’ แซง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548270

05 พ.ค. 2566

เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือกตั้ง66 : เปิดผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 พร้อมบทวิเคราะห์ แคนดิเดตนายกฯ ‘พิธา แซง อุ๊งอิ๊ง’ แต่คะแนน สส.ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยยังแกร่ง ส่วน ‘ลุงตู่’ ยื่นหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้

ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 2 “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ทำคะแนนแซง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” แต่ทว่าพรรคเพื่อไทย ยังคงนำโด่งมีโอกาสชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ มาตั้งแต่ผลสำรวจเนชั่นโพลทั้งสองรอบ ไม่มีปาฏิหาริย์ให้กับพรรคอื่นแน่ แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะมาแรงในช่วงท้ายก็ตาม

เนชั่นโพลครั้งที่ 2 ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 114,457 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 24 เม.ย. – 3 พ.ค. ในพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 367 เขต( 78,214 ตัวอย่าง) และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่  28 เม.ย. – 3 พ.ค.  (36,243 ตัวอย่าง) มีค่าความคลาดเคลื่อน 3% ใน33 เขตของกทม.  5% ในเขตเมืองสำคัญต่างจังหวัด 8 เขต  และ 7% ในเขตเลือกตั้งที่เหลืออีก 359 เขต  

(ถ่ายทอดสด เปิดเผลเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ชมสดทางเนชั่นทีวี คลิก )

ผลสำรวจของเนชั่นโพล วิเคราะห์เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2566 มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการดังนี้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก้าวขึ้นมานำแพทองธาร ชินวัตร ในตำแหน่ง แคนดิเดต (candidate) ที่คนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีทั่วประเทศ จากที่เคยตามหลังอยู่ 17% จากผลสำรวจเนชั่นนโพลรอบแรก เมื่อสองสัปดาห์ก่อน 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นอันดับหนึ่งในภาคใต้ 11 จังหวัดที่คนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี รองลงมาคือพิธาจากพรรคก้าวไกล

เลือกตั้ง66 : ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2  วันที่ 5 พ.ค. 66เลือกตั้ง66 : ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 วันที่ 5 พ.ค. 66

ขณะที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) นายวันมูฮัมหมัดนอร์มะทา พรรคประชาชาติคือคนที่ประชาชนในพื้นที่นี้อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

โดยผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ‘คนไทยอยากได้ใครเป็นนายกฯ’ ผลสำรวจมีดังนี้ 

  1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  29.37% 
  2. แพทองธาร ชินวัตร  27.55%
  3. เศรษฐา ทวีสิน 13.28 %
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.85%
  5. ยังไม่ตัดสินใจ 5.35 %
  6. อนุทิน ชาญวีรกูล 4.05%
  7. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ 2.49%
  8. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.38 %
  9. ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 1.66 %
  10. วันมูหะมัดนอร์ มะทา 1.56 % 
  11. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.23%
  12. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.11 %
  13. วราวุธ ศิลปอาชา 0.5%
  14. กรณ์ จาติกวณิช 0.38%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในสังกัดพรรคใด มีผลสำรวจดังนี้

  1. เพื่อไทย 38.48%
  2. ก้าวไกล 28.03%
  3. ยังไม่ตัดสินใจ 8.67%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 6.8 %
  5. ภูมิใจไทย 5.62%
  6. ประชาธิปัตย์ 4.3%
  7. พลังประชารัฐ 3.65%
  8. ประชาชาติ 1.45 %
  9. ไทยสร้างไทย 0.97 %
  10. เสรีรวมไทย 0.79 %
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.69%
  12. ชาติพัฒนากล้า 0.34%
  13. อื่นๆ 0.13%
  14. เพื่อชาติ 0.04%
  15. ประชาธิปไตยใหม่ 0.03%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในสังกัดพรรคใด ผลสำรวจออกมาดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 39.83%
  2. ก้าวไกล 29.18%
  3. รวมไทยสร้างชาติ 7.45%
  4. ยังไม่ตัดสินใจ 7.09%
  5. ภูมิใจไทย 4.84%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.97%
  7. พลังประชารัฐ 3.18%
  8. ประชาชาติ 1.48%
  9. ไทยสร้างไทย 0.99%
  10. เสรีรวมไทย 0.82%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.68%
  12. ชาติพัฒนากล้า 0.34%
  13. ไทยภักดี 0.07%
  14. อื่นๆ 0.05%
  15. ไทยศรีวิไลย์ 0.05%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

จำนวนเขตเลือกตั้งที่พรรคนั้น ๆ มีคะแนนนำ (ยังไม่ได้หมายถึงผู้ชนะเด็ดขาดในแต่ละเขต)

  • เพื่อไทย 248 เขต
  • ก้าวไกล 78 เขต
  • ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 18 เขต
  • ประชาธิปัตย์ 15 เขต
  • ภูมิใจไทย 12 เขต
  • ประชาชาติ 12 เขต
  • รวมไทยสร้างชาติ 7 เขต
  • พลังประชารัฐ 5 เขต
  • ชาติไทยพัฒนา 4 เขต
  • ชาติพัฒนากล้า 1 เขต

รวมทั้งหมด 400 เขต ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามค่าความคลาดเคลื่อนของการสำรวจ และมีแง่มุมที่น่าสนใจประกอบด้วย 

บทวิเคราะห์เนชั่นโพล

กรณีที่พรรคฝั่งเสรีนิยมที่เป็นตัวแปร ได้แก่

  • เพื่อไทย มีโอกาสลงมาในระดับ 229 เขต
  • ก้าวไกล มีโอกาสลงมาในระดับ 52 เขต 

(หมายถึงเขตที่สูสีกัน เพื่อไทย หรือก้าวไกลตกเป็นอันดับ 2 ในเขตเหล่านั้นทุกเขต)

พรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมที่เป็นตัวแปร หากรวมคำตอบในส่วน ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ ที่มาเป็นอันดับ 1 ของเขตนั้น ๆ ซึ่งอาจมีเพิ่มได้ถึง 23 เขต

  • ประชาธิปัตย์ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 19 ถึง 42 เขต
  • รวมไทยสร้างชาติ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 13 ถึง 36 เขต
  • ภูมิใจไทย มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 16 ถึง 39 เขต
  • พลังประชารัฐ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 6 ถึง 29 เขต

ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 4 ถึง 27 เขต แต่มีเงื่อนไขว่าพรรคนั้น ๆ ต้องช่วงชิงเขตที่ ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจมาเป็นของตนให้ได้

พรรคก้าวไกลคือ ตัวตึงการเลือกตั้งระบบเขตในครั้งนี้อย่างแท้จริง จากผลสำรวจเนชั่นโพลรอบนี้ ถือเป็นการผงาดขึ้นมาในระบบเขตของพรรคก้าวไกลในทุกภูมิภาค

พบว่าพรรคก้าวไกลสามารถเจาะเขตของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือและภาคอีสานได้หลายเขต เจาะเขตภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติได้บางเขต

การเมืองบนฐานวัฒนธรรมยังมีบทบาทนำในพื้นที่พิเศษกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพบว่าพรรคประชาชาติสามารถขยายผลในการครองเขตเลือกตั้งเกือบทุกพื้นที่

เกิดปรากฏการณ์ เสาไฟฟ้าหัก และเสาโทรเลขเสียบแทน ในภาคใต้ 11 จังหวัด พบว่า เขตที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยแซงพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมนั้น จะเป็นเขตที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมตัดกันเองจำนวนมาก โดยเฉพาะการตัดฐานเสียงกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรครวมไทยสร้างชาติ 

แนวโน้มจากผลโพลพบว่าพรรคขั้วอนุรักษ์นิยมเดิมแม้จะมีความนิยมสูงมากในพื้นที่ แต่เมื่อแข่งกันเองจึงตัดฐานเสียงกันและกัน ทำให้สัดส่วนฐานเสียงแตกกันกระเจิง พรรคก้าวไกลที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นมาจึงพลิกแซงนำในหลายเขต

แต่ถ้าหากนับรวมฐานเสียงฝั่งอนุรักษ์นิยมรวมกันทั้งหมด ยังมีมากกว่าฝั่งเสรีนิยมรวมกัน ประมาณสองเท่าตัวในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้

เกิดปรากฏการณ์บ้านใหญ่ฝั่งอนุรักษ์นิยมกุมขมับทั่วไทย ประสบภาวะล่มสลาย จะมีที่ยกจังหวัดฝ่ากระแสมาได้ เช่น พะเยา  สุพรรณบุรี เมืองหลวงพรรคการเมืองสำคัญถูกตีแตกทุกแห่ง

อาทิ บุรีรัมย์ของภูมิใจไทย เชียงใหม่ของเพื่อไทย สงขลาของประชาธิปัตย์ สุพรรณบุรีของชาติไทยพัฒนา เจ้าของพื้นที่ เริ่มสั่นคลอน ขณะที่พรรคก้าวไกล มีโอกาสชนะเลือกตั้งแบบยกจังหวัด

มีเพียงสองพรรคที่ครอบครองการนำในพื้นที่ 33 เขตในกรุงเทพมหานคร  ได้แก่ เพื่อไทยและก้าวไกล โดยพรรคเพื่อไทยมีสัดส่วนในการเป็นพรรคนำของเขต มากกว่าก้าวไกล

กลุ่มคนที่ไม่ตัดสินใจเลือก สส.ระบบเขตเลือกตั้งลดลงอย่างมากในการสำรวจโพลรอบสองเมื่อเทียบกับการเก็บข้อมูลเนชั่นโพลรอบแรก โดยลดลงเหลือ 8.62% จากเดิมราว ๆ 32 %

เป็นไปตามทฤษฎีการเลือกตั้งที่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ผู้ลงคะแนนจะยิ่งมีความชัดเจนในการตัดสินใจ แต่ในแง่ความมั่นคงในการตัดสินใจเลือก ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวันลงคะแนนจริง

ฝั่งอนุรักษ์นิยมวางยุทธศาสตร์ผิดพลาดของที่ไม่สามารถสมานสามัคคีทางยุทธศาสตร์เลือกตั้งตั้งแต่แรกเริ่ม แต่มุ่งแข่งขันกันเองจนทำให้ภาพรวมจำนวน สส.ระบบเขตได้รับผลกระทบอย่างหนัก ปรากฏชัดเจนจากการที่ภาคใต้ 11 จังหวัด คะแนนตัดกันเองระหว่างประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ  พลังประชารัฐ หลายเขต

หลายเขตเลือกตั้งในต่างจังหวัดคะแนนอันดับหนึ่งและสองหรือสามห่างกันไม่เกิน 7% ตามค่าความคลาดเคลื่อน การสำรวจโพลรอบนี้ นั่นหมายความถึงช่วงโค้งสุดท้ายในอีก 11 วันที่เหลือ สามารถพลิกผันได้ทุกเมื่อ

ข้อสังเกตจากทีมลงพื้นที่ พบว่ามีคนจำนวนมากให้ข้อมูลในระดับที่มีนัยสำคัญว่ายังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จึงรอดูก่อนว่าใครให้มากกว่า ดังนั้นปัจจัยธนกิจการเมือง (money politics) ยังปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้และอาจเป็นตัวแปรหนึ่งในการเปลี่ยนเกมชิงความได้เปรียบช่วงโค้งสุดท้าย 

ระยเวลาหลังการทำโพลจนถึงวันเลือกตั้งยาวนานเพียงพอที่พรรคการเมืองต่าง ๆ จะแก้เกมส์เพื่อดึงคะแนนเสียงสู่พรรคตนและเปลี่ยนผลคะแนนได้ จึงขึ้นกับว่าพรรคใดจะทำได้ดีกว่ากันในช่วงสัปดาห์สุดท้าย 

แนวโน้มฐานเสียงข้ามขั้วเริ่มมีบ้างแล้วจากการสำรวจโพลรอบสอง ซึ่งอาจซ้ำรอยปรากฏการณ์ ชัชชาติแลนด์สไลด์ เมื่อปีที่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ตกอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่งแต่เป็นลักษณะขั้วใหญ่แทนนั่นคือปรากฏการณ์เสรีนิยมแลนด์สไลด์


ผลสำรวจของเนชั่นโพลรอบสองสรุปได้ว่า

แนวโน้มเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมโดยสิ้นเชิง ขั้วฝ่ายเสรีนิยมก้อนใหญ่มีฐานเสียงที่เติบโตขึ้นจากเดิมในช่วงโค้งสุดท้าย  รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ฝั่งเสรีนิยมมีโอกาสรวมกันเกิน 300 เสียง

ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 2 วันที่ 5 พ.ค. 66 (กราฟฟิกโดย กรุงเทพธุรกิจ)

เช็ก เลือกตั้งล่วงหน้า ‘เลือกตั้ง 66’ กาเครื่องหมายยังไงเป็น บัตรดี บัตรเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548267

05 พ.ค. 2566

เช็ก เลือกตั้งล่วงหน้า 'เลือกตั้ง 66' กาเครื่องหมายยังไงเป็น บัตรดี บัตรเสีย

เช็กก่อน เลือกตั้งล่วงหน้า ‘เลือกตั้ง 66’ กาเครื่องหมายลงบนบัตรเลือกยังไงกลายเป็น บัตรดี บัตรเสีย ตรวจสอบให้ดีก่อนเดินเข้าคูหาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวัน “เลือกตั้ง 66” ในวันที่ 14 พ.ค. 2566  โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเดินทางไปใช้สิทธิตามเขตและจังหวัดตามสำเนาทะเบียนบ้านของตัวเองได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. 

ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. 2566 ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ที่เขตที่ลงทะเบียนไว้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. ตามหน่วยเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้

ก่อนจะเดินเข้าคูหา “เลือกตั้ง 66” เพื่อกาคนที่รัก กาพรรคที่ชอบ ลองเช็กวิธีกาบัตรเลือกตั้งยังให้ถูกต้องเป็นบัตรดีและไม่กลายเป็นบัตรเสีย

สำหรับ บัตรดี บัตรเสีย จะมีลักษณะดังนี้

บัตรดี

ผู้เลือกตั้งจะต้องทำเครื่องหมายในการลงคะแนน ต้องเป็นเครื่องหมาย “กากบาท” หรือเครื่องหมายที่มีจุดตัดตรงกลาง และต้องอยู่ในช่องทำเครื่องหมาย และต้องมีเครื่องหมายเดียวเท่านั้น 

บัตรเสีย

  • บัตรที่ไม่ได้ทำเครื่องหมายลงคะแนน
  • บัตรที่ลงคะแนนเกิน 1 เครื่องหมาย
  • บัตรที่ทำเครื่องหมายอื่นนอกจาก กากบาท เช่น เครื่องหมายขัดถูก รูปหัวใจ จุด วงกลม สามเหลียม เครื่องหมายดอกจันทร์ รูปดาว
  • บัตรที่ลงคะแนนในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร หรือบัตรที่กากบาทในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร หรือผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร
  • ทำเครื่องหมายนอกช่อง และบัตรที่มีการเขียนตัวอักษรลงไป
  • ไม่ใช่บัตรที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมอบให้

ตัวอย่างบัตรดี บัตรเสียตัวอย่างบัตรดี บัตรเสีย

สำหรับการ “เลือกตั้ง 66” ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในวันที่อาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 66 หรือ วันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 66 ประชาชนจะได้บัตร 2 บัตร คือ

บัตรเลือกตั้งสีม่วง เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ในบัตรจะระบุหมายเลขผู้สมัคร และช่องสำหรับกากบาทเท่านั้น

บัตรเลือกสส.แบบแบ่งเขตบัตรเลือกสส.แบบแบ่งเขต

บัตรเลือกตั้งสีเขียว เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายของพรรคการเมือง และมีชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง

บัตรเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อบัตรเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อ

เสื้อเกราะ อาวุธ คุ้มกัน ‘บัตรเลือกตั้ง’ ส่งทั่วไทย เลือกตั้ง66 14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548259

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

04 พ.ค. 2566

เสื้อเกราะ อาวุธ คุ้มกัน 'บัตรเลือกตั้ง' ส่งทั่วไทย เลือกตั้ง66 14 พ.ค.นี้

รถบรรทุก 19 คัน ลำเลียง “บัตรเลือกตั้ง” ส่ง 400 เขตทั่วประเทศ ตำรวจคุ้มกันเข้ม เสื้อเกราะ อาวุธ แผนรับมือเผชิญเหตุการณ์พร้อม

ภารกิจส่ง “บัตรเลือกตั้ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2566 ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลของศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) 

“พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ” ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศลต.ตร. บอกถึงความคืบหน้าภารกิจขนส่ง “บัตรเลือกตั้ง” ล่วงหน้าไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ  ระหว่างวันที่ 1 – 4 พ.ค. 2566  ว่า ขบวนรถขน “บัตรเลือกตั้ง” สส.ล่วงหน้า ได้ออกจากศูนย์ประสานงานไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 หน่วย ทั่วประเทศแล้ว เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของตำรวจตลอดเส้นทาง

เตรียมส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศเตรียมส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศ

วันนี้ (4 พ.ค. 2566) รถขน “บัตรเลือกตั้ง” ทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศ ขบวนที่ 1 และ 2 รวม 19 คัน ได้ออกจากศูนย์ฯ ที่กรุงเทพมหานครแล้ว มุ่งหน้าปลายทางยังหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีกำลังตำรวจคุ้มกันอย่างรัดกุม 


ศลต.ตร.ได้ส่งกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1–9 และตำรวจทางหลวง ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยตลอดเส้นทาง โดยรถไปรษณีย์ขน “บัตรเลือกตั้ง” ทุกคันมีตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมอาวุธ และเสื้อเกราะทำหน้าที่ดูแลคุ้มกัน มีรถตำรวจทางหลวงนำขบวน

 ตำรวจคุ้มกันขบวนนำส่งบัตรเลือกตั้ง สส. ไปยัง 400 เขตทั่วประเทศตำรวจคุ้มกันขบวนนำส่งบัตรเลือกตั้ง สส. ไปยัง 400 เขตทั่วประเทศ

ปิดท้ายขบวนโดยกำลังตำรวจท้องที่ เฝ้าระวังดูแลระหว่างจอดพัก และคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง และยังควบคุมการเดินทางโดยระบบ GPS ติดตาม แจ้งพิกัดแบบเรียลไทม์ และเตรียมพร้อมรับหากเผชิญเหตุทุกสถานการณ์

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด ‘ผู้สมัครสส.เพื่อไทย’ ฐานรุกล้ำทางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548251

04 พ.ค. 2566

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ

เทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา จังหวัดฉะเชิงเทรา แจ้งความผู้สมัครสส. เขต 2 พรรคเพื่อไทย ฐานรุกล้ำทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์ 

นายคมสันต์ ชูชื่น รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา รับมอบอำนาจจากนายกิตติ เก่งพานิช นายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะ เข้าแจ้งความที่สภ.ฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทราว่า มีผู้ทำผิดกฎหมายอาญา บุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครอง บึงขุนรักษ์ อันเป็นทางน้ำ สาธารณะของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เพราะเป็นการรักษาประโยชน์ ของชาวบ้าน การดำเนินการครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหานายทุนเข้าบุกรุกที่ดินสาธารณะ เพื่อประโยชน์ส่วนตน 

โดยข้อกล่าวหาที่เทศมนตรีตำบลดอนเกาะระบุว่า เดือน เม.ย.62 นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทย และ นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 9007 ได้ทำการถมคันดิน สองคันดินบริเวณทิศใต้ของโฉนดที่ดินดังกล่าว 

โดยรุกล้ำเข้าไปในทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์ บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน 

โดยนายพงศ์ศรัณย์ ยึดถือครอบครองทางน้ำสาธารณะบังขุนรักษ์ใน และเมื่อวันที่ 22 ก.พ.66 ยังได้ทำการตักเสริมคันดินที่รุกล้ำเข้าไปในทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ซึ่งคันดินยังกีดขวางทางน้ำบึงขุนรักษ์ ฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมาจนถึงปัจจุบัน

นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทยนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทย

ทำให้บึงขุนรักษ์ในบริเวณดังกล่าวเสื่อมสภาพซึ่งการใช้งานในทางน้ำสาธารณะนั้น ทำให้ประชาชนและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์จากทางน้ำสาธารณะดังกล่าวได้รับความเดือนร้อน 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลดอนเกาะกา ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการบำรุงรักษาและพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันได้อย่างสะดวก การกระทำของนายพงศ์ศรัณย์ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ จึงเป็นการ กระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิวรรคสอง ประกอบมาตรา 9(1) (2) และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายอาญา 

จึงขอร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายพงศ์ศรัณย์ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ
เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ

เพจลุงตู่ตูน ปลุกกองเชียร์สูงวัย เลือก ‘ประยุทธ์’ อยู่ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548248

04 พ.ค. 2566

เพจลุงตู่ตูน ปลุกกองเชียร์สูงวัย เลือก 'ประยุทธ์' อยู่ต่อ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ทำคลิป ปลุกกองเชียร์สูงวัย เชียร์ ‘ลุงตู่อยู่ต่อ’ยกเป็นนายกฯดีที่สุดเท่าที่เคยมี 

“เพจลุงตู่ตูน” สัมภาษณ์ “เอฟซีรุ่นใหญ่” ประสานเสียงสนับสนุน “นายกฯลุงตู่” อยู่ต่อนานๆ ยกเป็นนายกฯดีที่สุดเท่าที่เคยมี ระบุเป็นคนจริงใจ-เป็นกันเอง-ไม่ทุจริต-มีประสบการณ์ ที่สำคัญเป็นคนที่รักชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ชวนออกไปเชือกตั้งเยอะๆเชียร์ “ลุงตู่” อยู่ต่อ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์กลุ่มผู้สูงอายุถึงความคิดเห็นต่อ พล.อ.ประยุทธ์

โดยทุกเสียงต่างสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย เพราะประทับใจผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงบุคลิกที่เป็นคนจริงใจ และไม่ทุจริต พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งมากๆ เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.เป็นนายกรัฐมนตรี

“ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ความจริงใจ และตรงไปตรงมาของท่าน ฟังแล้วไม่ต้องแปล ชัดเจนมาก พูดอย่างไรทำอย่างนั้น มีวิสัยทัศน์ดี ฉลาดรอบรู้ มีประสบการณ์ วันนี้นายกฯตู่เป็นมาแล้ว 8 ปี ผมว่ายิ่งนานยิ่งดี อยากให้ท่านอยู่ต่อนานๆ เหมือนคนเป็นครูที่ยิ่งเก่า ยิ่งนานก็ยิ่งดี เพราะมีความรู้ มีประสบการณ์ ดูอย่างประเทศอื่นที่เจริญทั้งสิงคโปร์ หรือจีน ว่าผู้นำของเขาอยู่กันมากี่ปี อยากให้ประเทศอยู่ต่ออย่างมั่นคง เราต้องมีผู้นำที่แข็งแรง” ประชาชนที่เป็นอดีตครู ระบุ

“นายกฯลุงตู่รักประชาชน แก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆเพื่อประชาชน นายกฯคนนี้ดีที่สุดเท่าที่ผ่านมา … พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนกันเองกับประชาชนดี การทำงานก็ไม่มีทุจริตอะไร และทำผลประโยชน์ให้กับประชาชนเยอะ อย่างรถไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง และที่สำคัญยังเป็นคนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ประชาชน ระบุ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ยังระบุข้อความด้วยว่า “สูงวัย” ปลุกเลือก “ลุงตู่” นั่งนายกฯ รวมพลังปกป้องประเทศไทย ให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปด้วยความสงบ หากสงบประเทศจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง