พลังประชารัฐ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ อัดฉีดรากหญ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548246

04 พ.ค. 2566

พลังประชารัฐ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ อัดฉีดรากหญ้า

โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ อัดนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งเป้าให้ทุนเพาะปลูก 30,000 บาท 8 ล้านครัวเรือน

พลังประชารัฐ ชูนโยบาย 3 เร่งด่วนทำทันที แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง เขตเศรษฐกิจพิเศษปาล์ม น้ำมัน ยกระดับเกษตรกรไทยเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ พร้อมเสนอนโยบายสาธารณสุขครบวงจร  พาหมอไปหา เอายาไปส่งถึงบ้าน

สรุปนโยบาย โค้งสุดท้าย สู่การเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ของพลังประชารัฐ ประกอบไปด้วย การกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างแท้จริง และทันที เร่งเศรษฐกิจให้โต และ  เร่งรัดการวางพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ประเทศและคนไทย

พร้อมแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำอย่างครบวงจร ด้วยการแก้หนี้ เติมทุน เพิ่มทักษะและโอกาสให้ประชาชนคนตัวเล็กมีโอกาสทำมาหากินได้

อุตตม สาวนายน ประธานคณะจัดทำนโยบายพรรคบอกว่าในการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ระบบฐานราก โดยมุ่งเน้นให้เข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก ไปจนถึงการพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ๆ ซึ่งวันนี้ ประเทศไทยต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ 

ประเทศไทยยังมีหลายอย่างที่เป็นจุดแข็งและสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งเรื่อง BCG สุขภาพ รถยนต์ไฟฟ้า ดิจิทัล และการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น การต่อยอด EEC สิ่งเหล่านี้พรรคมีแนวนโยบายที่ชัดเจน และสามารถทำได้จริง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองบอกว่า เรื่องแรกที่จะทำคือใช้โครงสร้างกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) ดำเนินโครงการที่เคยทำไว้แล้ว โดยสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนละ 2 แสนบาท ภายใต้วงเงินงบประมาณ 16,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งของฐานราก

นโยบายปุ๋ยคนละครึ่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมตั้งกองทุนปุ๋ยประชารัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย นอกจากนั้น ยังมีนโยบายที่จะให้ทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร ครัวเรือนละ 30,000 บาท ครอบคลุม 8 ล้านครัวเรือน เพื่อแก้หนี้ และเพิ่มผลผลิตในพื้นที่



ขณะที่นโยบายด้านสาธารณสุข พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ครอบคลุม และได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง โดยเน้นการป้องกันก่อนป่วยมากกว่าการรักษา เราจะใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) เป็นฐานหลัก เป็นเหมือนโรงพยาบาลหน้าบ้าน

‘เด็กเพื่อไทย’ ปลุกกองเชียร์ ‘อย่าปันคะแนน..แม้แต่พรรคเพื่อนเราเอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548238

04 พ.ค. 2566

'เด็กเพื่อไทย' ปลุกกองเชียร์ 'อย่าปันคะแนน..แม้แต่พรรคเพื่อนเราเอง'

‘โด่ง-อรรถชัย คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย’ ยกเลือกตั้งสมุทรปราการเป็นบทเรียน ตัดแต้มกับ ‘ก้าวไกล’ ย้ำต้องเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค อย่าปันคะแนนให้ใครแม้แต่พรรคเพื่อนของเราเอง

พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยย่อยที่ตลาดกิเลน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อค่ำวานนี้ เพื่อช่วยนายมานพ คำหวาน ผู้สมัครหมายเลข 9 เขต 5 หาเสียง

'เด็กเพื่อไทย' ปลุกกองเชียร์ 'อย่าปันคะแนน..แม้แต่พรรคเพื่อนเราเอง'

โดยมีนายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือ “โด่ง” อดีตดารานักแสดงชื่อดัง นายพีรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” รวมทั้ง ดร.วิโชติ วัณโณ เป็นผู้ปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียงและคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย 

ซึ่งมีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยประมาณ 3,000 คน และมีผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมทั้ง 6 เขตมาร่วมบนเวทีด้วย

นายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือ “โด่ง” อดีตดารานักแสดงชื่อดังในฐานะคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย ปราศัยตอนหนึ่งว่า นอกจากจะมีข่าวดีเรื่องคุณอุ๊งอิ๊งคลอดบุตรชายแล้วยังมีข่าวดีเรื่อง ดร.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศจะกลับไทยช่วงปลายปีนี้

'เด็กเพื่อไทย' ปลุกกองเชียร์ 'อย่าปันคะแนน..แม้แต่พรรคเพื่อนเราเอง'

เพราะทุกคนต่างก็เป็นห่วงคนไทยที่ประสบทั้งปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติดหรือสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะแก๊สหุงต้ม น้ำมันไฟฟ้าหรือปัญหาหนี้สิน

ที่ผ่านมามีเพียงพรรคเพื่อไทยที่จะแก้ปัญหาความยากจนและยาเสพติดได้เพราะทำมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยแต่สุดท้ายมาถูกทำลายด้วยการรัฐประหาร 

“ดังนั้นเลือกตั้งคราวนี้ต้องเลือกให้เป็นอย่าปันคะแนนให้ใครแม้แต่แต้มเดียวแม้แต่พรรคเพื่อนเราเองเพราะไม่เช่นนั้นพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์จะชนะเหมือนเมื่อปี 2562”

'เด็กเพื่อไทย' ปลุกกองเชียร์ 'อย่าปันคะแนน..แม้แต่พรรคเพื่อนเราเอง'

นายอรรถชัย ได้ยกตัวอย่างการเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการที่พรรคเพื่อไทยกับอนาคตใหม่ตัดคะแนนกันเองทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะยกจังหวัดทั้งที่เป็นฐานเสียงของคนเสื้อแดง 

หากครั้งนี้เป็นเช่นนั้นอีกก็จะทำให้นโยบายดีๆหายวับไปกับตา ดังนั้นหากพี่น้องชาวนครปฐมอยากมีชีวิตที่ดีเหมือนสมัยรัฐบาลทักษิณหรือนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ต้องเข้าคูหากาเพื่อไทยเบอร์ 29 และต้องเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 6 คนเพื่อไปยกมือสนับสนุนคุณอุ๊งอิ๊งเป็นนายกรัฐมนตรี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัคร สส.นครปฐม พรรคเพื่อไทยทั้ง 6 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายสมชาย มณีรัตน์ เบอร์ 5 เขต 2 น.ส.ธนัญญา พันธุ์การรุ่ง เบอร์ 5 เขต 3 นายทรงพล ชูศิลป์กุล เบอร์ 8 เขต 4 นายวินัย วิจิตรโสภณ เบอร์ 10 เขต 5 นายมานพ คำหวาน เบอร์ 9 และเขต 6 นายธีรพงษ์ เย็นใจ เบอร์ 9

ประชาธิปัตย์ บุกเมืองนราธิวาส ชวนเลือกคนดีเข้าสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548233

04 พ.ค. 2566

ประชาธิปัตย์ บุกเมืองนราธิวาส ชวนเลือกคนดีเข้าสภา

พรรคประชาธิปัตย์ยกทัพบุกนราธิวาส ดัน เมธี-วสันต์ โค่นแชมป์เก่า ทวงคืนการพัฒนาภาคใต้ ขายนโยบายพัฒนาเด็กแรกเกิด

นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ขึ้นรถแห่รอบเทศบาลเมืองนราธิวาส ช่วยหาเสียงให้กับนายวสันต์ ดือเร๊ะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส เขต 1 เบอร์ 6



จากนั้นจึงไปสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ อ.สุไหงโก-ลก พร้อมกับนายเมธี อรุณ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส เขต 2 เบอร์ 1 เดินตลาดเก็นติ้ง ขึ้นรถแห่ขอคะแนนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปราศรัยที่หน้าสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส

นายชวน กล่าวว่า ในช่วงรัฐบาลทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนใต้ไม่ได้รับโครงการพัฒนาพื้นที่เท่าที่ควร และในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำหนังสือของทวงคืนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ภาคใต้ไปหลายฉบับ เพื่อขอให้เร่งปรับปรุงถนนสายใต้ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกเวลาที่เกิดน้ำท่วมเส้นทางหลัก แต่จนยุบสภาก็ยังไม่ได้ทำ



นายชวนย้ำว่า ถ้าเลือกคนดี คนสุจริต บ้านเมืองก็จะไปดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์อยู่กับคนไทยมาตลอด 77 ปี ไม่โกงไม่กิน ไม่สิ้นชาติ ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ถ้าเราเลือกคนโกงก็ได้รัฐบาลโกง ระบอบนี้ต้องอาศัยความสำคัญของประชาชนที่ตระหนักถึงการเลือกตั้ง
 

น.ส.วทันยา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุด แต่ตัวเองเชื่อว่าคนใต้ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ต้องใช้ใจซื้อ เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของคนใต้คืนมา

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีจุดยืนชัดเจนเรื่องการไม่สนับสนุนกัญชาเสรี เพราะเราจัดทำนโยบายที่คำนึงถึงอนาคตลูกหลาน ไม่ใช่ทำนโยบายฉาบฉวยที่หวังแค่คะแนนเสียงวันนี้ 

ขณะที่บางพรรคการเมืองทำนโยบายประชานิยมเพื่อหาเสียง บอกจะแจกเงินให้ประชาชน แต่สุดท้ายมันจะกลายมาเป็นหนี้สาธารณะของประชาชน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น มองว่าเราจะใช้งบประมาณที่จำกัดอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ด้วยการมีนโยบายธนาคารชุมชน-หมู่บ้าน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้

ก้าวไกล มั่นใจกวาด160 ที่นั่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548230

04 พ.ค. 2566

ก้าวไกล มั่นใจกวาด160 ที่นั่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เปิดตัวคาราวานก้าวไกล 5 สาย 7 วัน มั่นใจแรงหนุนประชาชน กวาด 160 ที่นั่ง เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลแห่งความเปลี่ยนแปลง

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลประกาศความพร้อมจัดตั้งรัฐบาล หลังมวลชนตอบรับกระแสพรรคทั่วประเทศถล่มทลายว่า พรรคก้าวไกลเดินทางสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เพื่อให้ตอบสนองต่อพี่น้องประชาชนที่อยากพบเจอแกนนำของพรรค ในสัปดาห์สุดท้าย

จึงจัดคาราวานไปหาประชาชนถึงที่ เดินทางจาก 5 จุดทั่วไทย มาบรรจบกันที่กรุงเทพ ภายใต้ชื่อ คาราวานก้าวไกล ถนนทุกสายมุ่งสู่ทำเนียบ โดยคาราวาน 5 สาย ประกอบด้วย

  • ภาคเหนือ: สายมาเหนือ นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน พรรณิการ์ วานิช และกรุณพล เทียนสุวรรณ
  • ภาคใต้: สายในใต้หล้า นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รังสิมันต์ โรม และพริษฐ์ วัชรสินธุ
  • ภาคตะวันออก: สายบูรพาไม่แพ้ นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ศิริกัญญา ตันสกุล, เบญจา แสงจันทร์ และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
  • ภาคอีสาน : สายเลือดอีสาน นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
  • ภาคอีสาน : สายมิตรภาพ นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล, ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ และอภิชาติ ศิริสุนทร


คาราวานนี้จะเดินทางพบปะ แห่ ปราศรัยกับพี่น้องประชาชนตลอดเส้นทาง โดยคาราวานจะมาบรรจบที่เวทีปราศรัยใหญ่ กีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในเย็นวันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อรวมพลังจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ส่งก้าวไกลสู่ทำเนียบรัฐบาล

พรรคก้าวไกลมั่นใจว่าประชาชนที่มีความฝันเดียวกันประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง ประชาชนพร้อมแล้วที่จะเลือกด้วยความหวัง ไม่ใช่เลือกด้วยความกลัว เลือกเพื่อเดินหน้าสู่อนาคต ไม่ใช่เลือกเพื่อกลับสู่อดีต

นิด้าโพล เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวเลข 35% ไม่ได้สะท้อนชัดเท่ากับภาพที่สามย่านมิตรทาวน์ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และล่าสุด ชลบุรี บางแสน กระแสคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงวันนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหง

เชื่อว่าก้าวไกลจะได้ ส.ส. ถึง 160 ที่นั่ง และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกับเงื่อนไขสู่ตำแหน่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548217

04 พ.ค. 2566

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกับเงื่อนไขสู่ตำแหน่งนายกฯ

แม้นิด้าโพลกว่าครึ่งจะสนับสนุน ให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีหลายเงื่อนไขขวางเส้นทางสู่ตำแหน่งนั้นไว้

การเลือกตั้งปี2562 พรรคเพื่อไทยได้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 136 ที่นั่งไม่มีสส.แบบสัดส่วน เพราะเป็นการเลือกตั้ง แบบบัตรใบเดียว ทุกคะแนนมีความหมายในการนำไปคำนวณสส.พึงมี โดยพรรคเพื่อไทยมีคะแนน ราว 7.9 ล้านเสียง


ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น หรือ พรรคก้าวไกลในปัจจุบันนี้ มีคะแนนโหวต 6.3 ล้านเสียง มี สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 31 ที่นั่ง และมีสส.แบบสัดส่วน 50 ที่นั่ง เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทย มีสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มากกว่าพรรคก้าวไกล กว่าสามเท่าตัว 

โดยในปี 2562 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51.24 ล้านคน มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งราว 75 % หรือ ราวๆ 38.3 ล้านเสียง 
การเลือกตั้งปี2566 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพิ่มเป็นกว่า 52 ล้านคน

กกต.คาดการว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ราว 80 % หรือ ราว 42 ล้านคนแปลว่า หากทั้ง 42 ล้านคนนี้ ลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง 100 %  เท่ากับว่าสส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต้องมีคะแนนเสียงราว 4 แสนเสียง  

จากผลสำรวจของทั้งสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล พรรคเพื่อไทยยังได้รับความนิยมมากกว่าพรรคก้าวไกล แปลว่าพรรคเพื่อไทยอาจได้สส.แบบบัญชีรายชื่อมากกว่า เมื่อรวมกับสส.แบบแบ่งเขตจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หากพฤติกรรมการเลือกตั้งยังไม่เปลี่ยนไป ก็พออนุมานได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีสส.เป็นอันดับ 1  

การจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งปี 2562 ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยึดหลักการที่ว่า ต้องดำเนินการโดยพรรคการเมือง ที่มีจำนวน สส. มากเป็นลำดับที่ 1 หากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคก้าวไกล ได้สส.น้อยกว่า โอกาสที่ พิธา จะได้รับการผลักดันเป็นนายกฯก็ตกไป นี่ตามเหตุผลในเชิงหลักการของพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ในขณะนั้น

แม้โพลล่าสุดของสำนักนิด้าโพล ซึ่งตรงกันกับสวนดุสิตโพลที่ว่าภาพลักษณ์ของพิธา เหมาะจะเป็นนายกฯมากกว่าแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย  แต่เสียงของคนรุ่นใหม่ ที่เป็นฐานสนับสนุนพรรคก้าวไกล ก็ยังมีไม่มากพอ 

ข้อมูลจากสวนดุสิตโพลระบุว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มที่มีอายุ18-31 ปี สนับสนุนพรรคการเมืองนี้ และมีจำนวนราว 10 ล้านคนเศษ ขณะที่ ร้อย 45 ของกลุ่มคนที่มีอายุ มากกว่า 31 ปีขึ้นไปซึ่งมีจำนวนเกือบ 40 ล้านคนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยต้องยอมรับว่าบทบาท ของพรรคก้าวไกลในฐานะฝ่ายค้าน โดดเด่นและจัดจ้านกว่า

แต่ด้วยความที่มีแนวคิดการเมืองแบบก้าวหน้า ก็บ่มเพาะศัตรูในสภาไว้มากกว่าเช่นกัน ทางเลือกของพรรคก้าวไกล จึงเหลือแต่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเก่า ซึ่งว่ากันว่าหลุดจากสมการเลือกตั้งครั้งนี้ไปแล้ว 

งานเสวนาดีเบต สะท้อนมุมมอง พรรคการเมือง ปม ปฏิรูปตำรวจ – ยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548203

03 พ.ค. 2566

งานเสวนาดีเบต สะท้อนมุมมอง พรรคการเมือง ปม ปฏิรูปตำรวจ - ยาเสพติด

ตัวแทนพรรคการเมืองร่วมเงานเสวนาดีเบต ม.รังสิต แสดงมุมมอง การปฏิรูปตำรวจ แก้ไขยาเสพติด โรม ชี้ บางพื้นที่ตำรวจย้ายตำแหน่งต้องจ่าย 5 ล้าน จึงหาเงินจากเครือข่ายยาเสพติด พล.ต.ต.วิชัย ระบุ การเมืองห้ามแทรกแซงตำรวจ เดียร์ ขัตติยา แนะ ต้องปฏิรูปกฏหมายด้วย

การจัดเวทีดีเบต ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของศึกเลือกตั้ง2566 มีทั้งสีสัน ข้อมูล และมุมมอง ที่สามารถนำมาเป็นชุดข้อมูลของประชาชนในการตัดสินใจที่จะลงคะแนนในวันที่ 14พ.ค. ที่จะถึงนี้  งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ทั้งเป็นการเสวนาให้ความรู้ และ แสดงทัศนคติ ต่อมุมมองด้านอาชญากรรม กับ การเมือง 

งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
ที่น่าสนใจในช่วงหนึ่งจากการตั้งคำถามของการเสวนาที่มีความเชื่อมโยงกัน ในประเด็นยาเสพติดและการปฏิรูปตำรวจ 


นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคและ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต้องบอกว่าเรื่องยาเสพติด เป็นความเกี่ยวข้องกับทุกปัญหา ในทุกวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และมีการแพร่กระจายมากขึ้นเรื่อยๆ แนวดน้มราคายาเสพติดลดลงเรื่อยๆ คำถามคือยาเสพติดเข้ามาจากชายแดน ก็ต้องมีขบวนการกระจายยา แล้วก็เรื่องเงิน จะลักลอบนำออกไปอย่างไร การแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด คำถามคือรัฐตั้งมีการแก้ไข และนำมาสู่การปฏิรูปตำรวจ เพราะการซื้อขายตำแหน่งสูงมาก ในต่างจังหวัดที่เคยมีบางพื้นที่ ต้องใช้เงินถึง 5 ล้านบาท ทำให้ต้องการใช้เงิน วิธีการที่ทำให้ได้เงินที่เร็วที่สุดก็ต้องไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด  รวมทั้งการที่ตนอภิปราย สว.ทรงเอ ที่มีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ วิธีแก้ไขคือการปฏิรูปตำรวจ ที่สำคัญต้องทำงานแก้ไขควบคู่กับการฟอกเงิน 

ในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ นายรังสิมันต์ ไม่เห็นด้วยกับการให้ตำรวจจัดการกันเอง เพราะถ้าจัดการกันเองเป้นเรื่องที่อันตราย ไม่เห็นผลการดำเนินการ การแก้ไข กตร.ควรยึดโยงกับปราชชน ให้มีสัดส่วนของประชาชนเข้าไป เพื่อตรวจสอบการโยกย้ายในตำแหน่งต่างๆ เพื่อความโปร่งใส และการมีส่วนต่างๆ เข้าไปช่วยตรวจสอบ เป็นผลดีในการลดการวิ่งเต้น เกิดสมดุล ตำรวจแต่ลพจังหวัดไปในทิศทางไหน ปัญหาแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน การมีกรรมการสาธารณภัยจังหวัด เพื่อกำหนดทิศทางการแก่ไขในพื้นที่ ให้มีการเสนอผู้การจังหวัด เพื่อสร้างความสมดุลของพื้นที่กับส่วนกลาง ควรมีผู้ตรวจการ เพื่อความโปร่งใส ยกเลิกการมีตั๋วช้าง ตำรวจชั้นประทวนควรได้รับโอกาสในการเลื่อนชั้นยศตามวุฒิการศึกษา ให้สิทธิได้สอบก่อน คืนตำรวจเข้าสู่โรงพัก ควรมีตำรวจหญิงให้มากขึ้น เพื่อเวลาคดีมีเรื่องเพส และคืนทรงผมให้กับตำรวจ 

งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า จากที่ตนเป็นคนเชียงราย พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นั้น ในอดีตที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีการนำเข้ายาเสพติด ประเทศไทยไม่ใช่แค่แหล่งขายแต่เป็นเส้นทางผ่านอีกด้วย การแก้ไขต้องมีการสอดส่องจริงจัง ยาเสพติดเข้ามาจากชายแดน บริเวณชายแดนไม่มีความโปร่งใส แล้วถามว่ายาเสพติดเข้ามาจากชายยแดนได้อย่างไร ถ้าตำรวจ หรือส่วนราชการไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับเงินใต้โต๊ะ ในเรื่องการบำบัดรักษา ต้องมีการแก้ไขการบำบัดยาเสพติดควรมีเจ้าภาพในการดำเนินการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่ผ่านมามียงวัดเป็นเจ้าในการดูแลบำบัดแต่ยังไม่มีรัฐเข้ามาดำเนินการ  การเข้าถึงยาเสพติดมีมากขึ้น เพราะราคายาเสพติดถูกลงอย่างมาก ต้องจัดการการเข้าถึงให้มากที่สุด ต้องมีการพูดคุยกับประเทศ

เพื่อนบ้าน และยิ่งต้องทำให้กลไกตลาดของยาแพงมากขึ้น คนเสพก็จะน้อยลง เยาวชนก็จะเข้าไม่ถึงเพราะราคาแพง แล้วต้องมาดูว่าเราจะทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างไร ต้องเจรจากับประเทศเพื่อบ้าน รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปตำรวจ 


ธิดารัตน์ มองว่า ควรแก้เรื่องของคอรัปชั่น การแกปัญหาจากที่เคยทำวิทยานิพนธ์ ถ้าคนเราอยู่ในสถานการณ์ปกติ จะไม่ทำ ต้องทำลายระบบอุปถัมภ์ ยกเลิกความคิดคนมีอำนาจช่วยเหลือได้ การแก้ไขสวัสดิการ การตรวจสอบทรัพยสิน การแก้ไขการถ่วงการดำเนินคดี การเพิ่มตรวจหญิง การเพิ่มเติม การให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องการการันตีปกป้องพยานให้ข้อมูลของคดี  นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความโปร่งใส 


พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด มี 5 เรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไข หนึ่งในนั้นคือเรื่องยาเสพติด เพราะพรรคไม่เอากัญขาเสรี และยาบ้า จากการทำโครงการฟังคิดทำ รับฟังปัญหาทั่วประเทศ  ยาเสพติดเป็นปัญหาที่คนสะท้อนมาเป็นอันดับ 2 ปัญหาการแก้ไขปัญหายาเสพติดเราต้องใช้เงินไปจำนวนหลายแสนบล้านบาท เงินตรงนี้สามารถไปดูแลเยาวชน ด้านการศึกษา การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ถูกต้องคือหน่วยงานทหาร เพราะมีหน้าที่ดูแลชายแดน และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องร่วมดูแล ต้องแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาจนถึงผู้ใหญ่บ้าน แต่ถูกโยนมาให้ตำรวจรับผิดชอบ แต่ปัญหาคือไม่มีการดำเนินการเสพติด งบประมาณที่ใช้แก้ไขปัญหามี รวมทั้งมีมาตรการเด็ดขาดในการ การบำบัดยาเสพต้องเป็นสาธารณสุข แต่ไม่เอา เพราะไม่ได้ผลประโยชน์ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ในความเป็นจริง สาธสารณสุขกับสำนักงานตำรวจต้องจัดการ        
ในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ พล.ต.ต.วิชัย มองว่า ต้องให้ตำรวจปราศจากการแทรกแซงของนักการเมือง รวมทั้งต้องแก้ไขเรื่องสวัสดิการ ต่างประเทศทุกอย่าง รัฐจัดการให้หมด ชุดทำงาน ปืน ของไทยตำรวจต้องซื้อเองหมด อย่างตนทำงานมาเลื่อนขั้นด้วยผลงานล้วนๆ ต้องปฏิรูปที่คน ไม่ใช้โครงสร้าง

                                                                                                                                       
น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  ต้องบอกว่าการเดินสายทั่วประเทศ เมื่อประกาศนโยบายเรื่องแก้ไขปัญหา แคนดิเดตนยกรัฐมนตรีของพรรค มีแนวทางในการปราบปรามอย่างชัดเจน ต้องมีการตรวจสอบเส่นามางการเงินต่างๆ ทำการยึดทรัพย์ เพื่อตัดวงจรการเงิน ต้องดูแลคนเสพยา การบำบัดยาต้องเข้าถึงง่าย แต่ของบ้านเรามีค่าใช้จ่าย แล้วเฮโรอีนกลับมานิยมอีกคครั้ง เพื่อกระตุ้นการใช้กัญชา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายกัญชาเสรี ที่สำคัญต้องสร้างงาน สร้างรายได้  ราคาการบำบัดยาต้องไม่แพง 
ส่วนเรื่องการปฏิรูปตำรวจ น.ส.ขัตติยา การปฏิรูปตำรวจที่ล่าช้า เป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง ตำรวจกลายเป็นที่หวาดกลัวของประชาชน ทั้งเรื่องการกระทำความผิด การรับส่วยต่างๆ เพราะมีการใช้เงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง หรือการโยกย้าย และการหาเงินหรือรับส่วยกลายเป็นเรื่องที่กดดันตำรวจชั้นผู้น้อย การปฏิรูปตำรวจอย่างเดียวไม่พอ ต้องปฏิรูปกฎหมายด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ ควรจะยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง การใช้ดุลยพินิจต่างๆ ทั้งของตำรวจและศาล การใช้รูปแบบการดำเนินการต่างๆในรูปแบบดิจิตัล เพื่อการตรวจสอบ รวมทั้งการให้ตำรวจประจำในพื้นที่บ้านเกิด เพื่อลดการรับส่วย 

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548191

03 พ.ค. 2566

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

แฟนคลับรอส่งกำลังใจแน่นสองข้าง สำหรับ ‘ชวน หลีกภัย’ ที่นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้ ด้านโต๊ะครู ผู้นำศาสนา สายบุรี นำคณะต้อนรับเพื่อขอบคุณสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีได้อุดหนุนร.ร.เอกชนสอนศาสนา พลิกโฉมจนถึงวันนี้

โดยโต๊ะครู ผู้นำศาสนา สายบุรี เผย “ท่านชวน เป็นบุคคลที่พวกเราไม่ควรลืม” ส่วนที่ สุไหงโก-ลก คณะกรรมการศาลเจ้าโต๊ะโมะ ดีใจ เตรียมจัดเลี้ยงรับรองฯ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.66 นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฏร พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ และศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ ประธานการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อขอคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปัตตานี เขต 1 นายสนิท  นาแว หมายเลข 8 ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี 

โดยเริ่มตั้งขบวนจาก โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เลี้ยวซ้ายเข้าในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี  ผ่านใจกลางเมือง 

ต่อจากนั้น นายชวน หลีกภัยและคณะ เข้าสักการะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งตลอดสองข้างทางได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งได้ส่งเสียงให้กำลังใจ มอบดอกไม้ ให้กับนายชวน หลีกภัย และคณะจำนวนมาก 

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

จากนั้น คณะของนายชวน หลีกภัย พร้อมด้วยนายยูนัยดี วาบา ผู้สมัครปชป.หมายเลข 6 ได้เดินทางต่อไปยังบริเวณตลาดปาลัส ของอำเภอปะนาเระ และ เขตเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน 

โดยที่อำเภอสายบุรี นั้น มีโต๊ะครู ผู้นำศาสนา ครูและบุคลากรของโรงเรียน นำโดย ดาโตะนิเดร์ วาบา เจ้าของโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา รอให้การต้อนรับเพื่อแสดงความขอบคุณท่านชวน หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า “ท่านชวน หลีกภัย เป็นบุคคลที่พวกเราไม่ควรจะลืม เพราะว่าในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและในสมัยรัฐบาลของท่าน ผมและคณะได้เข้าพบ และได้อุดหนุนให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านก็ได้รับหนังสือและได้พิจารณาให้การอุดหนุนกับโรงเรียนเอกชน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของท่านจนถึงทุกวันนี้ เป็นการพลิกโฉมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในด้านวิชาการสามัญและศาสนาพัฒนาโรงเรียนเอกชนฯ ให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับโรงเรียนต่างๆในภาครัฐ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นตามลำดับ ทำให้นักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก” ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น 

จากนั้นในเวลา 17.30 คณะฯพร้อมด้วยผู้สมัครเขต1 นราธิวาส นายวัสสันต์ ดือเร๊ะ หมายเลข 6 ได้ขึ้นรถหาเสียงขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น

จนกระทั่งเวลา 18.45น  เดินทางต่อไปยังอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเพื่อพบปะกับคณะกรรมการศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ที่มีความรู้สึกดีใจและเตรียมจัดเลี้ยงเพื่อต้อนรับนายชวน หลีกภัย และคณะในการมาเยี่ยมเยียนอีกด้วย

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

‘ชูวิทย์’เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548192

03 พ.ค. 2566

'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

หัวหอกต้านกัญชาเสรี “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  ” เดินหน้าแบบสุดซอย ล่าสุดเปิด”ศูนย์ต่อต้านกัญชา”ใช้พื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นร้านขายกัญชา หมดสัญญาจึงนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการเปิดเป็นศูนย์ต้านกัญชา ด้านรมว.สาธารณสุข”ใจดีสู้เสือ” ชื่นชมแนวคิดรณรงค์ให้สังคมเข้าใจโทษภัย

ที่อาคารเมนวิง โรงแรมเดอะ เดวิส ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ    นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์    ได้แถลงเปิด“ศูนย์ต่อต้านกัญชา”  สำหรับที่ตั้งของศูนย์ต่อต้านกัญชา    เป็นการใช้
พื้นที่เดิมซึ่งเคยติดสัญญาเช่าทำร้านขายกัญชา   ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบถึงผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นของกัญชา แต่เมื่อครบสัญญา 6 เดือน    จึงขอพื้นที่คืนนำมาเปิดเป็นศูนย์ต่อต้านกัญชาที่เปิดให้บุคคลภายนอก สามารถข้ามารับเสื้อ สติ๊กเกอร์ เข็มกลัด ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือจะร้องเรียนเรื่องปัญหากัญชา โดยศูนย์แห่งนี้มีตนและพนักงานให้บริการ

“ศูนย์ต่อต้านกัญชา” แห่งนี้จะเปิดต่อเนื่องไปจนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาล   หรือ
ต้องไปเป็นฝ่ายค้านเท่านั้นจึงจะปิดศูนย์  การทำงานหลังจากนี้จะเดินสายรณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรีไปตามจังหวัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และในวันเสาร์ที่ 13 พ.ค.หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว ผู้สมัคร สส. จะต้องยุติการทำกิจกรรมต่าง ๆ   ซึ่งตนจะไปวิ่งต่อต้านกัญชาที่สวนลุมพินี ในเวลา 16.00 น. เพื่อรณรงค์ให้เห็นโทษของกัญชา โดยจะไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง 

“ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผมจะไปสอบถามพรรคการเมืองต่าง ๆ ถึงความชัดเจนที่จะไม่เอากัญชา ก่อนหน้านี้พรรครวมไทยสร้างชาติ    ก็ไม่ตอบคำถามและเดินหนีก็ไม่เป็นไร ในวันพรุ่งนี้   ( 4 )   ผมจะไปถามคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ที่ตลาดนกฮูก จ.นนทบุรี ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้รับคำตอบแล้วจากคุณเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งแสดงจุดยืนว่า ไม่เอากัญชาแน่นอน  ” 


นายชูวิทย์ กล่าวว่า ที่  จ.พัทลุง และ จ.ตรัง มี   ผู้สมัครสส.พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ใช้กัญชาในการหาเสียง แนะนำตัวผู้สมัคร ตนจึงร้องเรียนให้ กกต.เข้าตรวจสอบ ซึ่งยังไม่มีการตอบกลับมา  เชื่อว่าจากนี้ไปพรรคภูมิใจไทย จะมีคะแนนนิยมลดลง จากประเด็นกัญชาที่ปรากฎตามสื่อ มีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ จึงอยากขอให้คนไทยที่จะไปเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค. ตัดสินใจให้ดี อย่าให้คนไม่ดี มาปกครองบ้านเมือง”


   
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข   และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่า 
การเปิดศูนย์ต่อต้านกัญชาเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน  โดยเฉพาะกัญชาที่ทำแล้วผิดกฎหมาย เช่น นำเข้าจากต่างประเทศมาขาย หรือขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี   เรื่องนี้ต้องฝากนายชูวิทย์ต่อต้าน  แต่อย่าต่อต้านคนที่ใช้เพื่อรักษาโรค   ต้องไปต่อต้านคนที่ใช้แล้วมีผลต่อจิตประสาท

“ในนามของกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลไทยต้องขอบคุณคุณชูวิทย์ ที่ร่วมต่อต้านการใช้กัญชาที่ไม่ถูกต้องส่วนการนายชูวิทย์ ประกาศไม่หยุดป่วนการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ถ้ายังเดินหน้านโยบายกัญชา   สงสัยคงต้องป่วนกันไปตลอด เพราะเราไม่เลิก และเลิกไม่ได้แล้ว กฎหมายรออยู่ในสภา กลับเข้าไปก็ผลักดันกฎหมาย สร้างความเข้าใจให้กับ สส. ให้เข้าใจประโยชน์กัญชา  ” นายอนุทิน ระบุ

'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิด”ศูนย์ต่อต้านกัญชา” ตั้งอยู่ภายในอาคารเมนวิง โรงแรมเดอะ เดวิส ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ    

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ‘พ.ท.ประสาร-แขไข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548189

03 พ.ค. 2566

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 'พ.ท.ประสาร-แขไข'

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ‘พ.ท.ประสาร-แขไข’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรเสรีรวมไทย หลังเคยแจ้งเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า หลังได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ว่า พันโทประสาร แสงสว่าง และ นางแขไข ฐิติชญานัน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ขณะนี้ศาลฎีกามีคำสั่ง

ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สสร 4/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสร 13/2566 วันที่ 27 เมษายน 2566 ให้พันโท ประสาร แสงสว่าง เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 ของพรรคเสรีรวมไทย

ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สสร 3/2566  คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสร 15/2566 วันที่ 27 เมษายน 2566  ให้นางแขไข ฐิติชญานัน เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 ของพรรคเสรีรวมไทย 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ประกอบข้อ 105 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2566  จึงประกาศให้ พันโท ประสาร แสงสว่าง  เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 และ นางแขไข ฐิติชญานัน  เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 ของพรรคเสรีรวมไทย เพิ่มเติม

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 'พ.ท.ประสาร-แขไข'

‘เศรษฐา’ รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548196

03 พ.ค. 2566

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย รับพรรคเพื่อไทยเป็นมวยรอง ขอประชาชนเข้าคูหากาเพื่อไทย ชี้ “ประยุทธ์” อาจจะกลับมาอีก เดินหน้าปราศรัยขอประชาชนอย่าเลือกพรรคเสนอนโยบายกัญชาเสรี และ ย้ำ ต้องนโยบายกัญชาทางการแพทย์ของเพื่อไทยเท่านั้น

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เน้นย้ำว่า
เราเป็นมวยรองนะพี่น้อง เป็นต่ออย่างมโหฬาร จะเริ่มยังไม่ได้เข้าคูหาเค้ามี 250 เสียง ส.ว. ทำยังไงจะเปลี่ยนขั้วอำนาจนำความเจริญให้ประเทศชาติ ทำให้ประชาชนพ้นความยากจน เราต้องเข้าคูหากาพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค

โดย พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยบริเวณฝั่งตรงข้ามตลาดบางแคฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ปราศรัยบอกเห็นเวทีคนล้มหลามจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ พร้อมทักทายประชาชนบนรถไฟฟ้าและคอนโดที่อยู่ใกล้ และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศไทย เพราะรัฐบาลปัจจุบันทำความเสียหายให้ประเทศ ทำการรัฐประหาร เขียนกฎกติกาเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องของตัวเอง จัดตั้ง ส.ว. 250 คน เข้ามาโหวตพวกตัวเองเข้ามามีอำนาจ 

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า พรรคไหนที่อยู่ร่วมรัฐบาล แล้วไม่ได้ใส่ใจดูแลปัญหาประชาชน พรรคไหนที่เอานโยบายไม่ดีเช่น กัญชามามอมเมาลูกหลานประชาชน แล้วบอกทำกัญชาแล้วจะรวย ในฐานะนักธุรกิจ 30 ปี เดินทางทั่วโลก ประเทศไหนทำกัญชาเจ๊งหมด สมัยก่อนราคาดีเพราะผิดกฎหมาย พอถูกกฎหมายราคาถูกลง แต่ต้องกัญชาทางการแพทย์ของ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น อย่าไปเลือกพรรคไฟนที่บอกทำนโยบายกัญชาแล้วจะรวย อย่าไปเลือก  


ถ้าเลือกพรรคอื่นที่เคยเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลเค้าอยู่กินทำงานร่วมกันมา แม้เค้าเสนอแคนดิเดตนายกฯ พรรคเค้า หากเสียงเค้าไม่พอพลเอกประยุทธ์กลับมาแน่นอน ถ้าไม่เอาต้องไม่เอาพรรครวมรัฐบาลทั้งหลายในขณะนี้มีทางเปลี่ยนประเทศอย่างเดียวคือเข้าคูหากา เพื่อไทย แลนด์สไลด์เพื่อเศรษฐกิจที่ดีว่า ลูกหลานมีอนาคต ” 

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังคงย้ำสรุปนโยบายหาเสียงของ พรรคเพื่อไทย ชี้ 10 ปีที่ผ่านมาค่าแรงขึ้นเพียง 51 บาท เฉลี่ยปีละไม่ถึง 1% ประชาชนทำงานเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน เพื่อไทย มีนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทภายใน 4 ปี ปีแรกขึ้นเป็น 400 บาท เงินเดือนปริญญาตรีใน 4 ปี จะทำให้เงินเดือน 25,000 บาท และเติมเงินให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 เติมให้เต็ม 20,000 บาท

และยังกล่าวถึงนโยบายเงินดิจิตอล 10,000 บาท ที่ประชาชนสามารถตั้งตัวและขณะเดียวกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และ พรรคเพื่อไทย ยังมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด ย้ำผู้ค้ายาต้องจับติดคุก จัดการโดยเด็ดขาด ยึดทรัพย์โดยเร็ว หากหน่วยงานมีปัญหาไม่มีความรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะนั่งหัวโต๊ะบริหารจัดการปัญหาโดยเร็ว โครงการรถไฟฟ้าการก่อสร้างสวยงามแต่ค่าโดยสารแพง แต่นโยบายเพื่อไทย มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย