‘ยุบสภา’ 20 มีนาคม ‘นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545114

20 มี.ค. 2566

'ยุบสภา' 20 มีนาคม 'นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่'

‘นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่’ หลังประกาศราชกิจจานุเบกษา ‘ยุบสภา’ กกต.ต้องกำหนดวันเลือกตั้งและวันเปิดรับสมัคร สส.ภายใน 5 วัน

นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่ หลังราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา



หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ขั้นตอนที่จะตามมาคือ กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ใน 5 วัน

นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่

• กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 14 พฤษภาคม 2566 )

• กำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา หรือไม่เกิน 25 มีนาคม 2566

• หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน

• ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร

• กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน

• ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน

• ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน

• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง

• ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน

‘ชวน’ แถลงทิ้งท้ายก่อนยุบสภาฯ ภูมิใจอยู่ครบ 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545196

20 มี.ค. 2566

'ชวน' แถลงทิ้งท้ายก่อนยุบสภาฯ ภูมิใจอยู่ครบ 4 ปี

‘ชวน’ ภูมิใจสภาฯอยู่ครบวาระ เผย 4 ปีพยายามคุมให้ดีที่สุด ฝากสภาฯชุดใหม่ ถอดบทเรียนทั้งด้านบวก-ลบ เตรียมตัวช่วยปชป.หาเสียงต่อ

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เป็นการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายในตำแหน่ง ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ของนายชวน หลีกภัย เนื่องจากคาดว่าวันนี้จะ “ยุบสภา” โดยเปิดเผยว่า เป็นที่น่าภูมิใจที่สภาอยู่ไฃๆฃด้จนครบ4ปี ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ได้เกือบครบถ้วน เพราะกฎหมายรัฐบาลผ่านหมด เหลือเพียงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ถือว่าสภาชุดนี้ เป็นชุดพิเศษ เพราะไม่มีการเลือกตั้งมา 5 ปี เหมือนเริ่มใหม่และมีสส.ใหม่เพิ่มมากขึ้น 

นายชวน กล่าวต่อว่า ตลอดที่ตนดำรงตำแหน่ง สำหรับข้าราชการประจำอาจจะมองว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติประธานสภาฯจะไปเยือนต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง แต่ตลอด 4 ปี ตนไม่มีโอกาสได้ไป เพราะตั้งใจจะควบคุมสภาให้ดีที่สุด และเชื่อว่าสมาชิกใหม่ต้องการคำแนะนำที่ถูกต้อง และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี 

ซึ่งเมื่อมีสมาชิกสส.หน้าใหม่ ในการประชุมสถาบันพระปกเกล้า จึงได้มีการอภิปรายเรื่องบทบาทของผู้แทนราษฎร ที่มีบางอย่างไม่เห็นด้วย เช่น การแต่งกาย ตนได้แจ้งให้ฝ่ายสภาฯเตือนให้ สส. ปฏิบัติตามข้อบังคับ และสถาบันพระปกเกล้าเปิดหลักสูตรระยะสั้นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสส. เพราะเชื่อว่าจะทำให้เข้าใจหน้าที่ของตนเองและช่วยกระชับเวลาได้ในการทำงานได้ 

นายชวน ฝากถึงสภาชุดใหม่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ อยากให้นำสิ่งที่ผ่านมาตลอด4ปี เป็นบทเรียนทั้งทางบวกและทางลบ เช่น ทางบวก คือ การตรวจสอบราชการแผ่นดินรัฐบาลโดยใช้สิทธิทางกฎหมาย เรื่องเวลา ทางลบ คือ การเรียกรับผลประโยชน์จนเป็นภาระของกรรมการจริยธรรม โดยหวังว่าสภาชุดใหม่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

หากวันนี้มีการยุบสภาเกิดขึ้น ยังไม่ทราบจะเลือกตั้งวันใด แต่ภายใน5วัน คณะกรรมการจะประกาศวันเลือกตั้ง อาจจะเป็นวันที่ 7 หรือ 14 พ.ค. ก็ได้ ซึ่งหลังจากนี้ ตนเตรียมลงพื้นที่ช่วยพรรคประชาธิปัตย์หาเสียง ส่วนจะเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมหาเสียงด้วยหรือไม่นั้น ได้มีการพูดคุยกันแต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ 

“จะลงพื้นที่หาเสียง และคุยกับประชาชน ในบั้นปลายชีวิตอยากออกไปขอบคุณชาวบ้านในสิ่งที่เราทำให้เขา ก่อนที่จะเป็นอัลไซเมอร์” นายชวนกล่าว 

พรุ่งนี้เปิดตัว ‘ทีมเศรษฐกิจ’ ‘ก้าวไกล’ มั่นใจ ได้ สส.มากกว่าอนาคตใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545194

20 มี.ค. 2566

พรุ่งนี้เปิดตัว 'ทีมเศรษฐกิจ' 'ก้าวไกล' มั่นใจ ได้ สส.มากกว่าอนาคตใหม่

เลขาธิการพรรค ‘ก้าวไกล’ มั่นใจว่าจะได้ สส. มากกว่าอนาคตใหม่ เปิดตัว ‘ทีมเศรษฐกิจ’ แบบครบเครื่อง ครอบคลุม 22 มีนาคมนี้

พรรคก้าวไกล จะเปิดตัว ทีมเศรษฐกิจ ที่มีความเชี่ยวชาญทุกมิติทั้งเศรษฐกิจในเมือง
ภาคชนบท เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในวันที่ 22 มีนาคมนี้  โดยมั่นใจว่าจะเป็นทีมเศรษฐกิจที่ครบเครื่อง และเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะได้คะแนนมากกว่าอนาคตใหม่ โดยจะรับรองรายชื่อผู้สมัคร สส. ให้แล้วเสร็จในสองสัปดาห์

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าพรรคจะประชุมสมาชิกเป็นรายจังหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการส่งผู้สมัคร สส. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและรับรองรายชื่อผู้สมัครให้แล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า หากมีการยุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566

โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งแกนนำพรรค นำโดยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ได้แก่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้กระจายลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทุกจังหวัดพี่น้องประชาชนให้การตอบรับพรรคก้าวไกลอย่างดียิ่ง

เลขาธิการพรรค กล่าวถึงวันเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ โดยมั่นใจว่าจะเป็นทีมที่ครบเครื่อง แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญทุกมิติทั้งเศรษฐกิจในเมือง-ภาคชนบท เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ที่สำคัญคือเป็นทีมที่มีจุดยืนว่าต้องการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ ไม่ใช่หวังพึ่งเพียงด้านใดด้านหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจที่ชัดเจนเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ประเทศไทยขาดหายไปตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 เป็นต้นมา

จากนั้นในช่วงสุดสัปดาห์ แกนนำพรรคและผู้ช่วยหาเสียงจะกระจายไปหลายจังหวัดเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนต่อเนื่อง เช่น วันที่ 23 มีนาคม พบพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 24 มีนาคมที่จังหวัดชลบุรี วันที่ 25 มีนาคมที่จังหวัดอำนาจเจริญ วันที่ 26 มีนาคมที่จังหวัดนนทบุรีและยโสธร

เลขาธิการพรรคก้าวไกล มั่นใจว่าในศึกเลือกตั้ง 2566 จะได้รับชัยชนะมากกว่าพรรคอนาคตใหม่

“สี่ปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า อดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลในวันนี้ เราเป็นพรรคการเมืองที่ทำงานในสภาได้ดีที่สุด ทำงานคุ้มค่าภาษีของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ซื่อตรงต่อพี่น้องประชาชนเสมอ เราทำงานตรงไปตรงมาไม่เกรงใจใคร”

นายกฯทูลเกล้าฯ ‘ยุบสภา’ แล้ว คาดประกาศราชกิจจาฯวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545171

20 มี.ค. 2566

นายกฯทูลเกล้าฯ 'ยุบสภา' แล้ว คาดประกาศราชกิจจาฯวันนี้

‘วิษณุ’ เผย นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา ‘ยุบสภา’ แล้ว ยังไม่ระบุวันเลือกตั้ง คาดประกาศราชกิจจาฯวันนี้

วันที่ 20 มี.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข่าวยุบสภาว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา “ยุบสภา” แล้ว โดยไม่ได้ระบุวันเลือกตั้งไว้

คาดว่าจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ และมีผลเมื่อราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ก็มีผลในวันนั้น ซึ่งตนไม่ทราบวันเลือกตั้งเพราะผู้กำหนดวันเลือกตั้ง คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อถามว่า วันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 หรือ 14 พ.ค.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ประมาณนั้น ต้องหารือกับกกต.ก่อน ซึ่งจะมาพบตนวันนี้( 20 มี.ค.)

สำหรับสัปดาห์นี้ต้องจับตาเหตุการณ์ยุบสภามาที่สุด เนื่องจากวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลชุดนี้จะครบวาระ ซึ่งหากไม่มีการยุบสภาจะทำให้ สส. ไม่สามารถย้ายพรรคได้ 

กฎหมาย ‘กยศ.’ใหม่ ผู้ ‘ค้ำประกัน’ พ้นภาระ ‘หนี้กยศ.’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545170

20 มี.ค. 2566

กฎหมาย 'กยศ.'ใหม่ ผู้ 'ค้ำประกัน' พ้นภาระ 'หนี้กยศ.' แล้ว

กฎหมายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ ‘กยศ.’ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้ ‘ค้ำประกัน’ เฮ พ้นภาระ ‘หนี้กยศ.’ โดยปริยาย

ผู้ค้ำประกัน หนี้ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.เฮ ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้กยศ.แล้ว หลังกฎหมาย กยศ. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวานนี้  โดยเนื้อหา สำหรับผู้ค้ำประกันหนี้ เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในมาตรา  15 แก้ไขมาตรา 41 วรรคสอง ซึ่งระบุว่า

ในการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาห้ามมิให้กองทุนเรียกให้มีผู้ค้ำประกันทุกกรณี ซึ่งการแก้ไขมาตรานี้ ทำให้ผู้ค้ำประกันหนี้ กยศ.ที่เคยสร้างปัญหามากมายในอดีต พ้นภาระหนี้ไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ ยังห้ามกองทุน กยศ.  คิดอัตราดอกเบี้ย เกินร้อยละหนึ่งมีรายละเอียดกำหนดไว้ในมาตรา18  แก้ไขมาตรา 44 วรรคสอง ห้ามมิให้คิดอัตราดอกเบี้ยทบต้น โดยคณะกรรมการจะกำหนดให้เริ่มคิดดอกเบี้ย หรือประโยชน์อื่นใด จากผู้กู้นับแต่เวลาใด ภายหลังสำเร็จการศึกษา เลิกการศึกษา หรือพ้นสภาพการศึกษาแล้วก็ได้

โดยมีระยะเวลาหนี้กยศ. สองปี หลังสำเร็จการศึกษา กำหนดระยะเวลาชำระไม่เกิน15 ปี โดยต้องคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

หนี้กยศ.จะเป็นระงับไปเมื่อ ผู้กู้ ตาย ล้มละลาย พิการหรือทุพพลภาพ จนไม่สามารถประกอบอาชีพได้หรือเป็นโรคอันตรายร้ายแรงตามกฎหมายกำหนด

พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖

ดีลลับพะเยา ‘ธรรมนัส’ ลอยลำ ‘เพื่อไทย’ ส่อสูญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545166

20 มี.ค. 2566

ดีลลับพะเยา ‘ธรรมนัส’ ลอยลำ ‘เพื่อไทย’ ส่อสูญพันธุ์

ส่องสนามพะเยา ‘ธรรมนัส’ ยึดเบ็ดเสร็จ ‘เพื่อไทย’ เปลี่ยนม้ากลางศึก ชงหน้าใหม่เสียบ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ทิ้งที่มั่นเมืองกว๊าน เกิดคำถามเซ็งแซ่ มีดีลลับหรือไม่

ค่ายอุ๊งอิ๊งป่วน เข้าทาง ธรรมนัส ยึดพะเยาเบ็ดเสร็จ เพื่อไทย เปลี่ยนม้ากลางศึก ชงคนหน้าใหม่โนเนมเสียบ ถามกันเซ็งแซ่ มีดีลลับหรือไม่

ทักษิณสิ้นมนต์จริงหรือ ธรรมนัส งานเบา เพื่อไทย ส่อแววสูญพันธุ์ที่พะเยา เมื่อเสี่ยมี่ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ขยับขึ้นบัญชีรายชื่อ

ช่วงวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค.2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินสายปราศรัยเปิดตัวผู้สมัคร สส.ภาคเหนือตอนบน ที่เชียงราย และเชียงใหม่

แม่งานใหญ่คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต สส.พะเยา ในฐานะผู้รับผิดชอบภาคเหนือ ซึ่งตอนหนึ่ง ผู้กองธรรมนัสตอบคำถามนักข่าวที่ว่า เหตุใดจึงมาเปิดเวทีที่เชียงใหม่ เพราะพื้นที่มีเจ้าของแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ตัวเขาไม่เชื่อทฤษฎีนี้ เหมือนสมัยก่อนที่พะเยา ก็บอกว่ามีเจ้าของแล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐ ก็เจาะมาได้ถึง 2 เขต

ล่าสุด วันที่ 17 มี.ค.2566 พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.พะเยา ประกอบด้วยเขต 1 ศุภชาติ ฟองจำ ,เขต 2 พล.ต.ต.ธรรมนูญ มั่นคง และเขต 3 เกรียงศักดิ์  ใจดุ

ส่วนเสี่ยมี่-วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา หลายสมัย จะหันไปลง สส.บัญชีรายชื่อ เพราะมีภารกิจต้องเดินสายไปปราศรัยหาเสียงทั้งภาคเหนือ และภาคใต้

หลังมีรายชื่อผู้สมัคร สส.พะเยา ชุดใหม่ เผยแพร่ผ่านสื่อใหม่ ส่งผลให้ พล.ต.ภูษิต กุญชร ณ อยุธนา และ อำนาจ วิชัย ที่สวมเสื้อเพื่อไทย ลงหาเสียงในเขต 1 และเขต 3 ต้องประกาศยุติการเคลื่อนไหว 

อำนาจ วิชัย หยุดการหาเสียงทันที เมื่อพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนตัวผู้สมัครแบบงงๆอำนาจ วิชัย หยุดการหาเสียงทันที เมื่อพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนตัวผู้สมัครแบบงงๆ

บรรดาเอฟซีเพื่อไทยพะเยา ต่างรู้สึกงุนงง ต่อการเปลี่ยนม้ากลางศึกของแกนนำพรรค เนื่องจากรายชื่อผู้สมัคร สส.ชุดใหม่ ดูโนเนมกว่าชุดเดิมเสียอีก 

กว๊านของผู้กอง

เลือกตั้ง 66 นักวิเคราะห์ข่าวการเมืองต่างฟันธงว่า สนามพะเยาทั้ง 3 เขต ทีมธรรมนัส น่าจะผ่านเข้าป้ายสบายๆ เพราะคู่แข่ง เพื่อไทย ส่งหน้าใหม่ ไร้ฐานเสียงลงสนาม

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรค พปชร. ยึด 2 ที่นั่ง สส.พะเยา จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง โดยเขต 1 ธรรมนัส เอาชนะ อรุณี ชำนาญยา อดีต สส.พะเยา 4 สมัย พรรคเพื่อไทย

ส่วนที่เขต 3  จีรเดช ศรีวิราช พี่ชายภรรยาธรรมนัส เอาชนะ ไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต สส.พะเยา 5 สมัย พรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ ไพโรจน์ ย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

เหลือแค่เขต 2 แชมป์เก่า วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังรักษาเก้าอี้ สส.พะเยา สมัยที่ 5 ไว้ได้ แต่เลือกตั้งครั้งใหม่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อาจจะส่ง ธวัช สุทธิวงศ์ รองนายก อบจ.พะเยา ลงแข่งกับตัวแทนของเสี่ยมี่

กล่าวสำหรับ พล.ต.ต.ธรรมนูญ มั่นคง อดีตนายตำรวจสาย ตชด. ที่ลงสมัคร สส.พะเยา เขต 2 แทน วิสุทธิ์ ไม่มีใครรู้จักมักคุ้นมากนัก

สนามนี้มีปัญหา

เดิมทีแกนนำ เพื่อไทย สายเหนือ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ วางตัว อำนาจ วิชัย ลงสมัคร สส.พะเยา โซน อ.ดอกคำใต้ อ.ปง และ อ.เชียงม่วน ที่มี จิรเดช ศรีวิราช สส. พะเยา ค่ายธรรมนัส เป็นแชมป์สมัยที่แล้ว

อำนาจ วิชัย ลูกชายกำนันสมบูรณ์ วิชัย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลงิม อ.ปง และอดีตเลขานุการนายก อบจ.พะเยา (วรวิทย์ บุรณศิริ) ออกแนะนำตัวกับชาวบ้านได้รับเสียงตอบรับดีมาก เนื่องจากเป็นคนหนุ่ม บุคลิกช่างพูดคุย เข้าถึงชาวบ้าน 

พลันที่มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.พะเยา จาก อำนาจ วิชัย เป็นเกรียงศักดิ์ ใจดุ ก็ทำเอากองเชียร์อุ๊งอิ๊งแถว อ.ปง รู้สึกผิดหวังอย่างแรง

“ผมขอน้อมรับผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ในการประกาศว่าที่ผู้สมัครฯ เขต 3 จังหวัดพะเยา ในวันที่ 17 มีนาคม..” อำนาจ วิชัย แถลงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว 

ลึกๆแล้ว ความปราชัยของ ไพโรจน์ ตันบรรจง สมัยที่แล้ว ก็มาจากกองเชียร์เสื้อแดงพะเยา จำนวนไม่น้อย เบื่อตระกูลตันบรรจง เป็น สส.มาหลายสมัย แต่ไม่เคยทำให้พะเยาพัฒนาทัดเทียมจังหวัดอื่น

เมื่อมีคนหนุ่มอย่าง อำนาจ วิชัย มาเสนอตัวแข่งกับคนของธรรมนัส ชาวบ้านก็มีความหวัง ประกอบกับกระแสอุ๊งอิ๊งกำลังติดลมบน 

เกมเปลี่ยนม้ากลางศึกของพรรคเพื่อไทยที่สนามพะเยา จะมีดีลลับหรือไม่ จะเป็นแผนลับลวงพรางของใคร อีกไม่นาน คนพะเยาคงได้คำตอบ

หาเสียง ‘ระยอง’ ‘เพื่อไทย’ วาดฝันครอบครัวมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545157

19 มี.ค. 2566

หาเสียง 'ระยอง' 'เพื่อไทย' วาดฝันครอบครัวมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท

‘เพื่อไทย ให้ความหวังคน ‘ระยอง’ ทั้งประเป๋าเงินดิจิทัล รายได้ครัวเรือนต้องไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท ถามสส.พื้นที่ 8 ปี เป็นรัฐบาลทำไมแก้ปัญหาไม่ได้

พรรคเพื่อไทย ย้ำนโยบายเติมเงินลงกระเป๋าเงินดิจิทัล สำหรับคนอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่บอกตัวเลข เพราะกลัวเพื่อนลอกการบ้าน แต่พื้นฐานทุกครอบครัวต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า สองหมื่นบาท อ้อนคนระยองขอแลนด์สไลด์ เพื่อไม่ให้มีข้อแก้ตัวว่าทำตามนโยบายไม่ได้เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ

พรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง ระยองพรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง ระยอง

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย บอกว่า มี 2 นโยบายที่อยากนำมาเล่าให้ฟังนั่นคือ คนที่มีอายุเกิน 16 ปี จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน มอบกระเป๋าดิจิทัล ใส่เงินเข้าไปให้กับทุกคน เพื่อให้ทุกคนจับจ่าย เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ใช้ในท้องถิ่นในรัศมี 4 กิโลเมตร ในเวลา 6 เดือน



แต่ขออุบยังไม่บอกตัวเลขว่าจะเติมให้เท่าไร กลัวพรรคข้างเคียงลอกการบ้าน แต่ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อกระตุ้นจากฐานราก พร้อมสำรวจครอบครัวที่รายได้ไม่ถึง 20,000 บาท จะเติมให้เป็น 20,000 บาททันที

เศรษฐา ยังตั้งคำถามว่า สส.ที่ผ่านมาเป็นฝ่ายรัฐบาลหมด  ไม่มีใครเป็นฝ่ายค้าน ทำไมแก้ปัญหาไม่ได้ ทั้งปัญหายาเสพติด หนี้สิน ราคาสินค้าเกษตร และการท่องเที่ยว เราต้องการให้เขาอธิบายว่าทำไมทำไม่ได้ เราต้องการให้เขาแก้ปัญหาให้ได้ แต่ 8 ปีถือว่าเกินพอแล้ว



ระหว่างการปราศรัยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากแพทย์ประจำตัวขอให้จำกัดการเดินทาง ได้โทรศัพท์เข้ามาบนเวที พูดคุยกับชาวระยองมีเนื้อหาว่า

แม้ตัวไม่ได้ไป แต่ใจอยู่ตรงนั้น แต่ได้ยินเสียงพี่น้องก็ดีใจแล้ว อีก 4 วันจะครบ 8 เดือน เพราะหมอกลัวจะคลอดเร็วแบบคนแรก แต่ขอฝากว่าที่ผู้สมัครสส.ระยองทั้ง 5 เขต พรรคเพื่อไทยตั้งใจจริงที่จะให้พี่น้องมีชีวิตที่ดีขึ้น ขอพี่น้องเลือกเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรคแบบแลนด์สไลด์

ประวิตร นำทัพ ‘พปชร.’ เดินสายขึ้นเหนือ ยก ‘เชียงใหม่’ เมืองท่องเที่ยวหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545156

19 มี.ค. 2566

ประวิตร นำทัพ ‘พปชร.’ เดินสายขึ้นเหนือ ยก ‘เชียงใหม่’ เมืองท่องเที่ยวหลัก

ประวิตร นำทัพ ‘พปชร’ เดินสายขึ้นภาคเหนือ อ้อนอยากให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียว ต้องเลือกพลังประชารัฐ ให้คำมั่นทำทุกนโยบายเมื่อได้จัดตั้งรัฐบาล ยก‘เชียงใหม่’ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก

19 มี.ค.2566 : พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คณะผู้บริหาร และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการบริหารพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค 

ทั้งนี้ มีประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าร่วมจำนวนมากถึง 7,200 คน ที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่ น่าน ลำพูน แพร่ แม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำปาง เป็นต้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นประชาชนมารอต้อนรับและรอฟังนโยบายของ พล.อ.ประวิตร และคณะผู้บริหาร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยว่า สวัสดีชาวเชียงใหม่ที่รักทุกคน รู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้มาอยู่ท่ามกลางพวกเราทุกคนที่นี่ จังหวัดเชียงใหม่มีการท่องเที่ยวที่ก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง ผมขอฝากพรรคพลังประชารัฐไว้กับพี่น้องทุกคนด้วย

พลเอกประวิตร นำทัพพรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่พลเอกประวิตร นำทัพพรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่

ประชาชนจากภาคเหนือฟังพปชร.ปราศรัยที่เชียงใหม่ประชาชนจากภาคเหนือฟังพปชร.ปราศรัยที่เชียงใหม่

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาททำทันที

การมาพบปะพี่น้องชาวเชียงใหม่ครั้งนี้เพื่อต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่า พรรคพร้อมทำงานรับใช้ชาวเชียงใหม่ทุกคน และขอให้ทุกคนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐให้ครบทุกเขต เพราะเราได้คัดสรรคนดี คนเก่ง คนที่ตั้งใจจริงมาเป็นผู้แทนให้กับพี่น้องทุกคน โดยมุ่งมั่นที่จะทำงานแก้ไขปัญหาทุก ๆ เรื่องให้เกิดเป็นประโยชน์กับชาวเชียงใหม่ เพื่อให้ทุกคนอยู่ดีกินดีขึ้น

“เรานำนโยบายที่เป็นประโยชน์มามอบให้กับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท ผมจะทำทันดี เมื่อได้เป็นรัฐบาลมาบริหารประเทศ รวมถึงการลดราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ก็อยู่ในความคิดของพรรคพลังประชารัฐที่จะทำทันทีเช่นเดียวกัน การดูแลคนทุกช่วงวัยก็เช่นเดียวกันการ 345 678 เราจะดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ส่วนแม่และเด็ก พรรคเราก็ไม่ทอดทิ้ง เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม” พล.อ.ประวิตร

แก้ทันทีปัญหา ฝุ่นPM 2.5

การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเสีย เป็นภารกิจที่สำคัญจะต้องทำเพื่อให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดี ในการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะน้ำประปาจะต้องมีความสะอาด เป็นเรื่องที่ผมต้องดำเนินการให้ทุกคนได้ใช้น้ำอย่างมีคุณภาพ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นภารกิจที่สำคัญที่เป็นปัญหาเรื้อรังของชาวภาคเหนือ เราจะลดปัญหานี้ทันที เมื่อเราได้เป็นรัฐบาล รวมไปถึงการปราบปรามขบวนการยาเสพติด เราจะป้องกันการระบาด และการฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติดได้กลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว

กลุ่มชาติพันธุ์ร่วมฟังพปชร.ปราศรัยที่เชียงใหม่กลุ่มชาติพันธุ์ร่วมฟังพปชร.ปราศรัยที่เชียงใหม่

ยก ‘เชียงใหม่’ เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก

ส่วนเรื่องการใช้ที่ดินของรัฐ ตนกำลังทำอยู่ โดยจะให้คนที่ถือที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินของรัฐ และในป่าสงวน เราพยายามให้ทุกคนมีโอกาสมาเป็นเจ้าของที่ดิน โดยการออกโฉนดให้ ฝากทุกคนว่าให้เลือก พปชร. ทุกอย่างที่ตนพูด เราจะทำให้ท่านทันที ส่วนปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมออนไลน์ ที่เป็นอันตรายต่อประเทศ ต้องแก้ปัญหาได้ทันที ซึ่งเราทำมาแล้วและจะทำต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ขณะที่เรื่องการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของ จ.เชียงใหม่ ยืนยันว่าจะมาต่อยอด ดำเนินการให้ จ.เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างแท้จริง

ประวิตร นำทัพ ‘พปชร.’ เดินสายขึ้นเหนือ ยก ‘เชียงใหม่’ เมืองท่องเที่ยวหลัก

“การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ขอให้ประชาชนให้โอกาส พปชร. พวกเราอาสาเข้ามานำความรัก สามัคคีมาสู่ประเทศชาติของเรา หมดเวลาแล้วที่คนไทยจะมาทะเลาะกันเอง ต้องจับมือกัน นำประเทศไปสู่ก้าวหน้า เพื่อความสงบของคนไทยทุกคน ฝากกับทุกคนว่า ถ้าอยากให้ประเทศมีความรัก สงบสุข สันติภาพเกิดขึ้น และมีความเป็นหนึ่งเดียวต้องเลือก พปชร. ฉะนั้น ตนฝากชาวเชียงใหม่ว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพร้อมที่จะทำงานให้กับทุกคนในการแก้ปัญหาของทุกเรื่อง เพื่อความสงบสุข ความอยู่ดีกินดีของคนทุกระดับ” พล.อ.ประวิตร

ทั้งนี้หลังการปราศรัย พล.อ.ประวิตร ได้เดินลงไปพบปะประชาชน โดยมีประชาชนมาหอมแก้ม กอด และขอถ่ายรูป คล้องมาลัย และให้กำลังใจ ขอให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 และ ลุงป้อมสู้ๆ โดย พล.อ.ประวิตร ก็ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง

กุหลาบแดง จากแฟนคลับพลเอกประวิตรมอบให้กุหลาบแดง จากแฟนคลับพลเอกประวิตรมอบให้

พลเอกประวิตร พบปะแฟนคลับภาคเหนือที่เชียงใหม่พลเอกประวิตร พบปะแฟนคลับภาคเหนือที่เชียงใหม่

‘ประชาธิปัตย์’ เปิด 4 นโยบาย สู้ศึกเลือกตั้ง ยะลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545155

19 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' เปิด 4 นโยบาย สู้ศึกเลือกตั้ง ยะลา

ชูประกันรายได้ ไม่เอากัญชา แก้ปัญหาความรุนแรง ‘ประชาธิปัตย์’ เปิด 4 นโยบายที่ ยะลา เป้าหมายยึดพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้

พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ 4 จุดยืน ทวงคืนยะลา  สวนภูมิใจไทยไม่เอากัญชาเสรี ขจัดปัญหายาเสพติด ไม่เอาความรุนแรง ไม่แตะมาตรา 112 ต้องไม่เอาศาสนามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ระหว่างปราศรัยเพื่อขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลที่จังหวัดยะลา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมกับแนะนำตัว ว่าที่ผู้สมัครจังหวัดยะลา ประกอบด้วย เขต 1 นายประสิทธิชัย พงษ์สุวรรณศิริ  เขต 2 นายอับดุลเล๊าะ บุวา และเขต 3 นายณรงค์ ดูดิง ชวนคนยะลาร่วมกันขับเคลื่อน 4 จุดยืนของพรรค ที่ประกอบด้วย

สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากในอนาคตจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้อง เพื่อเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แต่มีข้อแม้คือ

จะต้องไม่แตะหมวด 1 ซึ่งเป็นหมวดที่ว่าด้วยรูปแบบของรัฐ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกไม่ได้ และหมวด 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ประชาธิปัตย์นอกจากนี้ ประชาธิปัตย์ไม่แก้ไข ไม่ยกเลิก มาตรา 112 เพราะเป็นมาตราที่ว่าด้วยการคุ้มครองประมุขของประเทศ และไม่มีประเทศไหนในโลก ที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประมุขของประเทศ

ไม่สนับสนุนการนำศาสนามาเป็นเครื่องมือแบ่งแยกทางการเมือง  ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงและขอประกาศยุทธศาสตร์ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยาเสพติด ต้องไม่มีกัญชาเสรีต้องยกเลิก” ในจังหวัดชายแดนใต้ และประเทศไทย พร้อมกับประกาศนโยบาย “สร้างสันติภาพ สู่สันติสุข ชายแดนใต้” 


ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้นั้นยังไม่ตรงจุด เกายังไม่ถูกที่คัน ทำให้ 18 ปีที่ผ่านมาประเทศต้องหมดงบประมาณไปกว่า 4 แสนล้านบาท เพื่อต่อสู้กับเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างไม่ตรงวิธี ดังนั้นประชาธิปัตย์จึงขออาสาเดินหน้านโยบายการเมืองนำการทหาร เพื่อนำสันติภาพมาสู่ชายแดนใต้

ส่วนการประกันรายได้จ่ายเงินส่วนต่าง ซึ่งเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์ที่ช่วยให้ชาวสวนยาง ไม่ต้องไปขายยางที่ดาวอังคาร แม้วันนี้ราคาจะหย่อนลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับ 3 โลร้อย เพราะเรามีทิศทางการแก้ปัญหาที่ตรงจุด

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัครสส.ชายแดนใต้พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัครสส.ชายแดนใต้

พรรคประชาธิปัตย์  ยังได้ประกาศความพร้อมเรื่องตัวบุคคลในการส่งผู้สมัคร สส. ทั้งหมด 13 คน 13 เขต ที่จากเดิมมี 12 เขต ซึ่งประกอบด้วย ปัตตานี 5 เขต จากเดิม 4 เขต นราธิวาส 5 เขต และยะลา 3 เขต

พร้อมกับขอให้พี่น้องชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ เลือกบัตรผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 13 เขต ให้มีคะแนนมาเป็นที่ 1 ทุกเขต  เพื่อให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถเดินหน้าพาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ความร่ำรวยและความเจริญรุ่งเรืองต่อไป

‘ยุบสภาเลือกตั้งใหม่’ ขยายเวลาย้ายพรรคให้นักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545147

19 มี.ค. 2566

'ยุบสภาเลือกตั้งใหม่' ขยายเวลาย้ายพรรคให้นักการเมือง

เปิดโอกาสให้นักการเมืองได้ขยับขยาย สังกัดพรรคการเมืองใหม่เพียง 30 วัน ‘ยุบสภาเลือกตั้งใหม่’ ตามนิยามของพล.อ.ประยุทธ

สมมติฐานการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้เปิดโอกาสให้มีการขยับขยายของนักการเมือง เพราะพรรคสังกัดแค่ 30 วัน ก่อนวันเลือกตั้งและยังเปิดโอกาส ให้หลายพรรคได้กวาดต้อน สส. ช่วงโค้งสุดท้าย มีทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาล เช่นรวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย พรรคฝ่ายค้านเช่นพรรคเพื่อไทย



รายชื่อนักการเมืองคนสำคัญ หวังผลจากการเลือกตั้งได้ ที่ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่แล้ว ประกอบด้วย

สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องการให้ได้ สส.อย่างน้อย 25 คน เพื่อให้เพียงพอสำหรับเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีนักการเมืองย้ายพรรคมาสังกัดเช่น

สุชาติ ชมกลิ่น จากพลังประชารัฐ
จุติ ไกรฤกษ์  จากพรรคประชาธิปัตย์
ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม จากพรรคพลังท้องถิ่นไทย
นิโรธ สุนทรเลขา  จากพรรคพลังประชารัฐ
สัญญา นิลสุพรรณ จากพลังประชารัฐ
ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ จากพรรคเพื่อชาติ
เจือ ราชสีห์ จากพรรคประชาธิปัตย์
ศิริวรรณ ปราศจากสศัตรู จากพรรคประชาธิปัตย์
รังสิมา รอดรัศมี จากพรรคประชาธิปัตย์
สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล จากพรรคประชาธิปัตย์

สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ลุ้นบิ๊กป้อม นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 มีนักการเมืองย้ายพรรคเข้ามาสังกัด เช่น

ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์
แวมาฮาดี แวดาโอะ อดีต สส. นราธิวาส
ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ อดีตสส.ชัยภูมิ




สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในภาระกิจ ตอกเสาเข็ม ลุ้นหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี มีนักการเมืองย้ายเข้ามามากที่สุด เช่น

ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ จากพรรคพลังประชารัฐ
อัฎฐพล โพธิพิพิธ จากพรรคพลังประชารัฐ
นพ ชีวานันท์  จากพรรคเพื่อไทย
ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จากพรรคเพื่อไทย
จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์  จากพรรคเพื่อไทย
จักรพรรดิ ไชยสาส์น จากพรรคเพื่อไทย
สุชาติ ภิญโญ จากพรรคเพื่อไทย
วุฒิชัย กิตติธเนศวร จากพรรคเพื่อไทย
จักรพันธ์ พรนิมิตร จากพรรคพลังประชารัฐ
กษิดิ์เดช ชุติมันต์  จากพรรคพลังประชารัฐ
พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์  จากพรรคพลังประชารัฐ
มณเฑียร สงฆ์ประชา  จากพรรคพลังประชารัฐ


สังกัดพรรคเพื่อไทย เพื่อเป้าหมายแลนด์สไลด์ ส่วนมากเป็นกลุ่มสส. เดิมที่เคยร่วมงานกันมาก่อน เช่น

สมศักดิ์ เทพสุทิน จากพรรคพลังประชารัฐ
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคพลังประชารัฐ
สนธยา คุณปลื้ม จากพรรคพลังประชารัฐ

สนธยา คุณปลื้ม พากลุ่มชลบุรี เข้าพรรคเพื่อไทยสนธยา คุณปลื้ม พากลุ่มชลบุรี เข้าพรรคเพื่อไทย
สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ จากพรรคพลังประชารัฐ
พรรณสิริ กุลนาถศิริ  จากพรรคพลังประชารัฐ