‘ชูวิทย์’ ไม่แผ่ว ชูป้ายต้านภูมิใจไทยหาเสียง ยันลุยเดี่ยวถล่มบุรีรัมย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545090

18 มี.ค. 2566

'ชูวิทย์' ไม่แผ่ว ชูป้ายต้านภูมิใจไทยหาเสียง ยันลุยเดี่ยวถล่มบุรีรัมย์

‘ชูวิทย์’ ชูป้ายต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ขณะคาราวานรถหาเสียงว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ผ่าน อ้างสิทธิ์การต่อสู้ของประชาชน ยัน เตรียมลุยเดี่ยวบุกถล่มบุรีรัมย์แบบกองโจร พร้อมเตรียมแจ้งความกลับ หลังถูกดำเนินคดีกรณีกล่าวหาว่าติดป้ายโจมตีพรรคที่อำนาจเจริญ

วันนี้ 18 มีนาคม 2566 เมื่อเวลา 11.00น.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้เดินทางมายังแยกเกษตร ใกล้ที่ตั้งของที่ทำการพรรคภูมิใจไทย พร้อมชูป้ายต่อต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยหลังทางพรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม.ทั้ง 33 เขต และปล่อยรถหาเสียงลงพื้นที่ โดยนาย ชูวิทย์ ได้นำป้ายคัดค้านมายื่นใส่รถหาเสียงแต่ละคันด้วย

ชูวิทย์ ชูป้ายต้านภูมิใจไทยหาเสียงชูวิทย์ ชูป้ายต้านภูมิใจไทยหาเสียง

จากนั้น นาย ชูวิทย์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยกล่าวว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยหาเสียงตนก็มีสิทธิ์ที่จะรณรงค์ต่อต้าน เพราะเป็นการต่อสู้ของประชาชน ส่วนพรรคการเมือง หากอยากจะหาเสียงก็หาเสียงต่อไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ และไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัว มีแต่พูดเรื่องที่เป็นประโยชน์ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านกัญชา และเรื่องของการซุกหุ้น

ชูวิทย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยชูวิทย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย

และตอนนี้ยังไม่ได้ยุบสภา จะมาใช้กฎหมายอะไรกับตน เพราะตนเองก็เป็นประชาชน แล้วขณะนี้ยังไม่มี พ.ร.บ. เลือกตั้ง การที่ออกมารณรงค์ก็ยังไม่มีปัญหา แต่หากมีพ.ร.บ.เลือกตั้งแล้ว ตนเองก็จะออกมาบอกว่า รู้นะไม่ต้องเลือกพรรคไหน รู้นะว่าไม่ต้องเลือกพรรคบ้ากัญชา

ส่วนการต่อต้านกัญชาเสรีหากใครเห็นด้วยกับกัญชาเสรีก็ให้โหวตให้พรรคภูมิใจไทย แต่หากใครไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องโหวตให้

 ส่วนกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาตนเองไปติดป้ายในช่วงเวลากลางคืน ยืนยันว่าใครจะไปติดในเวลากลางคืน และทำไมถึงไม่ถอดป้ายออก ถ้าแน่จริงให้มาสู้กันตัวต่อตัว ทั้งนี้ก็จะแจ้งความเรื่องทำลายป้ายคัดค้านรณรงค์ให้ยกเลิกกัญชาเสรี ที่นำไปติดในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญเช่นกัน เพราะตนเองไม่ได้ไปติด แต่ไม่รู้ใครไปติด ดังนั้นเมื่อมีการไปแจ้งความ ตนเองก็จะไปแจ้งความกลับ ในข้อหากลั่นแกลังให้ได้รับโทษทางอาญา

ชูวิทย์ ต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยชูวิทย์ ต้านการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนความกังวลเรื่องการถูกล๊อคตัวหรือถูกอุ้มนั้น นาย ชูวิทย์ เปิดเผยว่า ตนเองไม่กลัวและไม่ได้กังวล จะกังวล จะกลัวเรื่องอะไร เพราะสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์กับสังคม และตนเองไม่ได้ไปพูดเรื่องส่วนตัว

ส่วนกรณีที่ถูกอ้างว่ารับงานกับคนที่ตกลงสัญญาไม่ได้นั้น นาย ชูวิทย์ ยืนยันว่า จะรับงานใครแล้วทำไมถึงไปถ่ายรูปกับบิ๊กป้อม แต่เกาะคนโน้นคนนี้ คิดหรอจะได้เป็นนายกฯ คนอย่างอนุทิน เป็นผู้รับเหมากลับไปทำผู้รับเหมาเหอะ คิดจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ให้เท่ห์ๆแต่เรื่องเขากระโดง เรื่องรถไฟฟ้าเรื่องซุกหุ้น ว่าอย่างไร ซึ่งนี่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง

ชูวิทย์ ใช้สิทธิ์ประชาชน ต่อต้านการหาเสียงชูวิทย์ ใช้สิทธิ์ประชาชน ต่อต้านการหาเสียง

ทั้งนี้นาย ชูวิทย์ ยังระบุอีกด้วยว่า อนุทินไม่มีราคา เป็นพรรคเล็กคิดการใหญ่ แล้วจะมาเอาคะแนนในกรุงเทพมหานคร หากจะได้คะแนนก็ที่ จ.บุรีรัมย์ จึงขอยืนยันว่า จะไปถล่มบุรีรัมย์แน่นอน และวิธีการถล่มคือการถล่มแบบกองโจร โดยจะไปคนเดียวเช่นเดียวกับที่แยกเกษตรที่มีการปล่อยคาราวานหาเสียงมากันจำนวนมาก ตนเองก็มาคนเดียวเช่นกัน

ส่วนกรณที่นายอนุทินจะถูกยุบพรรคหรือไม่ นั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า ให้ไปตอบประเด็นที่ตนเองได้ยื่นต่อกกต.ให้ได้ก่อน เพราะตนเองมีหลักฐานทั้งหมด

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีของนางสุขสมรวย เลขาฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่นายชูวิทย์จะออกมาแฉนั้น จะเป็นการรังแกผู้หญิงหรือไม่ โดยนายชูวิทย์ ยืนยันว่า ไม่ได้รังแกผู้หญิง ซึ่งสุขสมรวยเบื้องหลังนั้นคงต้องไปถามคุณสุทัศน์ เงินหมื่น แล้วจะรู้ว่านางสุขสำรวยเป็นอย่างไร พร้อมยืนยันอีกว่า วันนี้ตนเองไม่จำเป็นต้องลงการเมือง ไม่ได้สังกัดพรรคไหน หากจะออกมาบอกว่าตนเองรับงานใครก็พูดไป แต่ที่แน่ๆ เบื้องหลังของนายอนุทิน คือนายเนวิน 

‘เพื่อไทย’ คาดนายกฯ ยุบสภา ช่วง 20-22 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545091

18 มี.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ คาดนายกฯ ยุบสภา ช่วง 20-22 มี.ค.

‘เพื่อไทย’ ไม่กังวลสู้ศึกเลือกตั้ง66 คาด นายกฯ จะยุบสภาระหว่าง 20-22 มี.ค. หลังประชุมครม.นัดส่งท้าย และคาดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น 14 พฤษภาคม 2566

18 มี.ค. 2566 : โค้งสุดท้ายก่อนสู่โหมดเลือกตั้ง66 กระแสยุบสภาเกิดขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นประเด็นร้อนวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซด แต่ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดการณ์ วันเวลาที่น่าจะเป็นเท่านั้น

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบสภาของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะเป็นวันใด โดยเท่าที่ทราบมาว่านายกรัฐมนตรีเตรียมประกาศยุบสภาอยู่แล้ว ซึ่งตามขั้นตอนพระราชกฤษฎีการอการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการก่อนจะนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

คาดว่าจากเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลอาจจะเป็นระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมนี้ และได้ข่าวจากรัฐมนตรีใกล้ชิดว่า พลเอกประยุทธ์จะประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 21 มีนาคม นี้ด้วย

ซึ่งเป็นไปได้ว่าวันดังกล่าวช่วงเย็นวันที่ 21 มีนาคม อาจมีการประกาศยุบสภา ก็จะมีผลบังคับใช้ ก่อนทิ้งท้ายว่าไม่ได้มีความกังวลว่าจะประกาศหรือไม่ เพราะยังไงก็มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน และการเลือกตั้งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีกำหนดการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2566 ตามปกติ

‘ปิยบุตร’ชี้ ก้าวไกล ต้องเป็นความหวังของการเมือง ทางออกแก้เกม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545079

18 มี.ค. 2566

'ปิยบุตร'ชี้ ก้าวไกล ต้องเป็นความหวังของการเมือง ทางออกแก้เกม

‘ปิยบุตร’ มองเกมแลนด์สไลด์ พรรคก้าวไกล ต้องเดินหน้าชูธงความหวังทางการเมืองแบบใหม่ ตั้งโจทย์ประเทศจะต้องแก้ไขอะไร


รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? สนทนากับ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล หลังจาก พรรคเพื่อไทยประกาศชัดมุ่งเป้าหมาย 310 เสียง ย่อมสงส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย สำคัญที่สุด คือ พรรคก้าวไกล จะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าไหร่ 

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?
รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวถึงการที่ต้องยอมลดเพดานทางการเมืองของก้าวไกล หากมีความจำเป็นต่อสถานการณ์ว่า อำนาจการตัดสินใจทั้งหมด เป็นของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และพิจารณาประกอบกับจำนวนสส.ที่จะได้มากับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ถ้ามองในฐานะผู้สังเกตการณ์ มอง 2 เรื่องใหญ่ๆ อย่างแรก การเมืองในระบบรัฐสภา เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการประนีประนอมกันอยู่บ้าง ไม่สามารถที่จะกินรวบทั้งกระดาน หรือทำอะไรตามที่คาดหวังไว้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าจุดสมดุลที่จะทำให้สามารถเข้าไปทำงานได้ พร้อมๆ กับการมั่นคงในจุดยืน คงจะต้องดูเป็นกรณีๆไป

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

ยกตัวอย่างถ้าไปยื่นเงื่อนไขการกระจายอำนาจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ถ้าได้เรื่องเหล่านี้ อาจจะเสียไปบางเรื่อง ก็ต้องมีการไปชั่งน้ำหนักพิจารณาดู ว่าคุ้มไหมกับการเข้าไปร่วม หรือไม่ได้มาในเรื่องที่เป็นเงื่อนไข พิจารณาแล้วในองค์ประกอบสภาชุดที่จะมาหลังการเลือกตั้งยังไงทำไม่ได้ ก็อาจจะพิจารณายอมถอยหรือไม่ เพื่อไปรอการเลือกตั้งปี2570 
 

ด้วยความที่โจทย์ใหญ่ท้าทายก้าวไกล คือ การตั้งธงแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย รศ.ปิยบุตร มองว่า การแก้โจทย์นี้ ต้องทำให้ประชาชน เห็น และเชื่อพร้อมกันให้ได้ว่าการลงคะแนนให้ก้าวไกลคะแนนไม่ทิ้งน้ำ เผลอๆการกาเพื่อไทยต่างหากที่คะแนนทิ้งน้ำ ถ้าตราบใดประชาชนมองว่าลงคะแนนให้ก้าวไกลแล้วคะแนนทิ้งน้ำ ก็จะไปเลือกเพื่อไทยในเขตเลือกตั้ง

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

ก็นำวิธีการวิทยาศาสตร์มาดูกันว่า เขตเลือกตั้งในกทม.33 เขต ถ้าเลือกก้าวไกลคะแนนไม่ทิ้งน้ำ ปริมณฑลก็เช่นกัน ในเขตเมืองทั่วประเทศ โพลต่างๆก็สะท้อนว่าก้าวไกลมา โดยธรรมชาติเวลาหย่อนบัตร ใช้ความเชื่อในการตัดสินใจ เว้นแต่กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ไม่ว่าอย่างไรก็ลงคะแนนให้ ส่วนที่เหลือจะเป็นสวิงโหวต 


ต่อคำถามจะทำอย่างไรให้ก้าวไกลมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ รศ.ปิยบุตร บอกว่าปัญหาที่ 2 ของก้าวไกล ที่ต้องทำให้ได้ คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อว่า ก้าวไกล เป็นตัวแทนของความฝัน ความหวัง แบบใหม่ๆในสังคมการเมืองไทย ไม่ใช่ไปปะไปปนอยู่กับการเมืองแบบเดิมๆ ที่เขากำลังเล่นกันอยู่ เพราะตั้งแต่การก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่แนวทางที่ตั้งไว้เป็นแบบนี้ การที่ไปเล่นเกมแบบพรรคการเมืองดั่งเดิม สู้ยังไงก็แพ้ แบบเดิมคืออะไร แย่งตัวสส. หาหัวคะแนนเครือข่าย บ้านใหญ่ ทรัพยากรไม่อั้น

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

การเล่นแบบนี้ก้าวไกลสู้ได้ ดังนั้น จะต้องมาเล่นการเมืองสนามแบบใหม่ วาดภาพความฝัน ความหวังของประเทศ ให้คนจำนวนมาก เห็นให้ได้ว่า ณ.วันนี้ ต้องลงคะแนนและสนับสนุนพรรคคการเมืองแบบก้าวไกล ประเทศและสภา ขาดพรรคการเมืองแบบนี้ไม่ได้ ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้ ประชาชนก็จะไม่สนใจเรื่องคะแนนจะทิ้งหรือไม่ทิ้งน้ำ ลงคะแนนให้ก้าวไกลหมด เป็นการแสดงพลังว่านี่คือตัวแทนชุดใหม่ของประเทศ 
 

เมื่อเข้าช่วยหาเสียง มองว่า ก้าวไกล ทำในสิ่งที่หวังไว้แล้วหรือไม่ รศ.ปิยบุตร บอกว่า ในการปราศรัยในที่ต่างๆ ก็พยายามกล่าวถึงประเด็นนี้มากขึ้น ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ต้องพยายามขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนให้ได้ว่า ประยุทธ์ กับ ไม่ประยุทธ์ มองเห็นได้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พรรคเพื่อไทย มีการตั้งคำถามเหมือนกัน เพียงแต่อยู่กันคะละข้าง ฝั่งหนึ่งบอกว่าถ้าบ้านเมืองแก้ปัญหาไม่จบให้พล.อ.ประยุทธ์มาทำต่อ ถ้าจะป้องกันนายทักษิณกลับบ้านต้องเลือกประยุทธ์

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก? รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น “แลนด์สไลด์” เกมที่ “ก้าวไกล” แก้ไม่ออก?

ส่วนอีกฝั่งบอกถ้าไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ ก็เลือกเพื่อไทย ชุดคำถามมันเหมือนกัน ตกลงการเลือกตั้งครั้งจะมาคุยกันเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ตอนปี2562 มความเข้าใจได้เนื่องจากเป็นช่วงการสืบทอดอำนาจ แต่รอบนี้กำลังค่อยๆปรับ เพราะทหาร ยังล้างตัวเองมาลงหาเสียงเลือกตั้ง ในความเป็นจริงควรเปลี่ยนมาคุยกันว่าประเทศจะเอาอย่างไร จะเอาประชาธิปไตยแบบไหน แบบที่แย่งตัว สส. หรือประชาธิปไตยที่รวมคนที่มีอุดมการณ์ ความคิดร่วมกัน ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ 


สถานการณ์การเมืองในอนาคตอันใกล้ เรื่องการจับมือกันของพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล ทำไมภาพของเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ ดูเป็นไปได้มากกว่าก้าวไกล  รศ.ปิยบุตร บอกว่า เป็นเรื่องแปลกใจพอสมควร ที่ไม่มีความชัดเจน แต่เข้าใจเพื่อไทยได้ เพราะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ย่อมมีเงื่อนไขต่างๆจำนวนมาก สว.ก็ยังอยู่ องค์กรอิสระก็ยังทำงาน การวางรูปแบบในการตั้งรัฐบาล ก็จะนเรื่องพวกนี้มาพิจารณาประกอบด้วย ไม่เหมือนประเทศอื่น ที่ได้คะแนนแล้วตั้งรัฐบาลได้เลย แต่จะต้องมาพิจารณาภาพรวมต่างๆทั้งหมด จึงเข้าเพื่อไทยที่จะต้องได้คะแนนให้มาก เพื่อจัดการอุปสรรคเหล่านี้ให้หมด 


ส่วนก้าวไกล ถูกสร้างภาพให้น่ากลัว การนำมาร่วมจะทำให้วงแตก อยู่ไม่รอดไม่ยาว จึงต้องปรับภาพที่น่ากลัว ให้เป็นความหวัง การที่ถูกทำให้น่ากลัว ไม่มีใครร่วม ตรงนี้เป็นจุดแข็ง เพราะถ้ามีเพื่อนมาก ก็จะกลายเป็นหยวนๆไปหมด 

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545068

18 มี.ค. 2566

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' แล้ว

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับถอยหลังเลือกตั้ง66 อย่างเป็นทางการ ไม่มีปัญหาหากนายกฯจะยุบสภา วันจันทร์นี้

นับถอยหลังเลือกตั้ง66 หลังราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขตเลือกตั้งและท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง ลงวันที่ 17 มีนาคม 2566 


อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26มาตรา ๒๗ และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

และข้อ 45 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ประกอบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี ลงวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2566

จึงประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขตเลือกตั้ง และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปดังนี้ 

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียด เขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยเช่นกัน โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่า ตัวเองอยู่ในเขตเลือกตั้งใหน หลังมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามลิ้งด้านล่างนี้

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนเขตเลือกตั้งและท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง

‘กทม.’ ลุ้น ‘ป.ป.ช.’ ฟ้อง-ไม่ฟ้องเอี่ยวทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545046

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

17 มี.ค. 2566

'กทม.' ลุ้น 'ป.ป.ช.' ฟ้อง-ไม่ฟ้องเอี่ยวทุจริต 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

‘กทม.’ ลุ้น ‘ป.ป.ช.’ ฟ้องเอี่ยวทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว​’ ส่วนต่อขยาย สมัย ‘ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์’ เปรยคดีเก่าศาลปกครองยังไม่จบ เรื่องใหม่จ่ออีก ตามติดใกล้ชิดเตรียมแนวปฏิบัติทั้งถูกฟ้อง-ยกฟ้อง

ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่ากทม. กับพวกรวม 13 คน โดยมีการกล่าวหาในประเด็นหลักว่า การทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน) ว่า สัญญาที่ถูกกล่าวถึงเป็นประเด็นเฉพาะในส่วนต่อขยายที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้พูดถึงไข่แดงที่เป็นตัวสัญญาเดิม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คน แต่ประเด็นนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ปรากฏ มีเพียงคดีเดิมในศาลปกครองกลางฟ้องตามสัญญาเดิม

ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ  ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ขณะที่คดีเก่ายังดำเนินอยู่ มีประเด็นการทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายมาอีก ทำให้มีข้อพิจารณาเรื่องการด่วนจ่ายเงินชำระหนี้  แต่เมื่อวันนี้มีคำถามที่เกิดขึ้นจากคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. ซึ่งคำถามเหล่านี้ยังไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วคดีถ้าเดินหน้าจะไปไกลแค่ไหน อาจจะไม่ฟ้องก็เป็นได้ ต้องรอว่าศาลตัดสินอย่างไร ยังไม่ยากมองโลกในแง่ร้าย หรือเรื่องอาจพลิกฟ้าพลิกโฉมไปเป็นเรื่องสัญญาเจ๊งทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้นไปไกลขนาดไหน

ดังนั้น จึงขอเวลาให้กระบวนการศาลปกครองเดินหน้า ระหว่างนี้ กทม. จะติดตามอย่างใกล้ชิด และเมื่อผลออกมาอย่างไรต้องเตรียมความพร้อมมากที่สุด สุดท้ายไม่ว่ากรณีสมมุติออกมาฟ้องหรือไม่ฟ้อง เราต้องปฏิบัติอะไรบ้างก็ยังไม่รู้ เป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีประเด็นมา

การแจ้งข้อกล่าวหานี้ รวมถึงบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) , นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของ BTSC (รวมเรียกว่า BTSC) เกี่ยวกับการทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 2555 โดยมีการกล่าวหาในประเด็นหลักว่า การทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน)

ด้าน BTS ขอชี้แจงว่า กรณีนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนการแข้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการป.ป.ช.เท่านั้น และ BTSC ยังไม่ถูกฟ้องร้องเป็นคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ BTSC มีสิทธิคัดค้านและแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมาย โดย BTSC ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

‘สมศักดิ์’ ประกาศลาออก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า ‘เพื่อไทย’ 20 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545044

17 มี.ค. 2566

'สมศักดิ์' ประกาศลาออก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า 'เพื่อไทย' 20 มี.ค.

‘สมศักดิ์’ แถลงข่าว ลาออก จาก รมต.-พปชร. เตรียมสมัครเข้า ‘เพื่อไทย’ 20 มี.ค. เผยเหตุผล เลือกพรรคแลนด์สไลด์ ขับเคลื่อนงานได้ ไม่เป็นรัฐบาลผสม ยืนยันจากลา ‘บิ๊กป้อม’ ด้วยดี

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แถลงข่าวเตรียมสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังล่าสุดยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีผลตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ขอรักษาการ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายที่อาจมองว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบในช่วงการเลือกตั้ง 
ส่วนเหตุผลตัดสินใจย้ายไปพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนงานได้และทำให้รัฐบาลใหม่เป็นที่พึ่งของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จึงต้องมองพรรคการเมืองที่จะเดินหน้าได้แบบแลนด์สไลด์ โดยเมื่อ 2 เดือนก่อนมีผลสำรวจและการคำนวณ คิดว่า พรรคเพื่อไทย 220 เสียง มั่นใจหากเข้าไปช่วยพรรค จะเป็นส่วนหนึ่งทำให้ตัวเลขสูงขึ้นตามเป้าหมาย 310 เสียง ส่วนจะถึงเป้าหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ แต่หากเป้นไปตามเป้า และมีพรรคร่วมรัฐบาลน้อย ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะจะไม่มีความขัดแย้ง ต่างจากรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง มองว่าเป็นอุปสรรคขับเคลื่อนนโยบาย คนหนึ่งไปซ้าย คนหนึ่งไปขวา แต่พรรคเพื่อไทยมีทีมงานที่ชัดเจนเข้มแข็ง มีความเสถียรภาพ ซึ่งนายสมศักดิ์ไม่ขอตอบว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจะจับมือกันหรือไม่ 

ส่วนสมาชิกในกลุ่มสามมิตร จะมีใครตามไปด้วยหรือไม่ ยังไม่ได้นับ แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ส่วนตัว ตนไม่สามารถนำหรือชวนให้ย้ายพรรคได้ “อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ไป” 

นายสมศักดิ์ ระบุว่า การกลับเข้าพรรคเพื่อไทย ไม่มีความขัดแย้ง ส่วนใหญ่ขานรับและยินดีที่ตนและนายสุริยะจะเข้าไป แต่ยอมรับว่าอาจมีประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ เพราะได้เปลี่ยนที่ในจังหวะที่คนอื่นเขาอยู่กัน ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปในพรรคเพื่อไทยหรือพูดคุยกับผู้บริหารของพรรคถึงภารกิจ ส่วนจะให้ดูแลพื้นที่ไหน จังหวัดไหน ภาคใต้หรือภาคเหนือตอนล่างหรือที่ใด แล้วแต่ผู้บริหารจะเห็นเหมาะสม ยืนยันตนไม่ได้คาดหวังตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด เพราะการคาดหวังจะทำให้เสียใจเหมือนที่ผ่านมาเคยคาดหวังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งแต่ไม่ได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

หลังจากนี้หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อาจเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นอีกเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่เคยเล่นการเมืองนอกระบบหรือนอกแถว ไม่เคยถือไม้ไล่ตีชกต่อย ส่วนตัวชกมวยเก่ง แต่ไม่เคยเดินขบวนข้างถนน จึงเป็นผู้แทนราษฎรได้นาน ซึ่งหลังการเลือกตั้ง จะต้องดูจำนวน สส. หากรวมกันแทบตายแต่เหลือ 2 พรรค ต้องหาทางลดหย่อนเงื่อนไข และหาแนวทางเป็นรัฐบาลร่วม “ขอบอกประชาชนทั่วประเทศไปว่า หากเป็นรัฐบาลพักร่วมหลายพรรค การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนไม่ง่าย มาทำแลนด์สไลด์ให้สมหวัง แต่ถ้าทำแลนด์สไลด์ไม่ได้ก็เลิกกันไป”

นายสมศักดิ์ เล่าว่า ตนได้เข้าไปกราบลานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่างเข้าใจดี และได้อวยพรขอให้โชคดี ยืนยันไม่ขัดแย้งแตกแยก 

ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตนยังไม่ได้พูดคุย มีเพียงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสทำงาน แต่ส่วนตัวอยู่ตรงไหนก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ชื่นชมการทำงาน ยกระดับกระทรวงยุติธรรมให้เป็นเกรด A ด้วย 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน โชว์หลักฐานลาออกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน โชว์หลักฐานลาออก

สภาที่ 3 เสนอการ ‘รถไฟ’ ยึดคืนที่ดิน ‘เขากระโดง’ จัดสรรใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545036

17 มี.ค. 2566

สภาที่ 3 เสนอการ 'รถไฟ' ยึดคืนที่ดิน 'เขากระโดง' จัดสรรใหม่

สภาที่ 3 เสนอวิธีจัดการ ปัญหาที่ดิน ‘เขากระโดง’ การ ‘รถไฟ’ ต้องยึดคืนที่ดินมาจัดสรรใหม่ ไม่ปล่อยให้ปัญหา หลังคำพิพากษายืดเยื้อ

สภาที่ 3 เสนอการรถไฟยึดที่ดินเขากระโดงมาจัดสรรใหม่ ยุติปัญหา ยื้ดเยื้อ สภาที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35  จัดสาม – The Third Council Speaks เรื่อง โกงที่ดินการรถไฟ เขากระโดง เมื่อไหร่รัฐจะได้คืน?

โดยมีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น และ นายสุวิช ศุมานนท์  ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟ ร่วมอภิปราย

สภาที่ 3 เสวนาปัญหาที่ดินเขากระโดงสภาที่ 3 เสวนาปัญหาที่ดินเขากระโดง

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ กล่าวว่า  ปัจจุบันสังคมชัดเจนแล้วว่ามีการแอบอ้างออกโฉนด ที่ดินเขากระโดงกระทั่งฟ้องร้องและศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นที่ดินการรถไฟ ต้องเพิกถอนจากผู้บุกรุกและคืนทรัพย์สินให้แผ่นดิน แต่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยื้อจนปัจจุบันนี้ยังไม่ทำอะไร กระทั่งเรื่องนี้เป็นข่าวอีกครั้ง


เมื่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองจอมแฉ ออกมาเปิดเผยอีกครั้ง ถือว่า นับแต่ปี 2564 ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีที่มีอำนาจหรือผู้ว่าการรถไฟ ไม่ทราบว่าใช้อำนาจและเทคนิคกฎหมายอย่างไร แต่เป็นเรื่องไม่สมควร เพราะที่ดินเป็นของรัฐต้องคืนให้รัฐ

นายวีระ สมความคิด กล่าวว่า ที่ดินเขากระโดงเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ที่ให้การรถไฟเช่า ทำโรงโม่ เพื่อนำหินมาใช้สร้างทางรถไฟ แม้มีผู้เกี่ยวข้องในกรมที่ดินที่ระบุว่าเป็นผู้ออกโฉนด 170 ไร่ ให้ชาวบ้านโดยชอบและขั้นตอนการรังวัดมีเจ้าหน้าที่การรถไฟเป็นผู้ชี้แนวให้จึงถือว่ายอมรับและออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน

กระทั่งมีการนำคดีฟ้องศาลจำนวน 35 ราย ทราบว่ามีเจ้าพ่อบุรีรัมย์หนุนหลังให้ชาวบ้านฟ้องร้องภาครัฐ ก่อนศาลฎีกาพิพากษาให้การรถไฟฯชนะคดีและให้กรมที่ดินไปเพิกถอน 4 แปลง แต่กรมที่ดินไม่ยอมดำเนินการ

ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล และแม้ศาลฎีกาตัดสินแล้ว แต่ฝ่ายผู้บุกรุกที่ดินรัฐดังกล่าว ยังนำเรื่องไปยื่นศาลปกครอง เชื่อว่าเป็นเพราะมีผู้มีอำนาจรัฐอยู่เบื้องหลัง

นายวีระ เสนอแนวทางแก้ปัญหาว่า  ให้แนวทางแบบกรณีทวงคืนผืนป่า ของ คสช. และหลายๆกรณีที่รัฐบาลทำ คือ ยึดที่ดินคืนมาเขากระโดงเป็นที่การรถไฟฯ หากจะพัฒนาพื้นที่ด้วยการปล่อยเช่าก็กำหนดเกณฑ์สำหรับปล่อยเช่าทำธุรกิจด้วยอัตราค่าเช่าที่เเพงกับปล่อยเช่าเพื่อเกษตรกรรมในราคาถูกให้ชัดเจน

และเรียกร้องให้การรถไฟฯ ฟ้องร้องเอาผิดกับกรมที่ดิน ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย

‘ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา’ ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545033

17 มี.ค. 2566

'ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา' ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

“ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ปลุกสังคมไม่เลือกคนโกงเข้าสภา ชี้ หลายคดีคอร์รัปชันใหญ่ๆ มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง หนำซ้ำล้มเหลวและสิ้นปลือง

ท่ามกลางบรรยากาศของการเลือกตั้งปี 2566 กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ที่ทุกพรรคการเมืองอวดโฉมหน้าตาของ “ว่าที่ผู้สมัคร” ตามเสาไฟฟ้าริมถนนหนทางอยู่ขณะนี้ โดยที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน

ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

และเมื่อมีการเปิดหน้าตาว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกับนโยบายพรรคการเมือง ก็เป็นที่จับตาของสังคมภาคส่วนต่างๆ คู่ขนานไปกับมูฟเม้นของพรรคการเมืองและนักการเมือง 

ดร. มานะ นิมิตมงคล  เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีพันธมิตรของเครือเนชั่นความร่วมมือโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา” ระบุว่า

'ไม่เลือกคนโกงเข้าสภา' ดร.มานะ ปลุกสังคมสั่งสอนนักการเมืองทุจริต-ผลาญงบ

คนมักไม่เชื่อว่าประเทศนี้ยังมีนักการเมืองที่ ‘ไม่โกง’ เพราะสิ่งที่เห็นกันมาตลอดคือ ถ้าไม่โกงเองก็ปล่อยให้พวกโกง ใช้อำนาจบิดเบือนกฎหมาย แทรกแซงองค์กรอิสระ ชักใยซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ ผลักดันโครงการและใช้งบประมาณมากๆ โดยไม่ใส่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ คุ้มค่าหรือมีผลเสียตามมาอย่างไร

มีข้อมูลจำนวนมากที่ชี้ว่า คดีคอร์รัปชันใหญ่ๆ ล้วนมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง อย่างเช่น คดีสนามฟุตซอล คดีบ้านเอื้ออาทร คดีสร้างโรงพักทั่วประเทศ คดีจำนำข้าว คดีโฮปเวลล์ คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 

คดีบุกรุกป่า คดีรถและเรือดับเพลิงของ กทม. คดีนักการเมืองพัวพันทุนยาเสพติดและธุรกิจกิจสีเทา รีดไถนักลงทุนที่ยื่นขอใบอนุญาตอนุมัติ ตบทรัพย์และล็อคสเปกในการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีในสภาฯ 

ความล้มเหลวและสิ้นเปลืองเกิดขึ้นกับสารพัดโครงการประชานิยมหรืออ้างการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงหมดเงินจำนวนมากเพื่อซื้อของราคาแพงที่บอกว่าจำเป็น แต่สุดท้ายกลับใช้ไม่ได้ ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่คุ้ม

บ่อยครั้งที่ยังมีการอนุมัติการลงทุนหรือให้สัมปทานกับเอกชนบางกลุ่มอย่างไม่โปร่งใส โดยไม่สนใจคำทักท้วงของใคร แม้จะรู้ว่าขัดแย้งกับความรู้สึกชั่วดีของประชาชน 

บางท่านอธิบายว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราได้ผู้นำอ่อนหัดไม่ทำการบ้านศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน รีบสั่งการเพื่อสร้างผลงานเอาหน้า งบประมาณที่สูญไปก็ไม่ใช่เงินของเขา แม้ภายหลังเกิดปัญหาก็เฉไฉเอาตัวรอดว่าไม่ใช่ความบกพร่องของตน 

หลายท่านมองร้ายกว่านั้นว่า เป็นเพราะคนพวกนี้ไม่ได้คิดเพื่อประเทศชาติจริงจัง แต่ตั้งหน้าสร้างผลงานฉาบฉวย เพื่อเอาหน้า หาประโยชน์ หาส่วนแบ่งเงินทอนเข้ากระเป๋ามากกว่า

เชื่อว่าประเทศไทยยังมีนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ จริงใจกับประชาชนอยู่บ้าง ดังนั้นในการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ เราคนไทยต้องร่วมมือกันเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันชัดเจน ปฏิบัติได้ และเลือกคนไม่โกงเข้าสภาให้ได้มากที่สุด 

ส่วนพวกขี้โกงต้องไล่ให้ไกล อย่าปล่อยเข้ามามีอำนาจเลยจะดีกว่า คำว่ามีผลงานถึงโกงบ้างก็ไม่เป็นไร ต้องหมดไปเสียทีครับ

‘สมชัย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ทำงานสมศักดิ์ศรี ใช้งบรัฐตรวจราชการ แฝงหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545031

17 มี.ค. 2566

'สมชัย' จี้ 'บิ๊กตู่' ทำงานสมศักดิ์ศรี ใช้งบรัฐตรวจราชการ แฝงหาเสียง

‘สมชัย’ ร้องกกต. ตรวจสอบ ‘บิ๊กตู่-พีระพันธุ์’ ใช้งบและทรัพยากรรัฐตรวจราชการ แอบแฝงหาเสียง แซะหนักภารกิจไม่สมศักดิ์ศรี คล้ายเป็นนายกฯอบต.

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.66 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบการลงพื้นที่ตรวจราชการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมองว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางราชการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง

นายสมชัย กล่าวว่า วันนี้ได้นำข้อมูลภารกิจลงพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2565 – จนถึงปัจจุบัน มามอบให้กกต. หลังวันที่ 20 ธ.ค. 2565 นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันนายพีระพันธุ์ ก็มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ 

สำหรับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดตารางลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พบว่า ตรวจราชการจำนวน 16 ครั้ง 18 จังหวัด มีการแอบแฝงการหาเสียง และยังนำว่าที่ผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมลงพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่า นายกรัฐมนตรีได้นำทรัพยากรของรัฐมาใช้ เช่น การใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศจำนวน 8 เที่ยว และเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกจำนวน 18 เที่ยว เครื่องบินหรู ค่าน้ำมันเป็นแสน รวมถึงเกณฑ์ข้าราชการและชาวบ้าน มาต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคอยรักษาความปลอดภัย ซึ่งการตรวจราชการแต่ละครั้งตนมองว่าไม่เหมาะสม เป็นการใช้งบประมาณ และทรัพยากรของรัฐตรวจราชการจอมปลอม 

นายสมชัย ยื่นหนังสือถึงกกต.นายสมชัย ยื่นหนังสือถึงกกต.

หากทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามที่พูด ก็จะไม่มีใครต่อว่า แต่มองว่าภารกิจไม่เหมาะสมกับการเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น การไปทำพิธีเปิดแพขนานยนต์ หรือเปิดสวนสาธารณะ เหมาะสมหรือไม่ เป็นหน้าที่ของนายกอบต. หรือ ตรวจการก่อสร้างอาคารจอดรถโรงพยาบาล ตรวจเจดีย์ เปิดการสัมมนา เปิดสวนสาธารณะ เปิดแพขนานยนต์ ไม่ใช่สาระของนายกรัฐมนตรี อยากให้ทำงานให้สมศักดิ์ศรี

“ในฐานะที่ประสงค์จะลงการเมือง สิ่งแรกที่ต้องคิดและตัดสินใจ คือ รู้จักการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตน และพรรคการเมือง นี่คือ สปิริต เบื้องต้นของคนที่จะลงแข่งขันทางการเมือง ถ้าไม่รู้จักสิ่งนี้อย่ามาลงเลยครับ” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า จึงเป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องเข้ามากำกับดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ขณะเดียวกันต้องกำกับดูแลไม่ให้ข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ตามมาตรา 78 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.  

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนั้นก็จะถือว่าทำผิดกฎหมายตามมาตรา 132 ของพ.ร.ป.ว่า ด้วยการเลือกตั้งสส. โดยระบุว่า ผู้สมัครผู้ใดกระทำความผิดก่อนหน้าการประกาศผลเลือกตั้ง กระทำการอันใดที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และเที่ยงธรรม กกต.สามารถให้ใบส้มได้ หรือเพิกสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง 1 ปี และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือ ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ ก็ถอดออกจากบัญชีรายชื่อได้ ซึ่งความผิดดังกล่าวครอบคลุมประกาศกกต.ในช่วง 180 วัน โดยผู้ที่จะประสงค์จะเป็นผู้สมัคร ให้ถือว่าเป็นผู้สมัคร 

นอกจากนี้ถ้าพบว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นไม่มีการห้ามปรามสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ยุบพรรค ได้และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และดำเนินคดีอาญา ซึ่งในกรณีนี้จะครอบคลุมในกรณียุบสภาด้วย 

นายสมชัย ยื่นหนังสือถึงกกต.นายสมชัย ยื่นหนังสือถึงกกต.

สลับเขตเลือกตั้ง กลยุทธ์ ‘เพื่อไทย’ สกัด ‘ก้าวไกล’ เจาะฐาน ‘ล้านนา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545027

17 มี.ค. 2566

สลับเขตเลือกตั้ง กลยุทธ์ 'เพื่อไทย' สกัด 'ก้าวไกล' เจาะฐาน 'ล้านนา'

ศึกเลือกตั้ง66 ‘เพื่อไทย’ สลับเขตเลือกตั้ง หวังสกัดผู้สมัคร สส. จากพรรค ‘ก้าวไกล’ ขวางแลนด์สไลด์ พาพ่อกลับบ้าน ที่ ‘ล้านนา’

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำบรรยากาศการเมืองล้านนา คละคลุ้งไม่ต่างจากปัญหาหมอกควันเวลานี้ เพราะหลังจำนวนเขตเลือกตั้งลดลงเหลือ 10 จาก 11 เขต ส่งผลให้บรรดาผู้สมัครทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ซึ่งถูกวางตัวไว้แล้ว  ลงทุนลงแรงกันไปไม่น้อยต้องวิ่งกัน ฝุ่นตลบ

เชียงใหม่ ถือเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง และฐานที่มั่นหลักคนตระกูล ชินวัตรแต่ใช่ว่าเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ ยกจังหวัด เพราะยังมีกระแสเสื้อแดงปันใจ บางพื้นที่ ที่ว่าใช่ จึงยังไม่ชัวร์
ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วในการเลือกตั้งปี 62 แม้เลือกตั้งใหญ่จะกวาดยกจังหวัด แต่เลือกตั้งซ่อมแทน สุรพล เกียรติไชยากร”ที่ถูกใบส้ม ก็เสียเก้าอี้เขต 8 ให้กับ ศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่เวลานั้น



หากดูตามเนื้อผ้า พรรคเพื่อไทย มีการปรับกลยุทธ์ โดยส่งคนรุ่นใหม่เป็นว่าที่ผู้สมัคร หวังดึงเสียง นิวโหวตเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นรุ่นลูกของผู้แทนเจ้าของพื้นที่เดิมแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ศรีโสภา โกฎคำลือ ว่าที่ผู้สมัครเขต 9 ลูกสาวของ ศรีเรศ โกฎคำลือ, ณัฐ รัฐผไทว่าที่ผู้สมัครเขต 2 ลูกชาย นพคุณ รัฐผไท, นิธิกร วุฒินันชัย ว่าที่ผู้สมัครเขต 7 ลูกชาย ประสิทธิ์ วุฒินันชัย สส. เขต 5

แต่พื้นที่ต้องจับตาเห็นจะเป็น เขต 1 โดยเพื่อไทยสลับเอา สส.ท็อป จักรพล ตั้งสุทธิธรรม จากเขต 3 มาแทน  ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ แชมป์คนปัจจุบัน ที่ย้ายไปลงเขต 3 แทน แม้จะมีลูกพี่ลูกน้องอย่าง อัศนี บูรณุปกรณ์ นั่งเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กุมฐานเสียงให้อยู่แล้วก็ตาม

เหตุผลของการสลับตัวผู้สมัครรอบนี้ เพราะเขต 1 คือ สมรภูมิใหญ่ รายล้อมไปด้วยมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของคู่แข่ง อย่าง พรรคก้าวไกล โดยการเลือกตั้งรอบที่แล้ว แม้ทัศนีย์ จะเอาชนะสุภรี ฉัตรกันยารัตน์ จากพรรคอนาคตใหม่ไปได้ แต่มีแต้มห่างเพียง 774 คะแนนเท่านั้น ถือว่าหืดขึ้นคอ

กลยุทธ์สลับเขตครั้งนี้ ย่อมส่งผลดีต่อ ทัศนีย์ เพราะมีโอกาสเข้าป้ายสูงในการเลือกตั้ง 66 แต่กลายเป็นงานหนักให้ สส.ท็อป เนื่องจากต้องชนกับ พลอย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ ไพรัช ใหม่ชมภู อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ และขุนพลของ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่ลงในนามพรรคก้าวไกล

แม้จักรพล จะมีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ที่เพื่อไทยหวังให้เจาะคะแนนกลุ่มนักศึกษา แต่ถนนสายนี้ใช่ว่าจะราบเรียบ เนื่องด้วย พลอย เพชรรัตน์ คือ ตัวแทนกลุ้มเส้นด้ายเชียงใหม่ ที่ทำงานอาสาภาคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านตั้งแต่โควิด และหาเสียงต่อเนื่อง จนรู้ปัญหาพื้นที่เป็นอย่างดี แถมยังมีแรงส่งจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คอยช่วยหาเสียงทำให้โอกาสปักธงของพรรคก้าวไกลในพื้นที่เชียงใหม่ มีความเป็นไปได้สูง และยิ่งมีความพยายามปลุกกระแส ฟ้ารักพ่อ กลับมา  อานิสงส์ของกระแสนี้อาจไม่จำกัดเฉพาะแค่เขต 1

เมื่อ เพื่อไทย มีภารกิจแลนด์สไลด์ พานายใหญ่กลับบ้าน จึงต้องทุ่มหมดหน้าตัก เลือกตั้งเชียงใหม่ จึงเสมือนศึกช้างชนช้างที่ประตูท่าแพ