เตือน ‘ศักดิ์สยาม’ – ‘ประยุทธ์’ คิดให้ดี ก่อนดัน ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้า ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544031

02 มี.ค. 2566

เตือน 'ศักดิ์สยาม' - 'ประยุทธ์' คิดให้ดี ก่อนดัน 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' เข้า ครม.

‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เขย่า ‘ศักดิ์สยาม’ – ‘ประยุทธ์’ ส่วนต่างราคา หลายหมื่นล้าน อาจมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลและจริยธรรม

ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ถามกระทรวงคมนาคมถึงหัวหน้ารัฐบาล มีจริยธรรมหรือไม่ หากดันรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้า ครม.

เฟซบุ๊กของ วทันยา บุนนาค  ประธานคณะทำงานนวัตกรรมฯ ตั้งคำถามถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและหัวหน้ารัฐบาล มีเนื้อหาว่า หลังศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษา ยกฟ้อง คดีแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินเอกสารคัดเลือกเอกชน ในการประกวดราคาครั้งที่ 1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอสซี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย( รฟม. ) ทำให้เอกชนผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

ศาลฯ วิเคราะห์ว่า ผู้ถูกฟ้องคดี คือ คณะกรรมการ ม.36 และ รฟม. มีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมาย สะท้อนว่าคำชี้ขาดครั้งนี้ อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับการประมูลโครงการภาครัฐอื่นๆ สามารถใช้อำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประมูลได้ตามใจชอบ แม้จะอยู่ในช่วงระหว่างเกมการแข่งขัน สร้างความเสียเปรียบได้เปรียบ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ ที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ และอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ

 เฉกเช่น ส่วนต่าง 68,612.53 ล้านบาท ในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระหว่างการประมูลรอบแรก ที่บีทีเอสซี ขอรัฐสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธาสุทธิ รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก ที่ 9,675.42 ล้านบาท(ถูกล้มประมูลออกไป) ในขณะที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM เอกชนที่ชนะการประมูล (ประมูลรอบที่สอง) เสนอขอรัฐสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธาสุทธิจำนวน 78,287.95 ล้านบาท

หลายฝ่ายมองว่ารัฐอาจเสียงบประมาณมหาศาล จึงทำให้สังคม นักวิชาการ นักการเมือง ต่างจี้ให้ นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานประมูลโครงการสายสีส้ม และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตรวจสอบให้สังคมสิ้นสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากล ทั้งเรื่อง เงินส่วนต่าง และเงินทอน  รวมถึงต้องชะลอการนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติผลการประมูลและลงนามในสัญญาร่วมลงทุน  ไม่เช่นนั้นแล้ว นอกจากรัฐจะเสียงบประมาณจำนวนมากแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่จะมีส่วนรับภาระกับความไม่โปร่งใส จากกลุ่มคนเพียงไม่กี่รายในครั้งนี้ด้วย

แต่มีการคาดการณ์ว่ากระทรวงคมนาคม จะผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้า ครม. ก่อนยุบสภาหรือให้ทันในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้อาจจะได้ยินนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โต้กลับว่าต้องยึดคำสั่งศาลปกครองถึงที่สุด

ล่าสุดเมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ฝั่งรัฐเป็นฝ่ายชนะคดีนัดแรก(รื้อเกณฑ์ประมูลระหว่างแข่งขัน)  ทันก่อนยุบสภา หรือก่อนหมดวาระการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลชุดนี้ จึงขอตั้งคำถามถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อเห็นเส้นทางการประมูลสายสีส้มไม่ชอบมาพากลในครั้งนี้ สมควร ผลักดันให้ไปต่อหรือไม่

หากผู้นำรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นความผิดปกติแล้วยังเห็นควรผลักดันเห็นชอบโครงการบนความเจ็บปวดของประชาชนต่อไปหรือไม่ ที่สำคัญรัฐบาลนี้รู้อยู่แล้วว่าไม่ถึง 70 วันจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เรื่องที่เป็นนโยบายหลัก หรือเรื่องที่สังคมยังตั้งข้อกังขาหรือไม่สิ้นสุดความสงสัย จากหลายองค์กรทั้งภาคีต่อต้านคอรัปชัน สื่อ ประชาชน โดยสปิริต จรรยาบรรณ จริยธรรม หรือหลักการบริหารที่ดี ที่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมเป็นที่ตั้ง ควรหรือไม่ที่นายนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้จะดันทุรังพิจารณารถไฟฟ้าสายสีส้ม

‘เพื่อไทย’ ไม่กลัวเสาเข็ม ลุยหาเสียง ‘อีสานใต้’ ปลายสัปดาห์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544022

02 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' ไม่กลัวเสาเข็ม ลุยหาเสียง 'อีสานใต้' ปลายสัปดาห์นี้

ลุยพื้นที่หาเสียง ‘อีสานใต้’ หลายสัปดาห์นี้ ‘เพื่อไทย’ ยัน อุ๊งอิ๊งร่วมเวทียันคลอด ประเดิมเวทีโคราชวัดรอยลุงตู่

พรรคเพื่อไทยเตรียมลงพื้นที่หาเสียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 3 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยในวันที่ 4 มีนาคม เวลา 10:00 น.  เริ่มเวทีแรก ที่ อาคารกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลเมืองปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

จากนั้นจะไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนไปเปิดเวทีที่ 2 ในเวลา 14:00 น. ณ ลานข้างสถานีรถไฟ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา และในช่วงเย็นเวลา 17:00 น. จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ สนามหน้าศาลากลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสนามนี้เคยมีเวทีพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อสัปดาห์ก่อน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ส่วนในวันที่ 5 มีนาคม 2566 เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 น.จะเปิดเวทีปราศรัย ณ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนไปต่อเวทีปราศรัย ณ ตลาดเมืองใหม่ไอคิว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

แกนนำที่จะร่วมขึ้นเวทีปราศรัย พื้นที่อีสานใต้ในครั้งนี้นำโดยนายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำและผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขต ในพื้นที่

นาย ณัฐวุฒิ บอกว่า หลังจากนี้ จะมีเวทีพบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยนางสาวแพทองธาร  จะเดินทางลงพื้นที่จนกว่าจะครบกำหนดคลอด รวมไปถึงองคาพยพของพรรคเพื่อไทยที่จะกระจายพบพี่น้องทั้งในเวทีระดับจังหวัดและระดับอำเภอ

ส่วนนายเศรษฐา ทวีสินประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยยังไม่ร่วมปราศรัย เนื่องจากติดภารกิจ

‘ศรีสุวรรณ’ แฉ สส.ตั้งวงเล่นไพ่ในรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544014

02 มี.ค. 2566

'ศรีสุวรรณ' แฉ สส.ตั้งวงเล่นไพ่ในรัฐสภา

‘ศรีสุวรรณ’ แฉ สส.พรรคเก่าแก่ ตั้งวงเล่นไพ่ ในห้องทำงานบนอาคารรัฐสภา มีหลักฐาน คลิปและถ่ายนิ่ง พร้อมระบุได้ชัดเจนเป็นใคร

วันที่ 2 มี.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดโปงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส. พรรคเก่าแก่กับพวก เล่นการพนันกันในบริเวณห้องทำงานชั้น 5 อาคารัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ตรวจสอบและเอาผิดจริยธรรม 

หลังมีผู้หวังดีส่งคลิปและภาพถ่ายขณะที่ สส.กำลังเล่นไพ่ อยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีอุปกรณ์เป็นชิปแทนเงินสด ซึ่งสามารถยืนยันตัวตน สส. ได้ว่าเป็นใคร เป็น สส. ได้ไม่ถึงปี ยังหนุ่มอายุน้อยกว่าตน อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานครไม่เกิน 100 กิโลเมตร รวมถึงมีประวัติเกี่ยวข้องประเภทนี้มาตลอด 
 

จึงขอให้ประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรต้องมีการตรวจสอบ หากพบความผิดจะต้องลงโทษเพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ควร ที่ผ่านมาก็มีการเล่นการพนันแต่ยังไม่มีหลักฐาน แต่ตอนนี้มีหลักฐานชัดเจน ไม่อยากให้รัฐสภาอันทรงเกียรติเป็นบ่อนการพนัน ควรป้องกัน เพิ่มกล้องวงจรปิด เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ หมวด 2 ข้อ 9 ข้อ 10 ประกอบข้อ 29 และ พ.ร.บ.การพนัน 2478 ซึ่งเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน นำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติภูมิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

หลักฐาน สส.เล่นไพ่ในสภาหลักฐาน สส.เล่นไพ่ในสภา

หลักฐาน สส.เล่นไพ่ในสภาหลักฐาน สส.เล่นไพ่ในสภา

‘ตุลาการเสียงข้างน้อย’ ชี้ เปลี่ยนเกณฑ์ประมูล ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544011

02 มี.ค. 2566

'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ชี้  เปลี่ยนเกณฑ์ประมูล 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' ไม่ได้

‘ตุลาการเสียงข้างน้อย’ เห็นว่า คณะกรรมการคัดเลือกและ รฟม. ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ประมูล ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’

เปิดความเห็นแย้งตุลาการเสียงข้างน้อย ศาลปกครองสูงสุด คดีแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินเอกสารคัดเลือกเอกชนในการประกวดราคาครั้งที่ 1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ทำให้เอกชนผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ( คดีหมายเลขดำที่ อ.572/2565 ระหว่าง BTSC กับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี )  

แม้ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง โดยศาลวิเคราะห์ว่าผู้ถูกฟ้องคดี คือ คณะกรรมการคัดเลือกฯ และ รฟม.มีอำนาจดำเนินการ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น มีโครงสร้างงานโยธาที่ละเอียดจากการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดิน ส่งผลให้คณะกรรมการ ม.36 และ รฟม.ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกข้อเสนอด้านเทคนิคจึงแก้ไขหลักเกณฑ์

เพราะเห็นว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินเอกชนดังกล่าว ไม่ใช่การแก้ไขในหลักการสำคัญตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงไม่ต้องเสนอ ครม.พิจารณาอีก และไม่ต้องฟังความเห็นจากเอกชนก่อนแต่อย่างใด รวมทั้งการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 ใช้ดุลยพินิจโดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และกระทำชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 จึงไม่ได้ละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ฟ้องคดี

คู่กรณี BTSC ไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม

การพิจารณาคดีของตุลาการมีบันทึกความเห็นแย้งของตุลาการเสียงข้างน้อย 20 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดฝ่ายเสียงข้างมาก ด้วยเหตุผลดังนี้

ผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีอำนาจแก้ไขหลักเกณฑ์ในการประเมินข้อเสนอที่ปรากฎในเอกสารเอกสารข้อเสนอ (Request for Proposal: RFP) มากน้อยเพียงใด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้มาตรา 38 (3) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการกำหนดข้อสงวนสิทธิที่จะยกเลิกคำสั่งทางปกครองใหม่  แต่การสงวนสิทธิดังกล่าวปรากฏข้อความในเอกสารเชิญชวน เอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็นข้อสงวนสิทธิ์ ไม่ได้พูดถึงการยกเลิกประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอ  ผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องที่ 1 จึงไม่มีอำนาจที่จะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเชิญชวนโดยพลการ

การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องที่ 1 เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเพิ่มเติมสิ่งที่เป็นสาระสำคัญในเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอก็ดี เอกสารการคัดเลือกเอกชนก็ดี RFP ก็ดี ย่อมเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่จะทำได้

การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมรายละเอียด รวมถึงลดหรือขยายระยะเวลาของการคัดเลือกตามประกาศเชิญชวนเพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของ รฟม.และมติ ครม.เท่านั้น การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องที่ 1 แก้ไขหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนตามที่ปรากฏในเอกสาร RFP เป็นการแก้ไขสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ไม่ใช่การแก้ไขรายละเอียด

ตุลาการเสียงข้างน้อยเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นหลักการอันเป็นสาระสำคัญของการคัดเลือกเอกชนที่จะร่วมทุนกับรัฐในด้านการลงทุนและผลตอบแทนที่กระทบผลประโยชน์ของรัฐโดยตรง

การแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมหลักการอันเป็นสาระสำคัญของการคัดเลือกเอกชนเช่นนี้ ไม่อยู่ในข้อสงวนสิทธิ์ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะกระทำได้ภายในกรอบของการสงวนสิทธิ์ดังกล่าว

ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเสียงข้างน้อยเห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องที่ 1 เปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจและมิได้ปฏิบัติตามรูปแบบขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ

‘ศาลฎีกา’ เลื่อนชี้ชะตา ‘สส.ธณิกานต์’ กรณีเสียบบัตรแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544009

02 มี.ค. 2566

'ศาลฎีกา' เลื่อนชี้ชะตา 'สส.ธณิกานต์' กรณีเสียบบัตรแทน

คณะผู้พิพากษ มีมติเสียงข้างมาก เลื่อนอ่านคำพิพากษา ‘สส.ธณิกานต์’ กรณีเสียบบัตรลงคะแนนเสียแทน ระหว่างพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณปี2563 นัดอีกครั้ง 3 ส.ค. นี้

วันนี้ 2 มีนาคม 66 ศาลฎีกา เลื่อนอ่านคำพิพากษา น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีเสียบบัตรแทนกันในการประชุมสภา หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นคำร้อง 

โดยก่อนที่ศาลจะเริ่มอ่านคำพิพากษา น.ส.ธนิกานต์ ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีอาญาจนถึงที่สุดและขอให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ออกไปก่อน
 

ขณะที่ฝ่ายของทนายความ ป.ป.ช. ผู้ร้อง คัดค้านว่า ไม่มีเหตุผลที่จะจำหน่ายคดีชั่วคราว แต่ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

ล่าสุดองค์คณะผู้พิพากษาประชุมปรึกษาหารือกันแล้วมีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 เห็นควรเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
   

สำหรับนี้ดังกล่าว ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดว่า น.ส.ธณิกานต์ มีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เเละฝ่าฝืนผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  
   
ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น ทางอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้อง น.ส.ธณิกานต์ เป็นจำเลยต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก น.ส.ธณิกานต์ เป็นเวลา 1 ปี และปรับ 200,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

‘มิ่งขวัญ’แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544005

02 มี.ค. 2566

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน

หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พลังประชารัฐ ‘มิ่งขวัญ’ แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ชี้ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลเดินหน้าทันที

เป็นเรื่องที่ถูกจับตาทันที หลัง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าทีมในการลดราคาน้ำมันและราคาพลังงานอื่นๆ แถลงเรื่องแนวคิดปรับลดราคาน้ำมัน ตั้งชื่อไว้ว่า “นโยบายน้ำมันประชาชน” พร้อมยืนยันว่าเมื่อปรับ โครงสร้างราคาน้ำมันแล้วประชาชน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าก็จะได้ลดต้นทุนการผลิตสินค้า สินค้าอุปโภคบริโภคก็จะถูกลงตามราคาน้ำมัน


ดังนั้นหากพรรคพลังประชารัฐได้มีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะเสนอให้มีการลดราคาน้ำมันเบนซินลงประมาณลิตรละ 18 บาท และลดราคาน้ำมันดีเซลลงประมาณลิตรละ 6 บาท ทั้งนี้การลดราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับน้ำมันแต่ละประเภท และโครงสร้างของราคาน้ำมัน 

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี จึงต้องพูดคุยกับ นายมิ่งขวัญ ในเรื่องนี้ หัวข้อ เบื้องหลัง “มิ่งขวัญ” ซบลุงป้อมดันลด เบนซิน 18 บาท


การลดราคาน้ำมัน ราคาปัจจุบัน 44 บาท ราคาที่เสนอนการปรับลด 18.07 บาท เหลือราคาใหม่ 25.99 บาท รายละเอียดในการปรับลด ลดในส่วนไหน นายมิ่งขวัญ อธิบายว่า โครงสร้างราคาน้ำมัน ราคาหน้าโรงกลั่นในวันที่เปิดนโยบาย 17ก.พ. ที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 22.29 บาท ส่วนอื่นๆ มีการเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย กองทุนอนุรักษ์พลังงาน เก็บภาษีในส่วนหนึ่ง แต่กองทุนน้ำมัน เก็บมากที่สุด 8.58 บาท ต่อลิตร แต่ในการศึกษาหาทางออกต้องทำการตัด 4 ส่วนออก แต่ยังคำนวณในส่วน ภาษี 7%และคาการตลาด

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน

ซึ่งราคาขายในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 44.06 บาทต่อลิตร แต่ถ้าตัดภาษีกองทุน หน่วยงานออก ที่รวมแล้ว 18.07 บาท จะเหลือราคาขายน้ำมันที่ 25.99 บาท ในส่วนของน้ำมันดีเซล ก็ใช้หลักการการคำนวณเช่นเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาโครงสร้างราคาน้ำมันที่บิดเบี้ยว 
 

การที่นำเสนอนโยบายนี้ออกมา นายมิ่งขวัญ บอกว่า เพื่อช่วยเหลือประชาชน และก็ภาคธุรกิจ หลังจากที่โควิดทำให้ทุกอย่างเสียหาย ตนจึงต้องการให้เกิดการฟื้นตัว ถ้าไม่รักษาให้ดีเขาจะตาย ส่วนการตัดภาษีออกจากราคาน้ำมัน ตามที่ได้วางแผนไว้ สูงสุดไม่เกิน 1 ปี

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน

นอกจากนี้ นายมิ่งขวัญ ยังแตกประเด็นว่า มีการตั้งคำถามเกิดขึ้นหลังเปิดตัวนโยบายนี้ว่า ในเมื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ทำไมไม่ทำเลย เขาชี้แจงว่า ก็ นายกรัฐมนตรีไม่ทำ พอตัวเขาถูกดึงมาร่วมงานด้านเศรษฐกิจ เขาจึงจะทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน และขอให้ส่วนธุรกิจอย่าเพื่อมีความกังวล เพราะในแนวทางนโยบาย ยังไม่ได้เข้าไปพูดถึงในส่วนนี้ และแผนนี้ถ้าได้ทำจะเป็นแผนงานระยะสั้น

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน
ในแง่มุมการเมือง หลายคนคาใจว่า ทำไมนายมิ่งขวัญ ยอมที่จะมาพรรคพลังประชารัฐ เพราะที่ผ่านมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เขาอธิบายว่า ก่อนหน้านี้ เขาอยู่พรรคเศรษฐกิจใหม่ คนในพรรคก็ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นความเห็นชอบของพรรค ในการแถลงข่าวในครั้งตั้งรัฐบาลปี 2562 นายมิ่งขวัญ แถลงชัดเจนว่า ไม่ร่วมพรรคพลังประชารัฐ เพราะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
 

'มิ่งขวัญ'แจง นโยบายน้ำมันประชาชน ระบุตัด 4 ภาษีกองทุน ช่วยประชาชน

เขาบอกเล่าต่อไปว่า เขาไม่ได้มีความโกรธอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ เรียนโรงเรียนเดียวกันมา (โรงเรียนวัดนวลนรดิศ) แต่ไม่ร่วมอุดมการณ์กับท่าน และการจี้ถามจากสื่อมวลชนในการสัมภาษณ์ ตนก็ตอบแรง และชัดเจน ว่าไม่ร่วม และการทำงานในสภา จุดยืนของตนไม่เคยเปลี่ยนและขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกตนมา และก่อนเข้าร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ ได้รับคำยืนยันจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยู่กับพลังประชารัฐ และไม่เคยเป็นสมาชิกพรรค 

‘คมนาคม’ ลักไก่ ดัน ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้า ครม. มีเจตนาไม่สุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544004

02 มี.ค. 2566

'คมนาคม' ลักไก่ ดัน 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' เข้า ครม. มีเจตนาไม่สุจริต

อดีตอธิบดีดีเอสไอ ชี้ คำพิพากษาศาลปกครองที่ ‘คมนาคม’ เตรียมใช้เป็นข้ออ้าง ดัน ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้าครม.เป็นคนละประเด็นกับการประมูลครั้งที่ 2

คำพิพากษาศาลปกครอง ที่กระทรวงคมนาคม เตรียมใช้เป็นข้ออ้างรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้า ครม.ก่อนยุบสภา มีเจตนาไม่สุจริต เพราะเป็นคนละประเด็นกับการประมูลครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฯ

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  ให้จับตาช่วงเวลาช่องว่างระหว่างการปิดสมัยประชุมสภาก่อนการเลือกตั้ง วจะเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะลักไก่ นำเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าครม. ซึ่งอาจเป็นวันที่ 14 มี.ค. ก่อนการยุบสภา 1 วัน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม คือตัวอย่างของการใช้กระบวนการทางกฎหมาย ทำให้กลายเป็นการ ถูกกฎหมายโดยทุจริต ซึ่งเป็นรูปธรรมของการทุจริตเชิงนโยบายที่นายกรัฐมนตรีชอบด่าอดีตนายกคนก่อนๆ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกรับไม่ได้กับการทุจริตจริง ต้องไม่ยอมให้โครงการแบบนี้ผ่าน ครม. ทิ้งทวนวันสุดท้ายก่อนยุบสภา

คำศาลปกครองสูงสุด คนละประเด็นกับการประมูลครั้งที่ 2

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่าการที่รัฐมนตรีคมนาคมอ้างมาโดยตลอดว่า ต้องรอฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ถือว่ามีเจตนาไม่สุจริตเพราะ อ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นคดีพ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นคนละคดีคนละประเด็น กับการประมูลครั้งที่สอง ตามประกาศเชิญชวนปี พ.ศ. 2565 ที่จะนำเข้า ครม. ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง หากผลการตัดสินออกมาจะต้องมีอุทธรณ์อีก และกว่าศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินต้องใช้เวลานานน้อยกว่า 3 ปี

การอ้างคำพิพากษาซึ่งเป็นคนละคดีคนละประเด็นกัน เสมือน ฟอกดำให้เป็นดำทั้งที่อายุ ครม. เหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือน ตามธรรมเนียมประเพณีจะไม่การอนุมัติโครงการที่มีผลผูกพันกับงบประมาณในอนาคต

รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินช่วง 2 สัปดาห์สิ้นสุดอายุ พฤติกรรมบริหารราชการเป็นแบบ เทศกาลเทกระจาด มีความไม่สุจริต ส่อไปทางทุจริต ไม่โปร่งใส ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ และไม่ได้ประโยชน์สูงสุดซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้น หากรัฐมนตรีคมนาคม เสนอ เรื่องเข้า ครม. และนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้นำเรื่องเข้าแล้ว เมื่อมติ ครม อนุมัติหรือเห็นชอบ ต้องร่วมกันรับผิดชอบที่ให้รัฐจ่ายค่ารถไฟฟ้าสายสีส้มแพงมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ

อดีตอธิบดีดีเอสไอ ระบุอีกว่า ขณะนี้ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนดำเนินคดี กับนายกรัฐมนตรีกับคณะ ไม่มีความสุจริตพฤติกรรมส่อไปทางทุจริตมีมูลน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 และพระราชบัญญัติความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 – 13

พลเอกประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการ ร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลโครงการร่วมทุนดังกล่าว ให้เป็นไปโดยสุจริตถูกต้องตามกฎหมายรักษาประโยชน์ของชาติอย่างเที่ยงธรรม และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมใน ฐานะรัฐมนตรีของหน่วยงานในสังกัดที่มีอำนาจหน้าที่กำกับกิจการของ รฟม. ตามพระราชบัญญัติการ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 มาตรา 72 และเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ส่วน รฟม. และ คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

‘พปชร.’ เปิดตัวสส. 50 คน ตั้งเป้าเลือกตั้ง66 กวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543983

01 มี.ค. 2566

'พปชร.' เปิดตัวสส. 50 คน ตั้งเป้าเลือกตั้ง66 กวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง

‘พปชร.’ เปิดตัวสส. 50 คน มีทั้งเลือดเก่า-เลือดใหม่ ‘บิ๊กป้อม’ เผยไม่เคยทั้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมตั้งเป้ากวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง เมินโดดดูดเด็กในสังกัดมากที่สุด

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ทั้ง 50 คน ซึ่งมีทั้ง สส.หน้าเก่า และ สส.หน้าใหม่ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า “ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว” จึงฝากความหวังกับทุกคน เพื่อได้เป็นสส.อีกครั้งและเป็นอับดับ1 ในการเลือกตั้ง66 นี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.

พล.อ.ประวิตร ตื้นตันใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สส.เก่าที่ยังอยู่ร่วมกับพรรคและไม่ไปไหน พปชร. จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน และการที่ พปชร. โดนดูดสส. ไปจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่า เป็นพรรคที่เข้มแข็งที่จะจับมือกันทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ขณะที่นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สส.สมุทรปราการ กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้มีความมั่นใจได้ยกทั้งจังหวัด เพราะครั้งที่ผ่านมามี 7 เขต พปชร.ได้ 6 เขต เนื่องจากส่วนหนึ่งเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนมาโดยตลอด 

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (ขวา)นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (ขวา)

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร สส. ที่เปิดตัวครั้งนี้ ประกอบด้วย

กทม.

นายศิริพงศ์ รัศมี 

กำแพงเพชร 

นายไผ่ ลิกค์ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ นายอนันต์ ผลอำนวย นายปริญญา ฤกษ์หร่าย 

ขอนแก่น 

นายสมศักดิ์ คุณเงิน นายบัลลังก์ อรรณนพพร (มาจากพรรคเพื่อไทย)

ฉะเชิงเทรา 

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา 

ตรัง  

นายนิพนธ์ ศิริธร 

นครราชสีมา 

นายเกษม ศุภรานนท์ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ 

นครศรีธรรมราช 

นายรงค์ บุญสวยขวัญ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ  

นราธิวาส

นายสมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 

พะเยา 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายจิรเดช ศรีวิราช  

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (ขวา)ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (ขวา)

พิจิตร 

พรชัย อินทร์สุข 

เพชรบูรณ์ 

น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ นายจักรัตน์ พั้วช่วย นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ นายเอี่ยม ทองใจสด  

ภูเก็ต

นายสุทา ประทีป ณ ถลาง นายนัทธี ถิ่นสาคู 

แม่ฮ่องสอน 

นายปัญญา จีนาคำ  

ยะลา 

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ 

ราชบุรี

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นายชัยทิพย์ กมลพันธุ์ทิพย์ (จากพรรคประชาธิปัตย์) นายจตุพร กมลพันธุ์ทิพย์ สมุทรสาคร 

น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ  

สระแก้ว

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์  

สระบุรี 

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย  

สิงห์บุรี

นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี 

สมุทรปราการ 

นายจาตุรนต์ นกขมิ้น นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก น.ส.ภริม พูลเจริญ นายแสน บานแย้ม (ที่ปรึกษารมช.เกษตรและสหกรณ์) นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นายต่อศักดิ์ อัศวเหม และนายวรพร อัศวเหม  

ชลบุรี 

นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง นายประมวล เอมเปีย นายโอฬาร์ ปัญญปิติพัฒน นายบรรจบ รุ่งโรจน์ นายนิพนธ์ แจ่มจรัส นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ 

ชัยนาท 

นายธนบดี คุ้มชนะ (อดีตนายก อบจ.ชัยนาท) 

ชัยภูมิ 

นายสุขสันต์ ชื่นจิตร และนายอัครแสนคีรี โล่วีระ

สุรินทร์ 

นายสิตกวิน เตียวเจริญโสภา นายเสรษฐิพณ แท่นดี

นครราชสีมา 

นายณัฐพล ชวนกระโทก 

ขอนแก่น

นายพิพัฒน์พงศ์ พรหมนอก 

พิจิตร  

นางณริยา บุญเสรฐ นายเอกวิชญ์ เรืองมาลัย 

กระบี่ 

นายอนันต์ เขียวสด 

สุพรรณบุรี 

นายยุทธนา โพธสุธน  

ปัตตานี  

นายอันวาร์ สาละ

พปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครพปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร

ทร.เคาะราคาเสนอกลาโหมกู้ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ ได้สภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543976

01 มี.ค. 2566

ทร.เคาะราคาเสนอกลาโหมกู้ 'เรือหลวงสุโขทัย' ได้สภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก

โฆษกกองทัพเรือ เผยเตรียมเสนอกระทรวงกลาโหม ขออนุมัติเงินในการกู้ “เรือหลวงสุโขทัย” กองทัพเรือให้ไปคือ ต้องการตัวเรือที่อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่หัก ไม่แตก

1 มี.ค. 2566 พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยผลสรุปเตรียมการกู้เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งถูกคลื่นยักษ์ซัดจมกลางทะเลอ่าวไทย ในระดับความลึกประมาณ 50 เมตร เขตพื้นที่ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากฝั่งประมาณ 19 ไมล์ทะเล เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค.2565 

โฆษกกองทัพเรือ เผยงบประมาณกู้เรือหลวงสุโขทัยโฆษกกองทัพเรือ เผยงบประมาณกู้เรือหลวงสุโขทัย

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือ มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางกู้เรือหลวงสุโขทัย เพื่อหาข้อสรุปในการเลือกบริษัทเข้าดำเนินการกู้เรือ โดยมีเงื่อนไขคือต้องรักษาสภาพเรือให้ใช้งานต่อได้ โดยไม่มีการแยกส่วน หรือตัดชิ้นส่วนแยกเรือ  ซึ่งทางกองทัพเรือได้ดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำเสนอกระทรวงกลาโหม พิจารณาวงเงินต่อไป 

เรือหลวงสุโขทัยเรือหลวงสุโขทัย

ในเบื้องต้นกองทัพเรือได้ราคากลางมาแล้ว กำลังเสนอกระทรวงกลาโหม เพื่อขออนุมัติยอดกู้เงินประมาณ 200 ล้านบาท และหากได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ก็จะเปิดการว่าจ้างให้บริษัทเข้ามาดำเนินการกู้เรือ

ภาพใต้น้ำเรือหลวงสุโขทัย ภาพใต้น้ำเรือหลวงสุโขทัย

โดยขณะนี้ยังเลือกไม่ได้ เพราะต้องได้งบประมาณมาก่อน ถึงจะประกวดราคากัน โดยงบกู้เรือ 200 ล้านบาทนี้ คิดจากกรณีที่บริษัทได้เสนอราคามาหลากหลาย แต่โจทย์ที่กองทัพเรือให้ไปคือ ต้องการตัวเรือที่อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่หัก ไม่แตก
 

ภาพเรือหลวงสุโขทัยขณะจมลงก้นอ่าวไทย ภาพเรือหลวงสุโขทัยขณะจมลงก้นอ่าวไทย

เนื่องจากต้องนำตัวเรือมาเป็นวัตถุพยาน เพื่อพิจารณาในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง จะได้มาดูว่ามีรอยฉีกขาดบริเวณใดบ้าง จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทต่าง ๆ เสนอมา ซึ่งเป็นราคากลางที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

‘พลังประชารัฐ’ ยันไม่มีดีลกับ ‘เพื่อไทย’ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543973

01 มี.ค. 2566

'พลังประชารัฐ' ยันไม่มีดีลกับ 'เพื่อไทย' พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30

ข่าวดีลกับพรรคเพื่อไทย มาจากคนนอก พล.อ.ประวิตร พร้อมเป็ฯนายกฯคนที่30 พลังประชารัฐทำงานกับได้กับทุกพรรคการเมือง

พรรคพลังประชารัฐมั่นใจ จะรักษาเก้าอี้สส. จากการเลือกตั้งคราวที่แล้วไว้ได้ เพราะคน กทม.ไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครฯ ที่นโยบาย แต่เลือกตัวบุคคล หรือ พรรคการเมือง

นาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าพลังประชารัฐไม่มีการเปิดดีลกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองอื่น กระแสข่าวที่ออกมาเป็นการคาดการณ์ของคนนอก ไม่มีพรรคการเมืองใดมาพูดคุยกันล่วงหน้า เพราะต้องรอดูผลการเลือกตั้ง ถ้าหากมีการจับมือกัน คงต้องมีการหลบเลี่ยง ให้กัน ในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่

แต่พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครลงสู้ทุกเขต อย่างเช่น พื้นที่ในภาคอีสานพรรคเราก็สู้กับพรรคเพื่อไทย จึงไม่มีดีลอย่างที่ว่าแน่นอน พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรคได้ 

หากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  เชื่อมั่นว่า จะสามารถความสงบจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ประชาชนจะได้เห็นภาพการเมืองไทยที่สงบนิ่ง และก้าวข้ามความขัดแย้งได้จริง ซึ่งจะทำให้เกิดเสถียรภาพทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ เพราะทุกคนในพรรคเห็นตรงกันว่า

พลเอกประวิตร มีจุดเด่นคือ ความตั้งใจที่จะทำงานจริงให้กับประชาชน การทำงานของท่าน คือ การเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ต้องทำให้ ไม่ใช่ให้ทำในสิ่งที่พรรคได้เปรียบ จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญ ที่จะเป็นผู้นำพาประเทศ เพื่อขจัดความขัดแย้ง