‘ฐิติภัสร์’ สู้ต่อสส.กทม.ในนาม’รทสช.’ หลังยื่นลาออก ‘พปชร.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543794

27 ก.พ. 2566

'ฐิติภัสร์' สู้ต่อสส.กทม.ในนาม'รทสช.' หลังยื่นลาออก 'พปชร.'

‘ฐิติภัสร์’ ลาออกสส.-สมาชิกพปชร. สมัครเข้า รทสช. พรุ่งนี้ เตรียมลง สส.กทม.เหมือนเดิม จับตา 16.00 น.นี้ ‘บิ๊กตู่’ ประชุมพรรคครั้งแรก

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง น.ส.ฐิติภัสร์ โชตเดชาชัยนันต์ สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเป็นที่เรียบร้อย

น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า การยื่นลาออกจะมีผลวันนี้ 27 ก.พ.66 เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากนี้วันที่ 1 มี.ค.66 จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติและจะลงสมัคร สส.กทม. 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้านี้ น.ส.ฐิติภัสร์ หรือ สส.โอ๋ เคยโพสต์เฟซบุ๊ก  แจ้งว่า “หลังจากนี้ เตรียมนับถอยหลังที่ท่านนายกฯจะประกาศยุบสภา และจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว โอ๋จะยังคงมุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมจะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ต่อ แต่ภายใต้สังกัดพรรคใหม่ คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อทำงานดูแลรับใช้พี่น้องประชาชน ติดตามงานที่ยังกำลังทำอยู่”  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยวันนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นครั้งแรก ซึ่งจะมีการเปิดตัวผู้สมัครด้วยเช่นกัน 
 น.ส.ฐิติภัสร์ โชตเดชาชัยนันต์ (ซ้ายสุด)น.ส.ฐิติภัสร์ โชตเดชาชัยนันต์ (ซ้ายสุด)

 น.ส.ฐิติภัสร์ โชตเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลาออกน.ส.ฐิติภัสร์ โชตเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลาออก

ลุ้น ‘โหวต’ พ.ร.ก. อุ้มหายฯ วันพรุ่งนี้ ชี้ชะตา พล.อ. ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543787

27 ก.พ. 2566

ลุ้น 'โหวต' พ.ร.ก. อุ้มหายฯ วันพรุ่งนี้ ชี้ชะตา พล.อ. 'ประยุทธ์'

‘โหวต’ พ.ร.ก.อุ้มหายฯ วันพรุ่งนี้ มีผลต่อสถานะนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. ‘ประยุทธ์’ หากที่ประชุมไม่ให้ความเห็นชอบ ต้องลาออกตามธรรมเนียม

สภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมสภานัดพิเศษ ในวันสุดท้ายของสมัยประชุมโดยมีวาระด่วนเรื่องการให้ความเห็นชอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลระบุว่า พ.ร.บ. อุ้มหายฯ เป็นกฎหมายที่ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลผลักดันร่วมกันกับภาคประชาสังคม เพื่อคุ้มครองไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิและร่างกายของประชาชนระหว่างถูกควบคุมตัว ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เคยยืนยันต่อกรรมาธิการฯของสภาเองว่า

เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ทันแน่นอน ดังนั้น เมื่อถึงกำหนดที่ พ.ร.บ. อุ้มหายฯ จะต้องบังคับใช้แล้ว การออก พ.ร.ก. เพื่อเลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ. ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ จึงรับฟังไม่ได้ และชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่ต้องถามศาล รธน. ว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะมิได้เป็นกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด

พรรคก้าวไกล มีมติโหวตคว่ำ พ.ร.ก. ฉบับนี้ของรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ความเป็นมาก่อนสภาเรียกโหวต พ.ร.ก.อุ้มหายฯ

พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ให้มีผลบังคับใช้ใน 120 วัน คือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เท่ากับมีเวลา 4 เดือนที่รัฐบาลสามารถเตรียมความพร้อมรับการบังคับช้กฎหมายดังกล่าวได้

  • 14 กุมภาพันธ์ 2566 ก่อนกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ราว 1 สัปดาห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ก็นำ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติมฯ ขอความเห็นชอบจากครม. ให้เลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่เป็นหัวใจสำคัญ ออกไปเป็น 1 ตุลาคม 2566 หรือ เลื่อนไปอีก 7 เดือนเศษ
  • 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาค่ำๆ มีประกาศใช้ พ.ร.ก. ในราชกิจจานุเบกษา
  • 21 กุมภาพันธ์ 2566 รองนายกฯ วิษณุ บอกว่า “รัฐบาลกำลังคิดว่าจะส่ง พ.ร.ก.ให้สภา ดีหรือไม่ เพราะจะปิดสมัยประชุมวันที่ 28 กุมภาพันธ์”
  • 22 กุมภาพันธ์ 2566 ฝ่ายค้านแถลงต่อสื่อว่า สภายังอยู่ และรัฐธรรมนูญกำหนดว่า เมื่อรัฐบาล ออก พ.ร.ก. ต้องเสนอต่อสภาโดยไม่ชักช้า ในขณะที่ภาคประชาชนขู่ หากไม่ส่งมาสภาในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้า จะยื่น ปปช. ถอดถอน ครม.ทั้งคณะ
  • 23 กุมภาพันธ์ 2566 12.00 น. รมต. สมศักดิ์ ตอบกระทู้ในสภาว่า หนังสือนำส่ง พ.ร.ก. ยังอยู่ในห้องนายกรัฐมนตรี รอลงนามส่งสภา
    -13.30 น. สมชัย ศรีสุทธิยากร โพสและแถลงข่าวว่า หาก ครม.ไม่ส่ง พ.ร.ก. มาสภา  วันพุธที่ 1 มีนาคม 2566 เวลา 11.00 น. จะไปยื่นถอดถอน ครม. ทั้งคณะ พร้อมเชิญชวนประชาชนไปร่วม
    -16.05 น. จดหมายนำส่ง พ.ร.ก. ลงนามโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึง รัฐสภาแล้ว
    -18.30 น. ชวน หลีกภัย แจ้ง สส. ว่า วันนี้ ไม่สามารถอ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมได้ เนื่องจากมี พ.ร.ก. เสนอเข้ามา อาจนัดประชุมเรื่องนี้ วันจันทร์ 27 หรือ อังคาร 28 กุมภาพันธ์ 2566
  • 28 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา09.30 น. ประชุมสภานัดพิเศษ นัดลงมติ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

เลขาธิการพรรคก้าวไกล เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและผู้กำกับดูแลตำรวจ ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ เพราะการอ้างว่าตำรวจไม่พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทั้งๆ ที่มีเวลาเตรียมตัวถึง 120 วัน แท้จริงแล้วสะท้อนตัวตนของ พล.อ. ประยุทธ์ที่ไม่ต้องการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองสิทธิและชีวิตร่างกายของประชาชน ถ้าวันพรุ่งนี้ พ.ร.ก. ถูกคว่ำในสภา พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯทันที เพราะไม่มีความชอบธรรมที่จะรักษาการต่อหลังยุบสภาอีกแล้ว

 “ขอให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอย่าเขียนด้วยมือแต่ลบด้วยเท้า ควรลงมติไม่อนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ถึงเวลาแล้วที่จะแสดงตัวให้ชัดเจนว่าจะอยู่ข้างประชาชน หรืออยู่ข้างผู้นำบ้าอำนาจ และขอเตือนว่าอย่าลักไก่ด้วยการชิงยื่นคำร้องไปยังศาล รธน. เพื่อตัดตอนไม่ให้มีการลงมติกันในสภา เพราะจะแสดงให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีความกล้าหาญและซื่อตรงต่อประชาชนพอที่จะลงมติในสิ่งที่ถูกต้อง แต่เลือกจะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ และกลัวจะเสียคะแนนนิยมหากต้องโหวตเห็นชอบกับ พ.ร.ก.” ชัยธวัชระบุ

‘กรณ์’ ยกระดับวงการ ‘พระเครื่อง’ การันตีของแท้ ราคากลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543779

27 ก.พ. 2566

'กรณ์' ยกระดับวงการ 'พระเครื่อง' การันตีของแท้ ราคากลาง

‘กรณ์’ เสนอแนวคิดยกระดับวงการ ‘พระเครื่อง’ จัดองค์กร การันตีของแท้ ตีราคาตลาด มั่นใจหากทำได้ สร้างรายได้มหาศาล ขณะที่หลัง ‘ยุบสภา’ หวังชิงพื้นที่ กทม. โคราช ภาคใต้

1 ในนโยบาย 7 เฉดสีของ “พรรคชาติพัฒนากล้า” ให้ความสำคัญกับ “เศรษฐกิจสายมู” นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยกับ คมชัดลึก ว่า มองไกลไปจนถึงการสร้างมาตราฐานสากลของตลาดพระเครื่อง เพิ่มความน่าเชื่อถือ โปร่งใส รวมถึงการดึงเทคโนโลยี AFT ที่เอางานศิลปะดิจิทัลมาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ 

เป็นที่รู้กันดีว่าวงการพระเครื่องมีมูลค่ามหาศาล เข้าถึงยาก ยังไม่มีมาตรฐานกำหนดชัดเจน ทำให้คนที่อยู่นอกวงการไม่มีความมั่นใจว่า เข้ามาแล้วจะไม่ถูกหลอก ซึ่งเราต้องทำอย่างไรเพื่อยืนยันเป็นของแท้ไม่แท้ ต้องมีเอกสารการชัดเจน

ส่วนการกำหนดราคากลาง นายกรณ์ ยกตัวอย่างการเติบโตศิลปะของตะวันตกมี option house หรือเรียกว่า บริษัทที่มีหน้าที่ประเมินราคาและจัดการประมูล จนทำให้เกิดราคาตลาดที่มีความน่าเชื่อถือ หากเราสามารถสร้างบริษัทหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือแบบนี้ได้ มีโอกาสขยายตัวมหาศาล เพราะวงการพระเครื่องของประเทศไทยใหญ่ที่สุดและเป็นประเทศเดียวคนทั่วโลกให้การยอมรับ

แม้ให้บางมุม จะดูยุ่งยาก เหมือนกับวงการหุ้น ที่มีกฎเกณฑ์กติกา มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) มีกฎหมาย แต่ที่สำคัญจะเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือ เพิ่มการเติบโตร้อยเท่าได้ 

ส่วนการเตรียมความพร้อม หลัง “ยุบสภา” เดือน มี.ค.2566 นายกรณ์ ระบุว่า ยิ่งยุบสภาเร็ว ยิ่งดี พรรคเมืองและประชาชนพร้อม อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้พรรคชาติพัฒากล้าจะไม่ส่งผู้สมัครครบทุกเขต แต่หากประชาชนสนับสนุนนโยบายพรรค ที่พรรคเรามุ่งมั่นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก็สามารถเลือกได้ ผ่านบัตรเลือกตั้งใบที่ 2 ในเขตที่ไม่ได้ส่งผู้สมัครได้เช่นกัน 

โดยจะตั้งเป้าส่งผู้สมัครในพื้นที่ กทม.และโคราช เกือบ 50 คน เนื่องจากมีฐานเสียง โดยเฉพาะโคราช เดิมเป็นเมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนา

ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งพื้นที่ภาคใต้ โดยเมื่อวานนี้(26 ก.พ.)พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ จำนวน 20 คน ประกอบด้วย

นายธนากร บุญสนิท ว่าที่ผู้สมัคร สส.พัทลุง ตามมาด้วย อดีต สส. 3 สมัย ดร.อิสมาแอล  เบญอิบรอฮีม ว่าที่ผู้สมัคร สส. ปัตตานี นายเทมส์ ไกรทัศน์ นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต นายจูรี นุ่มแก้ว  ผศ.ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ นายพงศธร สุวรรณรักษา นายนวกัณฑ์ อุบล ว่าที่ผู้สมัคร สส. สงขลา นายลิขิต ศรีชาติ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ชุมพร นายอนุวัตร์ รจิตานนท์ นางพงศ์ศรี นาคเมือง นายสุพจน์ บานเย็น นายวศุธน เรืองขนาบ ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี ร.ท.โอฬาร สุตตะนาคา ร.ท.ชัยฤทธิ์ นาทอง นายสุเทพ นาคสัน ด.ต.นเรศ เกสรินทร์ นายสุรินทร์ เมฆาวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช นายกิตติศักดิ์ ยามาสัน และนายประสิทธิ์ แซ่อึ้ง ว่าที่ผู้สมัคร สส.สตูล

พรรคชาติพัฒนากล้า

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

‘ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง’ ครั้งแรกมากที่สุด อยู่ที่จังหวัด ‘ปัตตานี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543774

27 ก.พ. 2566

'ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง' ครั้งแรกมากที่สุด อยู่ที่จังหวัด 'ปัตตานี'

เปิดข้อมูล ‘เลือกตั้ง66’ Gen X Gen Y มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของ ‘ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ‘ทั้งหมด ‘ปัตตานี’ มี New Voter มากที่สุด

ข้อมูลจาก RocketMediaLab จำแนกจำนวนประชากรที่ กกต. นำมาใช้ในการคำนวณจำนวน สส. รายเขตทั้ง 400 เขต มีทั้งสิ้น 66,090,475 คน

เมื่อดูข้อมูลประชากรไทยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแยกรายอายุรายเดือน ธันวาคม 2565 กรมการปกครอง พบว่าเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,322,824 คน โดยสามารถแยกได้ดังนี้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 18-22 ปี จำนวน 4,012,803 คน คิดเป็นร้อยละ 7.67 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกมากที่สุดคือจังหวัดปัตตานี คิดเป็นร้อยละ 12.25  น้อยที่สุดอยู่ที่ลำพูนคิดเป็นร้อยละ 5.48

เจเนอเรชั่น Z หมายถึงผู้ที่มีอายุระหว่าง 18- 25 ปี 6,689,453 คน คิดเป็น ร้อยละ 12.78  จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เจเนอเรชั่นนี้มากที่สุดคือปัตตานีร้อยละ 19.59 น้อยที่สุดที่จังหวัด ลำพูนร้อยละ 9.44

เจเนอเรชั่น Y ซึ่งหมายถึง ผู้มีอายุ 26-41 ปี มี 15,103,892 คน คิดเป็นร้อยละ 28.87 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเจเนอเรชั่นนี้ มากที่สุดคือนราธิวาสร้อยละ 34.74 น้อยที่สุด อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ร้อยละ 24.74

เจเนอเรชั่น X ซึ่งหมายถึง ผู้มีอายุ 42-57 ปี มี 16,151,442 คน คิดเป็นร้อยละ 30.87 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเจเนอเรชั่นนี้มากที่สุด คือจังหวัดบึงกาฬคิดเป็นร้อยละ 34.21 น้อยที่สุดอยู่ที่จังหวัดปัตตานีร้อยละ25.16

เจเนอเรชั่น Baby Boomers ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 58-76 ปี มี 11,844,939 คน คิดเป็นร้อยละ 22.64 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเจเนอเรชั่นนี้มากที่สุดคือลำพูน ร้อยละ30.24   น้อยที่สุดอยู่ที่จังหวัดปัตตานี 16.48

เจเนอเรชั่น Silent ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 77 ปีขึ้นไป มี 2,533,098 คน คิดเป็นร้อยละ 4.84 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดร้อยละ30.24  จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเจเนอเรชั่นนี้มากที่สุดคือสมุทรสงคราม ร้อยละ 7.14   น้อยที่สุด อยู่ที่ภูเก็ต ร้อยละ3.19

ขอบคุณ :  ข้อมูลเลือกตั้ง จากrocketmedialab

งานเข้า ‘รวมไทยสร้างชาติ’ หาเสียงโคราช ส่อถูก ‘ยุบพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543773

27 ก.พ. 2566

งานเข้า 'รวมไทยสร้างชาติ' หาเสียงโคราช ส่อถูก 'ยุบพรรค'

หาเสียงเลือกตั้งพรรค ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ที่นครราชสีมา ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง จ่อขึ้นเขียงถูก ‘ยุบพรรค’ หากมีคนร้องกกต.

การปราศรัยของนาย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติที่โคราชเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  มีกรณีนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาอ้างเพื่อให้เลือกพรรคการเมืองหรือนายกรัฐมนตรีนั้น 

อาจต้องด้วยลักษณะต้องห้ามตามระเบียบใหม่ในการหาเสียงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่อว่าจะเข้าข่ายถูกยุบพรรคได้ 

เสียงปราศรัย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

หากพิจารณาประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 11 มกราคม 2562 และประกาศระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 23 มกราคม 2562 จะพบใจความสำคัญ ข้อ 17 ระบุว่า ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง

นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า การปราศรัยดังก่าวไม่ใช่มุกตลก 2-3 บาท แค่เรียกเสียงฮา  แต่นี่เป็นอีกครั้ง ที่นักการเมืองชื่อ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี  นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียง  เป็นความปรากฏ ต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ต่อเนื่องจากที่ได้เคยไปยื่น ต่อ กกต. แล้ว แต่ กกต. ไม่รับคำร้อง

‘ชาติพัฒนากล้า’ บุก ‘ภาคใต้’ หวังแค่เป็นม้ามืดช่วยชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543762

26 ก.พ. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' บุก 'ภาคใต้' หวังแค่เป็นม้ามืดช่วยชาวบ้าน

ขอเป็นม้ามืดที่ ‘ภาคใต้’ พรรค ‘ชาติพัฒนากล้า’ ส่งแค่ 20 เขต มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าเกษตร

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมแกนนำ เปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ จำนวน 20 คน มั่นใจว่าได้คัดผู้สมัครที่มีคุณภาพ แม้ว่าพรรคจะไม่ได้ส่งครบทุกเขตในภาคใต้ก็ตาม แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพของตัวผู้สมัคร
ภาคใต้เราตั้งความหวังไว้สูง

หลังพบว่าชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องของปากท้อง ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โอกาสในการมีงานดี ๆ ทั้งการท่องเที่ยว รวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่ยังด้อยมาตรฐาน เราพบว่าภาคใต้ต้องการความเปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์ จับต้องได้ เราได้นำเสนอนโยบายมาแล้ว สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของพรรค เรามีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน

กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

พรรคชาติพัฒนากล้า มีนโยบายนำหวยใต้ดิน  บ่อนเถื่อน ล็อตเตอรี่ราคาแพง ทุกอย่างที่อยู่นอกระบบ ถึงเวลาแล้วที่เราจะยอมรับความจริงว่าเรื่องเหล่านี้มันมีอยู่ในสังคมไทย บางเรื่องที่เป็นสีดำเรารับไม่ได้ ต้องกำจัด เอามานับเป็นธุรกิจไม่ได้ แต่ในเรื่องที่เป็นสีเทา ต้องเอามาไว้ที่สว่างจะได้กำกับได้  เก็บภาษีได้ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประเทศ  ชัดเจนคือสิ่งที่เรียกว่า กาสิโนรีสอร์ท คือการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจจะออกใบอนุญาตการมีกาสิโนด้วย


ผู้สมัครที่เปิดตัววันนี้ ประกอบด้วย นายธนากร บุญสนิท ว่าที่ผู้สมัคร สส. พัทลุง ตามมาด้วย อดีต สส. 3 สมัย ดร.อิสมาแอล  เบญอิบรอฮีม ว่าที่ผู้สมัคร สส. ปัตตานี นายเทมส์ ไกรทัศน์ นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต / นายจูรี นุ่มแก้ว  ผศ.ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ นายพงศธร สุวรรณรักษา นายนวกัณฑ์ อุบล ว่าที่ผู้สมัคร สส. สงขลา / นายลิขิต ศรีชาติ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ชุมพร  

นายอนุวัตร์ รจิตานนท์ นางพงศ์ศรี นาคเมือง นายสุพจน์ บานเย็น นายวศุธน เรืองขนาบ ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี /ร.ท.โอฬาร สุตตะนาคา ร.ท.ชัยฤทธิ์ นาทอง นายสุเทพ นาคสัน ด.ต.นเรศ เกสรินทร์ นายสุรินทร์ เมฆาวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช นายกิตติศักดิ์ ยามาสัน และนายประสิทธิ์ แซ่อึ้ง ว่าที่ผู้สมัคร สส.สตูล

แม่ใหญ่ ‘ชาติไทยพัฒนา’ เสียเลือดที่ ‘สุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543758

26 ก.พ. 2566

แม่ใหญ่ 'ชาติไทยพัฒนา' เสียเลือดที่ 'สุพรรณบุรี'

หาเสียงที่ ‘สุพรรณบุรี’ เสาหลัก ‘ชาติไทยพัฒนา’ เสียเลือด สังเวยเลือกตั้ง ถูกโดรนเก็บภาพบรรยากาศ บินชนหน้า 5 แผล

โดรนถ่ายภาพที่กำลังเก็บภาพบรรยากาศการปราศรัยเวทีพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จังหวัดสุพรรณบุรี บินชนศรีษะคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ที่นั่งให้กำลังใจอยู่ด้านล่าง ข้างเวที ได้รับบาดเจ็บที่แก้ม ขมับ หน้าผาก จำนวน 5 แผล สร้างความตกใจให้กับแกนนำและประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัย

โดยเฉพาะ น.ส.กัญจนา และนางสุวรรณา ศิลปอาชา ภรรยาของนายวราวุธ รวมถึงนายวราวุธที่หันมามองด้วยความตกใจ เพราะคิดว่ามารดาเป็นลม



แต่หลังจากที่มูลนิธเสมอกันกู้ภัย ที่จอดแสตนบายด์อยู่ได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น และทำแผลเสร็จแล้ว  คุณหญิงแจ่มใสได้นั่งฟังปราศรัยต่อจนจบ และยังได้กล่าวกับคนใกล้ชิดว่า “เสียเลือดแล้วทีนี้แหละจะมีแต่ความโชคดี” 

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค บอกว่า ที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนาดูแลประชาชนในพื้นที่มาตลอด เมื่อไม่นานมานี้มีหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่พรรคนึงมาที่ด่านช้างทำการลด แลก แจก แถม ก็ดีใจที่ประชาชนได้ประโยชน์ แม้การมาของเขามาแบบฉับฉวยมาแล้วก็ไป

แต่คนที่จะอยู่พี่น้องชาวด่านช้างตลอด คือพรรคชาติไทยพัฒนา ขอยกทั้งจังหวัด 5 เขต และขอแค่400,000คะแนน ทั้งสุพรรณฯ ขออย่าเทใจให้คะแนนไปพรรคอื่นแม้แต่คะแนนเดียว  ส่งนายวราวุธเป็นนายกรัฐมนตรี


ด้านนายวราวุธ  ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค  ยืนยันแนวนโยบายของพรรคเป็นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดสุพรรณบุรี การแก้ปัญหาของพรรคชาติไทยพัฒนาวันนี้ เพื่อลูกหลานในอนาคต ไม่เหมือนบางพรรคแก้ปัญหาวันนี้แต่ก่อปัญหาให้กับลูกหลานในอนาคต

“มีบางพรรคมาที่ จังหวัดสุพรรณบุรี มาที่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง มาแจกที่ดิน ซึ่งที่ของ ต.วังยาวแท้ๆ แต่กำลังยกไปให้คนจังหวัดอื่น คนสุพรรณบุรียอมหรือไม่ จะเอาไปให้ได้อย่างไร ผมยืนยันว่าที่ด่านช้างต้องเป็นของคนด่านช้างเท่านั้น นอกจากนี้ มีหลายพรรคเสนอจะให้อย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาวก่อปัญหาให้คนรุ่นต่อไป ส่วนเราแก้ปัญหาวันนี้เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต ไม่ใช่มาทิ้งปัญหาไว้ มันไม่ใช่แนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนา ”นายวราวุธ กล่าว

‘ไทยสร้างไทย’ ผุดนโยบายต่อยอด ’30บาทรักษาทุกโรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543755

26 ก.พ. 2566

'ไทยสร้างไทย' ผุดนโยบายต่อยอด '30บาทรักษาทุกโรค'

รื้อ ’30บาทรักษาทุกโรค’ ใหม่ พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ ต่อยอดดูแลประชาชน สั่งยาผ่าน Mobile ลดภาระแพทย์ สร้างสังคมอุดมสุขภาพ

ไทยสร้างไทย ต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ปฏิวัติแนวคิด ชู 30 บาทพลัส สุขภาพดีถ้วนหน้า สู่ well-being society ใช้เทคโนโลยี Ai สร้างสังคมอุดมสุขภาพ ป้องกันก่อนป่วย ดูแลสุขภาพด้วยหมอประจำตัว 24ชั่วโมง 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าปัญหา ด้านสาธารณสุขของประเทศไทยในช่วง20ปีที่ผ่านมาคือ ค่าใช้จ่ายด้านระบบสาธารณสุขของไทยพุ่งสูงขึ้นมาก แต่ประสิทธิภาพน้อยลง  ปี2544 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข 157,228ล้านบาท ส่วนปี2564 มีค่าใช้จ่าย 682,401ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 334% แต่กลับมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นเกือบ 20% จากปีก่อนหน้าทุกปี

แกนนำพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบาย 30 บาทพลัสแกนนำพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบาย 30 บาทพลัส

นอกจากนั้น ยังมีจำนวนแพทย์ เพิ่มขึ้น 106.7% และพยาบาล 140% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ภาระของแพทย์ พยาบาล ยังต้องทำงานหนักมากขึ้น และคาดว่า ในปี 2574 ค่ารักษาพยาบาลจะพุ่งสูงขึ้นถึง 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งระบบงบประมาณของประเทศจะไม่สามารถรองรับได้อย่างแน่นอน และจะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น


สำหรับ 30 บาทรักษาทุกโรค Plus จะเน้น Do It Yourself หรือ DIY Healtcare  โดยใช้เทคโนโลยีมายกเครื่องระบบสุขภาพเต็มรูปแบบ

ประชาชน คนไทยทุกคนจะมี Mobile Doctor อยู่ติดตัวตลอดเวลา สามารถสอบถามเรื่องสุขภาพได้ตลอด24ชั่วโมง ระบบChat GPT คือ AI Chatbot หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสื่อสารผ่านข้อความกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีความสามารถสอบผ่าน วิชาทางการแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกวิชาด้วยคะแนนร้อยละ 80 – 90 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนระดับท็อปของมนุษย์
 

การมีMobile Doctor ประจำตัวนั้น จะทำให้คนไทยดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น สามารถสอบถามหมอประจำตัว ได้24 ชั่วโมง ถ้าตรวจประเมิน พบว่าเจ็บป่วยเล็กน้อย จะสามารถสั่งยาผ่าน Mobile Doctor และนำ QR Code ไปสแกนรับยาฟรีที่ร้านยาใกล้บ้าน แต่หากต้องพบแพทย์ Mobile Doctor  ก็จะนัดแพทย์ใกล้บ้านให้ ดังนั้นผู้ที่เจ็บป่วยจึงสามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใดก็ได้ หรือหากป่วยหนักMobile Doctor จะหาแพทย์เฉพาะทางให้โดยไม่ต้องรอใบส่งตัว

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าถึงเวลาที่ต้องยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคพัฒนาสู่ 30 บาท Plus สร้าง Well-Being Society เพื่อให้คนไทยทุกคนเปลี่ยน Sickcare เป็น healthcare

ดร.สุวดี กล่าวเสริมว่า การปฏิวัติ ระบบสาธารณสุข ต้องเริ่มจากการดูแลประชาชนด้วยการรักษาโดย P4 ประกอบด้วย
1)ช่วยในการคัดกรองข้อมูล
2) ช่วยให้ประชาชนไม่ต้องรอคิว
3) ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น
4) ช่วยดูแลผู้ป่วย Acute Care ลดจำนวนคนไข้ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ จะสร้างบำนาญประชาชน 3,000 บาทดูแลสังคมสูงวัยให้แข็งแรง ซึ่งคนไทยที่มีสุขภาพดีต้องมีรางวัล อาจเป็นส่วนลดค่าใช้จ่ายจากภาครัฐเช่นไฟฟ้า ประปา การเดินทางรถสาธารณะต่างๆเป็นต้น ที่สำคัญจะมีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาบริหาร จัดการระบบสาธารณสุขของไทยใหม่ทั้งระบบ

‘นิด้าโพล’ ชี้ คน ‘ชายแดนใต้’ เลือกพล.อ. ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543745

26 ก.พ. 2566

'นิด้าโพล' ชี้ คน 'ชายแดนใต้' เลือกพล.อ. 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯ

‘นิด้าโพล’ ชี้ คนสามจังหวัด ‘ชายแดนใต้’ อยากได้พล.อ. ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ แต่ไม่เลือก สส. แบบแบ่งเขตพรรครวมไทยสร้างชาติ

คนสามจังหวัดชายแดนใต้เลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี สนับสนุนพรรคประชาชาติ แต่เลือกสส. เขตของพรรคเพื่อไทยที่นราธิวาสและยะลา ยกเว้นที่นราธิวาส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลือกพรรคไหน ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-20 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง

ภาพประกอบจากนิด้าโพลภาพประกอบจากนิด้าโพล

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีใน  5 อันดับแรกวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
  • อันดับ 2 ร้อยละ 17.55 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงาน เป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
  • อันดับ 3 ร้อยละ 16.73 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคที่ผ่านมาสามารถทำได้จริง และชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร
  • อันดับ 4 ร้อยละ 10.45 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 9.82 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ กล้าคิด กล้าทำ ชื่นชอบแนวคิดและวิธีการทำงาน และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล



สำหรับพรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต ตามผลสำรวจนิด้าโพลในวันนี้ 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 22.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.64 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.27 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 10.73 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

นิด้าโพลชี้อีกว่า พรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต มากที่สุด

  • จังหวัดปัตตานี อันดับ 1 ร้อยละ 27.68 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • จังหวัดยะลา อันดับ 1 ร้อยละ 20.07 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • จังหวัดนราธิวาส อันดับ 1 ร้อยละ 22.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย



ด้านพรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 20.64 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.91 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.73 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 4 ร้อยละ 13.55 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 10.73 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

นโยบาย ‘ฟอกไตฟรี’ ต้องกลับมาเป็นรัฐมนตรีให้ได้ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543740

26 ก.พ. 2566

นโยบาย 'ฟอกไตฟรี' ต้องกลับมาเป็นรัฐมนตรีให้ได้ก่อน

ทุกอำเภอ ‘ฟอกไตฟรี’ มีปัญหาแน่ เพราะไม่มีบุคคลากรชำนาญการรองรับ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย คอยรัฐมนตรีกลับมาสานต่อนโยบายหลังการเลือกตั้ง

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ ( ผอ.)
โรงพยาบาลสะบ้าย้อย วิจารณ์นโยบายฟอกไตฟรีทุกอำเภอว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติ เรื่องการตั้งศูนย์ฟอกไตทุกอำเภอนั้น ถ้าทำได้ง่าย โรงพยาบาลต่างๆลงมือเองไปนานแล้ว

แต่สาเหตุที่ทำได้ยากเพราะขาดแคลนกำลังคนทั้งหมออายุรกรรมโรคไตและพยาบาลเฉพาะทางด้านนี้อย่างหนัก 

ในหนึ่งปีสามารถฝึกอบรมบุคคลากรได้แค่หลักร้อยคน แต่ความต้องการพยาบาลนั้นเป็นหลักพัน  หากดูแลไม่ละเอียด ผู้ป่วยจะแย่ลงได้  และการจะเปิดบริการศูนย์ฟอกไตฟรีได้ต้องผ่านการตรวจมาตรฐาน ซึ่งสำคัญและเป็นการคุ้มครองผู้ป่วย  ขนาดจ้างบริษัทเอกชนมาทำแบบ outsource ยังผ่านยาก  ดังนั้นหากจะประกาศนโยบายนี้ จึงต้องแก้คอขวดที่กำลังคนไม่ใช่งบซื้อเครื่องฟอกไต

ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ระบุว่า เมื่อรัฐมนตรีอนุทิน ยกทีมพรรคภูมิใจไทยมาหาเสียงที่สะบ้าย้อย สิ่งที่ดีงามประการหนึ่งคือ ทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อยสามารถทำงานได้ตามปกติ เสมือนไม่มี event นี้ ไม่ต้องเตรียมต้อนรับใดๆ เพราะแค่นั่งรถผ่านหน้าโรงพยาบาล

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

แต่เรื่องที่ปราศรัยว่า ผอ.คนใหม่มีความสามารถเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  โดยเฉพาะเรื่องศูนย์ฟอกไตฟรีนั้น จะคอยดูว่าหากของบประมาณไปตามที่ชาวบ้านแนะนำแล้ว จะถูกตัดด้วยเป็นพื้นที่ชายแดนไกลปืนเที่ยง  ไม่ตรงกับที่หาเสียงหรือไม่  ที่สำคัญต้องรอดูว่าหลังเลือกตั้งคนปราศรัยจะได้ come back จริงเปล่า

ระยะทางไกล 100กิโลเมตรจากหาดใหญ่สงขลา อย่างสะบ้าย้อยจะหา outsource ที่ไหนมารับภารกิจ  ผอ.โรงพยาบาลไกลๆน่าจะสอบตกกับนโยบายนี้แน่ๆ