นักวิชาการ มองการเมือง ‘ เพื่อไทย’มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543391

21 ก.พ. 2566

นักวิชาการ มองการเมือง ' เพื่อไทย'มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง

จับกระแสการเมืองก่อนศึกเลือกตั้ง นักวิชาการรัฐศาสตร์ มองเกม ‘ เพื่อไทย’ ไม่ยอมประกาศจับมือ หวังยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ ได้ผล เพิ่มอำนาจต่อรอง ด้าน ‘เสรีพิสุทธ์ ‘ ไม่กังวลประกาศร่วมงาน ‘บิ๊กป้อม’ ได้ เหตุไม่ใช่คนยึดอำนาจ

ใกล้เปิดฉากศึกเลือกตั้ง 2566 พรรคการเมืองเดินสายหาเสียงล่วงหน้าอย่างคึกคัก นโยบายต่าง ๆ ถูกนำเสนอต่อสายตาประชาชน และที่น่าสนในจอีกประเด็น คงจะหนีไม่พ้น การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตอันใกล้ ที่เรียกได้ว่า เข้มข้น และเฉือนคม ใครจะจับมือกับใคร สัดส่วนเสียงในการจัดตั้งจะออกมาแบบไหน ในการคาดการณ์ รวมทั้งยังมีข่าวสารในวงการเมือง พรรคพลังประชารัฐ มีแนวโน้มได้ร่วมงาน พรรคเพื่อไทย และการที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่วาดหวังไว้จะขึ้นนั่งบัลลังก์บ้านนรสิงห์ อาจจะเป็น ผู้ชายใจบันดาลแรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้การเมืองในช่วงนี้เข้มข้นน่าติดตามยิ่ง

นักวิชาการ มองการเมือง ' เพื่อไทย'มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี เปิดประเด็นคุย “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย-พปชร.”สูตร 3 พรรค หัก “บิ๊กตู่”? เชิญ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ผศ.ดร. วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมพูดคุยมองภาพการเมือง เริ่มต้นการสนทนาอ.วันวิชิต กล่าวทันทีว่า อมพระกี่รูปผมก็ไม่เชื่อ หลังในรายการตั้งคำถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า พรรคการเมืองยังไม่มีการเปิดดีลเรื่องการตจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต 

นักวิชาการ มองการเมือง ' เพื่อไทย'มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง
“ในแง่ทางการเมือง ที่สาธารณะเขาก็ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา ยังไม่ดีลกับใครจนกว่าสนามสงครามการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น ตัวเลขได้เท่าไหร่นั่นคืออำนาจต่อรอง ถ้าตัวเลขไปถึงตามเป้าหมาย อำนาจต่อรองย่อมสูงขึ้น ถ้าตัวเลขไม่ถึงเป้า การที่ใครจะเชื้อเชิญ หรือ ชักชวน หรือ ต่อรอง แม้จะได้เข้าร่วมรัฐบาล เป้าประสงค์ที่จะได้กระทรวงที่ต้องการก็อาจจะไม่ได้ตามเป้า จึงเป็นเรื่องปกติ ที่พรรคกมารเมืองส่วนใหญ่พร้อมที่จะประกาศจุดยืนของตัวเองว่า เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองตัวเอง “ 
 


อาจารย์วันวิชิต วิเคราะเพิ่มเติมอย่างน่าสนใจว่า อย่างพรรคเพื่อไทย ในตอนนี้ ก้ต้องมุ่งหน้าตามยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ก่อน  ซึ่งจะแตกต่างกับพลังประชารัฐ ที่ไม่ต้องการโดนตีกรอบ เพราะการเสีย ส.ส.ออกไปอยู่การเมืองอื่น ๆ ไม่ควรที่จะอยู่นิ่งเฉย หรือแม้แต่การประกาศจุดยืนพรรคการเมือง ร่วมงานกับใครได้ ร่วมงานกับใครไม่ได้ เช่น ภูมิใจไทย ชัดเจนไม่ร่วมงานกับพรรคที่ต้องการปฏิรูปสถาบัน รวมทั้ง ก้าวไกล ถ้าไม่ปรับท่าทีไม่ลดเพดานทางการเมือง ก็เหมือนเป็นการล้อมกรอบตัวเอง ทำให้เป็นข้อจำกัดที่จะพูดกับคนอื่นได้ลำบาก 
และหากไล่เลียงทีละพรรคการเมือง อ.วันวิชิต มอง่วา ถ้าหลายคนโยนก้อนหินถามทาง มีสูตรสำเร็จ เพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ถ้ามองในตัวเลขที่เป็นไปได้ ตัดก้าวไกลออกไป อาจจะมีพรรคประชาชาติไทย รวมกับพรรคเล็กๆน้อยๆ ที่เป็นขั้วฝ่ายค้านเดิม สูตรแบบนี้อาจจะมีคะแนนเสียงทะลุ 376 เสียงได้

นักวิชาการ มองการเมือง ' เพื่อไทย'มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง

มองความแข็งแกร่งของ ส.ส.เขต และกระแส ถ้าเกิดสูตรนี้ขึ้นมา ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็อาจจะมีความไม่สบายใจ บางส่วนอาจจะยังจงรักภักดีกับพลังประชารัฐ หรือ การรวมมือระหว่าง เพื่อไทย กับ ภูมิใจไทย จะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่ แทนที่คะแนนจะมาช่วย ฐานคะแนนอาจจะเลื่อนไปสู่รวมไทยสร้างชาติ หรือในบางพื้นที่ เช่น ปทุมธานี การแข่งขันเข้มข้นระหว่าง เพื่อไทย กับ ภูมิใจไทย ถ้ามีการจับมือกัน จะกลายเป็นเลือกใครก็ได้หรือไม่ 


ซึ่งจะกลายเป็นการไปสกัดแลนด์สไลด์ของตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนดีกว่าว่า แลนด์สไลด์ก่อนเพื่อไปถึงอำนาจนการต่อรอง ถ้าไม่ถึงมันจะเกิดโจทย์ที่คนคิดเผื่อไว้ คาดการณ์ว่า เพื่อไทยอาจจะมาเป็นอันดับ 1 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เพื่อไทย จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 


เพราะเพื่อไทยไม่ได้กุมบังเหียน 250 ส.ว. ซึ่งกลุ่ม ส.ว. เกรงใจ ก็มีเพียง 2 คน พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร และถ้าดึงเอา พล.อ.ประวิตรมา คะแนนเสียงก็จะมาอย่างเป็นเอกภาพและเอกเทศ ของเสียง ส.ว. 


ถ้า พลังประชารัฐได้จำนวนสัก 40-50 ที่นั่ง รวมกับ ส.ว. ได้แน่ ประมาณ 300 เสียง และรวมกับ เพื่อไทย ภูมิใจไทย เพราะวันหนึ่งเสียงที่โหวตนายกรัฐมนตรีถอนตัวไป เสียงเกินกึ่งหนึ่งยังคงมีความจำเป็น และตรงนี้กลายเป็นโจทย์หนักสำหรับ เพื่อไทย ที่จะต้องตอบคำถาม เพราะจุดนี้หรือไม่ จึงต้องมีการปูทางให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี 


“การโยนหินถามทางแบบนี้ ความจริงเป็นการกระชิ่ง เพื่อลดทอนอำนาจการต่อรองของ พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย ไปในตัว เพราะ หลังเสร็จการอภิปรายแบบไม่ลงมติ ผมสังเกตพฤติกรรมการฟาดกลับของพล.อ.ประยุทธ์ เน้นไปที่พรรคเพื่อไทย แต่ไม่ตอบคำถามที่ก้าวไกลตั้งคำถาม

เขาประเมินว่า เพื่อไทย คือคู่แข่งตัวจริง และเป็นการลดทอนแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย ขณะเดียวกันผมคิดว่า คะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมยังกังวลต่อก้าวไกล ดังนั้นคะแนนเสียงคงไม่ไปก้าวไกล  จากเพื่อไทยสวิงไปช่วยก้าวไกล ก็คงไม่เกิด ดังนั้น การจัดการเพื่อไทยให้อยู่หมัด เป็นการเรียกคะแนนจากอนุรักษ์นิยม ที่ยังหลงเหลืออยู่ในพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ให้หันมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว” อ.วันวิชิต วิเคราะห์ 

ทิศทางที่อ.วันวิชิต มองเห็น เป็นในเรื่องของ ชนชั้นกลาง รวมทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยม มีภาพความกังวลและไม่สบายใจ ต่อท่าทีในการคาดการณ์หากเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐญมนตรี จะกลับมา และนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่อีกครั้ง  ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นภาพของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ยังเหลืออยู่ในขณะนี้ ความชัดเจนตรงนี้ เพื่อสร้างพื้นที่ความแตกต่างกับ พลังประชารัฐ 

เกมการเมืองของพลังประชารัฐ ดุเหมือนว่า อยู่กึ่งกลาง ทั้ง เพื่อไทย และ รวมไทยสร้างชาติ อ.วันวิชิต สะท้อนภาพให้เห็นว่า เกมการเมืองที่เกิดขึ้น พลังประชารัฐ ถูกบีบรัดทั้งภาพลักษณ์องค์กร ส.ส.ที่ไหลออกจากพรรค รวมทั้งภาพของ พล.อ.ประวิตร ขายไม่ได้ใน กทม.

และปัจจัยที่ส่งผลอีกส่วนคือ การมีพื้นที่สื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ภาพลักษณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ส่งเสริมพรรค ขายได้ยาก แม้จะมีกลุ่มส.ส.บ้านใหญ่หลายซุ้มอยู่ในพรรค แต่ก็เริ่มมีอาการที่เรียกว่า เล่นแร่แปรธาตุ เช่น กลุ่มสุโขทัย ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มีลูกน้องในกลุ่มบางส่วนย้ายไปเพื่อไทย มีการมองกันว่าเป็นลดความเสี่ยวงในการทำงานการเมืองในอนาคต ในพื้นที่อื่นๆ เพื่อไทย ก้าวไกล คะแนนดีวันดีคืน ทำให้พลังประชารัฐ เหลือพื้นที่เล่นไม่เยอะ

ดังนั้น พลังประชารัฐก็ต้องมั่นใจว่า จะได้เป็นรัฐบาลแน่ แต่จะได้ส.ส.กี่เสียงนั่นอีกเรื่องหนึ่ง ทำให้ท่าทีการไม่รับพล.อ.ประวิตรของเพื่อไทยเกิดขึ้นในเบื้องต้นก่อน  และถ้าคะแนนเสียงไปไม่ถึง พรรคที่จะเข้ามาเติมเต็ม คือ ภูมิใจไทย และในหลายพื้นที่ การต่อสู้ระหว่าง เพื่อไทย กับ ภูมิใจไทย ค่อนข้างเข้มข้น จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ต้องเดินหน้ายุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ และไม่สามารถลงเอยกับใครได้ 


ทางรายการขอให้ อ.วันวิชิต วิเคราะห์ประเด็น การยอมรับหากมีการร่วมงานกับพล.อ.ประวิตร ของพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งอ.วันวิชิต ก็ได้อธิบายเชิงวิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่า เพราะภาพในการดีลทางการเมือง ของ พล.อ.ประวิตร บ้านป่ารอยต่อเปิดรับทุกฝ่ายทางการเมือง การต่อรองต่าง ๆ หาก พล.อ.ประวิตรทำสัญญากับใคร มันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และมองได้ว่า เป็นยุทธศาสตร์ค่อยๆถอนสมอทางอำนาจของ 3 ป. 

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์  เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ เพื่อเปิดใจ หลักใหญ่ใจความในการสามีถร่วมงานกับ พล.อ.ประวิตรได้  พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์  อธิบายว่า พรรคของตนนั้นตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นกลาง สร้างความเป็นธรรม และที่ไม่สามารถร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ เพราะเป็นคนยึดอำนาจ พอตั้งรัฐบาลจึงไปเชิญ 2 ป.มาร่วมงาน  แล้วการที่พูดเปิดทางไว้ครั้งนี้ ด้วยความเป็นพรรคเล็ก สามารถร่วมงานกันได้ และยืนยันอยู่กับฝ่ายพรรคฝั่งประชาธิปไตย ด้วยเงื่อนไขที่ว่า ตอนนี้ พลังประชารัฐ ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว 

นักวิชาการ มองการเมือง ' เพื่อไทย'มุ่งแลนด์สไลด์ หวังกวาดส.ส.ไว้ต่อรอง
ทางรายการขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์   มองสถานการณ์ เพื่อไทย ที่ไม่สามารถประกาสความชัดเจนในการจับมือร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ว่า ในสายตาคนนอก เพื่อไทยกำลังหาเสียงให้เกิดการแลนด์สไลด์ ซึ่งถ้าในอนาคต เพื่อไทยคะแนนถึง 300 เสียง ก็ไม่จับมือกับใครแล้ว ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว และถ้าไม่ถึงตามที่วางแผนไว้ ค่อยมาถึงเรื่องการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ถ้าออกมาแสดงความชัดเจนในตอนนี้ในเรื่องการจับมือ เท่ากับเป็นการปิดประตู 


ในสมการเปลี่ยนฝ่ายข้ามขั้ว พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์   มองว่า ทั้งหมดอยู่ที่ เพื่อไทย จะแลนด์สไลด์หรือไม่แลนด์สไลด์ ก็เป็นพรรคการเมืองที่จะได้ส.ส.มากที่สุด ไม่ใช่พรรคการเมืองคะแนนไม่เท่าไหร่มาแย่งตั้งรัฐบาล ตอนนี้อยู่ที่เพื่อไทย อยู่ที่คะแนนหลังเลือกตั้ง จะเลือกร่วมกับใคร 


ส่วนสูตร 3 พรรคบวก ส.ว. ที่พูดถึง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์   บอกว่า มีความเป็นไปได้ เพราะ เสียงส.ว. เป็นคนที่ถูกเลือกโดย พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทั้งหมด ไม่ได้ผ่านกระบวนการสรรหา แต่ครั้งนี้ เชื่อว่า เสียง ส.ว. จะไม่พร้อมเพรียงในการเลือกนายกรัฐมนตรีแบบปี 2562 ที่เลือกแบบไม่แตกแถว 249 เสียง 


และส่วนตัว พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์   ไม่กังวลเรื่องแฟนคลับของพรรคตน เพราะตนเป็นคนชัดเจน ทำการเมืองแบบตรงไปตรงมา  ประกาศชัดเจนว่าจะร่วมงานกับใคร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

‘สมศักดิ์’ เชื่อ ‘ยุบพรรคติดเทอร์โบ’ กระทบทุกพรรค เป็นสิ่งกลัวที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543388

21 ก.พ. 2566

'สมศักดิ์' เชื่อ 'ยุบพรรคติดเทอร์โบ' กระทบทุกพรรค เป็นสิ่งกลัวที่สุด

‘สมศักดิ์’ เชื่อ ‘ยุบพรรคติดเทอร์โบ’ กระทบทุกพรรค แนะทำประชาพิจารณ์ก่อน พร้อมยอมรับเป็นสิ่งกลัวที่สุด ส่วนเลือกตั้งสมัยหน้า พปชร. เป็นรัฐบาล 99% อวย ‘บิ๊กป้อม’ สดที่สุด ดูได้จากสีเสื้อ

21 ก.พ. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับทุกพรรคที่มีคดีความ จะได้รับผลกระทบ จากระเบียบเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แก้ไขให้ดำเนินการรวดเร็วแบบติดเทอร์โบ เดิมใช้ระยะเวลา 3 ปี 7 ปี มาใช้ 3-7 เดือน เมื่อมีการปรับให้รวดเร็วขึ้น ก็จะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ว่าถูกต้องหรือไม่ แต่ต้องทำประชาพิจารณ์หลายๆ รอบ หากไม่ฟังเสียงประชาชน ก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้

ส่วนพรรคพลังประชารัฐที่กำลังมีประเด็นรับเงินบริจาคจากนายทุนจีนจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ต้องถามฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าเดือดร้อนขนาดไหนอย่างไร ตนไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ ทั้งนี้เคยมีประสบการณ์ยุบพรรคแล้วถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และมองว่า การยุบพรรคสามารถทำได้ง่ายเหมือนกัน ถ้าหากต้องการให้ยุบหรือมีพลังอะไรเข้ามา “การยุบพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่กลัวที่สุด”

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ มั่นใจ พรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรครัฐบาล 99% ซึ่งใครไม่รู้จะไปไหนก็มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ นักการเมืองยังไม่แบ่งขั้วการเมือง ต้องรอผ่านการเลือกตั้งค่อยแบ่ง สส. ซึ่งทุกพรรคล้วนอยากเป็นรัฐบาล แต่ก็ยังไว้ศักดิ์ศรีนิดหน่อย

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐนั้น “หัวหน้าพรรคได้ทุ่มเท และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสดที่สุด ดูได้จากเสื้อผ้า” 


ส่วนท่าทีกลุ่มสามมิตร ยังยืนยันตามที่นายสุริะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรมว่า จะอยู่ต่อ แต่ยอมรับว่า ผู้ใหญ่ในพรรค ยังไม่มีการถามถึงนโยบายของกลุ่ม เพราะการประชุมหลายครั้ง ไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งส่วนตัวมีนโยบายที่จะนำเสนออยู่แล้ว ไม่ว่าสมัยหน้าจะได้ไปอยู่กระทรวงไหนก็ตาม

‘ธนกร’วอน’รังสิมันต์ โรม’อย่าดิสเครดิต ลั่นนายกฯปราบทุนจีน ผิดไม่เอาไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543381

21 ก.พ. 2566

'ธนกร'วอน'รังสิมันต์ โรม'อย่าดิสเครดิต ลั่นนายกฯปราบทุนจีน ผิดไม่เอาไว้

‘ธนกร’ขอความเป็นธรรมให้’บิ๊กตู่’ วอน ‘รังสิมันต์ โรม’ อย่าโยงปัญหานายทุนจีน ดิสเครดิตเลือกตั้ง ลั่นใครผิดไม่เอาไว้ ขอบคุณ’ชินวรณ์’หวังดีเตือนระวังมูเตลูผิดวิธี เชื่อความดีคุ้มครองทุกคน

21 ก.พ. นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความเป็นธรรมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังถูกอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล พาดพิงเกี่ยวกับนายทุนจีนสีเทา ระบุว่า เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินการเด็ดขาดมาตั้งแต่ต้น เข้าสู่กระบวนการของศาลไปแล้ว หากมีข้อมูลใหม่ๆเข้ามา ก็ถือเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เอาเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปพันกันจนทำให้คนอื่นเสียหาย รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ก็มีความเข้มข้น ตรงไปตรงมา ส่วนนายรังสิมันต์ก็เดินหน้าไปในการตรวจสอบ แต่อย่าพยายามโยงไปสู่การเมือง และดิสเครดิตเลือกตั้ง ดังนั้นมาสู้กันด้วยนโยบาย 

นอกจากนี้นายธนกร เห็นใจคนจีนส่วนหนึ่งที่เป็นคนบริสุทธิ์ วันนี้เราต้องแยกแยะว่า ไทยกับจีนเป็นประเทศพี่น้องกัน จากอดีตจนปัจจุบัน ทุกเชื้อชาติมีทั้งคนดีและไม่ดี ดังนั้นอย่าให้คนไม่ดีเข้ามา ไม่ว่าจะสีไหน ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ขอให้นายรังสิมันต์มั่นใจว่า ไม่ให้ความช่วยเหลือใคร
 

ส่วนที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จะมายื่นหลักฐานเพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันนี้ ถือเป็นเรื่องดี ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั้งหมดไม่ว่าใคร พร้อมกับขอบคุณที่ได้เปิดเผยข้อมูลเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุดได้ถูกนำไปตรวจสอบ ตำรวจเดินหน้าอยู่แล้ว แต่หากมีข้อมูลเกี่ยวกับใคร หรือ ข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนว่า “ไม่เอาไว้” 

ส่วนที่เมื่อวาน(21 ก.พ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นครศรีธรรมราช ออกมาเตือนนายกรัฐมนตรีเดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธื์นั้น ก็ขอขอบคุณ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดี แต่ยืนยันนายกรัฐมนตรีเป็นคนดี คิดดี ทำดี กับประเทศมาตลอด ยึดมั่นใจพระพุทธศาสนา คณะที่เดินทางไปด้วย ก็เป็นคนดี คิดทำ เพื่อประชาชนและประเทศชาติ เพราะฉะนั้นแล้ว คิดว่าความดีจะคุ้มครองทุกคน 

แกนนำพรรค ‘ชาติไทยพัฒนา’ ยังปักหลักหาเสียงที่ ‘สุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543361

20 ก.พ. 2566

แกนนำพรรค 'ชาติไทยพัฒนา' ยังปักหลักหาเสียงที่ 'สุพรรณบุรี'

ขอสานต่อ 48 ปี ที่พ่อทำมา เลือกตั้งที่ ‘สุพรรณบุรี’ ครั้งหน้า วราวุธ -กัญจนา ขอให้เลือกพรรค ‘ชาติไทยพัฒนา’ เท่านั้น

ประชาชน นักเรียน นักศึกษา กว่า 2,000 คน ที่มารับฟังการปราศรัยของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ บึงลำควง อ.ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา / นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่เขตเลือกตั้ง อ.ศรีประจันต์ และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ขึ้นเวที

แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา บนเวทีประจันตคาม จ. สุพรรณบุรีแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา บนเวทีประจันตคาม จ. สุพรรณบุรี

นายวราวุธ กล่าวปราศรัย คนที่ชื่อ นายประภัตร อยู่กับพรรคชาติไทย มาก่อนนายบรรหาร และอยู่มานานเกือบ 50 ปี ถึงจะมีคนมาทาบทาม ก็ไม่เคยคิดที่จะย้ายไปอยู่พรรคอื่น เพราะความรักความผูกพันที่มีให้กับคนสุพรรณบุรี และพรรคจึงอยากให้ประชาชนให้กำลังใจกับคนชื่อนายประภัตร โพธสุธน ด้วย

การทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้มองแค่ระยะสั้น แต่มองไปถึงอนาคตของลูกหลาย ในอีก 20 – 30 ปีข้างหน้า การทำนโยบายของพรรค จึงเป็นการลงไปฟังปัญหาจากทั่วประเทศ และนำมาทำมาแก้ไขกันจริง ๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า “รับฟัง ทำจริง” ไม่ใช่นั่งเทียนคิดนโยบายโดยไม่ถามใคร ดังนั้นนโยบายที่ออกมาจึงเป็นเรื่องความต่อเนื่อง ความยั่งยืน และคิดถึงอนาคตของคนไทยทุกรุ่น ทั้งรุ่นใหม่ และรุ่นใหญ่

“นโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา หัวใจที่สำคัญที่สุด สำหรับกลุ่มพี่น้องเกษตรกรทุก ๆ คน  ก็คือจะทำอย่างไรให้มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ทำนาในประเทศไทย 60 ล้านไร่ ทำอย่างไรจะมีพันธุ์ข้าวที่ดี สู้กับพันธุ์ข้าวต่างประเทศที่ราคาแพง ดังนั้น 60 ล้านไร่ เราจะแจกพันธุ์ข้าวที่ดีให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ และจะแจกเงินต้นทุนการผลิต 1,000 บาทต่อไร่ รวมถึงขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร หน่วยละ 2 บาท เพื่อลดต้นทุนการใช้น้ำมันสูบน้ำเข้านา” นายวราวุธ กล่าว

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า วันนี้มาที่ อ.ศรีประจันต์ ที่เป็นดินแดนที่น่าชื่นชม เพราะเป็นแผ่นดินเกิดของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.ปยุตฺโต) พระมหาเถระที่เป็นอริยสงฆ์ ที่เคารพ และยังเป็นบ้านเกิดของคนดีศรีสุพรรณฯ ชื่อว่า นายประภัตร โพธสุธน พร้อมระบุว่า สุพรรณบุรี เป็นแผ่นดินเกิดของศิลปิน กวี มากมาย และที่สำคัญยังเป็นแผ่นดินเกิดของนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ที่ชื่อว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ทำให้จังหวัดสุพรรณบุรี เจริญมาถึงทุก

นายประภัตร บอกว่า พรรคชาติไทยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2518 ได้เป็นผู้แทนราษฎร ครั้งแรกปี 2518 และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน อ.ศรีประจันต์ ด้วยความ 48 ปี ที่นายบรรหาร มาพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เปลี่ยนแปลงการคมนาคม การเกษตร การชลประทาน และการท่องเที่ยว ให้เจริญขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคชาติไทย จนมาถึงพรรคชาติไทยพัฒนา เราได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นความภูมิใจที่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ความรัก ความเมตตา กับพรรคมาตลอด 48 ปี ดังนั้นการจะพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากนายบรรหาร ได้ ก็จะต้องเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น

‘ไทยสร้างไทย’ ชวนชาวไทยจุดไม้ขีดเผากองขยะ ขจัดอำนาจนิยม รัฐราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543357

20 ก.พ. 2566

'ไทยสร้างไทย' ชวนชาวไทยจุดไม้ขีดเผากองขยะ ขจัดอำนาจนิยม รัฐราชการ

‘ไทยสร้างไทย’ ชวนชาวไทยจุดไม้ขีดสร้างแสงสว่างให้ประเทศ ล้างระบบอำนาจนิยม รัฐราชการ ขณะที่ ‘สุดารัตน์’ ชี้จะสร้างประเทศได้ ต้องเริ่มจากสร้างคน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าว “Platform การสร้างประเทศของพรรคไทยสร้างไทย”  พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนลุกขึ้นมาจุดไม้ขีดให้แสงสว่างเปลี่ยนประเทศไทย อย่ายอมจำนนต่ออำนาจเงิน อิทธิพลการสร้างความขัดแย้งเกลียดชังและวาทกรรมพรรคการเมืองและนักการเมือง เพื่อปลดแอกประเทศไทยจากอำนาจนิยมและรัฐราชการให้สำเร็จ 

ดร.โภคิน ระบุว่า เนื่องจากประเทศไทยเกิดความขัดแย้ง อยู่ในความมืดมิด กับกองขยะมายาวนาน โดยเฉพาะวัฒนธรรมอำนาจนิยม และรัฐราชการ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เรามองเห็นปัญหาเหล่านี้จึงมาร่วมกันตั้งพรรค ด้วยอุดมการณ์และความมุ่งมั่นในการสร้างพรรคไทยสร้างไทยด้วยความเสียสละ และมุ่งมั่นตั้งใจ ต้องการให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง เน้นระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่เป็นธรรม พร้อมปฏิรูประบบศาล อัยการ ตำรวจ ทหาร ที่ปัจจุบันจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางผิด

ปัญหาประเทศ ต้องขจัดกองขยะเหล่านี้ คือ ความคิดและวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม และ รัฐราชการที่เป็นเครื่องมือรับใช้ ซึ่งกลายเป็นปีศาจตัวใหญ่ เกาะกินประเทศ เกิดธุรกิจสีเทา ดังนั้น ประเทศจึงต้อง มีวิสัยทัศน์ และรูปแบบของการพัฒนาที่ชัดเจน 

ดร.โภคิน พลกุล ดร.โภคิน พลกุล

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงหลักการ 5 Platform

เริ่มจากการ

“สร้างคน”  โดยจะดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่ 
1. เด็กในครรภ์ และมารดาจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด  
2. เด็กก่อนวัยเรียนและวัยเรียนต้องเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียนจนจบปริญญาตรีได้ระหว่างอายุ 17-19ปี 
3. บำนาญประชาชน 3,000 บาท เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย เพื่อให้มีชีวิตที่มั่นคง ไม่เป็นภาระลูกหลาน ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ 

“ล้างหนี้ด้วยการสร้างรายได้” เพื่อให้ประเทศไทยกลับมายืนหนึ่งบนแผนที่โลก ซึ่งพรรคมีนโยบายในการรองรับไว้แล้ว เช่นการเชื่อมโยงการเดินทาง Belt and Road ด้วยการเชื่อมรถไฟจากเหนือลงใต้ รวมถึงการเชื่อมทะเล 2 ฝั่งทั้งมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก 

“ทำสงครามกับความยากจน” โดยการแก้หนี้ เติมทุน สร้างโอกาส ด้วยกองทุนสร้างไทย 300,000 ล้านบาท

“ทำสงครามกับการทุจริต” สิ่งผิดกฎหมาย หวย บ่อน ซ่อง ยา และธุรกิจสีเทา พนันออนไลน์

“จะขจัดการคอร์รัปชั่น” โดยเฉพาะการคอร์รับชั่นเชิงนโยบาย และสร้างประชาธิปไตย ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย จะมี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เข้าไปทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าวของพรรคไทยสร้างไทย ได้ส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว แม้พรรคยังไม่มี สส. แม้แต่คนเดียว 

 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

‘ศรีสุวรรณ’บุกร้องสอบคุณสมบัติอดีตนศ.เสนาธิการ พบเคยต้องโทษจำคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543355

20 ก.พ. 2566

'ศรีสุวรรณ'บุกร้องสอบคุณสมบัติอดีตนศ.เสนาธิการ พบเคยต้องโทษจำคุก

“ศรีสุวรรณ จรรยา” บุกวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ยื่นหนังสือร้องสอบคุณสมบัติอดีตนศ.หลักสูตรเสนาธิการ พบเคยต้องโทษ แต่กลับเข้าเรียนได้

20 ก.พ.2566  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถ.วิภาวดี-รังสิต  ขอให้ตรวจสอบอดีตนักศึกษาหลักสูตรเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 61 ว่าผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติให้เข้าเรียนโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกเป็นนักโทษเด็ดขาดในเรือนนำคลองเปรมเป็นเวลากว่า 4 ปี 10 เดือน ในข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธฯ , ร่วมกันข่มขืนใจและหน่วยเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและพาติดตัวไป 
 

'ศรีสุวรรณ'บุกร้องสอบคุณสมบัติอดีตนศ.เสนาธิการ พบเคยต้องโทษจำคุก


และบุคคลดังกล่าวยังถูกแจ้งความดำเนินคดีเป็นกรณีพิพาทอีกหลายคดี  ซึ่งน่าจะไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติของผู้ที่จะผ่านเกณฑ์เข้ารับการศึกษาตามหลักฐานการอนุมัติหลักสูตร ตามคำสั่ง บก.ทท. (เฉพาะ) ที่ 400/44 ลงวันที่ 5 พ.ค.44 จากภาคเอกชนในข้อ ค. 3. (3.2 และ 3.7) ที่กำหนดว่าต้องเป็นผู้ที่ประกอบธุรกิจที่มีความสำเร็จฯ และมีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติฯ หรือเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์แก่สังคม และเป็นที่ยอมรับของสังคม 

แต่เมื่อเทียบเคียงกับคุณสมบัติของอดีต ผช.เลขาฯ รองประธานสภาฯ ทั้งหมด ไม่น่าจะตรงกับคุณสมบัติที่จะผ่านเกณฑ์การเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ยังจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. ให้การรับรองหรือเทียบคุณวุฒิให้  จากการสืบค้นบุคคลดังกล่าวเคยอ้างว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ปริญญาโท จาก สหรัฐอเมริกา แต่เมื่อตรวจสอบค้นหาการรับรองคุณวุฒิด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักงาน ก.พ. ยังไม่ปรากฏว่าได้รับการรับรองหรือเทียบคุณวุฒิให้แต่อย่างใด 

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรนนูญไทย จึงมาร้องให้ผู้บัญชาการ – เลขาธิการวิทยาลัยเสนาธิการทหารได้ตรวจสอบ หากพบว่าไม่ถูกต้องให้ดำเนินการตามระเบียบของวิทยาลัยหรือสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และดำเนินการลงโทษหรือเพิกถอนตามระเบียบขั้นสูงสุดต่อไป 

‘สส.นครศรีฯ’ เตือน ‘บิ๊กตู่’ มูเตลูผิดวิธี อาจวิบัติได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543353

20 ก.พ. 2566

'สส.นครศรีฯ' เตือน 'บิ๊กตู่' มูเตลูผิดวิธี อาจวิบัติได้

‘ชินวรณ์’ ส.ส.นครศรีธรรมราช เตือน ‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่ก่อนปิดท้ายเดินสายศํกดิ์การะสิ่งศํกดิ์ หากเจ้าพิธีทำผิดหลัก อาจวิบัติได้

วันนี้ 20 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช โดยปิดท้ายด้วยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิที่ วัดยางใหญ่ อำเภอท่าศาลา และ วัดเจดีย์ หรือ วัดไอ้ไข่ เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ล่าสุด นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตือน “หากคนที่ทำพิธีทำไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้วิบัติได้” แต่เชื่อว่า นายกรัฐมนตรีไปด้วยจิตศรัทธาและต้องการทำบุญจริงๆ จึงขอฝากทางผู้จัดที่ดูแลว่า ต้องหาเจ้าพิธีที่ทำให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียหายได้ 

นายชินวรณ์ เล่าเคยประสบโดยตรงกับตัว จนทำให้ต้องมากราบวัดพระแก้ว วัดชนะสงคราม เพื่อแคล้วคลาด แต่ตนอยู่ในความดีงาม เชื่อในหลักเหตุและปัจจัย คิดว่าจะทำให้พ้นจากเรื่องมนต์ดำต่างๆได้ และมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีมีความปรารถนาดีที่จะทำบุญ แต่ไม่มั่นใจว่า การทำพิธี กลัวว่าจะเป็นปัญหา

โดยก่อนนายกรัฐมนตรีจะเดินทางขึ้นเครื่องนั้น ได้แจ้งให้ทราบแล้ว พร้อมกับบอกด้วยว่า สิ่งที่ชาวนครศรีธรรมราชต้องการคือ ต้องการให้ปัญหาปากท้อง ทั้งราคายางและราคาปาล์ม โดยเฉพาะในโครงการ ” รับเบอร์ วัลเลย์” ที่ผ่านคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติแล้ว จึงอยากให้พูดเรื่องนี้ รวมถึง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันที่ยังค้างอยู่ในสภาด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านว่า ถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป 

‘ประชาธิปัตย์’ ชูไอเดีย ลดค่าไรเดอร์เหลือ 20% ลดหย่อนภาษีร้านค้าชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543349

20 ก.พ. 2566

'ประชาธิปัตย์' ชูไอเดีย ลดค่าไรเดอร์เหลือ 20% ลดหย่อนภาษีร้านค้าชุมชน

‘ประชาธิปัตย์’ ชูนโบายใหม่ เตรียมลดค่าไรเดอร์เหลือ 20% ของราคาสินค้า พร้อมลดหย่อนภาษี เพิ่มรายได้ร้านค้าชุมชนและธุรกิจขนาดย่อย เตรียมปิดสวิตช์’กัญชาเสรี’ ต้องขายตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(MSME) ด้วยการลดค่าไรเดอร์ และลดหย่อนภาษีให้กับร้านค้าออนไลน์ โดยนายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทราบปัญหาจากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ส่วนใหญ่พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจและสังคมเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะเศรษฐกิจในชุมชนร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง ร้านขายของชำ ร้านกาแฟขนมปังปิ้ง ร้านโรตี เป็นต้น

แม้พ่อค้าแม่ค้าจะพยายามหาช่องทางการขายรูปแบบใหม่ผ่านแอพพลิเคชั่นและออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้นอกเหนือหน้าร้าน แต่ร้านค้าชุมชนขนาดเล็กยังเผชิญกับอุปสรรคทั้งด้านค่าGPไรเดอร์ การเรียกเก็บภาษี และตู้กดสินค้าจากกลุ่มทุนที่ตั้งตามชุมชน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นถึงเรื่องนี้ จึงคิดชุดนโยบายช่วยมดตัวเล็กให้กลายเป็นกองทัพมดที่เข้มแข็งสามารถต่อสู้กับธุรกิจกลุ่มทุนใหญ่ได้

ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัย์เปิดตัวนโยบายธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้านบาท เพื่อสร้างเงิน สร้างรายได้ สร้างโอกาส แต่วันนี้ขอนำเสนอนโยบายใหม่เพิ่มเติม คือ ลดค่าไรเดอร์จาก 30 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าให้เหลือไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงลดหย่อนภาษีร้านค้าออนไลน์ เพราะร้านค้าเหล่านี้ค้าขายพอมีรายได้จุนเจือครอบครัวแต่เมื่อโดนเรียกเก็บภาษีอีก ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ

นายชนินทร์ มีความกังวลใจอีกปัญหาหนึ่ง คือ การขายกัญชาเสรี เพียงแค่เด็กและเยาวชนกำเงินไปซื้อก็สามารถนำมาเสพได้เลย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อรักษาทางการแพทย์เท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรี เพื่อนันทนาการที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน และเราจะปิดสวิตช์เรื่องนี้ ด้วยการเร่งรัดกฎหมายในการควบคุมดูแลให้การซื้อขายกัญชาต้องทำตามคำสั่งแพทย์ หรือมีการควบคุมเข้มงวดที่สุด 

‘กก.จริยธรรมฯ’ ยังไม่เรียกสอบ สว.’อ.’ เอี่ยวนักค้ายาเสพติด ธุรกิจสีเทา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543339

20 ก.พ. 2566

'กก.จริยธรรมฯ' ยังไม่เรียกสอบ สว.'อ.' เอี่ยวนักค้ายาเสพติด ธุรกิจสีเทา

‘สมชาย’ เผย ยังไม่เรียกสอบจริยธรรม สว.’อ.’ เพราะยังไม่มีผู้ร้อง ชี้เป็นเพียงอภิปราย หากมีหลักฐานชัดเจน พร้อมดำเนินการ

คณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ ยังไม่ได้เรียกสอบ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.”อ.” ที่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปพาดพิงเกี่ยวข้องกับนักค้ายาเสพติดชาวเมียนมาร์และธุรกิจผิดกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีผู้ร้องเรียกเข้ามา 

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการจริยธรรม เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว เป็นเพียงแค่การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ตามกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว จะสอบก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องเข้ามา เมื่อมีเอกสารหลักฐานชัดเจน หรือ กรรมการหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบเองได้ หากพบว่าข้อมูลมากพอและประจักษ์ชัด 

เป็นเรื่องที่ดี หากเรื่องนี้ถูกนำไปฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล จะได้มีความชัดเจนว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งใครจะทำอะไรก็ได้เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่หาก มี สว. เข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องทำการตรวจสอบ

‘ประยุทธ์’ – ‘ประวิตร’ ไม่ทับเส้นทางลงพื้นที่ ตรวจราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543342

20 ก.พ. 2566

'ประยุทธ์' - 'ประวิตร' ไม่ทับเส้นทางลงพื้นที่ ตรวจราชการ

แยกกันไปกันคนละทิศ พล.อ.ประวิตร แจกที่ดินทำกินที่จันทบุรี-ตราด พล.อ.ประยุทธ์ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราชตามโพล

บิ๊กตู่ ลงพื้นที่ โพลชี้ให้เห็นนายกฯต่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามแนวทางการพัฒนาอำเภอจุฬาภรณ์ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอจุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีประชาชนมารอต้อนรับหลายพันคนพล.อ.ประยุทธ์ บอกว่ามาวันนี้เพื่อนำความเจริญมาให้ชาวนครศรีธรรมราช จะพัฒนาให้หมด  โครงการสนามบิน,การแก้ปัญหาน้ำท่วม โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช วันนี้จะไปไหว้พระ จะอธิฐานให้ประเทศชาติปลอดภัยโดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช  เพราะเราใจถึงใจกัน

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่นครศณีธรรมราชนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่นครศณีธรรมราช

จากนั้น นายกฯได้ร่วมผัดคั่วกลิ้งเมนูประจำท้องถิ่นของดีประจำ อ.จุฬาภรณ์ร่วมกับแม่บ้านพร้อมทั้งชิมคั่วกลิ้งและยำนิ้วให้เนื่องจากมีความอร่อย สำหรับคั่วกลิ้งได้รับรางวัลจากการประกวดมากมายเนื่องจากทำจากวัตถุดิบสดใหม่สะอาดใช้เนื้อวัวอายุไม่เกิน 2 ปี วัตถุดิบที่นำทำเครื่องแกงก็ต้องเป็นเครื่องแกงตำมือเท่านั้น   ซึ่งนายกฯได้สนับสนุนให้กลุ่มแม่บ้านได้ใช้ภูมิปัญญาไทยนี้ต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน จากนั้นได้เดินถ่ายรูปเซลฟี่กับประชาชนอย่างเป็นกันเอง

ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจทางการเมือง ระบุว่า ชาวนครศรีธรรมราชต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไป 

บิ๊กป้อม แจกเอกสารที่ดินทำกินภาคตะวันออก 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะวันนี้ เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี และ จังหวัดตราด ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคตะวันออก โดยได้รับทราบความคืบหน้า การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการกระจายการถือครองที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองและมีที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผ่าน ผู้ว่าฯ จันทบุรี และตัวแทนเกษตรกร พร้อมทั้งเยี่ยมชมแปลงเกษตรวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรุ่นใหม่พัฒนาและพบปะรับทราบปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน

ชาวบ้านถือป้ายเชียร์พล.อ.ประวิตรชาวบ้านถือป้ายเชียร์พล.อ.ประวิตร

พล.อ.ประวิตร ยังได้ลงพื้นที่ จังหวัดตราด ดูโครงการแก้มลิงหนองฉุงใหญ่ อ.เขาสมิง ที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ 1,000 ไร่  1,244 ครัวเรือน และยังช่วยชะลอการไหลของน้ำ บรรเทาการเกิดอุทกภัยพื้นที่ตอนล่าง และสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนโครงการน้ำ ให้แล้วเสร็จ ตามแผนงานโดยเร็ว รวมถึง เข้มงวด 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระราชดำริ ร.9