‘นักวิชาการ’ ค้าน เลื่อนบังคับใช้ ‘พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย’ จี้ส่งสภาโหวตด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543329

20 ก.พ. 2566

'นักวิชาการ' ค้าน เลื่อนบังคับใช้ 'พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย' จี้ส่งสภาโหวตด่วน

‘นักวิชาการ’ คัดค้าน พ.ร.ก.เลื่อนบังคับใช้ ‘พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย’ 4 มาตรา ออกไปอีก 8 เดือน ชึ้เป็นภัยต่อประชาชน จี้ครม.เร่งนำเข้าสู่รัฐสภาพิจารณาโดยด่วน ก่อนสิ้นเดือนก.พ.

นักวิชาการ ร่วมคัดค้าน พ.ร.ก.เลื่อนบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหายฯ ในมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 และมาตรา 25 ออกไป อีก 8 เดือน บังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566 จากเดิมจะต้องเริ่มบังคับใช้ วันที่ 22 ก.พ. 2566 นี้ 


ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เร่งรัดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมสภาฯลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ หากไม่ทัน ยังสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ก่อนที่จะถึงวันที่ 24 มีนาคม หมดวาระของรัฐสภา แต่หากไม่ทำ ถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจออกพ.ร.บ.แล้ว 

ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่สภาแล้วขอให้จับตา ว่า พรรคการเมืองใด บ้างที่โหวตเห็นด้วยกับพ.ร.ก.นี้ ที่เลื่อนบังคับใช้กฎหมายพ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย ออกไปอีก 8 เดือนบ้าง เพราะถือเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ส่วนฝ่ายค้าน เชื่อว่า ต้องโหวตไม่เห็นด้วยแน่นอน และมีมติไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.นี้ก็ถูกตีตกไป พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย ก็สามารถบังคับใช้ทั้งฉบับได้ต่อ

ผศ.ดร.ปริญญา เกรงว่า ครม. จะเตะถ่วงไปจนถึงยุบสภา หากเป็นเช่นนั้นจะต้องรอจนถึงการเลือกตั้งและต้องรอจนกว่าสภาจะกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง คือ ก.ค.2566 

สำหรับ 4 มาตราที่ถูกเลื่อนออกไปนั้น ด้วยเหตุผลที่อ้างว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่มีความพร้อม ทั้งเรื่องอุปกรณ์ และตัวบุคคลากร จึงมีข้อสงสัยว่า มีประกาศตั้งแต่ 25 ต.ค.2565 และบังคับใช้ภายใน 120 วัน ครบกำหนดคือ 22 ก.พ.2566 ระหว่างนี้ ผู้มีอำนาจทำอะไรกันอยู่ ไม่เพียงแต่ ผบ.ตร. แต่ยังไปถึงนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การเลื่อนออกไปเพราะความบกพร่องล่าช้าของตัวเอง เพราะไม่ใช่เหตุสุดวิสัยหรือเหตุที่ไม่อาจคาดหมายได้ ถึงได้ออกพ.ร.ก.นี้เพียงไม่กี่วันก่อนประกาศใช้ จึงมองว่า กฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครองใคร ระหว่าง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ ที่อาจอุ้มหายหรือซ้อมได้ กับประชาชน 
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุ (ขวา)ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุ (ขวา)

ด้านนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ดี ภาคประชาชนมีส่วนร่วม สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศทุกๆด้าน ถูกชื่นชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทุกฝ่ายรอการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างเต็มฉบับมาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี 
วันที่ประกาศเลื่อนออกไป 4 มาตรา เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เนื่องจากไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นและเหตุผลที่ใช้อ้างขอเลื่อน ก็ฟังไม่ขึ้น

จึงอยากให้รัฐบาลทำให้ชอบด้วยกฎหมายต่อไป โดยการเอาพ.ร.ก.ฉบับนี้เข้าสู่พิจารณาสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วภายในสัปดาห์นี้ และหวังว่า สภาผู้แทนราษฎรจะยืนหยัด คัดค้านต่อพ.ร.ก.ฉบับนี้ พร้อมแนะวิธีแก้ไขเร่งด่วนที่ คือ พรุ่งนี้ 21 ก.พ.จะมีการประชุม ครม. ทางที่ดี ควรออกพ.ร.ก.อีกฉบับ เพื่อยกเลิกพ.ร.ก.เลื่อนบังคับใช้พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหายฯได้เช่นกัน 

ด้านนายศราวุฒิ ประทุมราช ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เกิดคำถามว่า นักการเมืองอยู่ภายใต้อำนาจของข้าราชการประจำไปแล้วหรือไม่ เพราะนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายวิษณุ เครืองาน รองนายกรัฐมนตรี อนุมัติตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างว่า ไม่มีความพร้อม ทำให้ก่อนที่จะถึงเวลาบังคับใช้กฎหมายจะเกิดการทรมานหรือซ้อม ไม่มีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งมีความกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่อ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการควบคุม พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า เพราะเหตุใด ต้องประกาศใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2561  ผบ.ตร. ต้องการหนีอะไรหรือไม่ 

สำหรับ 4 มาตราที่ถูกเลื่อนบังคับใช้ ประกอบด้วย 
มาตรา 22 การควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับ และควบคุมจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนหรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าว 
มาตรา 23 การควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว
มาตรา 24 การเข้าถึงข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัว 
มาตรา 25 การไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว กรณีอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมาย ละเมิดต่อความเป็นส่วนตัว เกิดผลร้ายต่อบุคคล หรือเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวน

ผศ.ดร.ปริญญา จึงเรียกร้อง ขณะควบคุมตัวต้องบันทึกภาพและเสียง ต้องบันทึกข้อมูล ญาติหรือทนายความสามารถร้องขอข้อมูลได้ 


นายสุรพงษ์ กองจันทึก นายสุรพงษ์ กองจันทึกนายศราวุฒิ ประทุมราชนายศราวุฒิ ประทุมราช

‘รังสิมันต์ โรม’ งัดหลักฐาน สู้ ‘อุปกิต ปาจรียางกูล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543331

20 ก.พ. 2566

'รังสิมันต์ โรม' งัดหลักฐาน สู้ 'อุปกิต ปาจรียางกูล'

สส. สู้ สว. งัดหลักฐานการซื้อ-ขายโรงแรมในกัมพูชา ‘รังสิมันต์ โรม’ ถาม ‘อุปกิต ปาจรียางกูล’ แจ้งบัญชีทรัพย์อันเป็นเท็จ

นาย รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกลนำเอกสารหลักฐานที่มาการสร้าง Allure Resort ซึ่งเป็นกาสิโน สำหรับนักท่องเที่ยงชาวไทย โดยจดบริษัทอัลลัวร์กรุ้ปและ บ.เมียรมาร์อัลลัวร์ เป็น 2 บริษัทที่พบความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับกระบวนการฟอกเงินให้กับการค้ายาเสพติด และนายอุปกิต ปาจริยางกูร เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ลาออกจากถือหุ้นบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ปี 2562 เมื่อเข้ารับตำแหน่ง สว.

การขายหุ้นที่นายอุปกิตอ้างและยื่นต่อ ป.ป.ช. ก่อนเป็น สว. พบว่า การซื้อขายกิจการอาคารและโรงแรม ให้นายชาคริส กาจกำจรเดช มีข้อสังเกตว่าเป็นความไม่ชอบมาพากลในการซื้อขายโรงแรม ด้วยมีการลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ราคา 8.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนัดชำระเงินในเดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน  พร้อมรับมอบครอบครองอาคารวันทำสัญญา และนายอุปกิต ได้แนบเอกสารของธนาคาร B.I.C กัมพูชาว่า เงินจำนวนดังกล่าวได้เข้าบัญชีของตัวเองแล้ว ในวันที่ 6 สิงหาคม 2562 แต่ไม่มีการระบุชัดว่าเป็นการจ่ายเงินจากนายชาคริส

แต่หลังจากนั้น 1 ปี ในเดือนกรกฎาคม 2563 นายอุปกิตได้ตกลงขายกิจการให้กับบุคคลอื่นซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครในราคา 300 ล้านบาท และนายชาคริสได้รับส่วนแบ่งตามจำนวนถือหุ้นร้อยละ 15 ที่จำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าสัญญาการซื้อขายโรงแรมที่ไหนอุปกิตทำกับนายชาคริส 9 พฤษภาคม 2562 ที่ได้ยื่นต่อป.ป.ช. เป็นสัญญาปลอมหรือไม่?  และได้มีการขายหุ้นบริษัทอัลลัวร์กรุ๊ปให้นายชาคริสจริง หรือเปล่า

การขายกิจการมี สัญญาซื้อขายหุ้น บริษัทอัลลัวร์กรุ๊ปจริง ระหว่างนายดีน ลูกเขยนายอุปกิต กับนายพันณรงค์ ขุนพิทักษ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เจ้าพ่อพนันออนไลน์ของไทย และรายได้ 8.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 250 ล้านเป็นเงินมาจากไหนจากใคร ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจงใจยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือไม่

ภาพประกอบการแถลงข่าวของ รังสิมันต์ โรม ภาพประกอบการแถลงข่าวของ รังสิมันต์ โรม

หากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นความผิดว่าด้วย พ.ร.ป.  การปราบปรามการทุจริต2516 มาตรา 167 และมาตรา 114 ประกอบกับมาตรา 81 ที่กำหนดให้ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อวินิจฉัยว่า หากนายอุปกิตผิดจริง จะต้องพ้นจากตำแหน่ง สว. ถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งสูงสุด 10 ปี และภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการเพื่อยื่น ป.ป.ช.ต่อไปสัปดาห์นี้ และจะยื่นอีกหลายที่ 

นอกจากนี้ยังตั้งคำถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นวันสิ้นสุดสมัยประชุมรัฐสภา ซึ่งหมายถึงสมาชิกรัฐสภาหมดเอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง แล้ว ผบ.ตร จะดำเนินการอย่างไรต่อนายอุปกิต จะมีการดำเนินคดีต่อไปหรือไม่ พร้อมอ้างอิงหลักฐานที่เชื่อว่านายอุปกิต อาจมีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการฟอกเงิน

หากทรัพย์สินต่างๆได้มาด้วยการฟอกเงิน จากการค้ายาเสพติด โดยหลักทั่วไปจะต้องมีการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป ซึ่งคำถามที่สำคัญว่าตำรวจจะกล้ายึดอายัดอาคารและที่ดินที่ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ และแม้พลเอกประยุทธ์ ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ ส.ว.อุปกิต และในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลตำรวจ จึงถามว่าทำไมตำรวจที่ทำในคดีนี้ถึงถูกสั่งย้าย สุดท้ายแล้วอาจจะหนีจากความรับผิดจากเรื่องนี้ไม่ได้

“ยืนยันเอกสารที่เปิดเผยเป็นข้อเท็จจริงและได้มาตามกฎหมายไม่ได้เมคเอง  ยอมรับมีการรับลูกเร็วของตำรวจในการฟ้องร้องตัวเอง ล่าสุดถูกฟ้องเกือบ 200 ล้านบาท ค่าตัวแพงที่สุดในพรรคก้าวไกล” โรม กล่าว

ถามนายกฯ อนุมัติ ‘งบกลาง’ เอื้อประโยชน์พรรคการเมืองหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543319

20 ก.พ. 2566

ถามนายกฯ อนุมัติ 'งบกลาง' เอื้อประโยชน์พรรคการเมืองหรือไม่

อดีตนักการเมือง ยื่นหนังสือขอทราบรายละเอียดการเบิกจ่าย ‘งบกลาง’ ข้องใจ พล.อ.ประยุทธ์ เอื้อพรรคการเมืองใดหรือไม่

อดีตนักการเมือง ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ขอสอบถามรายละเอียดการอนุมัติงบกลางวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดหรือไม่

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐถือแนวทางปฏิบัติกรณีการขออนุมัติใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยกรณีที่มีวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้นำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (10 มิถุนายน 2557) เมื่อครั้งพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

  • .งบกลางมีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด งบกลางปีงบประมาณ 2557 – 2566 ปีละเท่าใด และปีงบประมาณ 2567 ตั้งงบกลางไว้เท่าใด
  • ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2557 เป็นต้นมาการอนุมัติงบกลางวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท มีจำนวนทั้งสิ้นกี่ครั้ง เป็นของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐใด รายการใด ในพื้นที่การเลือกตั้งใด ขอรายละเอียดทุกโครงการ
  • มีการอนุมัติงบกลางวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ลงในพื้นที่ที่พรรครวมไทยสร้างชาติลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ โครงการใดบ้าง เป็นเงินแต่ละโครงการเท่าใดหรือไปให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายพรรคไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ใช่หรือไม่ หรือให้ผ่านหน่วยงานของรัฐใด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด เพราะทั้งองค์กรส่วนภูมิภาคทั้งประเทศคือจังหวัด 76 แห่ง  878 อำเภอ 7,255 ตำบล 75,086 หมผู้บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอบจ.76 แห่ง เทศบาลนคร 30 เทศบาลเมือง 195 เทศบาลตำบล 2,247 รวมเทศบาลทั้งหมด 2472 แห่ง และอบต. 5,300 แห่งรวมถึงกทม.และเมืองพัทยา ก็ล้วนต้องการงบประมาณเพิ่มเติมทั้งสิ้น
ถามนายกฯ อนุมัติ 'งบกลาง' เอื้อประโยชน์พรรคการเมืองหรือไม่
ถามนายกฯ อนุมัติ 'งบกลาง' เอื้อประโยชน์พรรคการเมืองหรือไม่

นายวัชระ ระบุอีกว่า การอนุมัติงบกลางไม่ควรกระจุกตัวไปในพื้นที่ของพรรคการเมืองบางพรรค ไม่ยุติธรรมต่อประชาชนผู้เสียภาษีและเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองทุกพรรค ถือเป็นสุภาพบุรุษหรือไม่

งบกลางมีวัตถุประสงค์ของทางราชการไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชน หากนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางวันละ 100 ล้านบาท เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือเพื่อประโยชน์แห่งตนในการเลือกตั้งเป็นการผิดจริยธรรมทางการเมืองหรือไม่

นายกรัฐมนตรี อยู่ในพื้นที่ ‘นครศรีธรรมราช’ ตลอดทั้งวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543302

20 ก.พ. 2566

นายกรัฐมนตรี อยู่ในพื้นที่ 'นครศรีธรรมราช' ตลอดทั้งวันนี้

คิวงานวันนี้ อยู่ที่ ‘นครศรีธรรมราช’ พล.อ.ประยุทธ์ ออกเดินทางแต่เช้าตรวจหลายพื้นที่ ปิดท้ายที่วัดเจดีย์ สักการะ ไอ้ไข่ ก่อนกลับ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งวัน โดยออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อเวลา 07.30 น. ที่ผ่านมา

พลเอกประยุทธ์ จะตรวจติดตามแนวทางการพัฒนาอําเภอจุฬาภรณ์ ณ หอประชุมที่ว่าการ อําเภอจุฬาภรณ์ ศูนย์ราชการอําเภอจุฬาภรณ์ บ้านเกิดของ นาย ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เป็นจุดแรก

ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลมหาราช เพื่อติดตามการพัฒนาความมั่นคงด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ณ อาคารอํานวยการและผู้ป่วยนอก ชั้น G โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และเยี่ยมชมอาคารตึกผู้ป่วย ที่ก่อสร้างใหม่จำนวน 3 ตึก ซึ่งมีการเคลมกันในพื้นที่วาเป็นผลงานการผลักดันมา ตั้งแต่สมัยนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

จุดที่3 คือวัดยางใหญ่ อำเภอท่าศาลา พลเอกประยุทธ์ กราบสักการะหลวงพ่อวัดยางใหญ่ และนมัสการพระครูวินัยธร ณัฏฐาสันต์ สิทฺธิญาโณ

เจ้าอาวาสวัดยางใหญ่ ณ วิหารหลวงพ่อวัดยางใหญ่ และไหว้บูชาตาพรานบุญ ณ วิหารปฐมบรมครู ตาพรานบุญด้วย

ก่อนปิดท้ายภารกิจที่ วัดเจดีย์ หรือวัดไอ้ไข่ ที่สุดของสายมู อ.สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พลเอกประยุทธ์ จะกราบสักการะพระประธาน และนมัสการพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ ไหว้บูชาตาไข่ ณ ศาลาสามศรี หลังจากนั้นพลเอกประยุทธ์ จะตรวจติดตาม วาระเมืองสิชลยุติภัยพิบัติซ้ำซาก เพิ่มพูนศักยภาพการจัดการน้ำ และตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก บริเวณคลองเปลี่ยน พื้นที่รอยต่อ ต.เปลี่ยน และ ต.เทพราช อ.สิชล ก่อนเดินทางกลับ

กกต.เดินหน้า ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ไม่รอคำสั่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543297

20 ก.พ. 2566

กกต.เดินหน้า 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ไม่รอคำสั่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ'

ตุลาการ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ จะพิจารณาคำร้องของกกต.วันพรุ่งนี้ แต่การ ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ยังคงดำเนินการไปตามแผนงานเดิม

การแบ่งเขตเลือกตั้งยังเป็นไปตามแผนงานตามเดิมของ กกต.ซึ่งจะเริ่มพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งรายจังหวัดตามเดิมในวันนี้   และหากมีกรณีที่ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ กกต. ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วเช่นกัน โดยได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมการไว้แล้ว 

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ยืนยันว่าการคำนวณราษฎรทั้งประเทศเพื่อกำหนดจำนวน สส. ที่แต่ละจังหวัดพึงมีเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้งตามที่สำนักงาน กกต. เสนอมานั้น เป็นการปฏิบัติโดยชอบ ตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญ มาตรา 86  และเป็นแนวทางที่ปฏิบัติมาโดยตลอด

แต่เมื่อสังคมสงสัยกับหน้าที่และอำนาจของ กกต.  จึงส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ประกอบ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 (2) มาตรา 41 (4) และมาตรา 44 ซึ่งมิใช่การส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่เป็นการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

มีรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องของกกต.ในการประชุม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566  แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญบอกคมชัดลึกว่า จะใช้เวลาในพิจารณาไม่นานนัก เว้นแต่จะมีประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติม แต่ก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ภายในสัปดาห์นี้


สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งชี้ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า กกต.คิดถูก ก็เป็นหลังพิงให้ กกต.ทำงานต่อโดยสะดวก  ทุกฝ่ายไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนไปร้องให้เลือกตั้งเป็นโมฆะภายหลัง

หากศาลบอกว่าผิด ก็ยังมีเวลาแก้ไข คำนวณจำนวน สส.ในแต่ละจังหวัดใหม่ได้ทัน และน่าจะกระทบอยู่แค่ 6 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ตาก เชียงราย  ที่ต้องลด 1 คน และ อุดรธานี ลพบุรี และ ปัตตานี ที่ได้เพิ่มอีก 1 คน  จังหวัดอีก 71 จังหวัดที่เหลือไม่กระทบ

หากศาลบอกว่า กกต.ผิด 6 จังหวัดนี้ก็ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่  ล่าช้าไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์  แต่หาก กกต. ทำงานเชิงรุก  สั่งการให้ทำล่วงหน้า  เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ก็หยิบรูปแบบใหม่มาประกาศได้ทันที  และทุกอย่างยังอยู่ในตาราง ไม่คลาดเคลื่อนไปมาก

แม้จะช้าไปหน่อย  แต่ดีกว่าเสียหายมากในอนาคต  แต่หากไปทำลายแผนร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะของใคร  ก็ขออภัยด้วย

‘ก.แรงงาน’ ชี้แจง ส่งคนไทยเก็บผลไม้ป่า ‘สวีเดน-ฟินแลนด์’ ถูกต้องโปร่งใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543295

19 ก.พ. 2566

'ก.แรงงาน' ชี้แจง ส่งคนไทยเก็บผลไม้ป่า 'สวีเดน-ฟินแลนด์' ถูกต้องโปร่งใส

‘ก.แรงงาน’ ชี้แจง คนไทยเก็บผลไม้ป่า ‘สวีเดน-ฟินแลนด์’ 20% ค่าจ้างต่ำ ขาดประสบการณ์ ยืนยันชดเชยตามกฎหมายครบทุกรายแล้ว

“กรมการจัดหางาน” ชี้แจงส่งแรงงานไทยเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ ยืนยันทำตามขั้นตอนทุกอย่าง โปร่งใส หลังถูก นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส. ชลบุรี พรรคก้าวไกล การอภิปรายพาดพิงค่าแรงน้อย มีการค้ามนุษย์ และถูกระงับวีซ่า 

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบายว่า เมื่อปี 2565 บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยได้จัดส่งคนงานไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนและฟินแลนด์ประมาณ 10,000 กว่าคน ในจำนวนนี้พบว่า มีแรงงานไทยที่มีปัญหาในเรื่องรายได้ที่ได้ต่ำกว่า 30,000 บาทนั้น มีอยู่ประมาณ 375 คน ซึ่งส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นแรงงานไทยที่เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าเป็นครั้งแรก แรงงานเหล่านี้จึงยังไม่มีประสบการณ์ความชำนาญในการเก็บผลไม้ป่า จึงเก็บได้น้อยทำให้มีรายได้น้อย 

กรมการจัดหางานได้เชิญบริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยมาดำเนินการนำเงินประกันรายได้ หลังหักค่าใช้จ่ายที่บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยวางหลักประกันไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินชดเชยให้แรงงานตามสัดส่วนครบทุกรายแล้ว

การประกันรายได้

ในส่วนของฟินแลนด์ กำหนดให้บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่า หรือ บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทย ต้องวางหลักประกันทางการเงินตามจำนวนที่กรมการจัดหางานกำหนด ที่ ธ.ก.ส. หลังสิ้นสุดฤดูกาลต้องดำเนินการให้คนงานไทยมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 30,240 บาท 

ในส่วนของสวีเดน สหภาพแรงงานของสวีเดนได้มีเงินประกันรายได้ให้คนงานคนละ 24,000 โครน คิดเป็นเงินไทยกว่า 80,000 บาท หากรายได้คนงานไม่ถึงจำนวนดังกล่าว บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยจะต้องรับผิดชอบในการจ่ายคนงานให้ครบ

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ในแต่ละปี จะต้องมีการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายคือ สถานทูตไทยประจำประเทศฟินแลนด์และสวีเดน ประเทศต้นทาง และกรมการจัดหางาน ถึงจำนวนแรงงานที่ต้องการจัดส่ง โดยประเทศต้นทางจะเป็นผู้อนุมัติและมีหนังสือขอโควตาจำนวนคนงานที่จะให้ไปเก็บผลไม้ป่า

ในปีที่ผ่านมาทั้งสองประเทศ แจ้งมายังประเทศไทยว่า ปีนี้ผลผลิตเบอร์รี่ออกมาจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีคนงานไปเก็บผลไม้ป่า ประกอบกับเกิดภาวะสงครามระหว่างยูเครน รัสเซีย ทำให้คนงานยูเครนไม่สามารถไปเก็บผลไม้ป่าได้ ทำให้ต้องร้องขอให้ไทยจัดส่งแรงงานมากขึ้นกว่าปกติ

ส่วนกรณีการคุ้มครองดูแลคนงานที่ไปเก็บผลไม้ป่านั้นสำหรับประเทศฟินแลนด์ไม่มีสัญญาจ้างให้กับคนงาน เนื่องจากกฎหมายของประเทศนั้น ไม่เอื้อ แต่กรมการจัดหางานได้ผลักดันให้บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยจัดทำสัญญาจ้างงานให้คนงานไทยทุกรายก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย และแจ้งให้สถานทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทยทราบ เพื่อยืนยันการปรับรูปแบบวิธีการเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์ให้เป็นรูปแบบนายจ้างในประเทศไทยขออนุญาตพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศ

ส่วนประเทศสวีเดนกฎหมายกำหนดให้บริษัทสามารถทำสัญญาจ้างงานระหว่างนายจ้างกับคนงานได้ 

ทั้งนี้หากบริษัทผู้ประสานในประเทศไทยผิดสัญญา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบสัญญาจ้างตามกฎหมาย เพื่อให้มีการดูแลคนหางานอย่างครอบคลุมเข้มงวดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในเรื่องสวัสดิการกรมการจัดหางานได้กำหนดมาตรการให้บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าฟินแลนด์/บริษัทผู้ประสานงานในประเทศไทยต้องจัดเตรียมสวัสดิการทั้งที่พัก ห้องน้ำ ห้องสุขา ห้องรับประทานอาหาร อุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ให้คนงานไทยทุกคน รวมทั้งต้องทำประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพและได้มีหนังสือแจ้งให้สถานทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทยทราบแล้ว 

อธิบดีกรมการจัดหางาน ยืนยันว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานมุ่งมั่นทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศมาโดยตลอด และจากนี้จะยิ่งเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจติดตาม การประพฤติปฏิบัติต่อแรงงานของบริษัทนายจ้างในประเทศไทย 

หากพบว่ามีการเรียกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรมหรือสนับสนุนให้แรงงานก่อภาระหนี้สิน จากเงินกู้นอกระบบ/เครือข่ายผิดกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบจะต้องได้รับโทษขั้นสูงสุด ตลอดจนคุ้มครองไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

‘เพื่อไทย’ ขนทัพลุย กาฬสินธุ์-ขอนแก่น ‘อุ๊งอิ๊ง’สัญญา ค่าแรง 600 ทำได้แน่ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543291

19 ก.พ. 2566

'เพื่อไทย' ขนทัพลุย กาฬสินธุ์-ขอนแก่น 'อุ๊งอิ๊ง'สัญญา ค่าแรง 600 ทำได้แน่ 

‘เพื่อไทย’ ขนทัพลุย กาฬสินธุ์-ขอนแก่น ‘อุ๊งอิ๊ง’สัญญา เป็นรัฐบาลนโยบายค่าแรง 600 ทำได้แน่ แนะไอเดียบล็อกเชน โกยเงินต่างชาติเข้าประเทศ คนไทยเลิกเป็นหนี้ ธกส.

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 “พรรคเพื่อไทย” ลุยอีสาน ทั้ง จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ผู้อำนวยครอบครัวเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระแสต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

สำหรับพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ 
นพ.ชลน่าน กล่าวถึงความทุกข์จากการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกข์ที่ 1 ข้าวของราคาแพง  ทุกข์ที่ 2 หนี้สิน ที่ประช่าชนมีหนี้เฉลี่ยคนละ 500,000 บาท และ ทุกข์ที่ 3 ยาเสพติดระบาด ยุคนี้ทุกอย่างแพงหมดยกเว้นยาบ้า 5 เม็ดร้อย

รวมทั้งการแก้ไขอาชญากรรมทางไซเบอร์ ด้วยนโยบาย 1 ตำบล 1 คนคอมพิวเตอร์ เพื่อดูแลระบบ ให้ความรู้พี่น้อง ประชาชนไม่ให้เป็นเหยื่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ซื้อของตกปกแน่นอน 

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า พี่น้องกาฬสินธุ์มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน มีปัญหาหนี้สิน ทั้งการพิสูจน์สิทธิที่เป็นธรรม การจัดหาที่ดินทำกิน การแก้กฏหมายเพื่อให้ประชาชนเกิดความเท่าเทียม มีที่ดินของรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจะทำการจัดสรรให้ได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการปรับฐานเงินเดือน และอัดฉีดงบประมานเข้าระบบ เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว นโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวอีสานหายจน แต่เกิดรัฐประหาร และมีปัญหาโควิดการจัดการของรัฐบาลไม่ดี ทำให้ประชาชนเป็นหนี้มาถึงทุกวันนี้ ยืนยันนโยบายค่าแรง 600 บาท ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลครบ 4 ปี ค่าแรงได้ 600 บาทแน่นอน และสินค้าการเกษตรต้องราคาขึ้นยกแผงด้วยการเปิดตลาดให้ขายได้ทั่วโลก

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่อีสานพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่อีสาน

ส่วนพื้นที่ จ.ขอนแก่น น.ส.แพทองธาร มั่นใจ หากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จะทำให้ทุกคนคลายทุกข์จาก 8 ปีที่ผ่านมาได้ ตอนนี้เศรษฐกิจระบบทุนนิยม ทำเกษตรกรชาวบ้านเสียเปรียบ มีหนี้สินถ้วนหน้า ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทุกคนจะรู้ฟ้าทันฝน อากาศ สภาพดิน รู้เวลาปลูกและเก็บเกี่ยวแม่นยำ “ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง” รวมถึงการออกบล็อกเชน หาเงินจากชาวต่างชาติเข้ามาช่วยคนไทย จะได้ไม่ต้องเป็นหนี้ ธกส. เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ส่วนนโยบายค่าแรง 600 บาท ย้ำว่าเราทำได้แน่นอน

วันนี้พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนสโลแกนมาเป็น “คิดใหญ่ ทำเป็น” เพราะเราคิดใหญ่มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย วันนั้นเราออกนโยบายอะไรมาแทบไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงนโยบายกองทุนหมู่บ้าน สุดท้ายทำได้และประชาชนได้ประโยชน์มากมาย แต่ทว่าก็ยังมีอีกหลายนโยบายหรือโครงการที่ยังดำเนินการไม่เสร็จเนื่องจากถูกรัฐประหารก่อน ซึ่งเราอยากขอโอกาสเข้ามาสานต่อขอเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ เลือกทั้งคนและพรรค

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

‘พรรคไทยสร้างไทย’พร้อมตั้ง’กองทุนคนตัวเล็ก’ แจกเครดิต-ไม่แจกบัตรคนจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543289

19 ก.พ. 2566

'พรรคไทยสร้างไทย'พร้อมตั้ง'กองทุนคนตัวเล็ก' แจกเครดิต-ไม่แจกบัตรคนจน

‘พรรคไทยสร้างไทย’ พร้อมตั้ง ‘กองทุนคนตัวเล็ก’ แก้หนี้นอกระบบ เงื่อนไขดอกเบี้ยต่ำกว่า 1 % ไม่ต้องค้ำ จับสัญญาณอันตรายหนี้ประเทศแตะ 10ล้านล้านบาท

พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จ.นนทบุรี ตลาดวัดพุฒ และตลาดท่าทราย ประกาศ “แก้หนี้เติมทุน” คนจน ด้วยนโยบาย “กองทุนเครดิตประชาชน” หรือ “กองทุนคนตัวเล็ก” 

จากการที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายวรวุฒิ ศรีนนท์  นายอนุศักดิ์ เรืองชู ว่าที่ผู้สมัคร สส.จ.นนทบุรี พูดคุยกับพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า พบว่า แม้สถานการณ์โควิด19 จะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจยังคงฝืดเคืองต่อเนื่อง กำลังซื้อยังหดหาย ร้านค้าต้องหยุดกิจการชั่วคราว หรือ ปิดกิจการ เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในการประกอบอาชีพไม่เพียงพอ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยของกองทุนคนตัวเล็กว่า จะมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 1 ต่อเดือน ที่สำคัญไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถเริ่มต้นกู้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท และถ้ารักษาเครดิตได้ดีจะสามารถกู้ได้ถึง 50,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้ อาจกู้ยืมไปใช้ในยามวิกฤติ กู้ยืมไปใช้ในการตั้งตัว หรือเอาไปเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กของตน

พรรคไทยสร้างไทยจะช่วยให้คนไทยหลุดพ้นจากอุปสรรคทางการเงิน ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ยิ่งไปกว่านั้น เงินส่วนนี้จะหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้หลายรอบ ไม่สูญเปล่าเหมือนการแจกเงินแบบประชารัฐหรือประชานิยม

คุณหญิงสุดารัตน์ พบปะประชาชนตลาดวัดพุฒและตลาดท่าทราย จ.นนทบุรีคุณหญิงสุดารัตน์ พบปะประชาชนตลาดวัดพุฒและตลาดท่าทราย จ.นนทบุรี

ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะของประเทศ แตะ 10ล้านล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่พุ่งเกิน 30% ในรอบ 10 ปีเกินระดับเฝ้าระวังที่ร้อยละ 80% ต่อ GDP มาอยู่ที่ร้อยละ 86.8% ต่อ GDP ในไตรมาส 3 ของปี 2565 ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของประเทศ 

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือคนตัวเล็กซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหนี้นอกระบบต้องแบบรับภาระดอกเบี้ยมหาโหดถึงร้อยละ 20 ต่อเดือนหรือประมาณ 240 เท่าต่อปี บางรายถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเป็นรายวัน ดังนั้นคนที่เป็นหนี้ในลักษณะเช่นนี้จึงไม่มีโอกาสใช้หนี้ได้หมดและไม่สามารถตั้งตัวได้ต้องเป็นคนจนต่อไป ต่างจากนักธุรกิจรายใหญ่ที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้เพียงร้อยละ 2- 3 ต่อปี นี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า พรรคไทยสร้างไทย จะไม่แจกบัตรคนจน แต่จะแจกบัตรเครดิตประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจว่า เมื่อเดือดร้อนเงินเมื่อใด สามารถไปกู้เงินจากกองทุนเครดิตประชาชน หรือกองทุนคนตัวเล็กได้ทันที และกู้ได้ตลอดชีวิตหากไม่เบี้ยวหนี้

พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่จ.นนทบุรีพรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่จ.นนทบุรี

‘เพื่อไทย’ เบรก ‘ธรรมนัส’ ปัดจับมือพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543284

19 ก.พ. 2566

'เพื่อไทย' เบรก 'ธรรมนัส' ปัดจับมือพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล

‘เพื่อไทย’ ปัดเปิดดีล ‘พลังประชารัฐ’ จัดตั้งรัฐบาล ตามที่ ‘ธรรมนัส’ บอกมีโอกาสเป็นได้ ส่วน ‘ณัฐวุฒิ-หมอชลน่าน’ เชื่อแลนด์สไลด์ได้ ไม่จำเป็นคุยพรรคอื่น

เปิดดีลจับมือตั้งรัฐบาลหรือไม่? ระหว่าง “พรรคพลังประชารัฐ” และ “พรรคเพื่อไทย” 

วันนี้ 19 ก.พ. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า มีความเป็นไปได้ และมักพูดเสมอ การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน สาระสำคัญอยู่ที่ว่าหลังการเลือกตั้งแล้ว พรรคเพื่อไทยจะได้ สส. กี่ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นจะได้กี่ที่นั่ง

เชื่อมั่นว่า พรรคพลังประชารัฐเกิน 25 ที่นั่ง ซึ่งถือว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ด้วย 
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ

ฟากฝั่งของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยังยืนยันเดินหน้าเป้าหมายแลนด์สไลด์เป็นสำคัญ และไม่มีการเจรจา รวมถึงดีลลับกับพรรคใดทั้งสิ้น ดีลกับประชาชนเป็นหลัก และถ้าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ 

ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศ หากประชาชนไว้วางใจ เทคะแนนให้พรรคเพื่อไทย “ก็ไม่จำเป็นต้องจับมือกับใคร” และไม่หวั่นกับเสียงของ สว. เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ แต่บริหารประเทศไม่ได้ เชื่อว่า หากพรรคเพื่อไทยมีเสียงในสภา 300 เสียง จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้อย่างไร ส.ว. คงไม่กล้าฝืนมติประชาชน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

‘เสรีรวมไทย’ ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ทวงคืน ‘ปตท.’ คืนสู่ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543281

19 ก.พ. 2566

'เสรีรวมไทย' ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ทวงคืน 'ปตท.' คืนสู่ปชช.

‘พรรคเสรีรวมไทย’ ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก หากเป็นรัฐบาลเตรียมทวงคืน ‘ปตท.’ คืนสู่ประชาชน รื้อระบบการไฟฟ้า ควบรวมGPSCกับ 3 หน่วยงานรัฐ หวังเป็นสุดยอดผู้ผลิต

“พรรคเสรีรวมไทย” แถลงนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก 

น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มองว่า เนื่องจากน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักที่ทำให้ค่าครองชีพสูงและการทวงคืน ปตท. ให้กลับมาเป็นของประชาชน ที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพราะปัจจุบัน ปตท. มุ่งแสวงหาผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างอย่างเดียว การซื้อหุ้น ปตท. หรือ PTT คืน เพื่อจะได้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม กำไรทั้งหมดตกเป็นของรัฐ ก็ออกจากตลาดหลักทรัพย์

บ้านเรามีทั้งก๊าซและน้ำมัน ทำไมคนไทยจึงต้องซื้อแพง?
จริงๆเราไม่มีทั้งก๊าซและน้ำมัน เพราะขายสัมปทานให้เอกชนและต่างชาติไปหมดแล้ว แต่เมื่อเราซื้อ ปตท. คืน พรรคเสรีรวมไทยจะยกให้ ปตท.ทำ “เหมือนรัฐทำเอง กำไรเอง” ก็จะกลับมามีทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นอีกครั้ง และจะไม่ขายสัมปทานอีกต่อไป 

ส่วนราคาน้ำมัน กว่าจะถึงผู้บริโภค ต้องผ่าน 7 ขั้นตอน
หน้าโรงกลั่น 21 บาท บวกกับภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม กองทุนน้ำมัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ค่าการตลาด แต่พรรคเสรีรวมไทยมองว่า ยังสามารถตัดอีกหลายรายการออกได้ เพราะหากต้นทุนน้ำมันแพงรัฐก็พยุงเอง แค่ขาดทุนกำไร แต่ไม่ได้ขาดทุนจริง และจะออกกฎหมายเฉพาะเพื่อบริหาร ปตท.ได้อย่างอิสระ ปลอดจากการเมือง

เอาเงินที่ไหนไปซื้อ ปตท. (มูลค่าในตลาดฯกว่า 928,200 ล้านบาท)?
ทำได้โดยการทำ Tender ตั้งโต๊ะ เพื่อรับซื้อหุ้นคืน  Free Float  49%  = 454,818 ล้านบาท  แต่ปตท. กำไรปีละ 9 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว ดังนั้น แค่ไม่กี่ปีก็ใช้หนี้หมด
 

การตั้งกองทุนเอาเงินไปซื้อหุ้นคืน แล้วเอากำไรผลประกอบการของ ปตท.ไปคืนกองทุน ปตท. กำไร 9 หมื่นกว่าล้าน กำไรสะสมมีอีกเยอะ จากกำไร แค่ 4-5 ปี ก็ชำระคืนกองทุนได้หมดแล้ว ซึ่งผลประกอบการที่ได้จะถูกนำไปสู่สวัสดิการสังคมด้านอื่นๆ รวมถึงการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไปใช้จ่ายค่าน้ำมันที่ปั๊มไหนก็ได้ เพื่อลดปัญหาการกีดกันทางการค้า พร้อม ยกเลิกการอ้างอิงราคาการนำเข้าจากสิงคโปร์และยกเลิกการผสมเอทานอลเมื่อราคาเอทานอลในขณะนั้นสูงกว่าน้ำมันฟอสซิล

ส่วนนโยบายไฟฟ้า
จะรื้อระบบสัญญาเอกชนกับการไฟฟ้า ที่ไม่เป็นธรรม ปราบทุจริตเชิงนโยบายจากรัฐบาลก่อนหน้า ด้วยการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ทั้งแพงและยาวนาน บางบริษัทได้กำไรมหาศาลจนคืนทุนไปแล้ว แต่ก็ยังบังคับขายไฟฟ้าตามสัญญาแพงๆต่อให้รัฐต่อไปอีก โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า

น.ส.นภาพร ระบุว่า หากพรรคเสรีรวมไทยได้เป็นรัฐบาล จะเข้าไปตรวจสอบสัญญา ดูต้นทุน สืบสวนหาหลักฐาน หากพบมีการทุจริตเราจะดำเนินคดีและยกเลิกสัมปทานขายไฟฟ้าทั้งหมด หากจะมีข้อพิพาท ร้องอนุญาโตตุลาการ ก็จงรู้ไว้ก่อนว่า คู่กรณีคือคนไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปตท. มีบริษัทลูกอีกหลายบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ นอกจากบริหารเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรม ยังมีบริษัทลูกคือ บ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งบริษัทนี้มีความน่าสนใจที่ใช้เงินไม่มาก ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท สามารถซื้อหุ้นคืนแล้วเอาออกนอกตลาดได้(Free Float 24.75%)

โดย GPSC มีความสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้หลายรูปแบบ หากนำไปควบรวมกับการไฟฟ้า 3 ฝ่าย  คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กระทรวงพลังงานกำกับดูแล) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง (กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล) จะถือเป็นสุดยอดผู้ผลิตไฟฟ้าที่ไม่หวังผลกำไรชั้นนำของโลก สามารถผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนใช้ในราคาถูกได้ ทำให้อนาคตเราไม่ต้องซื้อไฟฟ้าแพงๆจากเอกชนบางราย รวมถึงควบคู่ไปกับสร้างโซล่าโรงไฟฟ้าชุมชน นำกำไรที่เคยเก็บเอาเข้ากองทุนไว้มาลงทุนสร้างได้