‘เสรีรวมไทย’ ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ทวงคืน ‘ปตท.’ คืนสู่ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543281

19 ก.พ. 2566

'เสรีรวมไทย' ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ทวงคืน 'ปตท.' คืนสู่ปชช.

‘พรรคเสรีรวมไทย’ ชูนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก หากเป็นรัฐบาลเตรียมทวงคืน ‘ปตท.’ คืนสู่ประชาชน รื้อระบบการไฟฟ้า ควบรวมGPSCกับ 3 หน่วยงานรัฐ หวังเป็นสุดยอดผู้ผลิต

“พรรคเสรีรวมไทย” แถลงนโยบายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก 

น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มองว่า เนื่องจากน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักที่ทำให้ค่าครองชีพสูงและการทวงคืน ปตท. ให้กลับมาเป็นของประชาชน ที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพราะปัจจุบัน ปตท. มุ่งแสวงหาผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างอย่างเดียว การซื้อหุ้น ปตท. หรือ PTT คืน เพื่อจะได้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม กำไรทั้งหมดตกเป็นของรัฐ ก็ออกจากตลาดหลักทรัพย์

บ้านเรามีทั้งก๊าซและน้ำมัน ทำไมคนไทยจึงต้องซื้อแพง?
จริงๆเราไม่มีทั้งก๊าซและน้ำมัน เพราะขายสัมปทานให้เอกชนและต่างชาติไปหมดแล้ว แต่เมื่อเราซื้อ ปตท. คืน พรรคเสรีรวมไทยจะยกให้ ปตท.ทำ “เหมือนรัฐทำเอง กำไรเอง” ก็จะกลับมามีทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นอีกครั้ง และจะไม่ขายสัมปทานอีกต่อไป 

ส่วนราคาน้ำมัน กว่าจะถึงผู้บริโภค ต้องผ่าน 7 ขั้นตอน
หน้าโรงกลั่น 21 บาท บวกกับภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม กองทุนน้ำมัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ค่าการตลาด แต่พรรคเสรีรวมไทยมองว่า ยังสามารถตัดอีกหลายรายการออกได้ เพราะหากต้นทุนน้ำมันแพงรัฐก็พยุงเอง แค่ขาดทุนกำไร แต่ไม่ได้ขาดทุนจริง และจะออกกฎหมายเฉพาะเพื่อบริหาร ปตท.ได้อย่างอิสระ ปลอดจากการเมือง

เอาเงินที่ไหนไปซื้อ ปตท. (มูลค่าในตลาดฯกว่า 928,200 ล้านบาท)?
ทำได้โดยการทำ Tender ตั้งโต๊ะ เพื่อรับซื้อหุ้นคืน  Free Float  49%  = 454,818 ล้านบาท  แต่ปตท. กำไรปีละ 9 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว ดังนั้น แค่ไม่กี่ปีก็ใช้หนี้หมด
 

การตั้งกองทุนเอาเงินไปซื้อหุ้นคืน แล้วเอากำไรผลประกอบการของ ปตท.ไปคืนกองทุน ปตท. กำไร 9 หมื่นกว่าล้าน กำไรสะสมมีอีกเยอะ จากกำไร แค่ 4-5 ปี ก็ชำระคืนกองทุนได้หมดแล้ว ซึ่งผลประกอบการที่ได้จะถูกนำไปสู่สวัสดิการสังคมด้านอื่นๆ รวมถึงการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไปใช้จ่ายค่าน้ำมันที่ปั๊มไหนก็ได้ เพื่อลดปัญหาการกีดกันทางการค้า พร้อม ยกเลิกการอ้างอิงราคาการนำเข้าจากสิงคโปร์และยกเลิกการผสมเอทานอลเมื่อราคาเอทานอลในขณะนั้นสูงกว่าน้ำมันฟอสซิล

ส่วนนโยบายไฟฟ้า
จะรื้อระบบสัญญาเอกชนกับการไฟฟ้า ที่ไม่เป็นธรรม ปราบทุจริตเชิงนโยบายจากรัฐบาลก่อนหน้า ด้วยการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ทั้งแพงและยาวนาน บางบริษัทได้กำไรมหาศาลจนคืนทุนไปแล้ว แต่ก็ยังบังคับขายไฟฟ้าตามสัญญาแพงๆต่อให้รัฐต่อไปอีก โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า

น.ส.นภาพร ระบุว่า หากพรรคเสรีรวมไทยได้เป็นรัฐบาล จะเข้าไปตรวจสอบสัญญา ดูต้นทุน สืบสวนหาหลักฐาน หากพบมีการทุจริตเราจะดำเนินคดีและยกเลิกสัมปทานขายไฟฟ้าทั้งหมด หากจะมีข้อพิพาท ร้องอนุญาโตตุลาการ ก็จงรู้ไว้ก่อนว่า คู่กรณีคือคนไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปตท. มีบริษัทลูกอีกหลายบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ นอกจากบริหารเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรม ยังมีบริษัทลูกคือ บ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งบริษัทนี้มีความน่าสนใจที่ใช้เงินไม่มาก ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท สามารถซื้อหุ้นคืนแล้วเอาออกนอกตลาดได้(Free Float 24.75%)

โดย GPSC มีความสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้หลายรูปแบบ หากนำไปควบรวมกับการไฟฟ้า 3 ฝ่าย  คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กระทรวงพลังงานกำกับดูแล) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง (กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล) จะถือเป็นสุดยอดผู้ผลิตไฟฟ้าที่ไม่หวังผลกำไรชั้นนำของโลก สามารถผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนใช้ในราคาถูกได้ ทำให้อนาคตเราไม่ต้องซื้อไฟฟ้าแพงๆจากเอกชนบางราย รวมถึงควบคู่ไปกับสร้างโซล่าโรงไฟฟ้าชุมชน นำกำไรที่เคยเก็บเอาเข้ากองทุนไว้มาลงทุนสร้างได้

‘จุรินทร์’โอ่คนกทม.ไม่เคยทิ้ง ‘ประชาธิปัตย์’ชูนโยบายคนกรุงเรียกศรัทธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543274

19 ก.พ. 2566

'จุรินทร์'โอ่คนกทม.ไม่เคยทิ้ง 'ประชาธิปัตย์'ชูนโยบายคนกรุงเรียกศรัทธา

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นำทีมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์” เขตบางนา-พระโขนง ย้ำความมั่นใจ คนกรุงเทพฯไม่เคยทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างเลือกตั้งผู้ว่ากทม. คนของพรรค ได้คะแนนเป็นที่ 2 ชูนโยบายเพื่อกรุงเทพฯเรียกศรัทธา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ,ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. , นางวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง  ,นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค รวมทั้งสมาชิกพรรค และประชาชน  ในเขตพระโขนง  , บางนา  กรุงเทพฯ ได้พิธีเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง “ประชาธิปัตย์” เขตพระโขนง – บางนา ซึ่งมีการจัดพิธีทางศาสนาพราหมณ์ บวงสรวงพระแม่ธรณี พร้อมกับมีการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ เจริญพระพุทธมนต์ โดยเจ้าอาวาสวัดบางนานอก 

นายจุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งทุกสมัย “ประชาธิปัตย์ “ไม่เคยถูกคนกรุงเทพฯ ทอดทิ้ง แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้ว ประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้แทนฯ แต่ไม่ได้แปลว่าคนกรุงเทพฯ ทิ้งประชาธิปัตย์ เพราะผู้ที่มาลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ  มีจำนวน 478,000 คะแนน หรือประมาณครึ่งล้าน ที่ยังเลือกประชาธิปัตย์ แม้จะไปนับรายเขต จะไม่ได้ผู้แทน แต่เสียงที่หนุนเนื่องจากคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อประชาธิปัตย์ยังคงอยู่เสมอมา 

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น  มั่นใจว่าเสียงตอบรับจากพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อประชาธิปัตย์   จะดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างน้อยที่สุดการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ที่เพิ่งผ่านไป แม้ประชาธิปัตย์จะไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ แต่ก็มาเป็นลำดับที่ 2 นอกจากนั้นในการเลือกตั้ง ส.ก. ประชาธิปัตย์ได้ ส.ก. ถึง 9 ที่นั่ง  นี่คือสิ่งที่กล้าพูดว่าคนกรุงเทพฯ  ยังไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ และไม่เคยทิ้งประชาธิปัตย์   ทำให้มั่นใจว่า คนกรุงเทพฯ จะต้อนรับประชาธิปัตย์อบอุ่นขึ้น

“วันนี้ประชาธิปัตย์พร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง ทั้งตัวบุคคล ผู้สมัคร นโยบาย และระบบการบริหารจัดการ ซึ่งประชาธิปัตย์ได้ประกาศกรอบยุทธศาสตร์สำคัญ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เพื่อเดินหน้าพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งต่อไป ซึ่งได้ประกาศไปแล้ว 8 นโยบาย และมีที่เกี่ยวพันกับชาวกรุงเทพฯ อาทิ นโยบายประกันรายได้ สำหรับเขตกรุงเทพฯ ชั้นนอก นโยบายสร้างธนาคารชุมชน นโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน นโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุด   “


นายจุรินทร์  กล่าวว่า    ส่วนเรื่องตัวบุคคล ประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมแล้ว โดยในการเลือกตั้งครั้งหน้า กรุงเทพมหานครได้เพิ่มจำนวนเขตจาก 30 เป็น 33 เขต และจะเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 33 คน ในวันที่ 3 มีนาคม  นี้ สำหรับเขตบางนา – พระโขนง ประชาธิปัตย์ ส่ง นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎร มาแล้ว 2 สมัย และยังเป็นเหรัญญิก และกรรมการบริหารของพรรค ลงรับเลือกตั้ง 

'จุรินทร์'โอ่คนกทม.ไม่เคยทิ้ง 'ประชาธิปัตย์'ชูนโยบายคนกรุงเรียกศรัทธาจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นำคณะเปิด ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง “ประชาธิปัตย์” เขตพระโขนง – บางนา

ขอขอบคณภาพ จาก POST TODAY

‘ทวี สอดส่อง’ โต้กลับ ‘ศักดิ์สยาม’ ชี้แจงรถไฟฟ้าสายสีส้ม’ฟอกดำให้เป็นดำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543272

19 ก.พ. 2566

'ทวี สอดส่อง' โต้กลับ 'ศักดิ์สยาม' ชี้แจงรถไฟฟ้าสายสีส้ม'ฟอกดำให้เป็นดำ'

‘ทวี สอดส่อง’ โต้กลับ ‘ศักดิ์สยาม’ อ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด หวังนำรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าครม. คัดเลือกเอกชน เหมือน ‘ฟอกดำให้เป็นดำ’

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กประเด็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงต่อสภาไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนพิจารณาคัดเลือกเอกชน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์)  โดยระบุว่า


ตามที่ นายศักดิ์สยาม อ้างว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุดได้แถลงคดีเสร็จสิ้นฝ่าย รัฐบาล (รฟม.) กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้เสนอให้อัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาร่วมทุนตาม มาตรา 41 เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาลงมา  ครม. จะพิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ตามมาตรา 42 นั้น

เห็นว่า ในเรื่องขั้นตอนการตรวจสอบ “คำสั่งทางปกครอง” เป็นคนละคดีคนละประเด็นกับที่จะนำเข้า ครม. ที่มีส่วนต่างรัฐต้องเสียหายมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่อ้างเป็นคนละคดีคนละประเด็นกัน เรื่องที่นำเข้า ครม. ศาลยังไม่เคยตัดสิน การดำเนินการประมูลครั้งล่าสุด จนได้บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ชนะการประมูลครั้งที่ 2 เป็นเหตุการณ์ภายหลังฟ้องคดีฟ้องร้องตามคำพิพากษาฯ 

สำหรับการประมูลครั้งที่ 2 กระผมและคณะได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับพวก ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 และมาตรา 13 และแสวงหาผลประโยชน์มิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย

ผลการประกวดราคาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 โดยระบุว่า BEM เป็นผู้ชนะการประมูล ที่มีส่วนต่างราคาที่รัฐบาลต้องชดเชย (เสียหาย) จำนวนมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท นั้น คำถามมีว่า  

1) เหตุใด ITD ที่มีประสบการณ์ประมูลโครงการรัฐมาอย่างโชกโชน ถึงกล้าเสนอราคาสูงถึง 102,635 ล้านบาท มากกว่าราคากลางที่เป็นกรอบวงเงินที่ ครม.อนุมัติไว้ 9,675 ล้านบาท ที่ส่อไปไม่สุจริต

2) เป็นการ “จงใจ” ยื่นข้อเสนอเพื่อให้พ่ายแพ้ตั้งแต่ในมุ้งหรือไม่ ? หรือ “จงใจ” ทำให้ข้อเสนออีกเจ้า “ดูดี” หรือไม่ ?

3) ในช่วงที่ รฟม. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 ก่อนเดินหน้าพิจารณาข้อเสนอราคาต่อไป หลายฝ่ายได้ออกโรงทักท้วง ต่อกรณีที่ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ พิจารณาให้ ITD ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ทั้ง ๆ ที่กรรมการผู้มีอำนาจของ ITD ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ซึ่งเข้าข่ายลักษณะ “ต้องห้าม” การร่วมลงทุนหรือเข้าประมูลโครงการรัฐตั้งแต่แรก ตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2562 (ประกาศคณะกรรมการนโยบายฯ) การปล่อยให้ ITD Group ซึ่งมีคุณสมบัติขัดหรือแย้งกับประกาศคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนฯ ทั้ง ๆ ที่ มาตรา 39 ของ พ.ร.บ. ร่วมลงทุน พ.ศ. 2562 ประกอบกับข้อ 9.3 ของประกาศเชิญชวนดังกล่าวได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า คณะกรรมการคัดเลือกและ รฟม. ต้องประเมินให้ ITD Group ไม่ผ่าน และต้องไม่เปิดข้อเสนอด้านราคาของ ITD Group ต่อไปหรือจะเป็นไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ. ร่วมลงทุน พ.ศ. 2562 ที่กำหนดว่า ถ้าเหลือผู้ยื่นข้อเสนอถูกต้องเพียงรายเดียวและการดำเนินการต่อไปไม่ทำให้รัฐได้ประโยชน์ จะต้องยกเลิกการประมูล  

4) ผลประโยชน์ที่รัฐเสียหายจากการเปิดซองราคาของกิจการร่วมค้า BSR (BTS – STECON) ต่อหน้าสื่อมวลชน โดยกิจการร่วมค้า BSR ได้ขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐสุทธิเพียง 9,675 ล้านบาทเท่านั้น ต่ำกว่ากลุ่ม BEM ที่ยื่นขอรับเงินชดเชยจากภาครัฐสูงกว่า 78,287.95 ล้านบาท มีส่วนต่างที่รัฐต้องเสียหายมากถึง 68,432 ล้านบาท ก่อให้เกิดข้อวิพากษ์อย่างกว้างขวาง

พฤติกรรมสมคบกันสร้างคู่เทียบเทียบเพื่อวัตถุประสงค์ที่ให้กลุ่มบริษัทของตัวเองเข้าทำสัญญากับ รฟม. โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันรายอื่น เอาเปรียบรัฐ เข้าข่ายฮั้วประมูล และยังทำให้สามารถ จะถลุงเงินที่ซุกอยู่ในสัมปทานโครงการนี้  ย่อมมีความผิดตาม มาตรา 10-11-12 และ 13 พระราชบัญญัติความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และผิดทั้งหลักเกณฑ์และขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 39 และ 40 ของ พ.ร.บ ร่วมลงทุน พ.ศ. 2562 

ตามหลักของธรรมชาติที่ “อำนาจสามารถปกปิดความจริงได้ แต่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงความจริงได้เลย” รถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังจะนำเข้า ครม. รัฐบาลหวังฟอกด้วยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคนละคดีคนละประเด็นกัน เสมือน “ฟอกดำให้เป็นดำ” ที่ ครม. ด้วย  

'ทวี สอดส่อง' โต้กลับ 'ศักดิ์สยาม' ชี้แจงรถไฟฟ้าสายสีส้ม'ฟอกดำให้เป็นดำ'

ชลบุรี’เพื่อไทย’ครองแชมป์ทั้ง’นายกฯ-สส.’ ส่วนรทสช.ติด1ใน3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543264

19 ก.พ. 2566

ชลบุรี'เพื่อไทย'ครองแชมป์ทั้ง'นายกฯ-สส.' ส่วนรทสช.ติด1ใน3

เลือกตั้ง 2566 พลัง’บ้านใหญ่’ปังมาก คนชลบุรีเลือก’อุ๊งอิ๊ง’เป็นนายกฯ เลือกสส.’เพื่อไทย’ทำงาน ขณะที่พลัง’บ้านใหม่’ยังมีกระแส ติด1ใน3 ส่วนพปชร.รั้งท้าย

การเลือกตั้ง 2566 ชลบุรี เป็นอีกจังหวัดที่ต้องจับตาเป็นอย่างมาก เมื่อ “บ้านใหญ่” ตระกูลคุณปลื้ม(เพื่อไทย) กับ “บ้านใหม่” สุชาติ ชมกลิ่น(รวมไทยสร้างชาติ) ต่างมั่นใจในฐานเสียงของตัวเองกันอย่างมาก ไม่มีใครยอมใคร

แต่งานนี้เห็นที “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” ต้องทำการบ้านหนักขึ้น เมื่อนิด้าโพล เผยผลสำรวจคนชลบุรี สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งพบว่า 
อันดับ 1 ร้อยละ 31.00 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งค์  เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย บางส่วน ชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร 
อันดับ 2 ร้อยละ 18.82 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ บางส่วนชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา 
อันดับ 3 ร้อยละ 17.36 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะ เป็นรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ กล้าคิด กล้าทำ ชื่นชอบแนวคิดและวิธีการทำงาน และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล

ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” เคยสังกัดด้วยนั้น จัดไปอยู่ลำดับท้ายๆ อันดับ 10 เลย

ส่วนการเลือก สส.แบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า 
“เพื่อไทย” ยังครองอันดับ 1 ร้อยละ 38.82 (สอดคล้องกับ”สนธยา”หันซบ พรรคเพื่อไทย)

รองลงมาอันดับ 2 กลับกลายเป็น “พรรคก้าวไกล” ร้อยละ 19.55 คะแนนนำพรรค “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ร้อยละ 16.18 (สอดคล้องกับ “สุชาติ”หันซบพรรครวมไทยสร้างชาติ)

ส่วนการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ คล้ายกับ ส.ส.แบ่งเขต พบว่า 
“เพื่อไทย” อันดับ 1 ร้อยละ 38.82  
“พรรคก้าวไกล” อันดับ 2 ร้อยละ 19.55 
“พรรครวมไทยสร้างชาติ” อันดับ 3 ร้อยละ 16.09

การเลือกตั้ง สส. 2 ประเภทนั้น พบว่า พรรคพลังประชารัฐ ไม่ติด 1 ใน 3 อันดับแรก ทั้งที่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กวาดเก้าอี้ สส. ถึง 5 ที่นั่งจากทั้งหมด 8 เขต แต่
พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคน้องใหม่คุมโดย “สุชาติ” กลับติดอันดับ หรือ พลังพรรคอาจจะขายไม่ได้เท่าพลังบุคคลในพื้นที่ชลบุรี? 

นิด้าโพลนิด้าโพล

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

นายสนธยา คุณปลื้มนายสนธยา คุณปลื้ม

สิ้น ‘ยุทธ อังกินันทน์’ สส.เพชรบุรี หลายสมัย ในวัย 87 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543231

18 ก.พ. 2566

สิ้น 'ยุทธ อังกินันทน์' สส.เพชรบุรี หลายสมัย ในวัย 87 ปี

อดีตรัฐมนตรีและสมาชิกสมภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี 7 สมัย ยุทธ อังกินันท์ เสียชีวิตลงด้วยวัย 87 ปี กำหนดรดน้ำศพวันพรุ่งนี้

ยุทธ อังกินันทน์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี หลายสมัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดเพชรบุรี 7 สมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เสียชีวิตแล้วสิริอายุ 87 ปี


กำหนดรดน้ำศพในวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 น. ณ วัดพระพุทธไสยาสน์(วัดพระนอน) อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ประวัติ

ยุทธ อังกินันทน์ เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2479ลงเล่นการเมืองท้องถิ่นด้วยการเป็น สมาชิกสภาเทศบาล จนถึง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี ก่อนที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2526 ได้รับเลือกเรื่อยมา จนถึง พ.ศ. 2539 ก่อนที่จะวางมือทางการเมืองระดับชาติ และกลับมาลงเล่นการเมืองท้องถิ่นอีกครั้ง จนได้รับเลือกเป็น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี กลุ่มผาดยาวจนถึง 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564



ยุทธ อังกินันทน์ มีฉายาทางการเมืองว่าขงเบ้งเมืองเพชร เป็นบุคคลที่ชาวจังหวัดเพชรบุรี ให้การนับถือมายาวนาน เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร  และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในรัฐบาลชวน หลีกภัย ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 7 สมัย 

  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติไทย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติไทย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติไทย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติไทย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2535)
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2535)
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 จังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2535)

ณัฐวุฒิ อ้อนคนอีสานขอช่วยเลือก ‘แพทองธาร’ เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543226

18 ก.พ. 2566

ณัฐวุฒิ อ้อนคนอีสานขอช่วยเลือก 'แพทองธาร' เป็นนายกฯ

พรรคเพื่อไทยตั้งเวทีปราศรัย ตรึงพื้นที่อีสานสองวันซ้อน ขอชาวบ้านเทคะแนนให้ แลนด์สไลด์ไล่ประยุทธ์ ชู ‘แพทองธาร’ เป็นนายกฯ

พรรคเพื่อไทยยังคงปราศรัยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เวทีปราศรัยที่สวนมิ่งเมือง เฉลิมพระเกียรติ อำนาจเจริญวันนี้ มีแกนนำร่วมเวทีคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย  และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดอำนาจเจริญ 

แกนนำเพื่อไทย ปราศรัยที่อำนาจเจริญแกนนำเพื่อไทย ปราศรัยที่อำนาจเจริญ

น.ส.แพทองธาร บอกว่า วันนี้มาขอโอกาสพี่น้องเลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค เพื่อเอา ส.ส.เข้าไปโหวตนโยบายต่างๆที่พรรคเพื่อไทยจะทำให้พี่น้อง เพราะถ้าพี่น้องปันใจให้พรรคอื่น เราจะไม่ได้ส.ส.เข้าไปโหวตนโยบายที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจจะเข้าไปทำให้พี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยมีนโบายมากมายที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนหายจนอย่างถาวร แต่ถูกรัฐประหารไปเสียก่อน

มาครั้งนี้ เรามีนโยบายค่าแรง 600 บาทเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน ซึ่งคนถามว่าจะทำได้อย่างไร เรามีนโยบายปรับระบบเศรษฐกินทั้งประเทศให้ดีขึ้นด้วย เพื่อนายจ้างจะได้มีค่าจ้างมาจ่ายพี่น้อง โตไปด้วยกัน และหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี เพื่อไทยทำให้เกิดขึ้นได้แน่นอน นอกจากนี้ เราจะนำนโยบายกองทุนหมู่บ้านกลับมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน 

นพ.ชลน่าน ชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือภารกิจใหญ่หลวง เราต้องเลือกเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้น  ขอแรงพวกเราเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ ใน 3 จังหวัด คือ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร เพราะสิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะทำคือ เอาชนะ 250 ส.ว. เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปได้แน่นอน  

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ขอให้เลือก สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าไปช่วยน.ส.แพทองธาร ไปโหวตเลือก น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯ

วันนี้นโยบายพรรคไหนก็พูดได้ แต่พรรคที่คิดเป็น และทำได้คือพรรคเพื่อไทย แล้วชีวิตของพี่น้องประชาชนจะดีขึ้น ประเทศจะสามารถใช้หนี้ที่รัฐบาลประยุทธ์กู้มาตลอด 8 ปี ได้อย่างแน่นอน

‘ชาติพัฒนากล้า’ เปิดตัวคนรุ่นใหม่ อาสารับใช้คน ‘ภูเก็ต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543223

18 ก.พ. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' เปิดตัวคนรุ่นใหม่ อาสารับใช้คน 'ภูเก็ต'

เป้าหมายยกเครื่องอันดามัน ฟื้นท่องเที่ยวอันดามัน ยกระดับคุณภาพชีวิต ‘ชาติพัฒนากล้า’ เปิดตัวคนรุ่นใหม่ รับใช้คน ‘ภูเก็ต’

พรรคชาติพัฒนากล้า จัดเวที แหลงให้ฉาวเพื่อชาวภูเก็ต ร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ที่ขุมน้ำบางมะรวน โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต นายเทมส์ ไกรทัศน์  นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ขวัญใจคนใต้ นายจูรี นุ่มแก้ว ลงพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อดูวิถีชุมชน แหล่งวัฒนธรรม ศาสนา ที่ชุมชนบ้านบางโรง และแหล่งท่องเที่ยว หาดสุรินทร์ ที่สวยงามมีความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม

นางสาวอรทัย เชื่อว่า ภูเก็ตต้องเปลี่ยนแปลง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจจริง มีความรู้ ความสามารถ มาพัฒนาบ้านเกิด นโยบายของพรรค ทั้ง การยกเลิกแบล็กลิสต์ เพื่อให้ที่ติดแบล็กลิสต์ได้ลืมตาอ้าปากได้ เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี การสร้างบ้านที่ปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ หรืออารยสถาปัตย์ สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ ฯลฯ ชาวภูเก็ตต้องได้รับบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น ถนนหนทางต้องดีขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ลูกหลานชาวภูเก็ตต้องได้เรียนรู้ 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาต่างชาติ อังกฤษหรือจีน และภาษาคอมพิวเตอร์

อรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัครสส.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้าอรทัย เกิดทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัครสส.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า


นายเทมส์ กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว รายได้มากกว่า 80% มาจากการท่องเที่ยว แต่สาธารณูปโภคไม่ได้รับการพัฒนา คุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตไม่ได้รับการดูแลให้ดีเท่าที่ควร เช่น ได้รับการอนุมัติงบประมาณรายหัวตามประชากร 4 แสนคน ไม่นับรวมนักท่องเที่ยวและประชากรแฝงอีกกว่า 10 ล้านคน สิ่งสำคัญที่สุดภูเก็ตยังหาเงินเพิ่มได้อีก จากนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลควรต้องดูแลทั้งนักท่องเที่ยวและชาวภูเก็ตให้ได้ประโยชน์ด้วย เพื่อให้สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและเมืองคุณภาพชีวิตที่ดี

เทมส์ ไกรทัศน์  ว่าที่ผู้สมัครสส.ภูเก็ตพรรคชาติพัฒนากล้าเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัครสส.ภูเก็ตพรรคชาติพัฒนากล้า

ด้าน จูรี ดาวติ๊กตอก คนดัง  ขอให้ชาวภูเก็ตเลือกคนที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับชาว จ.ภูเก็ตได้ จากที่ได้รู้จัก และติดตาม เทมส์ และ อ้อ อรทัย เป็นคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทจริง ๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญของคนภูเก็ต ที่จะได้เลือกคนรุ่นใหม่ เข้าไปเป็นนักการเมือง อย่าให้เกิดการผูกขาดเฉพาะคนไม่กี่ตระกูล และคนใช้เงินซื้อเสียงเข้าไปเป็น สส.



นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นนโยบายที่จะรื้อโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ยกตัวอย่าง นโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร  แล้วใช้ระบบเครดิตสกอร์แทน , อีกนโยบายคือ ส่งเสริมเศรษฐกิจสายมู ที่มีอยู่ทุกจังหวัด เพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน

คำสั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ จะถูกตรวจจากกรรมาธิการ ฯสัปดาห์หน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543219

18 ก.พ. 2566

คำสั่งย้าย 'หมอสุภัทร' จะถูกตรวจจากกรรมาธิการ ฯสัปดาห์หน้า

กรรมาธิการกฎหมายฯ เชิญผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลคำสั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ ผิดปกติหรือไม่ หลังมีผู้ร้องเรียนว่ามีพิรุธหลายประการ

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งให้นัดประชุมครั้งต่อไป ในวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา09.30 น.ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา

โดยมีระเบียบวาระการประชุม  พิจารณาเรื่องร้องเรียน ปัญหาการย้ายนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ  ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

บุคคลที่คณะกรรมาธิการเชิญมาให้ข้อมูลประชุม ประกอบด้วย

1. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2. นายสวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
3. นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย
4. นายรุ่งเรือง ระหมันยะ ผู้ร้องเรียน

หนังสือนัดประชุมกรรมาธิการการกฎหมายฯหนังสือนัดประชุมกรรมาธิการการกฎหมายฯ

เพจชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า มีความผิดปกติชัดแจ้งในคำสั่งย้ายดังกล่าวคือ

1. ย้ายผู้ตรวจราชการที่ไม่ยอมลงนามย้ายออกไป เปลี่ยนผู้ตรวจใหม่ที่กล้าลงนามมาลงนามในไม่กี่วันหลังย้ายมา
2. เพื่อให้การลงนามย้ายไม่ผิดระเบียบ ก็มีการออกระเบียบใหม่มาใช้ 2วันก่อนวันลงนามย้าย เป็นการย้ายที่ไม่เป็นธรรมชัดเจน

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร มีนาย ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยมีปัญหากับชมรมแพทย์ชนบท เป็นประธาน โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายเพื่อนหมอสุภัทร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่าน รังสิมันต์ โรม กรรมาธิการ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา 

ชี้ระเบียบใหม่ ‘กกต.’ ติดเทอร์โบกระบวนยุบ ‘พรรคการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543215

18 ก.พ. 2566

ชี้ระเบียบใหม่ 'กกต.' ติดเทอร์โบกระบวนยุบ 'พรรคการเมือง'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชำแระ ระเบียบใหม่ ‘กกต.’ ทำให้กระบวนการยุบ ‘พรรคการเมือง’ รวดเร็วราวติดเทอร์โบ จบได้ภายในสามสิบวัน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง วิจารณ์ ระเบียบใหม่ของกกต.ยุบพรรคการเมืองได้ภายใน 30 วัน เป็นการแก้ระเบียบใหม่ กกต.  ต่อจากนี้ยุบพรรคการเมืองติดเทอร์โบ

15 ก.พ. 2566  กกต.ออกระเบียบใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกฉบับ คือ ระเบียบว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566  มีสาระสำคัญ คือ 

  • ยกเลิกระเบียบเก่า ของ กกต.ปี 2564
     
  • พรรคการเมืองใดถูกร้องหรือพบว่าทำผิด มาตรา 92 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง (ล้มล้างการปกครอง ปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย  แสวงหากำไร  ยอมให้คนนอกครอบงำ  รับบริจาคจากบุคคลเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคง  สนับสนุนคุกคามความสงบเรียบร้อย  เรียกรับเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการเมือง  รับเงินจากแหล่งมิชอบด้วยกฎหมาย  รับเงินจากคนไม่มีสัญชาติไทย) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรับหรือไม่รับเรื่องใน 7 วัน
  • การรวบรวมข้อเท็จจริง ให้เสร็จใน 30 วัน ขอขยายได้ครั้งละ 30 วัน
  • เมื่อเสนอ กกต. ลงมติยุบพรรค ให้ กกต. พิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน  เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรค
     
  • ระเบียบนี้ ไม่ใช้กับ คำร้องเก่าก่อนประกาศ 

ชี้ระเบียบใหม่ 'กกต.' ติดเทอร์โบกระบวนยุบ 'พรรคการเมือง'ชี้ระเบียบใหม่ 'กกต.' ติดเทอร์โบกระบวนยุบ 'พรรคการเมือง'ระเบียบว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566ระเบียบว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566

ควันหลงอภิปรายทั่วไป ‘เพื่อไทย’ โต้ ‘ประยุทธ์’ ตอบไม่ตรงคำถาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543213

18 ก.พ. 2566

ควันหลงอภิปรายทั่วไป 'เพื่อไทย' โต้ 'ประยุทธ์' ตอบไม่ตรงคำถาม

พรรค ‘เพื่อไทย’ ยังคาใจ พล.อ. ‘ประยุทธ์’ ใช้วาทะกรรมการเมืองแบบเก่า ชี้แจง อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ แทนข้อเท็จจริง

การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา152  หลังนายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย เรื่องทุนจีนสีเทา ได้สัญชาติในรัฐบาลเพื่อไทย และตั้งคำถามเรื่องการซื้อขายบ้าน มีการแถมสัญชาติ ถูกนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ตอบโต้ว่าการชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์  เป็นการตอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานของคนเป็นนายกรัฐมนตรี  เลือกใช้วาทกรรมการเมืองแบบเก่า

การกล่าวหาซื้อบ้านแถมสัญชาติ  หรือซื้อบ้านทั้งโครงการ ข้อเท็จจริงที่ปรากฎคือ ทุนจีนสีเทาซื้อบ้านหลายโครงการ ไม่ใช่โครงการเดียว การซื้อเป็นไปตามกฎหมาย ที่ผู้ประกอบการจะขายให้คนสัญชาติไทย บริษัทผู้ขายก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  สามารถตรวจสอบได้ 


กรณีนายตู้ห่าว ทุนจีนสีเทาที่เฟื่องฟู ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช.และเป็นนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ    พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้  นอกจาก ยังมีกรณีนายตู้ห่าวบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เช่าที่ของ ส.ว.ทรงเอ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่  

ความเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทาเหล่านี้ พลเอกประยุทธ์ ไม่ตอบ  แต่เลือกที่จะตัดตอนความจริงด้วยการกล่าวหารัฐบาลในอดีต ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมี ข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมหลาน ที่ได้งานรัฐมีความเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทาหรือไม่ และยังกล้าสอนหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย ทั้งที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง