พท.ให้’บิ๊กตู่’สอบตกกลางสภา ตอบอภิปรายไม่ตรงคำถาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543197

17 ก.พ. 2566

พท.ให้'บิ๊กตู่'สอบตกกลางสภา ตอบอภิปรายไม่ตรงคำถาม

‘พรรคเพื่อไทย’ชี้’บิ๊กตู่’สอบตกกลางสภา ตอบอภิปรายไม่ตรงประเด็น ทั้งให้สัญชาติตู้ห่าว เงินบริจาคพปชร.เช่าที่ทำการรทสช. และ หลานชายได้งานไม่ชอบกล

หลังการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติตามมาตรา 152 นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย มองว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบไม่ตรงคำถาม ซ้ำยังพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เฉไฉ ปฏิเสธความรับผิดชอบ ในหลายประเด็น เช่น 

พลเอกประยุทธ์ บอกว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้ ขายบ้านแถมสัญชาติ ซึ่งถือเป็นการตอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานของคนเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเลือกใช้วาทกรรมการเมืองเก่า โดยเลือกที่จะมองข้ามข้อเท็จจริง ไม่มีใครในโลกนี้ซื้อบ้านแถมสัญชาติ หรือซื้อบ้านทั้งโครงการ

ข้อเท็จจริงที่ปรากฎ คือ นายทุนจีน สีเทาซื้อบ้านหลายโครงการ ไม่ใช่โครงการเดียว ส่วนการซื้อเป็นไปตามกฎหมาย ที่ผู้ประกอบการจะขายให้คนสัญชาติไทย บริษัทผู้ขายก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถตรวจสอบได้  

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม หลายเรื่องทั้ง

ไม่ตอบ การให้สัญชาตินายตู้ห่าว ตามคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาตามลำดับชั้น ที่สุดท้ายพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้เซ็นอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายไม่ใช่หรือ ตัวเองปล่อยปละละเลยให้ทุนจีนสีเทาระบาดในยุคนี้ และไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ และไปโทษรัฐบาลก่อนหน้าได้อย่างไร

ไม่ตอบ กรณีนายตู้ห่าว ทุนจีนสีเทาที่เฟื่องฟูในชุดรัฐบาลชุดนี้ และยังบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

ไม่ตอบ ข้อกล่าวหาและไม่ชี้แจงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เช่าที่ของ สว.ทรงเอ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ 

พลเอกประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่เลือกที่จะตัดตอนความจริงด้วยการกล่าวหารัฐบาลในอดีต ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

ไม่ตอบ กรณีของ หลานคุณเอกประยุทธ์ได้งานจากภาครัฐ ด้วยความไม่ชอบมาพากล และตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทาหรือไม่  

ส่วนการที่พลเอกประยุทธ์พูดถึงหลักนิติธรรม และประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้น ควรละอายแก่ใจที่จะกล้าสอนผู้อื่นบ้าง เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ถือเป็นอาชญากรรมรุนแรงฐานกบฎ มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่มีการเขียนนิรโทษกรรมไว้ พลเอกประยุทธ์จึงไม่ต้องรับโทษ  

ซึ่งการพูดถึงหลักนิติธรรมและประชาธิปไตยจากปากของคนที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ดูย้อนแย้ง ทำให้คนทั่วไปฟังแล้วรู้สึกน่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่ง 

“พลเอกประยุทธ์สอบตกกลางสภา เพราะปล่อยปละละเลยให้ทุนจีนสีเทาเฟื่องฟูตามที่ฝ่ายค้านได้อภิปราย พิสูจน์ได้จากภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชัน โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ปี 2565 ประเทศไทยมีการทุจริตอยู่อันดับที่ 101 ได้ 36 คะแนน ซึ่งทั้งอันดับและคะแนนตกต่ำกว่าในสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีคะแนนและลำดับที่สูงกว่านี้ หากท่านไม่ยอมรับความจริงในสภา ก็จงรับความจริงที่นานาชาติแปะป้ายประจาน” นางสาวตรีชฎากล่าว 

‘ธนพร’ มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543195

17 ก.พ. 2566

'ธนพร' มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง

นายกสมาคมรัฐศาสตร์ มองภาพการเมือง ประยุทธ์ ต้องเดินเกมให้เป็น อาศัยการดำเนินการเด็ดขาด ทุนจีนสีเทา เรียกคะแนน ด้าน โรม มองต้องจัดการคนใกล้ชิด ให้สังคมเห็น

17ก.พ. 2566 รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็นทางการเมือง หลังจบการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ 15-16 ก.พ. 2566 ที่ผผ่านมา  หัวข้อ เปิดแผลสั่งลา แฉยับ…ทุนเทารัฐบาล ซึ่งการอภิปรายในสภา เปิดประเด็นเกี่ยวกับทุนจีนสีเทา ทุนไทยสีเทา โยงเข้าถึงคนในรัฐบาล มีการมองกันว่า จะฝากแผลไปจนถึงศึกเลือกตั้งได้มากน้อยขนาดไหน 

'ธนพร' มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ้าเล่นเป็นก็เป็นประโยชน์ เช่น เรื่องการโยงเรื่องการขอสัญชาติ มาขอในยุคใคร มองว่า ยังปล่อยของไม่หมด ตอนนี้ไม่ต้องออกแรงเยอะ แค่ผลักดันระบบให้เดินหน้า ประเด็นที่ว่าอยู่มาแปดปีไม่รู้หรอ ตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็สามารถพลิกได้ ตอนนี้รู้แล้ว ลุยเต็มที่ ซึ่งคนที่ชอบผู้นำที่ใช้อำนาจเด็ดขาด ก็จะมองเป็นภาพบวก ก้าวไกลไม่ได้ประเมินพลาด

'ธนพร' มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง

แต่ทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว ยังไงก็ได้คะแนน และต้องทำแต้ม เพื่อให้อำนาจต่อรองที่มากขึ้น เพราะเปิดประเด็น ได้ใจคน ในการอภิปรายที่โดดเด่น มีความเป็นนักสู้ รักษามาตรฐานได้ดี  ตั้งแต่ครั้งจนถึงล่าสุด จึงทำให้ เพื่อไทย รีแบรนด์ในภาคอีสาน เพราะถ้าไม่ทำ จะไม่สามารถสู้ ก้าวไกล ได้ ยอมที่จะหักกับส.ส.ในพื้นที่เดิม เอาคนรุ่นใหม่ลงแทน เพื่อให้สามารถไปต่อได้ 
 

ประเด็นเรื่องหลานเปิดบริษัท คนไทยจำนวนหนึ่ง อ.ธนพร มองว่า ใครมีอำนาจ ก็จะมีคนเข้ามาเกาะใบบุญ ซึ่งแฟนคลับลุงตู่ มองกันแบบนี้ ในการเลือก ส.ว. ยังมีช่องทางแก้ไข หรือ ทางออก เพราะไม่ได้เลือกคนเดียว แต่มีกระบวนการสรรหา ส่วนเรื่องทุนจีน กระทบความรู้สึกคนไทยโดยรวม มองว่า ประยุทธ์ เล่นบทบาทนี้ ยังพอสามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้พอสมควร 

'ธนพร' มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง
เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนปม ของส.ว. ท่านหนึ่ง ในการเช่าอาคารที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ มันเป็นเรื่องนิติกรรม ซึ่งมันพอมีทางออกที่เป็นไปได้ 

ทุนจีนเทา เป็นเรื่องของการไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการ ใครที่เข้ามาแก้ไขปัญหาจะได้ใจคน ความไร้ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐ และการที่ผู้นำจัดการแบบนี้ จะเป็นมุมบวก เพราะคนต้องการให้แก้ไข ภาพที่ตู้ห่าว มีรูปบุคคลสำคัญ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์  ในมุม อ.ธนพร มองว่า มันเป็นเรื่องที่เลือกไม่ได้ เพราะคนมาขอถ่ายรูป ก็ปฏิเสธไม่ได้ 
 

อย่างการตอบคำถามในการประชุมสภา อ.ธนพร มองด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามในสภา แต่กำลังพูดคุยกับแฟนคลับทางบ้าน มาเพื่อตัดไม้ข่มนาม และกำลังโชว์ว่าตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ชาติ ทำความสะอาด พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่มีนโยบาย ขาย พล.อ.ประยุทธ์ ล้วน ๆ 

สำหรับสูตรจัดตั้งรัฐบาล พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย มีความเอื้ออาทรกันอย่างมาก ในการอภิปรายครั้งนี้ ตอบกันแบบสุภาพ ถ้ามองความเป็นได้ในเสียงรวมกันน่าจะอยู่ที่ประมาณ 320 เสียง คาดการณ์ เพื่อไทย 180 เสียง ภูมิใจไทย 70 เสียง พลังประชารัฐ 40 เสียง ประชาธิปัตย์ 30 เสียง แล้วก็ส.ว. สาย พล.อ.ประวัตร อีกประมาณ 50 เสียง 

'ธนพร' มองหลังอภิปราย ชี้ ประยุทธ์ เดินเกมเป็นมีแต้มต่อในศึกเลือกตั้ง

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้เปิดประเด็นทุนจีน และ ทุนไทย สีเทา ที่เขาอภิปรายในสภา มองเป็นสองอารมณ์ต่อกรณีที่มีการจับกุม หยู ซิน ฉี ว่า นาน  ๆ จะได้เห็นสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายแล้วได้รับการดำเนินการ ส่วนที่เสียใจ คือ กว่าที่เราจะได้หลักฐาน ข้อมูลต่าง ๆ กว่าจะได้คนที่เป็นบุคลากรน้ำดี มาดำเนินการ อาจจะเกิดความเสียหายไปแล้ว 


ในเรื่องประเด็นหลานเปิดบริษัท เรื่องตั้ง ส.ว. ตัวย่อ อ. เรื่องที่ดิน มองว่า คนทำผิดต้องระวังตัว กรณี  พล.อ.ประยุทธ์ ไปเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมาย จากการแต่งตั้ง ส.ว. ทำไมถึงไม่ทราบพฤติกรรม เรื่องที่ดินที่ตั้งที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทราบจริงๆหรือว่าใครดำเนินการเช่าซื้อกับใคร เรื่องทุนจีนสีเทา เชื่อว่า มีความเชื่อมโยงกับ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า มีการดำเนินการจัดการอย่างจริงจังหรือไม่  ในเรื่อง หยู ซิน ฉี ต้องมองว่า ใครคุมตำรวจ แล้ว นายกรัฐมนตรีไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ และถือว่าล้มเหลวในการจัดการอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมที่มาจากต่างประเทศ 


 ส่วนในการใช้อำนาจเด็ดขาด ก็เห็นด้วย ในช่วงก่อนเลือกตั้ง สนับสนุนให้ดำเนินการเต็มที่ ฝ่ายค้านเตะบอลไปที่ท่านแล้ว ถ้าท่านเตะบอลนั้นต่อ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขอให้ทำหน้าที่ และจัดการบุคคลใกล้ชิดให้เด็ดขาด ให้สังคมเห็น 
ในเรื่องการตอบในสภาของ พล.อ.ประยุทธ์ เขามองว่า ไม่ได้ตอบคำถามอะไรที่ตนถาม เช่น การเกี่ยวข้องของ พล.อ.ประวิตร ร.อ.ธรรมมนัส หรือ แม้แต่เรื่องของ ส.ว. ตัวย่อ อ. 

ประชุมรัฐสภาครั้งสุดท้าย ล่ม! ร่างพ.ร.บ.การศึกษาหยุดชะงักช่วงมาตรา 16

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543190

17 ก.พ. 2566

ประชุมรัฐสภาครั้งสุดท้าย ล่ม! ร่างพ.ร.บ.การศึกษาหยุดชะงักช่วงมาตรา 16

การประชุมรัฐสภาครั้งสุดท้าย พิจารณา ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หยุดชะงักในมาตรา 16 มีผู้แสดงตนเพียง 320 คน จากที่ต้องมี 333 คน

ครั้งสุดท้ายของการประชุมรัฐสภา ยังเกิดเหตุ ‘สภาล่ม’ หลังจากวันนี้ 14 ก.พ. มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ในมาตรา 14-16  โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม


ตั้งแต่เริ่มต้น ก็เริ่มมีสัญญาณว่า สมาชิกจะครบองค์ประชุมหรือไม่ เริ่มจากมีจำนวนสมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมแสดงตน เพียง 377 คน แบ่งเป็น สส. 209 คน (จาก 417 คน) ขณะที่ ส.ว.แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียง 168 คน (จาก 249 คน)

ซึ่งมีการชี้แจงมาจนถึงการลงมติมาตรา 14 มีผู้มาแสดงตนเป็นองค์ประชุมและลงมติ เกินกว่าองค์ประชุมมาเพียง 2-3 เสียงเท่านั้น
 

กระทั่งถึงช่วงการลงมติมาตรา 16 กรรมาธิการมีแก้ไข จึงต้องให้สมาชิก ลงมติว่าเห็นด้วยกับที่ กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ 

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น เรียกตรวจสอบองค์ประชุม ใช้เวลารอนานกว่า 45 นาที แต่ปรากฎองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ต้องปิดประชุม เนื่องจากมีองค์ประชุมเพียง 320 คน จากจำนวนครึ่งหนึ่งของสมาชิกที่ 333 คนถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ ได้สั่งปิดการประชุม ในเวลา 14:25 น.
 

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ขึ้นทำหน้าที่ประธานเปิดโอกาสให้ นายตวง อันทไชย ประธานคณะกรรมาธิการ พูดถึงความในใจและความพยายามที่ได้ร่างกฏหมายฉบับนี้ขึ้นมา ว่า ใช้เวลานาน 1 ปี ด้วยความอดทน จนมีข้อตกร่วมกันว่า ต้องนำร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาให้ได้ ถือว่าทำหน้าที่ของกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายจบแล้ว พร้อมขอบคุณสมาชิกฝ่ายค้านหลายคนที่อยู่เป็นองค์ประชุมมาตลอดจนทำให้เดินมาได้ถึงวันนี้  

ด้านนายชวน กล่าวว่า กฎหมายนี้ผ่านวาระรับหลักการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รู้ว่าทุกฝ่ายได้ทำงานหนักกันมาก ซึ่งช่วง 4 ปีที่ผ่านมาขอขอบคุณทุกคน มีร่างรัฐธรรมนูญผ่าน 1 ฉบับ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไป 2 ฉบับ , ประกาศร่างพระราชบัญญัติตามหมวด 16 ของรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ , และมีหนังสือสัญญาที่สภาฯให้ความเห็นชอบ 17 ฉบับ 

ดังนั้นมองในแง่บวกว่า ได้รับความร่วมมือด้วยดี แม้ช่วงปลายสมัยจะมีปัญหาบ้าง แต่ผลดีเกิดขึ้นมากกว่าผลร้าย อาจจะมีความเห็นแตกต่างบ้างเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

“วันนี้คาดว่าจะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมรัฐสภา ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในทางการเมืองสำหรับคนที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่วุฒิสมาชิกนั้นเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นผู้มีความรู้ที่น่าเคารพนับถือ จึงพูดเสมอว่าไม่ควรพาดพิงหรือเหมารวมทั้งหมด เพื่อไม่ทำให้ สว.เสียใจ และหวังว่า สว. จะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของบ้านเมืองต่อไป”นายชวนกล่าว

คมนาคมแจงปม ‘สัมปทานทางด่วน’ – ที่ดิน ‘เขากระโดง’ ไม่เคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543191

17 ก.พ. 2566

คมนาคมแจงปม 'สัมปทานทางด่วน' - ที่ดิน 'เขากระโดง' ไม่เคลียร์

เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังคาใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงปม ต่ออายุ ‘สัมปทานทางด่วน’ และที่ดิน ‘เขากระโดง’

การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ไม่จบแค่ในสภา เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ นำข้อมูลมาชี้แจงในสื่อสังคมออนไลน์ มีเนื้อหาว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ในประเด็นที่ถูกอภิปรายทั่วไป ทั้งเรื่องการต่อสัมปทานทางด่วนและปมที่ดินเขากระโดงมีเนื้อหาว่า

เอกชนได้ประโยชน์ กว่าแสนล้านจากการต่อสัมปทานทางด่วน

มติต่อสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2ฯ ให้บริษัทฯ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา มูลหนี้จริงที่ผ่านกระบวนการศาลมีแค่ 4,318  ล้านบาท แต่โดนเอกชนเจ้าของสัมปทานทางด่วนขู่ด้วยยอดเงิน 137,517 ล้านบาท ที่ยังไม่ผ่านทั้งขบวนการอนุญาโตฯ ศาลปกครองกลาง หรือ ศาลปกครองสูงสุด  ซึ่งทั้งหมด ใช้เวลาหลายปี แต่อายุสัญญาที่หมดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรีชุดนี้ รวมถึงเจ้ากระทรวง เป็นพวกตกใจง่าย เลยอนุมัติต่อสัมปทานไป 15 ปี 8 เดือน

การตัดสินใจดังกล่าวคณะรัฐมนตรีมอบผลประโยชน์ให้กับเอกชนรายนี้ เป็นวงเงินสุทธิปัจจุบัน (NPV) ประมาณ 33,355 ล้านบาทตามรายงานของที่ปรึกษาอิสระ เพื่อแลกกับหนี้ 4,318  ล้านบาท ยังไม่รวมถึงกระแสเงินสดที่ เอกชนรายนี้ได้รับจากการต่อสัมปทานโดยเฉพาะส่วนของทางด่วนขั้นที่ 2 ที่ ถึงปีละกว่า 6,000 ล้านบาท รวม 15 ปี 8 เดือน เป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท

กว่าห้าพันไร่ ที่ดินการรถไฟ ล่องหน

กรณีที่ดินเขากระโดงจำนวน 5,083 ไร่ รมว.คมนาคม รับว่าไม่มีในสารบบสินทรัพย์ของการรถไฟ โดยอ้างว่าเป็นมาตรฐานทางบัญชี นั้นมีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและหลักฐาน เพราะเรื่องที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  กรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (การออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินทับที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย) อันเป็นกรณีเดียวกันกับที่ดินรถไฟเขากระโดง คือ ที่ดินรถไฟที่บริเวณบ้านโพธิ์มูล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีการออกโฉนด เนื้อที่ 245 ไร่ โดยทราบว่าที่ดินพิพาทเช่นเดียวกับที่ดินเขากระโดงและคดียังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็สามารถขึ้นบัญชีในสารบบได้

แต่ในทางกลับกัน ที่ดินเขากระโดง ซึ่งปรากฏหลักฐานชัด มีการพิสูจน์กันที่ศาลยุติธรรม จนถึงศาลฎีกา และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่เหตุใดจึงไม่อยู่ในสารบบ

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง  เลขาธิการพรรคประชาชาติ ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ

ที่ดินการรถไฟ 5 พันกว่าไร่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินจะเปลี่ยนมือได้ต้องกระทำโดย พ.ร.บ. เท่านั้น ตามมาตรา 6 (2) พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ.2464 “ห้ามไม่ให้เอกชนหรือบริษัทใด ๆ หวงห้ามหรือถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินรถไฟ หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เว้นไว้แต่จะได้มีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเป็นพิเศษว่าทรัพย์นั้น ๆ ได้ขาดจากเป็นที่ดินรถไฟแล้ว

 ส่วนข้ออ้างอื่นๆ แม้จะอ้างของผู้ว่าการรถไฟฟังไม่ขึ้น เพราะมิใช่เหตุผลตามกฎหมาย แต่ในทางตรงกันข้าม ในขณะที่การรถไฟทำงบดุลบัญชีเมื่อปี 2564 ที่มีความเห็นงบการเงินการรถไฟแห่งประเทศไทย แบบมีเงื่อนไข คืองบการเงินไม่ถูกต้อง ในเรื่องที่ดินและทรัพย์สิน ไม่ระบุถึงที่ดินของตน 5 พันไร่เศษนั้น ว่าเป็นของการรถไฟ ทั้งๆที่ศาลมีคำพิพากษาต้องกันมาตลอดตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาแล้ว 6 ปีว่าที่ดินแปลงนั้นเป็นของการรถไฟ แสดงถึงความไม่สุจริต

‘แฮ้ง อนุชา-เต้ มงคลกิตติ์’ ยื่นลาออกจาก สส. มีผลทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543186

17 ก.พ. 2566

'แฮ้ง อนุชา-เต้ มงคลกิตติ์' ยื่นลาออกจาก สส. มีผลทันที

‘อนุชา นาคาศัย’ ยื่นลาออกจาก สส.พปชร. คาดไปรทสช. ส่วน’เต้ มงคลกิตติ์’ถือฤกษ์งามยามดีลาออก พร้อมเดินหน้าหาเสียงโดยไม่ใช้ตำแหน่ง วอนรมต.ใช้สิทธิทางราชการ

ความเคลื่อนไหวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ มี 2 สส. ยื่นลาออก คือ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์


ส่วนนายอนุชา ในฐานะสส.ชัยนาทและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส.พรรคพลังประชารัฐ มีผลตั้งแต่วันนี้ คาดว่า นายอนุชา จะสมัครเข้าสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 
นายอนุชา นาคาศัย ยื่นลาออกจาก สส.นายอนุชา นาคาศัย ยื่นลาออกจาก สส.

ส่วนนายมงคงกิตติ์ ถือฤกษ์เวลา 09.09 น. ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ยอมรับทำงานอย่างเต็มที่และภาคภูมิใจ ตลอด 3 ปี 10 เดือน 25 วัน ทำไว้หลายเรื่อง หลายรูปแบบ ทั้งการเสนอกฎหมาย การอภิปราย รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน จากนี้จะพาลูกพรรคหาเสียงทั่วประเทศ โดยไม่ใช้ตำแหน่งทางราชการไปผูกพันธ์กับการหาเสียง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับทุกพรรค 
 

ดังนั้น จึงขอเรียกร้อง ให้ พรรคที่ มี ส.ส. เป็นรัฐมนตรี หยุดใช้สิทธิทางราชการ ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งปี 2566 เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน  


อย่างไรก็ตามจุดยืนของพรรคไทยศิวิไลย์ เลือกได้ขออยู่ฝ่ายบริหาร เพราะต้องการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ  แต่หากเป็นรัฐบาลไม่ได้ ยินดีเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล 

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยื่นลาออกจาก สส.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยื่นลาออกจาก สส.

กวาด 9 ที่นั่ง ‘นครศรีธรรมราช’ งานหนักของ ‘พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543183

17 ก.พ. 2566

กวาด 9 ที่นั่ง 'นครศรีธรรมราช' งานหนักของ 'พรรคประชาธิปัตย์'

สามพรรคการเมืองส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ สส. ‘นครศรีธรรมราช’ จาก ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ตั้งเป้ากวาดยกจังหวัด ไม่ใช้งานง่าย

พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำทัพของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หมายมั่นปั้นมือขอกวาด 9 ที่นั่งแบบยกจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 ใน 2 จังหวัดที่มี สส.มากที่สุดของภาคใต้ (อีกจังหวัดหนึ่งคือสงขลา) กลายเป็นงานยาก ไม่เหมือนยุค ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ

การเลือกตั้งใหญ่ปี 62 นครศรีธรรมราชมี สส. 8 คน ประชาธิปัตย์แชมป์เก่าถูกพลังประชารัฐเบียดไปถึง 3 ที่นั่ง ก่อนถูกซิวเพิ่มอีก 1  เก้าอี้จากการเลือกตั้งซ่อมเมื่อปี 64 แทน เทพไท เสนพงศ์ ซึ่งพบวิบากกรรมการเมืองจนต้องพ้น สส. แถมต้องนอนคุกอีกร่วม 2 ปีและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

การผงาดขึ้นมาของ สส. เลือดใหม่อย่าง ชัยชนะ เดชเดโช หรือ ส.ส.แทน ที่เข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 62 แต่กลับทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้บทบาทของ สส.แทน ไม่ธรรมดา บวกกับเป็นคนหนุ่มไฟแรง สามารถเข้าคุมอำนาจ หลายอย่างในประชาธิปัตย์สายใต้ จนสถาปนาเป็น บ้านใหญ่เมืองคอน ทำหน้าที่จัดการการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ โดยมีแบ็คดีจากผู้เป็นแม่ กนกพร เดชเดโช นายก อบจ. ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เมืองคอน ของประชาธิปัตย์

แต่สนามเลือกตั้งปี 66 ไม่ง่ายนักสำหรับเลือดใหม่อย่าง สส.แทน เพราะมีการไหลออกของบุคคลสำคัญของพรรคอย่างต่อเนื่อง เช่น วิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรี และอดีต สส. 8 สมัย และล่าสุด พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส. 3 สมัย หันไปสวมเสื้อแจ็ก พรรคลุงตู่เรียบร้อย เช่นเดียวกับสายบ้านเก่า เสนพงศ์ ที่เดินจากไปแบบยกตระกูล

ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่า ประชาธิปัตย์เมืองคอนกำลังระส่ำ  ยังดีที่ตระกูลดั้งเดิม บุณยเกียรติที่หัวหอกคนสำคัญอย่าง ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล เปลี่ยนใจปักหลักอยู่กับประชาธิปัตย์ต่อ หลังจากลูกสาว ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ ได้สิทธิลงสมัครสส.เขต

ขณะที่ ประกอบ รัตนพันธ์ สส.ประชาธิปัตย์หลายสมัย ต้องเจอะความท้าทายในการรักษาเก้าอี้ตัวเองท่ามกลางกระแสพรรคประชาธิปัตย์ในนครศรีธรรมราชเสื่อมมนต์ขลัง สิ่งที่ต้องตามต่อและวิเคราะห์อย่างละเอียด คือ ประชาธิปัตย์จะพบกับ โอเอซิสการเมือง ซึ่งเปรียบดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ เพื่อหล่อเลี้ยงให้ความเป็นประชาธิปัตย์ยังคงอยู่ได้หรือไม่

การเมืองในนครศรีธรรมราชรอบนี้ ประชาธิปัตย์ ตกที่นั่งลำบาก เพราะนอกจากแผลเก่ายังไม่ตกสะเก็ด ยังมี 3 พรรคใหม่ที่พร้อมด้วยกลไกการขับเคลื่อนที่ลงตัว ทั้งรวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในพื้นที่  ความหวังจะคว้า 9 ที่นั่งแบบยกทั้งจังหวัด ย่อมเป็นงานยากสำหรับเหล่าผู้บริหารพรรค ในการคิดสูตรพลิกเกมกลับมาคว้าชัยให้ได้ตามเป้าประสงค์ อีกปัจจัยที่น่ากังวล คือ ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ที่วันนี้อาจไม่เปรี้ยงปังดังแต่ก่อนแล้ว

‘จุรินทร์’คาด’ยุบสภา’ไม่เกิน มี.ค. อย่างน้อย’นายกฯ’ต้องคุยสักคำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543177

17 ก.พ. 2566

'จุรินทร์'คาด'ยุบสภา'ไม่เกิน มี.ค. อย่างน้อย'นายกฯ'ต้องคุยสักคำ

‘จุรินทร์’คาด’ยุบสภา’ไม่เกิน มี.ค. อย่างน้อย’นายกฯ’ต้องคุยสักคำ ยืนยันส่ง สส. ครบ 400 เขต เตรียมปราศรัยใหญ่จ.สงขลา 25 ก.พ. นี้

จบไปแล้วสำหรับการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ประเมินผลการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล ให้กองเชียร์ของแต่ละฝ่ายเป็นผู้ตัดสิน แต่อย่างน้อยเวทีรัฐสภายังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อยู่ ยอมรับมีความกังวลเรื่ององค์ประชุมล่มหรือไม่ สุดท้ายก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้
 

ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาตลอดว่า ต้องการให้เกิดการอภิปรายขึ้น เพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนและตรวจสอบรัฐบาลได้ รวมถึงเป็นโอกาสให้รัฐบาลแถลงผลงานต่อประชาชนด้วย เช่นเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสชี้แจงผลงาน 

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีมีแผนการยุบสภา ไว้ในใจแล้ว คาดว่าเวลาที่เหมาะสมควรเป็นช่วงใด นายจุรินทร์ ไม่ตอบว่าเป็นช่วงใด เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่จะยุบหลังวันที่ 23 มีนาคมไม่ได้ รัฐบาลครบวาระแล้ว

ซึ่งเดาว่า จะเป็นเดือนมีนาคม เพราะมีความเกี่ยวข้องกับระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงความพร้อมของพรรคการเมืองบางพรรค ก็อาจจะมีผลสำคัญที่จะมาประกอบการตัดสินใจด้วย และคิดว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องถามหรือเรียกมาหารือกันก่อน 

ทั้งนี้การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ไม่ทำให้นายจุรินทร์หวั่น พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมทั้งตัวบุคคลและนโยบาย และยืนยันว่าจะส่ง ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต รวมถึงบัญชีรายชื่อด้วย

หลัจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเดินหน้าหาเสียงในเวทีต่างๆ หลังเปิดตัวผู้สมัคร สส.ภาคใต้ครบ 58 เขตเป็นครั้งแรก ก็จะมีการปราศรัยใหญ่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 25 ก.พ. นี้

‘เพื่อไทย’ – ‘ชาติไทยพัฒนา’ ลุยหาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543172

17 ก.พ. 2566

'เพื่อไทย' -  'ชาติไทยพัฒนา' ลุยหาเสียงเลือกตั้ง

สองพรรคการเมืองลุยหาเสียงเลือกตั้งพร้อมกันวันนี้ ‘ชาติไทยพัฒนา’ หวังแค่รักษาพื้นที่ ส่วน ‘เพื่อไทย’ ลั่นไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง

พรรคชาติไทยพัฒนาหวังรักษาแชมป์เมืองสุพรรณฯ

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแกนนำเปิดเวทีปราศรัยที่สุพรรณบุรี ขอบคุณ 8 แสนกว่าเสียง ที่ลงให้กับพรรคชาติไทยพัฒนาในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และถามแสนคะแนนเสียงที่ลงให้พรรคการเมืองอื่นว่า เลือกตั้งมาแล้วกว่า 3 ปี เวลามีปัญหาเคยเห็นพรรคไหนเข้ามาบ้าง ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง ส้วมไม่มี เราเอาส้วมลอยน้ำมาให้ มีถุงยังชีพ พร้อมยกกระทรวงทรัพย์ฯ มาไว้ที่สุพรรณบุรี และหัวใจสำคัญของนโยบายพรรค จากนี้ไปสุพรรณบุรีจะไม่มีน้ำแล้งอีกต่อไป รวมถึงวางแผนระยะยาวแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยเช่นกัน

ครอบครัวศิลปอาชา หาเสียงเลือกตั้งสุพรรณบุรีครอบครัวศิลปอาชา หาเสียงเลือกตั้งสุพรรณบุรี

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ำว่าสุพรรณบุรีไม่ใช่ของชาติไทยพัฒนา แต่เป็นของทุกคน ซึ่งมีสิทธิ์กำหนดชะตาว่าปี 2566 จะเดินไปอย่างไร และมีหลายพรรคเสนอตัวเข้ามาอยากรับใช้ชาวสุพรรณบุรี ขอถามว่าทุกคนจะให้หรือไม่ เพราะตัวเขาเองได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แต่วราวุธรับประกันได้ว่า ไม่แพ้พรรคไหน เวทีดีเบตก็ไม่แพ้ใคร ให้จับตาดู โดยเฉพาะภาษาอังกฤษแบบเหน่อๆ นี้ ลุงตู่ก็ทำไม่ได้ และเดือนพฤษภาคมนี้จะมาวัดความรักความผูกพัน พิสูจน์ว่ากว่า 40 ปีที่ผ่าน ชาติไทยพัฒนาจะได้ไปต่อหรือไม่ พรรคชาติไทยพัฒนาก็เป็นทางเลือกเช่นกัน และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการรักษาฐานเสียงเอาไว้ ป้องกันเข็มขัดแชมป์ ทั้ง5 เขตเลือกตั้ง

 

เพื่อไทยลั่นไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง

น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยย่อยที่อุบลราชธานีว่าเคยมาหาเสียงที่นี่กับคุณพ่อ เหนียวแน่นกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย อุบลราชธานีของเราพืชผลทางการเกษตรดีมาก จึงอยากให้ราคาพืชผลดี แต่จะดีได้ต้องพัฒนาระบบขนส่ง ทั้งทำถนนให้ดี และต้องมีรถไฟที่ทันสมัย จากนั้นคือการส่งผลผลิต และสินค้าของพี่น้องไปทั่วโลก เราจะต้องมีสนามบินที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องการคมนาคมแล้ว การมีสนามบินที่ดีจะเป็นการกระตุ้น และเสริมการท่องเที่ยวให้ดีขึ้นด้วย

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยบอกว่า หากทำตรงนี้ได้เงินหมุนเวียนในจ.อุบลราชธานี และเงินจะกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง พรรคเพื่อไทยรู้วิธีสร้างรายได้ให้พี่น้อง เราทำเป็น เราเคยทำมาแล้ว ดังนั้นอย่าแบ่งใจให้ใคร พรรคเพื่อไทยเรามีพรรคเดียว ไม่มีพรรคพี่ ไม่มีพรรคน้อง

‘ก้าวไกล’สวน’สุชาติ’ป้ายสี ไม่หนุนแรงงานไทยทำงานตปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543166

17 ก.พ. 2566

'ก้าวไกล'สวน'สุชาติ'ป้ายสี ไม่หนุนแรงงานไทยทำงานตปท.

‘ก้าวไกล’ชี้แจงกรณี’รมว.แรงงาน’กล่าวหา ไม่หนุนแรงงานไทยทำงานตปท. พร้อมแฉถูกกีดกันไม่ให้รับฟังปัญหาจากแรงงานฟินแลนด์-สวีเดน

เมื่อวานนี้(16ก.พ.) ส.ส.พรรคก้าวไกล ขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับแรงงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์และสวีเดน ค่าแรงน้อยไม่เพียงพอ เจองานหนัก รวมถึงเจอบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ได้โควตาไปเก็บผลไม้ป่าที่ฟินแลนด์ถูกตั้งข้อหาค้ามนุษย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนกันยายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมดูงานเช่นกัน 

ต่อมานายสุชาติ ลุกขึ้นชี้แจง ระบุว่า ปีที่แล้วได้ส่งแรงงานไทยไปฟินแลนด์และสวีเดน กว่าหมื่นคน มีปัญหาประมาณ 200-300 คน เพราะเพิ่งไปครั้งแรก และจะได้ไปบอกแรงงานว่านายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.พรรคก้าวไกล ไม่สนับสนุนให้คนไทยไปทำอาชีพนี้ ส่วนประเด็นการระงับวีซ่านั้น ทางสถานทูตรับรองวีซ่าและกำหนดโควตาจำนวนคน 
 

ทำให้วันนี้ 17 ก.พ. ส.ส.ก้าวไกล ต้องออกมาปฏิเสธทันที โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า นายสุชาติ บิดเบือนคำพูดของสส.จรัส ยืนยันที่ออกมาอภิปราย ต้องการเร่งรัดให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานแก้ปัญหานี้ เพราะลุกลามใหญ่โต จนทำให้แรงงานที่บริสุทธิ์ บริษัทที่ทำถูกต้องตามกฎหมายไม่สามารถส่งแรงงานไปได้อีกแล้ว เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ มีความกังวล เรื่องของการค้ามนุษย์ การทำสัญญาปลอมเพื่อหลอกทางสถานทูต ซึ่งขณะนี้ได้ระงับการออกวีซ่าไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากจะบิดเดือนคำพูดของสส.จรัสแล้ว ยังทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ พูดจาปกป้องบริษัทเอกชนที่ทำผิด พูดกระทั่งบริษัทนั้นยังไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ แต่ในความเป็นจริงบริษัทที่ว่านั้น ได้ถูกดำเนินคดีและเป็นผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นที่มาว่าเราจะต้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

ด้านสส.จรัส ยืนยัน ข้อมูลที่นำมาอภิปรายเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการการแรงงาน ได้รับเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งขั้นตอนและกระบวนการต่างๆที่นำพี่น้องแรงงานออกไปทำงานใน 2 ประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า นายจ้าง กระบวนการและขั้นตอนขึ้นอยู่กับกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรี ที่ตนอภิปรายไปไม่ได้มีเจตนาที่จะไปปิดกั้นไม่ให้เดินทางไปทำงาน แต่ต้องการสื่อสารออกไป เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้าไปจัดการระบบที่ถูกต้องและทำให้ประชาชนได้ไปแล้วไม่ถูกนำไปค้ามนุษย์ 

ส่วนที่นายสุชาติ บอกว่า ส่งแรงงานไปกว่าหมื่นคน มีปัญหาเพียง 200-300 คนนั้น นายสุเทพ อู่อ้น ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน ถามกลับคนที่เป็นถึงผู้บริหารบอกว่าเป็นคนจำนวน 10% แต่คนเหล่านั้นไม่ใช่คนไทยหรือไม่ การอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นการชี้แนะการบริหารจัดการ 

โดยหลังจากที่แรงงานในส่วนที่มีปัญหาเดินทางกลับประเทศไทย ตนและคณะได้เดินทางไปต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกอธิบดีกรมการจัดหางานกันไม่ให้มาพบ ขณะนั้นมีนักข่าวได้เข้าไปทำงานในพื้นที่ก็ทราบ 


พร้อมตั้งข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งคนไทยไปทำงานต่างประเทศหรือรับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติเข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีข้อพิรุธที่เห็นได้ชัดเจน มีมติครม.ต่างๆที่เอื้อประโยชน์ในการต่อบัตรให้กับแรงงานต่างด้าว ยกตัวอย่าง แรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย 3 ล้านคน คนละ 3,000 บาท เป็นเงินเท่าไหร่และเงินไปอยู่กับใคร รวมถึงหากคนไทยที่จะต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปอยู่ที่ใคร 

“คนที่เป็นผู้บริหารหากมีจิตใจที่คับแคบ ไม่มีจิตที่บริหาร ก็จะโยนโบ้ยไปที่คนอื่น เป็นเรื่องความผิดเห็นได้ชัดเจน และฝากไปถึงว่าการเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมองภาพกว้างไม่ใช่นำประเด็นเหล่านี้มาป้ายสี” นายสุเทพกล่าว

ส.ส.พรรคก้าวไกล โต้กลับรมว.แรงงานส.ส.พรรคก้าวไกล โต้กลับรมว.แรงงานนายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.พรรคก้าวไกลนายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.พรรคก้าวไกล นายสุเทพ อู่อ้น ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน นายสุเทพ อู่อ้น ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน

‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ กำเนิดมาจาก ‘ชมรมแพทย์ชนบท’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543160

17 ก.พ. 2566

'หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า' กำเนิดมาจาก 'ชมรมแพทย์ชนบท'

ย้อนตำนานครึ่งศตวรรษ ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดัน ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ก่อนจะมาเปิดแนวรบทางการเมือง

งานวิจัยบทบาทของขบวนการแพทย์ชนบทในการผลักดันนโยบายสาธารณะศึกษากรณีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  โดย พรสวรรค์ จันทรัตน์ คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบันทึกไว้ว่า  ชมรมแพทย์ชนบท คือ องค์การพัฒนาเอกชน ( Non-Governmental Organization; NGO) หรือองค์การนอกระบบราชการที่มีการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระและไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร โดยมีเครือข่ายครอบคลุมวิชาชีพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชนบท

ที่มาของชมรมแพทย์ชนบท

ชมรมแพทย์ชนบทมีจุดเริ่มต้นมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 1967 กำหนดให้นักศึกษาแพทย์ผู้ไม่ประสงค์จ่ายค่าบำรุงการศึกษาทำสัญญาปฏิบัติงานในระบบราชการหรือการใช้ทุนโดยสมัครใจ และต่อมาในปี ค.ศ.1973 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้นักศึกษาแพทย์ต้องใช้ทุนทุกราย จากความยากลำบากและปัญหาที่พบระหว่างการปฏิบัติงานของบรรดาแพทย์ชนบทรุ่นแรก ๆ จึงเกิดการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด แบ่งปันประสบการณ์ และร่วมกันแก้ปัญหา กลายเป็นกลุ่มสหพันธ์แพทย์ชนบทในปี คศ. 1976 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นชมรมแพทย์ชนบทในปี ค.ศ. 1978 และก่อตั้งมูลนิธิแพทย์ชนบทดำเนินงานควบคู่กันไปในปี ค.ศ. 1982 ทั้งชมรมแพทย์ชนบทและมูลนิธิแพทย์ชนบท มีส่วนร่วมกับการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ผลงานสำคัญ

ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ค.ศ. 1997 รัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการองค์กรเครือข่ายในการผลักตันนโยบายที่สร้างหลักประกันด้านเสนอร่างกฎหมายโดยประชาชน คือ ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอสุขภาพให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนไทยที่ไม่มีสิทธิกฎหมายได้เป็นครั้งแรกตามมาตรา 170 ของรัฐธรรมนูญสวัสดิการรักษาพยาบาลสามารถเข้ารับบริการทางด้านกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 50,000 คน สามารถเข้าชื่อสาธารณสุขในโรงพยาบาล สร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการร้องขอต่อประธานรัฐสภาในการเสนอกฎหมายได้  ชมรมแพทย์ชนบทและองค์กรเครือข่ายร่วมกันผลักดันนโยบายที่สร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้กับประชาชน ทำให้ประชาชนไทยที่ไม่มีสิทธิ สวัสดิการรักษาพยาบาลสามารถเข้ารับบริการทางด้าน สาธารณสุขในโรงพยาบาล สร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ ของรัฐ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง ในนามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 

นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า   ( ขอบคุณภาพ จากกรุงเทพธุรกิจ )นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ( ขอบคุณภาพ จากกรุงเทพธุรกิจ )

อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ได้รับการยกย่องเป็นรัฐบุรุษแห่งวงการสาธารณสุขไทย คือนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกและผลักดันโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งรัฐบาลพรรคไทยรักไทย รับไปผลิตเป็นนโยบาย30 บาทรักษาทุกโรค ถือเป็นต้นแบบในแวดวงสาธารณสุขที่ทั่วโลกให้การยอมรับ