‘ปชป.’ยืนยันเข้า’อภิปรายทั่วไป’ ชี้พวกหนีองค์ประชุม ทำลายระบบรัฐสภา 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542857

13 ก.พ. 2566

'ปชป.'ยืนยันเข้า'อภิปรายทั่วไป' ชี้พวกหนีองค์ประชุม ทำลายระบบรัฐสภา 

‘องอาจ’ยืนยัน พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม’อภิปรายทั่วไป’แน่นอน ชี้เป็นโอกาสรมว.ได้แจงข้อเท็จจริง ไม่เห็นด้วยหนีองค์ประชุม ทำลายระบบรัฐสภา 

อีก 2 วันจะถึงเวลาที่ฝ่านค้านจะอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ในวันที่ 15-16 ก.พ. ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระรัฐบาลชุดนี้  แต่หากเกิดเหตุการณ์องค์ประชุมไม่ครบ อาจะทำให้ต้องหยุดชะงักกลางคัน

แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. รองหัวหน้าพรีค ยืนยัน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปอย่างแน่นอน พร้อมกับขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไป เพื่อให้การทำงานในสภาเดินหน้าไปได้อย่างสมบูรณ์

หากองค์ประชุมไม่ครบ จนไม่สามารถเปิดการประชุมได้ นายองอาจ ไม่เห็นด้วยที่ใครก็ตามพยายามทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคจนอภิปรายทั่วไปเดินต่อไม่ได้ จนการอภิปรายทั่วไปเดินต่อไม่ได้ เพราะเป็นการขัดขวางการทำงานของ ส.ส. ในสภา และขัดขวางการตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน 

ทั้งนี้ต้องจับตาว่า การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นเดิมๆขึ้นมาพูดอีกหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่ผู้อภิปรายจะต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเอง และหากข้อมูลอันเป็นเท็จมาอภิปราย รัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง มีสิทธิลุกขึ้นชี้แจง แสดงความจริงต่างๆ ได้อยู่แล้ว จึงมองว่าไม่ควรมีใครก็ตามพยายามขัดขวาง ควรปล่อยให้มีการอภิปรายตามครรลองของการทำงานในระบบรัฐสภา 

ป.ป.ช. ฟัน ‘ผิดวินัยร้ายแรง’ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542858

13 ก.พ. 2566

ป.ป.ช. ฟัน 'ผิดวินัยร้ายแรง' อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อดีตรองเลขาธิการกกต. ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ‘ผิดวินัยร้ายแรง’ ละเลยถุงเมล์การทูตที่บรรจุบัตรเลือกตั้งฯปี62 จนนำมานับคะแนนไม่ทัน

นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กับพวก รวม 3 ราย ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีละเว้นไม่ดำเนินการรับมอบและติดตามถุงเมล์การทูตที่บรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งที่ทราบว่าถุงเมล์การทูตดังกล่าว มาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2562 เป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้บัตรเลือกตั้งฯ จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ไม่สามารถนำมานับเป็นคะแนนได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 114

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช.ให้รายละเอียดว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายณัฏฐ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ กำกับดูแล จัดการ ประสานงานการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2562 กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานคัดแยกซองใส่บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส. 5/2) (นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร) ทราบตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2562 ว่า

การส่งถุงเมล์การทูตที่บรรจุบัตรเลือกตั้งฯ จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน กลับมาประเทศไทย เกิดปัญหาความล่าช้าและอาจไม่ทันกำหนดส่งบัตรเลือกตั้งดังกล่าวให้เขตเลือกตั้ง ภายในวันที่ 23 มีนาคม 2562 รวมทั้งยังได้รับการรายงานปัญหาดังกล่าวจากผู้ใต้บังคับบัญชา และหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งอีกหลายครั้ง แต่นายณัฏฐ์ ไม่แก้ไข แนะนำ สั่งการ ประชุมปรึกษาหารือ หรือรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จนกระทั่งวันที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 20.50 น. ถุงเมล์การทูตดังกล่าวถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และนายณัฏฐ์ ได้รับทราบแล้ว แต่กลับไม่สั่งการหรือประสานงานเพื่อให้รับถุงเมล์การทูตดังกล่าว หรือรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหา เป็นเหตุให้บัตรเลือกตั้งฯ จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ไม่สามารถนำมานับเป็นคะแนนได้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการแสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพ ความเท่าเทียม ความอิสระ รวมทั้งเป็นหน้าที่สำคัญของปวงชนชาวไทย  ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่และให้ความสำคัญอย่างมาก การที่นายณัฏฐ์ ไม่ดำเนินการตามหน้าที่เพื่อให้เกิดการแก้ไขหรือบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาข้างต้น

ป.ป.ช.ฟันวินัยร้ายแรงอดีตรองเลขาฯกกต.ป.ป.ช.ฟันวินัยร้ายแรงอดีตรองเลขาฯกกต.

ป.ป.ช. ฟัน 'ผิดวินัยร้ายแรง' อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

จึงมีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของสำนักงาน และมติของคณะกรรมการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สำนักงานอย่างร้ายแรง ขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ และแบบธรรมเนียมของสำนักงาน อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สำนักงานอย่างร้ายแรงตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 2 คน ซึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการติดตามถุงเมล์การทูตดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่แล้ว ข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอรับฟังได้ว่า มีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

ถามเครือข่าย ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ต้องการอะไรจากการคัดค้านย้ายหมอสุภัทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542855

13 ก.พ. 2566

ถามเครือข่าย 'ชมรมแพทย์ชนบท' ต้องการอะไรจากการคัดค้านย้ายหมอสุภัทร

เคลื่อนไหวคัดค้านย้ายหมอสุภัทร คนการเมืองตั้งคำถาม ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ ต้องการความเป็นธรรม หรือ ต้องการรักษาผลประโยชน์กันแน่

เพจหมอเอก หรือ นพ.เอกภพ  เพียรพิเศษ รองประธานอนุ กมธ.ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระบบสุขภาพ และติดตามการบังคับใช้กฎหมายด้านสาธารณสุขตั้งคำถาม ถึงความเคลื่อนไหว เครือข่าย ชมรมแพทย์ชนบท หลังมีคำสั่งย้ายนพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผอ.โรงพยาบาลจะนะไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อยเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา  โดยหยิบยก โพสของชมรมแพทย์ชนบท ที่พาดหัวว่า อย่าให้ผู้รับเหมาทำลายรากฐานกระทรวงสาธารณสุข มาตอบโต้ว่าถ้าจะให้ถูกอาจต้องเขียนให้ชัดว่า อย่าให้ใครมาทำลายรากฐานเครือข่ายที่เกาะกินกระทรวงสาธารณสุข  หรือไม่

นพ.เอกภพ ตั้งคำถามว่า การใช้เครือข่ายต่างๆ ของชมรมแพทย์ชนบทออกมาโจมตีผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข และเจ้ากระทรวง ที่มีคำสั่งย้ายให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนหนึ่งไปเป็นผู้อำนวยการอีกที่หนึ่ง มีความน่าสงสัยว่า เพราะต้องการความเป็นธรรมจริงหรือ เพราะต้องการแสดงพลังให้เห็นว่าพรรคพวกของตนมีอำนาจ มีเครือข่ายกว้างขวางในกระทรวงสาธารณสุขแบบที่ใครก็มาแตะต้องไม่ได้ ?  หรือ ต้องการปกปิดอะไรที่ตัวเองและเครือข่ายได้ทำไว้ ?

เห็นแต่ละคน แต่ละเครือข่ายออกมาต่อต้าน ก็ยิ่งไปเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เคยได้จากในกรรมาธิการการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎร  และ ที่เคยมีคนเคยพูดถึง มีคนเคยพยายามกวาดล้าง เครือข่ายตระกูล ส. ในกระทรวงสาธารณสุขในช่วงที่ไม่มีฝ่ายการเมืองมาตรวจสอบ กลุ่มเครือข่ายเหล่านี้จะใช้คำว่า คนดี  ใช้เครือข่ายวิชาชีพที่ดูน่าเชื่อถือมาสร้างให้เครือข่าย ขยายใหญ่โต เช่น สสส. และ สปสช. เป็นต้น

เพจหมอเอก ยังตั้งคำถามเรื่องการจัดซื้อ ATK ของโรงพยาบาลจะนะ  โดยอ้างว่ามีการใช้อำนาจของผู้อำนวยการจัดซื้อแบบพิเศษ เข้ามาตรวจคัดกรองที่กรุงเทพ และยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่า การเข้ามาตรวจในกรุงเทพ ทำให้คนเข้าใจว่าดำเนินการในนามชมรมแพทย์ชนบท น่าจะเป็นการสร้างจำนวนการจัดซื้อตามต้องการ เพราะพลาดหวังจากองค์การเภสัชกรรมที่ไม่จัดซื้อ ATK ในแบบที่เขาต้องการหรือไม่

ไม่มีธรรมาภิบาล อดีตแพทย์ดีเด่นค้าน ย้าย ‘หมอสุภัทร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542853

13 ก.พ. 2566

ไม่มีธรรมาภิบาล อดีตแพทย์ดีเด่นค้าน ย้าย 'หมอสุภัทร'

ย้าย ‘หมอสุภัทร’ ยังไม่จบ แพทย์ดีเด่นปี 2553 เชื่อว่า มีใบสั่งทางการเมือง หวั่น จะไม่มีใครอยากไปอยู่โรงพยาบาลชุมชน

เพจชมรมแพทย์ชนบท โพสข้อความของนพ.วัฒนา พารีศรี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ แพทย์ดีเด่นแพทยสภาปี 2553 ที่เชื่อว่าการโยกย้าย หมอสุภัทร มีใบสั่งทางการเมือง มีเนื้อหาว่า

โดยปกติแล้วการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอนั้น อันดับที่ 1 เราต้องสมัครใจขอย้าย อันดับที่ 2 ปกติแล้วเวลาผู้บริหารระดับสูงจะย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอ จะต้องมีการคุยกันก่อน การจะให้ไปช่วยทำงานที่ไหน ต้องมีการโน้มน้าว มีการขอความร่วมมือ ไม่ใช่อยู่ๆก็สั่งย้ายแบบนี้  

การสั่งย้ายหมอสุภัทรจึงเป็นคำสั่งที่ไม่มีธรรมาภิบาล และเป็นคำสั่งที่ไม่ปกติ แน่นอนว่าอาจจะถูกกฎหมาย ถูกระเบียบที่เขาสร้างขึ้นใหม่ แต่ไม่มีความชอบธรรม กรณีนี้ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอมาก่อน จึงขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยเต็มที่

ส่วนตัวคิดว่าคำสั่งครั้งนี้ ฝ่ายการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะว่าหมอสุภัทร ซึ่งเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบทเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อคำสั่งออกมาแบบนี้ แม้ว่าผู้ตรวจราชการจะเป็นคนเซ็นคำสั่ง แต่ก็ถูกอิทธิพลจากรัฐมนตรีแน่นอน จะอ้างว่าไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของข้าราชการประจำไม่ได้

หมอสุภัทรเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เป็นปากเป็นเสียงให้โรงพยาบาลชุมชนทั้งประเทศ หมอสุภัทรก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดีมาก ถ้าไม่มีหมอสุภัทรรวมถึงประธานชมรมแพทย์ชนบทรุ่นก่อน โรงพยาบาลชุมชนจะไม่อยู่ในสายตาของกระทรวงสาธารณสุขเลย เราถูกทอดทิ้ง ถูกละเลยมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว ที่ผ่านมาหมอสุภัทรและอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทต่อสู้และให้ความเห็น เพื่อประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่เพื่อตัวเองเรื่องนี้ จึงขอยืนอยู่เคียงข้างหมอสุภัทร และยืนยันว่าคำสั่งนี้ ไม่มีธรรมาภิบาล ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง

อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อเชื่อว่า ในอนาคตต่อไปถ้าผู้ตรวจราชการสามารถสั่งย้ายผอ.โรงพยาบาลชุมชนตามใจแบบไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ถามความสมัครใจแบบนี้จะเกิดปัญหาแน่นอน ถ้าเป็นแบบนี้สถานะของโรงพยาบาลชุมชนจะไม่มีใครอยากอยู่ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และจะย้อนกลับไปสู่อดีตที่กระทรวงไม่เคยเหลียวแลโรงพยาบาลชุมชนเลย ทั้งที่โรงพยาบาลชุมชนเป็นหน่วยงานสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ดูแลสารทุกข์สุขดิบและสุขภาพของประชาชนได้อย่างดีที่สุด

สภาลุยต่อ พิจารณา ร่าง กม.คุ้มครองสื่อ วาระเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542833

12 ก.พ. 2566

สภาลุยต่อ พิจารณา ร่าง กม.คุ้มครองสื่อ วาระเร่งด่วน

สภาลุยต่อ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ฉบับคณะรัฐมนตรีเสนอ หลังไม่ครบองค์ประชุมในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน

12 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่าสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหนังสือนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 10 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง ในวันศุกร์ ที่ 17 ก.พ.2566 

โดยได้มีการระบุระเบียบวาระการประชุมในวันดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในวาระเร่งด่วน เรื่องแรก คือ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ซึ่งเป็นการลงนามของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีร่างกม.ฉบับดังกล่าวได้มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ขณะที่องค์กรวิชาชีพสื่อได้ ออกแถลงการณ์ ขอให้ทบทวนร่างกฏหมายฉบับนี้ แต่เนื่องจากการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์ก่อน องค์ประชุมไม่ครบ จึงได้มีการเสนอกลับมาพิจารณากันอีกรอบ ในวันที่ 17 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ในการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสมาชิกประสงค์ขออภิปราย 32 คน ในระหว่างลงมติ ที่ประชุมได้มีการเรียกนับองค์ประชุมก่อนที่จะมีการลงมติ แต่ปรากฏว่าองค์ประชุมมีเพียง 181 คน ไม่ครบองค์ประชุม ประธานฯ จึงสั่งปิดประชุมไปเสียก่อน

สำหรับระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ มีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (พิจารณาต่อจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เป็นพิเศษ วันอังคารที่ 24 มกราคม 2566 )

สภาลุยต่อ พิจารณา ร่าง กม.คุ้มครองสื่อ วาระเร่งด่วน
สภาลุยต่อ พิจารณา ร่าง กม.คุ้มครองสื่อ วาระเร่งด่วน

เรื่องด่วน ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….(คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ) (พิจารณาต่อจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 8 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สองเป็นพิเศษ วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อลงมติวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการ )

2. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พุทธศักราช( แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกาตรา 272 ) ( นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ) (ค้างมาจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 )

3. ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ….

4.ร่างพ.ร.บ.การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม (ฉบับที่ …) พ.ศ.(คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ )

5.ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ … พ.ศ….คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ )

6. ร่างพ.ร.บ.สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ …) พ.ศ. คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ )

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ก่อนหน้านั้นยังมีข้อถกเถียงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรวิชาชีพครูเนื่องจากร่างดังกล่าวไม่มีตัวแทนองค์กรวิชาชีพเข้าไปมีส่วนร่วมในบอร์ดบริหารทุกบอร์ดการศึกษา

‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542823

12 ก.พ. 2566

‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’

‘ธรรมนัส’ โชว์นั่งสามล้อถีบโบราณ ร่วมเชียร์ให้กำลังใจแข่งขันกีฬาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ ชาวบ้านชูป้ายเชียร์ เรารักผู้กอง กันอย่างคึกคัก

12 ก.พ. 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายอัครา พรหมเผ่า นายก อบจ.พะเยา ลงพื้นที่พบปะประชาชน พร้อมร่วมเชียร์ให้กำลังใจเยาวชนและผู้สูงอายุ ที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนันทนาการ “แม่ปืมสานสัมพันธ์เกมส์” ประจำปี 2566 ที่สนามกีฬาโรงเรียนบ้านห้วยบง ต.แม่ปีม อ.เมือง จ.พะเยา

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาร่วมพบปะและให้กำลังใจประชาชนทุกคนที่มาร่วมแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ การแข่งกีฬานอกจากจะได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี ทั้งยังช่วยทำให้รู้จัก กฎ กติกา มารยาท รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีความรักสามัคคีในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสืบสานอนุรักษ์การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านของไทยให้คงอยู่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไปด้วย

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้เดินทางไปให้กำลังใจและถ่ายภาพกับนักกีฬาและกองเชียร์จากหมู่บ้านต่างๆ อย่างเป็นกันเอง ขณะที่ชาวบ้านได้ชูป้าย เรารักผู้กอง กันอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้นั่งรถสามล้อถีบโบราณ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าของรถ ที่แสดงท่าทางปั่นสามล้ออย่างอารมณ์ดี

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ นั่งรถสามล้อถีบโบราณ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าของรถ ที่แสดงท่าทางปั่นสามล้ออย่างอารมณ์ดีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ นั่งรถสามล้อถีบโบราณ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าของรถ ที่แสดงท่าทางปั่นสามล้ออย่างอารมณ์ดี

‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ไปร่วมชมและให้กำลังใจการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์ต้านยาเสพติดบ้านตุ่นเกมส์ ประจำปี 2566 จัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านประเภทต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนาน

‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’
‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’
‘ธรรมนัส’ นั่งสามล้อถีบโบราณชาวบ้าน ชูป้ายเชียร์ ‘เรารักผู้กอง’

‘ประวิตร’ ร้องเพลง ‘ทรงอย่างแบด’ มอบความสุขเด็ก ‘บ้านปากเกร็ด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542808

12 ก.พ. 2566

'ประวิตร' ร้องเพลง 'ทรงอย่างแบด' มอบความสุขเด็ก 'บ้านปากเกร็ด'

‘ประวิตร’ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมร้องเพลง ‘ทรงอย่างแบด’ พร้อมตักไอติม มอบความรักให้เด็กๆ ก่อนวันวาเลนไทน์ ที่ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด นนทบุรี

12 ก.พ. 2566 เวลา ประมาณ 10.30 น.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ได้เดินทางไปพร้อมกับหลานๆ โดยไปทำกิจกรรมมอบความสุขความรักให้กับเด็กๆ ที่สถานสงเคราะห์เด็กชาย บ้านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

โดยพลเอกประวิตร ได้ร่วมร้องเพลง และทำกิจกรรมมอบความรักความอบอุ่นให้กับเด็กๆ และได้ร่วมตักไอศครีม แจกเด็กๆ เป็นการมอบความสุข ความรักก่อน วันวาเลนไทน์ ที่จะมาถึงในวันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ 

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตักไอศครีมแจกเด็กๆ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตักไอศครีมแจกเด็กๆ

'ประวิตร' ร้องเพลง 'ทรงอย่างแบด' มอบความสุขเด็ก 'บ้านปากเกร็ด'

นอกจากนี้ พลเอกประวิตร รองนายกรัฐมนตรี ยังร่วมร้องเพลง ทรงอย่างแบด กับเด็กๆอย่างสนุกสนานพร้อมทั้งร่วมถ่ายรูปและโอบกอดเด็กๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและมอบความรักให้แก่เด็กๆในโอกาสวันแห่งความรัก Valentine Day ที่ใกล้จะมาถึง

สร้างความสนุกสนาน ครื้นเครง ให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก โดยเด็กๆ ได้ขอถ่ายรูปร่วมกับพลเอกประวิตรไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจบกิจกรรมอย่างมีความสุข

'ประวิตร' ร้องเพลง 'ทรงอย่างแบด' มอบความสุขเด็ก 'บ้านปากเกร็ด'

‘จุรินทร์’ ปัดคน ปชป.โยง’มาเก๊า 888′ ย้ำชัดไม่เอาทุนสีเทา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542806

12 ก.พ. 2566

'จุรินทร์' ปัดคน ปชป.โยง'มาเก๊า 888' ย้ำชัดไม่เอาทุนสีเทา

“จุรินทร์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันพรรคไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทา หลังถูกโยงเว็บพนัน”มาเก๊า 888″ ย้ำปชป. ต้องทำงานเข้มข้นในภาคใต้ กำชับ ลูกพรรค ไม่ใช่เอาแค่ได้เป็นผู้แทนแล้วทิ้งพื้นที่

12 ก.พ.2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าการลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้ ย้ำความพร้อมการเลือกตั้งทั้งผู้สมัครและนโยบายพรรค  พร้อมกำชับผู้สมัครในการหาเสียงภายใต้แคมเปญ “สร้างงาน สร้างเงิน สร้างชาติ” โดยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.นั้นคาดว่า สามารถเปิดตัวได้ภายในเดือนนี้ ขณะนี้รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม และขอย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ปชป.ย้ำไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ปชป.ย้ำไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทา

ส่วนกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคกลาง ได้เตรียมเปิดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ยืนยันไม่มีนัยทางการเมือง เพราะนายสาธิต เป็นรองหัวหน้าพรรคดูภาคกลาง สามารถเปิดตัวผู้สมัครเองได้ ซึ่งเราก็ได้ประชุมร่วมกันตลอด ทั้งนี้ โซนภาคกลาง ก็มีเลขาธิการพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ดูแลอยู่ด้วย


นายจุรินทร์ ยังยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีสนับสนุนการพนันออนไลน์ รวมถึงไม่มีนโยบายสนับสนุนทุนสีเทา หลังถูกมองไปเกี่ยวโยงกับทุนสีเทา เนื่องจากมีผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 48 ของพรรค เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และพรรคไม่ส่งเสริม และไม่สนับสนุนการดำเนินการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก ดังนั้นหากใครกระทำความผิด พรรคก็สนับสนุนให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ถึงที่สุด 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมตินั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทุกคนมีหน้าที่ต้องเตรียมที่จะตอบคำถาม และพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการเมืองในระบบรัฐสภา นอกจากการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารแล้ว การทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และงานในสภา พรรคให้ความสำคัญ เพราะเป็นรัฐบาลต้องตรวจสอบได้ สภาต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ 

ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 นั้น พรรคก็สนับสนุนให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ และในฐานะรัฐมนตรีของพรรค ก็พร้อมที่จะไปประชุมและไปตอบ ส่วน ส.ส. ของพรรคก็ต้องเข้าประชุมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ด้วย 

‘เพื่อไทย’ปัด ค้านเพิ่มเงินเดือน อบต. เป็นรัฐบาลขึ้นแน่ ไม่รอ 8 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542793

11 ก.พ. 2566

'เพื่อไทย'ปัด ค้านเพิ่มเงินเดือน อบต. เป็นรัฐบาลขึ้นแน่ ไม่รอ 8 ปี

‘เพื่อไทย’ปัด เป็นพรรคคัดค้านเพิ่มเงินเดือน อบต. ชี้หากเป็นรัฐบาลขึ้นแน่ ไม่ต้องรอ 8 ปี เตรียมจัดนโยบายพลิกโฉมการทำงานท้องถิ่น

ประเด็นการปรับเพิ่มค่าตอบแทน อบต. บางฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องการเมือง ช่วงก่อนเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีบางพรรคการเมืองที่ออกมาคัดค้าน จนทำให้นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แห่งประเทศไทย ขอให้ “อบต.ทั่วประเทศเกือบ 4 แสนคน ช่วยกันจำไว้ 3 พรรค (พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคพลังประชารัฐ)ต่อต้านเรา”


นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคไม่คัดค้านการปรับค่าตอบแทนสมาชิก อบต. หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลคงจะปรับค่าตอบแทนมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ต้องรอ 8 ปี

เนื่องจาก อบต.ถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน และเสมือนเป็นประชาธิปไตยในระดับฐานราก ยิ่งอบต.เข้มแข็ง ประชาชนยิ่งได้ประโยชน์

นอกจากจะไม่คัดค้านแล้ว พรรคยังให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจอย่างมาก คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบนโยบายที่สำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งและพลิกโฉมการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น 
-แนวคิดการพิจารณายกฐานะ อบต.เป็นเทศบาลตำบล แต่ยังคงให้มีกำนันและผู้ใหญ่บ้าน 
-แนวคิดการผลักดัน การเพิ่มสัดส่วนงบประมาณให้อปท. เป็นร้อยละ 35 ให้เร็วที่สุด ที่ฐานะการเงินการคลังของประเทศเอื้อให้ทำได้ และถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะสามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตและสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้นเร็วขึ้น 
-แนวคิดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความพร้อม 
 

นายนพดล เทียบให้เห็น ประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจและมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ล้วนมีการกระจายอำนาจที่เหมาะสม และประชาชนในท้องถิ่นมีความสุข พรรคยังมีนโยบายอีกมากที่รอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค และมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้ชนะแลนด์สไลด์ เพื่อเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งแก้วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องให้ประชาชนต่อไป

‘ก้าวไกล’ลุยอีสาน ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เชื่อมีฐานเสียงอยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542785

11 ก.พ. 2566

'ก้าวไกล'ลุยอีสาน ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เชื่อมีฐานเสียงอยู่

‘ก้าวไกล’ลงพื้นที่’บึงกาฬ-หนองคาย’ ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ตัดวงจรหนี้นอกระบบ ปลื้มแฟนคลับสูงวัยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่พรรคคนรุ่นใหม่

พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ปราศรัย จ.บึงกาฬและจ.หนองคายในหัวข้อ”การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต” โดยชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เนื่องจากมองว่าเป็นปัญหากระดุมเม็ดแรกที่ต้องแก้ไข รวมถึงรถไฟความเร็วสูง  หนองคาย -กรุงเทพฯ ที่เลื่อนมานาน ซึ่งต้องทำให้เกิดความสมดุลในการบริหารจัดการ
 

นายพิธา มองว่า การทำการเมืองในพื้นที่อีสาน ต้องดูความพร้อมของพรรค ความต้องการของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และคู่แข่ง โดยเฉพาะปัญหาของอำเภอเฝ้าไร่ คือ ปัญหาที่ดิน สปก. ต้องทำให้กลายเป็นโฉนดที่ดิน ก็จะสามารถแก้กระดุมเม็ดแรก หากติดถูกเรื่องปัญหาหนี้สินที่เอาโฉนดไปค้ำประกันได้ก็จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 

ส่วนนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ที่ปัจจุบันมีกลุ่มผู้สูงอายุ 12ล้านคน คิดเป็นเงิน 4.2แสนล้านบาท ต่อปี ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้นำมาจากการรีดไขมันกองทัพ และบางส่วนจากงบกลาง รวมถึงงบจากกำไรรัฐวิสาหกิจ และการเก็บภาษีที่ดินรวมแปลง หากนำมารวมกันก็จะมีงบประมาณ 5แสนล้านบาท ก็จะเป็นงบรัฐสวัสดิการประชาชน ซึ่งจะทำให้เห็นว่ามีเงินจ่ายและทำได้จริง

สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในพื้นที่จ.หนองคาย พรรคอนาคตใหม่เคยมาแรงเป็นอันดับ 3 ทั้ง ตำบล โดยจังหวัดหนองคาย ได้ 43,000 คะแนน ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้าได้ 50,000 คะแนน ได้นายกฯ อบต.มา2ที่ จึงมั่นใจในตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน มีหัวเชื้อฐานเสียงที่นี่ ที่ประชาชนต้องการสร้างความเปลี่บนแปลง ส.ส.เขต พื้นที่ดี สภาเด่น และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 

ปัจจุบันแฟนคลับของพรรคก้าวไกล มีฐานเสียงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ภาพจำของพรรคจะมีแต่คนรุ่นใหม่ รวมถึงส.ส.ของพรรคก็มีตั้งแต่อายุ 32-60 ปี จึงไม่แปลกที่จะมีคนสนันสนุนหลายรุ่น

ชาวบ้านฟังปราศรัยของพรรคก้าวไกลชาวบ้านฟังปราศรัยของพรรคก้าวไกลพรรคก้าวไกลลงพื้นที่ปราศรัยที่อีสานพรรคก้าวไกลลงพื้นที่ปราศรัยที่อีสาน