กกต.ผวา ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ โมฆะ จ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542924

14 ก.พ. 2566

กกต.ผวา 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' โมฆะ จ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ

กกต.ถกด่วนวันนี้ ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ราษฎรไม่มีสัญชาติไทย นำมาคำนวณสส.- ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ได้หรือไม่

หลังจากมีเสียงคัดค้านเรื่องการนำราษฎรตามนิยามของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ได้มีสัญชาติไทย มาคิดคำนวณจำนวน ส.สที่แต่ละจังหวัดพึงมี และแบ่งเขตเลือกตั้ง  ตามที่สำนักงานฯเสนอ  ทั้งจากประชาชน พรรคการเมือง นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ กกต. นั้น

เมื่อวานนี้ ในที่ประชุม กกต. มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย  มีการตั้งสมมติฐานว่าถ้าเดินหน้าต่อ ปัญหาที่จะเกิดในอนาคตมีอะไรบ้าง หรือถ้าจะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยในขณะนี้จะทำได้หรือไม่ เพราะ กกต.ก็อยากเห็นการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย  แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้ต้องนำเรื่องดังกล่าวมาหารือกันอีกครั้งในการประชุม กกต.วันนี้

ขณะที่กกต.ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร 
แต่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่นขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในเวลา 13.00 น.วันนี้ เพื่อให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยกรณีความไม่ชัดเจนของการแบ่งเขตเลือกตั้งตาม ม.86 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉ.ที่ 1) พ.ศ.2564 ประกอบ ม.26  ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ 2566   

ว่าการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ   ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งนั้น   หมายความรวมถึงจำนวนราษฎรผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น   หรือหมายความรวมถึงราษฎรที่เป็นคนต่างด้าวด้วยหรือไม่  

ก่อนหน้านี้ นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกมาทักท้วงว่าวิธีการ นับราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทย มาคำนวณสส.พึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้ง จะนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตกกต.อาจต้องรับผิดชอบ หากที่สุดแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากเหตุดังกล่าว

‘บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่’แย่งกันเคลมผลงานแก้ปัญหาน้ำและที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542901

13 ก.พ. 2566

'บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่'แย่งกันเคลมผลงานแก้ปัญหาน้ำและที่ดิน

2 ป. ลงพื้นที่คนละจังหวัดในวันดียวกัน พร้อมดูปัญหาน้ำและที่ดินเหมือนกัน ชาวจ.กาญจนบุรี เอ่ยชม’บิ๊กป้อม’ดีใจ มีเมตตา ขอให้เป็นนายกฯคนต่อไป นเคลมผลงานแก้ปัญหาน้ำและที่ดิน

สรุปแล้วการแก้ปัญหา น้ำท่วม-น้ำแล้ง เป็นผลงานของใครกันแน่? ระหว่าง “บิ๊กป้อม&บิ๊กตู่”

พรรคพลังประชารัฐ ออกนโยบายล็อต 2 “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน” ยกความดีความชอบให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “บิ๊กป้อม” รองนายกฯ หัวหน้าพรรค สามารถช่วยเหลือชาวบ้าน จนเป็นที่เรียกกันติดปากว่า “ไม่รู้ แต่ไม่แล้ง” 

ส่วนทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กตู่” เคยพูดไว้ว่า ตนเป็นผู้อนุมัติ ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)มอบหมายให้ “บิ๊กป้อม” เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อบริหารจัดการน้ำ 
 

วันนี้ 13 ก.พ. 2 ป. แยกกันลงพื้นที่ แต่ไปด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ รับฟังปัญหาการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาที่ดินทำกิน 
 
“บิ๊กป้อม”เดินทางไป ติดตามการพัฒนาทรัพยากรน้ำ และแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี 

พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรีพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี
“บิ๊กตู่” เดินทางไป ติดตามตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาอุทกภัย และปัญหาที่ดินทำกิน อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 

พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี

“บิ๊กป้อม” ขนทัพทั้ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส , น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง , และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รับฟังบรรยายสรุปภาพรวม จ.กาญจนบุรี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน พบปัญหาน้ำท่วมมักเกิดจากน้ำหลากจากเทือกเขาต้นน้ำ ลำน้ำระบายได้ช้า มีสิ่งกีดขวางและลำน้ำตื้นเขิน ส่วนปัญหาภัยแล้งเกิดจากภาวะฝนน้อย และฝนทิ้งช่วง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคการท่องเที่ยว

โดยรัฐบาลสนับสนุนงบ รวมทั้งอีก 3 โครงการสำคัญ วงเงิน 16,669 ล้านบาท ได้แก่ โครงการขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู และโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะที่1 และโครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ นอกจากนี้ยังมีการขุดเจาะบ่อบาดาล และขยายระบบส่งน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะ อ.เลาขวัญ และอ.ห้วยกระเจา ซึ่งประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง 

พล.อ.ประวิตร กำชับให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินงานให้หลุดพ้นจาก คำว่า “อีสาน จ.กาญจนบุรี” ให้ได้ 

ส่วนปัญหาที่ดินทำกินนั้น ทั้งบิ๊กตู่ และ บิ๊กป้อม ต่างเป็นสักขีพยาน มอบสมุดประจำตัวและหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินทำกิน (ส.ป.ก.4-01) ให้ชาวบ้าน

บิ๊กตู่ มอบให้เกษตรกรรวม 77 ราย จำนวน 116 แปลง จำนวนเนื้อที่ 398-3-50 ไร่ ดังนี้ 1. อำเภอไชยา เขตปฏิรูปที่ดินโครงการป่าชนะ จำนวน 17 ราย 20 แปลง จำนวนเนื้อที่ 301-2-10 ไร่  2. อำเภอชัยบุรี เขตปฏิรูปที่ดินโครงการป่าใสท้อนและป่าคลองโซง จำนวน 60 ราย  96 แปลง จำนวนเนื้อที่ 397-1-40  ไร่  

บิ๊กป้อม มอบให้เกษตร จำนวน 10 อำเภอ รวม 2,978 ไร่ (คทช.ในเขตป่าสงวน 8,030 ไร่ ได้มอบไปแล้ว) ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินและความยากจน ด้วยการกระจายสิทธิ์การถือครองและนำไปสู่ความมั่นคงในที่ดินทำกิน ป้องกันการบุกรุก และจะส่งผลให้ชาวบ้านหรือเกษตรกร มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป 

บิ๊กป้อม ย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาทุกความเดือดร้อนของประชาชน ทุกครัวเรือน ทุกพื้นที่

โดยมีชาวบ้าน บอกว่า พล.อ.ประวิตร เป็นคนใจดี มีเมตตา มีภาวะผู้นำโดดเด่น เป็นศูนย์รวมความสามัคคีและประสานงานได้ทุกกลุ่ม โดนใจคนเมืองกาญจน์ เหมาะเป็นนายกฯ คนต่อไป
พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรีพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรีชาวบ้านจ.กาญจนบุรี ต้อนรับ พล.อ.ประวิตรชาวบ้านจ.กาญจนบุรี ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร

3พรรค ตบเท้าคัดค้าน’แบ่งเขตเลือกตั้ง’ใหม่ในจ.พิษณุโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542895

13 ก.พ. 2566

3พรรค ตบเท้าคัดค้าน'แบ่งเขตเลือกตั้ง'ใหม่ในจ.พิษณุโลก

3พรรคการเมือง ยื่นหนังสือ กกต.จ.พิษณุโลก คัดค้านแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เห็นด้วยคงไว้เช่นเดิม 5 เขต แฉมีบางพรรคพยายามล็อบบี้ เพื่อประโยชน์ตัวเอง

จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย ปี 2565 พบว่า จังหวัดพิษณุโลกมีประชากร จำนวน 844,494 คน ซึ่งจะได้สัดส่วนเขตการเลือกตั้ง 5 เขต หรือ ส.ส. 5 คน

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ความเคลื่อนไหว 3 พรรคการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทย เห็นพ้องตรงกันว่า ให้คงเขตการเลือกตั้งแบบเดิมไว้ (5 เขต) วันนี้จึงเดินทางยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการ กกต. จังหวัดพิษณุโลก 

รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงสาเหตุว่า ประชากรของจังหวัดและแต่ละเขตไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ในขณะที่จำนวน ส.ส.ของจังหวัดพิษณุโลกยังมีเท่าเดิม ประชาชนในแต่ละเขตก็รับทราบและคุ้นเคยกับเขตการเลือกตั้งแบบเดิมอยู่แล้ว

การเปลี่ยนแปลงเขตการเลือกตั้งทั้งที่เงื่อนไขทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตไม่ได้เกิดผลดีอะไรกับประชาชนเลย นอกจากการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้เปรียบ

“ถ้าพรรคการเมืองเล่นการเมือง พยายามล็อบบี้ให้เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขต เพื่อประโยชน์ของตนโดยมองไม่เห็นหัวประชาชน แบบนี้จะมาทำการเมืองเพื่อประชาชนจะเป็นผู้แทนประชาชนได้อย่างไร แค่เริ่มก็ใช้วิชามารกันแล้ว” ดร.จักษ์ กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร (คนกลาง)รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร (คนกลาง)

มติวุฒิสภา ‘เทพสุ บวรโชติดารา’ นั่งเลขาธิการปปง.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542892

13 ก.พ. 2566

มติวุฒิสภา 'เทพสุ บวรโชติดารา' นั่งเลขาธิการปปง.

ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบเช่นเดียวกับครม. ให้ ‘เทพสุ บวรโชติดารา’ นั่งเลขาธิการปปง. ด้วยคะแนนเสียง 124 คะแนน

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ นาย เทพสุ บวรโชติดารา รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ปปง. เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดยส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง 

ล่าสุดวันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบทิศทางเดียวกับครม. คือ นายเทพสุ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ปปง. ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558

ด้วยคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ 124 คะแนน 
ไม่ให้ความเห็นชอบ 52 คะแนน 
ไม่ออกเสียง 20 คะแนน 

สำหรับนายเทพสุ เคยเป็นอดีตผู้อำนวยการกองข่าวกรองทางการเงิน ปปง. , ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. , รองเลขาธิการ ปปง. , หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ปปง. , รักษาการเลขาธิการ ปปง.
ทั้งนี้เคยมีชื่อถูกพาดพิง เกี่ยวพัน “นายตู้ห่าว” และกลุ่มทุนจีนสีเทาด้วย 

‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ สส.แบบแบ่งเขต 72 จังหวัดหมดเวลาแสดงความเห็นแย้งแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542897

13 ก.พ. 2566

'แบ่งเขตเลือกตั้ง' สส.แบบแบ่งเขต 72 จังหวัดหมดเวลาแสดงความเห็นแย้งแล้ว

กกต.จังหวัด แค่ทำหน้าที่ไปรษณีย์ ส่งผ่านข้อมูล ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ สส.เขต ให้กกต.กลางชี้ขาด ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การแบ่งเขตเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา  มีลำดับขั้นตอนดังนี้

  • จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีจ านวน 66,090,475 คน
  • จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 165,226 คน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
  • ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดทำรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งภายในสามวันนับจาก

กกต.ประกาศจำนวนสส.เขตแต่ละจังหวัดในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกกต.กำหนดให้เปิดรับฟังความเห็นระหว่างวันที่ 4-13 มกราคม 2566   แต่ต่อมากรรมการการเลือกตั้ง สั่งให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ในห้าจังหวัดประกอบด้วย ชลบุรี เชียงใหม่ ปัตตานี สมุทรปราการ และ กรุงเทพมหานคร เพราะมีผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดทำให้ต้องเปิดรับฟังความเห็นตั้งแต่วันที่9-18มกราคม ในจังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ ปัตตานี สมุทรปราการ ส่วนกรุงเทพมหานครเปิดรับฟังความเห็นระวังวันที่ 10-19 มกราคม เนื่องจากแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ทันตามที่กกต.กำหนดต้องขอขยายเวลาเพิ่มอีก 1 วันต้องประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อยสามรูปแบบ โดยพื้นที่เขตเลือกตั้งต้องติดกันและจำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน

  • ผลต่างของจำนวน ราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละสิบของจำนวนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน เว้นแต่เป็นกรณีมีความจำเป็นเพื่อให้ราษฎร เดินทางได้โดยสะดวก
  • เปิดรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลาสิบวัน
  • ภายในสามวันนับแต่สิ้นสุดระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นรวบรวมสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะ เรียงตามลำดับ เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันถัดไป
  • เมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา
  • กกต.ประกาศจำนวนสส.แบ่งเขต ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดพร้อมรายละเอียด

จะเห็นได้ว่า  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และกกต.จังหวัด มีหน้าที่เพียงแบ่งเขตเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่ กกต.กลางกำหนดเท่านั้น โดยต้องแสดงเหตุผลการแบ่งเขตแต่ละรูปแบบ ตามลำดับ พร้อมนำส่งความเห็นโต้แย้งจากประชาชนและพรรคการเมืองให้ กกต.กลางชี้ขาด ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา  

เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปใช้บังคับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับอำเภอหรือเชตพื้นที่ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งในคราวนั้น โดยให้ถือเขตเลือกตั้งที่มีการประกาศกำหนดไว้ในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว

ชทพ. เตรียมหารือทิศทางอภิปราย ‘วราวุธ’พร้อมตอบ ปม’อธิบดีกรมอุทยานฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542887

13 ก.พ. 2566

ชทพ. เตรียมหารือทิศทางอภิปราย 'วราวุธ'พร้อมตอบ ปม'อธิบดีกรมอุทยานฯ'

‘วราวุธ’เผย ชทพ. เตรียมนัดหารือทิศทางพรรค ก่อนอภิปรายทั่วไป ชี้เป็นโอกาสรมว.ได้ชี้แจง ส่วนตัวไปหวั่น ยินดีตอบ คดี’อธิบดีกรมอุทยานฯ’

นายวราวุธ ศิลปอาชา ยังไม่ฟันธงว่า มติ “พรรคชาติไทยพัฒนา” จะเป็นอย่างไรต่อการประชุมอภิปรายทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที 15-16 ก.พ.นี้ หรือไม่ ซึ่งพรรคจะหารือกันในเวลา 09.00 น.ของวันพุธที่ 15 ก.พ.นี้

ส่วนจะเข้าสภาให้ครบองค์ประชุมหรือไม่ ต้องรออีกเช่นกัน เพราะแต่ละท่านก็มีแนวความคิดที่มีเหตุผล และเชื่อว่าชาติไทยพัฒนาคงไปในทิศทางเดียวกัน

โดยส่วนตัวของนายวราวุธ คิดว่า การเปิดอภิปรายจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยได้ฟังคำซักถามและการชี้แจงของคณะรัฐมนตรี หากเกิดเหตุการณ์ล่ม ก็ไม่รู้จะเอาเวทีไหนไปตอบคำถามของสังคม
 

อย่างไรก็ตามนายวราวุธ อาจถูกอภิปรายในประเด็น นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรณีเรียกรับสินบน ซึ่งนายวราวุธยินดีที่จะชี้แจง ทุกเรื่องที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยหรือมีการอภิปราย เพียงแต่ว่าถ้าไม่มีเวทีก็ไม่รู้ไปตอบที่เวทีไหนเหมือนกัน 

“การทำงานถ้าหาก ไม่มีการผิดพลาดเลยก็แปลว่า ไม่ได้ทำงาน แต่ว่าเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น เราแก้ไขอย่างไร และเราจะป้องกันไม่ให้เกิดอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องทุจริต เราทำงานมาตลอด 3-4 ปี เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าเราไม่มี” นายวราวุธกล่าว

‘ไทยสร้างไทย’เปิดศึกบ้านใหญ่-บ้านใหม่ ชลบุรี ปราจีนบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542879

13 ก.พ. 2566

'ไทยสร้างไทย'เปิดศึกบ้านใหญ่-บ้านใหม่ ชลบุรี ปราจีนบุรี

‘ไทยสร้างไทย’เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. ชลบุรีและปราจีนบุรี ท้าชนบ้านใหญ่-บ้านใหม่ ประกาศสงครามคอร์รับชั่นและความจน

พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี 7 เขต จากทั้งหมด 10 เขต  และ ส.ส.ปราจีนบุรี 1 คน จากทั้งหมด 3 เขต โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้การต้อนรับและแสดงความยินดี เนื่องจากมองว่า 8 ปีที่ผ่านมาประชาชนยากลำบาก เศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจสีเทาเฟื่องฟู และการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุด เงินสกปรกเหล่านี้ จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และจะทำให้ชีวิตของพี่น้องยากลำบากไปอีกนาน

สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี จำนวน 7คน             
1.น.ส.สปันธ์หยก ทองอยู่ชนะชล ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 1
2.นายชัยชนะ อาจวารินทร์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 2
3.นายโรจนินทร์ ศิริเบญญภิรมย์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 3
4.นายพรชัย วงศ์ล้อมนิล ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 5
5.นายบัญชา สะและวงศ์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 7
6.นายสกลชัย เจริญรุจิจินต์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 8
7.นางศศิมาภรณ์ ชมไพร ว่าที่ผู้สมัครฯ ชลบุรี เขต 10

ผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรี จำนวน 1 คน
1.พ.จ.อ.เอนก พรหมที ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดปราจีน เขต 2 

พรรคไทยสร้างไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรีและปราจีนบุรีพรรคไทยสร้างไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรีและปราจีนบุรี

แม้เป็นพรรคใหม่ แต่คุณหญิงสุดารัตน์ มั่นใจว่า มดแบบเราจะปักธงในพื้นที่บ้านใหญ่และจุดยากๆได้ ด้วยนโยบายและความจริงใจ และเชื่อว่า เศรษฐกิจของประเทศจะโตได้ต้องไม่โตจากการกู้ และประกาศสงครามกับการคอร์รับชั่นและความจน โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย รวมถึงทุนสีเทา จาก หวย บ่อน ซ่อง การรีดไถ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสอดแทรกในพื้นที่ยากๆได้ และจะใช้หัวใจสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เอาประชาชนเป็นนาย
 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และผู้บริหารพรรคคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และผู้บริหารพรรค

สุพรรณเดือด’ชทพ.’เตือนมารยาท’รทสช.’ พร้อมรบ 5 เขต ชนะแบบแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542877

13 ก.พ. 2566

สุพรรณเดือด'ชทพ.'เตือนมารยาท'รทสช.' พร้อมรบ 5 เขต ชนะแบบแลนด์สไลด์

‘ชาติไทยพัฒนา’เตือนมารยาท’รวมไทยสร้างชาติ’ แอบดีลน้อง ส.ส.ในค่าย ‘กัญจนา’ขู่คุ้มที่จะแข่งหรือไม่ ด้าน’วราวุธ’ มั่นใจแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด การันตีได้เป็นนายกฯไม่แพ้พรรคใดแน่นอน

กำลังเป็นที่ร้อนระอุกันเลยทีเดียว เดิมบ้านใหม่อย่างตระกูล“ศิลปอาชา” กวาดเรียบยกจังหวัดสุพรรณบุรี 4 เขต แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนประมาทไม่ได้ เมื่อการแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มมาอีก 1 เขต รวมเป็น 5 เขต หรือ 5 เก้าอี้ ส.ส. รวมถึงยังมีกระแสว่าระดับหัวๆของพรรครวมไทยสร้างชาติ ยกหูหา “ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ” น้องชายของณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 2 ชาติไทยพัฒนา เพื่อให้มาลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต1 สุพรรณบุรี แข่งกับ นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.เขต 1 ของพรรคชาติไทยพัฒนา 

งานนี้ “ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค และ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ถึงขั้นลาราชการในวันนี้ 13 ก.พ. เพื่อเปิดเวทีปราศรัยที่ทำการสหกรณ์การเกษตร อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ประกาศให้ชัดกันไปเลยว่า พื้นที่เป็นของใคร

ท็อป วราวุธ ศิปลอาชา ขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดสุพรรณบุรีท็อป วราวุธ ศิปลอาชา ขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดสุพรรณบุรี

การปราศรัยนั้น “ท็อป วราวุธ” ควงแขน คุณหญิงแจ่มใส มารดา และ น.ส.กัญจนา พี่สาว ในประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ขึ้นเวทีลั่นวาจา “การเลือกตั้งครั้งหน้ามีหลายคนจะเสนอตัว วราวุธสัญญาเลยว่าถ้าได้รับการเสนอชื่อไปเป็นนายกรัฐมนตรีรับรองว่าไม่แพ้พรรคใดแน่นอน”

โดยกล่าวด้วยว่า เป็นพรรคเดียวที่มาพูดกับการแก้ภัยน้ำท่วมน้ำแล้ง ไม่มีพรรคใดมาพูดเอาแต่แจก เราทำงานกันเหมือนครอบครัว พรรคอื่นจะมาเราไม่ได้กลัว คนบางปลาม้าจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าถึงเวลาพรรคชาติไทยพัฒนาจะแลนด์ไสลด์ นโยบายของพรรคเราอาจจะไม่หวือหวาแต่มีความยั่งยืน เราดูแลกันทั้งประเทศ


การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ชาวสุพรรณบางส่วนแสนกว่าคะแนนที่ไปเลือกพรรคอื่น นายวราวุธ จึงเปรียบเทียบให้เห็นว่า เคยเห็นพรรคไหนมาช่วยชาวสุพรรณบุรีหรือไม่? แต่รอบนี้ปี 2566 เปลี่ยนเป็น 5 เขต มั่นใจว่าสามารถกวาดไปครบทุกเขตอีกเช่นกัน โดยเฉพาะบางปลาม้าไม่โดนแบ่งแล้วอยู่กับท่านณัฐวุฒิ อีกครั้ง 

รวมถึงหากได้เป็นรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนา จะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญไม่แพ้กับที่พ่อบรรหารทำ เนื่องจากเคยแก้สำเร็จมาแล้ว คือ รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ถูกฉีกทิ้ง 

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชาน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา

ด้านน.ส.กัญจนา กล่าวว่า เลือกตั้งปี 66 จะมาถึงในอีกไม่ช้า เราต้องบัญชีรายชื่อเพราะนายวราวุธไม่ได้ลงเขต และเราต้องการ 350,000 คะแนน จึงจะสามารถเข้าสภาได้ พรรคชาติไทยพัฒนาส่งทั้ง 5 เขต ขอยกทั้งจังหวัดเข้าสภา ตนอยู่การเมืองกับพ่อบรรหารมาเกือบ 30 ปี พ่อบรรหารสอนตนมาเสมอเรามีศัตรู 1 คนก็เยอะไป มีมิตร 100 คนก็น้อยไป ดังนั้นเราจึงไม่เป็นศัตรูกับพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกันมา จึงได้ฉายาว่า “มังกรการเมือง”

จากอดีตที่เคยเลือกตั้งกันอย่างดุเดือด ระหว่าง นายประภัตร จากชาติไทยพัฒนา กับ นายจองชัย เที่ยงธรรม จากภูมิใจไทย แต่ขณะนี้ทั้งสองคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งตอนนี้มีหนึ่งพรรคพยายามจะหาผู้สมัครมาแข่งกับพรรคชาติไทยพัฒนา ซี่งถือว่าเป็นการเสียมารยาทมาก หากจะมาเราก็สู้ ขอบอกไปถึงผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เมตตานายวราวุธกับตน ทุกครั้งที่ไปทำงานตนก็จะให้เครดิตท่านเสมอมา อยากฝากไปถึงว่า 

“ท่านอย่าฟังคนรอบข้างท่านมากในเรื่องการเมือง ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่เหลือมิตรสักคน มันคุ้มหรือไม่ที่ท่านจะส่งคนมาแข่งกับเรา ดังนั้นเราจะไม่แพ้แน่นอน และจะชนะแบบแลนด์สไลด์ แต่สิ่งที่ท่านจะเสียไปคือน้ำใส ใจงามจากเรา”

พรรคชาติไทยพัฒนา จัดปราศรัยที่จังหวัดสุพรรณบุรีพรรคชาติไทยพัฒนา จัดปราศรัยที่จังหวัดสุพรรณบุรี

น.ส.กาญจนา และ นายวราวุธ ลงพื้นที่ปราศรัยจังหวัดสุพรรณบุรีน.ส.กาญจนา และ นายวราวุธ ลงพื้นที่ปราศรัยจังหวัดสุพรรณบุรี

เลือกตั้ง ‘ภูเก็ต’ สามพรรคใหญ่ เปิดศึกชิงไข่มุกอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542872

13 ก.พ. 2566

เลือกตั้ง 'ภูเก็ต' สามพรรคใหญ่ เปิดศึกชิงไข่มุกอันดามัน

เลือกตั้งครั้งหน้าอันดามันระอุแน่ สามพรรคการเมืองใหญ่ ล้วนส่งขุนศึกลงชิงชัย หวังได้สามเก้าอี้สส. ‘ภูเก็ต’ ไปครอง

ภูเก็ตในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้ ส.ส.ยกจังหวัดมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 35 ตั้งแต่สมัยยังมีเขตเดียว กระทั่งมาเพิ่มเป็น 2 เขตในปี 44 เป็นต้นมา สุดท้ายมาพลาดท่า เสียทั้ง 2 เขตให้กับพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 62

สำหรับการเลือกตั้ง 66 ภูเก็ตเพิ่มเป็น 3 เขต ประชาธิปัตย์ในฐานะเจ้าถิ่นเดิมประกาศขอล้างตา ส่งครบทั้ง 3 เขต ชิงดำกับพลังประชารัฐ แต่ก็มีก้างขวางคอชิ้นใหญ่ คือ ค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการตอกเสาเข็มโกยพื้นที่ฝั่งอันดามันไว้  ผ่านแม่ทัพบ้านใหญ่ ตระกูลรัชกิจประการ เช่นเดียวกับเพื่อไทยที่ขอชิมลางแดนสะตอจัดเต็มเช่นกัน

พื้นที่เขต 1 แชมป์เก่า สุทา ประทีป ณ ถลาง จากพลังประชารัฐ แต่รอบนี้ถูกขยับให้ไปลงเขต 3 แล้วส่ง จิรายุส ทรงยศ อดีต นายก อบจ.ภูเก็ต มารับช่วงต่อ

ส่วนประชาธิปัตย์ส่ง กวี ตันสุคตานนท์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต มาทวงเก้าอี้ ตามด้วยภูมิใจไทย ดัน นิพนธ์ เอกวานิช เจ้าของบริษัทด้านระบบขนส่งในภูเก็ต เข้าตอกเสาเข็ม ขณะที่เพื่อไทยส่ง  วัชรพงษ์ อนันตกูล อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต มาเก็บแต้มแลนด์สไลด์

เขต 2 แชมป์เก่าคือ นายนัทธี ถิ่นสาคู แห่งพลงประชารัฐลงรักษาพื้นที่ โดยมีคู่แข่งคือประชาธิปัตย์ที่ส่ง ชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภาทนายความ จ.ภูเก็ต 2 สมัย   ขณะที่ภูมิใจไทยส่ง วิวัฒน์ จินดาพล รองประธานสภา อบจ. ภูเก็ต หรือ สจ.ต้อม และเพื่อไทย ดัน สรธรรม จินดา ผู้คร่ำหวอดการเมืองท้องถิ่น มาฟาดฟัน

ปิดท้ายเขต 3 เขตเลือกตั้งใหม่ ไร้คนจอง พลังประชารัฐโดย สุทา ประทีป ณ ถลาง จากเขต 1 มายึดหัวหาด ขณะที่ประชาธิปัตย์ส่งคนรุ่นใหม่ พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต มาท้าชน

ภูมิใจไทยส่ง วงศกร ชนะกิจ คนรุ่นใหม่ และหนึ่งในคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือเป็นสายตรงบ้าน รัชกิจประการ

ส่วนเพื่อไทย ส่งหน้าใหม่ อาวุธ หนูเชต ดีกรีอดีตกองหลังทีมฟุตบอล ภูเก็ต เอฟซี มาชิงชัย

ทั้งหมดคือตัวบุคคลที่แต่ละพรรควางกันเอาไว้ ส่วนใครได้ไข่มุกอันดามันไปครอง ต้องรอยกสองหลังยุบสภา

เพื่อไทยหนุน ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม.แบบที่1และแบบที่2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542867

13 ก.พ. 2566

เพื่อไทยหนุน 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' กทม.แบบที่1และแบบที่2

‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม.แบบที่7 เหมือนถูกรัฐประหาร ซอยเขตภาษีเจริญเป็นสามเขตเลือกตั้ง เพื่อไทยหนุนรูปแบบที่1และ2 ดีที่สุด

ภาคกทม.พรรคเพื่อไทย  มองว่า รูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง แบบที่1และแบบที่2 ของกทม.เหมาะสมที่สุด เพราะเขตหลักๆไม่ถูกแบ่งแยก สะดวกต่อประชาชนผู้ลงคะแนน โดยนาย วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.  น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค และนาง สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. ได้ร่วมกันแถลงข่าว เรื่อง การเสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยในเขตพื้นที่ กทม. พบว่ารูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่7ของกกต.กทม. มีปัญหามากที่สุด

วิชาญ มีนไชยนันท์ ประธานภาคกทม.พรรคเพื่อไทยวิชาญ มีนไชยนันท์ ประธานภาคกทม.พรรคเพื่อไทย

นาย วิชาญ อธิบายถึงปัญหาของการแบ่งเขตเลือกตั้งรูปแบบ 6-8 โดย กทม. มีทั้งหมด 30 เขต จำนวนประชากรประมาณ 5 ล้านคน จากการรวบรวมความเห็นของประชาชน และพิจารณาตามหลักของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงระเบียบของ กกต. เป็นเกณฑ์ เห็นว่าการแบ่งเขตแบบ 1-3 มีความชัดเจน พื้นที่มีความคาบเกี่ยวกัน การจัดรูปแบบดังกล่าวมีความสอดคล้องกว่า ไม่สร้างความสับสน มี 25 เขต จาก 30 เขต ที่ไม่ต้องแบ่งเขตเพิ่มเติมใหม่

อย่างไรก็ตาม การแบ่งเขตแบบที่ 6-8 มีโอกาสสร้างความสับสนให้ประชาชนมากกว่า หากมีการแบ่งพื้นที่ตามแขวง คงเรียก สส.เขต ไม่ได้ ต้องเรียกว่า สส.แขวง และจะสร้างผลเสียคือบัตรเสียจะมากขึ้น จากการฟังเสียงประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงเสนอว่ารูปแบบการแบ่งเขตแบบที่ 1-2 มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะเขตหลักๆ ยังอยู่ ไม่ถูกแบ่งแยก จึงมีความสะดวกต่อประชาชนมากกว่า

ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทยธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

น.ส.ธีรรัตน์มองว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. นั้น เดิมทีมี 5 รูปแบบ ซึ่งมากกว่าจังหวัดอื่นๆ อยู่แล้ว แต่ล่าสุด กกต. แบ่งออกมาเพิ่มอีกรวมเป็น 8 รูปแบบ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการเลือกตั้ง สส.เขต เรียกได้ว่าเป็นการแบ่งเขตที่บิดเบี้ยว ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละพื้นที่

การแบ่งแขตรูปแบบที่ 6-8 นี้ไม่เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับประชาชน เกิดความไม่สะดวกเพราะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับที่อยู่อาศัย รวมถึงสร้างความลำบากต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ทำให้ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ซึ่งเคยทำงานมา

การแบ่งเขตดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้สมัครพบปัญหา ว่าในเขตเดียวมีผู้สมัครถึง 3-4 คน ต่างพรรคต่างเบอร์กัน จะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปผิดพลาดบกพร่อง เกิดบัตรเสียจำนวนมาก และไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย กกต. ควรยึดตามหลักกฎหมายและความเป็นจริง

ขณะที่นาง สุภาภรณ์ ตั้งคำถามว่า กกต. ทำหน้าที่กี่วันภายใน 4 ปีที่ผ่านมา จึงได้แบ่งเขตขัดต่อมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องยึดถือการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเดิมเสียก่อน แต่ในแบบที่ 6 และ 7 มีการยกการแบ่งเขตแบบเดิมกลับมาน้อยมาก และรูปแบบที่ 8 ไม่มีการแบ่งเขตแบบเดิมอยู่เลย การแบ่งแบบคร่อมแขวงคร่อมเขตจะส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของทางราชการ

สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ย้ำว่า สส.ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแก้ไขกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสียงถึงปัญหาในพื้นที่ด้วย สำหรับเขตของตนคือ ภาษีเจริญ ในรูปแบบที่ 7 นั้น ถูกแบ่งเป็นถึง 3 เขตการเลือกตั้ง คือเขตเลือกตั้ง 28 30 และ 32 จึงขอตั้งคำถามว่า กกต. ยึดหลักการใดในการแบ่งเขตเช่นนี้ เชื่อว่า ประชาชนกำลังถูกรัฐประหารผ่านการแบ่งเขตเลือกตั้ง