ลุ้นเปิด ‘ประชุมสภา’ อภิปรายทั่วไป มาตรา 152

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542996

15 ก.พ. 2566

ลุ้นเปิด 'ประชุมสภา' อภิปรายทั่วไป มาตรา 152

ลุ้นยุทธการกระชากหน้ากากคนดี ล่มก่อนได้ขึ้นเวทีหรือไม่ เกาะติดเกมเปิดการ ‘ประชุมสภา’ อภิปรายทั่วไป มาตรา 152

ยุทธการกระชากหน้ากากคนดี  เป็นหัวข้อที่ฝ่ายค้านใช้ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 วาระการประชุมสภาถูกกำหนดไว้ 2 วัน รวม 32 ชั่วโมง  เป็นเวลาของพรรคฝ่ายค้านได้เวลา 24 ชั่วโมง  ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล 8 ชั่วโมง โดยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะเริ่มประชุม 09.30 น. ถึง 02.30 น.ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งฝ่ายค้านมีสิทธิอภิปรายได้ตั้งแต่ 09.30 – 24.30 น.

ส่วนครม.และสส. พรรคร่วมรัฐบาล ในวันแรกถูกตีกรอบการชี้แจงไว้ 5 ชั่วโมง และจะเริ่มประชุมอีกครั้งเวลา 09.00 น. – 24.00 น.ของวันที 16 กุมภาพันธ์ โดยฝ่ายค้านได้เวลาซักถาม ให้คำแนะนำ 12 ชั่วโมง ส่วนการตอบคำถามและชี้แจงของ ครม.ได้เวลา 3 ชั่วโมง

ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันว่า หากฝ่ายใดประท้วงให้หักเวลาของฝ่ายนั้น เวลาที่เหลือของแต่ละวันไม่ให้นำไปรวมในการอภิปรายวันถัดไป และกรณีที่การอภิปรายมีความต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน ให้สิทธิผู้อภิปรายฝ่ายค้านอภิปรายต่อเนื่องกันไปได้

พรรคเพื่อไทยบอกว่าอภิปรายครั้งนี้เป็นการสรุปรวบยอด ตรวจข้อสอบไฟนอล ให้คะแนนรัฐบาล และส่งให้ประชาชนดู ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยดูจากนโยบายที่แถลงต่อสภาไว้ สิ่งที่พูดแล้วไม่ทำ ทำไม่ได้ หรือทำตรงกันข้าม รวมถึงแนะนำถึงช่วงเวลาที่เหลือและสมัยหน้าควรทำอย่างไร  รัฐบาลชุดนี้ย้ำว่าเข้ามาปราบปรามทุจริต มีรัฐธรรมนูญปราบโกง จะชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์การโกงที่เกิดขึ้นถูกจัดอันดับไว้อย่างไร หรือการอ้างเรื่องความมั่นคง แต่กลับมาปราบทุกคนที่เป็นศัตรูการเมือง ซึ่งแท้จริงแล้วรัฐบาลคือผู้ทำลายความมั่นคงของรัฐบาลเอง

พรรคก้าวไกล วางเป้าหมายอภิปราย ในธีมเช็คบิลปรสิต ปิดสวิทซ์ 3 ป. ประกอบด้วย / ทำไมเรือหลวงสุโขทัยล่ม /โจรในคราบนายทหาร ทำนาบนหลังกำลังพล/โรงไฟฟ้าล้นประเทศ แต่ยังแอบอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม/จากประมูลสู่ประเคนสายสีส้ม คนไทยเสีย “ค่าโกง” 68,613 ล้าน การันตีว่ามีข้อมูลเด็ดสุด ไทยเทา ที่ไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อน

แต่หากมีการล้มองค์ประชุมจริงตามที่มีกระแสข่าว  จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่รัฐบาลนี้ได้ข้อหาหนีการตรวจสอบ ปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน  ถ้าสภาล่มในสัปดาห์นี้ จะมีนัดในสัปดาห์ถัดไป แต่ถ้าปิดสมัยประชุมวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 พรรคฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายนอกสภาทันที

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ มีท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้มีการอภิปราย 

พรรคภูมิใจไทยมองว่าอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ที่จะเข้าสภาไปฟังอภิปราย แต่พรรคไม่ได้กำชับให้ทุกคนต้องเข้า ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็ต้องเข้าสภาไปชี้แจงอยู่แล้ว

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ  สงวนท่าทีในการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้

‘วิษณุ’หนุน กกต.ยื่นศาลรธน. ปมแบ่งเขตเลือกตั้ง ปัดเป็นเหตุผลไม่’ยุบสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542964

14 ก.พ. 2566

'วิษณุ'หนุน กกต.ยื่นศาลรธน. ปมแบ่งเขตเลือกตั้ง ปัดเป็นเหตุผลไม่'ยุบสภา'

‘วิษณุ’เห็นด้วย กกต.ยื่นศาลรธน. ปมแบ่งเขตเลือกตั้ง ปัดใช้เป็นเหตุผลไม่’ยุบสภา’ หากเกิดขึ้น สามารถพิจารณาระหว่างนั้นได้

ตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทย(ต่างด้าว)มาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี และแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากหลายฝ่ายถกเถียงกัน มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ในส่วนของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มองว่า เป็นเรื่องที่ดี รู้แล้วรู้รอด ส่วนจะทันเวลาหรือไม่ ไม่ทราบ แต่คิดว่าจะทัน เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่ทราบว่า จะแบ่งสูตรคำนวณอย่างไรเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สังคมสงสัยอยู่แล้ว

ส่วนจะเป็นเงื่อนไขไม่สามารถยุบสภา ภายในเดือนก.พ.นี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เคยบอกจะมีการยุบสภาในเดือนก.พ. ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล ถ้ายุบแล้วระหว่างนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาก็สามารถทำได้ และกำหนดวันเลือกตั้งได้

ส่วนตัวไม่อยากพูด เพราะจะหาว่าตนไปชี้ช่อง เพราะการเลือกตั้งประกาศแล้ว สามารถเลื่อนได้ เกิดภัยพิบัติก็สามารถเลื่อนได้ หากมีเหตุขัดข้องก็สามารถเลื่อนได้ ปฏิเสธว่า ไม่ใช่การถ่วงเวลา แต่เป็นการล่าช้า เพราะเป็นการกันเอาไว้ 

ยุ่งส่งมอบอาคารโรงพยาบาล ‘หมอสุภัทร’ ไม่มีเวลาตอบโต้กระทรวงสาธารณสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542965

14 ก.พ. 2566

ยุ่งส่งมอบอาคารโรงพยาบาล 'หมอสุภัทร' ไม่มีเวลาตอบโต้กระทรวงสาธารณสุข

สร้างอาคารโรงพยาบาล 160 ล้าน ไม่พึ่งงบประมาณภาครัฐ ผลงาน ‘หมอสุภัทร’ ที่ถูกฟ้องว่าเป็นภัยต่อกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสเฟสบุ๊คอธิบายว่ายังไม่ว่างไปตอบโต้ผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างคุณหมอรุ่งเรือง กิจผาติ ที่แถลงข่าวฟ้องตัวเขาและฟ้องปิดเพจชมรมแพทย์ชนบท และต้องขออภัยสื่อที่โทรมาสอบถาม เนื่องจากวันนี้มีภารกิจถ่ายทอดงานให้กับนพ.หมอหมัด หีมเหม ผอ.คนใหม่ ว่าด้วยตึกอาคารบริการผู้ป่วย 8 ชั้น ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของหมอสุภัทรและคณะเพราะอาคารหลังนี้ใช้งบ 160 ล้านบาทโดยยังไม่ได้พึ่งพางบประมาณสาธารณสุขแม้แต่บาทเดียว

อดีตผอ.โรงพยาบาลจะ ส่งมอบอาคารให้ผอ.โรงพยาบาลคนใหม่ อดีตผอ.โรงพยาบาลจะ ส่งมอบอาคารให้ผอ.โรงพยาบาลคนใหม่

หมอสุภัทรอธิบายว่า ได้งบประมาณจากกองทุนไฟฟ้าจะนะ 80 ล้านบาท  และใช้เงินบำรุงที่เก็บหอมรอมริบโดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะนะสมทบอีก 80 ล้านบาท เป็นการพัฒนาด้วยลำแข้งลำขาของเราเอง เพราะโรงพยาบาลได้ตึกจากสาธารณสุขตึกสุดท้ายคืออาคารผู้ป่วย 4 ชั้น เมื่อปี 2544 งบประมาณขอยาก จึงสร้างด้วยเงินลงขันของเครือข่ายองค์กรในอำเภอจะนะร่วมกัน

โดยส่วนตัว เสียใจที่ผู้บริหารระดับโคตรสูงของกระทรวงสาธารณสุขเห็นชมรมแพทย์ชนบทและเขาเป็นศัตรูเบอร์ 1 ที่ต้องกำจัดออกไปให้ได้ สะท้อนชุดความคิดแบบศักดินาอำนาจนิยมสุดๆ สร้างระบบวงศ์วารพรรคพวก ใครเป็นพวกก็เลื่อนขั้นรวดเร็ว ใครตั้งคำถามทักท้วงก็จัดการปิดปากให้ได้ 

หมอสุภัทรบอกว่าถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงบ้างสอบวินัยบ้างในยุค รัฐมนตรีอนุทินไปแล้ว 8 เรื่อง ถูกกลั่นแกล้งมีคำสั่งย้ายโรงพยาบาลโดยไม่ได้สมัครใจ และกำลังจะถูกแจ้งความข้อหาประมาณทำลายกระทรวงสาธารณสุข จะฟ้องปิดเพจชมรมแพทย์ชนบท ทั้งหมดก็เพื่อปิดปาก ไม่ให้เขาและชมรมแพทย์ชนบทพูดและเขียน

แต่ยื่นยันว่าตัวเขาและชมรมแพทย์ชนบทพร้อมยืนหยัดสู้ เราต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ และยืนหยัดจิตวิญญาณแห่งความเป็นปัญญาชนในการรับใช้สังคม

เพลงแสงดาวแห่งศรัทธาแว่วมาดังๆ มั่นใจ ตะวันฉายหลังเลือกตั้ง ความมืดมิดอันธพาลในสาธารณสุขจะถูกเก็บกวาดให้หมดไป

วาเลนไทน์ ‘นายกฯ’ขอคนไทยรักกัน ประเทศจะได้สงบ อวยพรสมหวังในความรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542958

14 ก.พ. 2566

วาเลนไทน์ 'นายกฯ'ขอคนไทยรักกัน ประเทศจะได้สงบ อวยพรสมหวังในความรัก

วันวาเลนไทน์ ‘นายกฯ’ขอคนไทยรักกัน ทั้งช่วงเวลา ประเทศจะได้สงบ ส่วนตัวปรารถนาดีทุกฝ่าย ไม่เกลียดใคร ส่วนใครไม่ได้รับความเป็นธรรม ฟ้องมา จะจัดการให้ ปัดแสดงความเห็น สว.ปิดประตูเพื่อไทย

14 ก.พ. “วันวาเลนไทน์” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความรักต่อประชาชนคนไทย วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ตนเองรักทุกคน จริงๆเป็นของต่างประเทศ วันนี้ก็กลายเป็นของไทยไปแล้ว ก็ยินดีด้วย “ใครที่ยังไม่มีแฟนก็ขอให้มีแฟนทุกคน ใครยังไม่ได้แต่งงานก็ขอให้แต่งงานทุกคน ถ้าพยายามมาหลายปียังไม่สำเร็จ ก็พยายามต่อไป ขอให้สำเร็จ”

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีติด top 5 ประชาชนอยากมอบดอกกุหลาบให้นั้น พลเอกประยุทธ์ ขอบคุณและรับไว้ด้วยใจ ซึ่งตนเองก็มอบดอกไม้ในดวงใจให้ทุกคน ยืนยัน ไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น มีแต่ความปรารถนาดีให้กับทุกคน ทุกฝ่าย ชอบไม่ชอบนายกก็ไม่เคยเกลียดไม่เคยโกรธ บางเวลาก็มีอารมณ์บ้างเท่านั้นเอง เพราะเราคือคนไทยด้วยกันเอง เราควรจะมอบความรัก ความปราถนาดีให้แก่กัน

ทั้งนี้มีข้อบกพร่องมีอะไรต่างๆเมื่อถามมาก็ตอบไป ตนเป็นคนพูดความจริง ก็ตอบในส่วนที่เป็นความจริง หลายเรื่องอยู่ในกระบวนการ ก็ไปว่ากันในกระบวนการ การที่จะกล่าวว่า ใครผิดใครถูกต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมและเป็นสิทธิ์ของท่าน การพูดให้ร้ายคนก็สนองตัวเองเหมือนกัน จำไว้ให้ดีเราเป็นศาสนาพุทธด้วย อิสลามด้วย ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี เราต้องรักกันให้มากไม่ใช่เฉพาะวันวาเลนไทน์ รักกันทั้งปี ตลอดทั้งวันทั้งคืน ตลอดชีวิต ประเทศไทยจะได้สงบ
 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ความรักจะก่อให้เกิดความร่วมมือและแก้ปัญหาต่างๆไปได้ด้วยกัน ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน สงสัยก็ถามมาแต่ถ้าไปคิดเอาเองว่า คนนั้นผิดหรือถูก ต้องถามหลักการและเหตุผลก่อน เพราะเราไม่สามารถไปพูดให้ร้ายคนได้ ตามกฎหมายต้องมีหลักฐานชัดเจน หลายเรื่องประเดประดังเข้ามา มีหลักฐานตนก็สั่งดำเนินคดีหมด ข้อสำคัญคือ มีทั้งผู้ให้และผู้รับ ถ้าผู้ให้ไม่ให้ เค้าเรียก ก็ต้องไปแจ้งความไม่ต้องกลัว ฟ้องใครไม่ได้ ก็มาฟ้องนายกฯ จะสอบให้ เรามีขั้นตอนกระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่แล้ว ถ้าคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแจ้งมาที่สำนักนายกฯ ตนจะติดตามหาหลักฐานดำเนินคดีให้ได้


กรณีที่สารวัตรซัว หลบหนีไปอยู่ที่ตุรกี และโพสต์ข้อความIG ที่ช่วยโปรโมทงานให้ ผบ.ตร. จะสืบติดตามตัวมาได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวตำรวจจะสืบติดตามตัว ใครจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ สุดท้ายความจริงก็จะปรากฏ ใครจะผิดหรือถูก ศาลเป็นผู้ตัดสิน นี่คือหลักการของกระบวนการยุติธรรม ไม่งั้นประเทศชาติอยู่ด้วยกันไม่ได้

ส่วนสว.ที่มีท่าทีจะโหวตเลือก 2ป. เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพื่อปิดประตูพรรคเพื่อไทย โดยจำนวนสว.แซงแลนด์สไลด์เพื่อไทยแล้ว นายกฯระบุว่า ให้ไปถามสว. ตนไม่ได้คุมสว. ซึ่งเป็นความคิดของ สว.

‘มติกกต.’ ส่งตีความกรณีคนไร้สัญชาติ ไม่ทำให้ต้องหยุดแบ่งเขตเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542960

14 ก.พ. 2566

'มติกกต.' ส่งตีความกรณีคนไร้สัญชาติ ไม่ทำให้ต้องหยุดแบ่งเขตเลือกตั้ง

ปัญหาบานปลาย นับคนไม่มีสัญชาติไทยคำนวณสส. ‘มติกกต.’ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ยังไม่กระทบแบ่งเขตเลือกตั้ง

นาย สำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ยืนยัน ว่าได้รับทราบมติกกต.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี นับจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทย มาร่วมคำนวณ จำนวนสส.แบบแบ่งเขต และแบ่งเขตเลือกตั้ง สามารถกระทำได้หรือไม่แล้ว  โดยระหว่างที่อยู่ในกระบวนการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จะไม่มีผลทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งต้องหยุดชะงักลง การแบ่งเขตเลือกตั้งยังคงดำเนินไปตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือ จนกว่าจะมีคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ

มติกกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่กกต.ในการกำหนดจำนวนสส.เขตมติกกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่กกต.ในการกำหนดจำนวนสส.เขต

นาย อุดม รัฐอมฤติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับคมชัดลึกว่า เรื่องทำนองนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่าศาลรัฐธรรมนูญ เคยรับวินิจฉัย หรือไม่  โดยกระบวนการจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากเจ้าหน้าที่  ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกระบวนการยื่นคำร้อง เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ หน่วยงานที่ส่งเรื่องร้องเรียนขึ้นมา อย่างกกต. จะต้องวินิจฉัยเองว่า   จะทำอย่างไรกับการแบ่งเขตเลือกตั้งที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามประกาศของกกต.เอง  รวมถึงจะกระทบระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้ง จะทันตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่โดยก่อนกกต. เคยวางไทม์ไลน์  ว่าจะมีการเลือกตั้งราววันที่ 7 พฤษภาคม หากสภาอยู่ครบวาระ  

ขณะที่นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บอกกับคมชัดลึกว่า กรณีที่สงสัยว่า สามารถนำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทย มาคำนวนสส.เขตทำได้หรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าควรตีความเป็นบรรทัดฐานไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต หากมีใครประเด็นนี้ไปร้องเรียน จะทำให้เกิดความเสียหายตามมาอย่างมาก  ที่ผ่านมา เมื่อหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ส่งคำร้องเข้ามาถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับวินิจฉัย และตีความเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติต่อไป

ด้านนาย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งเอง ก็สนับสนุนมติกกต.ให้มีการตีความเป็นบรรทัดฐานไว้ เพื่อไม่ให้ใครต้องเดือดร้อน ในภายภาคหน้า

‘ไทยสร้างไทย’ เสนอนโยบาย รายได้ต่ำกว่าสามแสนบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542951

14 ก.พ. 2566

'ไทยสร้างไทย' เสนอนโยบาย รายได้ต่ำกว่าสามแสนบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี

นโยบายพรรค ‘ไทยสร้างไทย’ รายได้สุทธิต่ำกว่าสามแสนบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี มีกองทุนให้ เอสเอ็มอี สามแสนล้านบาท

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวถึงแนวทางและมาตรการทางภาษี ของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อช่วยเหลือพี่คนตัวเล็กให้สามารถอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤตทางเศรษฐกิจ

คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันค่าครองชีพพุ่งทั้งค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน และค่ารถไฟฟ้าที่แพงเกินจริง จากการทุจริตเชิงนโยบาย ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกตัวขึ้นหมด แต่รายได้คนหนุ่มสาวเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) ประมาณ 2 ล้าน เท่าเดิมหรือลดลง ทำให้รายได้ไม่พอรายจ่ายในการเลี้ยงดูครอบครัว ต้องมีภาระหนี้สิน จนทำให้หนี้ครัวเรือนสูงถึงเกือบ 90% ของ GDP  รวมทั้งธุรกิจ SMEs ที่เจอปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายลดลง จึงประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และมีหนี้สินมากมาย

ทีมเศรษฐกิจของพรรคไทยสร้างไทย จึงมีนโยบาย”สร้างแต้มต่อ” เพื่อสร้างพลังเศรษฐกิจ ให้กับคนตัวเล็กตั้งแต่พนักงานบริษัทจนถึงผู้ประกอบการ SMEs และ Start up ด้วยมาตรการดังต่อไปนี้

  1. พนักงานบริษัท ที่มีรายได้ ไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือน หรือมีรายได้สุทธิต่อปี 300,000 บาทลงมา ไม่ต้องเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาอีกต่อไป
  2. งดการเก็บภาษีผู้ประกอบการ SMEs เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากช่วงวิกฤตโควิด
  3. เเก้หนี้ เติมทุน ให้SMEs และStart up  ด้วย”กองทุนสร้างไทย” เพื่อSMEs และ Start up จำนวน 300,000 ล้านบาท
  4. การพักใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับใบอนุญาต ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนคนตัวเล็ก ประมาณ 1,400 ฉบับ เช่นใบอนุญาตอย. ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ร่างเสนอกฎหมายนี้ เข้าสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เพื่อให้ SMEs Startupได้ระเบิดศักยภาพอย่างเต็มที่ ในการทำมาหากิน สร้างรายได้ให้ตนเอง และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง

สุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคไทยสร้างไทยสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคไทยสร้างไทย

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สินค้าทุกประเภทขึ้นราคาเนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อคนตัวเล็ก โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่เพิ่งเริ่มต้นการทำงาน ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทยจึงมีมาตรการทางภาษี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องในกลุ่มที่เป็นมนุษย์เงินเดือน พรรคไทยสร้างไทยขอประกาศว่า สำหรับบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปีไม่ต้องเสียภาษี จากเดิมอยู่ที่ 150,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี ซึ่งจะทำให้พี่น้องในกลุ่มที่เพิ่งมีรายได้ จะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น

ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ กระทบถึงรายได้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรามีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก พี่น้อง SMEs โดยเราจะงดเก็บภาษีคนในกลุ่มนี้ เป็นเวลา 3ปี ในส่วนของภาษีนิติบุคคล เพียงแต่ผู้ที่ต้องมีการเข้าร่วมต้องลงทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งจะสามารถฟื้นธุรกิจของพี่น้องทุกคนกลับคืนมาได้ และมั่นใจว่าหากพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล รัฐจะสามารถหารายได้เพื่อสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชน มีความมั่นคงแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

มาดามเดียร์ ชวนแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคมใน ‘วันวาเลนไทน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542950

14 ก.พ. 2566

มาดามเดียร์ ชวนแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคมใน 'วันวาเลนไทน์'

ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ใช้โอกาส ‘วันวาเลนไทน์’ ชวนแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคม ปฏิรูปกระบวนยุติธรรม

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เดียร์ วทันยา บุนนาค มีเนื้อหา เชิญชวนชาวโลกโซเชียร่วมแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคม เนื่องในวันวาเลนไทน์ มีเนื้อหาดังนี้

มาร่วมแปลง เพลงรัก เป็นเพลงสะท้อนสังคมถึงเวลาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม-องค์กรอิสระคืนที่พึ่งให้คนไทย บอกรักประเทศไทยด้วยกันเนื่องในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2566

ถึงเวลาที่เราต้องบอกรักประเทศไทย ด้วยการทวงคืนกระบวนการยุติธรรม-องค์กรอิสระ เพื่อให้กลับมาเป็นที่พึ่งที่หวังของสังคมไทยอีกครั้ง!

มาดามเดียร์ ชวนแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคม ในวันวาเลนไทน์มาดามเดียร์ ชวนแปลงเพลงรักเป็นเพลงสะท้อนสังคม ในวันวาเลนไทน์

ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นข่าวทุนสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทย ควบคู่ไปกับข่าวลือว่าส่งส่วยให้ตำรวจบ้าง หรือยัดเงินเพื่อให้หลบหนีรอดพ้นคดีบ้าง มิหนำซ้ำเรามักจะเห็นว่าองค์กรอิสระถูกกล่าวหาว่ากลายเป็นเครื่องฟอกขาวให้คนกระทำความผิด กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระดูเหมือนจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่เห็นต่างผู้มีอำนาจ ผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญากลับไม่มีสิทธิ์ประกันตัวทั้งที่พวกเขาคือผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ยังไม่สิ้นกระบวนความของการพิจารณาพิพากษาคดี คนรวยเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากกว่าคนจน?

พอได้หรือยังกับกระบวนการ(ไม่)ยุติธรรม? และองค์กร(ไม่)อิสระ? ของประเทศไทย

วันแห่งความรักปีนี้จึงถึงเวลาที่เราต้องบอกรักประเทศไทยด้วยการเปลี่ยน เพลงรัก ทั่วไปให้กลายเป็น “เพลงสะท้อนสังคม” มาร่วมคอมเมนต์โชว์ความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่หยาบคายกัน

#วันวาเลนไทน์ #วันแห่งความรัก #valentines #บอกรักประเทศไทย #ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

‘วราวุธ’ท้าตีเมืองหลวง’ชาติไทยพัฒนา’ไม่สน รทสช.ดูดสส.ในสังกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542940

14 ก.พ. 2566

'วราวุธ'ท้าตีเมืองหลวง'ชาติไทยพัฒนา'ไม่สน รทสช.ดูดสส.ในสังกัด

‘วราวุธ’ไม่สน รทสช.ดูดสส.ในสังกัด ชี้เวลาเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน ป้อง’สุพรรณบุรี’เต็มที่ พร้อมท้าตีเมืองหลวง’ชาติไทยพัฒนา’

งานนี้สู้ไม่มีถอย สำหรับศึกชิงเก้าอี้สุพรรณบุรี ที่ก่อนหน้านี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ยกหูหาน้องชาย สส.พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อให้ลงสนามการเมือง ทำเอา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) อยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องจัดทัพปราศรัยในพื้นที่ บางปลาม้า สุพรรณบุรี ทันทีเมื่อวานนี้(13ก.พ.)
 

นายวราวุธ มองว่า ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ที่ สส. จะมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสมกับตัวเอง แต่จากการที่ได้ทำงานร่วมกันในหลายโอกาสก็รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กาลเวลาผ่านไป การเมืองก็มีการพัฒนาวัฒนธรรมใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ตนอาจจะยังยึดติดกับวัฒนธรรมและแนวความคิดเดิมๆ แต่ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายจะทำได้ 

ต่างพรรคก็มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ในส่วนของ ชทพ.ก็ได้พูดแล้วว่า ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าหากไม่ใช่พรรคเรา เข้ามาเราก็มีเต็มที่เหมือนกัน ทั้งนี้เมื่อวานนี้นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.พรรค ชทพ. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.บางปลาม้า แต่ในส่วนของน้องชายนายณัฐวุฒิ ต่างคนต่างวาระมีแนวทางแตกต่างกันไปก็ตอบแทนกันไม่ได้ และตนยังไม่คุยและไม่ได้สอบถามโตๆกันแล้ว ใครอยากจะทำอะไรไปบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่สิ่งที่ชทพ.ทำได้คือ ใครเข้ามา เราก็ป้องกันพื้นที่ของเราอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า การเลือกตั้งจะเป็นระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ทุกฝ่ายจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ที่ได้มา ซึ่งพื้นที่สุพรรณมี5เขต เราหนักทั้ง5เขต ไม่มีเบา หลายพรรคคงจับจ้องตีเมืองหลวงของชทพ.แตก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องปกป้องให้เต็มที่ พร้อมท้า “ลองได้ จะแตกหรือเปล่ามาว่ากันอีกที”

นอกจากนี้นายวราวุธ ไม่ขอใช้คำว่า แลนด์สไลด์ เนื่องจากเกรงว่า จะถูกมองเป็นการเลียนแบบ แต่มั่นใจว่า เราถล่มทลายจะยึด 5 เขตสุพรรณให้ได้

ประธานสภาฯ กังวลปัญหาองค์ประชุม ระหว่างการ ‘อภิปรายทั่วไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542938

14 ก.พ. 2566

ประธานสภาฯ กังวลปัญหาองค์ประชุม ระหว่างการ 'อภิปรายทั่วไป'

‘อภิปรายทั่วไป’ 15-16 ก.พ.นี้ ประธานสภาฯเกรงว่าจะมีปัญหาองค์ประชุม เพราะที่ผ่านมารับบาลแสดงให้เห็นว่าควบคุมไม่ได้

ประธานสภาฯระบุว่าไม่ได้ยินเรื่องการล็อบบี้เพื่อล่มการประชุมในวันที่15 ก.พ.  แม้ที่ผ่านมา ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า องค์ประชุมล่ม  แต่ก็ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลไม่สามารถจัดการเรื่ององค์ประชุมได้ แม้จะมีเสียงข้างมาก  ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย เช่นเดียวกับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่เกิดปัญหา ส.ว.ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ซึ่งเพิ่งเคยเกิดขึ้น แต่ พ.ร.บ.การศึกษา ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ หากต้องการให้ พ.ร.บ.การศึกษาผ่าน ต้องอยู่ร่วมกันเป็นองค์ประชุม แต่วุฒิสภามักอ้างว่า อยู่ได้แค่ 20.00-21.00 น.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ว่า การนัดประชุมดังกล่าว เป็นไปตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งญัตติดังกล่าวได้เสนอมาตั้งแต่เดือนมกราคม โดยรัฐบาลก็มีความเห็นว่า พร้อมจะชี้แจงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ซึ่งเดิมทีตนคิดว่าช้าไป แต่เมื่อหารือวิป 2 ฝ่าย ก็เป็นไปตามที่รัฐบาลขอคือวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์

ตัวเลขสมาชิกสองฝ่ายมีทั้งสิ้น 419 คน ฝ่ายค้าน 186 ฝ่ายรัฐบาล 233 คน ซึ่งถือว่า รัฐบาลยังมีเสียงข้างมากพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลคุมองค์ประชุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การกำหนดวันและเวลาดารอภิปรายก็เป็นไปตามข้อกำหนดของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งการประชุมวันพรุ่งนี้ จะมีการถ่ายทอดผ่านทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภาที่ประชาชนสามารถติดตามได้ และหากการประชุมไม่มีปัญหา ก็จะใช้เวลาได้ 2 วัน

การอภิปรายตาม ม.152 เป็นการประชุมที่สอบถามข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่จึงเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะใช้ชี้แจ้งข้อเท็จจริง ส่วนการอภิปรายนอกเหนือข้อบังคับเป็นหน้าที่ประธานในการดูแล

ประธานสภาฯมองในแง่ดีว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่องค์ประชุมจะไม่ครบ ส่วนการพิจารณากฎหมายที่ไม่เห็นด้วยแล้วไม่อยู่เป็นองค์ประชุมนั้น ตนมองว่า เป็นการหนีปัญหา แต่ในวันพรุ่งนี้ รัฐบาลกำหนดวันมาเอง ก็น่าจะไม่มีปัญหา จึงเชื่อว่า น่าจะครบองค์ประชุม แต่ยอมรับว่า ก็ไม่แน่นอน ทั้งนี้ก็ไม่เหมือนกับการพิจารณากฎหมายต่างๆที่มักมีปัญหาในการลงมติ หากประชุมวันพรุ่งนี้ทำไม่ได้ ก็ให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง นายสุชาติ ตันเจริญ หารือวิป 2 ฝ่ายอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเวลามากไปกว่านี้แล้ว

“ มีหลายคนอยากจะให้ประกาศชื่อสมาชิกที่ไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งก็ไม่ได้ปกปิด หากใครอยากจะมาขอดูตัวเลขก็ได้ รวมถึงคู่แข่งขันสมาชิกที่ประสงค์จะแข่งขันในจังหวัดนั้นๆ ก็มาขอดูได้ว่าคู่แข่งประชุมไปกี่ครั้ง เผื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์ทางการเมืองได้เช่นกัน คนที่ประชาชนเลือกมามีความรับผิดชอบหรือไม่ ผมก็เตือนสมาชิกหลายคนที่มีความมั่นใจว่า อย่าไปมั่นใจ ประชาชนติดตามข้อมูลอยู่ อย่าไปประมาท ขณะนี้ระบบข้อมูลสามารถเจาะไปได้ลึก และคู่แข่งขันก็ไม่อยู่นิ่ง ชื่อผู้ที่ไม่มาประชุมก็เปิดเผยได้ เอาตัวเลขไปบอกประชาชนก็อาจมีผลกระทบต่อคะแนนนิยมได้ ” นายชวน กล่าว

กระทรวงสาธารณสุข แจ้งความปิดเพจ ‘ชมรมแพทย์ชนบท’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542933

14 ก.พ. 2566

กระทรวงสาธารณสุข  แจ้งความปิดเพจ 'ชมรมแพทย์ชนบท'

เพจ ‘ชมรมแพทย์ชนบท’ งานเข้า กระทรวงสาธารณสุข รุกแจ้งความเอาผิด ขอสั่งปิดเพจอ้างให้ข้อมูลบิดเบือน เป็นภัยต่อระบบสาธารณสุข

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าปัจจุบัน เพจชมรมแพทย์ชนบท ถือเป็นภัยต่อระบบสาธารณสุขไทย ด้วยการให้ข้อมูลเท็จ เสริมความ  ยุยงปลุกปั่น มุ่งประโยชน์พวกพ้อง

กระทรวงสาธารณสุขตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับเพจนี้ ไปจนถึงนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่แม้ท่านจะพูดอยู่เสมอว่า ไม่เกี่ยวกับเพจ ไม่รู้ใครโพสต์ ถือเป็นการพูดแบบขาดความรับผิดชอบ

ล่าสุด เพจชมรมแพทย์ชนบท ไปใส่หน้ารัฐมนตรี แล้วบิดเบือนว่าออกคำสั่งให้ปิดประตูสกัดม็อบ เรื่องนี้ ไม่เคยมีคำสั่งจากรัฐมนตรี แต่เป็นผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจ เพราะเป็นการกระทำผิดกฏหมาย ตามพรบ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 มาครา 8 ซึ่งไม่ให้ชุมนุมในสถานที่ทำการหน่วยงานรัฐ ซึ่งกระทบกระเทือนสร้างความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการ ประชาชนไม่สามารถมารับบริการที่หน่วยฉีดวัคซีนโควิด 19 ในกระทรวงสาธารณสุขได้ ซึ่งกระทบกระเทือนมากๆ การปล่อยให้ม็อบเข้ามาชุมนุม มันเกิดผลกระทบต่องานบริการประชาชนเป็นอย่างมาก และมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากมาย ซึ่งต้องจัดการ

กระทรวงสาธารณสุขขอสื่อสารมายังพี่น้องประชาชน เรื่อง เพจชมรมแพทย์ชนบท ที่ไม่มีใครรับผิดชอบ โพสต์โดยใครก็ไม่รู้ แต่ใช้ชื่อ เพจ ชมรมแพทย์ชนบท ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเพจดังกล่าว เสมือนเพจผี เพจเถื่อน ต้องดำเนินคดีทางกฏหมาย

กระทรวงสาธารณสุข ติดตามเพจชมรมแพทย์ชนบทมาอย่างต่อเนื่อง  พบว่า ที่ผ่านมา เพจชมรมแพทย์ชนบท  ไม่ได้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลความรู้ ที่เป็นประโยชน์แก่สังคม เป็นเพียงเพจปลุกปั่นสังคม สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน แอบอิงการเมือง เน้นการโจมตีแบบโกหก  ทำเพื่อประโยชน์พวกพ้อง  ส่งผลกระทบกับการให้บริการด้านสาธารณสุขไทยอย่างมาก ไม่สอดคล้องกับการก่อตั้งชมรมเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่เน้นสิ่งดีๆ เพื่อชาวชนบท เพื่อระบบสาธารณสุข