‘ก้าวไกล’ เดินหน้า ปลดกระดุม 5 เม็ด แก้ปัญหาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542739

10 ก.พ. 2566

'ก้าวไกล' เดินหน้า ปลดกระดุม 5 เม็ด แก้ปัญหาเกษตรกร

บุกถิ่นสีน้ำเงิน พรรค ‘ก้าวไกล’ เปิดตัวผู้สมัครสส. อีสานใต้ เสนอนโยบายปลดกระดุม5เม็ด แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกร

เปิดตัวผู้สมัครสส. ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์ วันนี้ พรรคก้าวไกล จัดเต็ม 19 นโยบาย เปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด  พร้อมเดินเครื่องปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ แก้หนี้สินเกษตรกร ลดต้นทุน ดันสุราก้าวหน้า มั่นใจ นโยบายชัดเจน-แตกต่างจากทุกพรรคการเมือง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำพรรค อาทิ อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมเปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่อีสานใต้ ประกอบด้วย ศรีสะเกษและบุรีรัมย์ พร้อมกับเปิดรายละเอียดนโยบายด้านการเกษตรของพรรคก้าวไกล ตามแนวคิด กระดุม 5 เม็ด ที่พิธา เคยใช้ในการอภิปรายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังของการเกษตรกรทั้งระบบ  ประกอบไปด้วย

  • การตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิที่ดิน ที่เพิ่มงบประมาณในการสำรวจที่ดินเพิ่มขึ้น 30 เท่าเป็น 10,000 ล้านบาท  เปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด
  • ปลดหนี้สินเกษตรกร เช่น นโยบายปลูกป่าปลดหนี้ ที่รัฐจะเข้าไปเช่าที่ดินจากเกษตรกรที่ไม่ประสงค์จะปลูกพืชเศรษฐกิจอีก แล้วมาปลูกไม้ยืนต้น ให้เกษตรกรได้ค่าเช่ามาปลดหนี้ เกษตรกรสูงอายุที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. หากคืนหนี้เกิน 50% แล้วรัฐบาลยกหนี้ให้ทันที
  • นโยบายลดต้นทุนให้เกษตรกรอย่างครบวงจร ทั้งน้ำ ปุ๋ย และเครื่องจักร
  • การเพิ่มมูลค่าด้วยสุราก้าวหน้าและบริการการเกษตร พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพิ่มรายได้ใหม่ให้เกษตรกร เพื่อนำไปสู่การต่อยอดจากสินค้าสู่บริการ เช่น นโยบายให้เกษตรกรขอการรับรองมาตรฐาน GAP-GMP และเกษตรอินทรีย์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับว่าที่ผู้สมัครสส.พรรคก้าวไกลของจังหวัดศรีสะเกษ ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย :

(1) บุญหรัด ถึงไชย (อ.เมือง)
(2) สุทธิรักษ์ บุญศักดิ์ (อ.กันทรารมย์)
(3) จำลอง บุญชม (อ.โนนคูณ)
(4) สุริยันต์ ปักปิ่น (อ.กันทรลักษ์)
(5) พรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ (อ.ขุนหาญ)
(6) นิธินันท์ ธนัทภพวรานนท์ (อ.ขุขันธ์)
(7) สราวุธ ศรีวัง (อ.ปรางค์กู่)
(8) เฉลิมชาติ ทัพพเศรษฐโชติ (อ.อุทุมพรพิสัย)
(9) พงษ์เดช เดชกล้า (อ.ราษีไศล)

คัมแบ็ค’ธรรมนัส’คืนสู่อ้อมอก’บิ๊กป้อม’อีกครั้ง ลั่นไม่ขัดแย้งใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542730

10 ก.พ. 2566

คัมแบ็ค'ธรรมนัส'คืนสู่อ้อมอก'บิ๊กป้อม'อีกครั้ง ลั่นไม่ขัดแย้งใคร

‘ธรรมนัส’โผล่ร่วมประชุมนโยบายพรรคพปชร. เป็นทางการ ลั่นไม่เคยขัดแย้งใคร ไม่ขอพูดถึง’บิ๊กตู่’ แต่เวลานี้’บิ๊กป้อม’เหมาะสมนายกฯคนที่30ที่สุด

ปรากฎตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ที่พรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และ ส.ส.ในกลุ่มจำนวน 13 คน กลับมาซบอ้อมแขนของ “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ถือว่าเป็นการกลับมาในรอบ 1 ปี เจ้าตัวยอมรับ คิดถึงบ้านเก่า เพราะมีความผูกพันธ์ ที่ผ่านมาส่วนตัวไม่ใช่คนที่หาเรื่องคน ตอนนี้ก้าวข้ามความขัดแย้ง ทิ้งไว้ในปีเก่า

แน่ชัดว่า การกลับมาครั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ช่วยดูแลในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนบน เนื่องจากมีดีกรีเป็นถึงส.ส.พะเยา หลายสมัยอยู่แล้ว 

การเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะต้องวัดพลัง ว่า อำนาจบารมี ของคนที่ชื่อ “ร้อยเอกธรรมนัส” จะยังเหมือนเดิมหรือไม่ แต่พร้อมสู้ ไม่กังวลการประกาศเป้าหมายแลนด์สไลด์ในพื้นภาคเหนือของพรรคเพื่อไทย 

ส่วนจะดันให้ลูกพี่อย่าง “บิ๊กป้อม” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้หรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส มองว่า การเมืองขณะนี้ “บิ๊กป้อม”เหมาะสมที่สุดแล้ว 

อย่างที่รู้กันว่า ร้อยเอกธรรมนัส เคยเป็นเด็กในสังกัด “เพื่อไทย” จึงเกิดกระแสว่า เป็นตัวกลาง เปิดดีลระหว่าง พลังประชารัฐ-เพื่อไทย หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่ที่หัวหน้าพรรค เพราะส่วนตัวมองว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ตอนนี้ขอทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ส.ส. กลับมามากที่สุด และไม่ขอตอบถึงปัจจุบัน พรรคพลังประชารัฐ ไม่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว เพราะสนับสนุน พลเอกประวิตรเพียงคนเดียว และไม่คิดทะเลาะกับใคร ต้องการทำการเมืองสร้างสรรค์ เพื่อประเทศและประชาชน 

ส่วนประเด็นกาาขึ้นเงินเดือนให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของพลเอกประยุทธ์และพรรครงมไทยสร้างชาติหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุ เป็นเรื่องที่พรรคพลังประชารัฐผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค เห็นว่า ควรปรับให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เรื่องนี้ไม่สำเร็จ หากพูดเรื่องนี้ในขณะนี้เหมือนเป็นการหาเสียงก่อนเลือกตั้ง

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ร่วมประชุมนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ร่วมประชุมนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐ

คืนรัง ‘พลังประชารัฐ’ ร้อยเอกธรรมนัส นำทีมกลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542728

10 ก.พ. 2566

คืนรัง 'พลังประชารัฐ' ร้อยเอกธรรมนัส นำทีมกลับบ้าน

ขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ขนลูกทีมกลับบ้าน ดันหัวหน้าพรรค ‘พลังประชารัฐ’ เป็นนายกรัฐมนตรี

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นำ ส.ส. ในกลุ่มจำนวน 13 คน กลับเข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง โดยบอกว่า เป็นการกลับมาในรอบ 1 ปี คิดถึงบ้านเก่า เพราะมีความผูกพันธ์ ไม่อยากให้มองว่า การกลับมาพรรคพลังประชารัฐของตนเองมีดีลทางการเมืองกับขั้วตรงข้าม หรือ พรรคเพื่อไทย แต่ขอทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ส.ส. กลับมามากที่สุดก่อน  

ส่วนจะได้กี่เขตนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะยังไม่เห็นคู่แข่ง และไม่ห่วงเป้าหมายแลนด์สไลด์ ในพื้นภาคเหนือของพรรคเพื่อไทย แม้สถานการณ์การเมืองปี 2562 จะต่างกับปี 2566 เพราะคู่ต่อสู้ต่างเตรียมตัวกันมาดี แต่มั่นใจในพื้นที่ที่ตนเองดูแลอยู่

ร้อยเอกธรรมนัส ระบุอีกว่า ที่ผ่านมาส่วนตัวไม่ใช่คนที่หาเรื่องคน เป็นไปตามนโยบายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง อะไรที่ผ่านมาก็ขอให้ผ่านไปกับปีเก่า โดยการกลับมาครั้งนี้ จะช่วยดูแลในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนบน เพราะเป็น ส.ส.เขต พะเยาอยู่แล้ว

ส่วนคำถามหลังการเลือกตั้งหากมีการเสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งจะสนับสนุนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอฟังคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่ยืนยันว่า ไม่คิดทะเลาะกับใคร ต้องการทำการเมืองสร้างสรรค์ เพื่อประเทศและประชาชน และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์หลังพรรคพลังประชารัฐไม่มีพลเอกประยุทธ์ เพราะพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุนพลเอกประวิตรเท่านั้น

‘กกต.กทม.’ แบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มไม่ได้ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542723

10 ก.พ. 2566

'กกต.กทม.' แบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มไม่ได้ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

พรรคชาติพัฒนากล้าร้อง ‘กกต.กทม.’ ใช้คำสั่งภายในแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มอีก 3 รูปแบบทำไม่ได้ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง


นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ยื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผ่านนายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 6 , 7และ 8  เพราะผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง เนื่องจากกกต.กลางประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้กกต.จังหวัดจัดการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น  กกต.กทม.ก็ได้แบ่งตามประกาศดังกล่าว 5 แบบถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากกต.กทม. ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 6,7และ8 ออกมาอีก จึงเป็นการกระทำผิดว่าขัดต่อประกาศฉบับแรกที่ให้แบ่งเขตให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเปิดให้ลงมติแล้วเสร็จในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จะมาแบ่งเขตเพิ่มเติมอีกในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ไม่ได้  เพราะหนังสือภายในที่สั่งลงมาไม่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา และไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ การแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเป็นรูปแบบที่ 6,7 และ 8 ของกทม.เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ และ ผิดกฎหมาย

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้าอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

นอกจากนี้ เมื่อมาดูรายละเอียด รูปแบบการแบ่งเขต 6,7และ8 ก็มีความผิดปกติ คือไม่ได้ออกแบบให้ที่ต้องคำนึงถึงสภาพของเขตเลือกตั้งเดิม และมีการเลือกรวมบางแขวงของแต่ละเขตมารวมเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ มีการแตกเขตให้กระจายอยู่ใน3เขตเลือกตั้ง เช่นเขตจตุจักร เป็นต้น จึงมายื่นต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งอยากให้ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเติมในรูปแบบที่ 6,7 และ 8 ออกไป เพราะขัดกฎหมายพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.อย่างชัดเจน

รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เชื่อว่าหากยังปล่อยให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นใน3แบบนี้ แล้วมีการเลือก จะมีการร้องเรียนตามมาภายหลัง และจะทำให้พรรคการเมืองอื่นๆไม่สามารถทำไพรมารีโหวต ได้ เพราะแบ่งเขตไม่เสร็จ เมื่อทำไพรมารีไม่ได้จะเลือกตั้งได้อย่างไร หากแบ่งเขตเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ

‘ปชป.’ เตรียมแจงด่วน หลัง โผล่ชื่อ 1 ใน 4 บ. อยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542695

10 ก.พ. 2566

'ปชป.' เตรียมแจงด่วน หลัง โผล่ชื่อ 1 ใน 4 บ. อยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ‘ปชป.’ เตรียมชี้แจงด่วน หลังมีชื่อ 1 ใน 4 บ. อยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค พบ ลาออกจากพรรคไปแล้ว ย้ำ ไม่หนุนพนันออนไลน์

จากกรณีที่ ดาราสาว ‘ดิว อริสรา’ ออกมาเปิดเผย ถึง 4 พี่น้อง บ.ใบไม้ ที่เกี่ยวพันกับคดีพนันออนไลน์ มาเก๊า888 กระทั่งนำไปสู่การเปิดเผยชื่อ

ล่าสุดพบว่า 1 ในพี่น้อง 4 บ. มีชื่อในอันดับที่ 48 ของบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ‘ปชป.’ จากจำนวน 150 ชื่อ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2562

ขณะที่ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เบื้องต้นได้ทราบข่าวแล้ว โดยตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวและยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน รวมถึงเจ้าตัวยังไม่ได้มาชี้แจงอะไรต่อพรรค หลังจากมีข่าวเกิดขึ้น

โดยขณะนี้ นายราเมศ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล รวมถึงสถานะการเป็นสมาชิกพรรคในปัจจุบัน และจะให้ข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หลังจากการตรวจสอบสถานะล่าสุดแล้วพบว่า ได้ลาออกจากพรรคไประยะหนึ่งแล้ว ส่วนที่ปรากฏชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในปี 2562 หลักการของพรรคในเรื่องผู้สมัครเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดทุกประการ กล่าวคือ ในขณะนั้นมีการตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นสมาชิกพรรคและผู้สมัครทุกคน ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด และไม่ปรากฎว่าบุคคลดังกล่าวมีคดีความที่มีลักษณะต้องห้ามแต่อย่างใด 
จึงดำเนินการไปตามขั้นตอนปกติที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนปัจจุบันเมื่อเขาได้ลาออกไปแล้ว หากมีการกระทำใดที่เป็นความผิดตามกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันตามกระบวนการยุติธรรม

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เรื่องผิดกฎหมายทางออนไลน์ทุกชนิด พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายชัดเจนไม่สนับสนุนให้มีการกระทำความผิดดังกล่าว และขอให้ตำรวจดำเนินการกับเรื่องดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยพรรคจะไม่ไปก้าวก่ายแทรกแซง และให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก และยืนยันว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคยึดหลักความสุจริต หลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่มีกรณีการใช้เงินสีเทาสีดำมาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด

ราเมศ รัตนะเชวงราเมศ รัตนะเชวง

ผลพวงย้าย ‘หมอสุภัทร’ ชายแดนใต้ขึ้นป้ายเขตปลอดพรรคภูมิใจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542701

10 ก.พ. 2566

ผลพวงย้าย 'หมอสุภัทร' ชายแดนใต้ขึ้นป้ายเขตปลอดพรรคภูมิใจไทย

ชายแดนใต้ขึ้นป้ายประท้วงพรรคภูมิใจไทย ปัญหาบานปลาย เพราะไม่มีคำอธิบายคำสั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ ออกนอกพื้นที่

ป้ายข้อความที่ปรากฏในพื้นที่ภาคใต้ในขณะนี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีคำชี้แจง คำสั่งย้าย หมอสุภัทร หรือ นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย แม้กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น  จะไปปักหลักชุมนุม รอฟังคำตอบที่กระทรวงสาธารณสุข หลายวันแล้ว ก็ตาม 

กลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทรวงสาธารณสุขกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทรวงสาธารณสุข

นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า คำสั่งย้ายดังกล่าวเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ที่ทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเขา  ตามที่มีความพยายามเชื่อมโยง

มีการตั้งข้อสังเกตว่า การสั่งย้ายหมอสุภัทร มีเรื่องน่าสงสัยทั้งการโยกย้าย ผู้ตรวจราชการเขต12  ที่เซ็นคำสั่งย้ายหมอสุภัทร สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์  เพิ่งได้รับคำสั่งให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการเขต 4  เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2565  ถูกย้ายมาเขต 12 วันที่ 11 มกราคม 66 แทนผู้ตรวจคนเดิมที่ หมอสุภัทรบอกว่าถูกย้ายออกไปเพราะไม่เซ็นคำสั่งย้ายเขา ออกจากพื้นที่

ถัดมาวันที่ 23 มกราคม กระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนหลักเกณฑ์ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงมีอำนาจโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนได้ 

จากนั้นวันที่ 25 มกราคม ผู้ตรวจราชการเขต 12 คนใหม่ จึงลงนามคำสั่งย้ายหมอสุภัทร จากผอ.โรงพยาบาลจะนะไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

โดยก่อนหน้านี้ หมอสุภัทร แสดงความเห็นทักท้วงนโยบายหลายอย่างของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกัญชาเสรี การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การบริหารจัดการโควิดและวัคซีน การไม่ลงนามงบส่งเสริมป้องกันปี 2566 

เวปไซด์ ว๊อยซ์ทีวี เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของอนุทิน มีเนื้อหาว่าถึงคราวซวยของพรรคภูมิใจไทย ที่เรื่องคำสั่งย้าย หมอสุภัทร ก็มาเหมาว่าเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทย ทำให้คนเข้าใจผิดจากฝ่ายที่ไม่พอใจ เอาไปโยงมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พอดี เป็นลมเพลมพัด ดูแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา ยังมั่นใจในคะแนนเสียง  กลัวว่าจะมีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ขณะที่เพจชมรมแพทย์ชนบท ขึ้นข้อความมีเนื้อหาว่า

ฝากถึงคุณอนุทิน…..
หลังชายแดนใต้ขึ้นป้ายไม่เอาพรรคการเมือง…..

กมฺมุนา วตฺตตีโลโก (กัมมุนา วัตตติ โลโก) 

“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”

‘วิรัช’ปลุกขวัญผู้สมัคร รุ่น 7 อย่าหวั่นแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542696

10 ก.พ. 2566

'วิรัช'ปลุกขวัญผู้สมัคร รุ่น 7 อย่าหวั่นแลนด์สไลด์

พรรคพลังประชารัฐ จัดอบรมผู้สมัคร รุ่น 7 ‘วิรัช’ปลุกขวัญอย่าหวั่นกระแสแลนด์สไลด์ เร่งฝีเท้าลงพื้นที่สื่อสารนโยบายพรรค ชู’ป้อม700’ประชาชนด้ประโยชน์จริง

ติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รุ่น 7 ของพรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้เน้นย้ำสื่อสารและการลงพื้นที่ นำนโยบายหลักของพรรคสะท้อนให้ประชาชนรับรู้ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการประชารัฐเป็น 700 บาท หรือที่ใช้แคมเปญว่า “ป้อม 700” ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรค ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีนโยบายด้านอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างรายได้ สร้างอาชีพที่มั่นคง ให้กับประชาชนในทุกมิติ มั่นใจ พรรคมีนโยบายที่ดี และเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างแน่นอน
 

ในการอบรมครั้งนี้ยังได้ให้กำลังใจว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ถึงสถานการณ์การแข่งขันการเลือกตั้งที่จะมาถึง ในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องแลนด์สไลด์ ที่ไม่อยากให้เกิดความกังวลใจในการลงพื้นที่ เพราะการเกิดแลนด์สไลด์ ขึ้นอยู่กับเสียงประชาชน ไม่ได้เป็นข้อสรุปที่จะตัดสินใจให้กับประชาชน นอกจากนี้เน้น เรื่อง การหาเสียงต้องระมัดระวังข้อกฎหมาย ไม่ให้ผิดกติกา ระมัดระวังใช้คำปราศรัย ที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ และเป็นข้อฟ้องร้องตามมา อาจทำให้เกิดผลกระทบในแง่ของการตัดสิทธิ์ 

นายวิรัชย้ำเหมือนกับทุกๆครั้ง ว่า จะก้าวข้ามความข้ดแย้ง ตามนโยบายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ความสำคัญ เพราะการบริหารบ้านเมือง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป

อบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รุ่น 7 ของพรรคพลังประชารัฐอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รุ่น 7 ของพรรคพลังประชารัฐอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รุ่น 7 ของพรรคพลังประชารัฐอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รุ่น 7 ของพรรคพลังประชารัฐ

อดีตคีย์แมนเสื้อแดง พลิกขั้ว ซบ ‘รวมไทยสร้างชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542694

10 ก.พ. 2566

อดีตคีย์แมนเสื้อแดง พลิกขั้ว ซบ 'รวมไทยสร้างชาติ'

พรรค ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ได้สมาชิกเพิ่มอีกสองคน เป็นอดีตแถวหน้าแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.

อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ซึ่งใกล้ชิด จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานนปช. ถึงขั้นต้องเข้าคุกมาแล้ว อย่าง สมหวัง อัสราษี หรือเฮียหวัง ถือเป็นนายทุนคนสำคัญของคนเสื้อแดง อดีตเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมช.พาณิชย์ (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) และ  ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก  พากันสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นตัวแทนต้อนรับพร้อมสวมเสื้อพรรคให้กับทั้งสองคน

สมหวัง อัสราษี / ยศวริส ชูกล่อม อดีตแกนนำคนเสื้อแดง หรือ นปช.สมหวัง อัสราษี / ยศวริส ชูกล่อม อดีตแกนนำคนเสื้อแดง หรือ นปช.

สมหวัง บอกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคว่า ได้เห็นการทำงานและติดตามข่าวของพรรคมาตลอดว่าพรรคนี้ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่มีอะไรแอบแฝง ซ่อนเร้น ตรงกับอุดมการณ์ของตน พรรคนี้ช่างแตกต่างกับที่เคยอยู่มาในอดีต ถือว่าเป็นความภูมิใจและยินดีที่เข้ามาเป็นสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ รับรองว่าจะให้ความร่วมมือในการทำงาน ถ้ามีโอกาสจะทำให้ดีที่สุด

ยศวริศ  หรือ เจ๋ง ดอกจิก บอกว่า ที่ผ่านมามีแนวความคิดที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งตลอดกว่า 10 ปี จนมาถึงวันนี้เห็นแล้วว่า บ้านเมืองไม่ควรมีความแตกแยกอีกต่อไป ทุกคนต้องหันหน้าเข้ามาสามัคคีกัน ไม่มีแดง ไม่มีเหลือง ไม่มีนกหวีด หรือพันธมิตรฯ แต่ต้องหันหน้ามาพัฒนาประเทศด้วยกัน ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาทำให้บ้านเมืองพัฒนาไปไม่ได้

พรรครวมไทยสร้างชาติ  น่าจะได้เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลในครั้งหน้า โดยพิจารณาจากหลายปัจจัยไม่เพียงแต่ดูที่ผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวเท่านั้น แต่ดูในภาพรวมอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคนี้เป็นศูนย์รวมของนักการเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นประชาธิปไตย  

การเปิดตัวในวันนี้ อาจจะมีทัวร์ลง คงต้องทำที่ไว้จอดรถทัวร์มากๆ แต่อยากอธิบายว่าไม่ได้เอาอุดมการณ์มาเป็นเครื่องพันธนาการตัวเอง ต้องจงรักภักดีต่อพรรคการเมืองฝั่งเดิมอยู่ตลอดเวลา จนขยับไปไหนไม่ได้

ก่อนหน้านี้ สมหวัง เคยระบายความในใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อ 4 ตุลาคม 2562 ในทำนองว่า โดนสรรพากรเรียกเก็บภาษี เป็นเงิน 572 ล้านบาท จากการเปิดบัญชีรับบริจาค นปช. เคลื่อนไหวทางการเมือง โดนฟ้องล้มละลาย และโดนอายัดทรัพย์ อายัดบัญชีทั้งหมด เป็นบทเรียนที่แสนแพงในชีวิต ฉิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน
 
สมหวัง เป็นเจ้าของธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อมิซูชิต้า ในชื่อ บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จดทะเบียนวันที่ 19 ส.ค. 2539 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ปัจจุบัน 45 ล้านบาท แต่ได้โอนหุ้นให้ นายสราวุทธิ อัสราษี ลูกชายไปหมดแล้ว เมื่อ 11 มิ.ย. 56

ส่วนการเรียกเก็บภาษีจากกรมสรรพากร เป็นการเรียกเก็บจากบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระภาษี จากการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง (รับเงินบริจาค) ในอดีต มิได้เกี่ยวข้องกับบริษัท มิซูชิต้า แต่อย่างใด

‘พิธา’ลั่น’พรรคก้าวไกล’มีเจ้าของ คือ ประชาชน ไม่รู้’โปลิตบูโร’คืออะไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542690

10 ก.พ. 2566

'พิธา'ลั่น'พรรคก้าวไกล'มีเจ้าของ คือ ประชาชน ไม่รู้'โปลิตบูโร'คืออะไร

‘พิธา’ชี้แจงปม’คริส’ลาออก เพราะเป็นพรรค’โปลิตบูโร’ ไม่รู้คืออะไร ลั่นเจ้าของ คือ ประชาชนเท่านั้น ยืนยันเลือก ส.ส.ลงสนามเลือกตั้ง ต้องผ่าน4ด่าน

ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ก่อนลาออก “คริส โปตระนันท์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตจตุจักร พญาไท ราชเทวี จากพรรคก้าวไกล  ระบุว่า อยากได้พรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และยกให้ชื่อเล่นกลุ่มนี้ว่า “โปลิตบูโร” ขวางไม่ให้ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันเป็นพรรคที่มีเจ้าของจริง แต่คือประชาชน 

การที่นายคริสลาออก ก็รู้สึกเสียดาย แต่เป็นเรื่องธรรมดาของพรรคการเมืองที่มีคนเห็นต่าง ย้ำชัดยังมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ประชาธิปไตย” แต่ตามที่นายคริสบอก การเดินทางสู่ประชาธิปไตยมีหลายทาง วิธีการอาจจะแตกต่างกัน 

สำหรับคำว่า “โปลิตบูโร” นายพิธา ไม่ทราบว่า หมายถึงอะไร แต่การเลือกว่าที่ผู้สมัครทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ จะต้องผ่าน กก.บห. ว่าที่ผู้สมัคร 400 เขตมีทีมจังหวัดเป็นคนที่ค้นหาขึ้นมา และต้องผ่าน 4 ด่าน 

-ส่งใบสมัคร

-สัมภาษณ์ 

-เข้าหลักสูตรของพรรคก้าวไกล 

-เข้าสู่กระบวนการสรรหาที่กก.บห.เป็นคนพิจารณา 

ปัจจุบันสมาชิกพรรคก้าวไกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้สมาชิกก็เกือบถึง 70,000 คน แซงพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว ตัวว่าที่ผู้สมัครเองก็มีส่วนใหม่ๆเพิ่มขึ้น มีองคาพยพทีมจังหวัด เป็นการพิสูจน์ว่าในแต่ละพื้นที่สามารถโยงปัญหาของพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้าสู่สภา 

นายพิธา ยอมรับ ไม่มีองค์กรหรือพรรคการเมืองใดที่สมบูรณ์แบบ การจะสร้างการเมืองต้องเป็นคนที่ใจกว้าง ซึ่งสิ่งไหนที่เป็นความจริงจะนำมาปรับ อย่างที่เนื้อเพลงของพรรคก้าวไกลบอกว่า ผู้คนและการเดินทางมันไม่มีวันที่จะเป็นโปรเจคทางการเมืองที่สำคัญ

กกต.กทม.เปิดรับฟังความเห็น ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ 10-19 ก.พ. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542688

10 ก.พ. 2566

กกต.กทม.เปิดรับฟังความเห็น 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' 10-19 ก.พ. นี้

‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กรุงเทพมหานครเพิ่มอีก 3 รูปแบบ กกต.กทม. เปิดรับฟังความเห็น 10-19 ก.พ.นี้ ใกล้เคียงหลักเกณฑ์มากที่สุด

กกต.กทม.แบ่งเขตเลือกตั้ง เพิ่มเติม อีก 3 รูปแบบ ตามคำสั่งกกต. โดยเปิดรับฟังความเห็นพรรคการเมืองและประชาชนในพื้นที่กรุงเทพ ระหว่างวันที่ 10-19 กุมภาพันธ์นี้  หลังจากได้ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เพิ่มเติมอีก  3 รูปแบบ

นายสำราญ  ตันพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร บอกว่า  เป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะไม่สามารถแบ่งแยกประชากร ในระดับแขวง หรือ ตำบลได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด  แต่ต้องใช้ค่ากลางจำนวนประชากร กทม. 166,513 คนต่อเขต และไม่ควรคาดเคลื่อนเกิน 10 เปอร์เซ็นต์  ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

รูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมือง และประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2566 เพิ่มเติม  มีรายละเอียดดังนี้  ( คลิ๊กอ่านรายละเอียดที่รูปแบบ ด้านล่าง )
 

รูปแบบที่6

รูปแบบที่ 7

รูปแบบที่ 8

สมชัย ศรีสุทธิยากร  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชื่นชมว่า กกต.กทม.เก่งมากที่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ได้ใกล้เคียงหลักเกณฑ์ ที่ กกต.กลางกำหนดมากที่สุด แต่ประชาชนและพรรค จะเหนื่อยหน่อย ต้องจำให้ได้ว่า อยู่เขตเลือกตั้งไหน